Unknown's avatar

About SoClaimon

สุทิน คล้ายมนต์; Sootin Claimon; สอ คล้ายมนต์; SoClaimon; Bangkok Thailand; KU23,1963; NCSU USA,1974; SoilFertilizer; ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ; ทำบล็อกแรก วันที่ 26 กันยายน 2552 เวลา 17.48 น.

สรรเพชญ แจง SEC ไม่ได้มีแค่แลนด์บริดจ์ ย้ำภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ

สรรเพชญ แจง SEC ไม่ได้มีแค่แลนด์บริดจ์ ย้ำภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ

สรรเพชญ แจง SEC ไม่ได้มีแค่แลนด์บริดจ์ ย้ำภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.05 น.

“สรรเพชญ”แจง SEC ไม่ได้มีแค่”แลนด์บริดจ์” ย้ำ”ภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ” พร้อมมองอนาคตประเทศ ควบคู่การรับฟังประชาชน

18 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามทั่วไปของ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ ความคืบหน้าการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) และแนวทางการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์

นายสรรเพชญ ชี้แจงว่า ปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติ SEC ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนตามร่างกฎหมาย

ทั้งนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต โดยรัฐบาลไม่ได้เริ่มต้นจากข้อสรุปว่าจะต้องดำเนินโครงการ แต่เริ่มต้นจากการศึกษาว่าประเทศไทยควรดำเนินการหรือไม่

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ต้องมอง 2 ด้านควบคู่กัน ด้านแรกคือหากดำเนินโครงการแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ หากประเทศไทยไม่ศึกษา ไม่เตรียมความพร้อม และไม่สร้างทางเลือกใหม่เลย ประเทศจะสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง

“ในอดีตประเทศไทย เคยมีการศึกษาแนวคิดเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน ก่อนที่โครงการจะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ขณะที่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการจัดวางห่วงโซ่อุปทานใหม่ในระดับโลก หลายประเทศกำลังแข่งขันกันเพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่ง การผลิต และโลจิสติกส์ของภูมิภาค”

“คำถามสำคัญ จึงไม่ใช่เพียงว่า แลนด์บริดจ์จะคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากประเทศไทยไม่สร้างทางเลือกใหม่เลย แล้วในวันที่โลกเลือกเส้นทางการค้าใหม่ เลือกฐานการผลิตใหม่ และเลือกศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ ประเทศไทยจะยังมีที่ยืนอยู่ตรงไหนในแผนที่เศรษฐกิจโลก”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า สังคมไม่ควรมองว่า SEC มีเพียงโครงการแลนด์บริดจ์เท่านั้น เพราะเป้าหมายของ SEC คือการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ในภาพรวม โดยครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การพัฒนาเมือง การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน ภาคใต้ยังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอีกหลายโครงการที่รัฐบาลกำลังผลักดัน อาทิ โครงการรถไฟทางคู่สายใต้และการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสู่ด่านปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการขนส่งทางทะเลของภาคใต้ การพัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายรถไฟเชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจและท่าเรือสำคัญในภาคใต้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการคมนาคมและการท่องเที่ยวของฝั่งอันดามัน ตลอดจนโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง ลดระยะเวลาการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสทางการท่องเที่ยวของภาคใต้ตอนล่าง

“ภาคใต้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะจะมีแลนด์บริดจ์ หรือไม่มีแลนด์บริดจ์ แต่ภาคใต้มีศักยภาพจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การเป็นประตูเชื่อมการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ทรัพยากรทางธรรมชาติ การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมงอยู่แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อปลดล็อกศักยภาพเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่และต่อประเทศ”

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความเห็น ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง เพราะการตัดสินใจเรื่องอนาคตประเทศต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อมูลที่รอบด้าน

“รัฐบาลมีหน้าที่มองให้ไกลกว่าวาระทางการเมือง เพราะความผิดพลาดจากการตัดสินใจอาจยังมีโอกาสแก้ไขได้ แต่ความเสียหายจากการปล่อยให้โอกาสทางยุทธศาสตร์ของประเทศหลุดมือไป บ่อยครั้งไม่เปิดโอกาสให้เราเริ่มต้นใหม่เป็นครั้งที่สอง”

วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย

วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย

วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.05 น.

