สจล. ร่วมกับสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการดูแลสุขภาพของประชาชน

สจล. ร่วมกับสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการดูแลสุขภาพของประชาชน

สจล. ร่วมกับสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการดูแลสุขภาพของประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.17 น.

สจล. ร่วมกับสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เพื่อพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการดูแลสุขภาพของประชาชน

รองศาสตราจารย์.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ สุวรรณปฏิกรณ์ อธิการบดีสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ในการพัฒนาทั้งทางด้านงานวิจัย นวัตกรรม การบูรณาการองค์ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการดูแลสุขภาพของประชาชน รวมทั้งการบริการวิชาการ เช่น การดำเนินโครงการวิจัยการพัฒนาหุ่นฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตเด็กขั้นสูง (QPCPR) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกกู้ชีพในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial  และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

Health News : ผลวิจัยพบการเล่นมือถือบนที่นอนเสี่ยงเป็นโรคนอนไม่หลับ

Health News : ผลวิจัยพบการเล่นมือถือบนที่นอนเสี่ยงเป็นโรคนอนไม่หลับ

Health News : ผลวิจัยพบการเล่นมือถือบนที่นอนเสี่ยงเป็นโรคนอนไม่หลับ

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.39 น.

สถาบันสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ (Norwegian Institute of Public Health) ได้สอบถามนักศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-28 ปี จำนวนมากกว่า 45,000 คน
เกี่ยวกับพฤติกรรมก่อนนอน เพื่อศึกษาว่าระยะเวลาในการเล่นมือถือก่อนนอน ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหรือไม่ และระหว่างการใช้มือถือในที่นอนเพื่อดูสื่อโซเชียล กับ
การดูจออื่นๆ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือเล่นเกมบนมือถือ อย่างไหนจะส่งผลเสียมากกว่ากันต่อคุณภาพการนอน โดยแบบสำรวจพฤติกรรมเน้นถามพฤติกรรมการนอน การจ้องจอดูมือถือ จอทีวี หรือคอมพิวเตอร์ ก่อนนอน รวมทั้งการตื่นนอนและความเหนื่อยล้า

ผลการสำรวจชี้ว่า หากก่อนนอนยิ่งจ้องจอ ส่องแอปมือถือเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ กล่าวคือ ทุก 1 ชั่วโมงที่หมดไป ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนอนไม่หลับเพิ่มขึ้นถึง 63% และทำให้เวลาการนอนหดหายไป 24 นาที ต่อทุก 1 ชั่วโมง โดยผู้ตอบแบบสอบถามที่บอกว่า ชอบเล่นมือถือ หรือ ดูทีวี ใช้คอมพิวเตอร์ก่อนนอน อย่างน้อย 3 คืน ต่อสัปดาห์ มักมีปัญหานอนไม่หลับอย่างน้อย 3 เดือน

แม้ผลการวิจัยพบว่ามีความเชื่อมโยงกันจริง ระหว่างการจ้องจอบนที่นอนกับการนอนหลับไม่สนิท หรือ นอนไม่หลับ แต่นักวิจัยก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า การเล่นมือถือ หรือ จ้องจอคอมพิวเตอร์ ดูทีวี จะเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับผู้เชี่ยวชาญคลินิกการนอนแห่งหนึ่งในอังกฤษ เผยด้วยว่า ผลการศึกษาดังกล่าว ถือเป็นหลักฐานชิ้นเอก ที่ชี้ได้ว่า การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่งผลในทางลบต่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

คุยกัน7วันหน : มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย ประชุม BIMSTEC ‘ได้หรือเสีย’

คุยกัน7วันหน : มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย  ประชุม BIMSTEC ‘ได้หรือเสีย’

คุยกัน7วันหน : มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย ประชุม BIMSTEC ‘ได้หรือเสีย’

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.47 น.

นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อ 4 ปีที่แล้ว การเดินทางเยือนต่างประเทศของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง หลักๆ คือการไปเยือนรัสเซีย จีน และเบลารุส หลังจากเมียนมาถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก แต่ไทยถือเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด ผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งจบลงไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบวิสัยทัศน์ฉบับแรกในประวัติศาสตร์ของ BIMSTEC

ผู้นำที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ, ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน, นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอินเดีย, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, เค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีแห่งเนปาลและ ดร.หริณี อมรสุริยะ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา

ก่อนการประชุมผู้นำ BIMSTECจะเริ่มต้นขึ้น แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีเมียนมาได้พบหารือทวิภาคีกัน โดย พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวแสดงความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของแก่ประชาชนเมียนมา ซึ่งได้จัดส่งถึงเมียนมาแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือครอบคลุมความร่วมมือด้านการป้องกันพิบัติภัย ทั้งภัยธรรมชาติ และภัยจากมนุษย์ ตามแผนการ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขไฟป่า ฝุ่นละออง และหมอกควันระหว่างกัน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระหว่างสองประเทศ รวมทั้งอาชญากรรมข้ามพรมแดน ยาเสพติด และการลักลอบการค้าที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ รวมทั้งประสานเหยื่อผู้ถูกหลอกลวงกลับประเทศ ซึ่งมาตรการที่เด็ดขาดของประเทศไทย ทำให้การส่งข้อความและการโทรศัพท์หลอกลวง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้นำทั้งสองยังเห็นพ้องให้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ โดยเมียนมาขอบคุณไทยที่เชิญเมียนมาเข้าร่วมหลักสูตรการศึกษาของกองทัพเพื่อการพัฒนา เมียนมาเห็นด้วยกับข้อริเริ่มของไทยที่จะ “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” อย่างในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

ไทยยังขอเมียนมาให้มีความเข้มงวดต่อการข้ามแม่น้ำเมย และทั้งสองฝ่ายหารือสกัดกั้นช่องทางการลักลอบสินค้า อุปกรณ์ บุคคล สารตั้งต้นยาเสพติด และอาวุธผิดกฎหมาย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังชี้แจงว่า การที่ผู้นำทุกประเทศสมาชิกได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง สะท้อนถึงการยึดมั่นในพันธสัญญาที่ทุกประเทศมีร่วมกันในฐานะสมาชิก เช่นกันกับ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ตอบสื่อมวลชนด้วยว่า เป็นภาระหน้าที่ของไทยตามกฎบัตรบิมสเทค ที่จะต้องเชิญผู้นำทุกประเทศสมาชิก รวมถึงเมียนมา เข้าร่วมการประชุมที่ไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง โดยไม่มีการหารือถึงประเด็นภายในประเทศเมียนมาแต่อย่างใด

BIMSTEC ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 เป็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศแถบอ่าวเบงกอล 7 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ ศรีลังกา เมียนมา และไทย ครอบคลุมประชากรประมาณ 1,800 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 22% ของประชากรโลกและมี GDP รวมกันแตะ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

การประชุม BIMSTEC จัดขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่เกิดภัยพิบัติใหญ่ซึ่งชาติสมาชิก BIMSTEC แต่ละประเทศ ต่างสนับสนุนความช่วยเหลือให้กับเมียนมาในยามวิกฤต ทั้งส่งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่างๆ โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งถือเป็นชาติแรกๆ ที่ส่งความช่วยเหลือไปให้กับเมียนมา

หากสังเกตความเคลื่อนไหวในเมียนมาตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาจะเห็นชอบในฉันทามติ 5 ข้อ ระหว่างการประชุมอาเซียนนัดพิเศษที่กรุงจาการ์ตาเพียง 2 เดือนกว่าๆ หลังก่อรัฐประหาร แต่ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ปีกว่าที่เมียนมาจะเริ่มหันหน้าเข้าหาอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากเพลี่ยงพล้ำในสมรภูมิรบจากปฏิบัติการ 1027 ของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ เมื่อปี 2566

ขณะที่ปี 2567 ถือเป็นปีที่รัฐบาลทหารเมียนมาเดินเครื่องเต็มสูบในการจัดการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความชอบธรรม เริ่มตั้งแต่การยอมผ่อนคลายระเบียบพรรคการเมือง และเริ่มสำรวจสำมะโนประชากร เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก่อนที่ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาจะประกาศเมื่อเดือนมี.ค. ว่า ต้องการจัดการเลือกตั้ง
ทั่วไปในเดือนธ.ค.นี้ หรืออย่างช้า คือเดือนม.ค. 2569

