เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

11 มี.ค. 2568 13:24 น.

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

อบอุ่นสุดๆ กับเซอร์ไพรส์วันเกิดจากครอบครัวคุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์ ที่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมาตรงกับวันคล้ายวันเกิด ซึ่งคุณแม่และพี่ๆ น้องๆ พร้อมคนในบ้าน 13 ชั้น ได้รวมตัวกันจัดเซอร์ไพรส์วันเกิดวันสำคัญมากๆ อีกวันหนึ่งของเอวาได้อย่างอบอุ่น พร้อมกับเค้กสูง 7 ชั้น

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)
เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

งานนี้ เอวา ก็ได้โพสต์คลิปหลังถูกคนในครอบครัวทำเซอร์ไพรส์ ต้องบอกเลยว่าภาพดังกล่าวแฟนๆ ที่ติดตามเห็นแล้วต่างมีรอยยิ้มไปด้วย เพราะเป็นภาพที่อบอุ่นสัมผัสได้ถึงความรักความผูกพันของเอวากับทุกๆ คน

“Happy birthday to me สุขสันต์วันเกิดเอวา ปีนี้เป็นปีแรกที่ครอบครัวเซอร์ไพรส์แบบยิ่งใหญ่จัดเต็มที่สุดค่ะ ปกติเอวาเป็นคนไม่จัดงานวันเกิด ยกเว้นถ้าแฟนคลับหรือครอบครัวจัดให้ วันเกิด 10 ปีที่ผ่านมา พวกเราก็จะกินข้าวเย็นด้วยกันแบบเรียบง่ายที่บ้านหรือร้านอาหารกันค่ะ

แต่ปีนี้พิเศษกว่านั้น ครอบครัวเซอร์ไพรส์หนูได้จริงๆ ค่ะ ให้ร้านเค้กมาทำเค้กตั้งแต่ตี 4 ก็ว่าอยู่ว่าทำไมถึงบอกให้หนูแต่งตัวสวยๆ และจ้างช่างแต่งหน้า-ทำผมขึ้นมาแต่งให้ในห้องเลย 5555 แถมยังให้แม่บ้านเฝ้าไม่ให้ออกจากจากห้อง และ ยังเตรียมชุดสวยๆ ไว้ให้เรียบร้อย

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

ขอบคุณครอบครัวของหนูที่อยากทำให้วันเกิดปีนี้ของหนูมันพิเศษมากๆ นะคะ แต่จริงๆ ทุกปีก็พิเศษแล้ว แค่เรามีกันและทุกคนอยู่พร้อมหน้าสำหรับหนูนั้นคือสิ่งที่พิเศษที่สุด ปีนี้อยากขอบคุณหลายอย่างในชีวิตมากๆ เลย เป็นปีแรกที่รู้สึกว่าตัวเอง “โชคดี” จริงๆ ค่ะ ไม่ใช่เพราะเงินทอง แต่เพราะมีคนรอบข้างที่จริงใจและรักหนูอยู่ข้างกาย ทั้งครอบครัว, แฟนคลับ, ทีมงาน, เพื่อนๆ

ขอบคุณคุณพ่อ ที่เป็นตัวอย่างของหัวหน้าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ คอยปลูกฝังหนูเรื่องความดี และธรรมะตั้งแต่เด็ก

ขอบคุณคุณแม่ เพราะหนูรู้ว่าวันที่หนูเกิดคือวันที่ผู้หญิงที่เรียกว่าแม่ ต้องเสียสละเกือบทุกอย่าง ทั้งความสาวของตัวเอง เวลา และบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนทุกความฝันของหนูและคอยอยู่ข้างๆ เสมอ และเป็น best friends ที่ดีที่สุด แต่กับพี่สาวก็จะมีความดุเหมือนแม่คนที่สองด้วย แต่ก็รู้ว่าเพราะเขารักและเป็นห่วงเอวาเสมอ แต่ดุน้อยลงน้อยก็จะดีมาก 5555+ 

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

ขอบคุณทีมงานและพนักงานของหนูที่รักหนูมากๆ หนูรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ทำงานแค่เพื่อเงิน และให้วันๆ นึงจบไป แต่สัมผัสได้ทุกครั้ง เขาใส่ใจทุกอย่างของชีวิตหนูจริงๆ และอยากให้ทุกอย่างดีที่สุดเสมอ ขอบคุณตัวเองที่หลายครั้งก็มีบ้างที่เหนื่อย แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้หรือท้อถอยกับอะไรเลย 

ขอบคุณธรรมะที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในวันที่ทุกข์ 

ขอบคุณพลังบวกในตัวเองที่ฮีลใจตัวเองกลับมาได้เร็ว ขอบคุณมากๆ ที่ไม่เปลี่ยนไป ต่อให้จะเจอเรื่องร้ายแค่ไหน เอวาก็รู้สึกว่าเอวายังเหมือนเดิม เหมือนเด็กอายุ 14 ที่ซ้อมบทละคร Cinderella ในห้องตัวเองกับพี่ น้อง และยังคงมีไฟให้กับสิ่งที่รักเสมอ 

เธอเก่งมากๆ เลยเอวาที่มาได้ไกลขนาดนี้ และยังต้องเป็นหัวเรือดูแลพนักงานอีกหลายคน ภูมิใจในตัวเธอมากๆ เลย ปีนี้เป็นปีที่หนูชมตัวเองหน้ากระจกบ่อยมากๆ ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนอาบนํ้า ตอนทาครีม ต่อให้ผิดพลาดเราก็ไม่ว่าตัวเองแต่ให้อภัยตัวเอง เพราะปีนี้เป็นปีที่เรียนรู้ว่า ไม่มีใครทำร้ายความรู้สึกเราได้ยกเว้น “ตัวเอง” เรือไม่ได้ล่มเพราะนํ้าที่อยู่นอกเรือ แต่เป็นเพราะนํ้าที่อยู่ในเรือ

จริงๆ วันเกิด มันไม่เกี่ยวกับเค้กก้อนใหญ่หรือของขวัญใหญ่โต แต่มันคือวันที่ทุกคนที่รักได้มาร่วมฉลองร้องเพลง happy birthday กับเรา คือคนที่อยากเห็นเรามีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตจริงๆ โดยไม่มีความอิจฉา คือตัวเรา ที่วันนี้เรารู้สึกว่า เราเต็มในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร และรู้สึกมีความสุขและเห็นค่าของการได้เกิดมา ปีอื่นๆ ก็ไม่รู้สึกเท่านี้ แต่ปีนี้หนูรู้สึกเห็นค่า การมีชีวิตอยู่จริงๆ เพราะในขณะที่หนูร้องเพลงวันเกิดก็มีหลายชีวิตที่ไม่ได้มีวันเกิดอีกต่อไป ขอบคุณลมหายใจที่ทำให้หนูได้เห็นความสวยงามของโลกนี้ ได้มีประสบการณ์และมีผจญภัยต่อไป

เอวา ปวรวรรณ เจอครอบครัวเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยเค้กสูง 7 ชั้น (คลิป)

ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อยากให้ใครที่รู้สึกยังรักตัวเองไม่พอ รักตัวเองให้มากๆ เพราะถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราจะแบ่งปันพลังงานดีๆและความรักนี้ให้ผู้อื่น เราต้องเต็มก่อนถึงจะให้คนอื่นได้ และต่อให้ไม่รู้จะขอบคุณอะไรตัวเองก็ขอบคุณที่ยังมีลมหายใจ เพราะมีหลายแสนคนในโลกที่ตอนนี้ ขณะที่ทุกคนอ่านข้อความนี้ พวกเขาไม่มีลมหายใจอีกแล้ว

ชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม ชีวิตให้เราได้ทุกอย่าง แต่ก็พรากทุกอย่างจากเราได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราควรเห็นความสำคัญของทุกช่วงเวลา อย่ามองความสุขเป็นการที่ต้องได้สิ่งที่ใหญ่โตเท่านั้น แต่ให้มองเหมือนเป็นการหยอดกระปุกเหรียญเล็กๆ ในทุกๆ วัน สะสมทุกวันมันก็จะใหญ่ขึ้นเอง ความสุขที่ดีคือความสุขที่มีข้อแม้น้อย แต่เห็นค่าทุกสิ่งที่มีในปัจจุบัน เพราะอนาคตไม่มีจริง อดีตไม่กลับมาแล้ว มีแต่ปัจจุบันที่เป็นของเราจริงๆ ค่ะ 

ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ I love you biggest muchiiie”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

11 มี.ค. 2568 12:45 น.

