ชาวปารีสโหวตเห็นชอบ เพิ่มถนนคนเดินอีก 500 สาย ลดปัญหามลพิษ

ชาวปารีสโหวตเห็นชอบ เพิ่มถนนคนเดินอีก 500 สาย ลดปัญหามลพิษ

24 มี.ค. 2568 10:47 น.

ชาวปารีสโหวตเห็นชอบ เพิ่มถนนคนเดินอีก 500 สาย ลดปัญหามลพิษ

ชาวกรุงปารีสลงประชามติเห็นชอบเพื่อให้ถนนในเมืองอีก 500 สายเป็นถนนคนเดิน ส่งผลให้ความพยายามของทางการกรุงปารีสในการควบคุมการใช้รถยนต์และปรับปรุงคุณภาพอากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ชาวกรุงปารีสลงประชามติเห็นชอบเพื่อให้ถนนในเมืองอีก 500 สายเป็นถนนคนเดิน ส่งผลให้ความพยายามขอทางการกรุงปารีสในการควบคุมการใช้รถยนต์และปรับปรุงคุณภาพอากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ผลอย่างเป็นทางการระบุว่าชาวปารีส 65.96% ลงคะแนนเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ในขณะที่ 34.04% ไม่เห็นชอบ มีผู้ลงคะแนนเพียง 4.06% เท่านั้นที่ออกมาลงคะแนนเสียงในการพิจารณาซึ่งจัดโดยเทศบาลกรุงปารีส

นี่เป็นการลงประชามติครั้งที่สามของกรุงปารีสในรอบหลายปี ต่อจากการลงประชามติในปี 2023 ที่อนุมัติการห้ามใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และการลงประชามติเมื่อปีที่แล้วที่จะเพิ่มค่าจอดรถ SUV ขนาดใหญ่อีกสามเท่า

การลงประชามติครั้งนี้จะยกเลิกที่จอดรถอีก 10,000 จุดในปารีส ซึ่งเพิ่มจาก 10,000 จุดที่ถูกยกเลิกตั้งแต่ปี 2020 ประชาชนกว่า 2 ล้านคนของปารีสจะร่วมแสดงความเห็นว่าถนนใดจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า

ข้อมูลของศาลากลางกรุงปารีสแสดงให้เห็นว่าปริมาณการจราจรของรถยนต์ในเมืองลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่พรรคสังคมนิยมชนะการเลือกตั้งในกรุงปารีสเมื่อหลายปีก่อน

โดยถนนอีก 500 สายที่จะถูกเปลี่ยนให้เป็นถนนคนเดิน จะทำให้จำนวนถนนที่เรียกว่า “ปอดสีเขียว” เหล่านี้เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 700 สาย ซึ่งคิดเป็นเพียง 1 ใน 10 ของถนนทั้งหมดในกรุงปารีส

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อไม่นานนี้ แต่กรุงปารีสก็ยังตามหลังเมืองหลวงอื่นๆ ในยุโรปในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ซึ่งได้แก่ อุทยาน สวนสาธารณะ ถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้ แหล่งน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ คิดเป็นเพียง 26% ของพื้นที่เมืองเท่านั้น เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของเมืองหลวงในยุโรปที่ 41% ตามข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ศาลรธน.เกาหลีใต้ตัดสินพลิกมติรัฐสภาที่ให้ถอดถอนนายกออกจากตำแหน่ง และให้คืนตำแหน่งรักษาการปธน.

ศาลรธน.เกาหลีใต้ตัดสินพลิกมติรัฐสภาที่ให้ถอดถอนนายกออกจากตำแหน่ง และให้คืนตำแหน่งรักษาการปธน.

24 มี.ค. 2568 10:10 น.

ศาลรธน.เกาหลีใต้ตัดสินพลิกมติรัฐสภาที่ให้ถอดถอนนายกออกจากตำแหน่ง และให้คืนตำแหน่งรักษาการปธน.