ภาพรวมสถานการณ์สู้รบในเมียนมาและความเคลื่อนไหวบนเวทีนอกประเทศของรัฐบาลทหารก่อนหน้านี้สะท้อนว่า มีความพยายามในการปูทางเพื่อจัดการเลือกตั้งขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว รวมถึงการประชุมอาเซียนนัดแรกที่ลังกาวี เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเมียนมาใช้เป็นเวทีในการย้ำถึงความต้องการในการจัดการเลือกตั้ง

แต่ขณะนั้น อาเซียนยังยืนยันว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ประเด็นสำคัญอันดับแรก แต่เป็นเรื่องของการหยุดยิงและทุกฝ่ายยอมยุติการสู้รบ ดังนั้นการเดินทางมาไทยของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อาจช่วยเปิดพื้นที่ของรัฐบาลทหารเมียนมา ในการแสดงจุดยืนเรื่องการจัดเลือกตั้ง และเรียกเสียงสนับสนุนด้วยหรือไม่

ขณะที่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยและมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เตรียมเดินทางเยือนเมียนมา เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ประสบภัยด้วย

หลายคนจับตามองว่า การเปิดบ้านรับการมาเยือนของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นข้อครหาว่าเป็นการช่วยฟอกตัว เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารเมียนมาบนเวทีโลกด้วยหรือไม่

โดย ดาโน โทนาลี

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชะตากรรมชาวเมียนมา ชีวิตยากลำบากจากแผ่นดินไหว

ชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงต่อแถวรับอาหารและสิ่งของช่วยเหลือ บริเวณริมถนนและค่ายพักพิงชั่วคราวในเมืองมัณฑะเลย์ของเมียนมา ขณะที่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง อพยพมาใช้ชีวิตและตั้งที่พักอาศัยชั่วคราวบริเวณพื้นที่ริมถนนและใกล้กับพระราชวังมัณฑะเลย์

สภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมาระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 3,145 ศพ ผู้บาดเจ็บ 4,589 รายและยังมีผู้สูญหายอีก 221 ราย

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัวไทย

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาใหม่ของออสเตรเลียที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ เมื่อวันพุธที่ 2 เม.ย. เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดวงดาวด้วยการวิเคราะห์เสียงของดวงดาวในกระจุกดาวที่อยู่ห่างออกไป 2,700 ปีแสง และพัฒนาวิธีการกำหนดอายุและมวลของดาวฤกษ์อย่างแม่นยำผ่านการศึกษาการเปลี่ยนช่วงคลื่นเสียง (Oscillation Frequency) ของดาวเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศภารกิจเคปเลอร์เค2 (Kepler K2)

เดนนิส สเตลโล ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่าดาวฤกษ์จะส่งเสียงที่ย่านความถี่เฉพาะเช่นเดียวกับเครื่องดนตรี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภายในของมัน และเป็นครั้งแรกที่เราศึกษาลำดับวิวัฒนาการที่กินเวลานานมากเช่นนี้

ดาวขนาดใหญ่ที่สุดจะมีเสียงทุ้มที่สุด ส่วนดาวขนาดเล็กจะมีเสียงแหลมสูงและไม่มีดาวดวงใดที่เล่นโน้ตเดียวพร้อมกันได้ กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการฟังวงออร์เคสตราและระบุเครื่องดนตรีโดยฟังจากเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ

การศึกษาครั้งนี้ได้ตรวจสอบดาวฤกษ์จำนวน 27 ดวง จากกระจุกดาวเอ็ม67 (M67) ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อน แม้ว่ากระจุกดาวเอ็ม67 จะมีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายคลึงกัน แต่มวลที่มีความหลากหลายทำให้เหมาะต่อการศึกษาวิวัฒนาการแบบเรียลไทม์

นักวิจัยกล่าวว่า เนื่องจากกระจุกดาวเอ็ม67 มีความคล้ายคลึงกับดวงอาทิตย์ การวิจัยครั้งนี้จึงให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับอดีตของดวงอาทิตย์และการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นดาวฤกษ์ยักษ์แดงในขั้นสุดท้าย การค้นพบเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและชี้ให้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลดาราศาสตร์ที่มีอยู่

