เฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลังเป็นระดับ 5 กระทบหมู่เกาะในแอตแลนติก

เฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลังเป็นระดับ 5 กระทบหมู่เกาะในแอตแลนติก

17 ส.ค. 2568 03:13 น.

เฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลังเป็นระดับ 5 กระทบหมู่เกาะในแอตแลนติก

เฮอริเคน เอริน ทวีความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 แล้ว โดยพยากรณ์อากาศคาดว่า มันจะทำให้เกิดฝนตกหนักที่หมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 เฮอริเคน “เอริน” (Erin) กลายเป็นเฮอริเคนลูกแรกในฤดูพายุฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกประจำปี 2568 ที่ทวีกำลังขึ้นสู่ระดับ 5 โดยปัจจุบันมันเคลื่อนตัวอยู่ห่างจากเกาะแองกีลา ไปทางเหนือราว 170 กม. โดยมีความเร็วลมสูงสุดเกือบ 255 กม./ชม.

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ (NHC) คาดการณ์ว่า พายุเอรินจะทวีกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มันเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกในน่านน้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติกตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ จนเข้าสู่สัปดาห์หน้า

คลื่นทะเลที่เกิดจากอิทธิพลของพายุเอรินจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนทางตอนเหนือของหมู่เกาะลีเวิร์ด, หมู่เกาะเวอร์จิน, เกาะเปอร์โตริโก, เกาะฮิสปันโยลา และหมู่เกาะเติร์กแอนด์เคคอส ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่คลื่นจะกระจายไปถึงหมู่เกาะบาฮามาส, เบอร์มิวดา และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

NHC คาดด้วยว่า พายุเอรินจะทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วพื้นที่ทางเหนือของหมู่เกาะลีเวิร์ด, หมู่เกาะเวอร์จิน และเปอร์โตริโก ตลอดวันอาทิตย์นี้

เอรินยังทำให้เกิดความกังวลเรื่องไฟป่า โดยนายแอนดรูว์ ซิฟเฟิร์ต นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสขององค์กร บีเอ็มเอส กรุ๊ป (BMS Group) ระบุว่า หากเอรินขยายตัวกลายเป็นไซโคลนเขตร้อนขนาดใหญ่และรุนแรงนอกชายฝั่ง มันอาจส่งลมแล้งรุนแรงไปทั่วภูมิภาค เสี่ยงทำให้ไฟป่ารุนแรงขึ้น

ด้านบริษัทผู้จัดการหลักทรัพย์ “ทเวลฟ์ ซีเคียวริส” (Twelve Securis) คาดการณ์ว่า เฮอริเคนเอรินจะอยู่ห่างจากชายฝั่งมากพอ ทำให้ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ รอดพ้นจากความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ

พยากรณ์อากาศคาดด้วยว่า พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวผ่านทางเหนือของหมู่เกาะลีเวิร์ด ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางขึ้นเหนือ ระหว่างชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ กับเกาะเบอร์มิวดาในช่วงประมาณวันจันทร์ (18 ส.ค.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

สลด เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในปากีสถานพุ่งทะลุ 300 ศพแล้ว

สลด เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในปากีสถานพุ่งทะลุ 300 ศพแล้ว

17 ส.ค. 2568 01:50 น.

สลด เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในปากีสถานพุ่งทะลุ 300 ศพแล้ว

ปากีสถานพบผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศแล้วมากกว่า 300 ศพ โดยพยากรณ์อากาศเตือนว่า มรสุมจะทำให้ฝนตกหนักไปจนถึงกลางสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายจุดเนื่องจากพายุมรสุมในปากีสถาน และในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานควบคุม เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 โดยล่าสุดอยู่ที่ 307 ศพแล้ว

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดไคเบอร์ ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน โดยมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างน้อย 74 หลัง ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย M-17 ตกระหว่างปฏิบัติการ 1 ลำที่เขตบาจอร์ ติดกับชายแดนอัฟกานิสถาน เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้ลูกเรือเสียชีวิตยกลำ 5 ศพ

เจ้าหน้าที่ยังพบผู้เสียชีวิต 9 ศพในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานควบคุม และพบอีก 5 ศพในภูมิภาคกิลกิตบัลติสถาน ทางตอนเหนือ

หน่วยงานสภาพอากาศของรัฐบาลปากีสถานพยากรณ์ว่า ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งหลายพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้วนั้น จะเผชิญฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 21 ส.ค.

อีกด้านหนึ่ง ในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากกองโคลนและซากปรักหักพังได้เพิ่มเติมอีก หลังเกิดน้ำท่วมที่หมู่บ้านบริเวณภูเขาหิมาลัยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดอินเดียพบผู้เสียชีวิตแล้ว 60 ศพ และมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน

ทั้งนี้ พื้นที่ 3 ใน 4 ของเอเชียใต้จะเผชิญพายุมรสุมในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน ซึ่งมักทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทุกปี

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศกำลังทำให้ภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้น เช่นที่จังหวัดปัญจาบของปากีสถาน ซึ่งเป็นที่อยู่ของประชากรเกือบครึ่งของประเทศ มีฝนตกในเดือนกรกฎาคมปีนี้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 73%

ไม่เพียงเท่านั้น ภาคเหนือของปากีสถานซึ่งมีธารน้ำแข็งมากที่สุดในภูมิภาค กำลังเผชิญปัญหาธารน้ำแข็งบางลงและขนาดลดลงอย่างรวดเร็ว หมายความว่ามีโอกาสเกิดดินถล่มมากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

17 ส.ค. 2568 00:18 น.