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

หลังจากที่คู่รักดัง เจเจ เจตต์ กลิ่นประทุม และ แพร เอมเมอรี่ เผยข่าวดีมีทายาทคนแรก ซึ่งทั้งคู่ได้ลูกสาว ทำเอานางเอกสาว เอมี่ กลิ่นประทุม พี่สาวของเจเจ ดีใจสุดๆ ที่จะได้เป็นคุณป้าแล้ว

เอมี่ กลิ่นประทุม ดีใจหลานมาแล้ว หลัง แพร ภรรยา เจเจ คลอดลูกสาวคนแรก

ล่าสุด เอมี่ กลิ่นประทุม เผยข่าวดีว่า แพร คลอดลูกสาวแล้ว ณ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ โดยโพสต์ภาพของ เจเจ-แพร พร้อมด้วยลูกสาว พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “ในที่สุดดดดด หลานแอนตี้ก็มาแล้ววววว …. Welcome to this world my darling. You are so so beautiful so so adorable. My heart is melting”

โดยมีคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่าน้องน่ารัก น่าชังน่าจุ๊บมาก บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

11 มี.ค. 2568 11:43 น.

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

กลายเป็นประเด็นเดือดมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หลังจากเพจบันเทิงดังโพสต์เล่านิทานเจ้าชายอะลาดินผู้คลั่งรักเจ้าหญิงอินฟลู แต่ติดหนี้กิ๊กเก่าเป็นล้าน บอกจะคืนๆ ผ่านมาป่านนี้ยังเงียบกริบ

ก่อนที่ มิกซ์ เฉลิมศรี อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พร้อมด้วยนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ดุลยวัต แก้วศรียงค์ หรือ ฉลามจัส แฟนหนุ่มของมิกซ์ จะออกมาโต้กลับชนิดหนังคนละม้วน โดยฉลามจัสบอกว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคู่กรณี เป็นเพียงผู้ใหญ่ที่มาซัพพอร์ต พร้อมทั้งแจงว่าเรื่องบัตรเครดิตอีกฝ่ายเป็นคนเปิดให้เอง ส่วนเรื่องรถบอกกับคู่กรณีไปแล้วสักพักว่าจะไม่ซื้อต่อ เพราะไม่อยากให้มีอะไรติดค้าง หรือเป็นพันธะต่อกันอีก

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

แต่ล่าสุดคู่กรณีออกมาโต้กลับ ฉลามจัส แบบยาวเหยียดเป็นข้อๆ โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ตัวผมขอชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นข่าว ยาวหน่อย แต่ผมว่า ทุกคนต้องใส่ใจให้จบครับ ตามนี้นะครับ

1. จุดเริ่มต้นเริ่มจากไม่ได้สนิทสนมอะไรมากเลย แค่ติดตามเชียร์กีฬาตัวแทนประเทศไทยตามปกติ น้องก็มากดติดตามกลับ แล้วมาสนิทกันไว เพราะน้องเป็นหลานของเพื่อนของเพื่อนสนิทผม บทสนทนาผมไม่เคยล้ำเส้นคุยปกติ แต่น้องเป็นคนเปิดทางมาเอง (มีหลักฐานแชต) จนได้คบกัน

2. วันที่ทราบเรื่องว่าไปคบอีกคน เราคบกันในสถานะคนรักกันมาเดือนกว่าแล้ว วันเกิดเหตุยังมาขอโทษ มาง้อ แล้วให้เหตุผลว่าทำไปเพราะแค่คอนเทนต์ ต้องการกระแส ต้องการงานในโชเชียลเพื่อหารายได้ 

วันนั้นไปเดิน central village กัน กำลังซื้อ กกน. กับเสื้อสีแดง brand CK ที่ใช้ในไลน์โปรไฟล์อยู่ เพื่อนส่งคลิปมา เราเลยทะเลาะกันในร้าน หน้าแคชเชียร์เลย (ไปถามพนักงานได้ เพราะเราเสียงดัง) แล้วน้องก็ตามมาง้อถึงในรถ เราก็ถามเลยว่า จะเอายังไง เค้าบอกว่าเลือกทางเรา แล้วก็ดูดดื่มตามในคลิป (มีคลิปที่สามารถเล่าเรื่องว่าเป็นแฟนกันได้)

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

3. ที่ทำบัตรเสริมให้ เพราะตอนเป็นคนรักกัน เรามีแพลนเดินทางกันเยอะมาก ล็อกวันหยุด จองทริปต่างๆ ชำระเงินเรียบร้อยทุกทริป เลยสมัครเอาไว้เพื่อความสะดวกให้ใช้เข้าห้องรับรองพิเศษของสนามบิน ทั้งในและต่างประเทศ ตกลงกันไว้แล้วว่าถ้าจะใช้อะไรก็ต้องจ่ายเองนะ จะเรียกว่าให้ด้วยความเสน่หาได้ยังไง แล้วทุกครั้งที่เค้าต้องการของที่มีมูลค่า เค้าจะถ่ายรูปแล้วส่งไปไหนไม่รู้ สักพักก็ได้เงินโอนกลับมา แล้วโอนมาชำระค่าบัตรให้ผม

ทุกครั้งที่มีการใช้บัตร (หลักฐานมีพร้อม) มีการทวงตลอดในแชต ทวงหลายครั้งด้วย เพราะตกลงกันแล้วว่าใช้แล้วต้องจ่าย เค้าบอกเสมอว่างานเค้าเยอะ รีวิวแป๊บเดียวได้งานละ 80,000-100,000 มีเงินจ่ายคืนอยู่แล้ว ไหนจะค่าเหรียญที่ไปแข่งชนะมาด้วย ผมเลยวางใจทำบัตรไว้ให้

ส่วนเรื่องไม่พอใจ มันเกิดขึ้นช่วงที่ความแตกใหม่ๆ ว่า น้องไปคบกับอีกคน แล้วที่มาว่าผมพูดแขวะ ทางผมจะพูดจาแขวะ เหน็บแนมคนอื่นได้ยังไง เพราะผมมีปัญหากับจัสคนเดียว ไม่ได้มีปัญหากับบุคคลอื่น ที่น้องบอกอยากยุติความสัมพันธ์ คืนวันที่ 13 ยังไปทานข้าวเฮฮากันอยู่เลย การกระทำมันย้อนแย้งกับที่พิมพ์เหลือเกิน

