สร้างคุณค่าให้ตนเอง กับ ข้อคิดดีๆ จากดินสอ ในกิจกรรม ‘ธรรมะในสวน’ เสาร์ที่ 1 มี.ค.นี้

สร้างคุณค่าให้ตนเอง กับ ข้อคิดดีๆ จากดินสอ ในกิจกรรม 'ธรรมะในสวน' เสาร์ที่ 1 มี.ค.นี้

สร้างคุณค่าให้ตนเอง กับ ข้อคิดดีๆ จากดินสอ ในกิจกรรม ‘ธรรมะในสวน’ เสาร์ที่ 1 มี.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.13 น.

สร้างคุณค่าให้ตนเอง กับ ข้อคิดดี ๆ จากดินสอ ในกิจกรรม ธรรมะในสวน  เสาร์ที่ 1 มีนาคม ณ สวนเบญจกิติ

เคยสังเกตไหมว่า ดินสอแท่งเล็ก ๆ สามารถให้ข้อคิดสำคัญกับชีวิตเราได้? เมื่อใช้ไปนาน ๆ ดินสอกุดใช้งานไม่ได้ จนต้องเหลาใหม่ ชีวิตคนเราก็เช่นกัน หากไม่พัฒนาตนเอง ก็อาจหมดคุณค่า และพลาดโอกาสดี ๆ ไป อย่างไรก็ตาม แม้เรามีดินสอที่แหลมคมพร้อมจะขีดเขียนทุกอย่างตามใจแล้ว ก็ยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราจึงต้องเตรียมยางลบ  เพื่อช่วยแก้ไข เรียนรู้ข้อผิดพลาด ปรับปรุง เพื่อเริ่มต้นใหม่

หากคุณกำลังมองหากำลังใจ และแนวทางพัฒนาตนเอง ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ขอเชิญร่วมฟังธรรมะแฝงข้อคิดดี ๆ จากสิ่งรอบตัว ในกิจกรรม “ธรรมะในสวน” หัวข้อ “ข้อคิดจากดินสอ” วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568  โดยพระมงคลสุตาคม วัดสุทัศนเทพวราราม

เพียงหยิบดินสอ แล้วมาพบกัน!

พระมงคลสุตาคม วัดสุทัศนเทพวราราม หัวข้อ “ข้อคิดจากดินสอ” เวลา 8.30-10.00 น. ณ ลานพระพุทธวิสุทธิมงคล สวนเบญจกิติ

หมายเหตุ : เข้าร่วมกิจกรรมฟรี! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ผู้จัดงานจัดเตรียมเสื่อ และเก้าอี้    เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน

หลังจากร่วมกิจกรรมแล้ว ท่านสามารถแวะเข้ามาพักผ่อนในโซนรีเทลของศูนย์ฯ สิริกิติ์ ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านสปา ห้องอาบน้ำ และ Co-Working Space ที่ครบครันในที่เดียว

คุยกัน7วันหน : ถังป๊อปคอร์นดีไซน์ล้ำ ฟื้นธุรกิจโรงหนัง?

คุยกัน7วันหน : ถังป๊อปคอร์นดีไซน์ล้ำ ฟื้นธุรกิจโรงหนัง?

คุยกัน7วันหน : ถังป๊อปคอร์นดีไซน์ล้ำ ฟื้นธุรกิจโรงหนัง?

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.19 น.

ใครจะไปเชื่อว่า ถังป๊อปคอร์นที่มีดีไซน์แปลกใหม่ กำลังช่วยให้ผลประกอบการของธุรกิจโรงหนังในสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งยังมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการชมภาพยนตร์แก่ผู้ชม โดยป๊อปคอร์น เป็นของกินเล่นเมนูหลักของผู้ชมในโรงภาพยนตร์ และเป็นแหล่งรายได้หลักของธุรกิจโรงหนังมานานหลายทศวรรษ แต่ปัจจุบัน ภาชนะ หรือถังที่ใส่ป๊อปคอร์น ก็มีส่วนสำคัญมากเช่นกัน

อย่างเช่นกรณีของ เอเอ็มซี เอนเตอร์เทนเมนต์ (AMC Entertainment) เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จากที่ไม่ได้ขายสินค้าใดๆ แต่เมื่อปีที่แล้ว กลับสามารถทำรายได้จากการขายถังป๊อปคอร์น รวมถึงไอเท็มของที่ระลึกอื่นๆ เช่น แก้วเครื่องดื่ม และเสื้อยืด รวมมูลค่ากว่า 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อดัม อารอน ซีอีโอ ของ เอเอ็มซีกล่าวว่า บริษัทได้แรงบันดาลใจมาจากการขายถังป๊อปคอร์น จากการฉายภาพยนตร์ของบริษัทฯเอง ซึ่งเป็นภาพยนตร์คอนเสิร์ต Taylor Swift :The Eras Tour ที่เริ่มออกฉายเมื่อเดือนตุลาคม 2023 ซึ่งขายได้ดีมาก และจากนั้นจึงทำมาต่อเนื่อง แทบจะทุกเดือน

