พช.จัดเปิดตัวชุมชนภูมิปัญญา 4 ชุมชน โชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ สนองแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’

พช.จัดเปิดตัวชุมชนภูมิปัญญา 4 ชุมชน โชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ สนองแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’

พช.จัดเปิดตัวชุมชนภูมิปัญญา 4 ชุมชน โชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ สนองแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดย นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดตัวชุมชนภูมิปัญญา ทั้ง 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนชุมชนบ้านอ้อย จังหวัดชัยนาท,ชุมชนบ้านห้วยทราย จังหวัดเชียงใหม่, ชุมชนบ้านหนองสังข์ จังหวัดนครพนม,ชุมชนบ้านทุ่งตำเสา จังหวัดตรัง พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

นายสามารถ สุวรรณมณี

ในงานมี นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นางสาวริตยา รอดนิ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และตัวแทนชุมชนภูมิปัญญาทั้ง 4 ชุมชน ร่วมกิจกรรมฯ ณ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก

นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “นับว่าเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสนองแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงทุ่มเท เสียสละด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอด เพื่อทำให้พวกเราทุกคนได้มีโอกาสที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำภูมิปัญญาผ้าไทยผ้าอัตลักษณ์ และงานหัตถกรรมทุกรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นการจัดเก็บและบันทึกภูมิปัญญาสำคัญของชุมชน นำมาถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัยตรงตามความต้องการของตลาด  ผ่าน 3 กิจกกรม ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 พัฒนาองค์ความรู้ให้กับองค์กร กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชน กิจกรรมที่ 2 ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และกิจกรรมที่ 3  เปิดตัวชุมชนภูมิปัญญาพร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการขับเคลื่อนโครงการและผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านการพัฒนาจำนวน 100 ผลิตภัณฑ์ และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการและสมาชิกในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการจำหน่ายทางตลาดออฟไลน์ และตลาดออนไลน์ ส่งผลต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานราก

ในงานนี้ ได้จัดให้มีการ Live สด กิจกรรมนำเสนอผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านการพัฒนา และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ (online) โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดย พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช ช่องทาง https://www.tiktok.com/@pinkysavika?_t=ZS-8yeD9IiX734&_r=1 และ นัท นิสามณี เลิศวรพงศ์  ช่องทาง https://www.tiktok.com/@nisamaneenut?_t=ZS-8yeDBbZtQ2B&_r=1

คุณแหน:19 สิงหาคม 2568

คุณแหน:19 สิงหาคม 2568

คุณแหน:19 สิงหาคม 2568

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll เอ็กซ์คลูซีฟนี้อ่านลึกสำหรับ “THE HAVE” ผู้มีเงินทองเหลือเก็บเหลือกินเหลือใช้ กรณีภาษีทรัมป์สร้างความปวดเศียรให้แก่ผู้นำ หลายร้อยประเทศ ไทยโชคดีหน่อยที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เกิดอยากได้รางวัล “NOBEL PRIZE” มากๆ เลยขอเข้ามาบริหารจัดการเรื่องการหยุดยิงไทย-กัมพูชา เมื่อสำเร็จเรียบร้อย ท่านประธานาธิบดีก็ต้องตอบแทนกันบ้างทีนี้แวะมาพูดถึงเศรษฐีใหญ่มหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมสวิตเซอร์แลนด์ ถือดีมัวแต่รำป้อไม่สรุปความให้ลงตัวถูกใจทรัมป์ปรากฏว่าเมื่อถึงเส้นตายเลยถูกยูเอสหวดภาษีสูงถึง 39% ผลคือนักธุรกิจและเศรษฐศาสตร์สวดรัฐบาลกลางสวิสยับที่ไม่รักษาประโยชน์ชาติ การค้าทุกชนิดในสวิสถึงกับชะงักงัน เพราะมองเห็นแล้วว่าหายนะกำลังรออยู่ข้างหน้า…

ll เราอธิบายให้ FC เข้าใจสถานการณ์ของสวิส ประเทศนี้เขาภูมิใจในผลิตผลอุตสาหกรรมของเขามาก ก็สมควรแล้วเครื่องมือ, อุปกรณ์การแพทย์, นาฬิกาลักชัวร์รี่หลายสิบยี่ห้อ, ประเภทอาหาร DELICATESEN โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ทำด้วยนมและเนยแข็ง (CHEESE) คุณภาพสูงสุด…ทีนี้มาพูดถึงผลร้ายจากความผิดพลาดนี้ สินค้าสวิสชั้นเยี่ยมถูกส่งเข้าห้างหรูในสหรัฐฯมากถึง 40% (เกือบครึ่ง) นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าสินค้าสวิสราคาสูงอยู่แล้วเมื่อมาเจอภาษีโหดทรัมป์ ก็จะผลักดันราคาสินค้าที่ตลาดเรียกว่า “PRICE ITSELF OUT OF THE MARKET” นั่นคือพวก “ICON” ทั้งหลายที่เศรษฐีไทยถวิลหา อาทิ ROLEX, PATEK, SWISS ARMY, อุปกรณ์การแพทย์, ชีสและเดลิเคทเทสเซ่น ก็จะถูกบั่นทอนยอดในสหรัฐฯเหลือเพียง 1/3 เท่านั้น…

ll สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กองทุน ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกันจัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทยประจำปี 2568 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.วิรุฬ เตชะไพบูลย์ ในฐานะรองประธานบริหารกองทุน ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ ทำหน้าที่ประสานงานและดำเนินการกับทุกหน่วยงานราชการและเอกชนจนโครงการได้ผ่านพ้นไปด้วยดี การประกวดครั้งนี้เป็นวาระสำคัญในการปลูกฝังเยาวชนไทยให้เติบโตขึ้นกับคุณธรรม จริยธรรม และมารยาทตามวัฒนธรรมไทยที่ดีอันเป็นพื้นฐานอันดีงามของสังคม และยังสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม สามารถสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศไทยสู่สากล… 

ll มูลนิธิคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลฯ ร่วมกับ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญเป็นเจ้าภาพ และร่วมงานทอดผ้าป่ามหากุศล ประจำปี 2568 วันที่ 23 ส.ค.14.00 น. ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลฯ ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาศิริราช เลขที่ 085-2-20335-5…สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-4197466-80 ต่อ 2025 และ 02-4124670 หรือ Add line : @nsmufoundation ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
ll ขอแสดงความยินดีกับ ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คนใหม่ ข่าวว่า ท่านปลัดฯเป็นศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัยรุ่น 119 จึงไม่แปลกที่รุ่นพี่-รุ่นน้องจะมาร่วมแสดงความยินดีกันคับคั่ง…

ll ขนิษฐา สุนทรปักษิน ฝากยินดีกับหลานป้า คนโต ทรงภพ เกียรติเจริญผล แห่งบริษัท
การบินไทย โอกาสที่ได้เป็น กัปตันการบิน B-777 แล้ว…

ll อุมาพร บัวพึ่ง “ครูต้อย” ของเหล่าศิษย์ เป็นนักร้องเพลงไทยสากล ผู้ที่ได้รับรางวัลหลากหลาย ด้วยวัย 70 ปีต้นๆ ช่วงนี้
ทำประโยชน์แก่สังคม เดินสายการสอนร้องเพลงไทยอย่างถูกวิธี โดยมีเทคนิคการสอน ที่เข้าใจง่าย หลักการสำคัญที่ครูต้อยให้ศิษย์ยึดปฏิบัติคือ ให้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเลียนแบบใคร…ศิษย์ทำได้ย่อมดีต่อใจครูผู้สอนเป็นยิ่งนัก !!…

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

'บุ๋ม ปนัดดา' เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.57 น.

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

19 ส.ค.68 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ในฐานะโฆษกจิตอาสา ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)  เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์ถึงภารกิจในหนึ่งวันที่ชายแดน ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง บุ๋ม กล่าว่า จะเดินทางไปตามฐานจุดต่างๆ เพื่อสำรวจว่าแต่ละแห่งขาดเหลืออะไรบ้าง โดยเฉพาะหลังการปะทะครั้งล่าสุด บางจุดที่บังเกอร์เสียหายก็จะต้องมีการซ่อมแซมหรือเสริมความแข็งแรงให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ทีมของคุณบุ๋มจะจัดหาสิ่งของที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ ของใช้ และอาหาร ไปมอบให้กับทหาร และในพื้นที่บางฐานที่ยังไม่มีไฟฟ้าหรือครัว ก็จะเข้าไปช่วยจัดตั้งให้ใหม่เพื่อให้ทหาร ชาวบ้านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

เมื่อถูกถามว่าเอาพลังมาจากไหนในการลงพื้นที่ ? บุ๋มตอบว่าเธอทำงานแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว และรู้สึกว่าชีวิตได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้วไม่ว่าจะในสถานการณ์น้ำท่วมหรือตึกถล่ม การได้ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่เธอรักมากจนรู้สึกนอนไม่หลับหากไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ

บุ๋มยังเล่าติดตลกด้วยว่า ถ้าใครอยากเจอเธอ นั่นหมายความว่าคนคนนั้นกำลังเป็นผู้ประสบภัยค่ะ

เมื่อถามว่าความต่างระหว่างการช่วยน้ำท่วมกับการช่วยชายแดน ?

บุ๋ม บอกว่าความเดือดร้อนทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกัน แต่ก็คือความเดือดร้อนเหมือนกัน อย่างช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่เกิดน้ำท่วมในภาคเหนือพร้อมกับการปะทะที่ชายแดน บุ๋มต้องบริหารจัดการการช่วยเหลือถึง 5 จังหวัดพร้อมกัน ทำให้เธอต้องลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองในทุกๆ ที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

https://www.tiktok.com/embed/v2/7540175049576172801?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F907990

‘สยามเซ็นเตอร์’ จับมือ ‘ไปรษณีย์ไทย’ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

'สยามเซ็นเตอร์' จับมือ 'ไปรษณีย์ไทย'ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

‘สยามเซ็นเตอร์’ จับมือ ‘ไปรษณีย์ไทย’ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  จับมือ ไปรษณีย์ไทย และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านงาน รักเธอประเทศไทย ในรูปแบบ POP UP SHOWCASE สุดครีเอทีฟ ให้ได้อินไปกับพลัง Thai Spirit ผ่านแฟชั่น อาร์ต และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของสยามเซ็นเตอร์ ด้วยการรวมผลงานและสินค้าสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยตัวจริงที่ร่วมส่งกำลังใจให้ชาวไทยผ่านพ้นสถานการณ์ไปด้วยกัน

เริ่มจากกิจกรรม DIY โปสการ์ด ‘รักเธอประเทศไทย’ โดยสยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ร่วมส่งต่อความรักและกำลังใจถึงทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่และพี่น้องทั่วประเทศ ผ่านโปสการ์ดกับสติกเกอร์ลายเอ็กซ์คลูซีพมากมาย จากนักออกแบบสายเลือดครีเอทีฟ และแบรนด์ไทยชื่อดัง นำโดย 27 FRI, ลงนวมบอยส์, FLYNOW III, Greyhound Original, Kloset and Etcetera, Leisure Projects, Maison Wonder Anatomie, NNJT, PORIIN,  Sleeping Cloud, SmileyHound, Daddy and the muscle academy, Vinn Pattararin และ ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ ที่พร้อมใจกันมาแสดงพลังสร้างสรรค์เฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์  เท่านั้น

ร่วมแชร์ความรักแบบไดเร็คเพียงถ่ายรูป DIY Postcard พร้อมติด #รักเธอประเทศไทย แชร์ลงบนช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย รับฟรี สติกเกอร์ #รักเธอประเทศไทย และพบกับโปสการ์ดดีไซน์ของคุณบนจอทั่วสยามเซ็นเตอร์ และยังสามารถร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยนำใบเสร็จภายในศูนย์ฯ ครบ 200 บาท หรือ สมาชิก ONESIAM SuperApp ใช้เพียง 1 ONESIAM Coin เพื่อแลกสิทธิ์ ฟรี!  และลูกค้าทั่วไปสามารถบริจาค เพื่อร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยเงินบริจาคทั้งหมดร่วมสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พลาดไม่ได้ กับ สยามเซ็นเตอร์ x Absolute Siam Store เปิดคอนเซ็ปต์ป๊อปอัพ ร่วมกับแบรนด์ไทยสุดฮอต ที่มาอวดไอเดียอาร์ท ดึงจิตวิญญาณไทยมาทวิสต์ใหม่ในมุมมองสุดคูล ยูนีค และแตกต่าง ทั้ง T-Shirt, Tote Bag, ผ้าพันคอ จัดมาเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ และสินค้าสุดครีเอทีฟมากมายจาก ไม่ว่าจะเป็น  Akkara, NNJT, Tai, Daroon, ArtSaveWorld, Windwear, Bangkok OK, Being A Bro Studio, Dawood, Choui, Ek Ka Nek, Anona และ Araya

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน สยามเซ็นเตอร์  ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมผลงานสุดครีเอทีฟจากเหล่านักออกแบบและยังก์ทาเลนท์ไทย ทั้งแฟชั่นและอาร์ททอย อาทิ Hayak Studio, Liko Loko, Motmo Studio, Sawasdee Cat, Yak Kiku Studio, Caliico, CocoSui, JapFac และ MaMad มาให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

พบกับงาน รักเธอประเทศไทย พร้อมร่วมส่งความรักและกำลังใจให้กันได้แล้ววันนี้ที่เอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 28 สิงหาคม 2568

#SiamCenter  #TheIdeaopolis #BeInspired#BeTheFirst #รักเธอประเทศไทย

‘ช่อง 8 ปันน้ำใจ’สานต่อพลังแห่งการให้จาก ‘ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร’สู่มือชาวบ้าน และทหาร ‘ชายแดนไทย–กัมพูชา’

'ช่อง 8 ปันน้ำใจ'สานต่อพลังแห่งการให้จาก 'ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร'สู่มือชาวบ้าน และทหาร 'ชายแดนไทย–กัมพูชา'

‘ช่อง 8 ปันน้ำใจ’สานต่อพลังแห่งการให้จาก ‘ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร’สู่มือชาวบ้าน และทหาร ‘ชายแดนไทย–กัมพูชา’

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.

สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์แห่งการแบ่งปันจากพี่น้องประชาชน ภายใต้โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” เพื่อประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้รับการสนับสนุนจากธารน้ำใจของประชาชนทั่วประเทศ ที่ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ และ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจที่เข้าร่วมสมทบสิ่งของจำเป็น เพื่อแบ่งปันจัดถุงยังชีพ และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจทหารในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ บมจ.ยูโรเปี้ยนฟู้ด, บจก.แมสมาร์เกตติ้ง ,บจก.อ้วยอันโอสถ, บจก.โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย, บจก.โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์, บจก.ไลอ้อน (ประเทศไทย), บจก.โนโวไลฟ์, บจก.สมุนไพร หนุมาน, บจก.มัลติพลาย บาย เอท และ บจก.แลคตาซอย

โดยการดำเนินการภารกิจแบ่งปันเพื่อพี่น้องประชาชน และเหล่าทหารแนวหน้าในครั้งนี้ นำโดย คุณนงลักษณ์ งามโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายมัลติมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ พร้อมด้วยทีมผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ได้แก่ คุณโจ ธีระ ธัญญอนันต์ผล, คุณเจี๊ยบ จิตดี ศรีดี, คุณเมย์ ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ และ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู พร้อม นักแสดงช่อง 8 ศิลปินอาร์สยาม และ คูลเจสถานีเพลง COOL fahrenheit ร่วมด้วยพนักงานจิตอาสาช่อง 8 ที่ร่วมแรงร่วมใจกันขนย้าย และจัดเตรียมสิ่งของ ก่อนกระจายสู่ 5 หน่วยทหารหลัก และจุดช่วยเหลือในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา , ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์/ศรีสะเกษ, ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์, จุดส่งต่อน้ำใจให้ทหารชายแดน จังหวัดตราด โดยเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.ตราด อีกทั้งยังได้จัดส่ง รั้วลวดหนามหีบเพลง 100 ชุด, เครื่องปั่นไฟ 20 ชุด, Power Box 20 ชุด และ ของใช้จำเป็นอีกหลายรายการ ไปยัง หน่วยเฉพาะกิจที่สองกองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ อีกด้วย

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน เมื่อวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ส่งมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ไปยังพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัดหลัก ได้แก่ จ.สุรินทร์ (อ.กาบเชิง) จำนวน 500 ชุด แจกจ่ายทั้งที่ว่าการอำเภอ, หมู่บ้านพื้นที่สีแดงติดชายแดน และกลุ่มเปราะบาง จ.ศรีสะเกษ (อ.กันทรลักษณ์) จำนวน 500 ชุด แจก 3 จุด โดยมีหน่วยทหารเข้ามารับเอาไปกระจายตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อมอบให้กับชาวบ้าน 6 หมู่ ในพื้นที่ติดชายแดน นอกจาก คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู เป็นผู้นำส่ง ยังได้นำถุงยังชีพใส่รถช่อง 8 เพื่อตระเวนแจกกลุ่มเปาะบาง ตามบ้านติดชายแดน ที่ไม่สามารถออกมาด้านนอกได้

ภารกิจครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยพลังธารน้ำใจจากประชาชน และการสนับสนุนจากพันธมิตรของช่อง 8 ที่เข้ามาเติมเต็ม ทำให้ความช่วยเหลือเดินทางถึงมือประชาชนและทหารในพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ติดตามความคืบหน้าของโครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ”  เพื่อประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กดเลข 27 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 8 ขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมเป็นพลังความดีไปกับเรา

‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

'แอ็คมี่ วรวัฒน์'นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

สร้างความสั่นสะเทือนไปทุกวงการอีกครั้งสำหรับแอ็คมี่ วรวัฒน์ นักร้องนำวง DoubleDeep ผู้ก่อตั้งเหรียญ ACT(ACET) ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวใหญ่รุนแรงสะเทือนไปทุกวงการเสมอ หลังจากเริ่มมีข่าวว่ากำลังซุ่มทำเพลงใหม่ของตัวเองได้ไม่นานซึ่งแว่ว ๆ ว่าจะส่งผลงานให้แฟนเพลงได้หายคิดถึงกันเร็ว ๆ นี้ ล่าสุด แอ็คมี่-DoubleDeep ก็ได้สร้างความฮือฮาครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการโพสต์ลงโซเชียลตัวเองประกาศโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการเพลงโดยตรง แต่เป็นภารกิจเพื่อชาติ เพื่อคืน “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับพี่น้องคนไทย กับการซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดที่มีมูลค่ารวม 100 ล้านบาทมอบให้กองทัพไทย นี่ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินผู้ไม่เคยนิ่งเฉยต่อปัญหาสังคม และพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อแผ่นดินเกิด

โปรเจกต์ดังกล่าว แอ็คมี่-DoubleDeep ประกาศร่วมกับแฟนคลับ ACT Warriors จัดซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดรุ่น DOK-ING MV-4 มูลค่ารวม 100 ล้านบาท ที่พร้อมสั่งตรงจากประเทศโครเอเชียมาเพื่อมอบให้กับกองทัพไทย นำไปใช้ในภารกิจเก็บกู้ระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่สถานการณ์กำลังคุกรุ่น ทั้งยังสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแบบประเมินมูลค่าไม่ได้ และสร้างความหวาดผวาให้กับพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญโครงการนี้จะไม่มีการเปิดระดมทุนเพื่อรับบริจาค กรุณาอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างทุกกรณีโดยหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิด DOK-ING MV-4 ดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง สามารถควบคุมได้จากระยะไกลในรัศมี 1,500 เมตร ความเร็วในการกวาดทุ่น 3–5 กม./ชม. ทนทานต่อแรงระเบิดและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ มีอายุการใช้งานยาวนาน 10–15 ปี ทำให้สามารถเข้าปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้ชีวิตของเจ้าหน้าทหารหรือสุนัขกู้ภัยเข้าไปเสี่ยง จึงตรงใจและความต้องการของแอ็คมี่-DoubleDeep เป็นอย่างยิ่ง จึงได้โพสต์ประกาศเจตนารมณ์เอาไว้อย่างหนักแน่นผ่านโซเชียลส่วนตัว พร้อมแท็กถึงเพจ กองทัพบก Royal Thai Army ความว่าหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดควบคุมระยะไกลตัวนี้ควรค่าแก่ประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ยังมีกับระเบิดฝังอยู่ในผืนแผ่นดินไทยซึ่งไม่ได้เลือกหรือแยะแยะเป้าหมาย และได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก DOK-ING MV-4 คือ เครื่องมือที่จะใช้ในการเก็บกู้ระเบิดเหล่านั้นโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ของเราอีกต่อไป เพื่อให้พื้นที่เหล่านั้นกลับมาเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข“ประเทศไทย…สมควรมีสิ่งนี้ ไม่ใช่เพื่อรบกับใคร แต่เพื่อหยุดการสูญเสีย และเพื่อยืนยันว่า ชีวิตของประชาชนไทยทุกคน มีค่ามากเกินกว่าจะปล่อยให้ถูกพรากไปเพราะกับระเบิด แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากและซับซ้อนเพียงใด แต่ผม…และแฟนคลับชาว ACT Warriors คนธรรมดาตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา จะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ได้มันมาเพื่อส่งมอบ และบริจาคให้แก่กองทัพไทยและในไม่ช้าผู้คนจะได้เห็นมันโลดแล่นบนแผ่นดินที่อันตรายเพื่อเก็บกู้ระเบิดและคืนผืนแผ่นดินให้แก่คนไทยทุกคนเพราะนี่ไม่ใช่การซื้อเครื่องจักร แต่มันคือการซื้อ “ชีวิต”…และการคืน “ชีวิต” ให้กับแผ่นดินและผู้คนของเรา”#SaveThailand #MV4 #StopLost #ACTWarrios #ACTisThePeople

‘บิ๊กเล็ก’ขอให้อดทนเขมรยั่วยุ แต่ถึงจุดหนึ่งค่อยว่ากัน รับต้องจัดอันดับสร้างรั้วหรือเตรียมพร้อมรบ

'บิ๊กเล็ก'ขอให้อดทนเขมรยั่วยุ แต่ถึงจุดหนึ่งค่อยว่ากัน รับต้องจัดอันดับสร้างรั้วหรือเตรียมพร้อมรบ

‘บิ๊กเล็ก’ขอให้อดทนเขมรยั่วยุ แต่ถึงจุดหนึ่งค่อยว่ากัน รับต้องจัดอันดับสร้างรั้วหรือเตรียมพร้อมรบ

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.56 น.

‘บิ๊กเล็ก’เผย’อันวาร์’ต่อสายขอเพิ่ม จนท.สังเกตการณ์ ไทยปฏิเสธแล้ว ยึดจำนวนเดิม แนะไม่พอให้ใช้จาก สนง.ทูต ฮึ่มให้อดทนต่อการยั่วยุของชาวบ้านเขมร แต่ถึงจุดๆ หนึ่งค่อยว่ากัน รับไอเดียสร้างรั้ว ต้องจัดลำดับ เอาสร้างรั้ว หรือเตรียมพร้อมรบก่อน เหตุใช้งบเยอะ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาแสดงความไม่พอใจ และออกมาขัดขวางระหว่างไทยนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน (ไอโอที) ลงพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี โดยระบุไทยไม่แจ้งก่อน ว่า คงต้องค่อยๆ คุยกันไป เพราะเราตกลงกันแล้วตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ว่าจะนำไอโอทีลงไป ความตั้งใจของตนหลังจากการประชุมจีบีซีจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (อาร์บีซี) ต่อ รายละเอียดการปฏิบัติพื้นที่จะต้องเป็นผู้ลงรายละเอียด ที่ทั้งสองฝ่ายต้องมาคุยกันถึงรายละเอียดทั้ง 13 ข้อ ส่วนการที่ไอโอทีลงพื้นที่ และทหารกัมพูชามาต่อว่านั้น ไม่เป็นไร ต้องคุยกัน เราอยากให้มีกลไกมาตรวจสอบทั้งสองฝ่าย เพื่อความแสดงความโปร่งใส และจริงใจ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ทหารกัมพูชาออกมาแสดงในลักษณะนี้ หมายถึงไม่ยอมรับการเจรจาหรือการพูดคุยของไทยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงต้องดู เพราะเมื่อสักครู่ได้ร่วมประชุมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ นายมาริษ์ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ซึ่งทางกัมพูชาต้องการจะเพิ่มจำนวนคนเข้ามาอีก อย่างที่ตนเคยพูด ในระดับนโยบายเขาแสดงความจริงใจและต้องการให้มีชุดเข้ามาสังเกตการณ์ แต่ในระดับพื้นที่อาจจะคลาดเคลื่อน แต่จะต้องพูดคุยกันในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากยังไม่ทราบในรายละเอียด 

เมื่อถามว่า การที่ประชาชนออกมาแสดงการยั่วยุที่บริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งอาจจะมีการพังรั้วลวดหนามในอนาคต ได้เตรียมรับมืออย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ย้ำว่าต้องการให้ใช้กลไกเดิมคือ อาร์บีซี ไอโอที ซึ่งหากไอโอทีทำงานแล้วมีปัญหาเราจะใช้ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) แต่วันนี้ที่นายกฯมาเลเซียโทรศัพท์มาคุย อยากให้มีการเพิ่มคนในชุดไอโอที โดยทางมาเลเซียให้เหตุผลว่าอัตราในสำนักงานปัจจุบันที่ไม่สามารถรองรับงานที่เพิ่มขึ้นมาได้ แต่ทางไทยยืนยันขอจำนวนเท่าเดิม และให้ใช้คนในสถานทูตไปก่อน 

เมื่อถามอีกว่า สามารถรับมือกับการใช้จิตวิทยาของกัมพูชาได้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าต้องพยายามไม่ให้เกิดการยั่วยุและใช้อาวุธ แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยในอาเซียนกำลังเฝ้าดูกันอยู่ ผ่านการใช้กลไกไอโอที ซึ่งเราจะต้องไม่แสดงอาการว่าเป็นฝ่ายยั่วยุเสียเอง ต้องใช้ความอดทน แต่หากถึงจุดๆ หนึ่งก็ว่ากันอีกที

เมื่อถามถึงกรณีผู้ช่วยทูตทหารที่ลงพื้นที่กับฝ่ายไทยก่อนหน้านี้ มีการตอบรับอย่างไรบ้าง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เขาเชื่อถือในข้อมูลของเรา จากที่ตนสังเกตเห็นได้อื่นในการประชุมจีบีซี สื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ มารอฟังการแถลงของเรา จากการปฏิบัติที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเรามีเครดิตที่ดีกว่า 

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติให้ฟ้องร้องเอาผิดผู้นำกัมพูชา โดยใช้กลไกในประเทศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการใช้มาตรการที่เบาไป พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นการเสนอกลไกทางกฎหมายในที่ประชุม สมช. โดยเป็นกลไกเริ่มต้นและคงจะมีอะไรเพิ่มเติมต่อไป แต่ตนไม่ขอให้รายละเอียดในกลไกด้านกฎหมาย เนื่องจากจะคลาดเคลื่อนได้ 

เมื่อถามว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการหารือถึงเรื่องการล้อมรั้วลวดหนามหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มี จากที่ได้ตรวจสอบจากหน่วยและพูดคุยกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แนวลวดหนามที่วางไว้ไม่ใช่รั้ว เป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้ทหารกัมพูชาเข้ามาวางทุ่นระเบิด โดยเฉพาะพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เป็นเช่นนั้น ซึ่งขณะนี้เป็นการวางแนวในส่วนที่คิดว่าเขาจะเข้ามา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสร้างเป็นรั้วถาวรได้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า หากตอบในระดับนโยบาย งบประมาณมีอยู่เพียงเท่านี้ จะทำรั้วก่อนหรือเตรียมความพร้อมรบก่อน เราต้องจัดลำดับความเร่งด่วน แต่หากทำไปพร้อมกันงบประมาณไม่เพียงพออย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมามีการของบประมาณในการสร้างรั้วพื้นที่ภาคใต้ แม่น้ำโกลก ซึ่งขอมานานแล้วแต่ยังไม่ได้ให้เขา แต่หากไปสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชาก่อน ทางพื้นที่ภาคใต้จะตั้งคำถามว่าแล้วที่เขาขอล่ะ

พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวว่า ในส่วนของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมนั้น ได้มีการประสานกับทาง ครม.และกระทรวงการคลังให้ใช้วิธีพิเศษเฉพาะเจาะจง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถจัดหาได้ทัน ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็ยินดี แต่จริงๆ ไม่อยากที่จะขออะไรมากไปกว่านี้ เพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดความไม่เรียบร้อย แต่จะต้องพยายามทำให้เร็วที่สุด ซึ่งคงไม่เป็นปีแน่นอน โดยส่วนใหญ่เป็นของที่เราเคยจัดซื้อมาแล้วก่อนหน้านี้ จึงไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด เราห่วงทั้งความช้าและความถูกต้อง ในยามนี้ขวัญกำลังใจของหน่วยในพื้นที่ตนต้องเร่งรัดไม่ให้ชักช้า และทุกภาคส่วนก็พร้อม สำนักงบประมาณก็ถามว่าเสนอความต้องการมาแล้วหรือยัง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเซ็นไปแล้ว 2-3 รายการ

‘เลขาฯกฤษฎีกา’ชี้ช่อง‘มหาดไทย’ช่วยปชช.ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย‘ฮุน เซน-ผู้นำกัมพูชา’

‘เลขาฯกฤษฎีกา’ชี้ช่อง‘มหาดไทย’ช่วยปชช.ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย‘ฮุน เซน-ผู้นำกัมพูชา’

‘เลขาฯกฤษฎีกา’ชี้ช่อง‘มหาดไทย’ช่วยปชช.ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย‘ฮุน เซน-ผู้นำกัมพูชา’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

‘เลขาฯกฤษฎีกา’ชี้ช่อง‘มหาดไทย’ช่วยประชาชนฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหาย‘ฮุน เซน-ผู้นำกัมพูชา’ เหตุทำประชาชนเดือดร้อน แปลกใจฟ้องตามกฎหมายไทย ทำคนโมโห

19 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการฟ้องดำเนินคดีเอาผิดผู้นำกัมพูชาตามกฎหมายประเทศไทย จากสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เป็นการนำตัวผู้กระทำผิด ผู้สั่งการมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในกรณีที่ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษในประเทศได้ เนื่องจากมีเอกสิทธิ์คุ้มกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่คนที่ไม่มีเอกสิทธิ์ ถ้าเข้ามาต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย โดยอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ดำเนินการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 เนื่องจากคดีนี้มีความผิดทางอาญาหลายกระทง ทั้งความมั่นคงนอกราชอาณาจักร การฆ่าคน และมีผู้เสียชีวิต ความผิดต่อทรัพย์สินรวมถึงทรัพย์สินเสียหาย โดยขั้นตอนต่อจากนี้ทางตำรวจภูธรภาคสามจะรวบรวมหลักฐานส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินคดี

นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องความเสียหายทางแพ่ง ทั้งที่เกิดในส่วนราชการและภาคเอกชน กระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลจากประชาชน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายให้กับประชาชน โดยจะขอให้อัยการเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งนี้หาก สามารถดำเนินคดีเอาผิดทางแพ่งและสืบทรัพย์ของผู้กระทำผิดว่ามีทรัพย์สินอยู่ในประเทศประเทศไทย ก็สามารถดำเนินการตามกระบวนการเพื่อนำทรัพย์มาชดเชยให้ประชาชนที่เสียหาย ได้

“เห็นว่าพอจะฟ้องกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่มีใครเดือดร้อนแต่พอบอกว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายไทย กลับโมโหขึ้นมา อันนี้น่าแปลก” เลขาฯกฤษฎีกา กล่าว

นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุจะฟ้องดำเนินคดีกับผู้นำไทย นั้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายแต่ละประเทศ ไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน

ครม. มีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการปิโตรเลียม จำนวน 5 คน

ครม. มีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการปิโตรเลียม จำนวน 5 คน

ครม. มีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการปิโตรเลียม จำนวน 5 คน

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

ครม. มีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปิโตรเลียม จำนวน 5 คน

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปิโตรเลียม จำนวน 5 คน เนื่องจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเนื่องจากขอลาออก และดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี ดังนี้

1. ศาสตราจารย์พิเศษพล ธีรคุปต์

2. นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์

3. นายพิพัฒน์ เหล่าวัฒนบัณฑิต

4. นายปราโมช รังสรรค์วิจิตร

5. นายณฏฐพล วุฒิพันธุ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

ครม.ต่ออายุ‘ปริญญา โพธิสัตย์’นั่งผู้ว่าฯสระแก้ว อีก 1 ปีถึง 30 ก.ย.69

ครม.ต่ออายุ‘ปริญญา โพธิสัตย์’นั่งผู้ว่าฯสระแก้ว อีก 1 ปีถึง 30 ก.ย.69

ครม.ต่ออายุ‘ปริญญา โพธิสัตย์’นั่งผู้ว่าฯสระแก้ว อีก 1 ปีถึง 30 ก.ย.69

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.19 น.

ครม.ต่ออายุ‘ปริญญา โพธิสัตย์’นั่งผู้ว่าฯสระแก้ว อีก 1 ปีถึง 30 ก.ย.69

19 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยโดยที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงให้พิจารณา รวม 25 ตำแหน่ง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เช็คที่นี่!‘ครม.’เคาะแต่งตั้งโยกย้าย‘อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด’ล็อตใหญ่ 25 เก้าอี้)

นอกจากนี้ ยังมีมติอนุมัติการเสนอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ซึ่งจะดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ในวันที่ 30 กันยายน 2568 และจะต้องพ้นจากราชการ (ครบเกษียณอายุ) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569