สรุปดราม่า PDเลย เล่นมุก เฌอเอม มิสแกรนด์ เดินไม่เริ่ด เจอสวนกลับ พี่เป็นใครคะ?

สรุปดราม่า PDเลย เล่นมุก เฌอเอม มิสแกรนด์ เดินไม่เริ่ด เจอสวนกลับ พี่เป็นใครคะ?

4 เม.ย. 2568 15:08 น.

สรุปดราม่า PDเลย เล่นมุก เฌอเอม มิสแกรนด์ เดินไม่เริ่ด เจอสวนกลับ พี่เป็นใครคะ?

กลายเป็นดราม่าร้อนๆ มาเสิร์ฟอีกแล้ว สำหรับดราม่าของ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 กับ เจ้กัน ดอนเมือง PD มิสแกรนด์จังหวัดเลย

– เมื่อคืนที่ผ่านมา PD หลายจังหวัดได้รวมตัวกันไลฟ์ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณสระน้ำในกองประกวดมิสแกรนด์ ซึ่งตอนนั้นไปเก็บตัวที่สงขลา และกลุ่ม PD ได้มีการจับกลุ่มยืนคุยกัน พูดแซวนางงามที่กำลังซ้อมเดิน และบอกว่าคนนั้นเดินไม่ดีไม่เริ่ด ต้องเดินแบบนี้ ซึ่งทาง PD จังหวัดเลย พูดถึงนางงามคนอื่นอยู่ และ PD คนอื่นก็ยืนอยู่ตรงนั้นแซวกันไปเรื่อย PD จังหวัดเลย ก็เลยเดินโชว์แบบตลกๆ ให้ขำแล้วทุกคนก็ขำกันหมด

– เฌอเอม ได้เดินเข้ามาพอดีโดยที่ไม่รู้ว่ามีการพูดล้อเล่นกันก่อน ด้วยความที่ PD จังหวัดเลย เป็นแฟนคลับเฌอเอมด้วยเหมือนกัน ก็อยากชวนมาเล่นด้วย เลยพูดขึ้นว่า “น้องเฌอเอมเดินไม่ดีเลย มานี่เดี๋ยวพี่จะสอนเดินนะ จะต้องเดินแบบนี้” ซึ่งทาง เฌอเอม ก็ได้ตอบกลับว่า “พี่เป็นใครคะ ขอโทษนะคะมารยาทหน่อย ถึงเล่นก็ไม่ควร”

สรุปดราม่า PDเลย เล่นมุก เฌอเอม มิสแกรนด์ เดินไม่เริ่ด เจอสวนกลับ พี่เป็นใครคะ?

– โดยในมุมของ เฌอเอม ก็คือไม่รู้ เพราะเดินเข้ามาพอดี และเหมือนโดนมาล้อปมด้อยในเรื่องการเดิน ด้าน PD จังหวัดเลย เองก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้กระทบความรู้สึกของ เฌอเอม

– ด้าน PD จังหวัดเลย บอกว่า เป็นการเข้าใจผิด ตัวเองไม่ได้มีเจตนาในเชิงลบ แต่ตอนนั้นกำลังเล่นมุกกันเฉยๆ พอเห็นเฌอเอมเดินมา เลยเผลอแซวออกไป และตอนแรกก็เข้าใจผิดว่าเฌอเอมเล่นด้วย จากนั้นตัวเองก็ได้ขอโทษและอธิบายให้เฌอเอมได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

– ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนวันประกวด ด้วยความที่ไม่อยากให้มีดราม่า และทุกคนกำลังจะประกวดแล้วจึงไม่มีใครออกมาพูด

– และเมื่อคืน กลุ่ม PD ได้จัดรายการ PD ทอล์คใน TikTok และพูดถึงเรื่องนี้ ด้าน พี่เอส PD จังหวัดปทุมธานี ก็ได้พูดถึงขึ้นว่า ถ้าพี่เป็นเฌอเอมก็รู้สึกและอาจจะซัดกลับแรงกว่านั้นก็ได้ เพราะน้องไม่ได้รู้ว่าก่อนหน้านั้นเราเล่นกับใครมา เราก็มีสิทธิ์พูดแบบนั้น ซึ่งเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดการเข้าใจผิด แต่ก็อยากให้เข้าใจในมุมของเฌอเอมด้วย น้องไม่ได้แรงและไม่ได้เป็นคนก้าวร้าว และทาง PD เองก็เพียงแค่เล่นกัน เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิดทั้ง 2 ฝ่าย

