สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

14 มี.ค. 2568 20:23 น.

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

หายหน้าไม่รับงานอีเวนต์มา 2 เดือนกว่า สำหรับนักแสดงสาว โยโกะ อาภัสรา เลิศประเสริฐ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากซีรีส์แนว Girls’ Love (GL) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เรื่อง “เติมคำว่ารักในช่องว่าง” ที่เล่นคู่กับ ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน หรือ ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2016 ซึ่งในช่วงที่ โยโกะ ได้หายหน้าไป ทำเอาแฟนๆ ต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

ล่าสุด โยโกะ ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว เล่าปมเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งหมด ถึงขั้นปล่อยโฮ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า โยโกะ ต้องเก็บตัวเงียบ หลังถูกคุกคามจากผู้ไม่ประสงค์ดี ผ่านช่องทางโซเชียล จนลุกลามตามเฝ้าถึงที่ทำงานและที่พักส่วนตัว พร้อมทั้งยังรวมกลุ่มข่มขู่ทำร้ายร่างกาย อุกอาจถึงขั้นเอาชีวิต สร้างความเดือดร้อนทั้งร่างกายและจิตใจ และวิตกกังวลเป็นอย่างมาก โดย โยโกะ ได้เผยว่า

– เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ช่วงเวลาที่หายไป 2 เดือน เพราะตนยังไม่พร้อมออกมาพูด เพราะมันเป็นเรื่องที่หนักมากๆ และหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ต้องออกมาพูด

– ก่อนหน้านี้เป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง จึงไม่เคยระบายอะไรให้ใครได้รู้ เพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของทุกคน มีบ้างปัดผ่านแล้วเห็นบางคอมเมนต์ว่าโยดูสบายดี ดูไม่เป็นอะไร ดูร่าเริงปกติดี เพียงเพราะหนูไม่ได้ออกมาร้องไห้ต่อหน้าทุกคน

– คิดว่าโยจะสบายดีไหมกับการโดนขู่ฆ่า ขู่ทำร้าย ถึงโยจะไม่ได้เปิดอ่าน แต่ก็มีเพื่อนที่หนูแทบจะไม่ได้คุยกันเลย ทักมาถามว่าโอเคไหม มีคนส่งคำขู่ฆ่าโยไปที่เพื่อนของหนู สิ่งเหล่านี้มันมากเกินกว่าที่โยจะรับไหว

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

– ขอพูดถึง พี่ฝ้าย เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งล่าสุดที่เจอพี่ฝ้ายแทบไม่ได้คุยอะไรกัน แต่พี่ฝ้ายได้พูดกับหนูมาว่า เราจบกันด้วยดี ด้วยการแยกย้ายกันไปเติบโต ไม่อยากให้พาดพิงอะไรกันอีก ซึ่งโยก็คิดแบบนั้นเช่นกัน วอนอย่าเอาคำพูดของหนูไปเติมแต่ง คิดกันไปเองแล้วเอาไปโจมตีพี่ฝ้ายหรือใครอีกเลย

– โยยอมรับว่า เคยชอบพี่ฝ้ายจริงๆ เรื่องนี้มันเคยเกิดขึ้นจริง แต่พอวันที่มันจบลงแล้วหนูก็ถอยออกมา ตอนที่ชอบพี่ฝ้าย โยพยายามจะเลี่ยงคำว่าพี่น้องเพราะในตอนนั้นโยไม่อยากเป็น ณ ตอนนั้น

– ตอนที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ โยก็ได้ถอยออกมา ทุกคนก็รู้เพราะหนูบอกว่าเป็นพี่น้องกัน ตอนที่คิดกับพี่ฝ้าย โยไม่เคยพูดว่าเป็นพี่น้อง แต่พอเป็นไปไม่ได้ หนูได้เปลี่ยนความรู้สึกรักมาเป็นพี่น้องร่วมวงการ พี่ฝ้ายยังเป็นคนที่โยรักมากๆ และเคารพมากๆ

– พี่ฝ้ายเคยพูดไว้ว่าพี่ฝ้ายไม่เคยทิ้งใครก่อน ใช่ค่ะ พี่ฝ้ายไม่เคยทิ้งใครก่อนเลย และโยก็ไม่เคยทิ้งใครก่อนเหมือนกัน โยไม่สามารถบังคับให้ใครอยู่ต่อกับโยได้ และไม่มีใครบังคับให้โยไปได้เหมือนกัน ทุกคนเคารพการตัดสินใจของกันและกัน โยเคารพการตัดสินใจของทุกคน เข้าใจความรู้สึกของทุกคน ทุกคนคงเจ็บปวดที่สนับสนุนพวกเรามามาก โยขอบคุณและโยรับรู้ได้จริงๆ มันถึงเป็นเรื่องที่ยากมากในวันนี้

– ไม่มีใครแยกคู่กันได้ถ้าเขาอยากจะอยู่กัน วันนี้ในเมื่อพี่ฝ้ายยุติสัญญากับทางค่าย ทุกคนจะให้ตนทำอย่างไรต่อ มีคนบอกให้หนูออกไปอยู่กับพี่ฝ้าย โยถามหน่อยให้โยออกไปอยู่ในฐานะอะไร