4. รถยนต์น้องขอซื้อต่อตั้งแต่วันที่ 9 ตุลา คุยกันที่ไอคอนสยาม ตอนนั้นยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนหรือเป็นคนรักกันเลย (มาเริ่มคบหาเป็นคนรักกันหลังจากที่กลับจากญี่ปุ่น ที่น้องบินตามไปหาเรา) ด้วยความไว้ใจว่าเป็นหลานเพื่อน ก็เลยยอมขายให้ในราคา 1.2 ล้าน โดยน้องบอกว่าจะเอาคันเก่าไปขาย แล้วแบ่งเงินมาให้ (ซึ่งก็ไม่แบ่งมาเลย) แล้วก็จะเอาเงินแข่งว่ายน้ำมาให้ครบภายในสิ้นเดือนมิถุนายนของปีนี้ (แข่งมา 2 แมตช์แล้วไม่ให้เลยสักบาท)

เรื่องรถเดี๋ยวนำเข้าสู่ขั้นตอนของกฎหมาย เพราะเรามีข้อมูล support อยู่ สามารถฟ้องร้องให้เป็นคดีความได้ วันที่ไปขายรถ ยังขับรถที่ขอซื้อต่อไปเลย (ดูในคลิปยูทูบขายรถได้) น้องยังไม่เคยพูดคุยเรื่องรถเลยสักครั้งด้วยว่าจะไม่ซื้อต่อแล้ว เพราะวันที่ 8 พฤศจิกายน (วันที่เกิดเรื่อง) เราถามแล้วว่า ไปกอด หอม จูบ กันบนรถเลยเหรอ ยังไม่ได้ให้เงินพี่แม้แต่บาทเดียวเลยนะ ทำแบบนี้ได้ยังงัย

เค้าก็บอก ไม่ต้องกังวล จะรีบไปรับงานทำงานหาเงินมาจ่ายค่ารถนะ หลังจากนั้นก็ใช้รถคันดังกล่าวไปรับส่ง ทำคอนเทนต์ต่างๆ นานามาโดยตลอด เราเลยคิดว่า รถเราขายไปแล้วก้อพูดอะไรมากไม่ได้

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

5. ที่ว่าผมข่มขู่ ไม่รู้ผมจะขู่อะไร ข่มขู่ไปทำไม เพราะไม่มีอะไรให้ขู่ ผมไปไหนเค้าไปด้วย เราเจอใครทั้งบังเอิญหรือมีนัด เราก็แนะนำตามปกติ แล้วตอนที่แม่ (เลี้ยง) เค้ามาคุย เคยคุยแค่ครั้งเดียว ซึ่งก็ไม่ได้ใจความหรือข้อสรุปอะไรเลย คุยหลังจากเกิดเรื่อง ไม่กี่วันเราอ่ะยอมจบนะ ตามข้อตกลง แต่ใครกันแน่ที่ไม่ยอมจบความสัมพันธ์ตามที่ตกลงไว้ (ถ้าคุณแม่จะมีปัญหากับผม มีภาคขยายอีกหลายเรื่อง สนุกถึงใจ ถึงอารมณ์แน่นอน)

6. ที่ว่ามองผมเป็นแค่ผู้ใหญ่ใจดีบลาๆ คนไม่มีใจไม่คิดอะไรแต่ “อุ๊ย” มันได้หรอครับ ข้อนี้ผมขอให้คลิปและแชตต่างๆ เป็นตัวตอบ แทนที่น้องว่ามาครับ

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

สุดท้ายนี้ ตลอดระยะเวลาที่พูดคุยในความสัมพันธ์ทาง ตัวคู่กรณีเอง ได้มีแฟนที่คบหาดูใจอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ตัวผมไม่เข้าใจในความพยายาม และความต้องการของคู่กรณีว่า ต้องการสิ่งใดจากตัวผม

นี่คือสิ่งที่ผมให้เกียรติ และให้ความชัดเจนกับน้อง คือตอนที่มาคบหาเป็นคนรักกัน ผมได้เลิกรากับแฟนเก่าเพื่อที่มาตั้งใจคบกับน้องเค้าเลย แล้วโดยส่วนตัวผม จะแฟนเก่า คนรักเก่า ผัวเก่าหรือสถานะไหนๆ ถึงแม้จะเลิกรากันไปผมก็ยังติดต่อ พูดคุยกันเป็นเพื่อนพี่น้องปกติอยู่แล้วทุกคน อะไรที่ให้ก็ให้ อะไรที่ยืมก็คือยืม อะไรที่ขอซื้อก็ซื้อขายกัน ในบรรดาแฟนหรือคนรักที่เคยคบหากันผ่านมาไม่เคยมีใครไม่ชื่อตรงเลย 

พอหลังจากเกิดปัญหาว่าน้องคบอีกคน ผมก็ได้พูดคุย ปรึกษาหารือกับแฟนเก่า คนรักเก่าๆ ผมตลอด เพราะผมก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติและน้องก็ไม่ได้หึงหวงอะไร คบคือคบ เลิกคือเลิก ยืมคือยืมครับต้องคืน ซื้อขายก็คือซื้อขายต้องจ่าย อย่ามาบิดประเด็นเลย มันย้อนแย้ง ไม่ใช่ว่าเรารู้กันแค่ 2 คน โกหกหลอกคนทั้งโลกได้ แต่เรา 2 คนหลอกกันเองไม่ได้หรอกครับ”

คู่กรณี ฉลามจัส แฟน มิกซ์ เฉลิมศรี โต้กลับจุกๆ ลั่นมีหลักฐานทั้งแชต-คลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ครูเงาะ รสสุคนธ์ เล่าถึงฝีมือการแสดงของ ลิซ่า ลลิษา ที่หลายคนยังไม่รู้

ครูเงาะ รสสุคนธ์ เล่าถึงฝีมือการแสดงของ ลิซ่า ลลิษา ที่หลายคนยังไม่รู้

11 มี.ค. 2568 10:52 น.

ครูเงาะ รสสุคนธ์ เล่าถึงฝีมือการแสดงของ ลิซ่า ลลิษา ที่หลายคนยังไม่รู้

เพราะกระแส White Lotus ที่ผ่านมา กับตัวละคร มุก ที่รับบทโดย ลิซ่า ลลิษา หารู้ไม่ว่า กว่าลิซ่าจะเสิร์ฟความเป็นธรรมชาติและเสน่ห์อันล้นเหลือจนเป็นที่ยอมรับระดับโลกได้ขนาดนี้ ล่าซ่าได้มีการลงเรียนการแสดงอย่างจริงจังก่อนมารับบทนี้

โดย ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนแอคติ้งคลาสตัวแม่เป็นคนสอนการแสดงให้กับนักร้องสาวระดับซุปเปอร์ตาร์ โดยครูเงาะเล่าถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า

“วันที่ได้รับการติดต่อมาว่าน้องลิซ่าจะมาเรียน ดีใจมากกก เพราะชอบน้องมากกกก ในทุกตรง ทั้งความสามารถ ความคิด จิตใจของน้อง ตอนมาเจอขอบอกเลยว่าไม่ผิดหวังเลย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ เล่าถึงฝีมือการแสดงของ ลิซ่า ลลิษา ที่หลายคนยังไม่รู้

ลิซ่าเป็นเด็กที่สดใสน่ารัก อ่อนน้อมถ่อมตน หัวไวมาก มาตอนแรกด้วยความกังวลว่าไม่เคยเล่น ไม่รู้จะวางตัวยังไง พอลองให้เล่นดู ตอนแรกน้องก็ติดออกไปทาง show มากกว่า act ด้วยความที่มีจังหวะที่คมของการเป็นนักเต้น การเป็นศิลปิน

ครูเลยปรับด้วย exercise repetition ที่จะช่วยให้น้อง Connect กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า รับส่งจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ซึ่ง exercise นี้ กว่าคนจะทำได้จะใช้เวลา แต่น้องทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก

สิ่งที่ท้าทายต่อมาคือการทำให้ซุปเปอร์สตาร์เป็นพนักงานธรรมดาที่มีเสน่ห์ ซึ่งพอได้สอนเรื่องการตีความและที่มาที่ไปของตัวละคร พอน้องเข้าใจเท่านั้นแหละ คราวนี้เสน่ห์ในแบบสาวชาวบ้านของมุกก็แพรวพราว ขนาดเราเล่นรับส่งกับน้อง ยังเผลอยิ้มกับลูกตาระยิบระยับของเธอ

ถ้าจะให้สาธยายตรงนี้คงไม่หมดกับสิ่งที่ครูประทับใจในตัวน้อง อยากให้ทุกคนลองไปดูใน White Lotus แล้วคุณจะเห็นเอง #lisa #whitelotus”

ครูเงาะ รสสุคนธ์ เล่าถึงฝีมือการแสดงของ ลิซ่า ลลิษา ที่หลายคนยังไม่รู้

ต่าย อรทัย ได้รับข่าวเศร้า ผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสฝึกร้องหมอลำหาเงินเรียนจากไปแล้ว

ต่าย อรทัย ได้รับข่าวเศร้า ผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสฝึกร้องหมอลำหาเงินเรียนจากไปแล้ว

11 มี.ค. 2568 10:19 น.

ต่าย อรทัย ได้รับข่าวเศร้า ผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสฝึกร้องหมอลำหาเงินเรียนจากไปแล้ว

เป็นอีกเรื่องเศร้าที่นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ได้รับหลังจากที่ ข้อความสวัสดีวันจันทร์ได้หายไปร่วมๆ 20 วัน ก่อนได้รับข่าวที่ทำให้เสียใจว่า อ.เรืองสวัสดิ์ ได้เสียชีวิตแล้วว่า 

“เพราะข้อความสวัสดีวันจันทร์นั้นได้หายเงียบไป ร่วมๆ 20 กว่าวัน พอได้ยินข่าวอีกที คือลูกหลานท่านแจ้งข่าวมาว่า พ่อได้เสียชีวิตลงแล้วค่ะพี่ต่าย พวกเราและพ่อยังนึกถึงพี่ต่ายเสมอนะคะ จะด้วยสุขภาพร่างกายโรคภัยไข้เจ็บที่เราเข้าใจกันได้ ถึงอย่างไรก็ตามสารที่ส่งมาถึงนั้น กระทบกับใจที่สุด จุก เสียใจ และใจหาย มากๆ

อ.เรืองสวัสดิ์ ทองเลิศ ผู้เคยให้โอกาสกับเด็กหญิงอรทัย ดาบคำ เมื่อตอนปิดเทอม ม.3 ได้เปิดประสบการณ์ เพื่อฝึกร้องฝึกลำหารายได้เพื่อเป็นค่าเทอมให้ตัวเอง ในวงหมอลำ..นิวฟ้าอีสาน..เป็นคณะหมอลำที่ อ.เรืองสวัสดิ์ ได้เปิดใหม่ใน พ.ศ.นั้น

แม้จะผ่านล่วงเลยมานานเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว ต่ายก็ยังจดจำภาพประสบการณ์ในวันนั้นได้ขึ้นใจ และยังคงเคารพท่านเสมอ ขอแสดงความเสียใจ อย่างสุดซึ้ง กับครอบครัว..ทองเลิศ..และขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ น้องน้ำฟ้า ทุกคนในครอบครัว เข้มแข็งเด้อค่ะ”

ต่าย อรทัย ได้รับข่าวเศร้า ผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสฝึกร้องหมอลำหาเงินเรียนจากไปแล้ว
ต่าย อรทัย ได้รับข่าวเศร้า ผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสฝึกร้องหมอลำหาเงินเรียนจากไปแล้ว

บอส ออกจากค่ายไหทองคำ มีงานรีวิว แต่ถูกถามคนจ้างไม่คิดให้ได้บทเรียนก่อนเหรอ

บอส ออกจากค่ายไหทองคำ มีงานรีวิว แต่ถูกถามคนจ้างไม่คิดให้ได้บทเรียนก่อนเหรอ

11 มี.ค. 2568 09:40 น.

บอส ออกจากค่ายไหทองคำ มีงานรีวิว แต่ถูกถามคนจ้างไม่คิดให้ได้บทเรียนก่อนเหรอ

หลังจากที่นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ ได้ยืนยันว่าจะให้ บอส แดนเซอร์ ออกจากค่าย หลังมีข่าวฉาว ล่าสุด อีป้าข้างบ้าน ได้อัปเดตเรื่องราวของบอสผ่านการไลฟ์ในเพจ Get fill ว่า ตอนนี้บอสได้รับโอกาส มีงานจ้างรีวิวและแว่วๆ ว่าจะได้เล่นซีรีส์อีกด้วย ได้ยินแบบนี้ถึงกับตั้งคำถามคนที่จ้างงานบอสว่า ไม่คิดให้คนทำผิดได้บทเรียนบ้างเหรอ ว่า

อีป้าข้างบ้าน ได้เล่าว่า บอสออกจากค่ายแล้ว แต่มีคนจ้างรีวิว และเล่นซีรีส์ ทำไมต้องจ้าง ทำไมถึงยังให้โอกาสเขาอยู่ คนเรามีสิทธิ์จะให้โอกาสเขาได้ แต่รอให้เขารับบทเรียนก่อนสักนิดนึงไม่ได้เหรอ มันเหมือนทำให้คนพร้อมที่จะทำชั่วได้ พอสำนึกผิดคนก็ให้โอกาสเอง

พอมีแสงก็แบบน้ำขึ้นให้รีบตัก ไม่ใช่ คนจ้างเขาไม่แคร์ดราม่าใดๆ ควรให้เขารับกรรมที่เขาทำไปสัก 2-3 เดือนก็ยังดี ไม่ใช่พอเกิดเรื่องก็ให้งานเขาอยู่ ไม่ใช่แค่งานรีวิว ซีรีส์ก็จะได้เล่นแล้วนะ งงมั้ย พร้อมตั้งคำถาม ค่ายไหนนะ

บอส ออกจากค่ายไหทองคำ มีงานรีวิว แต่ถูกถามคนจ้างไม่คิดให้ได้บทเรียนก่อนเหรอ
บอส ออกจากค่ายไหทองคำ มีงานรีวิว แต่ถูกถามคนจ้างไม่คิดให้ได้บทเรียนก่อนเหรอ
บอส ออกจากค่ายไหทองคำ มีงานรีวิว แต่ถูกถามคนจ้างไม่คิดให้ได้บทเรียนก่อนเหรอ

น้องโอเชี่ยน ธนนนท์ จากสุดยอดแชมป์นักร้องประกวดสู่ศิลปินหน้าใหม่ในวัย 11 ปี

น้องโอเชี่ยน ธนนนท์ จากสุดยอดแชมป์นักร้องประกวดสู่ศิลปินหน้าใหม่ในวัย 11 ปี

11 มี.ค. 2568 09:00 น.

