‘ยศพล’ ให้โอวาท 33 ผู้บริหารใหม่ ยึดหลักธรรมาภิบาล พัฒนาอาชีวศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

‘ยศพล’ ให้โอวาท 33 ผู้บริหารใหม่  ยึดหลักธรรมาภิบาล พัฒนาอาชีวศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

‘ยศพล’ ให้โอวาท 33 ผู้บริหารใหม่ ยึดหลักธรรมาภิบาล พัฒนาอาชีวศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แสดงความยินดีกับผู้บริหารสถานศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก 33 คน ในการรายงานตัวผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี) ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมเน้นย้ำความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก ที่ดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ

ในโอกาสนี้ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวให้โอวาทและแนวทางการบริหารสถานศึกษากับผู้บริหารใหม่33 แห่งว่า ให้ยึดหลักการบริหารตน การบริหารคน และการบริหารงาน รวมทั้งเน้นย้ำให้ยึดหลักกฎหมายในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบพัสดุ การผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล การบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการสร้างความรักสามัคคีในองค์กร การสร้างความเชื่อมั่น และการทำงานเป็นทีมให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา

นายยศพล กล่าวต่อไปว่า การเลือกสถานศึกษาที่จะไปปฏิบัติงาน ให้คำนึงถึงประสบการณ์และความถนัดของแต่ละคน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีที่เน้นการจับคู่คนกับงานให้เหมาะสม (Put the right man on the right job) ผู้ที่มีความถนัดด้านเกษตรควรได้ปฏิบัติงานในสายเกษตร ผู้ที่มีความชำนาญด้านเทคนิคก็ควรได้ทำงานด้านเทคนิค เนื่องจากจะทำให้บุคลากรมีความสุขในการทำงาน และสามารถนำประสบการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้บริหารใหม่ทั้ง 33 คน จะต้องเข้ารับการพัฒนาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ประกอบด้วยการพัฒนาตนเองและการพัฒนาในหลักสูตรสมรรถนะต่างๆ รวมกว่า 100 ชั่วโมง รวมถึงการฝึกอาชีพและการเป็นผู้อำนวยการกับพี่เลี้ยงที่จะดูแลอีกประมาณ 80 กว่าชั่วโมง

สกู๊ปพิเศษ : นักสู้ภูธร ‘เทวากร คำสัตย์’ อาจารย์สอนภาษาไทย ผู้คว้ารางวัลจากกระทรวงศึกษาจีน

สกู๊ปพิเศษ : นักสู้ภูธร ‘เทวากร คำสัตย์’ อาจารย์สอนภาษาไทย ผู้คว้ารางวัลจากกระทรวงศึกษาจีน

สกู๊ปพิเศษ : นักสู้ภูธร ‘เทวากร คำสัตย์’ อาจารย์สอนภาษาไทย ผู้คว้ารางวัลจากกระทรวงศึกษาจีน

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การสอนภาษาไทยให้คนไทยเข้าใจว่ายากแล้ว การสอนภาษาไทยให้คนต่างชาติเข้าใจเป็นเรื่องที่ยากกว่า แต่เขาทำได้และทำได้ดี ถึงขนาดมีรางวัล “สอนดี” การันตีความสามารถ ผศ.ดร.เทวากร คำสัตย์ หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย Nanjing Tech University Pujiang Institute อาจารย์สอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ ผู้ที่ใช้คำดูถูกเป็นยาชูกำลัง และยกให้ความอดทน คือหนทางสู่ความสำเร็จ!

“เป็นเด็กชายดื้อๆ ซนๆ ชอบเป็นจุดสนใจ ชอบอะไรที่มันสนุกๆ พอ ม.ปลาย ก็เป็นเด็กหลังห้อง กิจกรรมเด่น เรียนเก่งบางรายวิชา ซึ่งวิชาที่จะได้เกรด 4 ก็คือ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และประวัติศาสตร์ ส่วนวิชาอื่นๆ ก็ต้องบอกว่า ได้หนึ่ง สอง มาโดยตลอด” คำบอกเล่าของ “อ.แท็ค” ผศ.ดร.เทวากร คำสัตย์ ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ชวนให้ย้อนวันวานกลับไปยังวัยเยาว์

และด้วยความแสบแบบวัยรุ่นต่างจังหวัด ณ เวลานั้น ติดตัวเขามาจนกระทั่งเข้ามาเป็นเฟรชชี่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต กระทั่งกลายเป็นรุ่นพี่ปี 2 ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นน้องจึงปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ และกลายเป็น“เทวากร” เวอร์ชั่นนักกิจกรรมเต็มตัวที่ช่วยคณะแบบทุ่มสุดแรง และรู้ตัวว่า “อยากเป็นครู”

“ชอบกิจกรรมมากเลย ถ้าเกิดว่ามี 10 คะแนน ผมให้กิจกรรมไปแล้ว 9 คะแนน ชอบตั้งแต่ปี 1 ชอบวันแรกที่มีรุ่นพี่เรียกประชุมเชียร์ ชอบที่มีพี่วินัย พี่ว้าก ผมอาจจะเป็นโรคจิตบางอย่างที่พอเห็นกิจกรรมเหล่านี้จะพุ่งเข้าใส่เลย พี่อยู่ดึกแค่ไหน ผมก็อยู่ดึกแค่นั้น แต่พอขึ้นปี 3 ก็ปรับตัวนิดหนึ่ง กลับมาตั้งใจเรียน ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเรียนนิเทศฯ ม.รังสิต แต่เพื่อนๆ ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นกันหมด ผมก็ตามเพื่อนไปเรียนญี่ปุ่นด้วย 1 ปี พออยู่ชั้นปีที่ 2 ก็รู้สึกว่าอยากจะสอนน้องๆ ชอบสอน ชอบถ่ายทอดความรู้ ชอบเล่าเรื่อง ก็เอ๊ะ! หรือว่าเราชอบเป็นครู ซึ่งตอนนั้นก็มีสาขาที่สามารถจบไปเป็นครูได้ ก็คือสาขาภาษาไทย และจริงๆ ผมน่าจะชอบภาษาไทยมาตั้งแต่ ม.ปลาย เพราะชอบแต่งกลอน แล้วก็ได้เกรด 4 วิชาภาษาไทยมาตลอด”

เรามีความรู้สึกว่า ม.รังสิต เป็นบ้านไปแล้ว ไม่มีวันไหนที่ไม่มีความสุขเลย ตลอด 4 ปี ที่นี่เป็นเซฟโซนของผม” แม้จะรักและผูกพันกับสถาบันแค่ไหน แต่สุดท้าย “นายเทวากร” ก็ตัดสินใจก้าวออกไปสู่โลกอีกใบ สู่บ้านหลังใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

“เรียนจบ 1 เดือน ผมก็ไปเป็นครูที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟเมืองเอก แต่ยังมีแอบกลับมาประชุมเชียร์ แอบมาช่วยน้องๆ ดูแลงานกิจกรรมอยู่ สุดท้ายก็มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่วิทยาลัยศิลปศาสตร์ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนวิชาการ แล้วก็กลับมาช่วยทำงานกิจกรรมของคณะเหมือนเดิม ทำอยู่ 5 ปีถึงได้สานฝันตัวเองไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย”

เพราะยังทำตามความฝันไม่สำเร็จพี่แท็คของน้องๆ ศิลปศาสตร์ในวันนั้นจึงเดินหน้าหาประสบการณ์ ด้วยการโบกมือลาบ้านหลังที่ 2 พร้อมกับเดินในเส้นทาง “อาจารย์สอนภาษาไทย” อย่างที่ตั้งใจ

“จริงๆ แล้วไม่อยากออก แต่ตอนนั้นไปเรียนปริญญาโท สาขาไทยศึกษา แล้วก็มีแขนงด้านการสอนภาษาไทยให้กับคนต่างชาติ แล้วมีอาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ ให้ผมไปเป็นผู้ช่วยสอนวิชาวิถีไทยให้กับคนจีน จากมหาวิทยาลัยครูกว่างซี สอนทั้งหมด 2 เทอม แล้วมีความรู้สึกว่าสนุก มีความสุขจังเลย ผมเลยอยากจะไปเป็นครูสอนภาษาไทยให้กับคนต่างชาติ ประจวบกับที่เรียนจบปริญญาโทพอดี แต่เรายังไม่มีประสบการณ์ จึงตัดสินใจไปสมัครงานที่สถาบันอื่น ก็คือสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งมีสอนปริญญาตรีและมีคนจีนมาเรียนด้วย เลยตัดสินใจไปลองดู”

หลังจากสอนอยู่ที่ปัญญาภิวัฒน์ได้ 8 เดือน อ.แท็ค ก็ได้รับโอกาสให้ไปสอนหนังสือที่ต่างประเทศ เป็นอาจารย์แลกเปลี่ยนที่ครองใจนักต่างศึกษาจีนและเกาหลี หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน “ดร.เทวากร” เดินทางในสายอาจารย์สอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ มากว่า 8 ปี

“อยู่ PIM หรือปัญญาภิวัฒน์ 8 เดือนเท่านั้น ก็ได้เป็นอาจารย์แลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยภาษาและกิจการต่างประเทศกวางตุ้ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเรื่องการสอนภาษาไทย ไปสอนที่นั่นอยู่ 1 ปีครึ่งหลังจากนั้นยังไม่ทันได้กลับไทย ก็ไปสอนที่ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยปูซานภาษาและกิจการต่างประเทศ ที่เกาหลีใต้ พอกลับจากเกาหลีใต้ประมาณ 3-4 เดือน ผมก็เดินทางไปสอนที่ภาควิชาภาษาไทย สถาบันผู่เจียง แห่งมหาวิทยาลัยหนานจิงเทค ประเทศจีน ตอนนี้ก็อยู่ที่ผู่เจียง มา6 ปีแล้ว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาภาษาไทยด้วย”

เส้นทางของ “อาจารย์แลกเปลี่ยน” อาจดูดีในสายตาคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนเข้าใจ ซึ่ง อ.แท็ค เล่าว่า ตอนแรกกลัวมาก เพราะประสบการณ์ก็ยังมีไม่มาก และเท่าที่ทราบมาอาจารย์ที่ไปแลกเปลี่ยนที่นั่นส่วนใหญ่จะมาจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลชั้นนำ เป็นผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ ก็รู้สึกกังวลอยู่พอสมควร แต่ก็ถามใจตัวเองว่า ถ้าเราไม่ไปในครั้งนี้ โอกาสนี้ก็จะไม่กลับมาอีกแล้วนะ อย่างน้อยไป ถ้าผิดพลาดก็จะเป็นประสบการณ์ให้กับเรา หากประสบความสำเร็จก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองต่อไป