– มีคนบอกว่าให้โยออกไปอยู่ข้างนอกเพราะมีความสามารถ ขอถามว่า ให้โยไปไหน จริงอยู่ที่มาถึงทุกวันนี้ได้มีองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือความสามารถที่โยพยายามจะพัฒนาให้ทุกคนได้เห็น แต่ความสามารถนั้นถ้าไม่มีผู้ใหญ่ให้โอกาสเราจะมีโอกาสได้รู้จักกันเหมือนทุกวันนี้ ทุกคนมีเรื่องผิดพลาดกันได้ แต่จะมีสักกี่คนที่จะมีโอกาสได้แก้ตัวให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น

– วันนี้พี่ฝ้ายไปได้ดีแล้ว รู้สึกภูมิใจในตัวเขามาก ตลอดเวลาที่ร่วมงานกันไม่มีสักครั้งที่เราคิดร้ายต่อกันเลย วันนี้แค่ต่างแยกทางไปเติบโตในทางตัวเอง เป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว ขอร้องอย่าโจมตีใครเด็ดขาด เราแยกจากกันโดยสมบูรณ์ เติบโตคนละทางในทางที่ดี

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

– ส่วนร้านของพี่ฝ้ายเป็นของพี่เขาคนเดียว โยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความสำเร็จนี้เป็นของเขาคนเดียวโดยที่โยไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรเลย เขาคือคนที่ทำให้มันประสบความสำเร็จ ไม่ต้องมาให้เครดิตอะไรโย

– ถ้าโยรู้ว่าใครได้รับผลกระทบจากคำพูดโย โยคงแตกสลายค่ะ มันไม่มีใครผิด ทุกคนแค่เติบโต และไม่เคยคุยเรื่องการแยกคู่กับพี่ฝ้ายเหมือนที่หลายคนเข้าใจ โยรู้พร้อมทุกคน

– ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย โยโกะ บอกว่า มีคนบางกลุ่มพูดว่าสะใจมาก ดีใจมากที่อีเวนต์ค่ายล่ม ทุกคนลืมอ่านต่อหรือเปล่าที่โยลงเพราะโยโดนขู่ทำร้าย ถูกขู่ฆ่า ไม่ได้ขอในฐานะศิลปินแต่จะขอในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งได้ไหม มันไม่สนุกหรอกที่ต้องนอนฝันร้ายทุกคืน กินข้าวแล้วก็ต้องอ้วกออกมา นอนแล้วก็ตื่นหลายรอบ ลงจากที่พักก็เจอคนตาม ครอบครัวโดนขู่ คนรอบข้างที่สนิทและไม่สนิทโดนกันหมดเพราะโย โยจะทำอะไรได้บ้าง

– โยโกะ บอกต่ออีกว่า ตนเองไม่เคยทำผิดกฎค่ายเลยสักข้อ เป็นเด็กดีมาตลอด ถ้าตนถูกบังคับให้อยู่ตนจะยังเป็นเด็กดีแบบนี้ไหม ขอสัญญาถ้าวันไหนที่ตนไม่โอเค ถูกทำร้ายจนเกินไปตนจะออกมากรี๊ดตรงนี้เลย

– โยไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น โยเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องทำมาหากิน ต้องไปต่อ ในเมื่อแพลนนี้มันพลาด ยังไงเราก็ต้องไปต่อให้ได้ แล้วจะให้ทำยังไงคะ โยมีบริษัทของโยเอง โยมีพนักงานที่ต้องดูแล มีครอบครัว มีพ่อ มีแม่ มีพี่สาว ถ้าโยคนนี้เป็นอะไรขึ้นมา คนอื่นจะไปต่อยังไง

– ไม่มีใครสามารถเอาโทรศัพท์โยไปได้ มันคือสิทธิขั้นพื้นฐาน พื้นฐานการศึกษาของโยและครอบครัวสามารถพิจารณาได้ว่าอะไรที่ควรจะยอม อะไรที่ควรจะไม่ยอม โยอยู่มาหลายค่ายมาก โยอ่านสัญญามาไม่รู้ต่อกี่สัญญา ถ้ามันไม่แฟร์จริงจะเซ็นทำไม

– ทุกคนทำงานเพื่ออยู่ เพื่อใช้ชีวิต เรามีแพชชั่นได้แต่ชีวิตเราก็ดำเนินด้วยเงินเหมือนกัน จะให้โยออกมาพูดว่าอยู่เพื่อความรัก ความฝันทุกอย่าง ตามใจโย เรื่องจริงชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น โยมีภาระที่ต้องแบก ส่งตัวเองเรียน ดูแลชีวิต ค่าใช้จ่ายของตัวเอง ทุกคนมีภาระ

– อาจจะดูว่าลุคโยเป็นผู้หญิงอ่อนโยน ดูน่ารัก ตรงนี้โยขอเรียกว่ากาลเทศะ จริงๆ แล้วโยสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คนอื่นคิด เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็จะน่ารักอ่อนน้อม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ต้องสู้เพื่อตัวเองโยก็ทำเหมือนกัน

– ตอนนี้โยได้เลือกอนาคตของตัวเองแล้ว หวังว่าแฟนๆ จะเคารพการตัดสินใจของตน การบอยคอตค่ายเท่ากับการบอยคอตตน หนูทำงานหนูได้เงิน ในฐานะศิลปินเดี่ยว โยจะพัฒนาปรับในเรื่องที่ยังไม่ดี ทั้งในเรื่องความสามารถและอารมณ์ ขอให้ทุกคนโฟกัสที่ผลงานของโย

– ถ้าวันนี้ไม่มีทุกคนอยู่เคียงข้าง ตนก็ไม่รู้ว่าตนจะกล้าออกมาพูดตรงนี้ไหม แค่เดินออกจากบ้านยังกลัวเลย โยเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องสู้เพื่อชีวิตเหมือนกัน