น้องโอเชี่ยน ธนนนท์ จากสุดยอดแชมป์นักร้องประกวดสู่ศิลปินหน้าใหม่ในวัย 11 ปี

เรียกได้ว่าเป็น “เด็กมหัศจรรย์” ก็คงไม่ผิดนัก เมื่อ เด็กชายธนนนท์ เมธาจิตติพันธ์ หรือ น้องโอเชี่ยน อายุ 11 ปี เด็กน้อยจากจังหวัดภูเก็ต เริ่มต้นร้องเพลงมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยเริ่มจากร้องเพลงเปิดหมวกตามตลาดนัดในจังหวัดภูเก็ต จนพอโตขึ้นก็เริ่มเข้าสู่วงการประกวดร้องเพลง และคว้าแชมป์ระดับประเทศมากมายหลายรายการ

อาทิเช่น Asia Pacific International Art Festival – Thailand, ASIA Student Arts Festival – Thailand, Japan Music And Talent Competition, Young Artist Music Contest , Thailand National Youth Contest, E.B.O. Singing Contest, RSL Music Competition, และอื่นๆ อีกมากมาย

น้องโอเชี่ยน ชอบร้องเพลงตั้งแต่ 5 ขวบ เพราะน้องไปวัดทุกวันอาทิตย์และจะมีสวดสรภัญญะซึ่งจะคล้ายๆ กับการร้องเพลง เวลาไปไหนที่มีร้องเพลงเปิดหมวกน้องจะไปขอพี่ๆ เขาร้องเพลงด้วยตลอด สถานที่ที่น้องไปขอร้องประจำคือ ถนนคนเดินหลาดใหญ่ ภูเก็ต จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วน้องมาเจอกับ “ครูโกตั๊ก” เลยมาร้องเป็นประจำด้วยกันทุกวันอาทิตย์

น้องโอเชี่ยน ธนนนท์ จากสุดยอดแชมป์นักร้องประกวดสู่ศิลปินหน้าใหม่ในวัย 11 ปี

น้องโอเชี่ยนเริ่มต้นประกวดตั้งแต่ตอน 6 ขวบ ตอนนั้นยังไม่เคยได้เรียนร้องเพลง แต่มีความมั่นใจเลยไปประกวดในจังหวัดภูเก็ต ช่วงโควิดที่ยามาฮ่า แล้วก็ลงรายการแรก ประกวดทั้งเช้าและบ่ายในวันเดียวกันและได้รางวัลชนะเลิศมา หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนร้องเพลงจริงจัง กับ ครูชัย ริชชี่ ในจังหวัดภูเก็ต

และต่อมาได้ลองเข้าประกวดในกรุงเทพฯ ในรายการของมหาวิทยาลัยมหิดลและได้รางวัลเหรียญทองจากการประกวดนั้น และหลังจากนั้นก็ประกวดมาเรื่อยๆ โดยจะได้แต่เหรียญทองกับที่1 เกือบทุกรายการที่ไปแข่งขัน

และรายการล่าสุดอีกรายการที่ภูมิใจคือรายการประกวดของ E.B.O. Singing Contest คว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งเดี่ยวและกลุ่ม รวมทั้งหมด 4 ถ้วยพระราชทาน

ในปี 2567 น้องโอเชี่ยนได้ผ่านคัดเลือกให้ได้เป็น “นักเรียนทุนโครงการเด็กปั้น” รุ่นที่ 8 ของ สถาบัน New Entry Vocal Studio: สตูดิโอสอนร้องเพลงและพัฒนาศิลปิน ก่อตั้งโดย ชมพู ฟรุตตี้ ปัจจุบันบริหารงานโดย ครูจังโก้ The Voice Thailand Season1 หลังจากที่ได้รับการคัดเลือก น้องโอเชี่ยนจึงตัดสินก้าวออกจากแข่งขันในระดับประเทศสู่การแข่งขันในระดับโลก และได้เหรียญทองและเหรียญรางวัลอื่นๆ จากรายการ World Championships of Performing Arts 2024 ซึ่งเป็นการแข่งขันร้องเพลงรายการใหญ่ระดับโลกจัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้เข้าแข่งขันกว่าหนึ่งพันคน จากหลายสิบประเทศทั่วโลก ซึ่งในการประกวดครั้งนี้เป็นการรวมทีมไปแข่งขันด้วยกันกับสถาบัน E.B.O Voice Studio ภายใต้การนำทีมโดย ครูกานต์ จั่นทอง นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย KPN Award ครั้งที่ 25, กรรมการตัดสินประกวดร้องเพลง และครูสอนร้องเพลงชื่อดัง

ภายหลังจากที่คว้าแชมป์การประกวดร้องเพลงมาได้หลายรายการ ในปี 2568 น้องโอเชี่ยน จึงตัดสินใจเริ่มต้นก้าวใหม่ของการร้องเพลง ด้วยการทำผลงานเพลงของตัวเองในฐานะศิลปิน และได้ครูจังโก้ เป็นผู้ดูแลงานให้ทั้งหมดโดยเป็นทั้ง Executive Producer และ Artist Management

ทางด้านงานเพลงครูจังโก้ได้เลือก โต นราธิป ปานแร่ อดีต Producer ค่าย Exact (Grammy) และ RS มาเป็นคนทำเพลงให้ ซึ่งหลังจากที่ผ่านกระบวนการค้นหาตัวตนและคิดทิศทางเพลงแล้ว จึงได้มาเป็นเพลง “เกิดหลังพี่เป็นแฟนได้ป่ะ” ขึ้นมา โดยเพลงนี้เป็นเพลงน่ารักกวนๆสไตล์ Hip-Pop ตามวัยของน้องโอเชี่ยน และยังมีความพิเศษมากยิ่งขึ้นโดยการเชิญ เบล ขอบสนาม พิธีกรรายการฟุตบอลชื่อดังมาร่วมร้อง Featuring กันในเพลงนี้ด้วย

น้องโอเชี่ยน ธนนนท์ จากสุดยอดแชมป์นักร้องประกวดสู่ศิลปินหน้าใหม่ในวัย 11 ปี

ในส่วนของการทำ Music Video เพลงนี้ได้ทีมงานระดับโปรอย่างทีม MicroMotion มาช่วยทำโปรดักชั่นให้และยังคว้าสาวสวย “ใบเฟิร์น ณัฐฌา” ฉายา “นางฟ้าบุรีรัมย์” หรือที่ปัจจุบันหลายคนเรียกว่า “ใบเฟิร์นแมนยู” มาเล่นเป็นนางเอกอีกด้วย ซึ่งเรื่องราวจะเป็นเช่นไร สามารถไปติดตามชมผลงานเพลง “เกิดหลังพี่เป็นแฟนได้ป่ะ”

สุดท้ายนี้น้องโอเชี่ยนยังขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ผ่านเข้ามาให้ความรู้และคำสอนต่างๆ ในทุกๆ วิชาจนทำให้น้องมีวันนี้ได้ 

กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เตรียมปลดเจ้าหน้าที่กว่า 50%

กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เตรียมปลดเจ้าหน้าที่กว่า 50%

12 มี.ค. 2568 12:13 น.

กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เตรียมปลดเจ้าหน้าที่กว่า 50%

กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะลดจำนวนเจ้าหน้าที่ลงประมาณครึ่งหนึ่ง เนื่องจากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการลดขนาดของรัฐบาลกลาง

กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะลดจำนวนเจ้าหน้าที่ลงประมาณครึ่งหนึ่ง เนื่องจากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการลดขนาดของรัฐบาลกลาง การเลิกจ้างครั้งใหญ่จะส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่เกือบ 2,100 คน ซึ่งจะถูกพักงานตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมนี้

ทรัมป์พยายามยุบกระทรวงศึกษาธิการมานานแล้ว แต่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา กระทรวงศึกษาธิการมีงบประมาณประจำปีประมาณ 238,000 ล้านดอลลาร์ และจ้างเจ้าหน้าที่มากกว่า 4,000 คน

กระทรวงนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 โดยมีหน้าที่ดูแลเงินทุนสำหรับโรงเรียนของรัฐ บริหารเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา และดำเนินโครงการที่ช่วยเหลือนักเรียนที่มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม มักมีผู้เข้าใจผิดว่ากระทรวงแห่งนี้ดำเนินการโรงเรียนในสหรัฐฯ และกำหนดหลักสูตร ซึ่งดำเนินการโดยรัฐและเขตปกครองท้องถิ่น

ส่วนเงินทุนสำหรับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาเพียงร้อยละ 13 มาจากกองทุนของรัฐบาลกลาง หน่วยงานส่วนใหญ่ประกอบด้วยรัฐและกลุ่มท้องถิ่น กระทรวงฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการบริหารและดูแลเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลางที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนนำไปใช้เพื่อจ่ายค่าการศึกษาระดับสูง

ลินดา แม็กมาฮอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุในแถลงการณ์ว่า  “ในฐานะส่วนหนึ่งของภารกิจสุดท้ายของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงได้เริ่มลดจำนวนพนักงานในวันนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่เกือบ 50% ของกระทรวง” เธอกล่าวว่าการลดจำนวนเจ้าหน้าที่จะส่งผลกระทบต่อทุกแผนกในกระทรวง และดำเนินการเพื่อให้บริการนักเรียน ผู้ปกครอง นักการศึกษา และผู้เสียภาษีได้ดีขึ้น

เมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง กระทรวงศึกษาธิการมีเจ้าหน้าที่ 4,133 คน ซึ่งเป็นการประกาศจากกระทรวง กระทรวงแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่น้อยที่สุดในบรรดาหน่วยงานระดับกระทรวงทั้ง 15 แห่งของสหรัฐฯ

หลังจากการลดจำนวนเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่ 2,183 คนจะยังคงอยู่ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนที่เกษียณอายุหรือเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดเมื่อต้นปีนี้ หนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ถูกเลิกจ้างจะยังคงได้รับค่าจ้างและสวัสดิการตามปกติจนถึงวันที่ 9 มิถุนายน รวมถึงเงินชดเชยหรือเงินเกษียณตามระยะเวลาที่ทำงานในกระทรวงฯ

อีเมลระบุว่า “กระทรวงศึกษาธิการจะยังคงดำเนินการตามโครงการตามกฎหมายทั้งหมดที่อยู่ในขอบข่ายการดูแลของกระทรวงฯ รวมถึงการระดมทุนสำหรับนักเรียน เงินกู้เพื่อการศึกษา เงินทุน Pell Grant หรือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ จัดให้แก่นักศึกษาที่ต้องการเงินอุดหนุนเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียน เงินทุนสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ และการมอบทุนสนับสนุนแบบแข่งขัน”

รายงานระบุว่าทรัมป์ได้เตรียมพิจารณาลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่มีผลกระทบต่อกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ลงนามก็ตาม คำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับของเขาถูกฟ้องร้องเช่นเดียวกับการตัดงบประมาณของทรัมป์ในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลกลาง

คดีความหลายคดียังท้าทายการดำเนินการของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (Doge) ซึ่งเป็นทีมที่มีเป้าหมายในการลดการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งนำโดยอีลอน มัสก์ หน่วยงานดังกล่าวได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ลดจำนวนพนักงาน และเข้าถึงข้อมูลทั่วทั้งรัฐบาล

เป็นเวลาหลายสิบปีที่พรรครีพับลิกันเสนอแนวคิดในการยุบกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อโรนัลด์ เรแกน ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1980 เขาก็ผลักดันให้ยุบกระทรวงฯ เช่นกัน.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

โดนัลด์ ทรัมป์ ซื้อรถเทสลาเป็นกำลังใจให้อีลอน มัสก์ หลังหุ้นร่วงหนัก

โดนัลด์ ทรัมป์ ซื้อรถเทสลาเป็นกำลังใจให้อีลอน มัสก์ หลังหุ้นร่วงหนัก

12 มี.ค. 2568 11:27 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ซื้อรถเทสลาเป็นกำลังใจให้อีลอน มัสก์ หลังหุ้นร่วงหนัก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซื้อรถยนต์เทสลารุ่นใหม่ โดยเลือกรถเก๋งสีแดง เพื่อแสดงการสนับสนุนบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของอีลอน มัสก์ ซึ่งเผชิญกับกระแสตอบรับเชิงลบจากการทำงานเพื่อผลักดันวาระทางการเมืองของประธานาธิบดีและลดขนาดรัฐบาล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซื้อรถยนต์เทสลารุ่นใหม่ โดยเลือกรถเก๋งสีแดง เพื่อแสดงการสนับสนุนบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของอีลอน มัสก์ ซึ่งเผชิญกับกระแสตอบรับเชิงลบจากการทำงานเพื่อผลักดันวาระทางการเมืองของประธานาธิบดีและลดขนาดรัฐบาล

ทรัมป์กล่าวขณะค่อยๆ ก้าวขึ้นนั่งที่นั่งคนขับของรถยนต์รุ่น Model S “ว้าว รถสวยมาก” มัสก์นั่งที่นั่งผู้โดยสารและพูดเล่นๆ ถึงการ “ทำให้หน่วยอารักขาหัวใจวาย” ขณะที่พวกเขาคุยกันถึงวิธีสตาร์ทรถยนต์ที่สามารถทำความเร็วได้ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาไม่กี่วินาที

ทรัมป์บอกกับนักข่าวว่าเขาจะเขียนเช็คสำหรับซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งราคาขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 80,000 ดอลลาร์ และฝากไว้ที่ทำเนียบขาวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเขาได้ขับ นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังกล่าวอีกว่าเขาหวังว่าการซื้อรถยนต์คันนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายเทสลา ซึ่งกำลังเผชิญกับยอดขายที่ตกต่ำและราคาหุ้นที่ลดลง “มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม” ทรัมป์กล่าวถึงมัสก์ว่า “เราต้องเฉลิมฉลองให้เขา”

นี่เป็นตัวอย่างล่าสุดและการแสดงความรู้สึกของทรัมป์ที่มีต่อมัสก์ ซึ่งทุ่มเงินมหาศาลในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว โดยราคาหุ้นของ เทสลาเพิ่มขึ้นเกือบ 4% เมื่อวันที่ 11 มี.ค. หลังจากร่วงลงเกือบ 48% นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม

ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศบนโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันจันทร์ว่าเขาจะซื้อรถเทสลารุ่นใหม่ “เพื่อแสดงถึงความมั่นใจและสนับสนุนอีลอน มัสก์ ชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง” ขณะที่มัสก์ยังคงบริหารเทสลาต่อไป รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X และสเปซเอ็กซ์ ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของทรัมป์ด้วย

ทรัมป์เขียนว่า “อีลอน มัสก์ “เสี่ยง” เพื่อช่วยประเทศชาติของเรา และเขากำลังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม!” “แต่พวกหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายสุดโต่งก็พยายามคว่ำบาตรเทสลางเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก และเป็น “ลูก” ของมัสก์อย่างผิดกฎหมายและสมคบคิดกันอยู่เสมอ เพื่อโจมตีและทำร้ายมัสก์และทุกสิ่งที่เขาเป็นเจ้าของ”

ในเวลาต่อมาในวันอังคาร ทรัมป์กล่าวในงานประชุมทางธุรกิจว่า มัสก์ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก “ไม่ควรต้องหวาดกลัวหรือต้องทนทุกข์เพียงเพราะเขาต้องการช่วยรัฐบาล”

นอกเหนือจากปัญหาของเทสลาแล้ว มัสก์ยังเผชิญกับความท้าทายอื่นๆ อีกด้วย เขากล่าวว่า X ตกเป็นเป้าหมายของ “การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่” เมื่อวันจันทร์ และการทดสอบปล่อยจรวดสตาร์ชิปของเขาสองครั้งล่าสุดก็จบลงด้วยการระเบิด

แต่ไม่ว่าการซื้อของทรัมป์จะมีประโยชน์จริงหรือไม่ การประกาศซื้อรถเทสลาของเขาถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ประธานาธิบดีได้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและสาธารณะเลือนลางลง

ความมั่งคั่งและความเฉลียวฉลาดทางธุรกิจของทรัมป์ เป็นหัวใจสำคัญของการดึงดูดใจทางการเมืองของเขา ทรัมป์ได้ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของเขาในขณะที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว และเขาได้แนบชื่อของเขากับเหรียญคริปโตเคอเรนซีมีมที่เปิดตัวไม่นานก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มักไม่ค่อยใช้เงินของตัวเองเพื่อสนับสนุนพันธมิตร ไม่ว่าพันธมิตรจะสำคัญแค่ไหนก็ตาม ด้านมัสก์ถือเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมีสัญญากับรัฐบาลเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ เขายังมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อรัฐบาลของทรัมป์ผ่านทางกระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล หรือ DOGE และเดินทางบ่อยครั้งกับประธานาธิบดีทรัมป์.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ดูเตร์เตทำอะไรไว้ ทำไมโดนจับข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ดูเตร์เตทำอะไรไว้ ทำไมโดนจับข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

12 มี.ค. 2568 09:25 น.

ดูเตร์เตทำอะไรไว้ ทำไมโดนจับข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

  • โรดริโก ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ถูกจับกุมตัวตามหมายจับของ ICC และถูกส่งตัวไปกรุงเฮกเพื่อดำเนินคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
  • ดูเตร์เตถูกตั้งข้อหาจากกรณีการเสียชีวิตมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างการทำสงครามต่อต้านยาเสพติดของเขา ซึ่งประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30,000 คนภายในระยะเวลา 6 ปี
  • สงครามยาเสพติดของดูเตร์เตสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก มีเด็กถูกสังหารหรือโดนลูกหลงเสียชีวิตไปนับร้อยศพ นอกจากนั้นยังพบหลักฐานของการทรมานและความพยายามปกปิดการกระทำผิดด้วย

โรดริโก ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ผู้เป็นที่ต้องการตัวของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังกรุงเฮก ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลดังกล่าวแล้ว หลังถูกจับกุมตัวคาสนามบินในกรุงมะนิลา

ตามหมายจับของ ICC ที่สำนักข่าวรอยเตอร์สได้เห็นมา ดูเตร์เตถูกกล่าวหาว่าต้องรับผิดชอบต่อการฆาตกรรมผู้คนอย่างน้อย 43 ศพระหว่างปี 2554-2562 ในการทำสงครามยาเสพติดของเขาทั้งสมัยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา และเป็นประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ (2559-2565)

เกิดอะไรขึ้นในการทำสงครามยาเสพติดของดูเตร์เต จนทำให้เขาถูก ICC ออกหมายจับ และถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

แคมเปญเพื่อสังหาร

โรดริโก ดูเตร์เต เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์มาอย่างยาวนาน และมีฉายาซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า “ผู้สำเร็จโทษ” เนื่องจากเขานิยมใช้มาตรการแข็งกร้าว และเขาใช้สิ่งนี้กับขู่สังหารแก๊งค้ายาเสพติดจนประสบความสำเร็จในการหาเสียง และได้เป็นประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ในปี 2559

หนึ่งในคำพูดระหว่างการหาเสียงของดูเตร์เตที่ยังถูกจดจำได้ดีคือ “ลืมกฎหมายและสิทธิมนุษยชนไปซะ ถ้าผมได้เข้าทำเนียบประธานาธิบดี ผมจะทำแบบเดียวกับตอนที่ผมเป็นนายกเทศมนตรี เจ้าพวกที่วันๆ ไม่ทำอะไร ทำแต่ปล้นชิง ค้ายาเสพติด รีบหนีเสียดีกว่า เพราะผมจะฆ่าพวกคุณ”

ดูเตร์เตอ้างว่า แคมเปญของเขาทำให้ประชาชนในเมืองดาเวาปลอดภัยจากอาชญากรรม และย้ำกับนักข่าวรอยเตอร์สด้วยว่าเขาตั้งใจที่จะปราบปรามด้วยความรุนแรง “ผมพูดว่า มาฆ่าอาชญากรวันละ 5 คนกันเถอะ พวกมันจะได้ถูกกำจัดไปจนหมด”

นายดูเตร์เตถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังกรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์แล้ว ในคืนวันอังคารที่ 11 มี.ค. 2568
นายดูเตร์เตถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังกรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์แล้ว ในคืนวันอังคารที่ 11 มี.ค. 2568

ปราบปรามทั่วประเทศ

การทำสงครามกับยาเสพติดของดูเตร์เตขยายตัวไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว โดยภายในสิ้นปี 2559 จำนวนผู้เสียชีวิตก็พุ่งทะยานเป็นสถิติใหม่ ตำรวจสังหารผู้ต้องสงสัยมากกว่า 2,000 คนในเวลาไม่กี่เดือนหลังดูเตร์เตสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อ 30 มิ.ย. จนถึงสิ้นปี 2559 และการเสียชีวิตเกือบทั้งหมดถูกระบุว่าเป็นการยิงต่อสู้กัน

เพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่กล้าดำเนินการปราบปรามอย่างที่เขาต้องการมากขึ้น ดูเตร์เตออกคำสั่งให้ทหารและตำรวจได้รับความคุ้มครองจากการดำเนินคดีสำหรับการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขา

ในช่วงไม่กี่เดือนแรกในตำแหน่งของดูเตร์เต เหยื่อการปราบปรามของเขามากมายถูกพบในสภาพถูกพันธนาการ ศพถูกทิ้งไว้ตามคลองเน่าเสีย, จุดทิ้งขยะ หรือตามทุ่งหญ้า นอกจากนั้นยังมีกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่าย ออกมาเข่นฆ่าผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดไปจำนวนมาก โดยมือปืนปริศนาเหล่านี้ บางคนถูกพบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่เหตุนองเลือดที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมของดูเตร์เตลดลงเลย เห็นได้จากโพลสำรวจความคิดเห็นขององค์กรวิจัย Social Weather Stations ที่จัดทำขึ้นในเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชาวฟิลิปปินส์ 77% พึงพอใจกับการทำงานของประธานาธิบดีของพวกเขา

เสียชีวิต 30,000 ศพ

เมื่อถึงเวลาที่ดูเตร์เตต้องก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2565 จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการก็เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า โดยตำรวจระบุว่า มีผู้ต้องสงสัยถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด 6,248 ศพ และรัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ให้การยอมรับอย่างเป็นทางการว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการทำสงครามยาเสพติดจริง

แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวออกมาแย้งว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในการปราบปรามนั้นสูงกว่านี้มาก เพราะมีผู้ใช้ยาเสพติดที่ฐานะยากจนหลายพันคน และจำนวนมากอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของตำรวจ ถูกสังหารในสถานการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดูเตร์เตกล่าวปกป้องการทำสงครามยาเสพติดของเขาและไม่เคยขอโทษต่อการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น ระบุว่าเขาบอกให้ตำรวจสังหารในกรณีที่ต้องป้องกันตัวเท่านั้น

แต่ญาติของผู้เสียชีวิตบางคนกับนักเคลื่อนไหวกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่เคลือบแคลงสงสัยในการกระทำของเจ้าหน้าที่ ตัดสินใจขุดศพผู้ตายขึ้นมาตรวจสอบ และมีหลายครั้งสอบครั้งที่พบร่องรอยของการเสียชีวิตจากความรุนแรง สวนทางกับในใบมรณบัตรที่ระบุว่าเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ บางศพถึงขั้นมีรูกระสุนปืนที่ศีรษะ

อัยการของ ICC กล่าวว่า อาจมีคนมากถึง 30,000 ราย ที่เสียชีวิตภายใต้เงื้อมมือของตำรวจและบุคคลปริศนา ในการปราบปรามยาเสพติดตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ภาพบุคคลมากมายที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของนายดูเตร์เต
ภาพบุคคลมากมายที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของนายดูเตร์เต

เด็กก็ไม่ละเว้น

การปราบปรามจนถึงเดือนมิถุนายน 2563 หรือ 4 ปีหลังดูเตร์เตรับตำแหน่ง กลุ่มนักเคลื่อนไหวประเมินว่ามีเด็กถูกตำรวจสังหารระหว่างทำสงครามกับยาเสพติดประมาณ 129 ศพ โดยหนึ่งในเด็กอายุน้อยสุดที่ถูกสังหารคือ ด.ญ.ไมกา อัลปีนา ถูกยิงระหว่างที่ตำรวจบุกบ้านเพื่อจับกุมพ่อของเธอในปี 2562 โดยตำรวจอ้างว่า ผู้ต้องสงสัยใช้เด็กเป็นโล่กันกระสุน

อีกคดีเกิดขึ้นที่เกาะเนกรอส ตอนกลางของฟิลิปปินส์ ตำรวจเปิดฉากยิง ด.ญ.อัลเธีย เฟม บาร์บอน พร้อมกับพ่อของเธอที่กำลังขี่จักรยานยนต์ ทำให้เด็กหญิงเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจพยายามอ้างว่าพ่อของเธอเป็นพ่อค้ายาเสพติด

แต่เหตุการณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุคนั้นคงไม่พ้นการฆาตกรรมนาย คียาน เดลอส ซานโตส วัยรุ่นอายุ 17 ปี ผู้ถูกตำรวจยิงตายในตรอกใกล้บ้านตัวเองบริเวณชานกรุงมะนิลาในปี 2560 โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ชายหนุ่มคนนี้พยายามขอร้องให้ตำรวจปล่อยตัวเขา เพราะเขาต้องไปอ่านหนังสือสำหรับการสอบในวันถัดไป

ตำรวจอ้างว่านายซานโตสมีอาวุธ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ตำรวจลากตัวนายซานโตสที่ “ไม่มีอาวุธ” เข้าไปในตรอกและยิงเขาจนเสียชีวิต

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ตำรวจก็ถูกกล่าวหาว่าลักพาตัววัยรุ่น 2 คน ในย่านชานกรุงมะนิลาอีกแห่ง โดยตำรวจอ้างว่าทั้งสองคนพยายามปล้นรถแท็กซี่ ทำให้เกิดการไล่ตาม ซึ่งระหว่างนั้นตำรวจยิงนาย คาร์ล อาร์นาอิซ เสียชีวิต ส่วนวัยรุ่นอีกคนชื่อ เรย์นัลโด เด กุซมัน หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

จนกระทั่งหลายวันต่อมา มีผู้พบร่างไร้วิญญาณของเขาอยู่ในคลองซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุหลายร้อยกิโลเมตร และไม่มีใครอธิบายได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เหยื่อรอดตายมาเล่า

การทำสงครามยาเสพติดของดูเตร์เตทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย แต่ก็มีหลายคนที่รอดตายและบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นกรณีของนาย ฟรานซิสโก ซานติอาโก จูเนียร์ เมื่อปี 2559

นายซานติอาโกบอกกับสำนักข่าว อัลจาซีรา ว่า เขากับเพื่อนอีกคนถูกตำรวจจับกุมในกรุงมะนิลา ก่อนจะถูกพาไปยังตรอกมืดๆ แล้วตำรวจก็เปิดฉากยิง ทำให้เพื่อนของเขาเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเขาล้มลงและแกล้งตาย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลุกขึ้นมาเมื่อนักข่าวเดินทางมาถึง ซึ่งภาพการช่วยชีวิตชายคนนี้ถูกกล้องบันทึกไว้ได้ และกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานในการยื่นฟ้องร้องต่อ ICC

นายโรเจอร์ เอร์เรโร เผชิญกับชะตากรรมคล้ายกันในปี 2561 โดยคุณพ่อลูก 4 จากจังหวัดเควซอนถูกตำรวจยิงในระยะประชิดจนกระดูกกรามแหลก หลังตำรวจกล่าวหาว่าเขาขโมยของ และพยายามขี่จักรยานยนต์หนี แต่ภรรยาของนายเอร์เรโรอ้างว่า สามีของเธอขี่จักรยานยนต์ไม่เป็น ขณะที่นายเอร์เรโรรอดชีวิตมาได้เพราะนอนแกล้งตาย

อีกคดีดังในปี 2560 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนพบคุกลับอยู่ภายในสถานีตำรวจในเมืองหลวงกรุงมะนิลา ภายในขังคน 12 คนเอาไว้อย่างแออัดยัดเยียด โดยคณะกรรมการฯ ไม่พบบันทึกการจับกุมคนเหล่านี้ และตำรวจก็ไม่ได้แจ้งครอบครัวหรือทนายเกี่ยวกับการหายตัวไปของพวกเขา อย่างไรก็ตาม การฟ้องร้องดำเนินคดีตำรวจกลุ่มนี้ถูกรัฐบาลยกเลิกในปี 2564

ชาวฟิลิปปินส์ออก,ชุมนุมหลังอดีตประธานาธิบดี ดูเตร์เต ถูกจับกุม
ชาวฟิลิปปินส์ออก,ชุมนุมหลังอดีตประธานาธิบดี ดูเตร์เต ถูกจับกุม

โดน ICC ออกหมายจับ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 สำนักงานอัยการของ ICC ประกาศเริ่มการสืบสวนเบื้องต้นเพื่อหาข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตในฟิลิปปินส์ แต่เดือนต่อมา ดูเตร์เตกลับออกคำสั่งพาฟิลิปปินส์ออกจากการเป็นสมาชิก ICC ทันที และคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 2562

อย่างไรก็ตาม กฎของ ICC ระบุว่า ถึงแม้ประเทศใดๆ จะออกจากการเป็นสมาชิก แต่ ICC ก็ยังคงมีอำนาจในการตัดสินคดีที่เกิดขึ้นระหว่างที่ประเทศนั้นๆ ยังเป็นสมาชิกของ ICC อยู่ ทำให้การสืบสวนยังดำเนินต่อไปได้จนกระทั่งในปี 2564 การสืบสวนถูกระงับ หลังฟิลิปปินส์อ้างว่า พวกเขากำลังสืบสวนข้อกล่าวหาเดียวกันนี้อยู่แล้ว

แต่ในปี 2566 ICC กลับมาเริ่มการสืบสวนอีกครั้ง โดยระบุว่าพวกเขาไม่พอใจในความพยายามสืบสวนของฟิลิปปินส์

ในตอนแรก รัฐบาลของนายเฟร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ ยืนยันว่าพวกเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับ ICC แต่ในช่วงปี 2567 พวกเขากลับเปลี่ยนท่าทีและบอกว่าจะปฏิบัติตามหากมีการออกหมายจับใดๆ และการจับกุมตัวนายดูเตร์เตก็เกิดขึ้นในวันอังคารที่ 11 มี.ค. 2568 หลัง ICC ออกหมายจับ


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : reutersaljazeera