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ตัดสินล้มล้างมติถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ส่งผลให้เขากลับมาปฏิบัติหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีอีกครั้ง ขณะที่คำตัดสินเกี่ยวกับการถอดถอนปธน.ยุน ซอกยอล ยังอยู่ระหว่างพิจารณา

วันที่ 24 มีนาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ได้มีคำตัดสินให้ ล้มล้างมติถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกสภาแห่งชาติที่ฝ่ายค้านควบคุมลงมติถอดถอนเมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมาท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง

โดยนายฮัน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงอันดับสองของประเทศ เคยขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี หลังจากที่ ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ถูกฝ่ายค้านลงมติถอดถอนเมื่อเดือนธันวาคม เนื่องจากคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งนำไปสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม นายฮันเองก็ถูกถอดถอนโดยสภาแห่งชาติในช่วงปลายเดือนธันวาคม ทำให้ตำแหน่งบริหารสูงสุดของเกาหลีใต้เผชิญกับภาวะไร้เสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีคำตัดสินเกี่ยวกับการถอดถอนประธานาธิบดียุน ซึ่งหากศาลตัดสินให้ การถอดถอนมีผลสมบูรณ์ เกาหลีใต้จะต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ แต่หากศาลตัดสินให้ ยกเลิกการถอดถอน นายยุนจะสามารถกลับเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไป.

สุดช็อก ร้านข้าวหน้าเนื้อชื่อดังในญี่ปุ่นยอมรับผิด มีซากหนูตายในชามซุปมิโซะที่เสิร์ฟให้ลูกค้า

สุดช็อก ร้านข้าวหน้าเนื้อชื่อดังในญี่ปุ่นยอมรับผิด มีซากหนูตายในชามซุปมิโซะที่เสิร์ฟให้ลูกค้า

24 มี.ค. 2568 09:03 น.

สุดช็อก ร้านข้าวหน้าเนื้อชื่อดังในญี่ปุ่นยอมรับผิด มีซากหนูตายในชามซุปมิโซะที่เสิร์ฟให้ลูกค้า

ร้านข้าวหน้าเนื้อชื่อดังในญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ยอมรับผิด และขอโทษ กรณีลูกค้าพบซากหนูตายในชามซุปมิโซะ ที่เสิร์ฟให้ลูกค้าในร้านสาขาจังหวัตทตโตริ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

วันที่ 23 มีนาคม 2568 เครือร้านอาหารข้าวหน้าเนื้อ “สุกิยะ” (Sukiya) ประกาศขอโทษลูกค้าหลังจากที่พบว่า ซุปมิโซะ ที่เสิร์ฟให้แก่ลูกค้าของหนึ่งในร้านสาขาที่ จังหวัดทตโตริ เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา มีซากหนูทั้งตัวปนเปื้อนอยู่ในถ้วย โดยคาดว่าในตอนแรกหนูปนเปื้อนอยู่ในถ้วยเปล่าที่เตรียมไว้ให้บริการลูกค้า ก่อนที่พนักงานจะไม่ทันสังเกตุแล้วตักน้ำซุปลงไป และภาพสยดสยองของชามซุปที่มีหนูถูกแชร์ในโลกโซเชียล

เว็บไซต์ข่าว NHK รายงานว่า ทางบริษัทเปิดเผยว่า หนูน่าจะเข้าไปในชามซุปมิโซะ ขณะที่ชามกำลังเตรียมไว้ก่อนเสิร์ฟให้ลูกค้า และมีการตรวจสอบพบว่าพนักงานไม่ได้ตรวจสอบชามซุปอย่างละเอียด ทำให้เกิดการมองข้ามการปนเปื้อนนี้

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ร้านอาหารที่เกิดเหตุได้ถูกปิดเพื่อทำการตรวจสอบ และเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากที่ศูนย์สุขภาพสาธารณะท้องถิ่นทำการตรวจสอบสถานที่

โดยเครือร้านสุกิยะ ได้แสดงความเสียใจและขอโทษลูกค้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งประกาศว่าจะ เพิ่มมาตรการการตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างเคร่งครัด และสั่งให้สาขาทั่วประเทศตรวจสอบอาหารทุกจานอย่างละเอียดก่อนเสิร์ฟ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกในอนาคต.