ไม่ใช่แค่ เอเอ็มซี เอนเตอร์ เทนเมนต์ เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ดังกล่าว ยังมีเครือโรงภาพยนตร์อื่นๆ เช่น ซินีมาร์ก (Cinemark), มาร์คัส (Marcus), รีกัล (Regal) และ บี แอนด์ บี เธียเตอร์ส (B&B Theatres) ก็นำถังป๊อปคอร์นมาเป็นกลยุทธ์ ด้วยการสร้างความพิเศษ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อจากผู้ชมและสร้างความรู้สึกว่าจะต้องไปรีบซื้อในช่วงสัปดาห์แรกของหนังที่เริ่มเข้าโรงผู้ประกอบธุรกิจเหล่านี้ยังมองเห็นว่า ถังป๊อปคอร์นจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับประสบการณ์การชมภาพยนตร์แก่ผู้ชมอีกด้วย

พอล ฟาร์นสเวิร์ธ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและเนื้อหาของ บี แอนด์ บีเธียเตอร์ส กล่าวว่า หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทตระหนักได้ว่า การสร้างบรรยากาศและความน่าตื่นเต้นในการชมภาพยนตร์ เป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมกลับมาสู่โรงหนังอีกครั้ง เพราะความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมนี้ก็คือการที่ผู้คนเลิกเดินทางไปดูหนังในโรงภาพยนตร์กันแล้ว

ฟาร์นสเวิร์ธ ตั้งข้อสังเกตว่าถังป๊อปคอร์นที่มีรูปแบบแตกต่างไม่เหมือนใคร จะสามารถเพิ่มแรงดึงดูดให้ลูกค้าออกจากบ้าน เพื่อไปดูหนังได้และช่วยสร้างความทรงจำจากการเดินทางไปดูหนัง ด้วยการนำถังป๊อปคอร์นติดตัวกลับไปบ้าน โดยจะนำไปวางไว้บนชั้น เพื่อตั้งโชว์ หรือนำกลับไปใช้ซ้ำ ก็ทำได้ ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัท แต่สิ่งที่มีค่ามากที่สุด ก็คือการที่ผู้คนเดินทางมาที่โรงหนัง และได้ของสนุกๆ กลับบ้านหรือมาถ่ายรูปกับสิ่งของเหล่านั้นในโรงหนังกันมากขึ้น

สำหรับ ฌอน แกมเบิล ซีอีโอ ของ ซินีมาร์ก เล่าว่า บริษัทได้ทำถังป๊อปคอร์นเป็นลวดลาย Screamในการเปิดตัวหนังเรื่อง Scream VIเมื่อปี 2023 และประหลาดใจกับเรื่องนี้ เพราะมันได้รับความนิยมอย่างมาก และขายหมดในทันที จากนั้นเลยนำไปขายในช่องทางออนไลน์เพิ่มเติมด้วย

ถังป๊อปคอร์นที่ระลึก ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าในสวนสนุกมาช้านานแล้ว โดยช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทต่างๆ ทั้ง ดิสนีย์ และยูนิเวอร์แซลทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่สำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์ในสหรัฐฯ ถือว่าล่าช้าในการปรับตัวตามกระแสนี้

โดย ร็อด เมสัน รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ ซิงค์ กรุ๊ป กล่าวว่า ก่อนหน้านี้โรงภาพยนตร์หลายแห่งลังเลที่จะการผลิตสินค้าเหล่านั้นออกมา แต่ในที่สุด ก็มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น ในช่วงปี 2019 ที่มีถังป๊อปคอร์นR2-D2 ซึ่งผลิตขึ้นมาสำหรับหนังเรื่อง Star Wars : The Rise ofSkywalker เขาเล่าอีกว่า เอเอ็มซีเอนเตอร์เทนเมนต์ ยอมเสี่ยงกับเรื่องนี้ซึ่งพวกเขาสามารถขายได้หลายหมื่นชิ้นและขายได้หมดภายใน 3-4 วันเท่านั้น ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย แม้จะไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อมีการตอบรับที่ดี ทุกคนจึงคิดได้ว่า ถังป๊อปคอร์นเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผล

จากนั้น ถังป๊อปคอร์นหุ่นยนต์ เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ ก็ถูกนำออกมาจำหน่ายอีกครั้งสำหรับการฉายหนัง ครบรอบ 25 ปี ของ Star Wars : Episode 1 – A Phantom Menace โดยชุดถังป๊อปคอร์นและแก้วเครื่องดื่ม ขายในราคา 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาสำคัญที่แท้จริงของตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ เกิดขึ้นอีกเกือบ 5 ปีต่อมา ด้วยถังป๊อปคอร์นที่โด่งดังแห่งยุคปัจจุบัน จากหนังเรื่อง Dune : Part Two ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมาโดยถัง ถูกออกแบบให้เป็นแบบจำลองของหนอนทรายที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง แม้จะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เกิดเป็นกระแส แต่กลับเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยถัง ราคา 24.99 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถขายได้ทั้งหมด และยังได้รับความนิยมอย่างมาก ในตลาดรอง (ตลาดขายต่อ) เช่น ใน eBay ถังป๊อปคอร์นดังกล่าว สามารถขายได้ในราคาถังละ 50 ดอลลาร์ ถึง 210 ดอลลาร์ เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ถังป๊อปคอร์นจากภาพยนตร์เรื่อง ดูน ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ ไรอัน เรย์โนลด์ส นักแสดงและโปรดิวเซอร์จากเรื่อง Deadpool & Wolverine ที่ออกแบบถังป๊อปคอร์นสุดเก๋ เพื่อเปิดตัวภาพยนตร์ของเขา โดยเป็นถังรูปหัวของวูล์ฟเวอรีนอ้าปากเพื่อใส่ป๊อปคอร์น ขายในราคา 29.99 ดอลลาร์ และมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ เอเอ็มซี เท่านั้นด้วย