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรมุ่งตรงสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซียเลย ไม่ต้องทำข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่เซเลนสกีเตรียมเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พลิกจุดยืนครั้งใหญ่ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 โดยระบุว่ายูเครนควรเห็นชอบข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย เพราะ “รัสเซียมีอำนาจมากแต่พวกเขาไม่ใช่” หลังจากที่เขาประชุมสุดยอดร่วมกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และล้มเหลวในการทำข้อตกลงหยุดยิง

ในการพลิกจุดยืนครั้งใหญ่นี้ นายทรัมป์กล่าวด้วยว่า เขาเห็นด้วยกับนายปูตินว่า ทางที่ดีที่สุดในการยุติสงครามคือ การมุ่งตรงสู่การทำข้อตกลงสันติภาพ โดยไม่ต้องมีการหยุดยิงก่อน อย่างที่ยูเครนกับชาติพันธมิตรยุโรปเรียกร้อง และเป็นจุดยืนที่สหรัฐฯ เคยให้การสนับสนุน จนกระทั่งนายทรัมป์คุยกับผู้นำรัสเซียเมื่อวันศุกร์

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า เขาจะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 เพื่อหารือก้าวต่อไป ขณะที่ชาติพันธมิตรยุโรปขอบคุณความพยายามของนายทรัมป์ แต่ประกาศว่าพวกเขาจะสนับสนุนยูเครนต่อไป และจะเพิ่มการคว่ำบาตรรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ รับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

ทั้งนี้ นายทรัมป์พบปะพูดคุยกับนายปูตินเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่ฐานทัพในเมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.) โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ กับยูเครนพบปะกันโดยตรง นับตั้งแต่สงครามในยูเครนอุบัติขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565

“ทุกฝ่ายลงความเห็นว่า หนทางที่ดีที่สุดในการยุติสงครามอันโหดร้ายระหว่างรัสเซียกับยูเครนคือการมุ่งตรงไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะเป็นการยุติสงคราม ไม่ใช่แค่การทำข้อตกลงหยุดยิงธรรมดา ซึ่งบ่อยครั้งที่ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้” นายทรัมป์โพสต์บน Truth Social

คาดว่าถ้อยแถลงดังกล่าวของนายทรัมป์จะได้รับการต้อนรับจากฝ่ายรัสเซีย ซึ่งระบุว่าพวกเขาต้องการการยุติสงครามอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่แค่การ “หยุด” ในข้อที่ยูเครนกับชาติพันธมิตรยุโรป ต้องการให้มีการหยุดยิงก่อน เพื่อพูดคุยแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ก่อน รวมถึงเรื่องดินแดนของยูเครนที่รัสเซียยึดไปเป็นของตัวเอง

ก่อนที่จะเกิดการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุด นายทรัมป์เพิ่งกล่าวว่าเขาคงไม่พอใจจนกว่าจะมีการตกลงหยุดยิง แต่หลังจากนั้นเขากลับเปลี่ยนจุดยืน และกล่าวหลังคุยโทรศัพท์กับนายเซเลนสกีว่า “หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราจะกำหนดเวลาประชุมกับประธานาธิบดีปูตินอีกครั้ง”

การพบระหว่างนายทรัมป์กับนายเซเลนสกีจะเกิดขึ้นที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว ที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงออกสื่อมาแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ โดยฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวหายูเครนว่าไม่สำนึกบุญคุณ และหลังจากนั้นนายทรัมป์ก็มีสั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนชั่วระยะเวลาหนึ่ง

นายเซเลนสกีกล่าวว่า หลังจากพูดคุยกับนายทรัมป์เป็นเวลานานหลังการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา เขาสนับสนุนความคิดเรื่องการพบปะ 3 ฝ่าย และ “ยูเครนขอยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ที่สุดเพื่อบรรลุสันติภาพ”

แต่ฝ่ายนายปูตินไม่ได้พูดถึงการพบปะกับนายเซเลนสกีแต่อย่างใด ในตอนที่เขาพูดกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมกับนายทรัมป์ ขณะที่นาย ยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาของนายปูตินก็บอกกับสำนักข่าว TASS ของรัสเซียว่า ไม่มีการหารือกันเรื่องการประชุม 3 ฝ่าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘THE BLOOMING WITHIN’ คอลเลกชันพิเศษที่ยืนยันคุณค่าในตัวผู้หญิง

‘THE BLOOMING WITHIN’  คอลเลกชันพิเศษที่ยืนยันคุณค่าในตัวผู้หญิง

‘THE BLOOMING WITHIN’ คอลเลกชันพิเศษที่ยืนยันคุณค่าในตัวผู้หญิง

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

SUPA EAst Glamor (สุภา อีสต์ แกลมเมอร์) เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “THE BLOOMING WITHIN” ภายในงาน “THE MALL LIFESTORE WOMEN INSPIRED  เธอ…มหัศจรรย์ บันดาลใจ” ณ  M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

SUPA EAst Glamor เป็นแบรนด์แฟชั่นไทยร่วมสมัย ที่นำเสน่ห์ของผ้าไทย อาทิ ผ้าไหม ผ้าท้องถิ่นทุกภาค ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้ายกลำพูน ผ้า ลายอย่าง และผ้าปาเต๊ะ มาผสานกับการออกแบบที่ทันสมัย อย่างมีเอกลักษณ์ ถ่ายทอดความงามแบบตะวันออกในมุมมองใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความสง่างาม และความมั่นใจ โดยทางแบรนด์มุ่งหวังที่จะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เห็นคุณค่าและหันมาใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์และ Soft Power ของไทย โดยในคอลเลกชันพิเศษนี้ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงเวลาที่เหมาะสม เปรียบเสมือนผู้หญิงที่เผยพลังและเสน่ห์ออกมา เมื่อเธอได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