ชาวตุรกีนับแสนฝ่าแบน ประท้วงเดือดต้านจับกุมนายกเทศมนตรีอิสตันบูล

ชาวตุรกีนับแสนฝ่าแบน ประท้วงเดือดต้านจับกุมนายกเทศมนตรีอิสตันบูล

24 มี.ค. 2568 06:06 น.

ชาวตุรกีนับแสนฝ่าแบน ประท้วงเดือดต้านจับกุมนายกเทศมนตรีอิสตันบูล

การประท้วงในตุรกีรุนแรงขึ้นอีกแม้ทางการสั่งห้าม หลังนายกเทศมนตรีอิสตันบูล คู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดี ถูกจับกุมในข้อหาคอร์รัปชัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงจำนวนนับแสนคนออกมารวมตัวกันตามท้องถนนในนครอิสตันบูล ในคืนวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. 2568 เพื่อต่อต้านการจับกุมตัวนาย เอกเรม อิมาโมลู นายกเทศมนตรีนครอิสตันบูล และเป็นผู้นำฝ่ายค้าน คู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน

นายอิมาโมลูถูกควบคุมตัวเมื่อวันพุธที่ 19 มี.ค. ก่อนจะถูกจับกุมตัวอย่างเป็นทางการและถูกฝากขังรอการไต่สวนข้อหาคอร์รัปชันในวันอาทิตย์

นับตั้งแต่นายอิมาโมลูถูกจับกุม ประชาชนจำนวนมากก็ออกมารวมตัวเพื่อแสดงการต่อต้าน แม้รัฐบาลจะออกคำสั่งห้ามชุมนุม แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการแสดงพลังของประชาชนได้ จนกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ของตุรกี

การประท้วงทวีความดุเดือดขึ้นอีกในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการชุมนุม หลังจากนายอิมาโมลูถูกตั้งข้อหา บริหารองค์กรอาชญากรรม, รับสินบน, ขู่กรรโชก, บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และฮั้วประมูล ส่วนคำขอให้ควบคุมตัวนายอิมาโมลูข้อหาเกี่ยวกับการก่อการร้ายนั้น ถูกปฏิเสธ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่ที่หน้าศาลาว่าการนครอิสตันบูลกลับเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้สเปรย์พริกไทยกับกระสุนยางกับผู้ชุมนุม

ล่าสุดนายอิมาโมลูถูกส่งตัวไปยังเรือนจำซิลลิฟรี ทางตะวันตกของนครอิสตันบูลแล้ว โดยเขายืนกรานว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เขาเผชิญเป็นการใส่ความ

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า การจับกุมนายอิมาโมลูเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อถอดเขาออกจากการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2571 โดยเขาเป็นแคนดิเดตเพียงคนเดียวของพรรคสาธารณรัฐประชาชน (CHP) ที่จะลงเลือกตั้งประธานาธิบดี แข่งกับนายเอร์โดอัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตุรกียืนยันว่า การจับกุมนายกเทศมนตรีอิสตันบูล ไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองก็ตาม และศาลทำงานอย่างเป็นอิสระ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : skynews

เหยื่อสงครามในกาซาทะลุ 50,000 ศพ หลังอิสราเอลหวนโจมตีรอบใหม่

เหยื่อสงครามในกาซาทะลุ 50,000 ศพ หลังอิสราเอลหวนโจมตีรอบใหม่

24 มี.ค. 2568 04:20 น.