มีคาดการณ์ด้วยว่า สตูดิโอและโรงภาพยนตร์ จะมีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการทำงานร่วมกันกับ บริษัทอย่างเช่น ซิงค์ เพื่อสร้างสรรค์ถังป๊อปคอร์นที่มีความพิเศษแปลกใหม่สำหรับผู้ชม ซึ่ง ซิงค์ กรุ๊ป (Zinc Group) เป็นบริษัทออกแบบและผลิตถังป๊อปคอร์น และแก้วเครื่องดื่มที่มีตราสินค้าในสหรัฐฯ และปัจจุบันเป็น 1 ในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดป๊อปคอร์นพรีเมียม

ผู้บริหารจาก ซิงค์ กรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก และทุกคนพยายามเอาชนะกัน และต้องแน่ใจว่าสินค้าของพวกเขานั้นดีที่สุด ซึ่งปีที่ผ่านมา ว่ากันว่ามีการแข่งขันกันรุนแรงแล้ว แต่หลังจากนี้ยังถูกจับตามองมากขึ้นไปอีก เพราะอุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังจะมีหนังฟอร์มยักษ์เข้าฉายจำนวนมาก หลังจากล่าช้าออกไปในช่วงการระบาดใหญ่และการหยุดประท้วงของชาวฮอลลีวู้ดก่อนหน้านี้


โดย ดาโน โทนาลี
 

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๕๐ปีจีน-ไทย’ภูมิสัมพันธ์สร้างฝันประชาคม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๕๐ปีจีน-ไทย’ภูมิสัมพันธ์สร้างฝันประชาคม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๕๐ปีจีน-ไทย’ภูมิสัมพันธ์สร้างฝันประชาคม

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สี จิ้นผิง และ แพทองธาร

ในวาระครบรอบ ๕๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ นี้ ด้วยความร่วมกันของภาครัฐและธุรกิจเอกชน จึงมีกิจกรรมการแสดงสำคัญพร้อมกันกับงานเทศกาลตรุษจีนเกิดขึ้นมากมาย จากประวัติศาสตร์สยามนั้นปรากฏว่าสยาม หรือไทยกับจีนได้มีความผูกพันและติดต่อกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้) ของจีน ซึ่งมีบันทึกว่าชนชาติสยามหรือไทยนั้นมีการติดต่อค้าขายสัมพันธ์กันระหว่างแคว้นสุโขทัยกับจีน และสยามก็ได้รับเทคโนโลยีเครื่องปั้นดินเผามาจากจีน ต่อมาเมื่อชาวจีนอพยพมาในช่วงสงครามสมัยราชวงศ์หยวน และช่วงต้นราชวงศ์หมิงก็น่าจะเข้ามามีครอบครัวบ้างแล้วนับแต่นั้นมาจีนได้ติดต่อค้าขายกันมาตลอด ทำให้มีชาวจีนจำนวนมากเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสยาม โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกและสงครามกลางเมืองของจีนในทศวรรษที่ ๑๙๓๐-๑๙๕๐ นั้น มีชาวจีนจำนวนมากจากมณฑลทางใต้ของจีน อาทิ กวางตุ้ง ไห่หนาน ฝูเจี้ยนและกวางสี หลบหนีภัยสงครามและความอดอยากเข้ามาสร้างชีวิตใหม่ในสยาม จนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นเครือญาติระหว่างจีน-ไทยมายาวนาน

ในหลวง ร.๑๐ กับ สี จิ้นผิง

จากการเมืองโลกในยุคสงครามเย็นนั้นได้ทำให้สยาม หรือไทยกับจีนได้ขาดการติดต่อกันอยู่ระยะหนึ่งก็เป็นแต่ทางการที่ไม่อาจตัดความผูกพันและความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมที่มีการสืบต่อมาอย่างแนบแน่นของชาวสยามหรือไทยกับชาวจีนภายหลังทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนอย่างเป็นทางการร่วมกันพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นแบบอย่างหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีระบบการปกครองและวิถีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกันในทศวรรษแรกหลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันนั้น ไทยและจีนประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันอันนำไปสู่การเป็นหุ้นส่วนในการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคนั้น ซึ่งได้ช่วยสนับสนุน การพัฒนาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากสนามรบกลายเป็นสนามการค้า นอกจากนี้ พื้นฐานความเข้าใจและความใกล้ชิดด้านวัฒนธรรมได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศอาเซียนอีกด้วย   