– ทางด้านค่าย NineStar Studios ค่ายต้นสังกัดของ โยโกะ ได้ออกมาเผยว่า บริษัทและโยโกะโดนข่มขู่จากผู้ไม่หวังดีในหลายทิศทาง ไม่ว่าจะส่งข้อความหาคนรอบตัว ข่มขู่โดยตรงผ่านโซเชียล ขู่ผู้บริหารและพนักงานบริษัท โดนส่งพวงหรีดไปที่บริษัท มีการจ้างรถเครื่องเสียงมาก่อกวนหน้าบริษัท ทางบริษัทได้เก็บรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย

– เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหนักในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา การคุกคามในโซเชียลมีเดียนำไปสู่การยกเลิกงานต่างๆ ของศิลปิน ซึ่งถือเป็นการทำร้ายศิลปิน โดยที่ศิลปินไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ที่กระทบตัวศิลปินหนักๆ เลยคือ ส่งอีเมลไปบอกแบรนด์ต่างๆ ว่าการจะจ้างศิลปินคนนี้คิดดีแล้วใช่ไหม ทำให้หลายงานได้ยกเลิกไปจริงๆ และมีอีกหลายงานที่กำลังมีปัญหาแบบนี้อยู่

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

– เมื่อถามว่าต้นเหตุมาจากอะไร ทางค่ายเผยว่า ยังไม่รู้ แต่น่าจะเริ่มต้นจากที่มีข่าวออกมาว่าค่ายจะจับ ฝ้าย พีรญา แยกคู่กับโยโกะ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากกับวงการเกิร์ลเลิฟ

– และความเสียหายของบริษัททั้งหมดในช่วง 2-3 เดือนนี้คร่าวๆ ก็ 8 หลักที่ไม่ใช่ 8 หลักต้นๆ

– ส่วนที่ถูกมองว่า ทางค่ายเอาเข้าไปคุมโซเชียลของศิลปิน ทำคนเข้าใจผิดไปได้ขนาดว่า ศิลปินถูกกักขัง ถูกบังคับ ถูกควบคุม ถูกค่ายแย่งโทรศัพท์ของศิลปินไปตอบข้อความเอง สิ่งที่ค่ายดูแลศิลปินในส่วนของโซเชียล คือการที่ศิลปินส่งรูปพร้อมลงแคปชั่นมาให้ดู เพื่อช่วยดู ว่าสิ่งที่จะออกไปจะไม่ขัดกับภาพลักษณ์ของสินค้าที่ศิลปินรับหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วทุกอย่างศิลปินคิดหมด ค่ายไม่ได้ไปแก้ไข ไม่ได้ห้าม และขอเปลี่ยนข้อความเลย

– ส่วนเรื่องประเด็นการจับแยกคู่ระหว่าง โยโกะ กับ ฝ้าย ไม่จริง ค่ายไม่มีความคิดจะจับศิลปินแยกออกจากการเป็นคู่ การเป็นคู่มีผลดีกว่ามาก ค่ายจะทุบหม้อข้าวตัวเองทำไม

– เรื่องการจับคู่จิ้นใหม่ให้โยโกะ ก็ไม่มีแน่นอน เพราะจากนี้โยโกะจะเป็นศิลปินเดี่ยว

– เรื่องการชอบกันของทั้งฝ้ายและโยโกะเขาเป็นมืออาชีพพอ การชอบกันไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิด เป็นเรื่องที่นานมากแล้ว น้องยังทำงานด้วยกันมาตลอด ถามว่าค่ายรับรู้ไหม ค่ายก็รับรู้ความรู้สึกของทั้งสองคน

– ส่วนเรื่องสัญญาศิลปินทั้งของฝ้ายและโยโกะ ไม่ใช่สัญญาทาส ไม่มีค่าฉีกสัญญา 50 ล้าน แม้แต่บาทเดียวก็ไม่มี

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัว การรักษาคืบหน้า-ลดใช้เครื่องช่วยหายใจ

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัว การรักษาคืบหน้า-ลดใช้เครื่องช่วยหายใจ

16 มี.ค. 2568 06:01 น.

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัว การรักษาคืบหน้า-ลดใช้เครื่องช่วยหายใจ

อาการประชวรของโป๊ปฟรานซิสโดยรวมยังทรงตัว แต่การรักษามีความคืบหน้า และความจำเป็นของการใช้เครื่องช่วยหายใจตอนกลางคืนลดลง

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อคืนวันที่ 15 มี.ค. 2568 ระบุว่า อาการทางคลินิกของพระองค์ยังคงทรงตัว ยืนยันความคืบหน้าในการรักษาที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การบำบัดด้วยออกซิเจนการไหลสูงยังดำเนินต่อไป แต่ความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไม่สอดท่อในตอนกลางคืนค่อยๆ ลดลง

แถลงการณ์ระบุอีกว่า โป๊ปฟรานซิสยังคงต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์จากโรงพยาบาล รวมถึงการกายภาพบำบัดและการบำบัดทางเดินหายใจ ซึ่งการบำบัดเหล่านี้แสดงให้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สำนักงานฝ่ายสื่อของวาติกันแจ้งต่อนักข่าวด้วยว่า โป๊ปฟรานซิสใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการรักษา, สวดมนต์ภาวนา, พักผ่อน และทรงงาน โดยในวันเสาร์ (15 มี.ค.) พระองค์ลงนามอนุมัติแผนปฏิรูปคริสตจักรคาทอลิกระยะเวลา 3 ปี ซึ่งรวมถึงการเพิ่มบทบาทของผู้หญิงในคริสตจักร ทั้งในการบริหารและการตัดสินใจ

ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ประทับที่โรงพยาบาลเจเมลลีเป็นวันที่ 28 แล้ว หลังจากพระองค์เข้าโรงพยาบาลเมื่อ 14 ก.พ. ซึ่งผลการตรวจพบว่า พระองค์มีอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง แต่พระองค์มีอาการทรงตัวในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. วาติกันระบุว่า ผลตรวจเลือดและการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาของโป๊ปฟรานซิสเป็นบวก ส่งผลให้แพทย์ยกเลิกคำวินิจฉัยโรคแบบ “ระมัดระวัง” ก่อนหน้านี้ ซึ่งหมายความว่าพระองค์ไม่ได้อยู่ในอันตรายร้ายแรงอีกต่อไปแล้ว

ต่อมาในวันศุกร์ที่ 14 มี.ค. โป๊ปฟรานซิสสามารถเดินจากเตียงไปที่เก้าอี้ที่พระองค์นั่งพักในระหว่างวันได้ โดยบางครั้งต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และบางครั้งสามารถเดินเองได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : vaticannews

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มกบฏฮูตี ตอบโต้โจมตีเรือในทะเลแดง

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มกบฏฮูตี ตอบโต้โจมตีเรือในทะเลแดง

16 มี.ค. 2568 05:35 น.

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มกบฏฮูตี ตอบโต้โจมตีเรือในทะเลแดง

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนแล้ว ตอบโต้การโจมตีเรือสินค้ากับกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลแดง

เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงและเด็ดขาดเข้าใส่กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมนแล้ว เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง และโจมตีกองทัพสหรัฐฯ

“พวกอันธพาลฮูตีผู้ได้รับทุนจากอิหร่าน ยิงมิสไซล์เข้าใส่อากาศยานของสหรัฐฯ และเล็งเป้าหมายมาที่กองทัพและพันธมิตรของเรา” นายทรัมป์ระบุในข้อความที่โพสต์ผ่าน Truth Social พร้อมเสริมว่า การปล้นเรือในทะเล, ความรุนแรง และการก่อการร้ายของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ สร้างความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ และทำให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง

ด้านกระทรวงกลาโหมในเยเมนซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮูตี ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ บาดเจ็บอีก 9 ราย

ทั้งนี้ กบฏฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน รวมถึงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเอาไว้ และจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารปกครอง แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมนานาชาติ

พวกเขาเริ่มโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงหลังจากอิสราเอลเริ่มทำสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเมื่อเดือนตุลาคม 2566 โดยอ้างว่าจะโจมตีเรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล แต่ที่ผ่านมา มีเรือหลายลำถูกโจมตีทั้งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอล ฮูตียังประกาศด้วยว่า พวกเขาจะโจมตีต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าสงครามนี้จะจบลง

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์กล่าวในวันเสาร์ที่ 15 มี.ค.ว่า สหรัฐฯ จะไม่อดทนต่อการโจมตีดังกล่าว “เราจะใช้ขุมกำลังที่ท่วมท้นถึงตายจนกว่าเราจะบรรลุเป้าหมาย”

นายทรัมป์กล่าวว่า นานกว่า 1 ปีแล้วที่เรือติดธงชาติสหรัฐฯ ไม่ได้เดินทางผ่านคลองสุเอซ (ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลแดง) อย่างปลอดภัย และเป็นเวลา 4 เดือนแล้วที่เรือรบของสหรัฐฯ ต้องเดินทางผ่านน่านน้ำระหว่างแอฟริกาตะวันออกและคาบสมุทรอาราเบีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ด้วยว่า หากฮูตีไม่หยุดการโจมตี “นรกจะถาโถมเข้าใส่พวกคุณ อย่างที่พวกคุณไม่เคยเห็นมาก่อน”

อนึ่ง การโจมตีของกบฏฮูตีส่งผลให้บริษัทขนส่งทางทะเลขนาดใหญ่หลายเจ้า ต้องหยุดใช้ทะเลแดงเป็นเส้นทางขนส่ง และใช้เส้นทางอ้อมแอฟริกาตอนใต้ซึ่งมีระยะทางไกลกว่าแทน

นายทรัมป์ยังเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการสนับสนุนกลุ่มฮูตี พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ จะให้อิหร่านรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และไม่ใจดีเหมือนรัฐบาลชุดก่อนของนายโจ ไบเดน ซึ่งนายทรัมป์กล่าวหาว่า อ่อนแอและปล่อยให้กลุ่มฮูตีอาละวาดอย่างไม่มีการควบคุม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐบาลทรัมป์ เล็งจำกัดพลเรือน 41 ประเทศเข้าสหรัฐฯ แบ่ง 3 ระดับ

รัฐบาลทรัมป์ เล็งจำกัดพลเรือน 41 ประเทศเข้าสหรัฐฯ แบ่ง 3 ระดับ

16 มี.ค. 2568 03:49 น.