“ครั้งแรกที่สอน กลัวมากมือสั่น เหงื่อแตกไปหมดเลย เพราะมีอาจารย์ชาวจีนที่รู้ภาษาไทย ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ที่เคยมาแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ประเทศไทยบ่อยครั้ง ไปนั่งฟังเราสอน เราก็สอนแบบเกร็งๆ เครียดๆ เด็กจีนก็รู้สึกอึดอัดพอสมควร ก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ประสบความสำเร็จในการสอน เพราะเราเกร็งเกินไป

วันที่สองเอาใหม่ ปรับเอากิจกรรมที่ตัวเองเคยทำละลายพฤติกรรมด้วยเพลงไก่ย่างถูกเผา ตุ่มใส่น้ำ ชวนเต้น เด็กจีนก็รู้สึกสนุกดีนะ เรียนภาษาไทยกับคนไทยหลังจากนั้นก็นำลักษณะของเกมกิจกรรมเข้าไปสอดแทรกในการสอนกลายเป็นห้องเรียนที่มีความสุขมาก เพราะปกติที่จีนจะสอนแบบขงจื๊อ เอามือไพล่หลัง ท่องหนังสือ จะไม่ค่อยเน้นกิจกรรมมากเท่าไหร่ ก็เป็น Active Learning รุ่นแรกๆ ของปี 2559”

สำหรับอาจารย์ที่สอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ เราจะไม่สอนให้ลูกศิษย์พูดภาษาไทยแบบคนที่ไม่ได้เรียนรู้ภาษาไทย เราต้องให้คนจีนพูดออกเสียงตามฐานกรณ์ให้เหมือนกับคนที่เรียนจริงๆ พยายามที่จะออกเสียงให้เหมือนกับคนไทยให้มากที่สุด เพราะเวลาจบมาทุกคนคาดหวังกับเขา เพราะเขาเรียนวิชาเอกภาษาไทย ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่กดดันมาก และสิ่งที่กดดันที่สุดก็คือนักศึกษาจีนจะต้องเขียน IS เป็นภาษาไทย อย่างน้อย 30 หน้า เราคนไทยเขียนภาษาต่างประเทศยังกังวลว่าจะเขียนผิดเขียนถูก แล้วภาษาไทยก็ไม่ได้มีแอปพลิเคชั่นที่เสถียรมากนัก เด็กๆ จะต้องเขียนให้ได้ แล้วเราก็ต้องเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาก็กลัวว่าเด็กจะเขียนไม่ได้

การตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ เดินทางสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะ “อาจารย์แลกเปลี่ยน” ถือเป็นจุดพลิกผันสำคัญของชีวิต ที่มาพร้อมความท้าทาย และการพิสูจน์ตัวเอง “เป็นอาจารย์แลกแปลี่ยนก็มีคำถามมากมาย หนึ่ง เขาก็ Question เรื่องความรู้ สอง Question เรื่องสถาบัน สาม ยังเด็ก อายุน่าจะ 26-27 ได้ ตอนนั้นเครียดมาก เพราะเราก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น อ่านหนังสือทุกวัน หยิบหนังสือทุกเล่มที่
จีนมี อ่านทุกอย่าง ถ้าไม่อ่านทักษะความเป็นครูมันไม่มี พอสอนแบบ Active Learning ตอนแรกเขาก็บอกว่า คนจีนเขาไม่ทำแบบนี้ อาจารย์ดูเป็นตัวตลก ตอนนั้นไม่ค่อยมีโมเดลก็พยายามวางแผน ทำเป็น Mind Map ว่า เราเริ่มต้นจากตรงนี้เป็นเมนไอเดีย แล้วจะต่อยอดเป็นอะไรได้บ้าง แล้วกิจกรรมที่ทำให้ชั้นเรียนก็ต้องได้ความรู้อะไรแฝงไปด้วย เช่น วันไหนเด็กรู้สึกเบื่อๆ ผมเอาลูกโป่งมาลูกหนึ่ง ให้เด็กตีลอยในอากาศ ให้เด็กคิดคำศัพท์ภาษาไทยอะไรก็ได้ที่อยู่ในหมวดหมู่ เหมือนที่เราเล่นเกม ใครทำร่วงก็ถูกทำโทษทุกครั้งในห้องเรียนของผมจะไม่มีใครได้นอนหลับ ผมจะทำให้ห้องเรียนของผม เป็นห้องเรียนที่มีชีวิตตลอดเวลา ทำให้เขารู้สึกว่า ดีใจทุกครั้งที่จะมาเจอเรา เหมือนมาร่วมเล่นเกมกับเรา มาสนุก
ด้วยกัน”

การเริ่มต้นไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามมักจะยากเสมอ แต่สุดท้ายวิธีการสอนที่อาจารย์ด้วยกันไม่เคยทำ ลูกศิษย์ไม่เคยเรียน ก็ได้รับการยอมรับ

“ตอนแรกก็จะมีห้องอื่นรู้สึกว่าสอนแล้วมันเสียงดัง เด็กๆ เจี๊ยวจ๊าว จะได้ประโยชน์เหรอ หรือมีคนถามว่า สอนแบบนี้ สนุกแป๊บเดียว เด็กๆ หัวเราะ ออกมาจากห้องเรียนความรู้อาจจะไม่เหลือแล้ว ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์พอสมควรเหมือนกัน พยายามที่จะทำทุกวันให้มันดีที่สุด แล้วก็จะวางแผนก่อนการสอนทุกครั้ง ใช้เวลา 1 เทอมก็พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า การสอนแบบแอ๊กทีฟมันได้ประโยชน์จริงๆ เด็กแฮปปี้ ฟีดแบ๊กออกมาดี คะแนนเด็กออกมาดี ที่จีนมีนโยบายจะปรับเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นว่าใครทำแบบนี้”

ก่อนที่ “อ.แท็ค” จะมายืนหน้าห้องเรียน สอนภาษาไทยให้นักศึกษาต่างชาติ ให้อาจารย์ด้วยกันยอมรับ “เทวากรสไตล์” เขาต้องเจอกับคำสบประมาท “คนอย่างเทวากรน่ะเหรอจะไปเป็นครู” แต่เขาพิสูจน์ให้ทุกคนประจักษ์ โดยเปลี่ยนคำดูถูกนั้นให้เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตสู่ความสำเร็จ

“ผมเอาคำนั้นไปพัฒนาตัวเองดีกว่า โกรธเขาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ทำให้ตัวเองดีแล้วกัน ให้วันหนึ่งเขายอมรับ แล้วในวันนี้ก็ไม่มีใครว่าเราแล้ว ถ้าไม่มีคำนั้น เราก็อาจจะไม่พยายาม อาจจะเป็นลูกหม้อรังสิต แต่ในวันนี้กลายเป็นเราไปยืนตรงอื่นก็ได้นะ แล้วกลับมาตอบแทนมหาวิทยาลัยในมุมอื่น ไม่จำเป็นต้องมาสอนที่นี่”

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าได้ทำงานที่ชอบก็เหมือนเราไม่ได้ทำงาน” แต่การทำงานแม้เป็นสิ่งที่เราชอบ ก็มักจะมีปัญหาให้ต้องแก้ไขเสมอ ดังนั้น เวลาเจอปัญหาใหญ่ๆ ตอนแรกก็จะตื่นเต้น สักพักพอเราได้สติ ก็จะรู้ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่มันอยู่ที่เรามอง ถ้าเรามองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป พรุ่งนี้ก็เป็นเรื่องอื่น เคยมีร้องไห้ข้างถนนเลย ที่ไปอยู่จีน ทำงานกับคนจีนไม่รู้เรื่อง ร้องไห้แป๊บเดียวก็หาย อีกวันก็กลับไปไก่ย่างถูกเผา ไปสอนภาษาไทยใหม่ เป็นคนที่เหนื่อยแป๊บเดียว สุดท้ายก็กลับไปเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง ผมมองว่าถ้าผมทุกข์ ความทุกข์นั้นมันก็ถูกแผ่กระจายออกไปสู่ลูกศิษย์หรือเพื่อนร่วมงานก็จะทุกข์แป๊บเดียว ใช้ชีวิตให้สนุกทุกวันดีกว่า

เพราะเอาความเป็นนักศึกษามาใส่ในตัวเอง อ.แท็คจึงรู้วิธีดึงความสนใจจากเหล่านักศึกษาที่ไม่อยากคร่ำเคร่งกับการเรียน ด้วยการสอดแทรกเรื่องเล่าในวีถีชีวิตประจำวัน เล่าตำนานเล่าที่มา รวมถึงการนำเกมกิจกรรมมาทำให้ห้องเรียนคึกคัก

“ผมได้รางวัลการสอนดีเด่นของกระทรวงศึกษาธิการจีน เพราะจีนไม่เคยมีแอ๊กทีฟเลิร์นนิ่ง สอนแบบ Action สอนแบบให้แต่งประโยค ให้ไป
สถานที่ กระโดดไปโน่นไปนี่ เขาถามว่าเรียนจบจากที่ไหน ก็บอกจบรังสิต เขาก็โอ้! คนจีนมอง ม.รังสิต เป็นมหาวิทยาลัยชั้นดี ที่จีนไม่มีปัญหาเลย”

ถึงจะมีประสบการณ์สอนไม่มากแถมอายุก็ยังน้อย และไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยอีลิท แต่ “อ.แท็ค” ก็ได้รับการยอมรับระดับประเทศ มีรางวัลการันตีความสามารถ ที่สำคัญเป็น “คนไทย” คนเดียวในภาควิชาภาษาไทย และได้เป็นหัวหน้าภาคที่ดูแลทั้งด้านบริหาร การสอน วางหลักสูตร

“นอกจากวางหลักสูตรแล้วก็ต้องออกไปทำความร่วมมือ แล้วก็ต้องเขียนบทความปีละ 5 เรื่อง ต้องทำหลายอย่างครับ ต้องสู้เยอะ ทั้งประเทศจีน น่าจะเป็นผมคนเดียว และน่าจะเป็นคนแรกที่เป็นหัวหน้าภาคซึ่งเป็นคนต่างชาติ ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมพลังกันทำให้ภายใน 6 ปี ชื่อเสียง ม.ผู่เจียง ขึ้นไประดับแถวหน้า ด้วยความที่เราเป็นวัยรุ่นทั้งหมด อยากพิสูจน์ตัวเอง ไม่อยากให้คนมาดูถูก” อ.แท็ค กล่าวและว่า ตอนนี้พยายามทำหนังสือ พยายามเขียนบทความวิจัย บทความทางวิชาการ ไปในประเทศจีน หรือว่าต่างประเทศ และยังสนุกที่จะบริหาร ดูแลภาควิชา ดูแลหลักสูตรปริญญาตรี มันมีความท้าทายอะไรบางอย่างที่คนไทยต้องเข้าไปผลักดันนโยบายต่างๆ กับกระทรวงศึกษาธิการจีน