ตะลอนเที่ยว : ร้อนๆ แบบนี้ ไปทะเลกันดีกว่า

ตะลอนเที่ยว : ร้อนๆ แบบนี้ ไปทะเลกันดีกว่า

ตะลอนเที่ยว : ร้อนๆ แบบนี้ ไปทะเลกันดีกว่า

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ระยะนี้หลายคนบ่นว่ากรุงเทพฯ ร้อนจัง ฝุ่นพิษ PM2.5 ก็จัดมาก ดังนั้น หนีไปเที่ยวทะเลกันดีกว่าเพราะอากาศดีกว่า ได้เล่นน้ำทะเลใสๆ ได้เดินบนหาดทรายขาวนุ่มเนียนเหมือนแป้งฝุ่นชั้นดี แถมยังได้ดูโลกใต้ท้องทะเลที่แสนสวยงามแปลกตาอีกด้วย

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดถึงทะเล ก็ขอชวนไปเที่ยวทะเลด้วยกัน

วันนี้ จะพาคุณไปเที่ยวทะเลและเที่ยวเกาะแสนสวยในจังหวัดระนอง แล้วพาข้ามไปเกาะซาลิ ในเขตประเทศเมียนมาด้วย

เริ่มจากทะเลระนองก่อนนะครับ หลายคนอาจไม่รู้ว่าระนองมีเกาะที่มีน้ำทะเลแสนใสสุดสวย และมีหาดทรายที่ขาวสะอาด เม็ดทรายนุ่มเนียนละเอียดราวกับแป้งเด็กอ่อน จุดท่องเที่ยวที่สำคัญในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน มีมากมาย เช่น หาดบางเบน หาดประพาส หาดอ่าวเคย หาดทะเลนอก และยังมีเกาะค้างคาว เกาะกำ เกาะญี่ปุ่นและเกาะไข่ใหญ่ แต่วันนี้จะพาไปเที่ยวเกาะของระนองเพียงสามแห่งคือ เกาะค้างคาว เกาะกำ และเกาะญี่ปุ่น

เกาะค้างคาวมีความน่าสนใจตรงที่มีหาดไม่กว้างใหญ่มากนัก แต่เป็นหาดที่ทรายขาวสะอาดตาและมีความละเอียดมากจริงๆ ส่วนเกาะกำ ก็มีจุดน่าสนใจคืออ่าวเขาควาย ที่มีหาดทรายต่อกันเป็นรูปเขาควาย เพราะมีสันทรายที่เกิดจากคลื่นซัดทรายไปรวมตัวกันแล้วเชื่อมเกาะสองเกาะเข้าด้วยกัน ส่วนเกาะญี่ปุ่นมีหาดทรายกว้างและยาวที่สุดในบรรดาเกาะทั้งสามแห่ง ส่วนที่ได้ชื่อว่าเกาะญี่ปุ่น เพราะมีประวัติว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพของญี่ปุ่นเคยยึดครองเกาะแห่งนี้ไว้เพื่อเป็นฐานทัพย่อยๆ สำหรับต่อสู้กับกองทัพของสัมพันธมิตร โดยเฉพาะกองทัพของอังกฤษ

ส่วนเกาะซาลิ ของเมียนมา อยู่ห่างจากฝั่งทะเลของระนองออกไปไกลพอประมาณ ต้องนั่งเรือเร็ว (speed boat) ไป โดยใช้เวลาแล่นเรือประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที เกาะซาลิเป็นเกาะที่กำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันอยู่ 80 คนเท่านั้น ไม่มีที่พักค้างคืนบนเกาะสำหรับนักท่องเที่ยวแต่มีห้องน้ำห้องสุขาให้บริการ และอนุญาตให้พักรับประทานอาหารเที่ยงบนเกาะได้ ด้วยเหตุที่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันไม่เกิน 80 คน จึงทำให้สภาพแวดล้อมของเกาะยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติได้อย่างดี ไม่มีขยะกลาดเกลื่อน

เมื่อไปเที่ยวเกาะซาลิแล้ว ก็ต้องดำน้ำแบบตื้น (snorkeling) เพื่อดูโลกใต้น้ำ โดยเฉพาะที่บริเวณเกาะห้า ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวนปลาการ์ตูน เพราะมีปลาการ์ตูนให้ชมแบบจุใจ โดยปลาชนิดนี้จะอยู่กับดอกไม้ทะเลเท่านั้น เพราะเป็นแหล่งอาหารและสถานที่หลบภัยของมัน แล้วยังมีปะการังสารพัดชนิดให้ชมอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปลาสวยงามสารพัดชนิดให้ชมกันจนเพลินใจและเพลินตา และอีกจุดหนึ่งคือเกาะหินมังกร ที่มีปะการังสารพัดชนิด อาทิ ปะการังผิวเกล็ดน้ำแข็ง ปะการังเขากวาง ปะการังโขดปะการังผักกาดหอม ปะการังสมอง เป็นต้น และปลาสวยงามให้ชมอย่างจุใจ