รัฐบาลทรัมป์ เล็งจำกัดพลเรือน 41 ประเทศเข้าสหรัฐฯ แบ่ง 3 ระดับ

รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาออกมาตรการจำกัดพลเรือนจากหลายสิบประเทศไม่ให้เข้าสหรัฐฯ โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มที่มีข้อจำกัดแตกต่างกันไป

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวกับเอกสารภายในรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณามาตรการจำกัดการเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ ของพลเรือนจาก 41 ประเทศ โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มซึ่งจะได้รับผลกระทบแตกต่างกัน

กลุ่มแรกประกอบด้วย 10 ประเทศรวมถึง อัฟกานิสถาน, อิหร่าน, ซีเรีย, คิวบา และเกาหลีเหนือ จะถูกระงับวีซ่าทั้งหมด

กลุ่มที่ 2 มี 5 ประเทศได้แก่ เอริเทรีย, เฮติ, ลาว, เมียนมา และซูดานใต้ จะถูกระงับบางส่วน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวีซ่านักท่องเที่ยว, วีซ่านักเรียน และวีซ่าผู้อพยพอื่นๆ โดยมีข้อยกเว้นบางประการ

ส่วนกลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย 26 ประเทศ รวมถึง เบลารุส, ปากีสถาน และเติร์กเมนิสถาน จะถูกระงับการออกวีซ่าเข้าสู่สหรัฐฯ หากรัฐบาลของพวกเขาไม่พยายามแก้ไขข้อบกพร่องหลายๆ อย่างภายใน 60 วัน

ด้านแหล่งข่าวระบุว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล รวมถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และรายการเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ทั้งนี้ แผนการล่าสุดทำให้ย้อนนึกถึงการปกครองสมัยแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขาสั่งแบนห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมขนาดใหญ่เดินทางเข้าสหรัฐฯ นำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายนานหลายปี จนกระทั่งศาลสูงสุดตัดสินให้สามารถบังคับใช้มาตรการได้ในปี 2561

ในวันแรกที่โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 เมื่อ 20 ม.ค. 2565 เขาลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมของชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อดูว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่

คำสั่งดังกล่าวยังสั่งให้สมาชิกคณะรัฐมนตรีหลายคนเสนอรายชื่อประเทศต่างๆ ที่พวกเขาคิดว่าควรห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ บางส่วนหรือเต็มรูปแบบ เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยและการคัดกรองของประเทศเหล่านี้ไม่เพียงพอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reutrers

ผู้นำ UK เผย เตรียมเริ่มแผนทางทหารเพื่อปกป้องการหยุดยิงในยูเครน

ผู้นำ UK เผย เตรียมเริ่มแผนทางทหารเพื่อปกป้องการหยุดยิงในยูเครน

16 มี.ค. 2568 02:37 น.

ผู้นำ UK เผย เตรียมเริ่มแผนทางทหารเพื่อปกป้องการหยุดยิงในยูเครน

นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรกล่าวหลังประชุมร่วมกับผู้นำโลกหลายสิบประเทศว่า แผนทางทหารเพื่อปกป้องการหยุดยิงที่อาจเกิดขึ้นในยูเครนกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวหลังจากเขาประชุมร่วมกับผู้นำโลก 29 ประเทศในวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. 2568 ว่า แผนทางทหารเพื่อปกป้องการหยุดยิงที่อาจเกิดขึ้นในยูเครน กำลังก้าวเข้าสู่ “ระยะปฏิบัติการ” (operational phase) แล้ว

เซอร์สตาร์เมอร์ระบุว่า ผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ จะมารวมตัวกันในสหราชอาณาจักรในวันพฤหัสบดีนี้ (20 มี.ค.) เพื่อเดินหน้าแผนเชิงปฏิบัติ ว่าพวกเขาจะทำอะไรได้บ้างเพื่อสนับสนุนเบื้องหลังข้อตกลงสันติภาพ และรับประกันความมั่นคงในอนาคตของยูเครน

“เราจะสร้างการป้องกันและกองทัพของยูเครน และเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนกำลังในฐานะ ‘แนวร่วมกลุ่มประเทศที่เห็นพ้องต้องกัน’ ในกรณีที่เกิดข้อตกลงสันติภาพ เพื่อช่วยเหลือยูเครนป้องกันดินแดนภาคพื้นดิน, ทะเล และอากาศ” แถลงการณ์ของเซอร์ สตาร์เมอร์ระบุ

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากยูเครนยอมรับข้อเสนอหยุดยิง 30 วันที่สหรัฐฯ เป็นผู้เสนอ ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แสดงท่าทีเห็นด้วยว่าการต่อสู้ต้องยุติ แต่ยังไม่ยอมรับการหยุดยิง โดยระบุว่ามีเงื่อนไขหลายอย่างที่ต้องเกิดขึ้นก่อนเพื่อให้เกิดสันติภาพ

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนผู้เข้าร่วมการประชุมกับเซอร์สตาร์เมอร์ด้วยกล่าวว่า “จำเป็นต้องมีการกดดันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การพูดคุย”

“โลกต้องเข้าใจว่ารัสเซียคืออุปสรรคเดียวที่ขัดขวางไม่ให้เกิดสันติภาพ” เซเลนสกีกล่าว “เส้นทางสู่สันติภาพต้องเริ่มขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไข หากรัสเซียไม่ต้องการสิ่งนี้ การกดดันที่รุนแรงก็ยังต้องดำเนินต่อไปจนกว่าพวกเขาจะทำ มอสโกเข้าใจเพียงภาษาเดียวเท่านั้น”

เขายังเรียกร้องให้ชาติยุโรปผลิตอาวุธของตัวเองโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเจรจากับสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อบรรลุข้อตกลงให้เร็วขึ้นผ่านการคว่ำบาตรอย่างเต็มรูปแบบ, การกดดันอย่างรุนแรง และการบีบให้รัสเซียหยุดการต่อสู้