เหยื่อสงครามในกาซาทะลุ 50,000 ศพ หลังอิสราเอลหวนโจมตีรอบใหม่

จำนวนผู้เสียชีวิตในสงครามกาซา ซึ่งดำเนินมานานกว่า 17 เดือน เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 50,000 ศพแล้ว หลังอิสราเอลกลับมาโจมตีกลุ่มฮามาสอีกครั้งในสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 23 มี.ค. 2568 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2566 เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 50,000 ศพแล้ว หลังจากอิสราเอลหวนกลับไปโจมตีในฉนวนกาซาอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน และเตือนว่าจะโจมตีหนักขึ้นเรื่อยๆ

กระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งควบคุมโดยกลุ่มฮามาสระบุในวันอาทิตย์ว่า การโจมตีของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอี 41 ศพ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 50,021 ศพ

เจ้าหน้าที่ในกาซาไม่ได้จำแนกว่าผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือนหรือนักรบของกลุ่มฮามาส แต่กระทรวงสาธารณสุขกับสหประชาชาติระบุว่า ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงกับเด็ก และจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก เพราะเชื่อว่ายังมีศพนับพันร่างอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาปฏิเสธตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นตัวเลขที่เต็มไปด้วยความไม่สอดคล้องและการคำนวณที่ผิดพลาด และว่ากระทรวงสาธารณสุขของฮามาส มักบันทึกรวมการเสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เอาไว้ด้วย เช่นการเสียชีวิตด้วยสาเหตุธรรมชาติ

IDF เสริมอีกว่า พวกเขามุ่งมั่นที่จะลดความเสียหายต่อพลเรือนให้มากที่สุดระหว่างดำเนินปฏิบัติการอย่างเข้มงวดตามกฎหมมายระหว่างประเทศ และแยกแยะระหว่างพลเรือนกับนักรบติดอาวุธ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและค่านิยมของพวกเขา

ทั้งนี้ การกลับมาโจมตีฉนวนกาซาอีกครั้งของอิสราเอล ทำให้การหยุดยิงที่ดำเนินมานานราว 2 เดือนสิ้นสุดลง หลังทั้งสองฝ่ายพยายามเจรจาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากฝ่ายอิสราเอลต้องการขยายข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 1 ออกไปก่อน ขณะที่ฝ่ายฮามาสต้องการก้าวเข้าสู่การหยุดยิงเฟสที่ 2 เพื่อให้อิสราเอลถอนทัพออกจากกาซาตามที่คุยกันไว้

โฆษกรัฐบาลอิสราเอลกล่าวโทษกลุ่มฮามาสมาเป็นต้นเหตุที่พวกเขาต้องหวนกลับมาโจมตีอีกครั้ง โดยระบุว่า ฮามาสปฏิเสธข้อเสนอเกี่ยวกับการปล่อยตัวประกันทั้งหมด ข้อเสนอจากประเทศตัวกลางเจรจาอย่างสหรัฐฯ กับชาติอื่นๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้นำแคนาดาประกาศจัดเลือกตั้งใหม่ 28 เม.ย. จวกทรัมป์หวังทำลายแคนาดา

ผู้นำแคนาดาประกาศจัดเลือกตั้งใหม่ 28 เม.ย. จวกทรัมป์หวังทำลายแคนาดา

24 มี.ค. 2568 03:44 น.

ผู้นำแคนาดาประกาศจัดเลือกตั้งใหม่ 28 เม.ย. จวกทรัมป์หวังทำลายแคนาดา

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือนเมษายน โดยระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังต้องการทำลายแคนาดา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. 2568 นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดา ประกาศผ่าน X ว่า เขาเพิ่งขอให้ผู้สำเร็จราชการแห่งแคนาดา (Governor General) ดำเนินการยุบสภา และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งกลางก่อนกำหนดในวันที่ 28 เม.ย. 2568 นี้

นายคาร์นีย์ระบุว่า “เราจำเป็นต้องสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดใน G7 เราจำเป็นต้องรับมือกับกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์” หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นายทรัมป์เริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 3 ประเทศไปอย่างสิ้นเชิง

“เรากำลังเผชิญกับวิกฤติอย่างมีนัยสำคัญที่สุดในช่วงชีวิตของเรา เพราะมาตรการทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ และคำขู่ของเขาต่ออธิปไตยของเรา” นายคาร์นีย์ ซึ่งเพิ่งสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่นาน แทนนายจัสติน ทรูโด ที่ลาออกไป บอกกับผู้สื่อข่าวในกรุงออตตาวา

“ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าแคนาดาไม่ใช่ประเทศที่แท้จริง เขาต้องการทำลายเราเพื่อที่อเมริกาจะได้เข้ามาเป็นเจ้าของเรา” นายคาร์นีย์กล่าวต่อ “เราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น เราก้าวข้ามความตกใจของการหักหลัง แต่เราไม่ควรลืมบทเรียนนี้”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวย้ำมาตลอดว่า แคนาดาควรเข้ามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ เพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญกับกำแพงภาษี แต่แคนาดาปฏิเสธ

การประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนดของนายคาร์นีย์เป็นไปตามความคาดหมายของนักวิเคราะห์ เนื่องจากเขาไม่มีตำแหน่งในสภา และพรรคเสรีนิยมของเขาก็ไม่ได้ครองเสียงข้างมาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the hill

โดรนรัสเซีย ถล่มเคียฟดับ 3 ศพ ก่อนยูเครนคุยสหรัฐฯ ที่ซาอุฯ

โดรนรัสเซีย ถล่มเคียฟดับ 3 ศพ ก่อนยูเครนคุยสหรัฐฯ ที่ซาอุฯ

23 มี.ค. 2568 23:20 น.

โดรนรัสเซีย ถล่มเคียฟดับ 3 ศพ ก่อนยูเครนคุยสหรัฐฯ ที่ซาอุฯ

โดรนของรัสเซียโจมตีเมืองหลวงของยูเครน มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ยูเครนกับสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้นที่ซาอุดีอาระเบีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดรนของรัสเซียโจมตีอาคารที่อยู่อาศัยในกรุงเคียฟ เมื่อช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 มี.ค. 2568) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ อาคารหลายแห่งได้รับความเสียหาย และมีอย่างน้อย 1 แห่งที่เกิดไฟไหม้

ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้พ่อกับลูกสาววัย 5 ขวบ เสียชีวิต เขายังเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเพิ่มแรงกดดันรอบใหม่ต่อรัสเซีย เพื่อทำให้สงครามจบลงด้วย

ด้านกองทัพอากาศยูเครนระบุว่า พวกเขายิงทำลายโดรนของรัสเซียได้ 97 จาก 147 ลำ ขณะที่อีก 25 ลำถูกเบี่ยงทิศทางได้สำเร็จ

ทั้งนี้ การโจมตีของรัสเซียเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ของยูเครนกับสหรัฐฯ กำลังจะพบปะหารือกันที่ซาอุดีอาระเบียในช่วงเย็นวันนี้ (23 มี.ค.) ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัสเซียก็จะหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์นี้ โดยฝ่ายรัสเซียระบุว่า นี่คือการพูดคุยทางเทคนิคที่ยากลำบากซึ่งจำเป็นต้องเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า พวกเขายิงทำลายโดรนที่ยูเครนส่งมาโจมตีในพื้นที่ทางใต้ของประเทศ และที่แคว้นไครเมียได้ 59 ลำ ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โป๊ปฟรานซิสออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังรักษาปอดบวม 5 สัปดาห์

โป๊ปฟรานซิสออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังรักษาปอดบวม 5 สัปดาห์

23 มี.ค. 2568 21:52 น.

โป๊ปฟรานซิสออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังรักษาปอดบวม 5 สัปดาห์

โป๊ปฟรานซิสปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก และเสด็จออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังจากรับการรักษาโรคปอดบวมมานานกว่า 5 สัปดาห์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. 2568 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา เสด็จออกจากโรงพยาบาลเจเมลลีในกรุงโรม ที่พระองค์ประทับเพื่อรักษาโรคปอดบวมมานานกว่า 5 สัปดาห์แล้ว แต่แพทย์ระบุว่า พระองค์ยังต้องพักรักษาตัวที่วาติกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน

ก่อนเสด็จกลับ โป๊ปฟรานซิสปรากฏพระองค์จากหน้าต่างโรงพยาบาลเจเมลลี ให้สาธารณชนได้เห็นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่พระองค์เข้าโรงพยาบาลในวันที่ 14 ก.พ. พร้อมทั้งตรัสอวยพรให้เหล่าสาวกที่มารวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจพระองค์ และรวมตัวกันอยู่หน้าโรงพยาบาล

โป๊ปฟรานซิสออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังรักษาปอดบวม 5 สัปดาห์

ทั้งนี้ แพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ออกมาเปิดเผยว่า ประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกจะสามารถออกจากโรงพยาบาลเจเมลลีได้ในวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น หลังพระองค์รักษาโรคปอดบวมในปอดทั้ง 2 ข้างมาตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.

ดร. แซร์จิโอ อัลฟิเอรี หนึ่งในทีมแพทย์ผู้ถวายการรักษาแด่โป๊ปฟรานซิส ระบุว่า ตลอดช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์วิกฤติมากจนชีวิตของพระองค์ตกอยู่ในอันตรายถึง 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม แพทย์ยืนยันว่า โป๊ปฟรานซิสไม่เคยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแบบสอดท่อ และรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าพระองค์จะยังไม่หายดี แต่ไม่มีอาการปอดบวมอีกต่อไปแล้ว และตอนนี้พระองค์มีอาการทรงตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘อธิบดีกรมการข้าว’เป็นประธานประชุมปิดตรวจการเงิน ปีงบฯ 67

'อธิบดีกรมการข้าว'เป็นประธานประชุมปิดตรวจการเงิน ปีงบฯ 67

‘อธิบดีกรมการข้าว’เป็นประธานประชุมปิดตรวจการเงิน ปีงบฯ 67

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมปิดตรวจสอบรายงานการเงินของกรมการข้าว สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 โดยมี ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว ผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 11 พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วม ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว

ทั้งนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 11 ได้ตรวจสอบรายงานการเงินของกรมการข้าว และมีความเห็นว่า รายงานการเงินแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 และผลการดำเนินงานของกรมการข้าว สำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกัน มีความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ยังได้ให้คำแนะนำกับกรมการข้าว เพื่อให้การบริหารการจัดการเงินของกรมการข้าว เป็นไปอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคตตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด

– 006

ลดรายจ่ายแถมได้อากาศบริเวณบ้านไม่ร้อน! เกษตรกร‘กำแพงเพชร’หันทำเกษตรทฤษฎีใหม่แทนพืชเชิงเดี่ยว

ลดรายจ่ายแถมได้อากาศบริเวณบ้านไม่ร้อน! เกษตรกร‘กำแพงเพชร’หันทำเกษตรทฤษฎีใหม่แทนพืชเชิงเดี่ยว

ลดรายจ่ายแถมได้อากาศบริเวณบ้านไม่ร้อน! เกษตรกร‘กำแพงเพชร’หันทำเกษตรทฤษฎีใหม่แทนพืชเชิงเดี่ยว

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.37 น.

“จากเดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่ได้ปรับเปลี่ยนโดยลดพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังและข้าวลง หันมาทำเกษตรที่มีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมกับปลูกทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น และทำสวนป่า”

นายเฉลา เงินคำ ครูต้นแบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 6 บ้านหนองหิน ต.หินตาต อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร กล่าวถึงการปรับพื้นที่ 22 ไร่ ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกหลากหลายผสมผสานทั้งพยุง มะค่า ยางนา แค มะม่วง มะพร้าว มะยงชิด สาเกและหญ้าหวาน อีกทั้งยังเลี้ยงสุกร ไก่และปลา ปัจจุบันมีรายได้จากการเกษตรเฉลี่ย 2 แสนบาทต่อปี

ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการปรับเปลี่ยน นอกจากด้านเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว การปลูกแบบผสมผสานซึ่งจำลองสภาพป่าธรรมชาติอย่างวนเกษตร ยังเกิดประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย โดยทำให้บรรยากาศร่มรื่น อากาศบริเวณบ้านไม่ร้อน ทั้งนี้ พื้นที่เกษตรของตนยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรทั้งในและนอกชุมชนที่สนใจ