รัชกาลที่ ๑๐ ทรงสักการะพระเขี้ยวแก้ว

ดังนั้น ใน พ.ศ.๒๕๖๘ จากการที่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนได้พบกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำเอเปก ครั้งที่ ๓๑ต่างมีความเห็นพ้องกันในการส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่งจีน-ไทยในอนาคตและร่วมกันจึงประกาศให้เป็นวาระครบรอบ ๕๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย อันเป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย”เพื่อจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองที่หลากหลายเพื่อให้มิตรภาพจีน-ไทยนั้นร่วมสร้างประชาคมที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น และร่วมกำหนดคำขวัญเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตว่า “จีน-ไทยสานใจกันร่วมสร้างฝันประชาคม” โดยจีนยินดีทำงานร่วมกับไทยในการดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเช่น การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุพระเขี้ยวแก้วประดิษฐานในประเทศไทย และ คอนเสิร์ต “จีน-ไทย ครอบครัวเดียวกัน” เป็นต้น เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษา เป็นต้น โดยร่วมกันสร้างตราสัญลักษณ์ ๕๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนจากกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย ซึ่งนำพญานาคและมังกร สัตว์มงคลในตำนานมาขดคล้องกันเป็นเลข ๕๐ เพื่อเป็นตัวแทนตามสีธงชาติของไทยและจีน โดยต่างหันหน้าเข้าหากันและมองไปยังดวงแก้วสีเหลืองทอง สื่อถึงการมุ่งสู่จุดหมายเดียวกันในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับคำขวัญ “จีน-ไทยสานใจกันร่วมสร้างฝันประชาคม”จนกลายเป็นแบบอย่างที่ดีของการอยู่ร่วมกันและพัฒนาร่วมกัน ภายใต้กลยุทธ์ของผู้นำทั้งสองประเทศร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตตามฝัน ด้วยสีสันจากศูนย์การค้า วัดวาริมแม่น้ำเจ้าพระยา และย่านถนนเยาวราชที่เป็นเสน่ห์และท่องเที่ยวเมืองไทย

การสถาปนาความสัมพันธ์ ๒๕๑๘

การสถาปนาความสัมพันธ์ ๒๕๑๘

อัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว

อัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว

ร่วมกันฉลอง ๕๐ ปี

ร่วมกันฉลอง ๕๐ ปี

การแสดงมังกรของจีน

การแสดงมังกรของจีน

ความร่วมมือทางศาสนา

ความร่วมมือทางศาสนา

งานฉลองตรุษจีนสยามพารากอน

งานฉลองตรุษจีนสยามพารากอน

ตรา ๕๐ ปี จีน-ไทย

ตรา ๕๐ ปี จีน-ไทย

ประตูวชิรสถิต

ประตูวชิรสถิต

สกู๊ปพิเศษ : เช็คอิน..สัมผัสเสน่ห์ ‘ผิงตง’ จุดหมายปลายฝันใหม่ของนักเดินทาง

สกู๊ปพิเศษ : เช็คอิน..สัมผัสเสน่ห์ ‘ผิงตง’  จุดหมายปลายฝันใหม่ของนักเดินทาง

สกู๊ปพิเศษ : เช็คอิน..สัมผัสเสน่ห์ ‘ผิงตง’ จุดหมายปลายฝันใหม่ของนักเดินทาง

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ผิงตง” ยกระดับการท่องเที่ยวระดับโลก ดึงดูดนักเดินทางต่างชาติด้วยเส้นทางท่องเที่ยวสุดพิเศษ โดยรัฐบาลมณฑลผิงตงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแนวคิดสร้างสรรค์ เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว 8 ธีมพิเศษที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันให้ “ผิงตง”กลายเป็นจุดหมายปลายฝันของนักเดินทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เส้นทางเหล่านี้สามารถจองได้ผ่านแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลก เช่น KKDAY และ Tripadvisor โดยมีเหล่า KOLs (Key Opinion Leaders)หรือผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลจากหลากหลายประเทศร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง สร้างกระแสในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และช่วยให้ ผิงตงกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง

ในปีนี้ ผิงตงได้นำเสนอภาพลักษณ์ภายใต้ธีม “เรือรบวัฒนธรรมแล่นไกลสู่ระดับโลก” ถ่ายทอดทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งภูเขา ทะเล และเสน่ห์วัฒนธรรมที่หลากหลายของท้องถิ่น เป็นสัญลักษณ์ของการเปิดกว้างและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของผิงตงที่มีต่อนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพื่อเชิญชวนให้พวกเขาก้าวเข้ามาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของผิงตงอย่างแท้จริง

โดยสโลแกนหลักของแคมเปญนี้คือ “Let’s roll in Pingtung Taiwan!” ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างการจดจำแล้วยังมาพร้อมของที่ระลึกสุดพิเศษ เช่นแก้วชาไข่มุก กระเป๋าท่องเที่ยว และหมวกชาวประมง ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มเสน่ห์และความน่าดึงดูดของเส้นทางท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ผิงตงเป็นมณฑลที่มีทั้งทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเส้นทางท่องเที่ยวที่แนะนำ มีดังต่อไปนี้ 1.“ประสบการณ์ชนเผ่าที่สะพานแขวนกระจกซานฉวน” นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมของชนพื้นเมืองผ่านกิจกรรมและทิวทัศน์อันตระการตา, 2.“ทัวร์จักรยานเชิงนิเวศอ่าวต้าเผิง”การปั่นจักรยานสำรวจระบบนิเวศริมชายฝั่งและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิด,3.“การสำรวจทุ่งหญ้าใต้น้ำตงหยวน” การผจญภัยที่ไม่เหมือนใครในพื้นที่ชุ่มน้ำที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลาย และ 4.“เทศกาล King’s Peace” เทศกาลทางศาสนาและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับความเป็นเอกลักษณ์ของผิงตงอย่างแท้จริง