ด้านเซอร์ สตาร์เมอร์ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า เหล่าผู้นำเห็นชอบร่วมกันในวันเสาร์ว่าหากปูตินยังปฏิเสธที่จะหยุดยิงในทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข พวกเขาก็จำเป็นต้องยกระดับการกดดันเพื่อโน้มน้าวให้ผู้นำรัสเซียมาร่วมโต๊ะเจรจา

“และเพื่อการนี้ เราจะเร่งการสนับสนุนทางทหาร กระชับการคว่ำบาตรรายได้ของรัสเซียให้แน่นขึ้น และหาช่องทางทางกฎหมายทั้งหมดต่อไป เพื่อทำให้แน่ใจว่ารัสเซียจะชดใช้ค่าเสียหายที่พวกเขาได้กระทำต่อยูเครน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทอร์นาโดถล่มหลายรัฐในภาคกลาง-ใต้ของสหรัฐฯ ดับแล้ว 18 ศพ

ทอร์นาโดถล่มหลายรัฐในภาคกลาง-ใต้ของสหรัฐฯ ดับแล้ว 18 ศพ

16 มี.ค. 2568 01:24 น.

ทอร์นาโดถล่มหลายรัฐในภาคกลาง-ใต้ของสหรัฐฯ ดับแล้ว 18 ศพ

พายุทอร์นาโดหลายสิบลูกพัดถล่มเมืองต่างๆ ในรัฐภาคกลางและภาคใต้ของสหรัฐฯ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 18 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มในหลายพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 18 ศพ ในขณะที่พยากรณ์อากาศเตือนว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายลงในหลายรัฐตลอดวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

ตามการเปิดเผยของหน่วยจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินรัฐอาร์คันซอ พายุทอร์นาโดทำให้มีผู้เสียชีวิตภายในรัฐของพวกเขาแล้ว 3 ศพ บาดเจ็บอีก 29 ราย โดยย้ำว่านี้เป็นเพียงข้อมูล “เบื้องต้น” เท่านั้น

ขณะที่ตำรวจทางหลวงรัฐมิสซูรียืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 11 ศพหลังพายุทอร์นาโดพัดถล่มเมืองโอซาร์ก, บัตเลอร์, เวย์น และเจฟเฟอร์สัน ทำให้บ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหาย ส่วนที่โอกลาโฮมา ผู้ว่าการรัฐเปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิต 1 ศพบนถนนสายหนึ่ง

ด้านรัฐเท็กซัส สำนักงานความปลอดภัยสาธารณะรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ศพในเหตุรถชนกันระหว่างเกิดพายุฝุ่นในเขตอามาริลโลเคาน์ตี

พยากรณ์อากาศสหรัฐฯ ออกคำสั่งเฝ้าระวังทอร์นาโดในรัฐมิสซิสซิปปี, พื้นที่ทางตะวันออกของรัฐลุยเซียนา และพื้นที่ทางตะวันตกของรัฐเทนเนสซี นอกจากนั้นยังเตือนภัยพายุทอร์นาโดในรัฐมิสซูรี หลังเกิดทอร์นาโดนับสิบลูกพัดถล่มหลายพื้นที่ภายในเวลา 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ ไล่เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ ชี้เกลียดทรัมป์-ไม่เป็นที่ต้อนรับแล้ว

สหรัฐฯ ไล่เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ ชี้เกลียดทรัมป์-ไม่เป็นที่ต้อนรับแล้ว

15 มี.ค. 2568 23:58 น.

สหรัฐฯ ไล่เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ ชี้เกลียดทรัมป์-ไม่เป็นที่ต้อนรับแล้ว

สหรัฐฯ สั่งขับไล่เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ประจำวอชิงตันออกจากประเทศแล้ว โดยกล่าวหาว่าเกลียดอเมริกาและโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. 2568 สำนักงานประธานาธิบดีแห่งประเทศแอฟริกาใต้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการขับไล่นายเอบราฮิม ราซูล เอกอัครราชทูตของพวกเขาประจำสหรัฐฯ ออกจากประเทศนั้น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่ยืนยันว่าแอฟริกาใต้ยังตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับสหรัฐฯ

การตัดสินใจขับไล่นายราซูลเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ผู้นี้ไม่เป็นที่ต้อนรับในสหรัฐฯ แล้ว

“นายราซูลเป็นนักการเมืองผู้ส่งเสริมการเหยียดเชื้อชาติ ผู้เกลียดอเมริกาและเกลียดประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา” ข้อความของนายรูบิโอระบุ “เราไม่มีอะไรจะหารือกับเขา ดังนั้นเขาจึงถูกพิจารณาให้เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์”

ทั้งนี้ การขับไล่เอกอัครราชทูต ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสหรัฐฯ ตอกย้ำเรื่องความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับพริทอเรีย หลังจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งระงับความช่วยเหลือที่มอบให้แก่แอฟริกาใต้ อ้างว่าชาติแอฟริกาแห่งนี้มีกฎหมายที่อนุญาตให้ยึดที่ดินไปจากชาวสวนผิวขาวได้

สัปดาห์ก่อน นายทรัมป์เพิ่มความตึงเครียดขึ้นไปอีก ด้วยการกล่าวว่า ชาวสวนแอฟริกาใต้กับครอบครัวที่ต้องการหนีจาก “ประเทศนั้น” ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย จะได้รับเชิญให้เข้าสู่สหรัฐอเมริกา และเข้าสู่กระบวนการมอบสัญชาติอย่างรวดเร็ว

อนึ่ง เรื่องเจ้าของที่ดินเป็นปัญหาเรื้อรังในแอฟริกาใต้มาตลอด เนื่องจากพื้นที่การเกษตรเกือบทั้งหมดถูกครอบครองโดยคนผิวขาวมานานกว่า 3 ทศวรรษหลังสิ้นสุดยุคการแบ่งแยกสีผิว และรัฐบาลแอฟริกาใต้อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักให้หาทางปฏิรูปเรื่องนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เครื่องบินเจ็ทกองทัพจีนตกขณะซ้อม เคราะห์ดีนักบินดีดตัวหนีทัน

เครื่องบินเจ็ทกองทัพจีนตกขณะซ้อม เคราะห์ดีนักบินดีดตัวหนีทัน

15 มี.ค. 2568 23:24 น.

เครื่องบินเจ็ทกองทัพจีนตกขณะซ้อม เคราะห์ดีนักบินดีดตัวหนีทัน

เครื่องบินเจ็ทของกองทัพเรือจีนตกระหว่างบินฝึกซ้อม เคราะห์ดีนักบินสามารถดีดตัวหนีออกมาได้ทัน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาสาเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินขับไล่จากกองบัญชาการภาคพื้นภาคใต้ ของกองทัพเรือจีน ตกในพื้นที่แจ้งบนเกาะไห่หนาน ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. 2568 ทำให้เครื่องบินเสียหายยับเยิน แต่นักบินดีดตัวหนีออกมาได้ทัน และไม่มีความเสียหายอื่นๆ บนพื้นดิน

หลังเกิดเหตุ กองบัญชาการภาคพื้นภาคใต้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ตก และกองทัพเรือกำลังจัดการเรื่องผลที่ตามมา

ทั้งนี้ กองบัญชาการภาคพื้นภาคใต้ดูแลพื้นที่อ่อนไหวที่สุดของจีนหลายแห่งรวมถึง ทะเลจีนใต้ ซึ่งสถานการณ์คุกรุ่นอย่างหนัก เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างเรือของจีนกับเรือของฟิลิปปินส์หลายครั้ง บริเวณแนวปะการังกับหมู่เกาะพิพาท ที่ทั้งสองฝ่ายต่างแย่งชิงความเป็นเจ้าของกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘ธรรมนัส’ขนทัพ ‘สส.กล้าธรรม’ ลุย ‘บึงกาฬ’ รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ ‘กษ.’ ไม่โดนปรับครม.

'ธรรมนัส'ขนทัพ'สส.กล้าธรรม'ลุย'บึงกาฬ'รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ'กษ.'ไม่โดนปรับครม.

‘ธรรมนัส’ขนทัพ’สส.กล้าธรรม’ลุย’บึงกาฬ’รับฟังปัญหาชาวสวนยาง มั่นใจ’กษ.’ไม่โดนปรับครม.

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.44 น.

‘ธรรมนัส’ขนทัพ’สส.กล้าธรรม’ลุย’บึงกาฬ’รับฟังปัญหาชาวสวนยาง เชื่อไม่ปรับ ครม.ของก.เกษตรฯ เหตุทำงานได้ดีอยู่แล้ว 

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยาและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส.ของพรรค อาทิ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรค,นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี และเหรัญญิกพรรค,นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด,นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense (ใบร่วงชนิดใหม่) ในยางพารา เนื่องมีการแพร่ระบาดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดเลย อยู่ในขณะนี้

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวกับเกษตรกรช่วงหนึ่งว่า “ราคายางพาราสูงขึ้น เกิดขึ้นในสมัยพรรคกล้าธรรม และตนสนับสนุนนโยบายโฉนดต้นยางสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพารา ซึ่งตนเคยทำไว้ในสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำไปสานต่อ ตนก็ยินดีมาก เพราะชาวสวนยางจะได้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อไปขอสินเชื่อจากธนาคาร เกษตรกรชาวสวนยางจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึง นโยบายการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ว่า ตนเคยปราศรัยหาเสียงว่า จะเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนด ภายในกรอบระยะเวลาที่เป็นรัฐบาล หลายคนดูถูกว่า เป็นไปไม่ได้ แต่ตนและอาจารย์นฤมลก็ทำให้เห็นแล้ว 

”คำว่าโฉนดเพื่อการเกษตรต่างกับ ส.ป.ก.4-01 ราวกับฟ้ากับดิน มูลค่าสูงขึ้น สิทธิที่ดินมีมากมาย แล้วตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรี เราก็ได้ทำแล้ว อาจารย์นฤมลก็มาสานต่อ อยากฝากเกษตรกรทุกคนว่า เมื่อได้โฉนดและจะต้องรักให้มาก ๆ อย่าปล่อยให้วิ่งไปที่ ธกส. และยังไปขายให้นายทุน 

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พรรคเราไม่เหมือนพรรคอื่น เราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ตนในฐานะครอบครัว ได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ดูแล สส.ทุกคนเป็นกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นเราจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องมาคุยกัน แต่ตนเชื่อว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะไม่มีการปรับ เพราะเราทำงานได้ดีอยู่แล้ว

‘นฤมล’ประกาศคิกออฟ’โครงการโฉนดต้นยาง’ 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

'นฤมล'ประกาศคิกออฟ'โครงการโฉนดต้นยาง' 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

‘นฤมล’ประกาศคิกออฟ’โครงการโฉนดต้นยาง’ 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