พอรุ่นแรกที่ผมไปช่วยดูแลหลักสูตรตั้งแต่ต้น เรียนจบ รับปริญญาใส่ชุดครุย ผมน้ำตาไหลไม่หยุด มีความรู้สึกว่าเราสร้างเด็กจีนรุ่นแรกที่เขาไม่รู้เลยว่า มาเรียนกับเรา เขาจะได้อะไรไหม พ่อแม่เขาเอาความหวังมาฝากไว้กับเรา 4 ปี วันหนึ่งลูกเขาเรียนจบ มันมีความรู้สึกว่านี่มันผลงานที่เราสร้างมา เราเลี้ยงเขามา พอปี 4 เขาพูดภาษาไทยได้ทุกคน แต่ก่อนเคยถามลูกศิษย์ว่า ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาไทย บางคนบอกชอบภาษาไทยอยู่แล้ว แต่กลุ่มใหญ่บอกว่าไม่รู้จักภาษาไทยด้วยซ้ำ คะแนนเกาเข่าถึงก็เอาไว้ก่อน เพราะว่ากลัวจะสอบไม่ติดมหาวิทยาลัย แต่พอเขาจบปี 4 เขารักประเทศไทย เขาพูดภาษาไทยได้ เขาเลือกที่จะมาต่อปริญญาโทที่ประเทศไทย หรือมาทำงานด้านภาษาไทยเรามีความรู้สึกว่า เราได้ช่วยเผยแพร่ความเป็นไทยไปสู่คนต่างชาติ ได้เผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

“กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ได้เจอแต่ความงดงาม เบื้องหลังเจอปัญหามาก ต้องพิสูจน์ตัวเอง มีคนดูถูก มีคนที่ไม่ยอมรับเราเลยตั้งแต่ต้น เพราะว่าบุคลิกเราดูเด็ก ทำอะไรก็ดูเหมือนเยาะแหยะ อีกทั้งคนที่สอนภาษาไทยในสายนี้ก็จะไม่ค่อยเน้นกิจกรรมมาก ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า สิ่งที่เราทำมันได้ประโยชน์จริงๆ ก็ต้องขอบคุณตัวเองที่อดทนมาก เป็นนักสู้คนหนึ่ง แล้วก็เป็นนักสู้แบบบ้านๆ ด้วยนะ” ผศ.ดร.เทวากร กล่าวทิ้งท้าย

‘คุรุสภาเปิดทดสอบ’รายวิชาครู’ผ่านระบบออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง

'คุรุสภาเปิดทดสอบ'รายวิชาครู'ผ่านระบบออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง

‘คุรุสภาเปิดทดสอบ’รายวิชาครู’ผ่านระบบออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.25 น.

14-24 มี.ค.นี้ “คุรุสภา” เปิดรับสมัครการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ รายวิชาครู ครั้งที่ 1/2568 ผ่านระบบออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง “อมลวรรณ” เผยเตรียม 12 จังหวัดเป็นสนามสอบครอบคลุมทั่วประเทศ ใช้ระบบกระดาษ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รองรับผู้เข้าสอบได้จำนวนมาก

ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ข้อบังคับคุรุสภากำหนดให้การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น จะออกให้แก่ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่ผ่านการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ซึ่งในปี 2568 นี้ คณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ได้ออกประกาศคณะอนุกรรมการอำนวยการฯ เรื่อง กำหนดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู รายวิชาครู ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยกำหนดการทดสอบ จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 การทดสอบวิชาครู ระบบกระดาษ จำนวน 1 รอบ และ ครั้งที่ 2 การทดสอบวิชาครู ระบบอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 รอบ

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า จากประกาศดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้กำหนดจัดการทดสอบฯ รายวิชาครู ครั้งที่ 1 ระบบกระดาษ ประจำปี พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. จัดสนามสอบฯ จำนวน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยขั้นตอนแรกจะเปิดให้ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบฯ ตรวจสอบสิทธิและยื่นคำร้องขอมีสิทธิเข้ารับการทดสอบฯ ระหว่างวันที่ 11 – 17 มีนาคม 2568 จากนั้นเปิดให้สมัครเข้ารับการทดสอบฯ ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2568 เวลา 08.30 น. – วันที่ 24 มีนาคม 2568 สิ้นสุดเวลา 16.30 น. ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผ่านระบบรับสมัครสอบออนไลน์ https://ksp2568-1.thaijobjob.com

“การทดสอบครั้งนี้ คุรุสภาได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ารับการทดสอบทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จัดแบบทดสอบทั้ง ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และทุกสนามสอบจะใช้การทดสอบแบบกระดาษ เพื่อรองรับผู้เข้ารับการทดสอบได้เป็นจำนวนมาก ผู้สมัครสามารถเลือกสถานที่เข้ารับการทดสอบได้ 1 จังหวัด และเลือกแบบทดสอบได้ 1 ภาษา จากสนามสอบ จำนวน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย จังหวัดที่จัดการทดสอบฉบับภาษาไทย จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก กรุงเทพมหานคร นครปฐม ลพบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี ชลบุรี สงขลา และสุราษฎร์ธานี  ในจำนวนนี้มี 4 จังหวัดที่จัดการทดสอบฉบับภาษาอังกฤษด้วย ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น และสงขลา ซึ่งผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการทดสอบฯ ครั้งนี้มีเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ที่เคยสมัครเข้ารับการทดสอบแล้วแต่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ฯ ตั้งแต่ ปี 2564 – 2567 และผู้ที่ไม่เคยสมัครเข้ารับการทดสอบที่จะมาร่วมเข้าทดสอบในครั้งนี้ด้วย ซึ่งการใช้แบบทดสอบแบบกระดาษ จะมีจำนวนที่นั่งสอบเพียงพอสามารถรองรับผู้สมัครฯ ได้ทั้งหมด และขอย้ำให้ทุกท่านดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างถูกต้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง”

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวอีกว่า สำหรับการชำระค่าสมัครเข้ารับการทดสอบ ชาวไทย หรือ บุคคลที่มีบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คนละ 500 บาท ส่วนชาวต่างประเทศ คนละ 1,000 บาท ชำระได้ระหว่างวันที่ 14 – 24 มีนาคม 2568 โดยนำรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ได้รับจากระบบรับสมัครสอบสแกนชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ของธนาคารทุกแห่ง โดยต้องชำระเงินก่อนเวลา 08.00 น.ของวันถัดไปนับจากวันที่เลือกจังหวัดที่เข้ารับการทดสอบ เพื่อรักษาสนามสอบที่เลือก หากไม่สามารถชำระเงินได้ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่แจ้งในคู่มือ หรือ สอบถามศูนย์บริการข้อมูล โทร.0-2257-7159 ต่อ 3 หรือ ไลน์ไอดี @Thaijobjob เท่านั้น

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวด้วยว่า ผู้ที่สมัครและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว สามารถแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลของตนเองได้ ระหว่างวันที่ 25 – 27 มีนาคม 2568 ยกเว้นข้อมูลเลขประจำตัวประชาชนและวันเดือนปีเกิดที่จะไม่สามารถแก้ไขได้ จากนั้นจะเปิดให้ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบฯ และพิมพ์บัตรประจำตัวได้ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ https://ksp2568-1.thaijobjob.com เพื่อนำบัตรประจำตัวไปแสดงตนเข้ารับการทดสอบฯ ในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 ตามจังหวัดสอบที่ได้สมัครไว้ และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบฯ ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม 2568

ผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการทดสอบทุกท่าน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ksp.or.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กลุ่มมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ เบอร์โทร.0-2280-0048 หรือสอบถามข้อมูลจากศูนย์บริการข้อมูล (Call Center) เบอร์ 0 2257 7159 ต่อ 3 หรือ ไลน์ไอดี @Thaijobjob เท่านั้น.

บุคคลในข่าว 10 มีนาคม 2568

บุคคลในข่าว 10 มีนาคม 2568

10 มี.ค. 2568 04:45 น.

บุคคลในข่าว 10 มีนาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ มุกดา สว่างวิบูลย์พงศ์ ณ วัดมัชฌันติการาม เขตบางซื่อ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ มุกดา สว่างวิบูลย์พงศ์ ณ วัดมัชฌันติการาม เขตบางซื่อ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม.

การเมืองขบเหลี่ยมเฉือนคม ในบริบทนิติสงคราม ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันมูหะมัดนอร์ มะทา ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา อ้างว่าตามที่ ฝ่ายค้าน ได้เสนอญัตติขอเปิดอภิปราย เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ตามมาตรา 151 แห่งรัฐธรรมนูญ นั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้ว เห็นว่า การระบุรายชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาการอภิปราย อาจทำให้บุคคลอื่นเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถชี้แจงในที่ประชุมสภาได้ จึงขอให้…แก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว โดยนำรายชื่อ บุคคลภายนอก ออกจากเนื้อหาญัตติ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 176 (เป็นอำนาจประธานสภาฯในการตรวจสอบข้อบกพร่องและแจ้งผู้เสนอให้แก้ไขภายใน 7 วันหลังจากวันที่ได้ยื่นญัตติ คือวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา)ถอดข้อความญัตติการอภิปรายของฝ่ายค้าน “นายกฯสมัครใจยินยอมให้ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกฯหุ่นเชิด โดยบิดาเป็นนายกฯตัวจริง ที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ”.พุ่งเป้าไปที่การปล่อยให้มี การครอบงำจากบุคคลภายนอก เข้าข่ายการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง โทษหนักถึงยุบพรรค

อย่าพลาด - สุนันทา กังวาลกุลกิจ และ สนั่น อังอุบลกุล แถลงข่าวการจัด “STYLE Bangkok 2025” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ระหว่าง 2-6 เม.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย มาร่วมแถลงด้วย ที่กระทรวงพาณิชย์ วันก่อน.
อย่าพลาด – สุนันทา กังวาลกุลกิจ และ สนั่น อังอุบลกุล แถลงข่าวการจัด “STYLE Bangkok 2025” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ระหว่าง 2-6 เม.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย มาร่วมแถลงด้วย ที่กระทรวงพาณิชย์ วันก่อน.

เวลาเดียวกับที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาโต้แย้ง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นสิทธิของสมาชิกที่เข้าชื่อครบตามรัฐธรรมนูญ และ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าให้ ประธานสภาฯมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจ ที่จะไม่บรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “การอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนว่า การที่มีการพูดพาดพิงถึงคนนอก ที่ไม่สามารถชี้แจงในสภาได้ และทำให้เกิดความเสียหาย สมาชิกผู้อภิปรายต้องเป็นคนรับผิดชอบอยู่แล้ว เรื่องนี้เชื่อว่าคนไทยทุกคนเห็นข้อเท็จจริงว่าการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน ทักษิณมีความเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย” ดังนั้น ประเด็นใหญ่ที่ต้องตั้งเป็นคำถามตัวโตๆ ประธานสภาฯ จะพิจารณา บรรจุญัตติการอภิปรายเข้าพิจารณาในสภา หรือไม่ ถ้าฝ่ายค้าน ไม่ยินยอมตัดชื่อคนนอกออกจากญัตติดังกล่าว และถ้า ยืดเยื้อไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน ที่จะเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งแผลเก่าแผลใหม่มัดรวมกัน

วปรอ.366 - พล.อ.อ.อำพล อินทรไทยวงศ์ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนนักศึกษา วปรอ.366 โดยมี พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข, พล.ท.ประสงค์ ปานเจริญ, บัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์, คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ และ วันนิวัติ ศรีไกรวิน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
วปรอ.366 – พล.อ.อ.อำพล อินทรไทยวงศ์ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนนักศึกษา วปรอ.366 โดยมี พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข, พล.ท.ประสงค์ ปานเจริญ, บัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์, คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ และ วันนิวัติ ศรีไกรวิน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.

เหลี่ยมต่อไป….พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้เหตุผลที่ คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติรับ คดีฮั้วเลือก สว. เป็นคดีพิเศษ ฐานความผิดฟอกเงิน สามารถทำได้ เพราะจากการสอบสวนพยานเชื่อได้ว่า มีเงินสะพัดในการเลือก สว.ครั้งนี้กว่า 300 ล้านบาท…เข้าข่ายการฟอกเงินที่ ดีเอสไอ…หากสอบพบความผิดอื่น อั้งยี่ ซ่องโจร ให้ถือเป็นคดีพิเศษได้เลย ประโยคสำคัญ คดีนี้มีพยานมากถึง 7 พันคน คาดต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานภายใน 3 เดือน ยาวไป ส่วน กกต. คู่กรณี แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ยังยืนกระต่ายขาเดียว…ไม่มีกฎหมายห้ามนำโพยเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง….เพราะฉะนั้น การนำโพยเข้าไปในคูหาเลือกตั้งจึงไม่มีความผิด นิติสงครามเพิ่งจะเริ่มต้น

ตามไปซื้อ - เปาโล ดีโอนีซี ทูตสาธารณรัฐอิตาลี เป็นประธานเปิด “FPM Milano Pop-up Store” แบรนด์กระเป๋าเดินทางลักชัวรีจากอิตาลี ให้ ดนัย สรไกรกิติกูล โดยมี ศิโรตม์ เสตะพันธุ, กิตติภัทร แก้วเจริญ และ พรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.
ตามไปซื้อ – เปาโล ดีโอนีซี ทูตสาธารณรัฐอิตาลี เป็นประธานเปิด “FPM Milano Pop-up Store” แบรนด์กระเป๋าเดินทางลักชัวรีจากอิตาลี ให้ ดนัย สรไกรกิติกูล โดยมี ศิโรตม์ เสตะพันธุ, กิตติภัทร แก้วเจริญ และ พรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.

ที่ยังไม่จบ รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ยังตามขยี้ เปิดข้อมูลใหม่อุยกูร์ การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เมื่อวันที่ 8 ม.ค. มีหนังสือจากทางการจีนถึงไทย เพื่อขอให้ส่งตัวอุยกูร์ ต่อมา 17 ม.ค. สมช. ลงมติส่งตัวอุยกูร์….แต่การชี้แจงในที่ประชุม กรรมาธิการกฎหมายและยุติธรรม กลับยืนยันว่า จะไม่ส่งตัวอุยกูร์ ทั้งที่ สมช.มีการลงมติให้มีการส่งตัวไปแล้วและในรายละเอียดพบว่าไทยไม่เคยทำหนังสือในการส่งตัวให้กับประเทศที่สามอย่างเป็นทางการ…ประเด็นเดียวกันนี้ วอยซ์ ออฟ อเมริกา ภาคภาษาไทย ระบุว่า ข้อมูลของทีมโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ อ้างว่า ได้ร่วมงานกับไทยมาหลายปี เพื่อไม่ให้มีการส่งอุยกูร์กลับจีน รวมทั้งการเสนอให้ อุยกูร์ ไปตั้งรกรากในประเทศอื่น เรื่องสั้นคุณธรรมกลายเป็นหนังม้วนยาว

ศูนย์สุขภาพ - ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดคลินิก “VAANAA” ศูนย์สุขภาพมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงลึก พร้อมศูนย์ฝากเก็บสเต็มเซลล์ให้ นพ.พรพิทักษ์ ตั้งจิตนบ และ พรพล ตั้งจิตนบ โดยมี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และ วันชัย คงเกษม มาร่วมงานด้วย ที่บางแสน จ.ชลบุรี วันก่อน.
ศูนย์สุขภาพ – ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดคลินิก “VAANAA” ศูนย์สุขภาพมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงลึก พร้อมศูนย์ฝากเก็บสเต็มเซลล์ให้ นพ.พรพิทักษ์ ตั้งจิตนบ และ พรพล ตั้งจิตนบ โดยมี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และ วันชัย คงเกษม มาร่วมงานด้วย ที่บางแสน จ.ชลบุรี วันก่อน.
ยอดเยี่ยม - สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัล “Best Brand Performance on Social Media” แบรนด์ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย สาขากลุ่มธุรกิจประกันภัย จาก กล้า ตั้งสุวรรณ ในงาน Thailand Social Awards ครั้งที่ 13 ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
ยอดเยี่ยม – สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัล “Best Brand Performance on Social Media” แบรนด์ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย สาขากลุ่มธุรกิจประกันภัย จาก กล้า ตั้งสุวรรณ ในงาน Thailand Social Awards ครั้งที่ 13 ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

เนื่องในวันสตรีสากล ที่ผ่านมา นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯหญิง เห็นความสำคัญของ สุภาพสตรีที่เป็นเสาหลักของระบบเกษตรและอาหารของประเทศ ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารโภชนาการ และความเข้มแข็งของชุมชน ถึงกระนั้นสุภาพสตรียังคงเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงที่ดิน ทรัพยากรทางการเงิน การศึกษา และเทคโนโลยีที่ไม่เท่า เทียม เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างการเปลี่ยน แปลงสู่ระบบเกษตรและอาหาร ที่ยั่งยืนและเท่าเทียมในปัจจุบันและอนาคต

โปรดทราบ - ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ แถลงข่าวความสำเร็จของ MDCU MedUMORE แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ทางการแพทย์ พร้อมเปิดตัว Mobile Application เพื่อเข้าถึงองค์ความรู้ทางการแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา ที่จุฬา วันก่อน.
โปรดทราบ – ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ แถลงข่าวความสำเร็จของ MDCU MedUMORE แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ทางการแพทย์ พร้อมเปิดตัว Mobile Application เพื่อเข้าถึงองค์ความรู้ทางการแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา ที่จุฬา วันก่อน.
เบิร์ธเดย์ - สุริยน–เมก้า ศรีอรทัยกุล ชวนเพื่อนสนิทมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ สมศรี โรจน์สราญรมย์ โดยมี วิชัย–วิจิตรา ส่งทวีผล, มยุรี เตยะราชกุล, อาภัสรา เตชะรัตนไชย, ดร.รณิดา นกไทยเจริญ และ พรชุรี สกุลเรืองรักษ์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.
เบิร์ธเดย์ – สุริยน–เมก้า ศรีอรทัยกุล ชวนเพื่อนสนิทมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ สมศรี โรจน์สราญรมย์ โดยมี วิชัย–วิจิตรา ส่งทวีผล, มยุรี เตยะราชกุล, อาภัสรา เตชะรัตนไชย, ดร.รณิดา นกไทยเจริญ และ พรชุรี สกุลเรืองรักษ์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.

ประกาศแจ้งเตือนประชาชนจาก สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน หลังจากได้รับแจ้งจากประชาชนไทยหลายราย ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่พูดภาษาไทยทางหมายเลขโทรศัพท์ 202-944-3600 ซึ่งตรงกันกับหมายเลขกลางของสถานทูตไทย อ้างว่ามีเอกสารสำคัญจะส่งถึง และขอให้เดินทางมารับเอกสารที่สถานเอกอัครราชทูต พร้อมให้ยืนยันตัวตนโดยการแจ้งข้อมูลส่วนตัว และขอให้เปิดกล้องเพื่อบันทึกภาพด้วย

สถานเอกอัครราชทูต ขอเรียนว่า ไม่มีนโยบายติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลใดๆ จากประชาชนไทยทุกช่องทาง ยกเว้นบุคคลที่อยู่ในระหว่างการรับบริการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่จะติดต่อพร้อมคำร้องขอผู้รับบริการเท่านั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและยุติการสนทนาทันที สามารถแจ้งเบาะแสได้ทางออนไลน์ http://www.ic3.gov/ หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 202-684-8493

โรงพยาบาลรามคำแหง จะดำเนินการทำลายแฟ้มประวัติผู้ป่วยที่ไม่ได้มาติดต่อรักษาตั้งแต่ปี 2557 หากท่านใดประสงค์จะเก็บประวัติการรักษาไว้ โปรดติดต่อกลับภายในวันที่ 31 มี.ค.2568 ในเวลาทำการ 08.00-17.00 น. ที่ 0-2743-9999 ต่อ 1101

เริ่มตั้งแต่ 15 มี.ค.นี้เป็นต้นไป การบินไทย ไม่อนุญาตให้ใช้เพาเวอร์แบงก์ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ตามกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลูกเรือ

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

9 มี.ค. 2568 13:10 น.