โดยเส้นทางเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักการผจญภัยธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ หรือกิจกรรมสันทนาการ ทั้งยังสามารถจองทัวร์ได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มนานาชาติ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหา

และเพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับความงดงามของผิงตงไปทั่วโลก รัฐบาลมณฑลผิงตงได้เชิญ “J’s Travel” บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดังจากมาเลเซีย มาสัมผัสประสบการณ์และแบ่งปันเรื่องราวของพวกเขากับผู้ติดตามซึ่งพวกเขา กล่าวว่า “ฉันเคยมาไต้หวันหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้ฉันเห็นไต้หวันในมุมมองใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน! ผิงตงเป็นการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมทุกจุดหมายล้วนมีเรื่องราวและมนต์เสน่ห์ของตัวเอง นี่คือจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนให้ได้!”

การเดินทางในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของผิงตงให้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง

นายหวง กั๋วเหว่ย ผู้อำนวยการกรมคมนาคมและการท่องเที่ยวของรัฐบาลมณฑลผิงตง กล่าวว่า “เราหวังว่าผิงตงจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไต้หวัน เพื่อให้เพื่อนๆ จากทั่วทุกมุมโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของที่นี่ได้อย่างสะดวกสบาย”

รัฐบาลมณฑลผิงตงยังคงเดินหน้าปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก และเพิ่มศักยภาพของผิงตงให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับแนวหน้าของไต้หวัน

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวพิเศษได้ที่ Facebookทางการของรัฐบาลมณฑลผิงตง “Visit PingtungTaiwan” แล้วมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวในผิงตงไปด้วยกัน!

Science Update : จีนเจาะ ‘หลุมแนวตั้งลึกสุดในเอเชีย’ กว่า 10,000 เมตรเสร็จสิ้น

Science Update : จีนเจาะ ‘หลุมแนวตั้งลึกสุดในเอเชีย’ กว่า 10,000 เมตรเสร็จสิ้น

Science Update : จีนเจาะ ‘หลุมแนวตั้งลึกสุดในเอเชีย’ กว่า 10,000 เมตรเสร็จสิ้น

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติจีน (CNPC) ประกาศว่างานขุดเจาะ “เซินตี้ถ่าเคอ 1”หลุมแนวตั้งที่ลึกเป็นอันดับ 2 ของโลก และลึกที่สุดในเอเชียได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีความลึกถึง 10,910 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทรายทากลามากันในแอ่งทาริม เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

หลุมลึกดังกล่าวเป็นหลุมเจาะสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซ รวมทั้งส่งเสริมการศึกษาวิวัฒนาการของโลกและธรณีวิทยาส่วนลึก

งานขุดเจาะหลุมลึกเซินตี้ถ่าเคอ 1 ได้สร้างหลายสถิติใหม่ทางวิศวกรรมระดับโลก อาทิ การทำซีเมนต์หลุมเจาะที่ลึกที่สุด การบันทึกภาพด้วยสายส่งที่ลึกที่สุด และการขุดเจาะถึงระดับความลึกเกิน 10,000 เมตร ที่รวดเร็วที่สุดบนบก

รายงานของบริษัทฯ ระบุว่า งานขุดเจาะเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2023 ใช้เวลาขุดเจาะลึกถึงระดับ 10,910 เมตร นานกว่า 580 วัน ซึ่งเวลามากกว่าครึ่งหนึ่ง (ราว 300 วัน) ใช้ไปกับการขุดเจาะระยะ 910 เมตรสุดท้าย กระบวนการขุดเจาะทะลุผ่านชั้นหิน 12 ชั้น จนไปถึงชั้นหินที่มีอายุกว่า 500 ล้านปี

เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาแท่นขุดเจาะอัตโนมัติลึก 12,000 เมตรเครื่องแรกของโลก และชุดเครื่องมือบันทึกข้อมูลหลุมลึกพิเศษขั้นสูง

นักวิทยาศาสตร์จีนยังได้รวบรวมข้อมูลลำดับชั้นหินลึกพิเศษที่ครอบคลุมชุดแรกของประเทศ ผ่านการวิเคราะห์ตัวอย่างแกนหินจากความลึก 10,000 เมตร ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบใต้ผิวดินและประวัติการแปรสัณฐานของโลก

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงเรียนในจีนทยอย ‘เปิดเทอมใหม่’ คึกคัก

ประมวลภาพบรรยากาศการเปิดภาคการศึกษาใหม่ของโรงเรียนประถมและมัธยมในบางพื้นที่ของจีน โดยเหล่านักเรียนตัวน้อยตบเท้าเข้ารั้วโรงเรียนรับมอบตำราหลากหลายวิชา ตั้งอกตั้งใจฟังครูสอนในห้องเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆ

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว

แพทย์เตือนไข้หวัดใหญ่รุนแรงกว่าที่คิด เสี่ยงปอดอักเสบ หัวใจวาย อันตรายถึงชีวิต

แพทย์เตือนไข้หวัดใหญ่รุนแรงกว่าที่คิด  เสี่ยงปอดอักเสบ หัวใจวาย อันตรายถึงชีวิต

แพทย์เตือนไข้หวัดใหญ่รุนแรงกว่าที่คิด เสี่ยงปอดอักเสบ หัวใจวาย อันตรายถึงชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ไข้หวัดใหญ่” ไม่ใช่แค่ “ไข้ธรรมดา”อย่าชะล่าใจเมื่อมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เช็คให้ชัวร์ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ต้องรีบรับมือก่อนจะสายเกินไป อย่าปล่อยให้ความคิดว่า “แค่ไข้” ทำให้คุณเสี่ยงกับอันตรายร้ายแรง เพราะอาการลุกลามเกิดภาวะปอดอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด หัวใจล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

พญ.มัณฑนา สันดุษฎี อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ พบบ่อยในฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) และฤดูหนาว (มกราคม-มีนาคม) ของทุกปี โดยไข้หวัดใหญ่มี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ A, B และ C แต่มีเพียงสายพันธุ์ A และ B ที่มีการระบาดทั่วไป

“ไข้หวัดใหญ่” ไม่ใช่แค่ “ไข้ธรรมดา” อย่างที่หลายคนเข้าใจ เนื่องจากเชื้อไวรัสทั้งสองชนิด มีความแตกต่างกันอย่างมาก ไข้หวัดธรรมดาเกิดจากไวรัสหลายสายพันธุ์ เช่น ไรโนไวรัส(Rhinovirus) โคโรนาไวรัส (Coronavirus)แต่ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา(Influenza Virus) ซึ่งทำให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยอาการของไข้หวัดใหญ่ คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อปวดศีรษะรุนแรง เจ็บคอ ไอแห้ง หรือมีเสมหะ อ่อนเพลียมาก บางครั้งอาจมีอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย

สำหรับคนไข้บางรายเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการไม่รุนแรง แต่ในบางรายอาการอาจหนักมากและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ(Pneumonia) เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้เกิดปอดอักเสบและติดเชื้อที่ปอดส่งผลให้หายใจลำบากและอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหากอาการรุนแรง ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว (RespiratoryFailure) การติดเชื้อที่รุนแรงอาจทำให้ปอดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จนอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือ ECMO (Extracorporeal Membrane Oxygenation) หัวใจวาย (Heart Failure)ไข้หวัดใหญ่อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติจนถึงขั้นหัวใจวาย ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(Meningitis) ในบางกรณีที่รุนแรง ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบส่งผลกระทบต่อระบบประสาทอาจทำให้ปวดศีรษะรุนแรง ชัก หรือหมดสติ ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis)ในบางกรณีรุนแรง อาจทำให้กล้ามเนื้อสลายซึ่งเสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลัน

พญ.มัณฑนา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย แม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพดี ก็ยังเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน อาการป่วยมักอยู่ระหว่าง 3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ แต่บางรายอาจมีอาการอ่อนเพลียยาวนานได้หลายสัปดาห์ การรักษาแม้โรคไข้หวัดใหญ่ในคนที่อาการไม่มากสามารถหายเองได้ แต่การพบแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การได้รับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) จะทำให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นและลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน

ปัจจุบันการป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของอาการ และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น ปอดอักเสบและหัวใจวายโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูง ได้แก่ เด็กอายุ 6 เดือน-2 ขวบ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย มะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด และโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคอ้วนและหญิงตั้งครรภ์

พญ.มัณฑนา กล่าวปิดท้ายว่า “วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีการอัปเดตทุกปีโดยองค์การอนามัยโลก เพื่อให้ครอบคลุมเชื้อไวรัสที่มีความเสี่ยงระบาดสูง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 หรือ 4 สายพันธุ์ที่ฉีดป้องกันไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A 2 สายพันธุ์ และ B อีก 1 หรือ 2 สายพันธุ์ย่อย ซึ่งการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของอาการ ลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดอัตราการติดเชื้อและลดโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนอีกชนิดหนึ่งที่แนะนำให้ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ที่ได้รับเคมีบำบัด ฉีดควบคู่กับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือวัคซีนนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Vaccine) วัคซีนชนิดนี้จะช่วยลดความรุนแรงของการเกิดปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสและการติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อตัวนี้ โดยวัคซีนนี้ปัจจุบันฉีดเพียง 1 เข็ม (PCV20) และป้องกันได้ตลอดชีวิต

สำหรับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากไข้หวัดใหญ่ เราทุกคนสามารถป้องกันตัวเองจากไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์, พักผ่อนให้เพียงพอ, ล้างมือบ่อยๆ และที่สำคัญต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี

การเตรียมตัวและการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากไข้หวัดใหญ่อย่าปล่อยให้โรคนี้มาคุกคามสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก เตรียมตัวให้พร้อมในทุกฤดูกาลด้วยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อชีวิตที่ปลอดภัยและสุขภาพดีในระยะยาว

Health News : ปักกิ่งเตรียมแบ่งปันแนวทาง ‘กำจัดฝุ่นพิษ PM2.5’ ให้กรุงเทพฯ

Health News : ปักกิ่งเตรียมแบ่งปันแนวทาง ‘กำจัดฝุ่นพิษ PM2.5’ ให้กรุงเทพฯ

Health News : ปักกิ่งเตรียมแบ่งปันแนวทาง ‘กำจัดฝุ่นพิษ PM2.5’ ให้กรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเฝ้าติดตามและจัดการคุณภาพอากาศ ระยะ 3 ปี ซึ่งลงนามโดยสำนักนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมเทศบาลกรุงปักกิ่งของจีน
และสำนักสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ เมื่อไม่นานนี้ ระบุว่าปักกิ่งจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศแก่เมืองพี่เมืองน้องอย่างกรุงเทพฯ