แต่ในวันที่กลุ่มของเราไปเที่ยวเกาะซาลินั้น มีผู้คนไปเพียง 20 กว่าคนเท่านั้น ดังนั้น ในวันดังกล่าวจึงทำให้สมาชิกผู้ร่วมทริปวางตัวเสมือนเป็นเจ้าของเกาะ แต่ต่อมาในวันที่กลุ่มของเราไปเที่ยวเกาะญี่ปุ่น กลุ่มของเรามีสมาชิก 10 คนเท่านั้น ในวันนั้นจึงกลายเป็นทริป very exclusive เพราะเกาะแห่งนี้ได้กลายเป็นเสมือนเกาะส่วนตัวของพวกเราไปโดยปริยาย

นี่คือความดีงามของการที่มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเกาะเป็นจำนวนน้อย เพราะเมื่อคนน้อยก็ทำให้ทรัพยากรต่างๆ บนเกาะไม่ถูกรบกวนอย่างหนักจึงทำให้คงความงามได้ยาวนานยิ่งขึ้น

สำหรับทริปนี้เราใช้เวลาเที่ยวทั้งหมดร่วม 5 คืนหากคุณสนใจจะไปเที่ยวแบบทริป very exclusive กับ Mr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘มรดกไทย’ภูมิปัญญาชุมชนสู่เทศกาลโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘มรดกไทย’ภูมิปัญญาชุมชนสู่เทศกาลโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘มรดกไทย’ภูมิปัญญาชุมชนสู่เทศกาลโลก

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงในงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ คณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย ได้มีมติเห็นชอบคำจำกัดความคำว่ามรดกไทย คือ “มรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ของความเป็นชาติ ซึ่งได้แก่ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โบราณสถาน วรรณกรรม ศิลปหัตถกรรม นาฏศิลป์และดนตรี ตลอดจนถึงการดำเนินชีวิตและคุณค่าประเพณีต่างๆ อันเป็นผลผลิตร่วมกันของผู้คนในผืนแผ่นดินในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา”

คณะรัฐมนตรีซึ่งมี ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๘ ประกาศให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจ ความสำนึกรัก และหวงแหนในมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิทักษ์รักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้มากยิ่งขึ้น มรดกไทยนั้นถ้าเป็น มรดกของชาติกรมศิลปากร กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมได้มีหน้าที่พัฒนา บูรณะและรักษาโบราณสถานศาสนสถานอยู่แล้ว ส่วนมรดกชาวบ้านที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น 

รำวงมาตรฐาน

จากโครงการ เที่ยวชุมชนยลวิถี ของกระทรวงวัฒนธรรมที่ผ่านมา กลับพบมรดกไทยจากชุมชนอยู่ทั่วประเทศ แม้จะได้มีการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์มรดกไทยขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยแล้วก็ตาม ซึ่งในพ.ศ.๒๕๓๕ คณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยได้กำหนดให้เป็นปีอนุรักษ์การดนตรีไทยและ พ.ศ.๒๕๓๖ เป็นปีอนุรักษ์การช่างศิลป์ไทย กิจกรรมส่วนใหญ่นิยมจัดนิทรรศการ จัดการแสดง การฉายภาพยนตร์ ทัศนศึกษาโบราณสถาน และสถานที่สำคัญทางศาสนา  สำหรับชุมชนทั่วประเทศที่มีมรดกไทยนั้นกลับหลงลืม ทั้งๆ ที่มีจุดเด่นทุกด้าน  ด้านอาหาร มีอาหารทุก ๔ ภาคที่รสชาติแตกต่างกัน ที่รู้จักก็มีส้มตำ ต้มยำกุ้ง แกงเลียง ไส้อั่ว แคบหมู แหนม หมูยอ แกงเหลือง อาหารขันโตกด้านการแสดง ที่รู้จักกันดีมี โขน โนราห์หนังตะลุง ลิเกฮูลู มวยไทย มวยไชยารำไทย รำวง ฟ้อนต่างๆ หมอลำ ลิเก กลองยาว ด้านการแต่งกาย นั้นมีความสวยงามตามพื้นถิ่น เช่น ชุดบาบ๋ายาหยาชุดล้านนา ชุดอีสาน ชุดผู้ไทย ชุดพื้นเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ด้านศิลปพื้นบ้านมีการสร้างสรรค์ตามชุมชน เช่น การทอผ้าซิ่นตีนจก การวาดภาพบนเรือกอและการสลักหนังใหญ่ การแกะสลักไม้งานปูนปั้นสด การทำเครื่องเงิน การทำกรงนกหัวจุกเป็นต้น