– ทางด้าน PD จังหวัดขอนแก่น ทีมของเฌอเอม ก็ได้พูดถึงเหตุการณ์วันนั้นบอกว่า เฌอเอมได้ซ้อมเดินรอบชุดว่ายน้ำจนดึก และเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า จึงได้หยุดซ้อมและเดินไปเปลี่ยนรองเท้า ซึ่งสถานที่ตรงนั้นค่อนข้างมืดสลัว พอได้ยินเสียงแซวของ PD จังหวัดเลย เฌอเอมก็ได้หรี่ตา (ตามสไตล์ของเฌอเอม) แล้วพูดว่า “ขอโทษนะคะ พี่เป็นใคร พี่พูดแบบนี้” ซึ่งเฌอเอมไม่เห็นจริงๆ ว่าใคร จากนั้น PD จังหวัดเลยก็บอกว่า “พี่เป็น PD เลยค่ะ พี่เป็นแฟนคลับเรานะ” ซึ่ง เฌอเอม ก็บอกว่า “หนูมองไม่เห็นค่ะพี่ว่าเป็นพี่เป็นใคร แต่พี่พูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ” ซึ่ง PD ก็บอกว่า ตนเองเป็นแฟนคลับจริงๆ ชอบมาตั้งแต่สมัยมีดราม่า MUT แล้ว และงานที่จ้างเฌอเอมในตอนนั้น โดย แอนนา ทีวีพูล ก็มาจาก PD คนนี้เอง ด้าน เฌอเอมก็ได้ตอบกลับว่า ถ้าพี่จะพูดแบบนี้ พี่ไม่ต้องเป็นแฟนคลับหนูก็ได้ค่ะ ซึ่งน้ำเสียงของเฌอเอมเป็นน้ำเสียงปกติ ไม่ขึ้นเสียงแต่อย่างใด

– โดยหลังเกิดเหตุการณ์นี้ เฌอเอมได้โทรไปเล่าให้กับ PD จังหวัดตัวเองฟัง และถามว่า หนูต้องไปขอโทษเขาไหมคะ ถ้าเขาไม่โอเค แต่ทาง PD แนะว่าให้เอาไว้ก่อน เพราะพรุ่งนี้จะเป็นรอบชุดว่ายน้ำ มันสำคัญที่สุด

– ยืนยันว่าทางเฌอเอมและทีมไม่ได้มีปัญหากับ PD จังหวัดเลย แต่อย่างใด เมื่อมันกลายเป็นดราม่า เลยขอออกมาเล่าในมุมของตัวเองเท่านั้น

สรุปดราม่า PDเลย เล่นมุก เฌอเอม มิสแกรนด์ เดินไม่เริ่ด เจอสวนกลับ พี่เป็นใครคะ?
สรุปดราม่า PDเลย เล่นมุก เฌอเอม มิสแกรนด์ เดินไม่เริ่ด เจอสวนกลับ พี่เป็นใครคะ?

สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป

สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป

4 เม.ย. 2568 12:52 น.

สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป

เรียกว่าใจจดใจจ่อนับถอยหลังรอวันคลอดกันแล้ว สำหรับผู้จัดและผู้บริหารคนเก่ง ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ ทายาทสื่อยักษ์ใหญ่อย่างช่อง 3 ภรรยาของนักแสดงหนุ่ม มาวิน ทวีผล ที่อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว

และก่อนจะได้เจอหน้าเบบี๋ในท้อง ว่าที่คุณแม่กับว่าที่คุณพ่อ ก็ได้จัดปาร์ตี้แบบอบอุ่นเพื่อเฉลยกันว่าเบบี๋ในท้องจะเป็นเด็กหญิงหรือว่าเด็กชายที่จะมาเติมเต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์

สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป

โดย ตู่ ปิยวดี กับ มาวิน ได้ลงคลิปที่จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกแบบเล็กๆ และอบอุ่น ซึ่งบอกเลยว่าบรรยากาศในงานตื่นเต้นสุดๆ ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าเบบี๋ในท้องนั้นจะเป็นเพศไหน ก่อนที่คุณแม่ใกล้คลอดจะจิ้มลูกโป่ง

และปรากฏว่าทั้งคู่ได้ลูกสาว ทำเอาคนเป็นพ่อและแม่ยิ้มแก้มปริ รวมไปถึงเพื่อนๆ แฟนๆ พี่ๆ น้องๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีกับทั้งคู่อย่างมากมาย บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ  

สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป
สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป
สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป
สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป
สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป
สุดอบอุ่นและลุ้นกันตัวโก่ง ตู่-มาวิน จัดปาร์ตี้เฉลยเพศลูกทายาทมาลีนนท์คนต่อไป

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

4 เม.ย. 2568 12:20 น.

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น มาเผยถึงเรื่องราวชีวิตส่วนตัวและเส้นทางในวงการบันเทิง ตั้งแต่เพลงดัง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” ที่เปลี่ยนชีวิต ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคอมเมนต์บูลลี่แรงๆ และการเติบโตเป็นศิลปินเดี่ยว รวมถึงแพลนในอนาคต ผ่านทางรายการ เบิ้ล AM

ตอนนี้สวยขึ้นมากเลย ลิลลี่เป็นคนที่ผ่านการโดนบูลลี่มาเยอะมากๆ ผ่านดราม่ามาเยอะมาก เคยมีจุดที่เสียใจที่สุดในชีวิตไหม แบบร้องไห้คนเดียว?

“ร้องไห้คนเดียวก็มีบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะมีเซฟโซนไว้ร้องไห้โดยเฉพาะเลย ก็คือครอบครัวค่ะเป็นพื้นที่ปลอดภัย”

ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ยังไง?

“หนูก็คุยกับพี่เจน และครอบครัวเป็นส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นคนที่ให้พลังบวก”

ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว?

“21 ค่ะ”

ย้อนกลับไปตอนเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ปล่อยมากี่ปีแล้ว?

“5-6 ปีแล้วค่ะ”

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

เพลงนี้ยอดวิวพุ่งชั่วข้ามคืน จากเสียงเด็กคนหนึ่งที่ยังไม่มีใครรู้จัก เรียกว่าเพลงนั้นเปลี่ยนชีวิต?

“ใช่ค่ะ เปลี่ยนเลย เปลี่ยนหนักมาก เปลี่ยนทุกด้านเลยค่ะ”

ตอนนั้นทัวร์คอนเสิร์ตกี่ปี?

“หนูทัวร์แค่ปีเดียวค่ะ เพราะว่าโควิดเข้ามา ถ้าเกิดไม่มีโควิดคิวงานยาวไป 2-3 ปีเลย หนูเสียดายมากที่สุดค่ะ แล้วตอนนั้นอยู่กับค่ายพี่เจนทำรายการ YouTube อยู่ หนูก็ไปช่วยบ้าง งานร้องเพลงก็มีบ้างแต่เข้มงวดมาก ทำอะไรก็ยากค่ะ”

แล้วพอเข้าวงการบันเทิงจริงๆ รู้สึกว่าเราอยู่กับมันได้ไหม ชอบมันไหม?

“แรกๆ หนูไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองยังเด็ก แล้วก็ยังทำตัวไม่ถูก กลัวดราม่า หลายๆ อย่างที่หนูคิดไม่ถึงเยอะมาก ด้วยอายุของเรา 15 ปี หนูโดนดราม่าครั้งแรกคือเรื่องพี่จินตรา ตอนนั้นกับพี่คิง ก่อนบ่าย แกบอกว่าหนูก็หน้าตาเหมือนพี่แหล่ะ แต่ว่าวันนั้นแกใส่วิกพี่จินตรามา แล้วหนูก็แซวกับพี่คิงว่าไม่ได้ อยากหน้าตาเหมือนพี่คิง เพราะเราก็สนิทกับพี่เขาอยู่ด้วยตอนนั้น คนก็จับโยงดราม่าว่าดูถูกพี่จินตราเหรอ หนูโดนหนักมาก”

แล้วเราเคยโดนบูลลี่หนักสุดคือเรื่องอะไร?

“เรื่องหน้าตากับส่วนสูงค่ะ คือหนูก็ไม่ได้อะไรมาก แต่ถ้ามองย้อนกลับไปมองตัวคนที่เข้ามาคอมเมนต์มาว่าเรา จริงๆ ปัญหาในชีวิตเขาเองก็ยังมีเยอะมาก แต่ว่ายังไม่จัดการกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเขาเองเลย มองแค่ว่าการมานั่งว่าคนอื่น บูลลี่คนอื่น ด่าคนอื่นคือความสุขของเขา ได้ด่าแล้วสะใจมันไม่ใช่เลย

ถ้าเป็นหนูเกลียดใครหรือไม่ชอบใคร เราจะเลื่อนผ่าน จะไม่ไปคอมเมนต์ทั้งๆ ที่เราไม่เคยเจอเขาเลย เพราะการที่เขามาคอมเมนต์มาให้ค่าเรา ยิ่งมีคนให้ความสนใจเราเยอะ งานก็เข้ามาหาหนูเยอะ นั่นคือคุณกำลังเพิ่มความสนใจให้กับหนูอยู่”

เคยคิดจะฟ้องไหม?

“ตอนนี้จะฟ้องแล้ว เพราะอยากเอาเงินมาดาวน์รถ จะทำอาชีพเสริมแล้วคือฟ้องคอมเมนต์”

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

เคยได้ยินไหมคำพูดที่ว่า ดังได้ก็เพราะพี่สาว ถ้าไม่มีพี่สาวก็คงไม่ดังหรอก?

“เคยค่ะ หนูไม่รู้สึกอะไรเพราะมันเป็นเรื่องจริง เพราะว่าหนูก็ดังได้เพราะพี่เจน ถ้าวันนั้นพี่เจนไม่เรียกหนู มาบอกว่าร้องท่อนนี้ให้พี่ฟังหน่อย แล้วพี่เจนมองว่าเหมาะกับหนูก็ คือให้หนูทำเลย”

ในวัย 21 ปี ลิลลี่มีไหมว่าอยากมีแฟน อยากมีครอบครัวแบบพี่เจนนี่ไหม?

“ตอนนี้ยังไม่อยากมีค่ะ ตัวหนูเองยังไม่รอดเลย (หัวเราะ)”

มีแฟนยัง?

“ก็มีคุย ๆ ค่ะ แบบดารา (หัวเราะ)”

มีสเปคไหม?

“จริงๆ ก็สูงหมดแหละค่ะ เพราะว่าหนูเตี้ย (หัวเราะ) คือรู้สึกว่ายังเด็กอยู่ การที่คนๆ หนึ่งจะมาคุยกับเราได้ ต้องเข้าใจ เราทำงานส่วนใหญ่เลย กลางคืนหนูไม่ว่างต้องไปทำงาน แล้วก็ไม่มีเวลาให้”

ลิลลี่เป็นน้องเล็กของบ้าน ถูกตามใจไหม?

“แม่ตามใจค่ะ เพราะว่าเราเป็นน้องเล็ก จำได้คือหนูอยู่ทุกช่วงของพี่เจนมาตลอด มีพี่เจนเป็นแม่อีกคน ทั้งแม่ ทั้งพี่เจนตามใจหมดเลยค่ะ”

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

อะไรที่ทำให้ลิลลี่โตขึ้นในวันนี้ กลายมาเป็นเราในปัจจุบัน?

“สิ่งแรกคือครอบครัวค่ะ รองลงมาคือโซเชียล แล้วก็ประสบการณ์ที่เจอจากหลายๆ อย่างมา ก็เลยต้องยอมรับมันให้ได้”

ช่วงที่เครียดสุดๆ เคยคิดว่าไหมว่าไม่อยากอยู่ในวงการแล้ว?

“เคยคิด”

แล้วอะไรทำให้ยังอยู่ต่อ?

“ตังค์ค่ะ (หัวเราะ)”

ตอนนี้อยากทำอะไรอีกบ้าง?

“อยากทำโรงแรม อยากทำรีสอร์ทค่ะ เหมือนแบบศิลปินเราอย่างนี้ เวลาเจ้าภาพเขาติดต่อห้องพักให้ศิลปินไปแต่งตัว หนูรู้สึกว่ามันมีผลแล้วก็สำคัญกับพวกเราเยอะมาก แล้วไม่ใช่แค่พวกเรา คือคิดส่วนตัว เหมือนคนอื่นเดินทางอะไรแบบนี้ คิดว่าโรงแรมติดถนน เขาเหนื่อย เขาพัก เลยรู้สึกว่าเราอยากทำ เพราะว่าเหมือนทุ่งสงที่หนูอยู่ตอนนี้มันเป็นทางผ่านเยอะด้วย คืนละ 500-600 แค่นั้นเลย เป็นความคิดกำลังหาเงินอยู่”

โมเมนต์ครั้งแรกที่ขึ้นเวที แล้วร้องเพลงที่ดังกว่าตัวเอง รู้สึกยังไง?

“รู้สึกตื่นเต้นค่ะ ตื่นเต้นผิดปกติ เสียงก็สั่น เจอดราม่าหนักด้วย เพราะว่าเสียงที่เราร้องไม่เหมือนเสียงที่เขาฟัง เจองานแรกคนเยอะมาก หนูโดนด่าไปเยอะเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็ยังอยู่”

แล้วตอนนี้เวลาขึ้นเวทีอีกครั้ง รู้สึกต่างจากตอนนั้นไหม?

“แตกต่างมากค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้จะมีคนส่งมุกให้เราเล่น ถ้าเรานิ่ง พี่เจนจะคอยแทรกทันทีก็เลยรู้สึกสบายใจมากขึ้น ยากมากๆ ทุกวันนี้หนูก็ยังทำได้ไม่ดี ปีนี้มีแพลนว่าจะทำเพลง เหมือนเราโตขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว จะทำช่อง YouTube เป็นของตัวเองมีการปรึกษากับพี่เจนเบื้องหลังด้วย”

ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ลั่นจากนี้ใครเข้ามาคอมเมนต์บูลลี่ จะฟ้องหาเงินดาวน์รถ

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทดลองยิงปืนซุ่มยิงรุ่นใหม่

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทดลองยิงปืนซุ่มยิงรุ่นใหม่

5 เม.ย. 2568 12:28 น.

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทดลองยิงปืนซุ่มยิงรุ่นใหม่

คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ทดลองยิงปืนสไนเปอร์ รุ่นใหม่ที่เพิ่งพัฒนาเสร็จ ระหว่างการตรวจเยี่ยมหน่วยรบพิเศษ ชี้การฝึกฝนของหน่วยเหล่านี้ช่วยเสริมขีดความสามารถในการรบจริงเพื่อให้ได้รับชัยชนะในสงคราม

สำนักข่าวกลางเกาหลี เผยภาพนายคิม จองอึน ทดลองเล็งปืนสไนเปอร์รุ่นใหม่ด้วยตัวเองระหว่างการตรวจเยี่ยมหน่วยรบพิเศษ โดยหน่วยรบพิเศษเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกำลังทหารหลายพันนาย ที่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ระบุว่าเกาหลีเหนือได้ส่งไปยังรัสเซียเพื่อสนับสนุนสงครามของมอสโกต่อยูเครน และปืนสไนเปอร์เหล่านี้จะถูกจัดหาให้กับหน่วยปฏิบัติการพิเศษในเร็ว ๆ นี้

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทดลองยิงปืนซุ่มยิงรุ่นใหม่

ระหว่างการเยี่ยมชมหน่วยรบพิเศษเมื่อวันศุกร์ คิมกล่าวว่า ขีดความสามารถในการรบจริงที่รับประกันชัยชนะในสนามรบ ได้รับการเสริมสร้างผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้น พร้อมย้ำว่าการฝึกเหล่านี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดของความรักชาติและความจงรักภักดีต่อประเทศ

เคซีเอ็นเอยังเผยภาพถ่ายอื่น ๆ แสดงให้เห็นนายคิม จองอึนชี้ไปที่จุดศูนย์กลางของเป้ายิง กำลังนั่งยอง ๆ ข้างทหารพรางตัวเต็มรูปแบบ และกำลังยิ้มโบกมือให้กับทหาร

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทดลองยิงปืนซุ่มยิงรุ่นใหม่

คิมได้ควบคุมการฝึกยิงปืนอัตโนมัติและปืนสไนเปอร์ด้วยตนเอง และหลังจากที่เขาทดลองยิงปืนแล้ว เขาแสดงความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อสมรรถนะและอานุภาพของปืนซุ่มยิงที่พัฒนาโดยเกาหลีเหนือเอง

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทดลองยิงปืนซุ่มยิงรุ่นใหม่

การเยือนหน่วยรบพิเศษของคิมเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำวินิจฉัยให้ถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล จากตำแหน่ง เนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลว และเปิดทางให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้นำฝ่ายค้านเกาหลีใต้ “อี แจมยอง” ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งใหม่ และพรรคของเขามีจุดยืนที่ประนีประนอมกับเกาหลีเหนือมากกว่า

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเคยพบกับคิม จองอึนถึง 3 ครั้งในช่วงดำรงตำแหน่ง ได้กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า เขายังคงสื่อสาร กับนายคิมอยู่ และมีแผนจะ ดำเนินการบางอย่างในเวลาอันเหมาะสม ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน ทรัมป์เล่นเกมภาษีทำเศรษฐกิจพัง ชาวอเมริกันเจ็บหนัก ซ้ำรอยวิกฤตเศรษฐกิจโลก

นักเศรษฐศาสตร์เตือน ทรัมป์เล่นเกมภาษีทำเศรษฐกิจพัง ชาวอเมริกันเจ็บหนัก ซ้ำรอยวิกฤตเศรษฐกิจโลก

5 เม.ย. 2568 11:39 น.

นักเศรษฐศาสตร์เตือน ทรัมป์เล่นเกมภาษีทำเศรษฐกิจพัง ชาวอเมริกันเจ็บหนัก ซ้ำรอยวิกฤตเศรษฐกิจโลก

นักเศรษฐศาสตร์เตือน มาตรการภาษีระลอกล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประกาศเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนบทเรียนอดีต ซึ่งจะส่งผลย้อนกลับอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะทำให้ค่าครองชีพชาวอเมริกันพุ่งขึ้นหลายพันดอลลาร์ต่อปี และยังอาจฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างหนัก

วันที่ 4 เมษายน 2568 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นายมอริซ อ็อบส์เฟลด์ อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ชี้ว่า การที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลกครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันให้ประเทศอื่นเปิดตลาดรับสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น โดยคาดว่าจะนำไปสู่การเจรจาและลดภาษีระหว่างกันในที่สุด แต่ผลกระทบอาจย้อนกลับอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยจะทำให้ค่าครองชีพของชาวอเมริกันพุ่งขึ้นหลายพันดอลลาร์ต่อปี และยังอาจฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างหนัก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญ 2 ยุคในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 1929 ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ สั่นสะเทือนครั้งใหญ่จาก “Black Tuesday” ในวันที่ 29 ตุลาคม 1929 จนก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ช่วงนั้นสภาคองเกรสผ่านกฎหมาย “Smoot-Hawley Tariff Act” ซึ่งเพิ่มภาษีนำเข้าเกือบ 60% หวังปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เมื่อชาติพันธมิตรตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีกลับ สินค้าอเมริกันถูกตีกลับจากตลาดโลก การส่งออกพังพินาศ ธุรกิจล้มระเนระนาด และเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุในปี 1939 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า แม้ว่ากฎหมาย “Smoot-Hawley ในตอนนั้นรุนแรงแล้ว แต่มาตรการทรัมป์ครั้งนี้รุนแรงมากกว่าอีก

ขณะที่ต่อมาคือในยุค “Nixon Shock” เมื่อปี 1971 ซึ่งในตอนนั้นประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ได้ประกาศยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำ ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงทั่วโลก ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ เกิดความสั่นคลอน และสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรสั่นสะเทือน

นายอ็อบส์เฟลด์ชี้ว่า มาตรการทรัมป์ในปี 2025 สะท้อนแนวคิดคล้ายกับ 2 เหตุการณ์ในอดีตคือ การทำในสิ่งที่ดีสำหรับสหรัฐฯ โดยไม่คำนึงว่าชาติพันธมิตรจะต้องเผชิญกับผลกระทบอย่างไร พร้อมเตือนว่าแนวทางเช่นนี้ ไม่ใช่ท่าทีที่ดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

พร้อมกันนี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเตือนว่า การเดินซ้ำรอยอดีตโดยไม่เรียนรู้จากบทเรียนเดิม อาจพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถลำลึกลงเหวซ้ำอีกครั้ง.