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ระบุว่าปักกิ่งจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการจัดการกับมลพิษทางอากาศแก่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะการเฝ้าติดตามและลดฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 (PM2.5) รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางเยือนซึ่งกันและกัน และจัดการฝึกอบรมและสนับสนุนกรุงเทพฯ ในการดำเนินโครงการนำร่องต่างๆ

ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย

กรุงปักกิ่งของจีนได้ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอย่างมากหลังจากดำเนินแผนริเริ่มขจัดมลพิษทางอากาศตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยมีความเข้มข้นเฉลี่ยของฝุ่นพิษ
PM2.5 อยู่ที่ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในปี 2024 ซึ่งผ่านมาตรฐานระดับชาติติดต่อกัน 4 ปีแล้ว

ความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของฝุ่นพิษ PM2.5 พีเอ็ม10 ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของกรุงปักกิ่งในปี 2024 ลดลงร้อยละ 65.9 ร้อยละ 50 ร้อยละ 57.1 และร้อยละ 88.7 เมื่อเทียบกับปี 2013

แหวกฟ้าหาฝัน : Italian Painting in National Museum of Western Art Tokyo 2

แหวกฟ้าหาฝัน : Italian Painting in National Museum of Western Art Tokyo 2

แหวกฟ้าหาฝัน : Italian Painting in National Museum of Western Art Tokyo 2

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

David with the Head of Goliath โดย Giovanni Francesco Barbieri

ใน National Museum of Western Art Tokyo ไม่เพียงจะมีผลงานศิลปินอิตาเลียนของ Domenico Puligo, Guido Reni และ Carlo Dolci ยังมีผลงานของศิลปินอิตาเลียนดังๆ อีกหลายคน อาทิ The Mystic Marriage of St.Catherine โดย Paolo Veroneseหรือ Paolo Caliari ศิลปินยุคเรอเนสซองส์ชื่อดังจากเวนิส ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานในยุคแรกของเขา หญิงที่อุ้มเด็กนั่งอยู่คือพระแม่มารีอุ้มพระเยซู พระบุตรของพระเจ้าที่ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างลึกลับ ส่วนผู้ที่คุกเข่าอยู่คือ St.Catherine เขาเขียนภาพนี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงการแต่งงานที่เชื่อมครอบครัวทั้งสองเข้าด้วยกัน นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นว่า Veronese เป็นศิลปินที่มีความสามารถในการใช้สีที่แวววาวสดใสได้อย่างยอดเยี่ยม ฝีแปรงที่ละเอียดซับซ้อนและวิธีการเล่าเรื่องมีความล้ำสมัยมากในยุคนั้นผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาคือ The Weddingat Cana, The Feast in the House of Levi

The Indiscreet Gentleman โดย Pietro Longhi ศิลปิน Venetian อีกคนที่ชื่นชอบงานแนวชีวิตประจำวัน เขาเกิดในครอบครัวช่างทำเงิน และได้รับการศึกษาด้านศิลปะจาก Antonio Balestra ศิลปินที่ชื่นชอบการวาดภาพเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่ได้รับอิทธิพลจากงานศิลปินดัทช์ในช่วงแรกของการเป็นศิลปิน Longhi นิยมวาดภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักร และแท่นบูชาอีกทั้ง ยังเขียนภาพปูนเปียกไว้อีกหลายที่อาทิ ห้องโถงใน Ca’ Sagredo ภายหลังเขาหันมาเขียนภาพขนาดเล็กๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันจนได้ฉายานามว่า VenetianWilliam Hogarth นักท่องเที่ยวจะเห็นThe Indiscreet Gentleman เป็นผลงานแนวบาโรกที่มีความแปลกมาก ศิลปินกล้าที่จะเอาเรื่องราวชีวิตประจำวันที่ดูผิดธรรมเนียมปฏิบัติมาสร้างสรรค์งานได้อย่างไม่ขัดเขิน นอกจากศิลปิน 2 คนนี้แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานจากศิลปินแนว Venetian School อีกชิ้นหนึ่งนั่นคือ Portrait of a Young Man as David โดย Tintoretto

David with the Head of Goliath โดย Giovanni Francesco Barbieri 

David with the Head of Goliathโดย Giovanni Francesco Barbieri หรือGuercino จิตรกรยุคบาโรกชาวอิตาลี ผลงานDavid with the Head of Goliath มาจากเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลตอนที่ ดาวิดเด็กเลี้ยงแกะบุตรชายคนเล็กของ Jesse ที่อาสากษัตริย์ซาอูลออกไปรบกับ Goliath มนุษย์ร่างใหญ่ เพราะเขาทนไม่ได้ที่ Goliath ดูหมิ่นพระเจ้า แม้เขาจะตัวเล็กกว่ามากก็ตาม เขาคิดว่าสรีระไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความกล้าหาญ สติปัญญาและศรัทธาต่อพระสัญญาของพระเจ้าที่จะช่วยเขาอย่างแน่นอนทำให้เขากล้าที่จะอาสาออกไปรบ ในที่สุด เขาสามารถใช้ปัญญาในการเอาชนะ Goliath ได้ ผลงาน David with theHead of Goliath จึงเป็นอีกหัวข้อที่ศิลปินชาวอิตาเลียนหลายหลายคนนิยมสร้างงานทั้งจิตรกรรมและประติมากรรม

Salome with the Head of Saint John The Baptist โดย Tiziano Vecellio หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Titian เขาเป็นศิลปิน Venetian ที่โด่งดังและโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค ความที่เขาเป็นคนที่มีฝีมือดีตั้งแต่วัยเยาว์ เขาจึงมีผู้อุปถัมภ์มากมายทั้งราชวงศ์ Habsburg และพระสันตะปาปาอีกทั้งเป็นคนอายุยืน เขาจึงมีผลงานแทบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือน ภาพทิวทัศน์ภาพที่เกี่ยวเนื่องกับนิยายปรัมปราและศาสนจักร ผลงานของเขาส่งอิทธิพลต่อศิลปินในยุคต่อมาอย่างมากด้วย Salome withthe Head of Saint John The Baptistเป็นเรื่องราวในพรคัมภีร์ไบเบิล New Testamentที่ Salome เต้นรำเป็นที่ถูกใจกษัตริย์เฮโรดพระองค์ต้องการให้รางวัลนาง อะไรก็ได้ตามใจปรารถนา นางเลยขอศีรษะของ St.John TheBaptist ที่ถูกขังคุกจากการวิจารณ์ความไม่เหมาะสมระหว่างการแต่งงานของกษัตริย์เฮโรดและพระนาง Herodias มารดาของ Salome เรื่องราวตอนนี้เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ศิลปินหลายคนนิยมสร้างสรรค์ แต่ Titian เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ได้อย่างงดงามและละเอียดลออที่สุดคนหนึ่งสังเกตได้จากแววตาและสร้อยพระศอของ Salomeรวมทั้งผมบนศีรษะของ St.John the Baptist

Salome with the Head of Saint John The Baptist โดย Tiziano Vecellio

Salome with the Head of Saint John The Baptist โดย Tiziano Vecellio

The Indiscreet Gentleman โดย Pietro Longhi

The Indiscreet Gentleman โดย Pietro Longhi

The Mystic Marriage of St.Catherine โดย Paolo Veronese

The Mystic Marriage of St.Catherine โดย Paolo Veronese

Portrait of a Young Man as David โดย Tintoretto

Portrait of a Young Man as David โดย Tintoretto

‘แอสเซทไวส์’ ชวนพันธมิตร ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้

‘แอสเซทไวส์’ ชวนพันธมิตร  ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้

‘แอสเซทไวส์’ ชวนพันธมิตร ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แอสเซทไวส์ และพันธมิตร ชวน “ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้ ลดฝุ่น” เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา 2568 เพื่อสนับสนุนการสร้างค่านิยมการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียว พร้อมกับลดขยะและPM2.5 ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยมี กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตรกลุ่มธุรกิจธนาคาร และกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง รวม 18 องค์กร ร่วมเป็นจิตอาสาเชิญชวนเวียนเทียนด้วยไม้ยืนต้น ไม้ประดับ ไม้สวนครัว และร่วมเวียนเทียน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568

กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย เป็นประธานจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล รายการ The Ambassador Cup 2025 รอบชิงชนะเลิศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาขี่ม้าโปโล และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ทูมูร์ อามาร์ซานา ออท.มองโกเลีย, มิลลิเซนต์ ครูซ-ปาเรเดส ออท.ฟิลิปปินส์, ฆาเบียร์ เด ซิกโก อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาประจำไทย, เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธาน กก.กลุ่มบ.คิง เพาเวอร์, พล.อ.วิรัตน์ นาคจู ผช.เลขาธิการ คณะกก.โอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และธัชนาถ ทองประกอบ รองผู้ว่าการ ฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ การกีฬาฯ ร่วมชมการแข่งขัน ณ สนามวีเอส สปอร์ตคลับ แอนด์ สยามโป โล ปาร์ค อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง นำโดย พิเชษฐ สิทธิอำนวย กก.ผอ.จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้านธุรกิจครอบครัวครั้งแรก สำหรับลูกค้าคนสำคัญที่เป็นเจ้าของธุรกิจครอบครัว นักลงทุน หรือทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ ผ่านงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “100 ปีธุรกิจครอบครัว” เพื่อมอบความรู้การบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมแนะนำแนวทางการจัดทำ “ธรรมนูญครอบครัว” หลักการสำคัญในการจัดการธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืน สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างราบรื่น โดยได้รับเกียรติจาก ปิยะ ซอโสตถิกุล กก.บริหาร หลักทรัพย์บัวหลวง และทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มซีคอน ผู้ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัวระดับประเทศ เช่น ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์, บริษัทรับสร้างบ้านซีคอน, รองเท้านันยาง ผงชูรสตราชฎา และโรงแรม Renaissance Phuket มาแบ่งปันประสบการณ์ตรงของตระกูลซอโสตถิกุล ที่ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปีซึ่งงานนี้ได้รับความสนใจจากลูกค้าเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมีทีมผู้บริหารของบริษัทให้การต้อนรับ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