มรดกไทยจากชุมชนและท้องถิ่นจึงมีความสำคัญ กระทรวงวัฒนธรรมได้ยกระดับมรดกไทยให้เป็นเทศกาลสำคัญโดย เทศกาลเมืองครามสกลนคร “Kram & Craft โลก” นำผ้าย้อมครามมรดกไทยให้มีการรับรองให้สกลนครเป็น“นครหัตถศิลป์โลกเจ้าแห่งครามธรรมชาติ” (WorldCraft City for Natural Indigo) ถือเป็นแห่งแรกของไทยและเป็นหนึ่งในประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ จ.ราชบุรี นำหนังใหญ่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ให้ยูเนสโกประกาศให้การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอนได้รับรางวัลจากยูเนสโกและยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๖ชุมชนดีเด่นของโลก เทศกาลภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์“Kebaya Festival” ยูเนสโกประกาศรับรองเคบายา (Kebaya) เป็นมรดกวัฒนธรรมร่วมกับประเทศบรูไน อินโดนีเซีย สิงคโปร์และไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านการแต่งกายของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านคาบสมุทรมลายูมากว่า๓๐๐ ปี และได้ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อปี ๒๕๕๕ เคบายาจึงสะท้อนถึงประวัติศาสตร์และประเพณีที่มีร่วมกันของภูมิภาคตลอดจนความหลากหลายทางวัฒนธรรม

โนราห์

กลองยาว

กลองยาว

อาหารไทย

อาหารไทย

อาหารขันโตก

อาหารขันโตก

หมอลำ

หมอลำ

ส้มตำ

ส้มตำ

ว่าวไทย

ว่าวไทย

ลิเก

ลิเก

เรือกอและ

เรือกอและ

มวยไทย

มวยไทย

โขน

โขน

การละเล่นเด็กไทย

การละเล่นเด็กไทย

การทอผ้า

การทอผ้า

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism in National Museum of Western Art Tokyo 2

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism in National Museum of Western Art Tokyo 2

แหวกฟ้าหาฝัน : Impressionism in National Museum of Western Art Tokyo 2

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

The Flower Crown by Aristide Maillol 

ใน National Museum of Western Art Tokyo ไม่เพียงมีผลงานแนว Impressionism ของ Berthe Morisot และ EdgarDegas ยังมีผลงานแนวนี้อีกหลายชิ้น อาทิ Venus at Her Toilet by Auguste Rodinนักประติมากรรมแนว Impressionism ที่เลื่องชื่อที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส งานประติมากรรมของเขามิได้ใช้หัวข้อในการสร้างงาน ความละเอียดลออ และวัสดุที่เคยใช้กันเป็นประจำ อาทิ หินอ่อน จึงฉีกแนวจากยุคก่อนหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แม้งานของเขาจะได้รับแรงบันดาลใจจากงานรุ่นเก่าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางศิลปะของอิตาเลียน แต่เขากลับตีความด้วยมุมมองใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ผลงานเด่นของเขามีหลายชิ้น อาทิ The Thinker, The Kiss, The Gates of Hell ผลงาน Venus at Her Toilet หรือ The Toilette of Venus หรือ The Bather ที่เป็นภาพผู้หญิงนู้ดกำลังสระผมขณะคุกเข่าอยู่นี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นครั้งแรกในปี 1871โดยสร้างสรรค์ด้วยดินเหนียวเพื่อให้เป็นงานที่สามารถสร้างสรรค์เพิ่มเป็นจำนวนมากได้ผลงานนี้มีทั้งความงดงามและเย้ายวนแต่ก็สะท้อนแนวความคิดร่วมสมัยสำหรับการตกแต่งที่ให้วีนัสมีผ้าคลุมอกอย่างสุภาพ