สุภาพร เอ็ลเดรจ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ SUPA EAst Glamor กล่าวว่า “คอลเลกชันพิเศษนี้ เราเลือกใช้ลวดลายบนผืนผ้ามาถ่าย ทอดเรื่องราวกลายเป็นแฟชั่น เช่น ผ้ายกดอกลำพูนลายผกากรอง ลายดอกไม้ที่พิมพ์บนผ้าลายอย่าง และผ้าปาเต๊ะ  รวมถึงดอกไม้ทำมือจากผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้น ผ้าไหมแก้ว เพื่อเพิ่มเอกลักษณ์และเสน่ห์ให้แต่ละชุด อีกทั้งยังได้แรงบันดาลใจจากสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งดอกไม้ไทย และต่างประเทศ ถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่สง่างาม เปี่ยมความหมาย สื่อถึงพลัง ความรัก ความหวัง ความมั่นคงที่เบ่งบานจากภายใน ไม่ว่าจะเป็น “กลีบดอกอัญชันอันเข้มแข็งถึงความหวานละมุนของกุหลาบชมพู สู่ความลึกลับของกุหลาบน้ำเงิน ไปจนถึงพลังแห่งทาน ตะวันที่ไม่เคยหันหนีแสง” เพราะเราเชิ่อว่า “ผู้หญิงทุกคนคือดอกไม้ที่งดงามในแบบของตนเอง”

นอกจากนี้ยังได้เสริมทัพความงาม ด้วยเครื่องประดับจาก Beauty Gems แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีระดับไฮเอนด์ของไทยที่มีความประณีต หรูหรา โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสานศิลปะไทยกับความร่วมสมัยอย่างงดงาม ภายในงานยังได้ ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, ณิชา พูลโภคะ (รองอันดับ 2 Miss Universe Thailand 2023) และนางแบบอิน เตอร์ โอปอล์ พิไลวรรณ พิมพ์ภูลาด ร่วมแสดงแบบ พร้อมเหล่านางแบบ และเซเลบริตี้ มากมาย

ผู้สนใจ คอลเลกชัน “THE BLOOMING WITHIN” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/supaeastglamor โทรศัพท์ 099-629-9878

คุยกัน 7 วันหน : ‘สม รังสี’ ใช้เหตุปะทะชายแดนเขย่าเก้าอี้ ‘ฮุน เซน’

คุยกัน 7 วันหน : ‘สม รังสี’ ใช้เหตุปะทะชายแดนเขย่าเก้าอี้ ‘ฮุน เซน’

คุยกัน 7 วันหน : ‘สม รังสี’ ใช้เหตุปะทะชายแดนเขย่าเก้าอี้ ‘ฮุน เซน’

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงที่ผ่านมา ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นอกจากจะเคลื่อนไหวตอบโต้เสียงวิจารณ์จากคนในประเทศไทยแล้ว ยังต้องปะทะคารมกับแกนนำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน โดยเฉพาะ สม รังสี อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) พรรคการเมืองศัตรูหมายเลข 1 ของตระกูลฮุน ซึ่งถูกยุบไปแล้วเมื่อปี 2560 ในข้อหาร่วมมือกับต่างชาติวางแผนโค่นล้มรัฐบาล

หากย้อนดูความเคลื่อนไหวบนเฟซบุ๊กของ สม รังสี ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พบว่าผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีรัฐบาลกัมพูชาในประเด็นความขัดแย้งกับไทยแทบจะรายวัน โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุปะทะชายแดน เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ที่เริ่มเป็นข่าว คือวันที่ 10 ส.ค. ที่ สม รังสี ได้ปราศรัยกับชาวกัมพูชาที่เมืองชอมเบรี (Chambéry) เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชา เนื้อหาการปราศรัยส่วนหนึ่ง สม รังสี กล่าวโจมตีกองทัพกัมพูชาและยกย่องทหารไทยช่วงการปะทะตามแนวชายแดน 5 วัน (24-28 กรกฎาคม) โดยได้เยาะเย้ยและวิพากษ์วิจารณ์กองทัพกัมพูชา ว่าพวกเขายิงจรวด BM-21 ไม่แม่นยำ กระสุนตกใส่พื้นที่พลเรือนของไทย ขณะเดียวกัน ก็ยกย่องกองกำลังไทยว่าใช้เครื่องบิน F-16 โจมตีเป้าหมายทางทหารได้อย่างแม่นยำ

เหตุการณ์นี้ทำเอา ฮุน เซน ฉุนจัด โพสต์เฟซบุ๊กจวกเป็นคนหรือสัตว์ เป็นผู้รักชาติหรือผู้ทรยศ เพราะยกย่องผู้รุกรานแต่ดูหมิ่นกัมพูชา ขณะที่ชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมากที่ติดตามเฟซบุ๊ก ฮุน gซน ต่างแสดงความไม่พอใจต่อคำพูดของ สม รังสี เช่นกัน ประณามว่าคำพูดดังกล่าวไม่รักชาติ ดูหมิ่นชาวกัมพูชา สร้างความเสียหายแก่ชาติ และเข้าข้างฝ่ายศัตรู หลายคนถึงกับกล่าวว่า สม รังสี ไม่สมควรถือสัญชาติกัมพูชาอีกต่อไป จ่อประเดิมเป็นชาวกัมพูชาคนแรกที่จะถูกเพิกถอนสัญชาติตามกฎหมายว่าด้วยการเพิกถอนสัญชาติของกัมพูชา

ส่วนที่กลายเป็นประเด็นฮืฮฮา คือเมื่อวันที่ 13 ส.ค. สม รังสี โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเรื่องรายได้ต่อปีของกลุ่มอาชญากรสแกมเมอร์ในกัมพูชา ว่ามีมูลค่าราว 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 618,000 ล้านบาท) อีกทั้งยังได้เปรียบเทียบว่า ถ้านำรายได้สแกมเมอร์เหล่านี้ไปซื้อเครื่องบิน F-16 จะได้ทั้งหมด 292 ลำ นอกจากนี้ สม รังสี ยังได้โพสต์ในคอมเมนต์โดยระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา สถานีวิทยุ ABC Australia เผยแพร่เรื่องอาชญากรรมออนไลน์ ในกัมพูชา มีเอกสาร 73 หน้า ที่วิจัยโดย Humanity Research Consultancy ในสหรัฐฯ มีชื่อตระกูลฮุนและพวกคุณหญิงคุณนายอีกหลายคน ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้คุ้มครองเครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ เพื่อรวบรวมเงินไปบำรุงอำนาจ โดยรวบรวมเงินจากแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ประมาณปีละ 12,500-19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สม รังสี ยังโพสต์ภาพการ์ตูนล้อเลียน เป็นภาพตัวการ์ตูนหน้าตาคล้าย ฮุน เซน นอนสบายอยู่บนเตียงในห้องนอน แต่ถูกล้อมรอบด้วยตัวการ์ตูนลักษณะคล้ายซอมบี้หรือผีทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตไปแล้วและร่างกายเริ่มเน่าเปื่อย มีทั้งแมลงและหนอนชอนไช โดยบางคนหันปลายกระบอกปืนเข้าใส่ ฮุน เซน พร้อมข้อความทั้งภาษากัมพูชา ‘ฮุนเซนชดใช้ชีวิตคืนให้ทหาร’ และภาษาอังกฤษ ‘Give me back my life’ สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของชาวกัมพูชาทั้งในประเทศและที่อยู่ในต่างแดน หลังจากเชื่อว่ามีทหารและพลเรือนเสียชีวิตจากเหตุรุนแรงเป็นจำนวนมาก แต่ทางการกัมพูชาเลือกที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ และแทบจะไม่สนับสนุนความช่วยเหลือใดๆ ด้วย

จนถึงขณะนี้ สื่อหลายสำนักรายงานว่า กัมพูชายอมรับว่ามีทหารเสียชีวิตจากการปะทะกันเพียง 6 นายเท่านั้น ขณะที่รายงานข่าวชิ้นเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในพิธีกรรมทางศาสนาที่จัดขึ้นในกรุงพนมเปญเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้พลีชีพของชาวเขมรในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีการแห่รูปทหารเขมร ประมาณ 45 นาย จากทั้งหมดที่ยังไม่ได้เก็บร่างออกมาจากสมรภูมิอีกนับพันนาย งานศพทหารกล้า ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อหลักอย่าง BTV Cambodia และ TVK จะเป็นข่าวระดับนายทหารเพียงไม่กี่นาย ที่มีการจัดพิธีเคารพศพนักรบอย่างสมเกียรติ และมอบเงินช่วยให้ศพละ 20 ล้านเรียล แต่เหล่าทหารเขมรที่เสียชีวิตในแนวหน้า ล้วนเป็นทหารจากครอบครัวคนยากจนตามชนบท ฮุน เซน จึงปล่อยให้ ศพทหารเหล่านั้นเป็นเหยื่อแร้งกากลางป่าเขา เพราะการนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลก็เป็นภาระของรัฐบาล

ปัจจุบัน สม รังสี พยายามกระตุ้นให้ชาวกัมพูชาในต่างแดนและในประเทศร่วมกันเคลื่อนไหวเรียกร้องความยุติธรรมให้กับทหารกัมพูชาที่รบในแนวหน้าซึ่งเสียสละชีวิตของตัวเอง ผ่านการติดแฮชแท็ก Truth Expose และ Revealing The Truth หรือแปลง่ายๆ คือ การรณรงค์ให้ทางการกัมพูชาเปิดเผยความจริง พร้อมทั้งแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้รักชาติ ขณะที่สภาต่อต้านแห่งชาติกัมพูชา (CNRC) เป็นองค์กรของชาวกัมพูชาในต่างแดน ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อฟื้นคืนประชาธิปไตยให้กับกัมพูชา และมี สม รังสี เป็นประธาน ได้ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยข้อมูล 4 ข้อ

ข้อแรกคือ การขอให้รัฐบาลเปิดเผยว่าทหารกัมพูชาควบคุมพื้นที่ใดบ้างตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาของการหยุดยิง ข้อต่อมาคือตัวเลขทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงตามแนวชายแดน ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาไม่เคยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ส่วนตัวเลขผู้พลัดถิ่นและแรงงานที่กลับจากไทย รัฐบาลกัมพูชาไม่ได้ให้ข้อมูลทางการชัดเจนนัก ทั้งที่ตัวเลขดังกล่าวมีความจำเป็นในการประเมินผลกระทบและออกมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ CNRC ก่อนหน้านี้ที่ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนในด้านเศรษฐกิจ

ความเดือดร้อนของประชาชนและความสูญเสียในฝั่งทหาร ถือเป็นแรงกดดันอย่างหนักไปยังรัฐบาลกัมพูชาในขณะนี้ ซึ่งกระแสความไม่พอใจนี้อาจถูกโหมกระพือให้รุนแรงมากขึ้นได้ และอาจเป็นปมหนึ่งที่ทำให้ ฮุน เซน ไม่พอใจและตอบโต้อย่างแข็งกร้าวในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ส.ค.) สม รังสี ออกแถลงการณ์เรียกร้องประชาชนไทยโปรดอย่าเลือกปฏิบัติและทำร้ายคนงานชาวกัมพูชาในไทย เพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้สนับสนุน ฮุน เซน แต่เป็นเหยื่อของ ฮุน เซน ย้ำประชาชนสองประเทศอยู่ร่วมกันมาหลายศตวรรษแล้ว อย่าปล่อยให้คำโกหกและเล่ห์เหลี่ยมของคนคนเดียวมาแบ่งแยกทั้งสองประเทศ เพราะ ฮุน เซน อยู่แล้วก็ไป แต่ความเป็นพี่น้องระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศนั้นคงอยู่ชั่วนิรันดร์

สม รังสี กระทุ้งฮุน เซน มาต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา  สม รังสี ออกมาระบุว่า ฮุน เซน อยู่เบื้องหลังการสังหาร ลิม กึมยา นักการเมืองคนสำคัญของพรรคสงเคราะห์ชาติ พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา ที่ถูกมือปืนลอบสังหารในกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว

ขณะที่เมื่อเดือน มิ.ย.  โพสต์ข้อความเปิดโปงพฤติกรรม ฮุน เซน ว่าการออกมาโวยวายใส่ไทยไม่ใช่เรื่องรักชาติ แต่เป็นเพราะกลัวระบบอำนาจที่พึ่งพาเงินจากอาชญากรรมข้ามชาติพังทลาย หลังรัฐบาลไทยเดินหน้าไล่จัดการแก๊งสแกมเมอร์ที่แฝงตัวอยู่ชายแดนกัมพูชา ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญ ที่ค้ำบัลลังก์ให้ระบอบของ ฮุน เซน ยืนอยู่ได้ การไล่ปราบของรัฐบาลไทยเป็นการกระทบเส้นทางการเงินของระบอบ ฮุน เซน โดยตรง ฮุน เซน จึงพยายามใช้วาทกรรม ชาตินิยมเบี่ยงเบนความสนใจ และปลุกกระแสเกลียดไทยเพื่อสร้างฐานสนับสนุน ย้อนให้เห็นเหตุการณ์ในปี 2546 ที่ ฮุน เซน เคยใช้เรื่องนักแสดงไทยจุดชนวนจนเกิดจลาจลในพนมเปญ และปี 2554 ที่ใช้ข้อพิพาทปราสาทพระวิหารเพื่อกลบปัญหาในประเทศ

แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาเคลื่อนไหวในต่างประเทศมาตลอด แต่ในช่วงนี้ ประเด็นผลกระทบจากเหตุรุนแรงตามแนวชายแดน เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลตระกูลฮุนไม่ยอมแก้ไขอย่างจริงจัง กลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลกัมพูชาที่โจมตีได้ง่ายที่สุดและเห็นผลชัดเจน

โดย ดาโน โทนาลี

Celebrity Gossip

Celebrity Gossip

Celebrity Gossip

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 12 The Life of a Showgirl แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ระหว่างออกรายการพ็อดแคสต์ New Heights รายการที่พูดคุยเกี่ยวกับอเมริกัน ฟุตบอล ที่มี เจสัน เคลเซ น้องชายของ ทราวิส เคลเซ แฟนหนุ่ม เป็นสองผู้ดำเนินรายการ โดยระหว่างพูดคุย เทย์เลอร์ได้เปิดกระเป๋าสีขาวแล้วแผ่นเสียงอัลบั้มใหม่ออกมา แต่หน้าปกอัลบั้มยังคงเบลอปิดเป็นความลับไว้ ซึ่งในตอนหลังก็ไม่เบลอแล้ว เพราะเจ้าตัวปล่อยภาพปกอัลบั้มลงใน IG เรียบร้อย The Life of a Showgirl เป็นอัลบั้มแรกหลังจบทัวร์ Eras Tour ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลาย เตรียมวางจำหน่ายวันที่ 3 ตุลาคม อัลบั้มมี 12 เพลง รวมถึงแทร็คสุดท้าย The Life of a Showgirl ที่ได้ ซาบรินา คาร์เพนเตอร์ มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย แต่สิ่งทีน่าสนใจกว่าอัลบั้มใหม่ คือการที่เทย์เลอร์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอในพ็อดแคสต์อย่างเป็นกันเอง ทั้งชีวิตรักกับเคลเซ ชีวิตส่วนตัวหลังจบคอนเสิร์ต Eras Tour อันยาวนาน รวมถึงบอกว่าตอนนี้เธอกำลังบ้าหัดทำขนมปังอย่างหนัก เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยพบเห็นนัก กับการที่ศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ ออกมาเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองแบบนี้ นั่นทำให้พ็อดแคสต์ตอนนี้ มีผู้ติดตามชมสดๆ มากถึง 1.3 ล้านคน

ห่างหายจากการแสดงไปถึง 7 ปีเต็ม ล่าสุด แดเนียล เดย์ เลวิส นักแสดงมากความสามารถ เจ้าของรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 3 ตัว กลับมารับบทบาทในอีกครั้งภาพยนตร์เรื่อง Anemone หนังดราม่าเรื่องราวความสัมพันธ์ซับซ้อนของพี่น้อง พ่อ และลูกชาย ผลงานกำกับของ โรแนน เดย์ เลวิส ลูกชายของเขาเอง ซึ่งทาง Focus Features ค่ายหนังอิสระผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เผยแพร่ภาพนิ่งผลงานการแสดงของแดเนียล ให้ชมกันเป็นตัวอย่างในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงดังอย่าง ฌอน บีน และ ซามานธา มอร์ตัน มาร่วมแสดงด้วย มีกำหนดออกฉายแบบจำกัดโรงในสหรัฐฯ 3 ตุลาคมนี้ ถือเป็นการกลับมาแสดงหนังอีกครั้ง นับจากผลงานแสดงนำในเรื่องล่าสุด Phantom Thread ในปี 2017