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

หลังจากที่ แบม ไพลิน วงษา นักร้องสาวและอดีตมิสแกรนด์ระนอง 2024 ประกาศยุติความสัมพันธ์กับสามี และพา น้องเอลิน ลูกสาว กลับบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวตัวเอง  โดยมีคนในครอบครัวรวมถึงเพื่อนๆ แฟนๆ คอยให้กำลังใจ

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

ล่าสุด แบม ไพลิน โพสต์ภาพร่วมเฟรมกับอดีตสามีพร้อมด้วยลูกสาว หลังไปร่วมงานแต่งงานงานหนึ่ง พร้อมทั้งเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ทุกอย่างได้จบลงอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เหลือไว้ คือหน้าที่พ่อและแม่ให้เด็กหญิงที่ชื่อเอลิน”

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

และคอมเมนต์ใต้โพสต์เพิ่มเติมว่า “จากนี้แบมขอโฟกัสสิ่งดีๆ ระหว่างทาง นี้คือหน้าที่ทั้งหมดที่เหลืออยู่ แยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางของแต่ละคน เรื่องอะไรที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นอโหสิกรรมทุกอย่าง ไม่อยากมาคิดเป็นทุกข์ใจ ขอเก็บแค่สิ่งดีๆ ที่เหลือหลังจากนี้ ต้องขอโทษหากทุกๆ คนยังคิดว่ามันไม่จบ แต่ใจเราจบทุกอย่างย่อมดีเสมอ จะไม่ขอพูดหรือกล่าวหาอะไรอีกเพราะตอนนี้ชัดเจนมากๆ แล้ว ขอโฟกัสความน่ารักของเจ้าเอลินหลังจากนี้นะคะ”

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

หลังจากนั้น แบม ไพลิน โพสต์ข้อความเพิ่มเติมในเฟซบุ๊กว่า “แบมต้องขอโทษ หากใครหลายๆ คนไม่เข้าใจ หลังบ้านเราเคลียร์กันและจบทุกๆ อย่างด้วยดี เพราะรอมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน แบมขอเดินหน้าเลี้ยงลูก และโฟกัสแค่สิ่งดีๆ ระหว่างทาง ขอบคุณกำลังใจจากทุกๆ คนนะคะ”

แบม ไพลิน โพสต์ภาพกับพ่อของลูก ลั่นทุกอย่างจบสมบูรณ์ ขอโทษหากหลายคนไม่เข้าใจ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท

มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท

9 มี.ค. 2568 12:59 น.

มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท

หลังจากที่นางเอกสาว มุกดา นรินทร์รักษ์ ถูกจับตาว่ากำลังคบหาดูใจอยู่กับ สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน ทายาทของอาณาจักรฟิโก้ กลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภททั้ง อุตสาหกรรมสิ่งทอ โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น และบันเทิง เป็นลูกชายของ กฤษน์ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป และ ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

โดยก่อนหน้านี้ได้มีภาพของ มุกดา และ สิทธิ นั่งเคียงข้างในงานปาร์ตี้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีภาพในไอจีสตอรี่ในโมเมนต์เดียวกันอีกด้วย เลยกลายเป็นที่ถูกจับตามอง 

ล่าสุด มุกดา ก็ได้ยอมรับว่า กำลังคุยกับ ไฮโซสิทธิ ศรีชวาลา จริง เป็นคนที่กำลังศึกษาดูใจกัน แต่รักครั้งนี้ขอไปแบบเรื่อยๆ ไม่รีบ 

– วาเลนไทน์ที่ผ่านมาเป็นวาเลนไทน์ที่ดี มีความสุข ไปกับเพื่อนกันเป็นกลุ่ม ไปเที่ยวพักผ่อนกัน ไม่ได้ไปกันสองคน

มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท

– กับคนในข่าวก็มีพูดคุย ทำความรู้จัก ณ ตอนนี้มุกก็มีคุยอยู่บ้างก็รู้จักกันมาสักพักหนึ่งแล้วจากกลุ่มเพื่อน เวลาไปไหนเราก็มีเจอกันบ้าง ก็ไม่แปลกที่ทุกคนจะเห็นภาพออกมา

– คนในข่าวเป็นเพื่อนกัน คุยกัน รู้จักกัน เขาชื่อสิทธิ ก็เป็นเพื่อนกัน สนิทกันประมาณหนึ่ง มีการคุยกัน ก็ค่อยๆ ศึกษากันไป แต่ไม่ได้อยากให้โฟกัสว่าเป็นอะไรกัน สถานะเป็นยังไง เพราะเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เรียกว่ากำลังทำความรู้จักกัน

– ไม่ได้ปิดแต่ก็ไม่ได้จะเปิดอะไรมาก เวลาไปไหนเราไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ เราอยากชิลๆ เรื่อยๆ ไม่อยากไปโฟกัสว่ามันจะต้องเป็นยังไงสักเท่าไหร่

– อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน ไม่อยากให้ทุกคนโฟกัสไปไกล ความสัมพันธ์ก็เป็นอะไรที่กำลังดี เป็นไปด้วยดี

– เขาเป็นคนที่ให้คำปรึกษาที่ดี เป็นคนที่ทำให้เราสบายใจ

มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท

– เพิ่งคุยกันมาได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่มีสถานะ เป็นแค่เพื่อนสนิท แต่ก็สนิทมากกว่าคนอื่นๆ เป็นเรื่องราวดีๆ อยากให้ค่อยเป็นค่อยไป

– ส่วนกับ เข้ม หัสวีร์ ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระกันทั้งคู่ ในอนาคตอาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน และยังรับงานคู่กับ เข้ม ได้เหมือนเดิม

– ไม่อยากให้แฟนคลับกังวล เข้ม-มุก ไม่มีทางหายไปไหนแน่นอน เผยเรายังเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกัน ซัพพอร์ตกันในทุกเรื่อง อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้เราสองคน

มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท
มุกดา รับคุย สิทธิ ศรีชวาลา ไฮโซหมื่นล้าน อยู่ในช่วงศึกษากันแบบเพื่อนสนิท

อดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานสุดโรแมนติก (คลิป)

อดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานสุดโรแมนติก (คลิป)

9 มี.ค. 2568 12:18 น.

อดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานสุดโรแมนติก (คลิป)

เตรียมเป็นเจ้าบ่าวป้ายแดงอีกคนแล้วจ้า สำหรับ แพทริค ชานน มกรมณี อดีตดาราเด็กชื่อดัง ที่มีเอกลักษณ์คือทรงผมหยิกหยอย รับบทเป็น “หมูหยอง” ในละคร “คุณพ่อรับจ้าง” เมื่อปี 2547 จนแจ้งเกิดในวงการบันเทิงมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันอายุ 28 ปี

อดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานสุดโรแมนติก (คลิป)
อดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานสุดโรแมนติก (คลิป)
อดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานสุดโรแมนติก (คลิป)

เพราะล่าสุด แพทริค ทำเซอร์ไพรส์ขอ ลิตา นภัสนันท์ เบญจมาศ นางแบบสาวเซ็กซี่ที่คบหาดูใจมานานกว่า 7 ปี ขณะไปดำน้ำด้วยกัน โดย ลิตา โพสต์คลิปบรรยากาศการขอแต่งงานแบบเรียบง่ายแต่โรแมนติกสุดๆ พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “And I say yes.. a thousand times YES!  

รอบนี้คุณเค้าเซอร์ไพรส์สำเร็จนะคะ ไม่มีในหัวเลยซักนิด ไม่เอะใจกับอะไรเลย ปิดมาได้ไงเป็นเดือนๆ แบบไม่โป๊ะสักจุด 555555555

เป็นการขอแต่งงานที่โคตรจะพี่แพทเลย 55555555 ตอนเช้าวันออกเรือลิตาแต่งหน้าแต่งตัวไปสวยมาก แต่พี่แพทไม่ขอค่ะ พี่แพทรอขอตอนขึ้นมาจากดำน้ำ และสภาพอย่างที่เห็น ลูกหมาตกน้ำมอมแมมทั้งคู่ และมันเป็นเราแบบสุดๆ

7 ปีที่ผ่านมา ไม่มีซักวินาทีที่หนูไม่มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตมากับพี่ ไม่มีซักวินาทีที่หนูไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกรักมาอย่างดี พี่เติมเต็มคำว่าลิตาได้ลงตัวและอบอุ่นที่สุด ขอบคุณนะคะ

รักพี่ที่สุดเลย อยู่เล่นทะเลด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน มีความสุขด้วยกันแบบนี้ไปจนแก่เลยนะคะ”

โดยมีเพื่อนๆ แฟนๆ ที่ทราบข่าวต่างร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

หนุ่ม กะลา ตัดพ้อคนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด หลังโพสต์ถามจนโดนทัวร์ลง

หนุ่ม กะลา ตัดพ้อคนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด หลังโพสต์ถามจนโดนทัวร์ลง

9 มี.ค. 2568 11:51 น.

หนุ่ม กะลา ตัดพ้อคนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด หลังโพสต์ถามจนโดนทัวร์ลง

ถูกเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง สำหรับนักร้องดัง หนุ่ม กะลา ที่ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเพจของตัวเอง เขียนว่า “ถ้าแฟนนอกใจ สิ่งแรกที่คุณจะทำคือ…” ทำเอาชาวเน็ตฮือฮาอีกครั้ง หลายคนคอมเมนต์ตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก

หนุ่ม กะลา ตัดพ้อคนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด หลังโพสต์ถามจนโดนทัวร์ลง

ล่าสุด หนุ่ม กะลา ก็ได้ออกมาโพสต์อีกครั้งเชิงตัดพ้อ บอกว่า “คนที่มันไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด #numkala” ซึ่งคนที่ติดตามก็ได้เข้ามาคอมเมนต์กันอีกครั้ง บอกว่า

อย่าเพิ่งน้อยใจว่าทำอะไรก็ผิด ลองทบทวนว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรไว้บ้าง, ใครก็ได้ตัดเน็ตพ่อใหญ่หนุ่มทีค่าาาา, พี่หนุ่มไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ ไม่สักนิด, พี่หนุ่มถูกเสมอค่ะ, แอดมินแกล้งพี่หนุ่มรึเปล่าคะ, ใครอยู่ใกล้ยึดมือถือด่วน 555, ถูกเสมอ ถูกแบบติดลบ, ก่อนจะโทษตัวเองต้องลองโทษคนอื่นก่อนค่ะ เป็นต้น

หนุ่ม กะลา ตัดพ้อคนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด หลังโพสต์ถามจนโดนทัวร์ลง

โดม ปกรณ์ ลัม เปลี่ยนกางเกงวิ่งหลังโดนโฟกัสผิดจุด แฟนคลับแซวสนั่น

โดม ปกรณ์ ลัม เปลี่ยนกางเกงวิ่งหลังโดนโฟกัสผิดจุด แฟนคลับแซวสนั่น

9 มี.ค. 2568 10:59 น.