Landscape at Louveciennes by Alfred Sisley ศิลปินแนว Impressionism ที่เน้นภาพแนวทิวทัศน์ Sisley แทบจะเป็นศิลปินแนว Impressionism เพียงคนเดียวที่แทบจะไม่มีภาพแนวอื่นเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพคนแม้เขาจะเขียนแต่ภาพทิวทัศน์คล้ายกับ Monet แต่ผลงานของเขาก็ยังมีความแตกต่างจาก Monet อย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เพราะเขาเน้นสภาพแวดล้อม และผลของแสงและอากาศ ในขณะที่งานของ Monet จะเน้นความมีชีวิตชีวาและเหมือนจริงมากกว่า

Venus at Her Toilet by Auguste Rodin

The Flower Crown by Aristide Maillol จิตรกรนักประติมากรรม และช่างพิมพ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศสผลงานของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินยุคหลังที่ดังๆ อีกหลายคน อาทิ Picasso, Henri, Matisse และ Henry Moore ภาพ The Flower Crown เด็กหญิงสองคนท่ามกลางทุ่งหญ้าในวันฟ้าใส คนหนึ่งนั่งหลับตาเหยียดขาสบายใจกำลังร้อยดอกไม้เป็นมงกุฎ ขณะที่อีกคนยืนลืมตาถือดอกไม้ชนิดเดียวกันเชิญชวนให้ผู้ชมสำรวจลึกเข้าไปในจิตใจตัวเอง ด้านขวาสุดของภาพมีกิ่งมะเดื่อผลไม้ต้องห้ามตามพระคัมภีร์เป็นนัยให้ตีความว่าทั้งสองกำลังเผชิญกับทางแยกเพื่อไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้มีทั้งความอ่อนหวาน สดชื่นพร้อมกับนัยที่ต้องใช้จินตนาการอย่างล้ำลึก

Landscape of Brittany by Paul Gauguin จิตรกร นักประติมากรรม ช่างพิมพ์ และช่างทำเซรามิกที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของกลุ่ม Post-Impressionist เขาเป็นศิลปินที่เรียนรู้ด้านศิลปะด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านโรงเรียนศิลป์มาก่อนส่งผลให้เขาเป็นคนที่มีความเปิดกว้างทางความคิด เขาใช้เวลาว่างจากการเป็นนายหน้าขายหุ้นมาทำงานศิลปะ วิกฤตเศรษฐกิจในปี 1882 ทำให้เขาตกงาน เขาจึงหันมาทำงานด้านศิลปะเต็มเวลา ผลงาน Landscape of Brittany ถูกสร้างสรรค์ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่Brittany แต่ก็มีอัตลักษณ์ของเขาครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นฝีแปรงที่ใหญ่มั่นใจ การใช้สีที่หลากหลาย แต่เด่นไปทางสีเขียวที่เขาใช้สื่อความรู้สึกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความหวัง ความอิจฉา ความขมขื่น และความลึกลับ สีเขียวของเขาจึงไม่เป็นเพียงแค่สีธรรมชาติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณ และความรู้สึกภายใน ผู้ชมจะเห็นว่าศิลปินสามารถใช้สีเขียวหลายโทนในภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความหมองหม่น ความเหนื่อยหน่าย และความหวังครบถ้วนได้ในภาพเดียว

The Flower Crown by Aristide Maillol

The Flower Crown by Aristide Maillol

Landscape at Louveciennes by Alfred Sisley

Landscape at Louveciennes by Alfred Sisley

Landscape at Louveciennes by Alfred Sisley

Landscape at Louveciennes by Alfred Sisley

Landscape of Brittany by Paul Gauguin

Landscape of Brittany by Paul Gauguin

Landscape of Brittany by Paul Gauguin

Landscape of Brittany by Paul Gauguin

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานและเงินช่วยเหลือแผ่นดินไหวในเมียนมา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานและเงินช่วยเหลือแผ่นดินไหวในเมียนมา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานและเงินช่วยเหลือแผ่นดินไหวในเมียนมา

วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.00 น.