‘นฤมล’ยกคณะกระทรวงเกษตรฯ พบชาวสวนยาง จ.บึงกาฬ เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วง พร้อมประกาศคิกออฟ’โครงการโฉนดต้นยาง’ 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจกครบ 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมหลักสูตร การส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum saimense(ใบร่วงชนิดใหม่) 

โดย นางนฤมล กล่าวว่า จ.บึงกาฬ มีรายได้กว่า 60% มาจากยางพารา ราคายางพาราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรมการยางก็จะทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไป รวมถึงทีมพญานาคราช ก็จะออกปราบปรามยางเถื่อนต่อเนื่อง เราจะไม่ยอมให้ยางพาราจากประเทศอื่นมาเป็นปัจจัยทำให้ราคายางพาราในประเทศไทยตกต่ำลง ทั้งนี้ หากประชาชาพบการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อน ขอให้แจ้งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯและเราจะกวาดล้างทันที 

“กระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้ราคาพืชผลทางเกษตรชนิดอื่น ๆ มีการปรับขึ้นราคาขึ้นเช่นเดียวกับ ยางพารา ไม่ว่าจะเป็น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม แต่ที่เราทำให้ราคายางพาราขึ้นสำเร็จก่อน เนื่องจากยางพาราอยู่ในการดูแลกำกับของกระทรวงเกษตรฯ เพราะเรามีการยางแห่งประเทศไทยอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ จึงทำให้หน่วยงานอื่น ๆ ของเราสามารถบูรณาการการทำงานเข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว และเบ็ดเสร็จ แต่สำหรับราคาข้าว ถึงเราจะมีกรมการข้าว แต่การกำหนดนโยบายตลาด และราคา เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นผู้กำกับดูแล เช่นเดียวกับมันสำปะหลัง ก็มีคณะกรรมการนโยบายมัน อยู่กับกระทรวงพาณิชย์ ส่วนปาล์มน้ำมันก็เป็นของกระทรวงพลังงาน อ้อยก็ไปอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งใจจริงเราอยากจะดึงทุกอย่างมาดูแลแบบเบ็ดเสร็จ แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้” นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ในส่วนของยางพารา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนปฎิบัติตามกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อให้เขารู้ว่า เราไม่ได้ไปบุกรุกป่า ซึ่งตอนนี้มีเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 11.17 ล้านไร่ เหลืออีก 4 ล้านไร่ ที่ยังไปเป็นที่ดินทับซ้อน โดยเราได้มีการพูดคุยกัน และจะมีการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับชาวสวนยางพารา เพื่อให้เขามีเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง สามารถครอบครองพื้นที่ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ส่วนเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 11.17 ล้านไร่อยู่แล้ว เราจะออกโฉนดต้นยางสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพาราที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเอง ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.และนำไปลงทุนต่อยอดทางธุรกิจได้ โดยจะ Kick off เปิดโครงการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ 

”กระทรวงเกษตรฯต้องการให้เกษตรกรชาวสวนยางเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้มากขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สวนยางพาราประมาณ 27,000 บาทต่อไร่ ชาวสวนยางก็จะมีเงินไปพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมของตัวเองได้ เราจึงตั้งเป้าตั้งเป้าที่จะออกโฉนดต้นยางให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และในอนาคตชาวสวนยางยังสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เพิ่มเป็นรายได้เสริมด้วย“ นางนฤมล กล่าว

ในส่วนของโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum saimense ในต้นยางพารา ศ.ดร.นฤมล ได้กำชับการยางแห่งประเทศไทย ให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletatrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา และศึกษาหาแนวทางการแก้ไขทั้งการเฝ้าระวัง การยับยั้งปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนองค์ความรู้และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องเกษตรกร อันก่อให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการทำสวนยางและพืชอื่น ๆ ต่อไป

จากนั้น นางนฤมล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้รณรงค์การใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ เพื่อแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ที่กำลังระบาดในภาคอีสาน แต่ในจังหวัดบึงกาฬยังระบาดมากนัก เราต้องรีบมาป้องกัน และวันนี้ได้มอบน้ำหมักเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางไปใช้ป้องกัน ส่วนเรื่องที่ดิน สปก. ตนได้สานต่อนโยบายที่ทำไว้ตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส ที่ได้เร่งรัดให้มีการแจกโฉนดเพื่อการเกษตร ทำให้วันนี้มีชาวบ้านมารับเอกสารสิทธิ์ 500 คน โดยปี 68 เราตั้งเป้าจะทำให้ครบ 22 ล้านไร่

เมื่อถามถึงปัญหาข้าวนาปรังที่ยังไม่มีนโยบายช่วยเหลือชัดเจน กระทรวงเกษตรฯ จะมีมาตรการอย่างไรในเบื้องต้น นางนฤมล กล่าวว่า เราได้ดูแลปัจจัยการผลิต เรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ส่วนนโยบายข้าวนาปรังและนาปี จะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอกระทรวงพาณิชย์ นำเสนอก่อน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยอะไรมาที่กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ นางนฤมล และนายอิทธิ ได้ร่วมกันมอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 500 ราย พร้อมปัจจัยการผลิต อาทิ น้ำหมักปลาหมอคางดำ 1,000 ลิตร จำนวน 33 ราย ,ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง, หน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง, กล้วยน้ำว้า และพันธุ์มะละกอ รวมถึงพันธุ์ปลาจำนวน 200 ถุง และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวจำนวน 130 ตัน แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้มาร่วมงานด้วย