โดม ปกรณ์ ลัม เปลี่ยนกางเกงวิ่งหลังโดนโฟกัสผิดจุด แฟนคลับแซวสนั่น

กลายเป็นประเด็นที่ทำให้นักร้องหนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปกรณ์ ลัม โดนแซวสนั่น เมื่อเจ้าตัวโพสต์ภาพตัวเองในชุดออกกำลังกายวิ่งที่แนบเนื้อ เห็นความลีนของหุ่นอย่างชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เปิดเผยว่าเคยมีน้ำหนักตัว 90 กก. แต่สามารถลดน้ำหนักลงมาเหลือ 65 กก. ได้สำเร็จในรอบ 20 ปี แต่กลับเจอแฟนๆ โฟกัสผิดจุด คอมเมนต์แซวสนั่นว่าจะโฟกัสอะไรดี

และเมื่อเจ้าตัวไลฟ์สดใน TikTok โชว์ทำน้ำปั่นเพื่อสุขภาพเพื่อให้แฟนๆ ที่สนใจดูแลสุขภาพลองทำให้ตัวเอง แต่งานนี้ดูเหมือนว่าชาวเน็ตหลายๆ คนไม่ได้สนใจเรื่องการทำอาหารเพื่อสุขภาพหรือหน้าของเจ้าตัวแต่อย่างใด แห่คอมเมนต์แซวสนั่น โฟกัสผิดจุดอีกแล้ว เพราะชุดออกกำลังกายวิ่งเป็นเหตุนี่แหละ จนทำให้เจ้าตัวเขินเบาๆ และบอกว่า “หน้าพี่อยู่ข้างบนลูก” (ชมคลิป)

ล่าสุด โดม ปกรณ์ โพสต์ภาพตัวเองในชุดออกกำลังกายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใส่กางเกงขายาวซะเลย พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ตรงจุด! ผมได้ทำการเปลี่ยนกางเกงวิ่งของผมแล้วนะครับ จึงแจ้งมาเพื่อทราบ ขอบคุณครับ” ก่อนจะคอมเมนต์ใต้โพสต์เพิ่มเติมว่า “เชื่อแล้วว่าคนไทยหลาย 1000 คนสนใจเรื่องการออกกำลังกาย”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ กดขำหนักมากและคอมเมนต์แซวนับหมื่นข้อความ อาทิ เปลี่ยนกลับค่ะ, หมดแพทชั่นในการออกกำลังกายเลยค่ะ, แล้วจะเอาแรงที่ไหนขายของ, เปลี่ยนทำไมคะ ชอบตัวเดิม, ไม่โอเคค่ะแบบนี้ แบบเดิมดีกว่าเยอะค่ะ, ขำคอมเมนต์ แล้วพี่แกก็ขยันตอบด้วยนะ ฮาา คูณ 2, ตัวเดิมซักหรือยังคะ, กำลังใจหายไป100%, พี่ทำให้ ผญ.คนนึงรู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรดีดีน่าค้นหา แล้วพี่ก็มาดับฝัน เสียใจ ฯลฯ ซึ่งเจ้าตัวก็เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับแฟนๆ แบบรัวๆ ด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก ‘ผมไม่คิดจะแต่งงาน’ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2844840

9 มี.ค. 2568 10:53 น.

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก ‘ผมไม่คิดจะแต่งงาน’ (คลิป)

  • เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 ปี ทั้งเรื่องชีวิตและความรัก  
  • 20 ปีที่ทำงานในวงการบันเทิง ครั้งหนึ่ง เป้ อารักษ์ เคยหลงไปกับชื่อเสียงที่เข้ามา แต่ก็ดึงตัวเองกลับมาได้  
  • ‘ไม่ได้มีความคิดจะแต่งงานมาตั้งนานแล้ว พอได้ฟังเรื่องราวของคนอื่นมันยิ่งตอกย้ำว่าการแต่งงานน่าจะเป็นเรื่องความเชื่อของยุคนึง ที่มันทำให้มันไม่มีปัญหา’

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิง ที่ทำงานอยู่ในวงการนี้มาเกือบจะ 20 ปีแล้ว สำหรับ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ เข้าสู่วงการด้วยการเดินแบบ ก่อนจะมีผลงานเพลงในฐานะมือกีต้าร์ของวงสเลอ และเริ่มเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง บอดี้ศพ 19 และละคร แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา ที่แจ้งเกิดให้เป้โด่งดังและเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ 

จากวันนั้น จนถึงวันนี้ จากเด็กหนุ่มวัย 20 จนตอนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ในวัย 40 ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน ซึ่งในวันนี้เราได้มีโอกาสที่จะให้เป้มาเปิดตัวตนและมุมมองของผู้ชายคนนี้ในวัย 40 ปี ผ่านทางรายการ THE STORY OF… ทางช่องยูทูบ THAIRATH Online Originals

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

อัปเดตชีวิต เป้ อารักษ์ 

วันนี้ได้คิวหนุ่มเป้มา เราก็เลยจะขอพูดคุยอัปเดตชีวิตของเป้ในช่วงนี้ ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง ซึ่งเป้ได้เล่าถึงอาชีพใหม่ในวงการบันเทิงของเขาให้เราฟัง นั่นก็คือ การเป็นผู้กำกับหนัง ซึ่งเป้เล่าให้เราฟังด้วยรอยยิ้มว่า 

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ก้าวไปสู่อาชีพใหม่ เป็นผู้กํากับ เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ครับ ผมเคยผ่านงานการกํากับมาแล้ว แต่ว่าเป็นการกํากับเฉพาะเอ็มวีตัวเอง และการเป็นผู้กำกับมันเป็นอะไรที่ใหม่มาก แล้วก็ตื่นเต้นครับ ส่วนนักแสดงผมก็ยังทําอยู่ แล้วก็ชุดนี้ก็โปรโมทภาพยนตร์เรื่อง แต่ง monk ครับ (ยิ้ม)

หลักๆ ในชีวิตตอนนี้ก็จะมีแต่เรื่องหนังของตัวเองเท่านั้นเลยครับ หมายถึงหนังที่กํากับเอง The Stone พระแท้ คนเก้ ครับ ในหัวมันจะวนอยู่แค่เรื่องนี้เลย แล้วก็จะมีเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อรับบท หนังอีกเรื่องนึง

เอาจริงๆ ผมไม่ได้เหนื่อยกับการทํางานเลย อาชีพนี้มันสนุกมาก จนมันรู้สึกว่าไม่ได้เหนื่อยขนาดจะต้องเบรกไปทําอย่างอื่น ผมไม่เคยต้องเบรกงาน แต่บางทีการรับซ้อนก็จะหนักเกินไป ผมไม่เคยคิดจะเบรกการทํางานเลยครับ นอกจากว่าเขาไม่จ้างแล้ว 

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

งานใหม่ที่ท้าทายความสามารถ

จากนั้น เป้เล่าให้เราฟังต่อว่า จุดเริ่มต้นจากการเป็นผู้กำกับของเป้นั้น เกิดจากการต้องทำ MV ของตัวเอง จึงทำให้เป้มาเริ่มทำหนัง และเขียนบท “มันจุดประกายเรื่องนี้ขึ้นตอนที่ผมต้องทํา MV ตัวเองเยอะมาก เพราะผมปล่อยเพลงถี่ ออกมาแล้วหลาย 10 เพลง ตอนนี้น่าจะ 60 กว่าเพลงแล้ว และด้วยความที่เพลงมันต้องมี MV มันต้องซอยงบให้มันน้อยๆ เพื่อให้ได้ MV เยอะๆ

ผมเลยต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้กํากับท่านอื่น ซึ่งก็ขอมาตลอด เขาก็มาช่วยเนื่องจากว่าเรายังอยู่ในวงการ ทั้งหนัง เพลง เขาก็เกรงใจกัน เลยคอยช่วยเหลือกัน ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่มันก็เริ่มยากเกินไปแล้ว ในการที่จะขอให้คนมาทําให้ ก็เลย เอ๊ะ เราทําเองได้มั้ย เราก็ทําได้

อาจจะไม่เข้าใจเรื่องเทคนิคทั้งหมด แต่ไปชวนเพื่อนที่ทํางานกํากับมานานแล้ว ชื่อ คุณบี วุฒิพงศ์ เรากํากับ mv ด้วยกันมา แล้วก็มาทําหนังใหญ่ด้วยกัน ผมเขียนบท ผมกํากับเองไม่ได้เลยชวนบีมาแท็กทีมไปด้วยกัน เพราะด้วยความที่เราซี้กันเหมือนพี่น้อง มันเลยไปด้วยกันได้ มันเป็นทีมงานที่มีความเกรงใจ แต่น้อยมากๆ ครับ

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

แต่งานกับมันวุ่นวายกว่าที่คิด ตอนที่ทํา MV ก็คิดว่ายากแล้วนะ แต่ทุกอย่างมันอยู่ในมือเรา เราควบคุมได้ เพราะว่าเราโปรดิวเซอร์เองด้วย เราควบคุมถึงขนาดจ้างรถห้องน้ำก็จ้างเอง สวัสดิการก็คุยเอง ช่วงแรกก็ต้องปรับตัวอยู่นานเหมือนกัน

แล้วก็เรื่องไอเดียทั้งหมดของเรา มันไม่ใช่ว่าไอเดียนี้เราเห็นว่าดีแล้วมันจะต้องดีที่สุดไปเลย ไม่จริงครับ เพราะว่าเราไม่ได้ทําหนังเพื่อตอบโจทย์ของตัวเองคนเดียว เราทําหนังตอบโจทย์คนหมู่มาก เพราะฉะนั้นถ้าคนที่ร่วมทํางานกับเราไม่ว่า จะเป็นโปรดิวเซอร์ หัวหน้า หรือว่านายทุนคนจ้างเรา เขายังไม่ชอบจะปล่อยหนังออกไปทําไม เราต้องชอบด้วย

เราถาม เป้ อารักษ์ ว่า จริงๆ แล้วพอได้มาลองทำ การเป็นนักแสดง กับการทําเอง อันไหนเหนื่อยกว่ากัน งานนี้เป้ตอบเราแบบไม่ต้องคิดเยอะเลยว่า 

“โอ้ นักแสดงสบายกว่าเยอะ ตอนที่ผมทําหนังตัวเองเสร็จแล้ว ก็กลับมาโปรโมทหนังเรื่อง แต่ง monk และกลับไปเล่นภาพยนตร์เรื่องเสือ เป็นภาคต่อจากขุนพัน 3 ก็ยังรู้เลยว่าสิ่งที่เราได้มาตลอดครึ่งชีวิตนี้ มันคือ privilege ขั้นสุด นักแสดงได้รับ privilege เยอะมาก

จนตอนที่เราทํางานในกองถ่าย นักแสดงที่มาทํางานให้ เราก็ไม่รู้สึกนะว่าเขาได้ privilege เยอะ แต่พอกลับมาเป็นเบื้องหน้าจริงๆ แล้วคนอื่นปฏิบัติต่อเรา อันนี้โคตรสบาย อาชีพในฝันชัดๆ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็นได้ และสามารถเป็นได้นาน เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงตลอดเวลาจริงๆ แต่เราก็เข้าใจเลยว่ามันสบายกว่าผู้กํากับเยอะครับ”

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

20 ปีในวงการบันเทิงของเป้ อารักษ์  

เรียกว่าเป็นระยะเวลายาวนานไม่น้อยกับการทำงานในวงการบันเทิงของ เป้ อารักษ์ ซึ่งทำเอาเจ้าตัวถึงกับตกใจไม่น้อยกับช่วงเวลาที่ทำงานในวงการนี้ ซึ่งเป้ก็เล่าย้อนช่วงชีวิตในการทำงานให้เราได้ฟังว่า 

“20 ปีแล้วครับ โอ้มายก๊อด อัลบั้ม Slur ออก 2006 ปีนี้ 2025 ก็ 19 แต่ว่าจริงๆ ก็เข้ามาก่อนหน้านั้นแหละ ก็ดีครับ เป็นเกียรติมากที่ได้อยู่ตรงนี้นะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับที่ยังให้ผมอยู่

ช่วงชีวิตในการทำงานในวงการมีหลายช่วงครับ ก็อย่างที่บอกมันมีช่วงที่ผิดพลาด แล้วก็มีช่วงที่เข้าใจแล้ว แล้วก็มีช่วงที่ยังผิดพลาดต่อไปเรื่อยๆ แต่ช่วงนี้ ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่ต้องเก็กมากขึ้นครับ ต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่ก็พยายามจะคีพความเป็นธรรมชาติของคนเอาไว้ เวลาสัมภาษณ์ผมก็ไม่อยากจะประดิษฐ์ตกแต่งมันมากนัก อยากให้มันจริงจังที่สุด แต่ก็ไม่ได้จริงเกินไปจนผิดมารยาท ก็พยายามจะให้มันอยู่ในเส้นนั้นให้ได้

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เป็นคนถูกเลือกให้มาอยู่ตรงจุดนี้ โชคดีมากครับ แล้วก็ยากมากด้วย คือเด็กสมัยนี้นะครับที่อยากจะเข้ามา มันยากมากเลยที่คุณจะเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่นับการเข้ามานะ การเข้ามาแล้วคุณต้องเป็นตัวคนอื่นก่อน ต้องเป็นสิ่งที่เขาเลือกที่จะอยากให้คุณเป็นก่อน

ผมเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่ก้าวเข้ามาเลย ผมเป็นวง Slur ก่อนเลย เป็นวงร็อกก่อนเลย ถึงไปเล่นหนัง เล่นละคร เขาก็ยังติดภาพอันนั้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ได้ คาดหวังให้ผมพูดเหมือนกับที่ทุกคนมาตอบใช่ไหม เหมือนกับคำตอบปกติ ไอ้ข้อตรงนั้นที่มันได้เปรียบสำหรับเรา เพราะว่าทำให้เราทำตัวได้ค่อนข้างธรรมชาติ

ในขณะที่ผมเห็นหลายๆ คนเข้ามา เขาต้องทำเหมือนกับต้องไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ แล้วบางอย่างมันอยู่ในสัญญาเลยนะ คุณไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ในสัญญาเลยอย่างนี้ ต้องมีการควบคุม ต้องมีการอะไรมากมาย เราก็เลยแบบ เออ รู้สึกโชคดีที่เราได้เข้ามาช่วงนั้นครับ

ซึ่งภาพจำของผมที่หลายคนจำได้ในตอนนั้นคือ ผมฟูๆ เป็นกบฏตั้งแต่ที่เข้ามาแล้ว รู้สึกว่ามันเหมือนแบบว่า มันไม่ได้ถูกต้องตามครรลองสมัยก่อน ก็เลยทำให้เรายิ่งง่ายในการเติบโตมาในวงการนี้ครับ ก็เป็นโชคดีครับ”

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

ครั้งหนึ่งเคยหลงตัวเอง 

เพราะในช่วงหนึ่งของการทำงานในวงการบันเทิง เป้ อารักษ์ เคยโด่งดังขั้นสุด และแน่นอนว่า ชื่อเสียง เงินทอง ที่เข้ามาในช่วงเวลานั้น ทำให้เป้เคยหลงไปกับชื่อเสียงและเงินทองในช่วงนั้นไปบ้าง ซึ่งเป้เล่าให้เราฟังว่า 

“ช่วงอายุ 20-30 ผมทํางานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย 2-3 เป็นช่วงเวลาที่ทํางานไปด้วย แล้วก็ดันเป็นช่วงที่โด่งดังที่สุดในชีวิตด้วย เป็นช่วงที่เราจะไม่ได้เหมือนคนอายุ 20-30 ธรรมดา เพราะว่ามีความรับผิดชอบและในขณะเดียวกันก็มีรายได้แล้ว มีความเป็นเด็ก และวงการนี้มันทำให้เรา privilege ให้เราเป็นคนพิเศษ ก็มีความหลงตัวเอง เคยทําอะไรผิดพลาดเยอะเหมือนกันครับ

แต่เราก็บรรลุตัวตอน 27-28 มันก็เริ่มเข้าใจ อ๋อ ระบบมันเป็นอย่างนี้ แต่ว่าตอนเด็กๆ ใครมาสอนเราไม่เข้าใจหรอก ใครมาพูดยังไงเราก็ไม่เชื่อไม่ฟัง เพราะว่าหน้าเรามีอยู่ทุก 4 แยกมันพูดยากแล้ว พอเริ่มเข้าใจก็เข้าใจระบบมันมากขึ้นกับชีวิต

ผมจําเป็นเหตุการณ์ไม่ได้ แต่ว่าก็รู้ตัวเอง ไปไหนก็มีแต่คนดูแลเอาใจ บางทีมันอาจจะลืมเรื่องของเวลา แต่ผมโชคดี ผมรับผิดชอบงาน ผมอยากทําให้งานมันเจ๋งที่สุดตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานการแสดง หรือว่างานเพลง

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

เรื่องที่น่าจะเป็นปัญหาก็คือการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง บางทีเราไม่ได้หยิ่งนะ แต่ไม่ได้ไม่ดูแลได้ดี ด้วยเวลาหรือวุฒิภาวะทั้งหลาย แล้วจุดที่รู้ตัวว่ามันคืออะไร ก็น่าจะเป็นเรื่องของวัยนี่แหละครับ พอทํางานมานานมันเริ่มแบบ อ๋อ ระบบมันเป็นแบบนี้ ก็เลยเข้าใจมันมากกว่า ไม่มีใครอยู่ตลอดไป

ผมเคยอยู่ในจุดที่มีคนสนใจมากเท่านี้ อยู่ดีๆ วันหนึ่งมันก็น้อยลง ก็เห็นอยู่ ก็เลยเหมือนกับว่าเราขึ้นมาตรงนี้ คนสนใจเรามาก วันต่อมาเขาไปสนใจคนอื่น มันเปลี่ยนไปไม่มีใครอยู่เหมือนเดิมตลอดไปนะ มันอยู่ได้ยาวๆ มันมี แต่ว่าจะให้อยู่เหมือนเดิมตลอดไป มันไม่มีทางเพราะว่าแต่ละวันมันก็ไม่เหมือนกันแล้ว

ผมคิดในใจว่า มีคนให้ความสนใจน้อยลง แต่ว่าเราก็ยังมีงานทําต่อ แล้วเราไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือย เรามีการสํารองเงินประมาณหนึ่ง เพราะฉะนั้น หลังจากตอนที่เรารู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่เท่าเดิมแล้ว เรากลับคิดว่า ที่เหลือที่เราทํา มันคือโบนัสทั้งหมด เพราะตอนที่ได้ เราได้มาในช่วงต้นๆ มันเยอะแล้ว หมายถึงว่าทุกอย่าง ทั้งประสบการณ์ ทั้งหลายๆ อย่าง ตอนนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเรา มันเป็นโบนัสทั้งหมด หนังที่เล่นเพิ่ม เพลงที่ทําเพิ่ม หรือแม้แต่การเป็นผู้กํากับ มันคือโบนัสต่อยอดมาจากช่วงนั้นครับ มันก็เลยสบายครับ”

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

ความรู้สึกของผู้ชายวัย 40 ในมุมมองของ เป้ อารักษ์ 

เพราะปีนี้ เป้ อารักษ์ อายุ 40 ปีแล้ว เป็นหนุ่มใหญ่ที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และความมั่นคง เราเลยอยากรู้ความรู้สึกของการเป็นหนุ่มวัย 40 มีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งเป้ได้บอกเล่าให้เราฟังว่า 

“พออายุ 40 แล้ว ก็ต้องทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ด้วยครับ เราเป็นผู้ใหญ่ในวงการ พอผมไปออฟฟิศที่ Jungka Jungka ที่ผมทำภาพยนตร์ด้วย ผมก็จะเห็นว่า มีผู้ใหญ่หลายคนเลยที่ไม่ต้องโต ยังสามารถเล่นเป็นเด็กๆ ได้ คิดนู่นคิดนี่ เพ้อฝันได้อยู่ เราก็อยากเป็นแบบนั้นนะครับ รู้สึกว่าพี่ๆ ที่นั่นยิ้มแย้มดี แล้วพวกเราก็อยู่กับวงการที่ให้ความบันเทิงมนุษย์ มันจะเครียดมากก็ไม่ดี

และพออายุ 40 ตอนนี้ร่างกายก็ไม่ได้ฟื้นตัวเร็วขนาดนั้น อย่างเมื่อวานซ้อมมวย วันนี้ก็ยังเมื่อยอยู่เลย (ยิ้ม) ขยับไปทางไหนก็เมื่อย นอนผิดท่าสมัยเด็กๆ อาจจะได้หลายวัน แต่ตอนนี้เมื่อยแล้ว ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของที่คนภายนอกมองเข้ามา คงมองว่า ผมแก่ 40 แล้วอะไรอย่างนี้ แต่ในใจเราก็ยังรู้ว่าเรายังไม่แก่ พยายามไม่แก่ขนาดนั้น ใช่ไหมครับ (ยิ้ม)

พออายุ 40 มันเหมือนเป็นวัยที่เขาควรจะลงหลักปักฐานแล้ว เรื่องนั้นก็เลยจะต้องควบคุม แล้วก็ต้องทำอะไรให้มันไม่น่าเกลียด จะไปคิดว่าเราเป็นวัยที่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ได้เยอะแยะอะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่”

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

ความรักในวัย 40 ปี 

เพราะในช่วงนี้ เป้ อารักษ์ กำลังมีความรัก โลกเป็นสีชมพู เราเลยอยากรู้ว่า ความรักของเป้ในวัย 40 ปีนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เล่าให้เราฟังว่า 

“ตอนนี้มีแฟนเป็นคนนอกวงการ ก็ง่ายขึ้นในการที่จะพูดถึงโดยไม่ต้องไปตอบคำถามแทนเขา ความจริงผมเลิกหลบความสัมพันธ์มานานแล้วแหละ ผมแค่ไม่บอก มาถาม ผมก็ไม่พูด แต่เวลาไปไหนมาไหน กินข้าว ดูหนัง เที่ยวเล่น ออกงาน ปาร์ตี้ คอนเสิร์ต ไปด้วยกันปกติ ไม่ได้หลบมานานแล้ว แต่แค่ไม่ได้พูดถึง” 

เราถามหนุ่มเป้ต่อว่า มุมมองความรักของเป้ในตอนนี้มันโตขึ้นไหม ซึ่งเราก็ได้รับคำตอบว่า “มันอาจจะเด็กลงก็ได้นะครับ เพราะว่าสมัยเด็กๆ อาจจะต้องคิด โตกว่าเดิม ตอนนี้กลายเป็นเด็กลง มันไม่ได้คาดหวังอะไรมาก หลังจากประสบการณ์ชีวิต มันแต่งงานกันไป มันก็ไม่จบ เห็นคนที่แต่งงานกันไปแล้วก็แยกย้ายกันก็มี ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตสักอย่างครับ เพราะว่าวันหนึ่งมันจะเปลี่ยน มันก็เปลี่ยนได้ แล้วมันควรจะเป็นแบบนั้นด้วยครับ มันควรจะเปลี่ยนได้ด้วย

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

เพราะตัวผมไม่ได้มีความคิดจะแต่งงานมาตั้งนานแล้ว แต่พอได้ฟังเรื่องราวของคนอื่นมันยิ่งตอกย้ำว่าการแต่งงานน่าจะเป็นเรื่องความเชื่อของยุคนึง ที่มันทำให้มันไม่มีปัญหา มันเกิดมาหลังมนุษยชาตินานมากเลยนะ สมัยก่อนกว่าเขาจะแต่งงาน เพราะเขาไม่อยากตีกัน อยากให้ 2 บ้านดองกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน ก็เลยแต่งงานกัน

แล้วระบบผัวเดียวเมียเดียว มันเพิ่งเกิดมาไม่นานมานี้เองนะ มันเหมือนกับว่า จริงๆ แล้วมันฟรีกว่านั้น แล้วค่อนข้างจะเป็นป่าเถื่อนกว่านี้มานาน อันนี้คือทำให้ทุกอย่างมันซอฟต์ลงครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ ถ้าคุณยอมรับกติกานั้นแล้วคุณแต่งงาน คุณก็ต้องทำตัวแบบที่คนแต่งงานเขาทำกัน ซึ่งกติกานั้นอาจจะไม่ถูกกับผมมากนัก ไม่ต้องแต่งงานก็ไม่ได้ผิดอะไร”

เราถาม เป้ อารักษ์ ต่อว่า ตอนนี้เป้คิดว่าอยู่คนเดียวหรือว่าอยู่แบบมีคู่ดีกว่ากัน ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบคำถามนี้เอาไว้ว่า “แล้วแต่ช่วงครับ ช่วงนี้มีคู่ ก็ดีครับ แต่ในขณะเดียวกันมีคู่ก็ต้องมีเวลาห่างกันครับ ผมไม่ใช่ว่าติสต์หรือโลกส่วนตัวสูง ไม่ใช่นะ แต่ผมว่ามนุษย์ มันเกิดมาตัวเดียว ตายตัวเดียวครับ มันต้องมีเวลาของตัวเอง

ยิ่งเป็นคนที่มีความฝันอยากจะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ถ้าอยู่กับแฟนจะให้ซ้อมกีตาร์บ้าบอ มันก็ยากแล้ว ต้องอยู่คนเดียว หรือจะทำอะไรให้มันเก่งขึ้น อยากจะอ่านหนังสือเรื่องที่เราชอบ เพื่อจะศึกษาเรื่องนั้น ถ้ามีแฟนนั่งอยู่ด้วย แล้วเขาเปิดซีรีส์ดู เราก็อ่านไม่รู้เรื่อง มันก็เหมือนกับต้องมีเวลาที่อยู่คนเดียว ไม่ใช่โลกส่วนตัวสูง แค่มันต้องอยู่คนเดียวบ้าง

ถามว่าสเปกเปลี่ยนมั้ย ไม่เปลี่ยนนะครับ สเปกมันเลือกไม่ได้หรอก สเปกก็เป็นเรื่องปลอม อาจจะเป็นสเปกโดยที่ผมอาจจะไม่ได้พูดก็ได้นะ เอาจริงผมคิดว่าตัวเองไม่มีสเปกนะ แต่แฟนผม 3 คนหลังสุดเป็นลูกครึ่งหมดเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่า แต่ว่าที่ผ่านมาตอนช่วงที่เดทกันก็ไม่ได้มีเฉพาะลูกครึ่ง แฟน 3 คนเป็นลูกครึ่งหมดเลย”

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

หนังเรื่องใหม่ แต่ง monk ผลงานที่ท้าทาย เป้ อารักษ์ 

ตอนนี้ เป้ อารักษ์ กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า แต่ง monk ซึ่งเป็น 1 ในนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป้บอกว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวอยากจะรับเล่นสักครั้งในชีวิต  

“สำหรับภาพยนตร์เรื่องแต่ง monk ทําไมถึงมาเล่นเพราะว่าผมอยากเป็นพระอยู่แล้วในภาพยนตร์ไทย เพราะว่าถ้าเป็นนักแสดงถ้าได้เล่นบทสาวประเภท 2 กับพระก็จะครบถ้วน ผมก็ยังขาดสาวประเภท 2 อยู่ครับ และบทพระ พอได้มีโอกาสเป็นพระมันก็จะตอบโจทย์เรื่องของการเป็นนักแสดงไทย แล้วเราชอบล้อมาตลอดว่าคนที่เล่นเป็นพระทําไมต้องโกนหัวปลอม ทําไมต้องแปะคิ้ว เราก็เลยอยากจะทําให้มันถึงๆ ก็เลยโกนหัวโกนคิ้วจริง แต่ว่ามันไม่ได้ง่ายเลยที่จะทํางานในวงการแล้วจะเปลี่ยนลุคขนาดนี้ได้ มันต้องใช้เวลาแล้วก็ไทม์มิ่งที่พอเหมาะ พอเจาะจริงๆ

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

สำหรับบทพระแล้ว ผมไปศึกษาเรื่องเป็นพระต้องมีกิริยาอย่างไร ผมไปนอนวัด ไปเรียนกับหลวงพี่ที่ผมนับถือ จะถามว่าเป็นพระก็คือส่วนหนึ่งที่เราต้องรับผิดชอบ แต่นอกเหนือจากการเป็นพระ การแสดงอารมณ์หรือการแสดงต่างๆ มันไม่ได้ท้าทายเท่าไหร่ แต่ว่าการที่เป็นพระก็ถือว่าเราก็ทําการบ้านอย่างเต็มที่ เพื่อจะเป็นพระที่ค่อนข้างเคร่ง แต่พอเป็นพระที่ค่อนข้างเคร่ง และบทบาทมันต้องไปห่วงน้องสาว แค่นี้ก็ไม่เคร่งแล้ว เลยไม่ได้ยากมากครับ

และผมชอบโลเคชั่นที่ไปถ่ายหนังเรื่องนี้ เพราะไปที่ญี่ปุ่น มันมีความเป็นเมืองแบบเมืองติดทะเล เขากั้นเขื่อนตลิ่งด้วยคอนกรีตใหญ่ๆ เป็นตัวเอกซ์ เราไปที่จังหวัดฟุกุชิมะ แล้วก็ถามเขาว่าบ้านนี้สร้างมานานหรือยัง เพราะบ้านนี้เก่าแล้ว แต่ว่าก็ซ่อมใหม่ เพราะว่าแถวนั้นโดนสึนามิถล่มหมดเลย แต่มันสวยมากเลยนะ เป็นเมืองริมทะเล ถนนยาวๆ แล้วสมัยก่อนที่จะเกิดสึนามิคงมีคาเฟ่ มีร้าน แต่มันหายไปหมดแล้ว ซึ่งสถานที่ที่ไปถ่ายนั้นเป็นบ้านของพระชินในเรื่อง ที่รับบทโดยเฟยครับ ผมรู้สึกว่าเป็นโลเคชั่นนี้มันดี ระหว่างที่ยังไม่ได้เข้าฉากก็ถือโอกาสเดินขึ้นไปบนเขา ข้างบนนั้นมีร้านกาแฟเล็กๆ กาแฟไม่อร่อยแต่ร้านสวย”

ก่อนที่เป้จะชวนให้ทุกคนมาดูภาพยนตร์เรื่อง แต่ง monk โดยเจ้าตัวบอกว่า “อยากให้คนตลกครับ เพราะมันเป็นหนังตลก ถ้าคุณบอกว่าอยากให้หนังตลกให้อะไรไม่ต้องไปหาเลยครับ ไปห้องสมุดดีกว่า เพราะอยากให้คนยิ้มแย้มสนุกสนานลืมความเครียดที่เขาเจอมาทั้งพรรษาเข้าไปลืมด้วยหนังเรื่องนี้”

เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)