วันนี้ เวลา 14.00 น. ณ. โรงจอดอากาศยาน ฝูงบิน 601 กองบิน 6 กองทัพอากาศ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  มอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานพร้อมเงินช่วยเหลือมอบให้แก่ นาย อู ซอ ซอ โซ (H.E.U Zaw Zaw Soe) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย 

นอกจากถุงยังชีพพระราชทาน ซึ่งบรรจุสิ่งของต่างๆที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน  มูลนิธิฯได้มอบเต้นท์นอน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของแผ่นดินไหวให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี  โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศไทย ในการดำเนินการขนส่งไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อนำไปส่งมอบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่เมืองมัณฑะเลย์ และกรุงเนปยีดอ 

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ ได้ให้การช่วยเหลือประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ครั้งแรกเมื่อเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในปี 2561 และในปี 2567 ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ จำนวน 4 สถานีเพื่อการเตือนภัยน้ำหลากในลำน้ำสาย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังเหตุการณ์อุทกภัย 

สำหรับการช่วยเหลือในประเทศไทยจากสถานการณ์แผ่นดินไหว มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบเงิน อุปกรณ์ และสิ่งของที่จำเป็น ให้แก่ โรงพยาบาล วัด และสถานศึกษา ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ตาก และเพชรบูรณ์ รวมทั้งสนับสนุนอาหารปรุงสุกพร้อมทาน อย่างต่อเนื่องทุกวัน สำหรับเจ้าหน้าที่และทีมอาสากู้ภัย ที่ปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่เขตจตุจักร

038

สิ้นศิลปินแห่งชาติ’ผ่องศรี วรนุช’ เปิดประวัติราชินีลูกทุ่งไทย

สิ้นศิลปินแห่งชาติ'ผ่องศรี วรนุช' เปิดประวัติราชินีลูกทุ่งไทย

สิ้นศิลปินแห่งชาติ’ผ่องศรี วรนุช’ เปิดประวัติราชินีลูกทุ่งไทย

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.55 น.

6 เมษายน 2568 เพจลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก โพสต์แจ้งข่าวอาลัย ‘แม่ผ่องศรี วรนุช’ ศิลปินแห่งชาติสิ้นแล้ว สิริอายุรวม 85 ปี โดยก่อนหน้านี้แม่ผ่องศรี รักษาตัวด้วยอาการป่วย อ่อนเพลีย ด้วยโรคมะเร็งปอด และน้ำหนักลดลงอย่างมาก

คุรแม่ผ่องศรีเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้น เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านอีกประมาณ 1 เดือนเศษ จนกระทั่งถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568

ผ่องศรี วรนุช เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2482 เป็นนักร้องหญิงเพลงไทยประเภท เพลงลูกทุ่ง ได้รับสมญานามว่า ราชินีลูกทุ่ง (คนแรก) เมื่ออายุ 15 ปี ได้เริ่มทำงานกับละครเร่คณะคุณหนู โดยเป็นเด็กรับใช้ ก่อนจะได้ร้องเพลงสลับฉากจนได้เป็นนางเอกของคณะ และเริ่มอาชีพนักร้องได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกในชีวิต ‘หัวใจไม่มีใครครอง’ เมื่อปี พ.ศ. 2498 จนโด่งดังในฐานะนักร้องหลังจากการที่ได้มาร่วมงานกับวงดนตรีสุรพล สมบัติเจริญ ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพการทำงานในช่วงปี พ.ศ. 2502 ถึงราวปี พ.ศ. 2525

มีผลงานเพลงลูกทุ่งเป็นจำนวนมาก ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงโทนสูง เช่น ด่วนพิศวาส, กอดหมอนนอนหนาว, วิมานในฝัน, ไหนว่าไม่ลืม, น้ำตาเมียหลวง, ฝนหนาวสาวครวญ, คืนนี้พี่นอนกับใคร, สาวเหนือเบื่อรัก, ข้าวคอยเคียว, คนสุดท้าย, น้องเป็นคนรักที่เท่าไหร่, น้อยใจรัก, รักลาอย่าเศร้า, ฝากดิน, ภูเก็ต, บาร์หัวใจ เป็นต้น

ถือเป็นศิลปินต้นแบบของนักร้องหญิงเพลงลูกทุ่งจำนวนมาก อาทิ บุปผา สายชล, พุ่มพวง ดวงจันทร์, สุนารี ราชสีมา, ศิรินทรา นิยากร และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยลูกทุ่ง – ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2535