โซฟี เทอร์เนอร์ นักแสดงจาก Game of Thrones โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอขณะไปสนุกที่คอนเสิร์ตวง Oasis ในอังกฤษเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ส่วนใหญ่แฟน ๆ เข้ามาให้กำลังใจ แต่มีคอมเมนต์หนึ่งเหน็บว่า ‘เธอคงลืมไปแล้วมั้งว่ามีลูกสองคน’ ทำเอาเจ้าตัวไม่ปล่อยผ่าน รีบโพสต์ตอบกลับสวนไปแบบทันทีว่า “ขอโทษนะ บางครั้งฉันก็ลืมไปว่ามีคนบางประเภทคิดเองไม่เป็น เอางี้นะ… มีสิ่งที่เรียกว่า ‘การดูแลลูกแบบผลัดกันเลี้ยง’ น่ะ รู้จักไหม? บางทีนะ… ลูกอาจจะอยู่กับพ่อเขาในวันนั้นก็ได้” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากที่ โจ โจนาส อดีตสามีของเทอร์เนอร์ ออกมาชื่นชมความสัมพันธ์แบบ co-parenting ระหว่างกัน โดยบอกว่าลูกสาวทั้งสองโชคดีที่มีแม่อย่างโซเฟีย และเขาอยากให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนเปิดกว้าง มีหัวใจที่อบอุ่น และมั่นใจว่าทำได้ทุกอย่างที่ตั้งใจ แม้ว่าเขาจะแยกทางกับโซเฟียแล้วก็ตาม

ประสบความสำเร็จล้มหลาม Golden เพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีสุดฮิตของ Netflix อย่าง Kpop Demon Hunters ที่ร้องโดยเกิร์ลกรุ๊ปวง HUNTR/X สามารถสร้างสถิติใหม่บนชาร์ต Billboard Hot 100 ในอเมริกาประจำสัปดาห์นี้ หลังไต่ขึ้นอันดับ 1 ได้สำเร็จ ด้วยยอดสตรีม 31.7 ล้านครั้ง ยอดขายแผ่น 7,000 ก็อปปี้ และยอดผู้ฟังทางวิทยุอยู่ที่ 8.4 ล้านครั้ง เพลงนี้ยังครองอันดับ 1 บนชาร์ต UK Official Singles Chart กลายเป็นเพลงเคป๊อปเพลงแรกที่สามารถครองอันดับนี้ได้ นับตั้งแต่เพลง Gangnam Style ของ Psy ทำได้ในปี 2012 นอกจากจะประสบความสำเร็จระดับโลกแล้ว Golden ก็ยังทำสถิติในประเทศเกาหลีได้อย่างถล่มทลาย ล่าสุด ทำลายสถิติเพลง Ditto ของ NewJeans ขึ้นแท่นเพลงที่ทำ Perfect All-Kills (PAK) ได้สูงสุดตลอดกาลที่ 656 ครั้ง Golden โดดเด่นด้วยท่อนฮุกทรงพลังที่ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของ K-pop กับกลิ่นอายแฟนตาซีจากเนื้อหาในแอนิเมชัน

ปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่แฟนๆ รอคอย MAGIC MAN IS BACK!! การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของจักรวาล MAGICMAN 2 พร้อมเปิดฉากความมันส์ให้เดือดระอุกับ ‘เมจิกแมน’ สุดเท่ แจ็คสัน หวัง ที่กลับมาพร้อมเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ และโชว์ที่ยกระดับทั้งด้านโปรดักชันและพลังการแสดงให้เหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สำหรับเวิลด์ทัวร์ MAGICMAN 2 ครั้งนี้เปิดฉากด้วย 6 เมือง ประเดิมประเทศไทยเป็นที่แรก แฟนๆ ชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อมกับงาน MAGICMAN 2 WORLD TOUR 2025-2026 in Bangkok Presented by Galaxy Resorts Thailand กันได้เลย งานนี้จัดเต็ม 2 รอบการแสดงสุดยิ่งใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม เวลา 20.00 น. และวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี การประกาศทัวร์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการปล่อยอัลบั้มล่าสุด MAGICMAN 2 ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวในอันดับที่ 13 บนชาร์ต Billboard 200 ซึ่งถือเป็นอันดับเปิดตัวสูงที่สุดของศิลปินเชื้อสายจีนในประวัติศาสตร์ของชาร์ตนี้

​ปลุก..พลัง ‘นวัตกรรม’ ปล่อย ‘ไอเดีย’ สู่การใช้จริง!

​ปลุก..พลัง ‘นวัตกรรม’ ปล่อย ‘ไอเดีย’ สู่การใช้จริง!

​ปลุก..พลัง ‘นวัตกรรม’ ปล่อย ‘ไอเดีย’ สู่การใช้จริง!

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งสำคัญ ในงาน “อว.แฟร์ 2025” ภายใต้แนวคิด “UNIVERSE OF SRI: จักรวาลแห่งวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ณ บูธ D1 โซน D: VALLEY OF GROWTH ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ระหว่างวันที่ 9 – 17 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น.

โดย สกสว. ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงขนาด 300 ตร.ม.  เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่จับต้องได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดอันล้ำสมัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซนนิทรรศการ ได้แก่ Smart Living Hub, Rice for the Future และ Silk to Star โดยงานนี้มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานใน 5 ประเด็นหลักที่ สกสว. ให้ความสำคัญ ได้แก่ การแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ, Frontier and deep Technology, สิ่งแวดล้อมและการเกษตร, Soft Power และ เทคโนโลยีที่เหมาะสม

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. เผยว่า เราต้องการสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางความสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม ตั้งแต่การสร้างสรรค์ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงเป็นพื้นที่สำคัญ ในการสื่อสาร กับประชาคม ววน., ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ งาน “อว.แฟร์ 2025” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 17 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กิจกรรมไฮไลต์: อบรมสัมมนา และเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และเห็นภาพว่า “งานวิจัย” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องปฏิบัติการอีกต่อไป

สำหรับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ มีหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1.เล่าแนวคิดให้สร้างสรรค์เหมือนเราเป็น CREATOR 2.POLICY BRIEF LIKE A PRO: เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นพลังนโยบาย 3.INTELLECTUAL PROPERTY (IP) VALUE TO BUSINESS

ผู้เข้าชมสามารถร่วมสนุกและเรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการที่หลากหลาย เช่น การทำดินสอจากรังไหม, การทำเทียน เจลแฟนซี, การระบายสีฟางข้าว, การปั้นดินจากแป้งข้าว และ การทำ สบู่รังไหม  ซึ่งทุกกิจกรรมสะท้อนการนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ งานนี้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่มองหานวัตกรรมใหม่ นักลงทุนที่ต้องการโอกาสทางธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไปที่สนใจว่า “งานวิจัยเปลี่ยนโลกได้อย่างไร” มาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงทุกภาค ส่วนในระบบนิเวศนวัตกรรมกับ สกสว. ได้ที่งานนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

ตะลอนเที่ยว : คนไทยรักทหารไทย และรักประเทศไทย

ตะลอนเที่ยว : คนไทยรักทหารไทย และรักประเทศไทย

ตะลอนเที่ยว : คนไทยรักทหารไทย และรักประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงนี้คอลัมน์ตะลอนเที่ยวยังไม่พาคุณไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศน เพราะไม่มีอารมณ์เที่ยว แต่รู้สึกเป็นห่วงประเทศไทย เพราะรู้ดีว่ายังมีภัยร้ายจากกัมพูชาที่จงใจรุกรานประเทศไทยตลอดเวลา 
 
ประเทศไทยของเราทุกคนดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่รักและหวงแหนประเทศของเรา แม้ในความเป็นจริงจะมีคนไทยบางจำพวกจงใจบ่อนทำลายล้างผลาญประเทศไทย แต่ก็เป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น แต่ถึงแม้มันจะเป็นคนส่วนน้อย แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ต้องไม่นิ่งดูดายปล่อยให้คนส่วนน้อยเซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติและบ้านเมืองของเรา เพราะมิฉะนั้นแล้ว บ้านเมืองของเราก็จะพังทลายสูญสลายไปในที่สุด


หัวข้อเรื่องวันนี้ ดูแล้วอาจจะเชยมากในสายตาของคนบางคน แต่ขอยืนยันว่าความรักชาติบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องเชย แต่คือความดีงามที่ทุกคนจำเป็นต้องสร้างสมบ่มเพาะให้บังเกิดขึ้นกับตัวเองและกับลูกหลานของเราทุกคน เพราะชาติบ้านเมืองเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากินของเราทุกคน และเป็นเครื่องแสดงความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนด้วย 


มีคนไม่น้อยมักถามว่านักการเมืองไทยรักชาติไทยหรือไม่ ตอบว่าบางคนรัก บางคนไม่รัก ถามต่อไปว่า ทำไมจึงมีนักการเมืองไม่รักชาติ ทำไมนักการเมืองบางคนขายชาติ ตอบโดยสรุปแต่ตรงประเด็นว่า เพราะมันคือนักการเมืองชั่วชาติสามานย์ ส่วนนักการเมืองคนไหนขายชาติ ก็ขอให้คนไทยดูพฤติกรรมของมันเหล่านั้น แล้วตอบตัวเอง โดยเฉพาะจำพวกที่ประกาศว่าทหารเป็นศัตรูกับมัน หรือมันเป็นศัตรูกับทหาร หรือพูดว่ามีทหารไว้ทำไม


ขอเตือนความจำว่าการเป็นรัฐหรือประเทศ มีองค์ประกอบดังนี้ มีพื้นที่-ดินแดนชัดเจนแน่นอน มีอำนาจอธิปไตย มีรัฐบาล และมีประชาชนพลเมืองเป็นคนเชื้อชาติของดินแดนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และอาศัยอยู่อย่างถาวรสืบเนื่องต่อกันมายาวนาน แต่ก็อนุญาตให้มีชนชาติอื่น ๆ ร่วมอยู่อาศัยได้ด้วย 


เมื่อพูดถึงอำอาจอธิปไตย และเอกราชของประเทศไทย ก็ต้องให้ความสำคัญอย่างมากที่สุดกับคนไทยทุกคนที่ร่วมเป็นเจ้าของพระราชอาณาจักรไทย เราคนไทยต้องรักษาอธิปไตยและเอกราชของไทยไว้ให้มั่นคงและยืนยาวตราบฟ้าดินสลาย เราทุกคนมีหน้าที่สำคัญคือปกป้องประเทศชาติให้รอดพ้นจากการคุกคามรุกรานโดยประเทศอื่น แต่ก็มิใช่ว่าคนไทยทุกคนจะต้องทำอาชีพทหาร เพราะแต่ละคนก็มีอาชีพต่างกันไป ซึ่งทุกอาชีพมีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน 


แต่สำหรับภารกิจป้องกันประเทศให้รอดพ้นจากภัยคุกคามโดยกองกำลังต่างชาติ โดยเฉพาะการทำศึกสงครามโดยต่างชาติที่จงใจรุกรานไทย ขอย้ำว่าหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากอริราชศัตรูเป็นพันธกิจหลักของทหารไทยทุกนาย ทุกเหล่าทัพ รวมถึงทหารพราน และทหารอาสาสมัครทุกคน


ในยามนี้ กัมพูชาจงใจรุกรานประเทศไทย คนไทยที่ไม่โง่เขลาเบาปัญญาต้องตอบได้ชัดเจนว่าทหารไทยมีไว้ทำอะไร มีไว้เพื่ออะไร และต้องไม่มีใครถามคำถามโง่ ๆ ว่ามีทหารไปทำไม ยกเว้นนักการเมืองโง่และเลวเท่านั้น ที่สามารถตั้งคำถามโง่บัดซบเช่นนี้


การสู้รบหรือศึกสงครามที่กัมพูชาจงใจก่อขึ้นเพื่อรุกรานไทยซึ่งกำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุให้ทหารไทยเสียชีวิตไปแล้ว 15 ราย (อ้างอิงตัวเลขของทางการไทย) บาดเจ็บทั้งสาหัสมากและสาหัสพอประมาณหลายสิบราย ทหารไทยจำนวนหลายนายต้องถูกตัดขา เพราะเหยียบกับระเบิดที่ทหารกัมพูชาจงใจวางไว้เพื่อสังหารฝ่ายไทย ความจริงทั้งหมดปรากฏต่อสาธารณชนแล้วว่ากัมพูชาจงใจโจมตีและรุกรานไทย แม้กัมพูชาจะยังพยายามโกหกตัวเองและโกหกประชาคมโลก แต่ก็ต้องย้ำว่ากัมพูชาคือผู้รุกรานไทย


ตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีไทยด้วยอาวุธสงครามอย่างหนักหน่วง แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่ได้เคารพข้อตกลงหยุดยิง เพราะจนถึงบัดนี้กัมพูชายังลอบวางกับระเบิด ทุ่นระเบิดในเขตของไทย เป็นเหตุให้ทหารไทย และทหารพรานของไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส และทหารไทย 15 นายต้องตายไปเพราะอาวุธสงครามของฝ่ายกัมพูชา


Mr. Flower ได้รับข้อเรียกร้องจากสมาชิกผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time 95.5 FM ว่าขอให้พาสมาชิกไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารหาญที่ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ทหารแจ้งว่าขออย่าเพิ่งไปในระยะนี้ เพราะมีอันตรายมาก เมื่อเราไปให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้ เราก็ส่งข้าวของ อาหาร ยา และของใช้ที่จำเป็นให้กับทหารชายแดน และเราก็ชักชวนกันไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บเพราะการสู้รบประกันประเทศ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี นครราชสีมา (เมื่อ 7 สิงหาคม) และที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (เมื่อ 14 สิงหาคม) 


เราไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่บาดเจ็บ เพราะต้องการบอกเขาว่าเราระลึกถึงความกล้าหาญ เสียสละของทหารหาญ ไปเพื่อบอกว่าขอบคุณที่ยอมสละชีวิตเพื่อเอกราชของชาติไทย เรารู้ดีว่าข้าวของ และเงินทองที่เรานำไปมอบให้ทหารหาญ เปรียบเทียบค่าไม่ได้เลยแม้แต่น้อยกับความเสียสละ ความกล้าหาญของทหารหาญที่ยอมพลีชีพเพื่อรักษาประเทศไทย เราไปเพื่อบอกทหารว่าขอบคุณที่รักษาแผ่นดินไทยไว้ให้พวกเราทุกคน หากไม่มีทหาร เราก็ไม่มีปราการด่านหน้าป้องกันและกำจัดศัตรูที่จงใจรุกรานแผ่นดินไทย 


หากคุณ ๆ ต้องการร่วมไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย โปรดติดตามรายละเอียดในคอลัมน์นี้ เราตั้งใจจะไปเยี่ยมทหารหาญอีกในช่วงประมาณปลายเดือนสิงหาคมนี้ครับ หรือสอบถามรายละเอียดได้จาก 091 7233615 


ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไฟป่าลุกลามหลายประเทศในยุโรป

คลื่นความร้อนรุนแรงยังคงปกคลุมหลายพื้นที่ของยุโรปต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว ส่งผลให้หลายประเทศ ทั้งสเปนและโปรตุเกสบนคาบสมุทรไอบีเรีย ยุโรปใต้อย่างฝรั่งเศส กรีซ และแอลเบเนีย รวมถึงประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่าน กำลังเผชิญกับไฟป่ารุนแรง ที่แทบจะยังไม่สามารถควบคุมได้

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฮาจี โมฮัมหมัด อิชาม จาฟาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของบรูไน เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า ชาวบรูไนจำนวนมากเลิกสูบบุหรี่และหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังกันมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสถานะสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ ปี 2022-2023 พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ลดลงร้อยละ 19.9 เหลือร้อยละ 13.4 ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4

กระทรวงสาธารณสุขของบรูไนกำหนดตัวชี้วัดระดับชาติ 3 ด้าน ได้แก่ อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อที่ลดลง และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมด้านสุขภาพ เพื่อใช้ในการดำเนินแผนการ “วิสัยทัศน์บรูไน ปี 2035” (Brunei Vision 2035)

รายงานระบุว่า หน่วยงานทางการมุ่งให้ความสำคัญลำดับแรกกับการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและขีดความสามารถทางดิจิทัล นอกจากนี้ ทางการยังเน้นย้ำการป้องกันตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และการจัดการโรคเรื้อรังอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีการขยายการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคสำคัญ เช่น มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม