แกนนำกล้าธรรม ร่วมดินเนอร์ ‘อนุดิษฐ์-การุณ’ เตรียมเปิดตัวเป็นสมาชิกคนใหม่

แกนนำกล้าธรรม ร่วมดินเนอร์ ‘อนุดิษฐ์-การุณ’ เตรียมเปิดตัวเป็นสมาชิกคนใหม่

แกนนำกล้าธรรม ร่วมดินเนอร์ ‘อนุดิษฐ์-การุณ’ เตรียมเปิดตัวเป็นสมาชิกคนใหม่

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.46 น.

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.30 น. ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการนัดพบกันระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม พรรคเพื่อไทย เพื่อรับประทานอาหารค่ำ และพูดคุยถึงรายละเอียดการร่วมงานกัน

โดยมีแกนนําพรรคกล้าธรรมมาร่วมพูดคุยด้วย ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรค นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรค  ซึ่งบรรยากาศการพูดคุย เต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน แต่ยังไม่ให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์แต่อย่างใด ขอพูดคุยเป็นการภายในให้เสร็จสิ้นก่อน 

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยืนยันกับนายกฯ พร้อมยึดนโยบาย ยกระดับความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยืนยันกับนายกฯ พร้อมยึดนโยบาย ยกระดับความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยืนยันกับนายกฯ พร้อมยึดนโยบาย ยกระดับความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยืนยันกับนายกฯ พร้อมยึดนโยบาย ยกระดับความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจความเชื่อมโยง และความสัมพันธ์ระดับประชาชน

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.68เวลา 15.40 น. ณ ที่ทำการพรรคคอมมิวนิสต์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม  เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ในโอกาสการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่รัฐบาลเวียดนามให้การต้อนรับที่อบอุ่น และยินดีที่ได้ทราบว่าเลขาธิการพรรคฯ มีความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี จึงได้ใช้โอกาสนี้เชิญท่านเลขาพรรคฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีหน้า (พ.ศ. 2569) ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทย –เวียดนาม ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยและเวียดนามได้ประกาศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) สะท้อนความสำคัญที่ดีต่อกันและความตั้งใจที่จะยกระดับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้ก้าวหน้าและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าไทยและเวียดนามเป็นประเทศสำคัญในภูมิภาคนี้ และความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกันจึงเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของภูมิภาคด้วย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ส่วนทางด้านการเมืองความมั่นคง สองประเทศยินดีที่ไทยและเวียดนามมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการหารือในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยนายกรัฐมนตรีเห็นควรสนับสนุนการความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามแดน โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด online scams และการประมง IUU

ด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยง ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าไทย-เวียดนามขยายตัวอย่างสมดุล พร้อมขอบคุณรัฐบาลเวียดนามที่ให้การสนับสนุนการลงทุนของไทยในเวียดนาม  ขณะเดียวกันได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนเวียดนามมาลงทุนในไทยมากขึ้น 

นอกจากนี้  ไทยและเวียดนามมีความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น เป็นสะพายเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ในช่วงท้าย เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยังยกย่องความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม เปรียบเสมือนเสาหลัก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสองประเทศและอาเซียนโดยรวมอีกด้วย

นายกฯเยี่ยมคารวะ ‘ปธน.เวียดนาม’ เน้นย้ำรักษาแนวทางการหารืออย่างต่อเนื่อง

นายกฯเยี่ยมคารวะ ‘ปธน.เวียดนาม’ เน้นย้ำรักษาแนวทางการหารืออย่างต่อเนื่อง

นายกฯเยี่ยมคารวะ ‘ปธน.เวียดนาม’ เน้นย้ำรักษาแนวทางการหารืออย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.06 น.

นายกฯเยี่ยมคารวะปธน.เวียดนาม เน้นย้ำรักษาแนวทางการหารืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือรอบด้าน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.00 น. ที่ห้องรับรองพิเศษ ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายเลือง เกื่อง  ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ 

ทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างสร้างสรรค์ในหลากหลายประเด็น พร้อมแสดงเจตจำนงร่วมกันในการยกระดับความร่วมมือทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกมิติ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันในฐานะประเทศหุ้นส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเวียดนามต่างยินดีต่อความสำเร็จของไทยและเวียดนาม ในการประกาศยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” (Comprehensive Strategic Partnership) ถือเป็นพัฒนาการสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมต่างกล่าวชื่นชมความใกล้ชิดของประชาชนทั้งสองประเทศที่เป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นในการเพิ่มพูนความไว้เนื้อเชื่อใจและการติดต่อระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะระหว่างกระทรวงกลาโหมและกองทัพของทั้งสองประเทศ พร้อมสนับสนุนแนวทางจัดตั้งกลไกคณะกรรมการความร่วมมือระดับสูงด้านการทหาร (High-Level Committee: HLC) เพื่อเป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการร่วมกันรับมือกับปัญหา online scams ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นพ้องร่วมกันที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการค้าระดับ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้ โดยลดอุปสรรคทางการค้า อำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังยืนยันสนับสนุนการลงทุนของกันและกัน

ขณะเดียวกัน ไทยยินดีต้อนรับการลงทุนจากภาคเอกชนเวียดนามในไทยเพื่อขยายความร่วมมือและใช้ประโยชน์จาก value chain ร่วมกันอย่างเต็มที่

 ผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างยินดีต่อความใกล้ชิดของประชาชนไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างมีพลัง พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านความร่วมมือระหว่างจังหวัดของไทยและเวียดนาม โดยจะมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ร่วมกัน เช่น roadshow และ business matching ระหว่างเมืองคู่มิตรกว่า 20 คู่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในทั้งสองประเทศอย่างทั่วถึง

ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะรักษาแนวทางการหารืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้ทันต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันเจตจำนงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

‘โฆษก พปชร.’ ชี้รัฐปล่อยจอย ปราบปรามพนันออนไลน์ลุกลาม ล่อล่วงพระชั้นผู้ใหญ่ ไร้ความน่าเชื่อถือเปิดกาสิโน

'โฆษก พปชร.' ชี้รัฐปล่อยจอย ปราบปรามพนันออนไลน์ลุกลาม ล่อล่วงพระชั้นผู้ใหญ่ ไร้ความน่าเชื่อถือเปิดกาสิโน

‘โฆษก พปชร.’ ชี้รัฐปล่อยจอย ปราบปรามพนันออนไลน์ลุกลาม ล่อล่วงพระชั้นผู้ใหญ่ ไร้ความน่าเชื่อถือเปิดกาสิโน

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

“โฆษกพปชร.” ชี้รัฐปล่อยจอย ปราบปรามเครือข่ายพนันออนไลน์ลุกลาม ล่อล่วงพระชั้นผู้ใหญ่ ไร้ความน่าเชื่อถือเปิดกาสิโนในไทย

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง กรณีศาลอาญาออกหมายจับ “เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง” ปมยักยอกเงินวัดเล่นพนันออนไลน์  และพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตฺตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปนั้น   พล.ต.ท.ปิยะฯกล่าวว่า “ 

เรื่องนี้สะเทือนวงการสงฆ์ และสะเทือนใจชาวพุทธทั้งประเทศ ที่พระผู้ใหญ่ระดับ “เจ้าคุณ” ต้องตกเป็นเหยื่อการพนันออนไลน์จนกระทั่ง ยักยอกเงินวัด 300 ล้าน ไปใช้หนี้นั้น  กรณีนี้ เป็นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนว่าประเทศไทยยังไม่มีความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการพนันและการพนันออนไลน์  หากรัฐบาลยังคงดึงดันผลักดัน”กาสิโน“เสรี ยิ่งจะก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคม  เยาวชน และบุตรหลาน ไปมากกว่านี้”

“การที่ท่านนายกฯ อ้างว่า จะมีระบบ dual track ในการควบคุมกาสิโนเพื่อป้องกันการฟอกเงินและคอรัปชั่น  และ การกระทำผิดองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ  เพื่อป้องกันผลกระทบอันอาจจะเกิดขึ้นกับสังคมไทยนั้น  เป็นเพียงภาพลวงตาหลอกประชาชนไปวันๆเท่านั้น  แต่สิ่งที่ประชาชนเห็น  ในทุกๆวันคือ บ่อนการพนัน  หวยใต้ดิน  สลากกินแบ่งเกินราคา  การพนันออนไลน์ เงินกู้นอกระบบ ระบาดไปทั่วทุกชุมชน  ติดโฆษณาทุกเสาไฟฟ้า ไป ที่ไหนก็เจอแต่มาเก๊า 888  ไฮด้า 888  บราซิล 999 เฮง 36 ฯลฯ ท่านนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ซึ่งคุมทั้งนโยบายและคุมทั้ง ข้าราชการตำรวจกว่า 200,000 คนทั่วประเทศมีปัญญา  มีความสามารถ หรือความสนใจในความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้หรือไม่   ท่านไม่ต้องไปปราบใคร  ไกลที่ไหน แค่คนใกล้ตัวท่านและใกล้เครือญาติท่าน  คนที่ท่านหรือคนใกล้ตัวท่านเคยไปงานบวช   คนใกล้ตัวที่ร่วมรัฐบาล  สารวัตรหนีคดีที่อยู่ใกล้ๆ  จัดการสิ่งเหล่านี้ให้เรียบร้อยก่อน  จะเป็นคุณูปราการ อย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติและ ประชาชน“

สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ต้อนรับเปิดเทอมใหม่ ปีการศึกษา 2568

สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ต้อนรับเปิดเทอมใหม่ ปีการศึกษา 2568

สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ต้อนรับเปิดเทอมใหม่ ปีการศึกษา 2568

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.57 น.


สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ต้อนรับเปิดเทอมใหม่ ปีการศึกษา 2568 

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้ผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ณ สถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ เพื่อติดตามการเปิดภาคเรียนใหม่ในภาพรวมของประเทศ รวมถึงการจัดการเรียนการสอน และการดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

โดยนางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านหัวนา สพป.กาญจนบุรี เขต 1 เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก  ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 180 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20 คน ซึ่งนอกจากนักเรียนไทยแล้ว ยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งชาวเมียนมา มอญ และกะเหรี่ยง (มีจำนวน 67 คน คิดเป็น 41.36%) จากการตรวจเยี่ยม พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการอ่าน เขียน คิดคำนวณ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี อีกทั้งมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้นในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก พูดโต้ตอบได้อย่างฉะฉานและมีความมั่นใจ แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษามีความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี

ด้านนายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 1,358 คน แบ่งเป็น นักเรียนชาย 683 คน นักเรียนหญิง 675 คน และมีจำนวนห้องเรียน 47 ห้อง โดยภาพรวมพบว่า สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างราบรื่นตามแผนการเรียนที่กำหนดไว้ พร้อมดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและมีแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี

ขณะที่นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชวินิต สพป.กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 2,509 คน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา จำนวน 2,111 คน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 398 คน และโรงเรียนสตรีวิทยา สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 1 เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนรวมทั้งหมด 3,109 คน โดยโรงเรียนมีการปรับพื้นฐานนักเรียนก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้เรียน และผู้ปกครอง ซึ่งให้ร่วมความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนั้น ในภาพรวมพบว่าทั้งสองโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างราบรื่นตามแผนการเรียนที่กำหนดไว้ และดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและมีแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำมาตรการความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 โดยกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ฯ และสถานศึกษาในสังกัด ให้มีมาตรการความพร้อมใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา 2. ด้านการเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และสร้างภูมิคุ้มกัน 3. ด้านเครือข่ายและการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ 4. ด้านการจัดสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการศึกษา และ 5. ด้านแผนเผชิญเหตุ ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย รวมถึงการตรวจตราเฝ้าระวังสิ่งเสพติดต่างๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ให้เข้าถึงนักเรียนได้ เพื่อให้การเปิดภาคเรียนใหม่นี้ นักเรียนและครูทุกคนทั่วประเทศมีความสุขและปลอดภัย ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. โดยสร้างคุณภาพให้เกิดกับผู้เรียนทุกคน “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” อย่างยั่งยืน
 

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ โรงพยาบาล ทศมินทราธิราช แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ โรงพยาบาล ทศมินทราธิราช แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ โรงพยาบาล ทศมินทราธิราช แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.32 น.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ”โรงพยาบาล ทศมินทราธิราช”แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน) เชื่อมโยง “รพ.ภูมิพลอดุลยเดช”พระนาม ร.9 ทอ.ทำหนังสือขอพระราชทานชื่อใหม่ ขึ้นไป 

สำนักพระราชวัง ได้มีหนังสือถึง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) อ้างถึงหนังสือ กองทัพอากาศ   ที่ขอพระราชทานชื่อใหม่แก่โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมการแพทย์ทหารอากาศ  กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชปณิธานในการดูแลสุขภาพให้แก่ประชาชน และเพื่อเป็นสิริมงคล  

โรงพยาบาลทหารอากาศ ใช้งบประมาณก่อสร้าง 950 ล้านบาทถ้วนเพื่อให้บริการแก่กำลังพลของกองทัพอากาศและครอบครัวตลอดจนประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอน โดยการให้บริการเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลภูมิพล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของกองทัพอากาศ เปิดให้บริการเมื่อปี 2562 ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการทั้งสิ้น 660,915 คน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชปณิธานในการดูแลสุขภาพให้ประชาชน และเพื่อเป็นสิริมงคล 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้า พระราชทานชื่อใหม่แก่ โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) ว่า “โรงพยาบาลทศมินทราธิราช”  อ่านว่า โรง-พะ-ยา-บาน-ทะ -สะ- มิน -ทรา-ทิ – ราด หมายความว่า  โรงพยาบาลที่สร้างขึ้น เพื่อ เฉลิม เกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ (รัชกาลที่10) 

‘สกสว.’กระตุกGDPไทยด้วยกองทุน‘ววน.’ หวังเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

‘สกสว.’กระตุกGDPไทยด้วยกองทุน‘ววน.’ หวังเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

‘สกสว.’กระตุกGDPไทยด้วยกองทุน‘ววน.’ หวังเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.06 น.

สกสว.จัดเวทีชวนกระตุก GDP ไทยด้วยกองทุน ววน. “ศุภภาส” ชี้ ววน.เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน แข่งขันได้ในเวทีโลก ชี้นโยบายทรัมป์จะทำให้ไทยปรับตัว และวางยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อคว้าโอกาสและรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน Dinner Talk “กระตุก GDP ไทยด้วยกองทุน ววน.” ภายใต้แนวคิด ‘มองจุดร่วม สร้างจุดเปลี่ยน ร่วมสร้าง GDP ไทย ด้วยกองทุน ววน.’ ซึ่งจัดโดยสำนักยุทธศาสตร์แผน ติดตามและประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ณ โรงแรม Eastin Grand Hotel Phyathai

เพื่อนำผลการงานวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มาช่วยกระตุก GDP ไทย ให้สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมขับเคลื่อนไม่หยุดนิ่งได้อย่างต่อเนื่องนำไปสู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการเร่งรัดผลักดันนโยบายและการดำเนินงานที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและในเวทีโลก

น.ส.ศุภมาส ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยยังมีโอกาสในการสร้างเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้ ววน. เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประเทศ ได้แก่ งานวิจัยด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์และ IoT สำหรับเกษตรกรรม การสร้างอุตสาหกรรมใหม่และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การพัฒนากำลังคนระดับสูงเฉพาะทางและเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิจัย เพื่อให้มีสัดส่วนการลงทุนด้านการวิจัยมากขึ้น ทำวิจัยและต่อยอดอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

“กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนงบประมาณและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมั่นว่า ววน. จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก และช่วยให้เศรษฐกิจในภาพรวมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้ในอนาคต” รัฐมนตรี อว.กล่าว

ขณะที่ ศ. ดร. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เผยว่า การใช้ความรู้ขับเคลื่อนประเทศต้องมีนโยบายที่จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในเรื่องสำคัญ แม้จะมีข้อจำกัดและความท้าทายหลายด้าน แต่ประเทศจะก้าวกระโดดได้ต้องมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาต่อ GDP ร้อยละ 2-4 เพื่อให้มีแรงส่งเพียงพอ แต่ขณะนี้อัตราการลงทุนของไทยอยู่ที่ร้อยละ 1.1

จึงต้องแน่ใจว่าจะสามารถจัดสรรงบประมาณอย่างถูกต้อง เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงสุด เป็นธรรม รัดกุมรอบคอบและตรงเป้า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหารในระบบ ววน. ภาครัฐและภาคเอกชนนำข้อมูลไปขับเคลื่อนในบริบทที่ดูแลอยู่ ขณะที่ สกสว. จะนำเสนอข้อมูลต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อนำสู่การขับเคลื่อนต่อไป

เช่นเดียวกับ ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. ที่กล่าวถึงการทำงานของ สกสว.ยุคใหม่ ว่าเข็มทิศกำลังแปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผ่านการขับเคลื่อนและผลงานที่เกิดขึ้นจริง  ได้แก่ การทบทวนแผนและจัดสรรงบประมาณด้าน ววน. งานวิจัยและนวัตกรรมตามเป้าหมายสำคัญทั้งด้านสุขภาพและการแพทย์ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

การขับเคลื่อนเชิงประเด็นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานและบคุลากร การรับมือและการสื่อสารต่อประชาชนในภาวะวิกฤติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายและการร่วมทุนกับต่างประเทศ ภาคเอกชนและประชาสังคม และการพัฒนาภายในองค์กร โดยในปี 2568 กองทุน ววน.ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 19,251 ล้านบาท คิดเป็น 1.14% และหวังว่าสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นในปีต่อ ๆ ไป โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่สำเร็จ แต่คือการเปลี่ยนแปลงประเทศ

ในโอกาสนี้ สกสว.ได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมาให้มุมมองถึงโอกาสในการใช้การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม อันจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาคมได้เข้าใจถึง “บทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” โดย คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานกรรมการอำนวยการ สกสว. และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ประเทศไทยขาดไม่ใช่ความรู้หรือแรงบันดาลใจ

แต่คือ ‘ระบบเชื่อมต่อ’ ที่เปลี่ยนงบวิจัยให้กลายเป็นนวัตกรรมเชิงเศรษฐกิจได้จริง เราต้องกล้าสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้กับประเทศ การสร้างนวัตกรรมต้องลงทุนกับคุณภาพทุนมนุษย์และสถาบัน ความท้าทายคือต้องทำให้งานวิจัยเกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ปัจจุบันประเทศไทยมีงานวิจัยจำนวนมาก แต่ต้องเร่งเสริมการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ อนาคตของประเทศยังศรัทธาในศักยภาพ ทุน และความรู้ แต่ต้องหาทางเชื่อมโยงและเดินไปด้วยกัน พลังของคนไทยไม่ทิ้งกันในยามคับขันจึงต้องร่วมมือให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และต้องวางโครงสร้างใหม่ เชื่อว่าถ้าทุกคนกล้าเปลี่ยน ระบบ ววน.ไทยจะเป็นฟันเฟืองสำคัญให้ไทยประสบความสำเร็จได้

สำหรับ “นโยบายการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กสว. และประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าหากไทยต้องการก้าวสู่การเป็นเสือเศรษฐกิจต้องคิดสร้างปัญญา ทำให้สังคมเห็นประโยชน์ การลงทุนในงานวิจัยและนวัตกรรมต้อง ‘ คืนทุนไว ใช้ได้จริง ยิงสุดทาง’ นั่นคือต้องทำโครงการที่ดี ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมทั้งที่เห็นผลเร็วและเกิดผลในระยะยาวด้วย รู้ว่าจะขายหรือแข่งขันกับใคร

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ สถาบันเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่สร้างนวัตกรรมใช้ได้จริง เป็นโมเดลที่ชี้ให้เห็นว่าการวิจัยต้องมีภารกิจชัดเจนและมีความรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องทำคือ ตัดงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพื่อให้เกิดความเชื่อถือจากคนในประเทศ โดยก้าวแรกจะต้องตีโจทย์และออกแบบโครงการให้ทะลุ เป็นงานวิจัยที่แก้พัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาสังคมได้ มีผู้ใช้ตั้งแต่แรก รวมถึงปรับระบบแรงจูงใจ

นอกจากนี้ สกสว.ยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ “การลงทุนภาครัฐและเอกชน: กุญแจสู่การเติบโตของ GDP ไทย” โดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ว่า บุญเก่าของประเทศกำลังจะหมด อุตสาหกรรมที่เราเคยเก่งกำลังตกยุค ประเทศไทยต้องลอกคราบ ปลดล็อกและสร้าง ‘บุญใหม่’ เพื่อช่วงชิงคลื่นการลงทุนรอบใหม่ในอาเซียน ซึ่งเป็นโอกาสเดียวในรอบหลายทศวรรษ

หากพลาดวันนี้อาจไม่มีโอกาสอีกนาน จากนี้ไปเอเชียและอาเซียนจะเป็นศูนย์กลางใหม่ของโลก จึงต้องก้าวข้าวข้อจำกัดด้วยทักษะของคน นโยบายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่การเปิดประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอนาคต ปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ เพิ่มโอกาสในการช่วงชิงการลงทุน เสริมจุดแข็งเดิมและสร้างระบบนิเวศใหม่ เช่น สร้างบุคลากรรองรับห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น พลังงานสะอาด สตาร์ทอัพและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเร่งขยายเขตการค้าเสรีเพื่อเปิดตลาดใหม่และลดการพึ่งพาตลาดเดิม

งาน Dinner Talk “กระตุก GDP ไทยด้วยกองทุน ววน.” จึงสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งจากมุมมองของภาครัฐ นักวิชาการ และภาคเอกชน ที่ต่างเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ สร้างระบบนิเวศใหม่ที่เชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี และทุนมนุษย์ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ปลดล็อกศักยภาพใหม่ และช่วงชิงโอกาสจากคลื่นการลงทุนรอบใหม่ในภูมิภาคอาเซียนให้ได้อย่างแท้จริง

การขับเคลื่อนด้วยกองทุน ววน. จึงไม่ใช่เพียงการอัดฉีดงบประมาณเพื่อทำวิจัย แต่คือกลไกในการจุดประกายความเปลี่ยนแปลง สร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจที่จับต้องได้ สร้างคน สร้างนวัตกรรม และสร้างประเทศไทยใหม่ที่แข่งขันได้ในเวทีโลก

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ โรงพยาบาลทศมินทราธิราช แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ โรงพยาบาลทศมินทราธิราช แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ โรงพยาบาลทศมินทราธิราช แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “โรงพยาบาล ทศมินทราธิราช” แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน) เชื่อมโยง “รพ.ภูมิพลอดุลยเดช” พระนาม ร.9 ทอ.ทำหนังสือขอพระราชทานชื่อใหม่ ขึ้นไป 

สำนักพระราชวัง ได้มีหนังสือถึง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) อ้างถึงหนังสือ กองทัพอากาศ   ที่ขอพระราชทานชื่อใหม่แก่โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมการแพทย์ทหารอากาศ  กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชปณิธานในการดูแลสุขภาพให้แก่ประชาชน และเพื่อเป็นสิริมงคล  

โรงพยาบาลทหารอากาศ ใช้งบประมาณก่อสร้าง 950 ล้านบาทถ้วนเพื่อให้บริการแก่กำลังพลของกองทัพอากาศและครอบครัวตลอดจนประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอน โดยการให้บริการเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลภูมิพล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของกองทัพอากาศ เปิดให้บริการเมื่อปี 2562 ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการทั้งสิ้น 660,915 คน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชปณิธานในการดูแลสุขภาพให้ประชาชน และเพื่อเป็นสิริมงคล 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้า พระราชทานชื่อใหม่แก่ โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) ว่า “โรงพยาบาลทศมินทราธิราช” อ่านว่า โรง-พะ-ยา-บาน-ทะ -สะ- มิน -ทรา-ทิ – ราด หมายความว่า โรงพยาบาลที่สร้างขึ้น เพื่อ เฉลิม เกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ (รัชกาลที่10) 

บุคคลในข่าว 16 พฤษภาคม 2568

บุคคลในข่าว 16 พฤษภาคม 2568

16 พ.ค. 2568 04:30 น.

บุคคลในข่าว 16 พฤษภาคม 2568

การหาความจริง ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ณ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ณ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…จากกรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีที่ กรมราชทัณฑ์ อนุญาตให้ อดีตนายกฯทักษิณ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้

วันวิวาห์ พล.อ.ต.ผจญ การเที่ยง เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง กวิสรา ประพฤทธิกุล บุตรี เกรียงไกร ประพฤทธิกุล-ชุติกาญจน์ อุดมเสรีเลิศ กับ บอสตัน ฐานะรักษ์ บุตร ศิราทิพย์ ภู่อมร โดยมี พล.อ.อ.พันธ์ภักดี-มนทิรา พัฒนกุล มาร่วมอวยพรด้วย ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล วันก่อน.
วันวิวาห์ พล.อ.ต.ผจญ การเที่ยง เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง กวิสรา ประพฤทธิกุล บุตรี เกรียงไกร ประพฤทธิกุล-ชุติกาญจน์ อุดมเสรีเลิศ กับ บอสตัน ฐานะรักษ์ บุตร ศิราทิพย์ ภู่อมร โดยมี พล.อ.อ.พันธ์ภักดี-มนทิรา พัฒนกุล มาร่วมอวยพรด้วย ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล วันก่อน.

ล่าสุด แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงมติดังกล่าวของ แพทยสภา ว่า ความจริงแล้วเรื่องนี้ ยังไม่มีข้อยุติ ยังไม่มีแพทยสภาคนใดออกมาพูดว่า อดีตนายกฯทักษิณ ป่วยจริง หรือไม่จริง ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ และคงไม่มีผลกระทบอะไร อดีตนายกฯทักษิณ เตรียมชี้แจงก็แค่นั้น โดยจะชี้แจงตามข้อเท็จจริง สิ่งที่ทำได้คือชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักฐานและสิ่งที่เกิดขึ้น โดย อดีตนายกฯทักษิณ จะไปชี้แจงต่อศาลในวันที่ 13 มิ.ย.นี้…สรุปงานนี้ คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า รอศาลตัดสินชี้ชะตา

อย่าพลาด พนมบุตร จันทรโชติ, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และ นิติกร กรัยวิเชียร แถลงข่าวการจัดนิทรรศการภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก “หอพระสมุดวชิรญาณ” ระหว่าง 22 พ.ค.-27 ก.ค. ที่หอศิลป์ กทม. โดยมี สำรวย นักการเรียน มาร่วมงานด้วย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วันก่อน.
อย่าพลาด พนมบุตร จันทรโชติ, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และ นิติกร กรัยวิเชียร แถลงข่าวการจัดนิทรรศการภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก “หอพระสมุดวชิรญาณ” ระหว่าง 22 พ.ค.-27 ก.ค. ที่หอศิลป์ กทม. โดยมี สำรวย นักการเรียน มาร่วมงานด้วย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วันก่อน.

ขณะที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ออกมาระบุถึงการที่ แพทยสภา มีมติลงโทษ แพทย์ 3 คน ที่มีส่วนร่วมกับการรักษาอาการ อดีตนายกฯทักษิณ ว่าขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึงตนเอง เมื่อส่งมาถึงก็จะดำเนินการต่อไป โดยปกติจะ ไม่ยับยั้ง แต่เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ประกอบกับ ผู้ที่ถูกลงโทษ ได้ประสานกับ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ยื่นหนังสือ เพื่อขอความ เป็นธรรม ก็ต้องพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร อาจหาคนมาช่วยอ่านช่วยดูให้ครบถ้วน ตามกำหนดระยะเวลา 15 วัน นับจากวันที่มติ แพทยสภา ส่งมาถึง ซึ่งรวมถึง หนังสือขอความเป็นธรรม ด้วย

เช่าพื้นที่ กรณ์ ณรงค์เดช และ ยูจิ โอกาโมโต ให้การต้อนรับ เจียเหว่ย จาง และ สตีเฟ่นบาว์ ในโอกาสเลือกเช่าพื้นที่อาคารโอซีซี เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทเคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส โดยมี ไคสัน เฉิน และ วิคเตอร์ เหมา มาร่วมต้อนรับด้วย ที่อาคารโอซีซี วันก่อน.
เช่าพื้นที่ กรณ์ ณรงค์เดช และ ยูจิ โอกาโมโต ให้การต้อนรับ เจียเหว่ย จาง และ สตีเฟ่นบาว์ ในโอกาสเลือกเช่าพื้นที่อาคารโอซีซี เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทเคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส โดยมี ไคสัน เฉิน และ วิคเตอร์ เหมา มาร่วมต้อนรับด้วย ที่อาคารโอซีซี วันก่อน.

ทั้งนี้ รมต.สมศักดิ์ ยังระบุด้วยว่าในการพิจารณาเรื่องนี้ ไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่มีความตั้งใจทำให้ชัดเจน เพื่อตอบประเด็นคำถามต่างๆให้ได้…และเมื่อนักข่าวถามว่าอาจมี ใบสั่ง หรือไม่ เพราะเป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รมต.สมศักดิ์ บอกเรื่องนี้ยิ่งต้องละเอียด ยืนยันว่าทำงานด้วยเหตุด้วยผลตลอด อยู่วงการการเมืองมาตั้งแต่ปี 2526 เป็นเวลา 40 กว่าปี อะไรที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล ไม่กล้าทำ ขอให้สบายใจ และหากอะไรเปิดเผยได้ ก็พร้อมเปิดเผยตรงไปตรงมา อยู่ตรงกลางต้องชี้แจงให้ได้สองทาง เพราะต้องทำงานร่วมกับ แพทยสภา ด้วย ส่วนที่ว่าถ้ามีความเห็นต่างจาก แพทยสภา อาจโดนทัวร์ลงนั้น รมต.สมศักดิ์ สำทับว่าถ้าเราตรงไปตรงมา อย่าไปกลัว ตนเองไม่เคยกลัวมาตลอดชีวิตการเป็นนักการเมือง

แข่งเทนนิส ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ รับมอบลูกเทนนิสดันลอปจาก กิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล เพื่อใช้ในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 78 โดยมี จุฑาภรณ์ บุบผาสิน และ ยุทธนา ภู่ประกาย มาร่วมในพิธีด้วย ที่สนามเทนนิสในร่ม คริสตัล สปอร์ต วันก่อน.
แข่งเทนนิส ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ รับมอบลูกเทนนิสดันลอปจาก กิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล เพื่อใช้ในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 78 โดยมี จุฑาภรณ์ บุบผาสิน และ ยุทธนา ภู่ประกาย มาร่วมในพิธีด้วย ที่สนามเทนนิสในร่ม คริสตัล สปอร์ต วันก่อน.

งานนี้ เมื่อ รมต.สมศักดิ์ ยืนยันจะพิจารณาเรื่อง มติของแพทยสภา ที่สั่งลงโทษ แพทย์ 3 ราย อย่างละเอียดรอบด้าน รวมถึงประเด็น การขอความเป็นธรรม จาก แพทย์ ที่โดนแพทยสภา มีมติลงโทษ ด้วยเหตุด้วยผล ตรงไปตรงมา แบบไม่กลัวทัวร์ลง ฉะนั้นก็ต้องรอชมผลการพิจารณาที่จะออกมา จะเรียกเสียงฮือฮา เด็ดดวงขนาดไหน

ยั่งยืน ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ ขวัญแก้ว สิริจินดา จัดงาน “Holistic Partnership & Business Solutions” พร้อมตอบโจทย์พันธมิตรธุรกิจขับเคลื่อนความสำเร็จไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยมี ไตรภพ ลิมปพัทธ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ยั่งยืน ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ ขวัญแก้ว สิริจินดา จัดงาน “Holistic Partnership & Business Solutions” พร้อมตอบโจทย์พันธมิตรธุรกิจขับเคลื่อนความสำเร็จไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยมี ไตรภพ ลิมปพัทธ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

อืม…สำหรับปัญหาเรื่อง กำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา ที่สร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย ล่าสุด นายกฯแพทองธาร ได้ระบุถึงความคืบหน้าการเจรจาเรื่อง กำแพงภาษี ของ สหรัฐอเมริกา ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งข้อเสนอให้ทาง สหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว มีตัวแทนจากหลายภาคส่วนคุยกันหลายระดับไม่ว่าจะเป็น สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) หรือระดับของรัฐมนตรี และได้ส่งข้อเสนอตรงไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ สหรัฐอเมริกา เริ่มเปิดเจรจากับหลายประเทศแล้ว แต่ ไทย ยังไม่ปรากฏชื่อในการเข้าเจรจานั้น ตอนนี้ก็รออยู่เพราะเพิ่งส่งข้อเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนี้อาจจะต้องมีการนัดเพื่อเจรจากัน เราต้องตามเรื่องนี้อยู่แล้ว…ยังสรุปต้องรอลุ้น สหรัฐฯ จะวางคิวนัดหารือวันไหน เพราะเหลืออีกแค่เดือนกว่าๆ ก็จะครบกำหนดเส้นตาย 90 วัน

ใส่สบาย อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ เปิดตัว “CPS CHAPS x WACHACHAR” เน้นความเรียบง่ายให้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบไร้กฎเกณฑ์ ผลงานการออกแบบร่วมกับ วัจณา เจริญสมสมัย โดยมี มัลลิกา จาวลา และ สิริวลี สิริวิบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Invitation Only วันก่อน.
ใส่สบาย อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ เปิดตัว “CPS CHAPS x WACHACHAR” เน้นความเรียบง่ายให้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบไร้กฎเกณฑ์ ผลงานการออกแบบร่วมกับ วัจณา เจริญสมสมัย โดยมี มัลลิกา จาวลา และ สิริวลี สิริวิบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Invitation Only วันก่อน.

แต่ที่แน่ๆ เริ่มมีสัญญาณดี เมื่อ สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลัง สหรัฐอเมริกา ได้กล่าวบนเวทีประชุม การลงทุนซาอุดีอาระเบีย-สหรัฐฯ ที่กรุงริยาด เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งได้ระบุถึงการปรับดุลการค้ากับประเทศต่างๆว่า ตนเองเน้นข้อตกลงใน เอเชีย เรามีการเจรจาที่เกิดประสิทธิผล อย่างมากกับ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่นั้น ปัจจุบันสหรัฐฯ มีการติดต่อที่ดีมาก ไต้หวัน ผลักดันข้อริเริ่มที่ยอดเยี่ยมจำนวนหนึ่ง และ ประเทศไทย ก็ด้วยเช่นกัน เหนือสิ่งอื่นใด หลายสิ่งกำลังดำเนินไปด้วยดีอย่างมากในทวีปเอเชีย

รู้เท่าทัน กานติมา เลอเลิศยุติธรรม ให้การต้อนรับผู้เข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพ ในโอกาสเข้ารับฟังบรรยายในหัวข้อ “รู้เท่าทันถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรม” จากผู้บริหารเอไอเอส ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก วันก่อน.
รู้เท่าทัน กานติมา เลอเลิศยุติธรรม ให้การต้อนรับผู้เข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพ ในโอกาสเข้ารับฟังบรรยายในหัวข้อ “รู้เท่าทันถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรม” จากผู้บริหารเอไอเอส ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก วันก่อน.

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณทางบวกออกมาจาก รมว.คลัง สหรัฐฯ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะไม่รู้ถึงเวลาทีเด็ดทีขาดในการตัดสินใจ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีอาการ แพนิก พลิกบทเล่นอีกรึเปล่า ฉะนั้น คณะเจรจาของไทย ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ผ่างๆ…ในห้วงที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังเร่งเครื่องสอบสวน คดีฮั้วเลือก สว. ความผิดฐาน ฟอกเงิน และ อั้งยี่ ซ่องโจร จ่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวข้อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณากรณี สว. ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลง จากพฤติการณ์การแทรกแซง หรือครอบงำหน้าที่ และอำนาจของ กกต. โดยใช้ ดีเอสไอ เป็นเครื่องมือตรวจสอบการเลือก สว. โดย ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำความเห็น และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ตามประเด็นที่ศาลกำหนดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย และ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม เฉพาะในฐานะ ผู้กำกับดูแล ดีเอสไอ และ รองประธานกรรมการคดีพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.2568 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

งานนี้การทำคดีฮั้วเลือก สว. ที่อยู่ในมือของ ดีเอสไอ จะแผ่วลงไปด้วยหรือไม่ ต้องติดตามห้ามกะพริบตา จบข่าว.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

อ๋อม สกาวใจ มาตามนัด เปิดเลขน้องกระดิ่งงวด 16 พ.ค. 68 ชาวเน็ตแห่ซูม

อ๋อม สกาวใจ มาตามนัด เปิดเลขน้องกระดิ่งงวด 16 พ.ค. 68 ชาวเน็ตแห่ซูม

16 พ.ค. 2568 10:53 น.

อ๋อม สกาวใจ มาตามนัด เปิดเลขน้องกระดิ่งงวด 16 พ.ค. 68 ชาวเน็ตแห่ซูม

เรียกว่าเป็นประจำทุกงวดที่แฟนๆ คอหวยจะต้องรอลุ้นกับเลขเด็ดจากนางร้ายสาว อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ซึ่งเจ้าตัวมักจะมีเลขเด็ดช่วงโค้งสุดท้ายให้แฟนๆ เป็นประจำ และในการประกาศรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 16 พ.ค. 2568 สาวอ๋อมก็มีเลขเด็ดมาฝากให้เช่นเคย

อ๋อม สกาวใจ มาตามนัด เปิดเลขน้องกระดิ่งงวด 16 พ.ค. 68 ชาวเน็ตแห่ซูม

โดยในอินสตาแกรม @oomsakaojai ก็ได้โพสต์ภาพของอ๋อมและโหลแก้วที่มีน้องกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นสั้นๆ ว่า “น้องกระดิ่งฝันดีนะเพี้ยงงงง” พอลองส่องดูก็เห็นหลายเลข ที่เห็นแบบชัดเจนคือเลข 3 1 7 นั่นเอง

อ๋อม สกาวใจ มาตามนัด เปิดเลขน้องกระดิ่งงวด 16 พ.ค. 68 ชาวเน็ตแห่ซูม

งานนี้แฟนๆ ต่างก็คอมเมนต์กันคึกคักเต็มไอจีเลยทีเดียว อาทิ งวดนี้แหละครับ…., รอเลยค้าบ, 713, 317, 137, 397 ปังๆ นะคะ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม