แหวกฟ้าหาฝัน : Reinterpretation Art

แหวกฟ้าหาฝัน : Reinterpretation Art

แหวกฟ้าหาฝัน : Reinterpretation Art

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลป์ที่มีโอกาสดูห้องภาพใหญ่ ๆ ประจำเมืองอาจคุ้นเคยกับผลงานแนวหนึ่งของศิลปินรุ่นใหม่นั่นคือ Reinterpretation Art คำว่า Reinterpretation คือการสร้างสรรค์ศิลปะชิ้นใหม่โดยอาศัย แนวคิด สไตล์ หรือการแสดงออกผลงานดั้งเดิมด้วยวิธีการร่วมสมัย ศิลปินจะตีความหรือให้ความหมายชื่อภาพ หรือผลงานที่นำมาเป็นต้นแบบใหม่ที่คนทั่วไปที่คุ้นเคยผลงานเก่าชิ้นนั้น ๆ สามารถที่จะหวนนึกถึงได้ วิธีการตีความใหม่ให้ร่วมสมัยอาจเริ่มต้นจากการอาศัยเพียงแค่แรงบันดาลใจ การล้อเลียน การใส่มุมมองใหม่ที่ร่วมสมัย การเลียนแบบสีสันเพื่อกระตุ้นเตือนให้รำลึกถึง การสร้างสรรค์งานด้วยเทคโนโลยีใหม่  การใช้องค์ประกอบสำคัญเหมือน ๆ กัน หรือใช้ชื่อภาพชื่อเดียวกัน จนไปถึงการลอกเลียนจนแทบจะเหมือนโดยเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้

ใน National Gallery Athens มีผลงาน Reinterpretation Art ของศิลปินหลายคน อาทิ Kyriakos katzourakis เขาเกิดในปี 1944 ณ กรุงเอเธนส์โดยเป็นศิษย์ของ Yannis Moralis ทางด้านจิตรกรรมและการออกแบบเวทีที่ Athens School of Fine Arts เขาสามารถจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในปี 1966 ที่ Keraia Gallery กรุงเอเธนส์และชนะรางวัล Parthenis โดยได้ที่หนึ่งในปี 1969 หลังจากนั้นเขาย้ายไปอยู่ลอนดอนและเรียนการพิมพ์ต่อที่ Central Saint Martins College of Art and Design ก่อนสามารถชนะการออกแบบชุดในหนังเรื่อง Days of 36 ผลงาน Las Meninas ของเขาที่ National Gallery นี้ตีความผลงานชื่อเดียวกันของ Velaquez ด้วยการใช้เทคนิคเหมือนฉากละครโดยเพิ่มตัวละคร 3 ตัวเข้าไปในภาพเดิมทำให้ผลงานดูแปลกตาและน่าสนใจยิ่ง  

ศิลปินอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานแนว Reinterpretation Art คือ Dimitrios Galanis เขาเกิดวันที่ 17 พฤษภาคม 1879 ณ กรุงเอเธนส์ เขาย้ายไปอยู่ปารีสตั้งแต่ปี 1900 โดยอาศัยอยู่ที่ Montmartre ซึ่งปัจจุบันคือ Musee de Montmartre เขามีความสามารถไม่เพียงงานจิตรกรรม แต่ยังสามารถที่จะสร้างสรรค์งานแกะสลักไม้ด้วย ผลงานที่ชื่อ Seated Nude ที่ถูกจัดแสดงตั้งแต่ปี 1920 นำมาซึ่งชื่อเสียงให้กับเขาอย่างล้นหลามจนได้รับการชื่นชมว่าเป็นผลงานที่เร้าอารมณ์พอ ๆ กับผลงานของ Giotto นับจากปี 1921 เขาได้มีโอกาสจัดแสดงผลงานนิทรรศการร่วมกับ Matisse, Braque, Juan Gris, Dufy, Chagall และ Picasso อยู่เป็นประจำ สำหรับ Nude ที่จัดแสดงใน National Gallery เป็นรูปแผ่นหลังของหญิงสาวนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Rokeby Venus ของ Velazquez อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะโดยทั่วไปการวาดภาพ Nude ของศิลปินมักวาดด้านหน้า ภาพนี้ Galanis รังสรรค์ได้ทันสมัยขึ้นสังเกตได้จากฝีแปรงที่คมชัดและใหญ่เฉกเช่นเดียวกันกับงานแนว Expressionism ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วงที่เขาผลิตงาน

ศิลปินกรีซอีกผู้หนึ่งที่รังสรรค์งาน Reinterpretation Art ได้อย่างน่าทึ่ง นั่นคือ Giorgos Vakirtzis เขาเกิดในปี 1923 และจบการศึกษาจาก Athens School of Fine Arts ในปี 1946 ก่อนย้ายไปเรียนที่ Ecole des Beaux Arts ปารีสในปี 1952 หลังจบการศึกษาเขาทำงานด้านการตกแต่งร้านค้า คีออส และบ้าน อีกทั้งยังออกแบบปกหนังสือและอัลบัมต่าง ๆ รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการกลุ่มและเดี่ยวอย่างสม่ำเสมอ ผลงาน The School of Athens ที่ตีความจากภาพชื่อเดียวกันของ Raphael นี้ ไม่เพียงมีรายละเอียดของตัวละครที่คล้ายกันยังใช้สีโทนเดียวกันด้วย แต่มีความทันสมัยมากขึ้นตามแนวทางศิลปะแบบ Expressionism

Science Update : ถอดรหัสพันธุกรรม ‘หมูป่า’

Science Update : ถอดรหัสพันธุกรรม ‘หมูป่า’

Science Update : ถอดรหัสพันธุกรรม ‘หมูป่า’

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันบัณฑิตเกษตรศาสตร์แห่งชาติจีนรายงานว่า คณะนักวิจัยได้ถอดรหัสการปรับตัวทางพันธุกรรมอันมีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยหมูป่าเอเชียกลางมีชีวิตรอดจากความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมระหว่างอพยพข้ามทวีปยูเรเชียเมื่อล้านปีก่อน ทำให้เกิดข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่

หมูป่า ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของหมูเลี้ยงในปัจจุบัน มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนกระจายตัวสู่ตะวันตกและตอนเหนือจนถึงภูมิภาคที่สูงในยุโรปและเอเชียกลางในช่วงหลายล้านปีต่อมา ทว่าความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการปรับตัวทางพันธุกรรมของหมูป่าเหล่านี้ ซึ่งต้องเผชิญอากาศหนาวจัดและรับรังสียูวีลดลง โดยเฉพาะในเอเชียกลาง ยังคงน้อยมาก

การวิจัยได้บูรณาการพันธุกรรมหมูป่าคุณภาพสูงที่ลำดับใหม่ 47 ชุด และที่เผยแพร่สู่สาธารณะอยู่แล้ว 49 ชุด ซึ่งครอบคลุมหมูป่าในเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง และยุโรป พบว่าหมูป่าเอเชียแยกสายพันธุ์จากหมูป่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อราว 3.6 ล้านปีก่อน ส่งผลให้เกิดหมูป่าที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันในจีนตอนใต้และเอเชียกลาง

SACIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ‘SACIT Symposium 2025’ สืบทอดภูมิปัญญา ‘เครื่องรัก’ งานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

SACIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ‘SACIT Symposium 2025’ สืบทอดภูมิปัญญา ‘เครื่องรัก’ งานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

SACIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ‘SACIT Symposium 2025’ สืบทอดภูมิปัญญา ‘เครื่องรัก’ งานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.25 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT (Sustainable Arts andCrafts Institute of Thailand) จัดงานประชุมวิชาการ “SACIT Symposium 2025” ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งแรกของเวทีวิชาการด้านศิลปหัตถกรรมไทย กับงานประชุมครั้งสำคัญที่รวมผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน ช่างฝีมือ และองค์กรพันธมิตรจากทั่วเอเชีย ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จาก “เครื่องรัก” สู่ “นวัตกรรมความยั่งยืน” ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การสืบสาน คงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาดั้งเดิม, การสร้างสรรค์ พัฒนาเทคนิคและรูปแบบร่วมสมัยและการส่งเสริม ยกระดับภาพลักษณ์และองค์ความรู้งานหัตถศิลป์ไทยสู่ระดับสากล

ในฐานะองค์การมหาชน ภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ที่ SACIT มีบทบาทในการขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตถกรรมไทยทุกมิติ ให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน” มุ่งมั่นสืบสานงานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น เห็นได้จากการพลิกโฉมงานหัตถกรรมไทยผ่านการดำเนินงานครอบคลุม3 มิติ ได้แก่ ต่อยอดงานหัตถศิลป์ที่คิดถึง ยกระดับงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร และพัฒนางานคราฟต์ภายใต้แนวคิด ESG

ปี 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของ SACIT กับการยกระดับงานองค์ความรู้งานหัตถศิลป์สู่เวทีวิชาการระดับนานาชาติ  โดยมีจุดเริ่มต้นจากการตระหนักถึงปัญหาความท้าทายที่สำคัญของวงการศิลปหัตถกรรมไทย นั่นคือการขาดแคลนวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานคราฟต์ โดยเฉพาะ “ยางรัก” ที่จำเป็นต่อการทำเครื่องรัก–เครื่องเขิน และงานหัตถกรรมอีกหลากหลายประเภท รวมถึงองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์งานประเภท “เครื่องรัก – เครื่องเขิน” และงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ยางรักเริ่มมีผู้สืบทอดน้อยลงไปในทุกๆ ปี ด้วยเหตุนี้ SACIT จึงริเริ่มการประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการระดมสมองและหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วภูมิภาคอาเซียนและจากนานาชาติเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนให้กับงานศิลปหัตถกรรมในระยะยาว

ผศ. ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

ผศ. ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “งาน Symposium ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้รวมตัวพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งช่างฝีมือ ศิลปิน นักสะสม นักวิชาการจากทั้งในและต่างประเทศ เครือข่ายครูอาจารย์และสถาบันการศึกษา เพื่อมาร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ ยางรัก เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงาน ทั้งในเชิงเทคนิค ศิลปะ และวัฒนธรรม พร้อมกันนี้ เรายังได้เชิญเครือข่ายช่างจากหลายประเทศในอาเซียน เอเชีย รวมถึงยุโรป เข้าร่วมพูดคุยถึงแนวทางการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอนาคต

Symposium ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงานวิชาการในรูปแบบเอกสารเท่านั้น แต่ได้รวมไปถึงการแสดงผลงานสร้างสรรค์จากช่างรุ่นใหม่ การนำเสนอผลงานสะสมหายากที่เปิดให้ชมเป็นครั้งพิเศษ ซึ่งรวมถึงงานเครื่องรักจากต่างประเทศด้วย ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง”

Dr. Feng Jing แห่ง UNESCO

ไฮไลต์ของงานที่จะเกิดขึ้น อาทิ การได้รับเกียรติจาก Dr. Feng Jing แห่ง UNESCO ที่จะร่วมชี้ให้เห็นถึง “หัตถกรรม” ในฐานะโครงสร้างวัฒนธรรมของอาเซียน ร่วมด้วยพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2568 ใน 3 สาขา รวม 30 คน ได้แก่ ครูศิลป์ของแผ่นดิน, ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้สืบสานงานหัตถศิลป์

เวทีเสวนาและการนำเสนอผลงานจากผู้เชี่ยวชาญจาก 9 ประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และยุโรป แบ่งเป็นหน่วยงาน และองค์กรพันธมิตรจากต่างประเทศ 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ และออสเตรีย รวมถึงศิลปินและช่างฝีมือ จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เมียนมาร์ และ สปป.ลาว ร่วมด้วยการบรรยายพิเศษจาก 4 นักสร้างสรรค์ศิลปินและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนงานศิลปะหัตถกรรมไทยระดับนานาชาติ ได้แก่ วิชดา สีตกะลิน (Jim Thompson), รัฐ เปลี่ยนสุข (สัมผัสแกลเลอรี), ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ (Qualy Design) และ อรช บุญ-หลง (Greater Chiang Mai)

หนึ่งในตัวอย่างของไฮไลต์ คือการบรรยายพิเศษระดับนานาชาติว่าด้วย “เครื่องรัก” นำเสนอองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องรักจาก 7 ประเทศ ในหัวข้อ “Craft Ecologies: Materials, Communities, and Wisdom” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เรื่องวัสดุ ภูมิปัญญา และชุมชน ในการรักษา พัฒนา และต่อยอดงานเครื่องรักในยุคสมัยใหม่ ตัวอย่างวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ ได้แก่ Prof. Sakurako Matsushima ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องรักญี่ปุ่น Mr. Suo Chao นักวิชาการด้านเครื่องรักจากจีน Mr. U Maung Maung ประธานสมาคมเครื่องรักเมียนมา Mrs. Nguyen Thi Tu Quyen ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญการใช้รักสีแบบเวียดนาม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาพิเศษ หัวข้อ “From Forest to Form: Lacquer Sap and the Thai Craft Ecology” โดยวิทยากรชาวไทยผู้เชี่ยวชาญด้านยางรักตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงการใช้งานและการสร้างสรรค์รวม 6 ท่าน อาทิ คุณสนั่น รัตนะ ราชบัณฑิตสาขาศิลปกรรม รศ.พิศมัย อาวะกุลพาณิชย์ สาขาวิชาการออกแบบ ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณธวัชชัย ทำทอง คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และผู้เชี่ยวชาญด้านงานเครื่องรักล้านนา เป็นต้น

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ “The Lacquer Legacy” โดย ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) บอกเล่าเรื่องราวของ “ยางรัก” และการใช้ยางรักในงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมโซนสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์จากศิลปิน และช่างฝีมือจากไทยและต่างประเทศมากกว่า 12 ท่าน ได้แก่ ญี่ปุ่น, จีน, พม่า, เวียดนาม, ลาว และงานเครื่องรักประเภทต่าง ๆ ของไทยอีกมากกว่า 7 ท่าน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสงานศิลป์อย่างใกล้ชิด

งาน SACIT Symposium 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ SACIT ในการแสดงบทบาทผู้นำ ด้านศิลปหัตถกรรมไทยบนเวทีโลก โดยมุ่งหวังให้เกิดการตื่นตัวและสนใจงานหัตถกรรมไทยในวงกว้าง เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานและผู้สร้างสรรค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของ SACIT ในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้านศิลปหัตถกรรมภายในปี พ.ศ. 2570 ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” เพื่อยกระดับศูนย์กลางองค์ความรู้และเครือข่ายงานคราฟต์ของอาเซียนอย่างแท้จริง

“งาน SACIT Symposium 2025 คือหมุดหมายใหม่ที่เราต้องการให้นานาชาติและคนในยุคปัจจุบันได้เห็นว่า ศิลปหัตถกรรมไทยยังมีชีวิตยังเติบโต และยังพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจและนวัตกรรม เราเชื่อว่างานหัตถศิลป์ไทยไม่ได้เป็นเพียง ‘ของเก่า’ แต่คือพลังสร้างสรรค์ที่สามารถนำพาไปสู่อนาคตได้อย่างสง่างาม หากได้รับการสืบสานอย่างเข้าใจและร่วมมือกันอย่างจริงจังในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ” ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ www.sacit.or.th สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “SACIT Symposium 2025” ได้ทางเฟซบุ๊ก SACITOFFICIAL หรือ https://symposium.sacit.or.th

‘ครูลูกกอล์ฟ’เผยโมเมนต์สุดประทับใจ กระทบไหล่’ลิซ่า’ที่ลอนดอน

'ครูลูกกอล์ฟ'เผยโมเมนต์สุดประทับใจ กระทบไหล่'ลิซ่า'ที่ลอนดอน

‘ครูลูกกอล์ฟ’เผยโมเมนต์สุดประทับใจ กระทบไหล่’ลิซ่า’ที่ลอนดอน

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.56 น.

เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มตามและอิ่มใจสุด ๆ เมื่อ “ครูลูกกอล์ฟ” คณาธิป สุนทรรักษ์ ได้โพสต์ภาพถ่ายและคลิปสุดพิเศษคู่กับ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK ขณะเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งครูลูกกอล์ฟเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านดังกล่าว

ล่าสุด ครูลูกกอล์ฟ ก็ได้โพสต์ภาพถ่ายกับ ลิซ่า ในลอนดอน พร้อมเล่าถึงเบื้องหลังการเจอกันครั้งนี้ในลอนดอน โดยเล่าว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ลิซ่าเข้ามาที่ร้านอาหาร และด้วยความเป็นกันเอง ทำให้เกิดโมเมนต์อบอุ่นที่ทั้งน่ารักและน่าจดจำ

โดย ครูลูกกอล์ฟ ได้เขียนข้อความไว้ดังนี้

“ตอนนี้ยังงงอยู่ว่า ทั้งหมดคือความจริงหรือฝันไป หลายวันมานี้ ใช้แต้มบุญไปเยอะแน่ ๆ

ทุกอย่างเริ่มจาก น้องต้าเหนิงบอกว่า น้องลิซ่าอยากทานอาหารที่ร้าน เพราะนางแนะนำไป นี่ก็ร้องกรี๊ดแบบ หาาาาาาาาาาาาา

สุดท้ายจองโต๊ะให้น้อง และไม่คิดว่าน้องจะมา แต่น้องมาจริง ตอนเจอครั้งแรก ความเกร็งทั้งหมดหายไป น้องเข้ามากอด และทักทายด้วยความเป็นมิตรที่สุด

ตอนทานอาหาร ตั้งใจจะไม่ยุ่งกับน้องเลย ปล่อยให้น้องได้พัก เพราะรู้ว่าจะมี concert ใหญ่ ไม่อยากกวนน้อง แต่… คุยไปมา น้องชวนให้นั่งทานข้าวด้วย นี่ก็ร้องหาาาาาาาา ในใจอีกรอบ

ระหว่างทานข้าว เม้ากันมากมาย กับน้องและพี่อลิซ อยู่ ๆ น้องบอกอยากถ่ายคลิป #Walkวนไป นี่ก็ร้องกรี๊ดในใจอีกรอบ หาาาาาาาาาาาาาา เพราะใครจะไปกล้าชวนน้องถ่ายคลิปเดินต่อหน้าผู้จัดการ และ พี่ bodyguard สักพักน้องแซวพัดคุณยายในกระเป๋านี่ แล้วสักพักน้องเอาหมึกกรุบมาให้ลองทาน นี่ก็แบบ กรี๊ดดดดดในใจ น้องให้หมึกกรุบยี่ห้อที่น้องชอบ งงงงงง ได้หมึกกรุบจากลิซ่า!

ทานข้าวจะเสร็จ น้องกับพี่อลิซ ชวนไปดู concert นี่ก็บอกว่า ไม่เป็นไรเลย จริง ๆ จะไปอยู่แล้ว เดี๋ยวจัดการตั๋วเอง เพราะรอบที่แล้วก็ซื้อตั๋ว ทางน้องก็ไม่ยอม ขอดูแล นี่ก็แบบ ร้องกรี๊ดในใจอีก ว่าหาาาาาาาาาาา

สักพักน้องถามว่า มีบาร์ไหนในลอนดอนแนะนำมั้ยนอกจากที่ Slurp นี่ก็บอกว่ามีที่นึง เลยแนะนำไป สักพักน้องและพี่อลิซชวนให้ไปด้วยกัน นี่ก็งงอีก ว่าจริงเหรออออออ

สุดท้ายก็ได้ถ่ายคลิปเดิน และจบลงด้วยการพาน้องเที่ยวกลางคืน ที่งงที่สุดคือ น้องรู้จักพี่พอลว่าเป็นคนถ่ายคลิปเดินให้นี่ คุยไปคุยมา น้องบอกชวนพี่พอลมาได้นะ เลยโทรหาพอล คราวนี้พอลงง ว่าเรื่องจริงหรือหลอก

สุดท้ายพอลได้มาเที่ยวกลางคืนกับน้อง แล้วคุยกันหลายเรื่องมาก หลักๆ คือ เรื่องผี และดูดวง 55555 งงมาก

ค่ำคืนจบลง น้องขอบคุณพี่พาเที่ยว เพราะถ้าไม่ได้เจอกัน น้องคงไม่ได้เที่ยวลอนดอนแบบนี้ และก็ลากันไป โดยคิดว่า ไม่ได้เจอน้องแล้ว

วัน concert มาถึง พี่อลิซจัดแจงบัตรให้มาเป็นแขกของน้อง แล้วทักมาบอกว่า มาเจอน้องก่อนขึ้นเวทีก่อนน้องแสดงนะ นี่ก็บอกว่า ไม่เป็นไรเลย เข้าใจว่าน้องยุ่ง แต่พี่อลิซก็จัดเวลาให้มาเจอ แล้วพอมาถึงคือ ได้รับการดูแลดุจญาติผู้ใหญ่มาก น้องส่งพี่ bodyguard มาดูแล นี่งงแบบจะร้องไห้ ในใจคือร้องหาาาาาา รอบที่ล้าน

และก็เจอกันสั้นๆ ก่อนน้องขึ้นแสดง น้องเอาตากล้องมาถ่ายภาพให้อีก ที่ดีใจที่สุดคือได้โอกาสมอบพัดส่วนตัวที่มีคำว่า “รวยหนัด” เป็นของขวัญให้น้อง เพื่อให้น้องรู้ว่า I will always be one of your biggest FANS.”

‘ดัง พันกร’หัวจะปวด! เขมรปล่อยเฟกนิวส์ลามยันศิลปิน เปรียบเทียบความปัง’แวนด้า’กับ’ลิซ่า’

'ดัง พันกร'หัวจะปวด! เขมรปล่อยเฟกนิวส์ลามยันศิลปิน เปรียบเทียบความปัง'แวนด้า'กับ'ลิซ่า'

‘ดัง พันกร’หัวจะปวด! เขมรปล่อยเฟกนิวส์ลามยันศิลปิน เปรียบเทียบความปัง’แวนด้า’กับ’ลิซ่า’

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.16 น.

16 สิงหาคม 2568 ทำเอาแม่นายดัง หรือ ‘ดัง’ พันกร บุณยะจินดา ถึงกับทนไม่ไหวต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ดัง พันกร – DK Official” หลังเขมรได้ออกมาปล่อยเฟกนิวส์ลามยันวงการบันเทิงแล้ว เมื่อโซเชียลเขมรได้มีการโพสต์เปรียบเทียบความโด่งดังของ ‘แวนด้า’ (VannDa) หรือ วัณณ์ฎา มาน ศิลปินแร็ปเปอร์สัญชาติกัมพูชา กับ ศิลปินสาวชื่อดังก้องโลกสัญชาติไทย ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล 

เฟซบุ๊กของ ‘ดัง พันกร’ ได้โพสต์ภาพพร้อมแคปชั่น “เดี๋ยวนะ เป็นสิบรอบ” ซึ่งเป็นภาพของ ‘แวนด้า’ และ ‘ลิซ่า’ โดยโซเชียลมีการนำมาเปรียบเทียบทั้งด้านการศึกษา ครอบครัว รวมถึงผลงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นเฟกนิวส์ทั้งหมด  ซึ่งหลังจากที่ ‘ดัง พันกร’ ได้โพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นก็มีโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น Lisa and who? , Lisa is The World Super Star From Thailand . No one knows him. , Don’t Cambodia to me.,Vanda who? , เมื่อไหร่เขมาจะเลิกกุข่าวมั่ว ๆ คือแบบว่า น้องลิซ่าเขาไปไกลกว่าที่สมองและกมลสันดาน พวกคุณจะจินตนาการถึงอีก

‘ศศิกานต์’ ชื่นชมตัวอย่างการพัฒนาตนเอง ‘คุณลุงรปภ.’ แรงบันดาลใจเหตุการณ์ชายแดน

'ศศิกานต์' ชื่นชมตัวอย่างการพัฒนาตนเอง 'คุณลุงรปภ.' แรงบันดาลใจเหตุการณ์ชายแดน

‘ศศิกานต์’ ชื่นชมตัวอย่างการพัฒนาตนเอง ‘คุณลุงรปภ.’ แรงบันดาลใจเหตุการณ์ชายแดน

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

‘ศศิกานต์’ ชื่นชมตัวอย่างการพัฒนาตนเอง ‘คุณลุงรปภ.’ แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.68 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนขอชื่นชมและยกย่องพลังการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของคนไทย ผ่านเรื่องราวของคุณลุง รปภ.ท่านหนึ่ง ซึ่งได้รับการบอกเล่าจากสื่อออนไลน์ ผ่านเฟซบุคของคุณ Namwan  Sidipa โดยเล่าว่าในแต่ละวันคุณลุง รปภ. ท่านนี้มักติดตามข่าวสารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างใกล้ชิด และสะท้อนความคิดเห็นอย่างจริงจัง

ที่น่าประทับใจคือ คุณลุงได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเล่มใหญ่ ศึกษาหาคำศัพท์อย่างตั้งใจ เพื่อเตรียมใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องเกียรติภูมิของประเทศไทยบนเวทีสากล 

แม้แรงผลักดันของคุณลุงจะเกิดจากความห่วงใยในสถานการณ์ชายแดน แต่สิ่งที่ปรากฏชัดคือ ‘ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง’

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า เรื่องราวนี้สะท้อนว่า “ความเข้มแข็งของชาติ อยู่ที่หัวใจของคนไทยทุกคน” ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด หากมีแรงขับที่ชัดเจน ทุกคนก็สามารถเรียนรู้ เติบโต และใช้ความสามารถของตนเองเพื่อประเทศชาติได้

“เรื่องราวเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่นี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนใช้พลังการเรียนรู้และความมุ่งมั่นของตนเอง มาร่วมกันขับเคลื่อนสังคมและประเทศให้ก้าวหน้าและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นางสาวศศิกานต์กล่าว

‘วิรังรอง’แนะ’จิรายุ’พา’ไมเคิล’ไปไลฟ์สดกู้ทุ่นระเบิด-ดูซากศพทหารเขมร ลั่นเสียดายงบฯ

'วิรังรอง'แนะ'จิรายุ'พา'ไมเคิล'ไปไลฟ์สดกู้ทุ่นระเบิด-ดูซากศพทหารเขมร ลั่นเสียดายงบฯ

‘วิรังรอง’แนะ’จิรายุ’พา’ไมเคิล’ไปไลฟ์สดกู้ทุ่นระเบิด-ดูซากศพทหารเขมร ลั่นเสียดายงบฯ

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.32 น.

‘วิรังรอง’แนะ’จิรายุ’พา’ไมเคิล’ไปไลฟ์สดกู้ทุ่นระเบิด-ดูซากศพทหารเขมร ลั่นเสียดายงบฯ ควรยกเลิกคำเชิญ-ตั้งข้อตกลงก่อนเข้าไทย อัด’รัฐบาลเพื่อไทย’นอกจากทำงานไม่เป็น ยังไม่รู้จักปรับปรุง ชี้อนาคตคงต้องนั่งรับส่งฝรั่งล็อบบี้ยีสต์เที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2568 น.ส.วิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “เมื่อนายจิรายุประกาศส่งเทียบเชิญไปแล้ว และนายไมเคิล แบไต๋เปิดรับข้อเสนอ รัฐบาลก็คงจะปฏิเสธยาก ดังนั้น ถ้าจะต้องให้นายไมเคิลมาจริง รัฐบาลจะต้องตั้ง ข้อตกลง ว่ามาแล้วจะต้องทำอะไรบ้างตามกิจกรรมที่เราจัดให้ ไม่ใช่ให้มา รับประทานและอยู่ฟรี ฟรี อยากไปไหนก็ไปตามใจไม่ได้ เราไม่ได้ให้มาเล่น ๆ จบกิจกรรมก็ส่งขึ้นเครื่องบินกลับทันที นี่คือข้อตกลงที่จะต้องทำให้ชัดเจนเข้าใจตรงกัน มิฉะนั้นก็ยกเลิก เทียบเชิญ

ข้อตกลงที่ดิฉัน คิดได้ตอนนี้อย่างเร็ว ๆ ข้อหนึ่งก็คือถ้ารัฐบาลจะยืนยันเดินหน้าให้นายไมเคิลมาจริง ขอเสนอให้พาไปไลฟ์สดสังเกตการณ์ทหารกู้กับระเบิด ให้ได้ประสบการณ์จริงให้เห็นกับตา จะได้ทราบว่าคนไทยทหารไทยต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหน ไม่ใช่พาไปเดินเล่น ตามประสาทต่างๆ ชมนกชมไม้ ชมโรงพยาบาล ชมศูนย์พักพิง ก็ยังไม่พอ ต้องพาไปดูการกู้กับระเบิดเคียงคู่พร้อมกับทหารไทย รับรองได้ยอดวิวเกินสิบล้าน รัฐบาลก็ต้องประกาศออกไปด้วยว่านี่คือ ข้อเสนอของประเทศไทยที่เขมรไม่ยอมตกลงในการประชุมจีบีซีรอบที่แล้ว คือการกู้กับระเบิด ที่เขมรฝังไว้ ในผืนแผ่นดินของประเทศไทย ไทยจึงต้องเป็นฝ่ายลงมือกู้ระเบิดแต่ฝ่ายเดียวและทหารบาดเจ็บเพราะกับระเบิดของเขมรที่ฝังไว้ แล้วพาไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บในโรงพยาบาลด้วย ถ่ายคลิปออกไปให้โลกทราบ

และอีกกิจกรรมหนึ่งก็คือ พาไปไลฟ์สดชายแดนตรงที่มีกลิ่นศพเขมรเหม็นเน่านั่นน่ะ ให้ไปดูเศษซากทหารเขมรที่หลงเหลืออยู่ ไม่มาเก็บกลับไป

แบบนี้ถึงจะเป็นการแก้ข่าว ให้กับประเทศไทย และคุ้มค่าที่จะให้นายไมเคิล มาเหยียบแผ่นดินไทย รับประทานและอยู่ฟรี ๆ

อันที่จริง ดิฉันเสียดายงบประมาณมาก เอางบประมาณไปช่วยคนไทยชายแดนที่กำลังลำบากดีกว่า เพราะเรื่องแก้ภาพพจน์ประเทศไทยทำได้หลายอย่างหลายวิธี ไม่ใช่ว่าจะต้องจ้างไมเคิลมาแบบเกลือจิ้มเกลือกับเขมร แต่อย่างที่เราทราบกันแหละว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำงานไม่เป็น แล้วนี่ก็เป็น อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ ว่านอกจากทำงานไม่เป็นแล้วไม่ปรับปรุงด้วย

รัฐบาลเชื่อเขาหรือว่าเขาจะไปบอกทรัมป์ให้ช่วยไทยแก้ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาโดยเข้าข้างไทย ตอนนี้เราก็ทราบกันดีแล้วว่า ไมเคิลเป็นแค่ ล็อบบี้ยีสต์ ไม่ได้เป็นผู้ประกาศเป็นข่าวอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว และไม่ได้รู้จักใกล้ชิดสนิทกับทรัมป์

เราจะส่งเสียงไปยังรัฐบาลได้อย่างไร ช่วยกันส่งเสียง ขอสื่อช่วยด้วย ถึงจะประกาศออกไปแล้ว ก็ยกเลิกได้ บอกไปเลยว่าประชาชน ไม่ต้องการให้มาเหยียบแผ่นดินไทย แต่ถ้าจะมาเราต้องมีข้อตกลงกันก่อน และเราจะต้องเป็นผู้กำหนดข้อตกลงให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ต้องไปเกรงใจ และไม่ต้องรู้สึกเสียหน้าถ้าปฏิเสธ ยกเลิกคำเชิญ เพราะถ้าเขาไม่ทำตามข้อตกลงเราก็ยกเลิกได้ ดังนั้นเราต้องมีข้อตกลง ที่เป็นประโยชน์สูงสุดคุ้มกับการลงทุนครั้งนี้ พวกเราลองช่วยกันคิดและเสนอว่าถ้าไมเคิลมาเมืองไทยเราต้องการ จะให้นายจิรายุพาเขาไปที่ไหนบ้าง

อีกหน่อยถ้ามีอินฟลูเอนเซอร์ หรือพวก ล็อบบี้ยีสต์เอาอย่าง รับจ้างทำคลิปด่าประเทศไทย เพื่อให้รัฐบาลไทยส่งเทียบอัญเชิญมาเที่ยวเมืองไทย ฟรีทุกอย่างแบบไมเคิล นายจิรายุคงไม่ต้องทำอะไร วัน ๆ รับส่งฝรั่ง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ไมเคิล’ตอบรับคำเชิญ! หลัง ‘จิรายุ’ เสนอพาทัวร์ ออกค่าใช้จ่ายให้ฟรีทั้งหมด

โฆษก ทบ. โต้ ‘เฮง รัตนา’ บิดเบือนอ้างไทยจัดฉากทุ่นระเบิด PMN-2

โฆษก ทบ. โต้ 'เฮง รัตนา' บิดเบือนอ้างไทยจัดฉากทุ่นระเบิด PMN-2

โฆษก ทบ. โต้ ‘เฮง รัตนา’ บิดเบือนอ้างไทยจัดฉากทุ่นระเบิด PMN-2

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.22 น.

17 ส.ค. 68 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่่วถึงกรณี นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการ CMAC ชี้แจงต่อสาธารณะว่าทุ่นระเบิด PMN-2 ที่ฝ่ายไทยนำมาแสดง และกล่าวอ้างว่ากัมพูชาลอบวางนั้น ยังไม่ถูกดึงสลักนิรภัย ซึ่งโดยทางเทคนิคระเบิดที่นำไปวางต้องดึงสลักนิรภัยออกก่อน มิฉะนั้นระเบิดจะไม่ทำงาน ว่า การพูดแบบนี้มีเจตนาหวังให้ผู้รับสารเข้าใจผิด ว่าไทยสร้างภาพหลอกนักข่าวและนักการทูต โดยทุ่นระเบิดที่นำมาจัดแสดงให้คณะผู้แทนจากต่างประเทศได้ดู ในส่วนที่นายเฮง รัตนา ระบุยังไม่ดึงสลักนิรภัยออกนั้น ถูกตรวจพบจากการเข้าตรวจค้นและทำพื้นที่ให้ปลอดภัยโดยหน่วยทหารช่าง เมื่อ 4 ส.ค. 68 บริเวณพื้นที่ภูมะเขือ ในจุดที่ทหารกัมพูชาเคยวางกำลังอยู่ บริเวณดังกล่าวฝ่ายไทยได้ตรวจพบทุ่นระเบิดเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็น PMN-2 ซึ่งที่พบมีทั้ง 2 ลักษณะ คือ ทุ่นระเบิดที่เก็บไว้ยังไม่ได้นำไปติดตั้ง จึงเห็นในภาพว่ายังมีสลักนิรภัยติดอยู่ และทุ่นระเบิดที่ติดตั้งแล้ว ซึ่งในกรณีนี้จะไม่มีสลักนิรภัย

โดยทั้งสองลักษณะได้ถูกนำมาแสดงให้คณะผู้แทนจากต่างประเทศได้ดูเมื่อวานนี้ (16 ส.ค.68)

การที่ นายเฮง นำภาพมาประกอบข่าว เป็นการเลือกภาพมาเพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อหวังให้เกิดความสับสน และมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับพยานหลักฐานของฝ่ายไทย แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นผล เพราะผู้แทนจากต่างประเทศได้เห็นและสัมผัสกับของจริงทั้งหมดอย่างละเอียด และครบถ้วนแล้ว

‘พล.อ.ณัฐพล​’แจง​‘ศบ.ทก.’​ไม่เคลื่อนไหว​ เหตุรอประชุม​RBC​-​GBC​ ก่อน

‘พล.อ.ณัฐพล​’แจง​‘ศบ.ทก.’​ไม่เคลื่อนไหว​ เหตุรอประชุม​RBC​-​GBC​ ก่อน

‘พล.อ.ณัฐพล​’แจง​‘ศบ.ทก.’​ไม่เคลื่อนไหว​ เหตุรอประชุม​RBC​-​GBC​ ก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.20 น.

‘พล.อ.ณัฐพล​’แจง​‘ศบ.ทก.’​ไม่เคลื่อนไหว​ เหตุรอประชุม​RBC​-​GBC​ ก่อน พร้อมระบุ​เตรียมจ่อชงสมช.​- ครม.กำหนดการทำงานระยะสั้น-ยาว

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2568 หลังจากที่มีกระแสการปิดศูนย์​เฉพาะกิจ​บริหาร​สถานการณ์​บริเวณ​ชายแดน​ไทย​-กัมพูชา​ (ศบ.ทก.​) และการเคลื่อนไหวของศูนย์ที่น้อยลง​ โดยพล.อ.ณัฐ​พล​ นาค​พาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม​ ในฐานะรักษาการ​​แทนรมว.กลาโหม​ กล่าวว่า​ ปัจจุบันการที่ ศบ.ทก. มีการเคลื่อนไหวไม่มาก เนื่องจากต้องรอฟังผลการประชุม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(RBC) ในพื้นที่ บัญชาการกองกำลังป้องกันจันทบุรีตราด (กปช.จต.) กองทัพ​ภาค​ที่​ 1  และกองทัพภาคที่​ 2 หลังจากนั้นจะมาประเมิน เพื่อเตรียมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่  8-10 ก.ย.​ 2568 ที่จะจัดขึ้นที่เสียมราฐ กัมพูชา

พล.อ.ณัฐ​พล​ กล่าวอีกว่า​ ปัจจุบันได้ปรึกษากับที่ปรึกษาของรมช.กลาโหม​  ทั้ง 8 ท่าน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดฉากทัศน์ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวเพื่อให้ ศบ.ทก. กำหนดฉากทัศน์ที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการในห้วงเวลาต่อไป และเสนอสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)และคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเห็นชอบต่อไป

ทบ.ไทยโต้กลับเขมร เพิกเฉยกู้ทุ่นระเบิด ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก-ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ทบ.ไทยโต้กลับเขมร เพิกเฉยกู้ทุ่นระเบิด ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก-ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ทบ.ไทยโต้กลับเขมร เพิกเฉยกู้ทุ่นระเบิด ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก-ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

ทบ.ไทยโต้กลับกัมพูชาเพิกเฉยต่อพันธกรณีทุ่นระเบิด  ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก และละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึง กรณี พล.ท.(หญิง) มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงอ้างแนวทางการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ และคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องนำเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ว่า การที่กัมพูชากล่าวในลักษณะนี้ ย่อมแสดงถึงการยอมรับว่าฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดคุกคามทำร้ายฝ่ายไทยจริงอย่างชัดเจน 

โดยกัมพูชาแสดงท่าทีที่จะมีการดำเนินการในเรื่องทุ่นระเบิดนี้ ก็ต่อเมื่อข้อตกลงหยุดยิงสมบูรณ์แล้ว ซึ่งในสภาพความเป็นจริง หากฝ่ายกัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดอยู่ ข้อตกลงหยุดยิงจะมีความสมบูรณ์ได้อย่างไร 

โดยเฉพาะสิ่งนี้ยังเป็นอาวุธที่กัมพูชาใช้คุกคามทำร้ายฝ่ายไทยอยู่ตลอดเวลาเพียงฝ่ายเดียว มีปรากฏหลักฐานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ซึ่งพิจารณาได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับทุ่นระเบิดในห้วงที่ผ่านมา

อีกทั้งยังดูย้อนแย้งกับบทบาทในเวทีนานาชาติที่เข้าใจว่า กัมพูชาเอาจริงเอาจังในการต่อต้านทุ่นระเบิด เพื่อมนุษยธรรม ทั้งที่กัมพูชาเป็นประเทศที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการดำเนินการในเรื่องทุ่นระเบิดจากนานาชาติปีละจำนวนมาก แต่กลับเพิกเฉยในสิ่งที่ควรกระทำ แม้จะกระทบภาพลักษณ์กัมพูชาต่อสายตานานาชาติ โดยเฉพาะภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวา และผู้ให้เงินทุนสนับสนุนกับกัมพูชา