ทรัมป์ต่อเวลาอีก 75 วัน ให้ TikTok ขายกิจการให้บริษัทของสหรัฐฯ

ทรัมป์ต่อเวลาอีก 75 วัน ให้ TikTok ขายกิจการให้บริษัทของสหรัฐฯ

5 เม.ย. 2568 09:32 น.

ทรัมป์ต่อเวลาอีก 75 วัน ให้ TikTok ขายกิจการให้บริษัทของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารให้มีการขยายเวลาดำเนินการสำหรับการขายกิจการ TikTokให้แก่บริษัทในสหรัฐออกไปอีก 75 วัน จากเส้นตายเดิมที่ระบุไว้ในวันที่ 5 เม.ย.

การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นการขยายเส้นตายของ TikTok เป็นครั้งที่ 2 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุเหตุผลในการขยายเวลาใน Truth Socialว่า เนื่องจากการทำข้อตกลงของ TikTok จำเป็นต้องใช้เวลามากเพื่อให้แน่ใจว่าจะผ่านการอนุมัติจากทุกฝ่าย และสหรัฐฯหวังว่าจะทำงานด้วยความจริงใจกับจีนต่อไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงลงนามคำสั่งบริหารในครั้งนี้ โดยในขณะนี้มีนักลงทุนสหรัฐฯหลายเจ้าที่ให้ความสนใจเข้าซื้อ TikTok ไม่ว่าจะเป็นบริษัทออราเคิล และแบล็คสโตน รวมทั้งวอลมาร์ต และแอมะซอน

ก่อนหน้านี้ อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามในกฎหมายบังคับให้ไบต์แดนซ์ ขายกิจการ TikTok ก่อนวันที่ 19 ม.ค. มิฉะนั้น TikTok จะถูกแบนในสหรัฐ แต่ทรัมป์ได้ขยายเส้นตายดังกล่าวเป็นวันที่ 5 เม.ย. และขยายเส้นตายอีกรอบไปจนถึงวันที่ 17 มิถุนายน

ทั้งนี้ มีรายงานจากแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามว่าทางการจีนได้สั่งชะลอข้อตกลงไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีศุลกากรในวงกว้างทั่วโลก รวมถึงกับจีนด้วย ทำให้ตัวแทนของไบต์แดนซ์ ได้โทรหาทำเนียบขาวเพื่อแจ้งว่าจีนจะไม่อนุมัติข้อตกลงนี้อีกต่อไป จนกว่าจะมีการเจรจาเกี่ยวกับการค้าและภาษีศุลกากร

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ TikTok

4 นักท่องเที่ยวอวกาศแบบทริปส่วนตัว โคจรรอบขั้วโลกเหนือและใต้ กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย

4 นักท่องเที่ยวอวกาศแบบทริปส่วนตัว โคจรรอบขั้วโลกเหนือและใต้ กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย

5 เม.ย. 2568 05:23 น.

4 นักท่องเที่ยวอวกาศแบบทริปส่วนตัว โคจรรอบขั้วโลกเหนือและใต้ กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย

นักท่องเที่ยวอวกาศ 4 คนที่เดินทางแบบส่วนตัว ขึ้นยานโคจรรอบโลกในเส้นทางที่บินผ่านทั้งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้โดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ได้ลงกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย

วันที่ 4 เมษายน 2568 นักท่องเที่ยวอวกาศ 4 คนที่ร่วมภารกิจ Fram2 ทริปเดินทางแบบส่วนตัวโคจรผ่านรอบขั้วโลกเหนือและใต้โดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ได้กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย โดยแคปซูล Dragon ของ SpaceX ได้ลงจอดกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้ชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ และยังถือเป็นภารกิจอวกาศที่กลับมาลงจอดในทะเลแปซิฟิกครั้งแรกในรอบ 50 ปี

โดยยานถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศโดยจรวด Falcon 9 จากศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดา เส้นทางบินมุ่งตรงไปทางทิศใต้ ผ่านฟลอริดาตอนใต้ คิวบา และปานามา เพื่อเข้าสู่วงโคจรที่มีความเอียง 90 องศ ทำให้ยานโคจรผ่านเหนือขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้โดยตรง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เส้นทางโคจรลักษณะนี้ในภารกิจที่มีมนุษย์ขึ้นบิน

ภารกิจนี้มีผู้สนับสนุนหลักคือนายชุน หวัง มหาเศรษฐีนักลงทุนบิตคอยน์เชื้อสายจีน-มอลตา ซึ่งไม่เปิดเผยค่าใช้จ่ายของการเดินทางครั้งนี้ที่ใช้เวลานาน 3 วันครึ่งในอวกาศ โดยผู้ร่วมเดินทางอีก 3 คนได้แก่ ยานนิก มิกเคลเซน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวนอร์เวย์ ราเบีย ร็อกเกอ นักวิจัยหุ่นยนต์จากเยอรมนี และ เอริก ฟิลลิปส์ ไกด์ขั้วโลกชาวออสเตรเลีย

โดยนักท่องเที่ยวอวกาศทั้ง 4 คนได้ขึ้นไปชมวิวขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ แบบ 360 องศา ผ่านหน้าต่างโดมพิเศษ พร้อมทำภารกิจวิทยาศาสตร์กว่า 24 รายการ รวมถึงการเอกซเรย์ร่างกายในอวกาศครั้งแรกของโลก ขณะลอยตัวอยู่สูงกว่าโลกถึง 430 กิโลเมตร

ทางด้าน SpaceX เปิดเผยว่า การเลือกลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกแทนรัฐฟลอริดา มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือ โดยเฉพาะเพื่อให้เศษชิ้นส่วนของตัวยานที่ถูกปล่อยทิ้งในช่วงท้าย ตกลงในทะเลอย่างปลอดภัย ซึ่งภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ แต่ยังสะท้อนความก้าวหน้าของการท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ที่ก้าวไปอีกขั้น.

แผ่นดินไหว 7.1 เขย่าปาปัวนิวกินี ศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ สั่งเฝ้าระวัง

แผ่นดินไหว 7.1 เขย่าปาปัวนิวกินี ศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ สั่งเฝ้าระวัง

5 เม.ย. 2568 04:46 น.

แผ่นดินไหว 7.1 เขย่าปาปัวนิวกินี ศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ สั่งเฝ้าระวัง

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.1 แมกนิจูด นอกชายฝั่งภูมิภาคนิวบริเทน ประเทศปาปัวนิวกินี ส่งผลให้ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนความเสี่ยงสึนามิซัดเข้าพื้นที่ชายฝั่ง ก่อนที่จะยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา

วันที่ 5 เมษายน 2568 ศูนย์แผ่นดินไหวยุโรป-เมดิเตอร์เรเนียน (EMSC) รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ 03:24 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แมกนิจูด นอกชายฝั่งภูมิภาคนิวบริเทน ประเทศปาปัวนิวกินี โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 49 กิโลเมตร

โดยปาปัวนิวกินี ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของเกาะนิวกินี ซึ่งเป็นเกาะเขตร้อนขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาะกรีนแลนด์ อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร และบริเวณนี้เป็นพื้นที่อยู่ในวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ที่มีแนวรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกจำนวนมาก

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหว แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจตามมา

ขณะเดียวกัน แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ส่งผลให้ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งสหรัฐฯ (U.S. Tsunami Warning Center) ออกประกาศเตือนภัยสึนามิในพื้นที่เสี่ยง พร้อมแนะให้ประชาชนริมชายฝั่งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะมีการประกาศยกเลิกแล้วในเวลาต่อมา.

จีนเอาคืนทรัมป์! เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ 34% พร้อมคุมเข้มแร่หายาก

จีนเอาคืนทรัมป์! เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ 34% พร้อมคุมเข้มแร่หายาก

5 เม.ย. 2568 04:12 น.

จีนเอาคืนทรัมป์! เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ 34% พร้อมคุมเข้มแร่หายาก

จีนประกาศมาตรการตอบโต้ชุดใหญ่ เตรียมเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ เพิ่มอีก 34% เริ่มมีผล 10 เมษายนนี้ พร้อมออกข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากและสินค้าจำเป็นบางรายการ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งขึ้นภาษีสินค้าจีนอีกรอบจนยอดรวมแตะ 54%

วันที่ 4 เมษายน 2568 กระทรวงการคลังจีนแถลงว่าจะเริ่มเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ เพิ่มอีก 34% ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนนี้ โดยก่อนหน้านี้จีนก็เคยเก็บภาษี 15% กับถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การเก็บภาษี 10% ของสหรัฐฯ นับเป็นมาตรการตอบโต้ชุดใหญ่ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งขึ้นภาษีสินค้าจีนอีกรอบจนยอดรวมแตะ 54%

นอกจากนี้ จีนยังประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากและสินค้ายุทธศาสตร์อื่นๆ อย่างเข้มงวด โดยกระบุว่า การออกมาตรการควบคุมการส่งออกนี้ เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามพันธะในเวทีนานาชาติ เช่น การไม่แพร่ขยายเทคโนโลยีอาวุธ

โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ได้ขึ้นภาษีสินค้าจีนไปแล้ว 20% เมื่อต้นปี ล่าสุดประกาศเพิ่มอีก 34% ทำให้ภาษีรวมพุ่งถึง 54% ถือเป็นการจุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ ซึ่งล่าสุดคณะผู้แทนถาวรของจีนประจำองค์การการค้าโลก หรือ WTO ได้ร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ โดยโต้แย้งว่ามาตรการดังกล่าวละเมิดกฎของ WTO และร้องขอการปรึกษาหารือระหว่างประเทศต่างๆ

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์ข้อความรุนแรงลงในโซเชียลมีเดียเพื่อเป็นการตอบโต้ โดยระบุว่า จีนเดินเกมพลาด เพราะตื่นตระหนก และนี่คือสิ่งเดียวที่พวกเขาทำไม่ได้.

‘กุ้ง’สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย อร่อยช่วยชาติ นักวิชาการชี้อุตสาหกรรมการผลิตมีมาตรฐาน

'กุ้ง'สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย อร่อยช่วยชาติ นักวิชาการชี้อุตสาหกรรมการผลิตมีมาตรฐาน

‘กุ้ง’สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย อร่อยช่วยชาติ นักวิชาการชี้อุตสาหกรรมการผลิตมีมาตรฐาน

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.48 น.

นักวิชาการ ชี้ อุตสาหกรรมการผลิตกุ้งของไทยมีมาตรฐาน อยู่ภายใต้กฏหมายกำหนด ผู้บริโภคมั่นใจได้ในความปลอดภัย ชู “กุ้ง” สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไทย อร่อย มีโปรตีนดี ไขมันน้อย ได้โอเมก้า-3  

ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เดือนเมษายนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้มีการบริโภคอาหารอย่างคึกคัก หนึ่งในวัตถุดิบที่ได้รับความนิยม คือ “กุ้ง” เพราะรสชาติหวานอร่อย จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของโลก ทำให้กุ้งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไทย   

“กุ้ง” แหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ไม่มีไขมันอิ่มตัว ส่วนหัวของกุ้งอุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีในกลุ่มของโอเมก้า-3 ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจ รวมถึงลดความเสี่ยงการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง 

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่ของโลก อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของไทยมีกุ้งสามชนิดเป็นหลัก ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งก้ามกราม โดยมีผลผลิตไม่ต่ำกว่าปีละ 200,000 ตัน สำหรับการบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ โดยตระหนักดีถึง “การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่การผลิตอาหาร เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพดี มีมาตรฐาน ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม 

ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีข่าวจากต่างประเทศที่มีการใช้ฟอตเฟตในอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งเกินมาตรฐานนั้น แนะผู้บริโภคอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งของไทยที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามกฎหมายในข้อบังคับในการใช้สารประกอบฟอสเฟตในอาหารทะเล

ฟอตเฟต มีคุณสมบัติช่วยให้กุ้งอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ทำให้กุ้งเกิดความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำหนักจากการแช่แข็ง การละลาย หรือการขนส่ง ช่วยให้ปรับปรุงเนื้อสัมผัสให้ดีขึ้น เนื้อแน่น เด้ง ช่วยชะลอการเกิดสีคล้ำในเนื้อกุ้ง และยังยืดอายุการเก็บรักษาของกุ้งได้อีกด้วย ทั้งนี้ หากใช้ในปริมาณตามที่กฏหมายกำหนดจะทำให้กุ้งมีคุณสมบัติตามที่ต้องการและมีความปลอดภัยในการบริโภค

สำหรับวิธีการเลือกซื้อ กุ้งสด ให้เลือกหัวและลำตัวติดกันแน่น สีปกติตามธรรมชาติ เช่น กุ้งขาว เป็นสีขาวทั้งตัว และส่วนหัวบริเวณที่เป็นไขมันสีเหลืองไม่แตก อีกเคล็ดลับให้ดูที่ด้านหลังของกุ้ง หากยังเห็นไส้สีดำทั้งเส้น เป็นกุ้งที่มีสุขภาพดีแข็งแรง เพราะแสดงว่าก่อนจับกุ้งยังกินอาหาร เนื้อจะแน่น รสชาติหวานอร่อย ส่วนกุ้งต้มสุก หรือ กุ้งแปรรูป ต้องมีสีส้มสวยตามธรรมชาติ เส้นสีดำตรงลำไส้กุ้งอยู่ครบ จะมีรสชาติดีและเนื้อแน่น เช่น เดียวกับกุ้งสด 

ที่สำคัญในช่วงฤดูร้อน ขณะที่ซื้อกุ้งจากแหล่งจำหน่าย แนะนำให้หาภาชนะเก็บรักษาความเย็น เช่น กล่องโฟม ไปด้วยเพื่อใช้สำหรับเก็บรักษาอุณหภูมิ เพื่อความสดใหม่ และก่อนนำกุ้งเข้าแช่ในตู้เย็นให้ใส่ภาชนะที่ป้องกันอากาศและนำเข้าช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ส่วนกุ้งสุกให้แกะส่วนหัวออก ใส่ในภาชนะที่ปิดสนิทไม่สัมผัสกับอากาศและหากเก็บไว้หลายวันให้เก็บในช่องแช่แข็ง

009