18 มิถุนายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่ผู้บริหารองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริหารการจัดการตลาด อ.ต.ก. ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ว่า จากนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย ด้านตลาดนำการผลิต” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ซึ่งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภค และภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ จากสถานการณ์ปัจจุบันภาคเกษตรของไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจ สงคราม และสภาพอากาศ ทำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรอย่างมาก อ.ต.ก. จึงต้องเร่งสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น พร้อมที่จะนำพาพี่น้องเกษตรกรเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน 

ทั้งนี้คำว่า “อ.ต.ก.” โดย อ. คือ ออกรุกตลาดโลก เร่งขับเคลื่อนนโยบายการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ ผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Business Matching (การจับคู่ธุรกิจ) การจับคู่เชื่อมโยงผู้ส่งออก ผู้นำเข้า แพลตฟอร์มการค้าต่างประเทศ และห้างค้าส่งหรือปลีก ให้แก่พี่น้องกลุ่มเกษตรกร รัฐวิสาหกิจชุมชน และแสวงหาโอกาสทางการค้า เดินหน้าเปิดตลาดใหม่ ขยายเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางการค้า ต. คือ ตัดข้อจำกัด ปลดล็อคระเบียบข้อบังคับ หลักเกณฑ์แบบเดิม ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน ควรดำเนินการทบทวน ปรับเปลี่ยนให้ทันสอดคล่องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อสร้างความคล่องตัวให้แก่องค์กร และ ก. คือ เก็บข้อมูล เรื่องตลาดนำจำเป็นต้องใช้ Big Data ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเทรนของผู้บริโภคในปัจุบัน ข้อมูลความต้องการสินค้าเกษตรของตลาดโลก ไปจนถึงข้อมูลของผลไม้ในแต่ละปี 

อย่างไรก็ตาม อ.ต.ก. ต้องพลิกโฉมให้เป็น Smart Market ยกระดับตลาด ยกระดับสินค้าเกษตร สร้างความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขายและผู้บริโภค ทั้งยังต้องเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรไทยด้วย

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.43 น.

CASETiFY แบรนด์สไตล์ชั้นนำระดับโลก ร่วมต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลก เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™ สินค้าลิขสิทธิ์แท้อย่างเป็นทางการสำหรับ ที่ออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลทั่วโลกโดยเฉพาะ

ความร่วมมือระหว่าง CASETiFY และ FIFA มอบอีกหนึ่งวิธีให้แฟนบอลได้พกพาความตื่นเต้นและจิตวิญญาณของการแข่งขันไว้กับตัวผ่านไอเท็มสะสมดีไซน์โดดเด่น โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเล็กชันคือดีไซน์ลายประเทศที่สามารถปรับแต่งได้ (Customizable Country Prints) ช่วยให้ผู้ใช้งานแสดงการสนับสนุนทีมชาติที่ตนเองเชียร์ได้อย่างภาคภูมิใจ

ความร่วมมือในครั้งนี้ นำเสนอคอลเล็กชันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลโดยเฉพาะ โดยการนำเอาสีสันและกลิ่นอายของการแข่งขันระดับโลกมาอยู่บนอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกหนึ่งไอเทมเด่นในคอลเล็กชันนี้คือ เคสลายประเทศแบบปรับแต่งได้ (Customizable Country Cases) ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนบอลเลือกเชียร์ทีมชาติที่ชื่นชอบ พร้อมสร้างสรรค์ดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมาพร้อมสินค้าลิขสิทธิ์อย่าง FIFA WORLD CUP 26™ Collectible Phone Case และ FIFA WORLD CUP 26™ Metal Chain Wrist Strap ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก FIFA World Cup Gold Trophy™

คอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยเคสโทรศัพท์สำหรับอุปกรณ์ Apple, Samsung และ Google รวมถึงสายนาฬิกา เคสแล็ปท็อป เคสแท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม MagSafe อีกหลากหลายประเภท นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าชุดพิเศษ (Bundle Sets) ที่คัดสรรมาอย่างลงตัว เพื่อรับความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ชื่นชอบในคอลเล็กชันนี้อีกด้วย

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.40 น.

เกาะสมุยกำลังจะเปลี่ยนไป! เมื่อความสวยงามของท้องทะเลไม่ใช่คำตอบเดียวของการแข่งขันระดับโลกอีกต่อไป ล่าสุด สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ขยับเกมใหญ่ ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายชุดสำคัญ “Samui Model” ตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หวังยกระดับ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า สู่พื้นที่ต้นแบบ (Pilot Destination) ด้านการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ลบภาพจำปัญหารถเช่าและอุบัติเหตุทางถนนแบบเบ็ดเสร็จ

ดันตราสัญลักษณ์ “SAMUI QUALITY & SAFETY” คัดเกรดผู้ประกอบการ

สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ระบุว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป กระเป๋าหนักอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “เลือก” ปลายทางที่มั่นใจได้ในความปลอดภัย สมาคมฯ จึงเสนอแนวคิด High Value Tourism เน้นดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชีย ที่พร้อมจ่ายหนักและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ไฮไลต์สำคัญคือการจัดตั้งระบบตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน “SAMUI QUALITY & SAFETY CERTIFIED” เพื่อบล็อกเกรดสถานประกอบการ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา และรถรับส่ง ที่ผ่านเกณฑ์เข้ม 4 ด้าน: คุณภาพบริการ, ความปลอดภัย, ถูกกฎหมาย และแคร์สิ่งแวดล้อม

ผุด 3 เมกะโปรเจกต์ “เซฟตี้” ล้างบางจุดเสี่ยงถนนปราบเซียน

เพราะ “ความปลอดภัย” คือหัวใจของการท่องเที่ยวระดับโลก สมาคมฯ จึงคลอดมาตรการเชิงรุกชิ้นโบแดงเพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวเจ็บ-ตายบนเกาะ โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นแผลเรื้อรังมานาน ดังนี้:

•             Tourist Safety Center Samui: ศูนย์สั่งการและประสานงานความปลอดภัยแบบไร้รอยต่อ ดึงตำรวจ ท้องถิ่น โรงพยาบาล และกู้ภัย มารวมอยู่ในวาร์ปเดียวกัน เพื่อซัพพอร์ตเหตุฉุกเฉินได้ทันที

•             Smart Safety & CCTV Network: ปูพรมติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉชีวะและเทคโนโลยีความปลอดภัยตามท่าเรือ ชายหาด และแลนด์มาร์กสำคัญ

•             Samui Road Safety Initiative 2026 (Safe Roads • Safe Tourists • Safe Samui): ปฏิวัติความปลอดภัยทางถนนด้วยโครงการ “SAFE RENTAL SAMUI” จัดระเบียบธุรกิจรถเช่าบนเกาะ ต้องตรวจใบขับขี่เข้มงวด มีหมวกกันน็อก-อุปกรณ์นิรภัยครบ และสแกนตรวจสอบมาตรฐานผ่านระบบ QR Verification ใครทำดีกฎหมายเป๊ะ รับป้ายประกาศเกียรติคุณไปเลย

วอนรัฐไฟเขียวประกาศ “พื้นที่นำร่องมูลค่าสูง”

ทางสมาคมฯ ทิ้งท้ายด้วยการส่งสัญญาณถึงภาครัฐ ขอแรงหนุน 5 ข้อเสนอเพื่อดันให้ “Samui Model” เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการประกาศให้เกาะสมุยเป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ, อัดฉีดงบประมาณด้านระบบ Smart Safety, และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม-สาธารณูปโภคเพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง

“Samui Model จะไม่หยุดอยู่แค่ที่สมุย แต่นี่คือพิมพ์เขียวระดับชาติที่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย มั่นใจ

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก” ชวนคนไทยออกเดินทางสู่ 8 มรดกโลกของไทย ผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสานเกม การสำรวจ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้นโยบายการท่องเที่ยวปี 2569 ที่มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจาก “การท่องเที่ยวเชิงปริมาณ” สู่ “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” ตามแนวคิด Value is the New Volume เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจากการ “ไปชมสถานที่” ให้กลายเป็นการออกเดินทางเพื่อ “ตามหา ค้นพบ และสะสมประสบการณ์” ในพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO รวม 8 แห่ง แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร

นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมืองโบราณศรีเทพ ภูพระบาท เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งแต่ละแห่งล้วนเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพที่ทรงคุณค่าของประเทศ

โครงการ “Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก” พัฒนาขึ้นในรูปแบบ Gamification ผ่านเทคโนโลยี AR โดยนักท่องเที่ยวจะได้เดินทางไปยังพื้นที่จริง ผ่านแนวคิด “ล่า – ท้า – แลก – เที่ยว” “ล่า” ออกเดินทางไปยังแหล่งมรดกโลกเพื่อตามหา Heritage Items “ท้า” ทำภารกิจสะสมไอเทมที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของสถานที่ “แลก” สะสมไอเทมเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์หรือของรางวัล และ “เที่ยว” ต่อยอดให้เกิดการเข้าพัก การใช้จ่าย และการกระจายรายได้ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก ไฮไลต์ของรางวัล อาทิ ดีลพิเศษ ส่วนลดสินค้าและบริการ Voucher สปา โรงแรม ที่พัก และสิทธิประโยชน์จากพันธมิตร กว่า 2,000 รายการ

ททท. มุ่งหวังให้โครงการ “Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก” เป็นอีกหนึ่งกลไกในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เกิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงคุณค่าในพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม เพิ่มมูลค่าการเดินทาง กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความยั่งยืน

ผู้ที่สนใจเดินทางตามรอยแหล่งมรดกโลกของไทยทั้ง 8 แห่ง สามารถร่วมกิจกรรมเกมได้ที่เว็บไซต์ http://www.Heritage-Treasure.com พร้อมติดตามรายละเอียด โปรโมชัน ส่วนลด และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของโครงการ ได้ที่ Facebook Page: Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก

ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.21 น.

“รอยยิ้ม” เป็นองค์ประกอบสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นจุดที่ช่วยสร้างบุคลิกภาพที่ดี รอยยิ้มที่สวยงามและมั่นใจนั้นสามารถเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มที่สวยงามต้องมาพร้อมกับสุขภาพฟันและช่องปากที่แข็งแรง ดังนั้น การพิจารณาเลือกรับบริการทางทันตกรรมอย่างการ “จัดฟันแบบใส” ที่ให้ความสำคัญกับรากฐานสุขภาพฟันควบคู่ไปกับความสวยงาม จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนที่สุด ซึ่งแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากแบบองค์รวมนี้ คือแนวทางสำคัญที่เดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic) นำมาเป็นหัวใจหลักในการให้บริการ

ทำความรู้จักแนวทางการดูแลรอยยิ้มแบบองค์รวม

การดูแลสุขภาพช่องปากในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปรับแต่งรูปร่างหรือการเรียงตัวของฟันเท่านั้น แต่มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) ที่มีแนวคิดที่ “ให้ความสำคัญกับคนไข้เป็นอันดับแรก” ให้บริการโดยคำนึงถึงคนไข้เป็นหัวใจสำคัญ ทางเดนทอลไวส์คลินิกจึงมีเป้าหมายหลักคือ การสร้างเสริมสุขภาพฟันที่ดีจากภายในสู่ภายนอก และมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามความคาดหวัง ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • การสื่อสารด้วยความเข้าใจ – ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการสอบถามข้อมูล ประเมินสุขภาพช่องปาก ไปจนถึงการแนะนำแผนการรักษาอย่างโปร่งใส เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจและมั่นใจในกระบวนการดูแลรักษา
  • บริการที่เป็นมืออาชีพจากทุกภาคส่วน – ไม่ว่าจะเป็นทีมต้อนรับ ผู้ช่วยทันตแพทย์ หรือตัวทันตแพทย์เองที่ให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพและเป็นมิตร เพื่อลดความกังวลในการทำทันตกรรม
  • สภาพแวดล้อมสะอาดและเทคโนโลยีทันสมัย – คลินิกทันตกรรมที่ดีควรยึดถือมาตรการทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด ผนวกกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น เครื่องสแกนฟันดิจิทัล เครื่องเอกซเรย์ หรือเครื่องเลเซอร์ทันตกรรม ภายใต้บรรยากาศคลินิกที่ผ่อนคลาย ที่ล้วนส่งเสริมให้คนไข้ได้รับประสบการณ์ที่ดี

ด้าน ทพ.ณพงษ์ พัวพรพงษ์ ได้ให้มุมมองถึงความสำคัญของการดูแลและทำความเข้าใจคนไข้ว่า

“รอยยิ้มที่สวยงามพร้อมรูปหน้าที่ถูกปรับให้ดูดีขึ้น จำเป็นต้องมาพร้อมการบดเคี้ยวที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เพราะการบดเคี้ยวที่ดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพของคนไข้ในอนาคต อย่างไรก็ตามไม่ว่าทันตแพทย์จะมีเทคนิคการจัดฟันที่ดีเพียงใด ทางฝั่งคนไข้เองคนไข้ทุกคน ก็มีรอยยิ้มในอุดมคติที่คาดหวัง และมีข้อกังวลที่ต้องการแก้ไขอยู่ในใจเช่นกัน การรับฟังและใส่ใจในความต้องการและอธิบายอย่างชัดเจนโปร่งใสถึงความเป็นไปได้หรือไม่ได้เป็นหัวใจหลักของการรักษาที่ทีมทันตแพทย์ประจำเดนทอลไวส์คลินิกให้ความสำคัญเสมอ พูดง่ายๆ คือ จริงใจไม่ขายฝัน

ทางเลือกในการดูแลสุขภาพช่องปากครบวงจร

เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบถ้วน สถานพยาบาลทางทันตกรรมที่ได้มาตรฐานจึงควรมีทางเลือกในการรักษาอย่างครอบคลุม ที่เดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic) มุ่งมั่นให้บริการแบบองค์รวม พร้อมมอบบริการที่ใส่ใจและเป็นมืออาชีพ โดยรวบรวมบริการทางทันตกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาฟัน อาทิ

  • ทันตกรรมทั่วไป (การขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน)
  • ทันตกรรมสาขาเฉพาะ เช่น การรักษารากฟัน การรักษาโรคเหงือก การผ่าตัดในช่องปากและฟันคุด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ
  • ทันตกรรมรากฟันเทียม (Dental Implant) และทันตกรรมประดิษฐ์
  • ทันตกรรมเพื่อแก้ไขรอยยิ้มด้วยวีเนียร์และครอบฟัน
  • การฟอกสีฟัน (Philips Zoom!)
  • การจัดฟันแบบใส (Invisalign) ด้วยประสบการณ์ระดับ Invisalign Diamond Provider 9 ปีต่อเนื่อง
  • การจัดฟันด้านใน (Brava by BRIUS) การจัดฟันระบบดาม่อน (Damon System) และการจัดฟันแบบปกติด้วยอุปกรณ์ 3M (Conventional Braces)

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนดูแลสุขภาพช่องปากและต้องการปรับปรุงรอยยิ้มให้เปล่งประกายอย่างยั่งยืน สามารถสอบถามข้อมูลพื้นฐาน หรือปรึกษาแนวทางการรักษากับทีมงานได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

ติดต่อเดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic)

โทร. : 086-412-2828 / 02-392-2628 / 099-838-1833 (Japanese Hotline)

LINE Official : @dentalwise

เว็บไซต์ : www.dentalwiseclinic.com

วันและเวลาเปิดทำการ

จันทร์ – ศุกร์ 10.30 – 19.30

เสาร์ – อาทิตย์ 09.30 – 18.30

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเนื่องในโอกาสวันกำเนิดครบรอบ 9 ปีสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย (112 ปี วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย)…

ll ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรนักปกครองท้องถิ่น ระดับสูง รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569…

ll พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, วิรัตน์ รักษ์พันธ์, ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร, รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม, ดร.ชมภารีชมภูรัตน์, ฉันทานนท์ วรรณเขจร, ชยันต์ ศิริมาศ, ธีรนันท์ ศรีหงส์, ดร.ศุภกร สิทธิไชย, ม.ล.ภาริพงศ์ ทองใหญ่, ดร.เทอดพงษ์ หงษ์หิรัญเรือง, เกศรา มัญชุศรี, รศ.ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร, ดร.นภนวลพรรณ ภวสันต์, เฉลิมพล โชตินุชิต, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, กษาปณ์ เงินรวง, ภัทรา สุวรรณเดช, ชมนาถ พรสมผล, ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล,ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์, รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์, กำพล โชคสุนทสุทธิ์, จงกลนี แก้วสด, ศศิพัชร์ จ่างจรูญโรจน์, กษมา กองสมัคร, โอม ศิวะดิตถ์ ร่วมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมวิพากษ์ในงานการนำเสนอผลงานวิชาการหลักสูตร Digital CEO#9 ณ รร.เอส 31 สุขุมวิท 20 มิ.ย. 09.30-12.00 น…

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาคจากหนึ่ง รุ่งโรจน์ธนกุล พร้อมด้วย คุณสิริญญา พรหมอ่อน เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมงานกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 52 ปี พ.ศ. 2569…

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ สร้างรัฐ หัตถวงษ์ที่ได้รับเลือกเป็น ประธานคณะกรรมการวิชาการด้านมาตรฐานสถาบันประเมินและรับรองเทคโนโลยีดิจิทัล ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC)…

ll รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และ ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา ต้อนรับคณะผู้บริหารจากวังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก นำโดย กมลทิพ พยัฆวิเชียร ที่เข้าเยี่ยมชมและศึกษารูปแบบ
การดำเนินงานของคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียม…

ll ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส นอกจากรับบทที่ปรึกษาแล้ว ยังรับบทอินฟูลฯให้กับ สยามเฟรช เอ็นเตอร์ไพรซ์ ไปโปรโมท
ทุเรียนและมังคุดเกรดพรีเมียมถึงไต้หวันแล้วต่อที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 วันสุดท้ายของงานที่ทั้งท่านนายกฯ
และ รมว.พาณิชย์ แวะชิมทุเรียนหมอนทองกันสนุกสนาน…

ll ชัชฎา อภิชาสุทธากุล ต้อนรับ ดร.ภาสกร ประถมบุตร พร้อมคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 ที่มาศึกษาดูงาน ณ บจ. ทัช เทคโนโลยี…

ll สมพร มาอุทธรณ์,สุมาลา มหาศิริ และ นพ.ประเสริฐ โฆสรัสวดี ร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาเยาวชน ของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย…

ll เพื่อนๆ ชาว Digital CEO#6 ร่วมแสดงความเสียใจกับ สมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ ที่สูญเสียคุณพ่ออุ้ยลิ้ม แซ่ตั้ง…

ll สวดพระอภิธรรมศพ พล.อ.ต.หญิง สุภาวดี ไกรสรทองศรี 17-19 มิ.ย. ศาลา 14วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และประชุมเพลิง 20 มิ.ย.17.00 น. เมรุ 1 

ll สถาบันวิทยาการตลาดทุนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิญศิษย์เก่า วตท. ทุกคนเข้าร่วมพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรวตท. รุ่นที่ 38 วันที่ 11 ก.ค. เวลา 09.30-12.45 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สถาบันวิทยาการตลาดทุน…

ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย

ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ  ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย

ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.22 น.

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพความสำเร็จของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน ความสามารถพิเศษ การแข่งขัน หรือพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าวัย ภาพเหล่านี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานที่พ่อแม่จำนวนมากนำมาเปรียบเทียบกับลูกของตนเองโดยไม่รู้ตัว จนทำให้ความรัก ความหวังดี และความตั้งใจที่จะผลักดันลูก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันที่บั่นทอน “ความสุข” และทำให้ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของลูกค่อยๆ ถูกบั่นทอนลงอย่างเงียบๆ จนกลายเป็นบาดแผลในจิตใจที่อาจติดตัวไปตลอดชีวิต

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ปัจจุบันสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กจำนวนมากกำลังถูกลดทอนจากการเป็น “มนุษย์” ที่มีความคิด ความรู้สึก และจังหวะการเติบโตเฉพาะตัว ให้กลายเป็น “คอนเทนต์” หรือเครื่องมือสะท้อนความสำเร็จของผู้ใหญ่บนโลกออนไลน์  พ่อแม่จำนวนไม่น้อยกำลังเผลอนำลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ จนทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ และไม่มีคุณค่ามากพอที่จะได้รับการยอมรับ ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กทุกคนมีจังหวะการเติบโต มีความสามารถ และมีตัวตนที่แตกต่างกัน

แม้ความคาดหวังของพ่อแม่จะไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างรุนแรงคือวิธีการแสดงออกของความคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการบีบบังคับ การตำหนิ การประชดประชัน การตั้งเงื่อนไขในการมอบความรัก หรือการเปรียบเทียบกับผู้อื่น พฤติกรรมเหล่านี้กำลังส่งสารไปยังเด็กว่า “คุณค่าของเขาขึ้นอยู่กับความสำเร็จ” มากกว่าความเป็นตัวตนที่แท้จริง เมื่อเด็กไม่สามารถทำทุกอย่างตามที่พ่อแม่ตั้งมาตรฐานไว้ เขาจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “หนูยังดีไม่พอใช่ไหม” และค่อย ๆ สูญเสียความภาคภูมิใจในตนเอง หรือ Self-Esteem ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพจิต ส่งผลให้เด็กจำนวนมากป่วยด้วยปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่น่ากังวลในปัจจุบันคือ เด็กจำนวนมากกำลังเติบโตภายใต้แรงกดดันที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะแรงกดดันจากการเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ การเร่งพัฒนาการเกินวัย และความคาดหวังจากพ่อแม่ที่สูงเกินกว่าศักยภาพของเด็กจะทำได้ โดยหลายครอบครัวยังคงมีความเชื่อผิด ๆ ว่า “การเปรียบเทียบ” เป็นแรงผลักดันให้ลูกพัฒนาตัวเอง แต่ในความเป็นจริง เด็กที่ถูกเปรียบเทียบจะเกิดความรู้สึกด้อยค่า ขาดความมั่นใจ และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

พญ.ปรานี ให้ข้อมูลต่อว่า เมื่อเด็กถูกเปรียบเทียบบ่อย ๆ จะเกิดความเครียดสะสม ส่งผลให้สมองทำงานผิดปกติ กระทบต่อความจำ สมาธิ การเรียนรู้ และการควบคุมอารมณ์ ในบางรายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและการทำงานของสมองในระยะยาว จนเปรียบได้กับการเกิด “รอยแผลเป็นในสมอง” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต บาดแผลทางใจไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อความรู้สึกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทำงานของสมองโดยตรง เมื่อเด็กต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน หรือความรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเซลล์สมองและระบบประสาท เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ในอนาคต

“โซเชียลมีเดีย” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างค่านิยมผิด ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก เด็กจำนวนมากถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพของ “เด็กที่เก่งและสมบูรณ์แบบ” ที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ พ่อแม่บางคนเสพสื่อจนเกิดความกดดันและความคาดหวัง อยากให้ลูกสมบูรณ์แบบเหมือนภาพที่ตนเห็นบนสื่อออนไลน์ พยายามเร่งพัฒนาการลูกผ่านการเรียนพิเศษหรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ลูกประสบความสำเร็จก่อนวัยอันควร จนเด็กไม่มีเวลาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือใช้ชีวิตตามวัยอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ การโพสต์รูปภาพ คลิปวิดีโอ หรือเรื่องราวของลูกบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ยังอาจสร้างร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) ที่ส่งผลต่อเด็กในอนาคต ทั้งในด้านความเป็นส่วนตัว ความภาคภูมิใจในตนเอง และความรู้สึกมีคุณค่า

พญ.ปรานี กล่าวปิดท้ายว่า เป้าหมายของการเลี้ยงลูกไม่ใช่การสร้างเด็กที่ประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นการสร้างเด็กที่มีความสุข มีความภาคภูมิใจในตนเอง และมีภูมิคุ้มกันทางใจที่แข็งแรง เพราะเด็กที่มี Self-Esteem ที่ดี จะสามารถรับมือกับความผิดหวัง ความล้มเหลว และความท้าทายในชีวิตได้ดีกว่าเด็กที่มีเพียงความสำเร็จ แต่ขาดความสุขในการใช้ชีวิต

สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ต้องยอมรับในตัวตนของลูก ชื่นชมในความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น เปิดพื้นที่ให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น รับฟังความรู้สึกอย่างจริงใจ และทำให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับหัวใจของลูก เพราะความสุขในวัยเด็ก คือรากฐานสำคัญของสุขภาพจิตที่แข็งแรงตลอดชีวิต

“ลูกไม่ใช่คอนเทนต์ ไม่ใช่ถ้วยรางวัล และไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของพ่อแม่ สิ่งที่เด็กต้องการมากที่สุดไม่ใช่ยอดไลก์ ไม่ใช่รางวัล หรือการเป็นที่หนึ่ง แต่คือการได้รับความรัก การยอมรับ และความรู้สึกปลอดภัยจากคนในครอบครัว”

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการคำแนะนำในการดูแลสุขภาพใจของลูก การสื่อสารในครอบครัว หรือการรับมือกับความคาดหวังที่อาจส่งผลต่อเด็ก สามารถปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital

สภากาชาดไทย- GC ชวนส่งต่อพลังแห่งการให้ ผ่านแคมเปญ “ได้บุญ ได้ตุ๊กตาผ้าห่มม้า”

สภากาชาดไทย- GC ชวนส่งต่อพลังแห่งการให้  ผ่านแคมเปญ “ได้บุญ ได้ตุ๊กตาผ้าห่มม้า”

สภากาชาดไทย- GC ชวนส่งต่อพลังแห่งการให้ ผ่านแคมเปญ “ได้บุญ ได้ตุ๊กตาผ้าห่มม้า”

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.07 น.

สภากาชาดไทย โดย iRedcross ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงิน 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย พร้อมรับ “ตุ๊กตาผ้าห่มม้า” ของที่ระลึกสุดพิเศษจำนวนจำกัดเพียง 200 ชิ้น ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่ http://www.iredcross.org และรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทาง Green Red Cross ของสภากาชาดไทยที่มุ่งส่งเสริมการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย GC ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาต่อยอดวัสดุใช้แล้วผ่านกระบวนการ Upcycling เพิ่มมูลค่าเป็น “ตุ๊กตาผ้าห่มม้า” ของที่ระลึกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนการผสานพลังแห่งการให้และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

สำหรับแคมเปญ “ได้บุญ ได้ตุ๊กตาผ้าห่มม้า” เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านมนุษยธรรมและภาคเอกชนที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ผ่านการนำทรัพยากรที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ พร้อมส่งต่อโอกาสและการสนับสนุนแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วประเทศ รายได้จากการบริจาคจะนำไปสนับสนุนพันธกิจหลัก 4 ด้านของสภากาชาดไทย ได้แก่ ด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย ด้านการบรรเทาทุกข์ ด้านการบริการโลหิต และด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ประสบภัย ผู้ด้อยโอกาส และประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วประเทศ

ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นตัวอย่างของการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมที่เชื่อมโยงมิติด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน โดยสภากาชาดไทยพร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรม และร่วมสร้างคุณค่าต่อสังคมผ่านความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคผ่านแคมเปญ “ได้บุญ ได้ตุ๊กตาผ้าห่มม้า” ได้ที่ www.iredcross.org เพื่อร่วมส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วประเทศ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2569

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม  นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2569

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.04 น.

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม  ปี 2569 ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปนิพนธ์ของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ชั้นปีสุดท้ายของปีการศึกษา 2568 จากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านศิลปะ 47 แห่งทั่วประเทศ รวม 177 ชิ้น มาจัดแสดงร่วมกันตั้งแต่วันนี้ – 2 สิงหาคม 2569

จากเจตนารมณ์ที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ให้ได้มีพื้นที่ในการแสดงผลงานศิลปกรรม นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม เป็นนิทรรศการที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีความภาคภูมิใจที่ได้ริเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2552 และยังคงจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องด้วยเป็นนิทรรศการที่มีผู้ชมรู้จัก และให้ความสนใจติดตามเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศมาโดยตลอด สำหรับในปีนี้ มีสถาบันตอบรับเข้าร่วมแสดงรวม 47 แห่ง โดยคณาจารย์ของแต่ละสถาบันได้คัดเลือกผลงาน ของนักศึกษาระดับปริญญาโท สถาบันละ 2 คน และระดับปริญญาตรี สถาบันละ 3 คน ส่งผลงานมาร่วมแสดงคนละ 1 ชิ้น รวมผลงานที่จัดแสดง 177 ชิ้น ประกอบด้วยผลงานหลากหลายเทคนิค อาทิ ผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม และงานจัดวาง

นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม มิเพียงแต่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นการแนะนำนิสิต นักศึกษา ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน และสร้างความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็นศิลปินอาชีพในอนาคต

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2569 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน (ปิดวันพุธ) เวลา 10.00 – 19.00 น. เพื่อร่วมเสริมสร้างกำลังใจและสนับสนุนให้นิสิต นักศึกษา ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โทร.02-281-5360-1 Facebook: หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