มูลนิธิบัวหลวง ชวนชม นิทรรศการ “ทศวรรษที่ 4 จิตรกรรมบัวหลวง”

มูลนิธิบัวหลวง ชวนชม นิทรรศการ  “ทศวรรษที่ 4 จิตรกรรมบัวหลวง”

มูลนิธิบัวหลวง ชวนชม นิทรรศการ “ทศวรรษที่ 4 จิตรกรรมบัวหลวง”

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

มูลนิธิบัวหลวง ร่วมกับ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดนิทรรศการ “ทศวรรษที่ 4 จิตรกรรมบัวหลวง” โดยเป็นการรวบรวมผลงานของศิลปินที่ได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงตั้งแต่ครั้งที่ 31 – 40 (พ.ศ. 2552-2561) ระหว่างวันที่ 21 มีนาคม – 24 พฤษภาคม 2569 โดย ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย เป็นประธานเปิดงาน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ  หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

มูลนิธิบัวหลวง ได้จัดการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี  จึงมีความคิดที่จะนำผลงานที่เคยได้รับรางวัลจิตรกรรมบัวหลวงตั้งแต่ครั้งแรกกลับมาแสดงควบคู่กับผลงานใหม่ของศิลปินท่านเดิม เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิด เทคนิค และฝีมือของศิลปิน โดยแบ่งการจัดนิทรรศการเป็น 3 ช่วงทศวรรษ ซึ่งได้จัดนิทรรศการทศวรรษที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2551 ทศวรรษที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2553 และทศวรรษที่ 3 ในปี พ.ศ. 2555 สำหรับนิทรรศการทศวรรษที่ 4 จิตรกรรมบัวหลวงในครั้งนี้ เป็นการนำผลงานของศิลปิน 52 ท่าน ที่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ 31 – 40 ในช่วง พ.ศ. 2552 – 2561 มาจัดแสดงคู่ผลงานใหม่ที่เหล่าศิลปินคัดสรรด้วยตนเอง รวมทั้งสิ้น 141 ชิ้น

ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย พร้อมด้วย, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กก.มูลนิธิหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ศ.เกียรติคณปรีชา เถาทอง ปธ.กก.ตัดสินรางวัลจิตรกรรมบัวหลวง ธงชัย รักปทุม, ศ.เกียรติคุณสันติ เล็กสุขุม, ปัญญา วิจินธนสาร, ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ และ ณินทิรา โสภณพนิช กก.และเหรัญญิกมูลนิธิหอศิลป์ฯ

การนำผลงานชิ้นสำคัญที่เคยได้รับรางวัลจากทั้ง 3 ประเภท คือ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี จิตรกรรมไทยแนวประเพณี และจิตรกรรมร่วมสมัย กลับมาจัดแสดงอีกครั้ง นอกจากเพื่อเป็นการเชิดชูศิลปินบัวหลวงที่มีฝีมือที่โดดเด่นแล้ว ยังสามารถสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดและกระบวนการ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของแต่ละยุคสมัยของศิลปิน ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงวิวัฒนาการของผลงานของศิลปินแต่ละท่าน

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดทั้ง 4 ชั้น ตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา10.00-19.00น. ทุกวัน (ปิดวันพุธ)

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช มอบของที่ระลึกแก่ ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย ประธานเปิดงาน

มหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย”

มหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย”

มหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย”

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.44 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย”  ยกระดับให้สงกรานต์ประเทศไทยเป็นเทศกาลระดับโลก (Global Festival) เพื่อสืบสานและเชิดชูคุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยามในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก ที่มอบประสบการณ์การฉลองปีใหม่ไทยแบบครบทุกมิติ  ตั้งแต่วันนี้  – 15 เมษายน 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม ในฐานะผู้นำการจัด ICONIC EVENT สร้างประสบการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง จัดงาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026” นำเสนอเสน่ห์ของประเพณีวัฒนธรรมไทยที่หาชมได้ยาก ยกระดับให้สงกรานต์ประเทศไทยเป็นเทศกาลระดับโลก (Global Festival) ภายใต้แนวคิดสาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ พร้อมพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ปุริ จำกัด, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, บริษัท ซิตี้ ไอซ์ จำกัด, Beverly Hills Polo Club, Sapporo Beer, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท นิสชิน ฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, แบรนด์ Havaianas, น้ำแร่ 6ty degrees, บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด, DREAME THAILAND และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS) และ เมืองสุขสยาม ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษผ่านเทศกาลสงกรานต์  ชูไฮไลต์แบบ THAICONIC ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยกับความบันเทิงแห่งยุคครบทุกมิติ โดยได้รวบรวมไอคอนของประเทศไทยในทุกมิติ มาบรรจบกับเทศกาลฉลองปีใหม่ไทย ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม สัญลักษณ์ของชาติ จนถึงตัวแทนแห่งยุค เพื่อร่วมเชิดชูและสืบสานความงดงามของวัฒนธรรม สู่เทศกาลสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยามในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก  

ไอคอนสยามผนึกกำลังพันธมิตร นำสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

โชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ถึงระดับฐานราก ดังนั้น สงกรานต์ในประเทศไทยไม่ใช่แค่ประเพณีการเล่นสาดน้ำ แต่สงกรานต์ในประเทศไทยคือเทศกาลแห่งคุณค่าและเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ของไทยที่มีเอกลักษณ์ระดับโลก ซึ่ง UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2566

เพราะในเทศกาลสงกรานต์ ยังมีความน่าสนใจและมีความลึกซึ้งในมิติด้านต่าง ๆ ทั้งในเชิงคุณค่าและสาระของประเพณี ที่ประกอบไปด้วย ความกตัญญู การทำบุญ รวมถึงประวัติศาสตร์ เรื่องราว วิถีชีวิตแบบไทย อัธยาศัย น้ำใจไมตรี ความสุขสนุกสนาน ในแบบคนไทย ในแต่ละพื้นที่ก็มีการจัดงานสงกรานต์ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางอัตลักษณ์วัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงและถ่ายทอดผ่านอาหาร การแต่งกาย (ชุดไทย) งานฝีมือ ศิลปะการแสดงและการละเล่นพื้นบ้าน ที่สวยงามโดดเด่นไม่เหมือนชาติใดในโลก

การต่อยอดประเพณีสงกรานต์ ให้เกิดเป็น Soft Power และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ คือการพัฒนาและยกระดับทำให้ประเพณี/วัฒนธรรมไทย “ขายได้” นั่นคือเป้าหมาย เมื่อมาเที่ยวแล้วก็จะไปสู่การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ โดยนำเสนอสิ่งที่ดีงาม เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ความเป็นไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระตุ้นนักท่องเที่ยวให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น (ไม่ว่า ค่าที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร การแต่งกาย(ชุดไทย) งานฝีมือ) สามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง และทำให้ประเพณีสงกรานต์ของไทยเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งตารอคอยที่จะได้มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ประเทศไทย อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต และอยากกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง  หากเรานำเสนอให้ครบมิติ ทั้งความสนุกและอัตตลักษณ์ ก็จะสร้างภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง ที่ทำให้คนทั่วโลกอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง ดังนั้นเป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้ “คนมาเล่นน้ำ” แต่คือการพัฒนาต่อยอดให้เป็น soft Power  ของไทยในระดับโลก และทำให้ “โลกอยากมาสัมผัสความเป็นไทย” และยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์นั้น

นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า  ปีนี้ ททท. พร้อมเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุข สาดสุขรับปีใหม่ไทย ตอกย้ำศักยภาพของสงกรานต์ไทยสู่การเป็นหนึ่งใน Global Festival ระดับโลก และสร้างภาพจำใหม่ของ “สงกรานต์ไทย” ในมิติที่ยิ่งใหญ่ ทันสมัย เข้าถึงผู้คนทุกวัย พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Festival Destination” ของโลก 
โดยส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทยผ่าน 2 กิจกรรมไฮไลต์สำคัญ งาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ซึ่งจัดการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียง ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรมตลอด 5 วัน รวมถึง งาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์ไทยผสานคำว่า “เสน่ห์” เข้ากับ “งานศิลปะ” ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของศิลปินไทยเจ้าของ Character  ต่าง ๆ 

นอกจากนี้ ททท. ยังได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมและร่วมประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์การเดินทางระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 รวม 5 วัน คาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา  โดยตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ เข้าประเทศราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และ ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 

สำหรับพิธีเปิดงาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 ในวันนี้ (10 เมษายน) ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจากคุณโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมพิธีเปิดงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ภายในพิธีเปิดงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของความรื่นเริงครื้นเครงไปกับขบวนกลองยาว และเพลงมงเท่งมง สงกรานต์ดีใจ  ซึ่งเป็นเพลงที่สะท้อนวัฒนธรรมเมืองไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ซึ่งถ่ายทอดผ่านลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อยผสานจังหวะที่สดใส โดยได้คู่จิ้นสุดฮอต ซี – พฤกษ์ พานิช และ นุนิว – ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ มาร่วมในการแสดงสุดพิเศษในครั้งนี้ด้วย 


นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังได้มอบประสบการณ์สงกรานต์แบบ THAICONIC ผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยกับความบันเทิงให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์สงกรานต์แบบครบทุกมิติ 
THAICONIC WATER FESTIVAL สาดความสุข สนุกสุดเหวี่ยงกับประสบการณ์เล่นน้ำสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นำ “ช้าง” สัญลักษณ์ของประเทศไทย มาตีความใหม่เป็นแลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลองผ่านช้างยักษ์พ่นน้ำ เป็น Water Landmark ขนาดใหญ่สูง 9 เมตร ผลงาน Art Collaboration จากศิลปิน Dee SweetDrug Studio  โดยมีชื่อว่า “ฉ่ำบุญและรินสุข นอกจากนี้ไอคอนสยามยังใส่ใจในความปลอดภัยในการเล่นน้ำของเด็กและทุกคนในครอบครัว จัด Kids Zone โซนพิเศษสำหรับเด็กเล็กเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยโซนเป่าแห้งพลังงานสะอาดจาก Solar Cell เพื่อให้ทุกท่านสามารถใช้เวลากับครอบครัวหลังจากเล่นน้ำได้ภายในไอคอนสยามอีกด้วย 


THAICONIC HERITAGE สุขใจวิถีไทย ชมขบวนแห่นางสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ในวันที่ 11 เมษายน 2569  พบกับคู่หวานไอคอนแห่งยุค หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์รากษสเทวี ในชุดไทยประยุกต์งามสง่า จากนั้นวันที่ 13 เมษายน 2569 พบกับ 7 สาว 4EVE มายด์, โจริญ, ตาออม, แฮนน่า, ฝ้าย, พั้นช์ และอ๊ะอาย เป็นนางสงกรานต์รากษสเทวี ในลุคชุดไทยสวยสง่าหวานละมุน 
พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า  ถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยต้นตำรับและเมนูพื้นถิ่นจากทั่วประเทศ รวมถึงเมนูคลายร้อนทั้งไทยและนานาชาติจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 170 ร้าน ภายในไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม และ ICS (ตรงข้ามไอคอนสยาม)   นอกจากนี้ขอเชิญร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในวันผู้สูงอายุ 13 เมษายน เพื่อแสดงถึงความเคารพต่อบิดามารดา ผู้ใหญ่ หรือผู้มีพระคุณ อีกทั้งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ได้ที่ไอซีเอส 


THAICONIC ENTERTAINMENT นอกจากความยิ่งใหญ่งดงามของขบวนแห่นางสงกรานต์แล้ว ไอคอนสยามยังมอบความสนุกสุดมันกับปรากฏการณ์ความบันเทิงแบบจัดเต็ม โดยรวมศิลปินและไอคอนแห่งยุคมามอบความสุข สนุกในเทศกาลสงกรานต์ กับมินิคอนเสิร์ตจาก 76 ศิลปินชั้นนำ และกองทัพศิลปินอีกมากมายกว่า 300 ชีวิต  เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม และ Event Space ชั้น M ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) 
11 เม.ย. ชมขบวนแห่นางสงกรานต์สุดตระการตา และต่อมินิคอนเสิร์ตจาก เติ้ล เฟิร์สวัน และ ตี๋ตี๋-ป๋อ 
12 เม.ย. พลาดไม่ได้กับมินิคอนเสิร์ตจาก อู่อู๋-เซฟ, DOMUNDI GEN 5, ริวจิน-แพทจิ  และชมลิเกขวัญใจแม่
ยกศรราม น้ำเพชร สนุกต่อเนื่องไปกับ New Country 
13 เม.ย. ชมขบวนแห่นางสงกรานต์สุดตระการตา และสนุกกันต่อกับมินิคอนเสิร์ตจาก ALTERS, INC MATAWEE, CIR*CRL และปิดท้ายค่ำคืนด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก 4EVE 
14 เม.ย. ชมการประชันระนาดไทยระหว่าง ครูเบิ่ง ทวีศักดิ์ อัครวงษ์ และ Fino the Ranad ปาเจร พัฒนศิริ หลังจากนั้น ต่อด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ตที่ทั้งสนุกปนฮากับแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก ต่อด้วยหนุ่มๆจากวง  ATLAS ที่จะมามอบความสุข สนุกส่งท้ายค่ำคืนนี้ 
15 เม.ย. ไม่ควรพลาดกับมินิคอนเสิร์ตจากคู่จิ้นสุดฮอต ต้าห์อู๋-ออฟโรด ต่อด้วย KT KRATAE ผู้ปลุกกระแสแฟชั่น “ห่มสไบใส่กางเกงยีนส์”  จะมาชวนกันแดนซ์กระจายปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์  
นอกจากนี้ เพลิดเพลินกับการแสดงทางวัฒนธรรมอันงดงามแบบไทยตั้งแต่วันนี้  -15 เม.ย. อาทิ ชมการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย (ศรศิลป์ ), การแสดงหุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์), การแสดงโขน รามเกียรติ์ ตอน “จองถนน จับสุพรรณมัจฉา พระรามปราบมาร”, การแสดงประชันเปิงมางคอกสำแดงสด  และรื่นเริงกับการแสดงดนตรีโปงลางย้อนยุคยามค่ำคืน ในบรรยากาศสนุกสนานในวันที่ 13 เม.ย. ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G 
ด้าน ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ได้จัดเต็มความบันเทิงตลอด 6 วัน อาทิ การประกวดหนูน้อยสงกรานต์ในชุดผ้าไทยร่วมสมัย และชมการแข่งขันการประกวดร้องเพลง ICS Songkran Singing Contest 2026 รุ่นเด็ก รุ่นเยาวชน และรุ่นเก๋า  ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษจากศิลปินค่าย DOMUNDI ที่จะมามอบความสุขและสนุกให้กับแฟนๆอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เติ้ล-เฟิร์สวัน, ตี๋ตี๋-ป๋อ, อู่อู๋-เซฟ, ริวจิน-แพทจิ, DOMUNDI GEN 5, รวมถึงศิลปิน inthe8ight และ XEBIS ENTERTAINMENT

THAICONIC BLESSED BEGINNINGS สิริมงคล รับพลังบุญ ต้อนรับปีใหม่ไทย ไอคอนสยาม เชิญทุกท่านร่วมสรงน้ำพระปางประทานพร  ณ ริเวอร์ พาร์ค  และหลวงพ่อเงิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 700 ปี จากวัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) จังหวัดอุบลราชธานี พระอุปคุต พระประจำวันเกิด ณ เมืองสุขสยาม และสรงน้ำพระ 4 ภาคได้แก่ หลวงพ่อโสธร ภาคกลาง พระพุทธสิหิงค์ ภาคใต้ พระพุทธชินราช ภาคเหนือ และหลวงพ่อพระใส ภาคอีสาน ณ ICS Lifestyle Complex  เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความสุข ความศรัทธา และความเจริญรุ่งเรือง เสริมพลังชีวิตและความเป็นสิริมงคล 

ช็อปฉุ่มช่ำ กับแคมเปญโปรโมชั่นสุดคุ้ม
นอกจากนี้ไอคอนสยามยังเดินหน้ากระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลด้วยแคมเปญ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION” ให้สมาชิก ONESIAM ใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินผ่านการช็อปปิ้งสินค้าและบริการภายในไอคอนสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ พร้อมรับสิทธิพิเศษ ตั้งแต่วันนี้  – 26 เมษายน 2569
• ช็อปสินค้าหรือบริการครบ 1,200 บาทขึ้นไป แลกรับ กระเป๋ากันน้ำ พร้อม POSTCARD 5 ลาย (คละแบบ) ศิลปิน เติ้ล-เฟิร์สวัน, ตี๋ตี๋-ป๋อ, อู่อู๋-เซฟ, ริวจิน-แพทจิ และ DMD GEN 5 (รวม 4,500 สิทธิ์ตลอดรายการ) พร้อมเลือกรับเพิ่ม ที่นั่งชมมินิคอนเสิร์ต ระหว่างวันที่ 10 – 15 เม.ย.69 (จำกัด 2 สิทธิ์ / สมาชิก / วัน สูงสุด 12 สิทธิ์ / สมาชิก รวม 1,100 สิทธิ์ตลอดรายการ)
• ช็อปสินค้าหรือบริการครบ 7,000 บาทขึ้นไป แลกรับบัตรชมภาพยนตร์ ICON CINECONIC มูลค่า 300 บาท จำนวน 1 ที่นั่ง / สิทธิ์ (รวม 360 สิทธิ์ตลอดรายการ) 
• พิเศษกับ โปรตัวเปียก!! สำหรับลูกค้าทั่วไปรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มราคาพิเศษ มูลค่า 50 บาท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ
ขณะที่ ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ร่วมสร้างสีสันต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ผ่านแคมเปญ “ICS SONGKRAN CELEBRATION ช็อปสนุก สาดให้สุด…อภิมหาสงกรานต์ไทย” ตั้งแต่วันนี้  – 26 เมษายน 2569 ชวนสมาชิก ONESIAM สะสมใบเสร็จจากการซื้อสินค้า บริการ หรือรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ภายในไอซีเอส เพื่อแลกรับของรางวัลมากมาย 
• รวบรวมใบเสร็จครบ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับ กระเป๋ากันน้ำ POSTCARD 5 ลาย (คละแบบ) ศิลปิน เติ้ล-เฟิร์สวัน, ตี๋ตี๋-ป๋อ, อู่อู๋-เซฟ, ริวจิน-แพทจิ และ DMD GEN 5 (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ) พร้อมเลือกรับเพิ่ม ที่นั่งชมมินิคอนเสิร์ต ระหว่างวันที่ 10 – 15 เม.ย.69 (จำกัด 2 สิทธิ์ / สมาชิก / วัน, รวมสูงสุด 12 สิทธิ์ / สมาชิก, รวม 300 สิทธิ์ตลอดรายการ)
• รวบรวมใบเสร็จครบ 3,500 บาทขึ้นไป แลกรับคูปองแทนเงินสดจากร้านค้าโน Grab & Go มูลค่า 100 บาท (รวม 300 สิทธิ์ตลอดรายการ)
• รวบรวมใบเสร็จครบ 15,000 บาทขึ้นไป แลกรับคูปองแทนเงินสด จาก LOTUS’S PRIVE มูลค่า 400 บาท สำหรับใช้ครั้งถัดไป 800 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ (รวม 50 สิทธิ์ตลอดรายการ)
• พิเศษกับ โปรตัวเปียก!! สำหรับลูกค้าทั่วไปรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มราคาพิเศษ มูลค่า 50 บาท จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

พร้อมชวนแต่งชุดไทยให้สง่างามสืบสานอัตลักษณ์ความงามแห่งความเป็นไทยในงาน“ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569
สำหรับสมาชิก ONESIAM หรือลูกค้าต่างชาติที่แต่งชุดไทยเข้าร่วมงานระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2569 รับ Siam Gift Card มูลค่า 300 บาท (จำกัดจำนวน 300 สิทธิ์/วัน รวมทั้งสิ้น 600 สิทธิ์) ร่วมสัมผัสมหาปรากฏการณ์สงกรานต์ระดับโลกที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM

คิง เพาเวอร์ ฉลองมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำTHE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง วันนี้วันสุดท้าย

คิง เพาเวอร์ ฉลองมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่  ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำTHE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย”  รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง วันนี้วันสุดท้าย

คิง เพาเวอร์ ฉลองมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำTHE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง วันนี้วันสุดท้าย

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และชุมชนย่านรางน้ำ จัดเต็มสีสันความสนุกแบบไทย ชวน ‘มาหา’ โมเมนต์แห่งความสนุกภายในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์ เปิดพื้นที่เนรมิต เทศกาลสงกรานต์ผสานเทศกาลดนตรี SUPERFLUID PRESENTED BY KING POWER จากศิลปินตัวท็อปทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 60 ชีวิต พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวันมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่กับขบวนพาเหรดจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึง คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ผสานวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยจากนักแสดงและศิลปินชื่อดัง นำโดย เจฟ- ซาเตอร์, ปอนด์-ณราวิชญ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, เจมีไนน์-นรวิชญ์, โฟร์ท-ณัฐวรรธน์, แอนนา เสืองามเอี่ยม และ LYKN และพบกิจกรรมความบันเทิงอีกมากมาย นอกจากนี้ อิ่มอร่อยกับโซนอาหารร้านดังจาก ROBINHOOD FOOD และดีลสุดฮอต วันนี้วันสุดท้าย ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ครอบครัวคือหัวใจหลัก ของความปลอดภัยของใช้ยาในผู้สูงวัย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ครอบครัวคือหัวใจหลัก ของความปลอดภัยของใช้ยาในผู้สูงวัย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ครอบครัวคือหัวใจหลัก ของความปลอดภัยของใช้ยาในผู้สูงวัย

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.31 น.

การก้าวเข้าสู่ช่วงวัยชรา ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความเสื่อมถอยของร่างกายตามกาลเวลา แต่ยังรวมถึงความซับซ้อนในการใช้ชีวิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ยา ที่หลายคนมักมองข้ามและปล่อยให้ผู้สูงอายุจัดการเองตามลำพังด้วยหลากหลายสาเหตุ อาจเพราะเชื่อมั่นในประสบการณ์ของผู้อาวุโสในบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือ จุดเสี่ยงสำคัญที่อาจเปลี่ยนการรักษาโรคให้กลายเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ หากขาดการตรวจสอบ และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากลูกหลาน หรือสมาชิกในบ้าน

แม้ท่านผู้อาวุโสในบ้านจะเคยเข้มแข็งและดูแลตัวเองมาได้ทั้งชีวิต แต่เมื่อถึงวัยที่ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มถดถอย ปัจจัยทางกายภาพและพฤติกรรมจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายกว่าที่เราคิด ประการแรกคือ ความจำที่เลือนราง ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการหลงลืมว่า “มื้อนี้กินไปหรือยัง” นำไปสู่การกินยาซ้ำซ้อนจนได้รับยาเกินขนาด หรือในทางกลับกันคือการลืมกินยาติดต่อกันหลายมื้อจนการรักษา และควบคุมโรคเป็นไปได้ไม่ดี ส่งผลให้โรคประจำตัวกำเริบหนักขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ ข้อจำกัดทางประสาทสัมผัส เช่น สายตาที่พร่ามัวทำให้การอ่านฉลากยาที่มีตัวหนังสือขนาดเล็กเป็นเรื่องยากลำบาก นำไปสู่การหยิบยาผิดซอง หรือปัญหาเรื่องมือสั่น มือและนิ้วไม่มีแรง ที่ทำให้การแกะเม็ดยาออกจากแผงกลายเป็นภาระอันหนักอึ้ง ในบางท่านอาจพบปัญหาที่มือไม่มีแรงบีบยาหยอดตาออกจากขวดยา หรือมือไม่มีแรงกดยาพ่น บวกกับ ความซับซ้อนของตารางยา ที่ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวมากกว่าหนึ่งโรค ต้องกินยาหลายกลุ่มพร้อมกัน ทั้งยาก่อนอาหาร ยาหลังอาหารทันที หรือยาที่กินเฉพาะวันเว้นวัน ความซับซ้อนเหล่านี้ต่อให้คนอยู่ในวัยทำงานเองก็ยังพลาดได้ง่าย นับประสาอะไรกับวัยชราที่ระบบการประมวลผลเริ่มช้าลง

ยังมีอีกหลายกรณีที่ทำให้ผู้สูงอายุได้รับอันตรายจากการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง   เช่น ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรค อยู่มาวันหนึ่งมีอาการปวดข้อ ปวดเข่าจึงไปซื้อยาแก้ปวด แก้อักเสบในกลุ่ม เอ็นเสด (NSAIDs) มารับประทานเองเพื่อบรรเทาอาการโดยไม่ได้บอกลูกหลาน ยาแก้ปวดกลุ่มนี้อาจมีปฏิกิริยากับยาโรคหัวใจบางชนิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมอยู่เดิม จนอาจส่งผลเสียต่อไตได้ ดังนั้นก่อนซื้อยาแก้ปวดใด ๆ มากินเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง และอีกหนึ่งพฤติกรรมที่พบบ่อยคือการ “หยุดยาเอง” เมื่อรู้สึกว่ากินยาเยอะเกินไปจนรู้สึกเบื่อหน่าย หรือท่านมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ท้องอืด การกินบ้างหยุดบ้าง เมื่อไปตรวจตามนัดจึงทำให้ค่าผลตรวจเลือดผิดปกติ จนแพทย์อาจต้องเพิ่มขนาดยาให้แรงขึ้น ทั้งที่สาเหตุจริง ๆ มาจากการกินยาไม่ต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือหากพลาดกินยาไป ควรแจ้งแพทย์ตามความเป็นจริงเสมอ เพราะแพทย์ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อรักษาได้เหมาะสม

การมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัวจึงเป็นการสร้างความปลอดภัย โดยผ่านขั้นตอนง่าย ๆ เช่น ช่วยจัดระบบการการรับประทานยา หรือระบบเตื่อนการรับประทานยา ในบางรายอาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเก็บยาในซองดั้งเดิมมาใช้กล่องแบ่งยาประจำสัปดาห์ ที่มีช่องแยกมื้อ เช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน อย่างชัดเจน  จะช่วยทำให้ท่านผู้สุงอายุใช้ยาได้ง่ายขึ้น และยังทำให้เราตรวจสอบย้อนหลังได้ทันทีว่ามื้อไหนผิดพลาดไปหรือไม่ 

หากจำเป็น สมาชิกในครอบครัวควรไปพบแพทย์เป็นเพื่อนผู้สูงวัย เพื่อเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลกับแพทย์และเภสัชกร ทุกครั้งที่พาไปโรงพยาบาล สมาชิกในครอบครัวควรเข้าไปรับฟังผลตรวจและจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของยาไปพร้อมกับท่าน เพื่อป้องกันปัญหาท่านจำสับสนว่าตัวไหนเพิ่มหรือตัวไหนสั่งหยุด และหากมีข้อสงสัยเรื่องปฏิกิริยาของยา สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากเภสัชกรได้โดยตรง 

เมื่อท่านต้องใช้ยาที่บ้านก็ควรหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน เพราะผู้สูงอายุมักจะไม่ค่อยบ่น สมาชิกในครอบครัวต้องคอยจับตาดูว่า ท่านดูซึมผิดปกติไหม เดินเซหรือไม่ หรือมีผื่นขึ้นตามตัวไหม อาการเหล่านี้อาจเป็นผลข้างเคียงจากยาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน อีกหน้าที่หนึ่งคือ ตรวจสอบ “ยาแฝง” คอยสอดส่องว่าท่านแอบซื้อยาสมุนไพร ยาลูกกลอน หรืออาหารเสริมตามโฆษณามากินเองหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะไปล้างฤทธิ์ยาหลักหรือเพิ่มภาระให้ตับและไตโดยไม่จำเป็น

การช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ และการใช้ยาให้ผู้สูงอายุ เป็นผลดีต่อสุขภาพท่านเหล่านั้นได้มาก การที่เราเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง สามารถลดความเสี่ยงจากการเข้าโรงพยาบาลด้วยอุบัติเหตุการใช้ยาไม่ถูกต้องได้อย่างมหาศาล ในฐานะลูกหลาน วันนี้คุณได้ลองเปิดกล่องยาของผู้สูงอายุที่บ้านมาเช็กดูแล้วหรือยัง การเริ่มต้นเพียงนิดในวันนี้ อาจหมายถึงการที่ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ท่านได้

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Life & Health : ช่วงอากาศร้อนจัด เสี่ยง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก

Life&Health : ช่วงอากาศร้อนจัด เสี่ยง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก

Life&Health : ช่วงอากาศร้อนจัด เสี่ยง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.59 น.

ช่วงหน้าร้อนนี้มีอุณหภูมิสูงหรือสภาพอากาศร้อนจัดโดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ปีนี้ประเทศไทยเผชิญคลื่นความร้อน อุณหภูมิสูงกว่า 42°C โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อนสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หนึ่งในภาวะที่มีความรุนแรงที่สุดคือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคลมแดด ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

ข้อมูลจาก นพ. วีระพล บ่อหิรัญรัตน์ อายุรแพทย์เวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต และอวัยวะสำคัญหลายระบบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ฮีทสโตรก (Heatstroke) เป็นภาวะที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสะสมมากเกินไป จนระบบควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว

ภาวะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน, การทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศร้อน, สภาพอากาศที่มีทั้งอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง, ภาวะขาดน้ำ

เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อหรือการไหลเวียนเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการของฮีทสโตรกที่ควรสังเกต

อาการของฮีทสโตรกมักเริ่มจากอาการของความเครียดจากความร้อน ก่อน และอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ, ไม่มีเหงื่อออกแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อน, กระหายน้ำอย่างมาก, ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ, หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ, คลื่นไส้ อาเจียน, หัวใจเต้นเร็ว, หายใจเร็วหรือหอบ, ผิวหนังแดงหรือร้อน, กระสับกระส่าย สับสน หรือซึมลง, ในบางกรณี หากภาวะรุนแรงขึ้น อาจเกิดอาการชัก หมดสติ หรือ ภาวะหัวใจหยุดเต้น

เนื่องจากฮีทสโตรกสามารถดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว การรับรู้สัญญาณเตือนและได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสงสัยภาวะฮีทสโตรก

หากพบผู้ที่มีอาการสงสัยภาวะฮีทสโตรก ควรดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทั้งรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยมีแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่

1. เคลื่อนย้ายผู้มีอาการไปยังบริเวณที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเท
2. ให้ผู้ป่วยนอนราบ และยกขาเล็กน้อยเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด
3. คลายเสื้อผ้าให้หลวมเพื่อลดการกักเก็บความร้อน
4. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และศีรษะ
5. ใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน
6. หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี อาจให้จิบน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

หลังจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควร รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและให้การดูแลตามความเหมาะสม

กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ ผู้สูงอายุ, เด็กเล็ก, นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง, ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อน, ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ, ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน

ในทางคลินิก แพทย์มักพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมกับอาการทางร่างกายและสภาพแวดล้อม เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะที่เกิดขึ้น

แนวทางการป้องกันฮีทสโตรกในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกจะเป็นภาวะที่มีความรุนแรง แต่ในหลายกรณีสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้แก่

– หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูง หากจำเป็นต้องทำกิจกรรม ควรเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่หรือช่วงเย็น
– ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานใช้แรงหรือออกกำลังกาย อาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำตามความเหมาะสมของกิจกรรม
– หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หรือเครื่องดื่มกระตุ้น อาจเพิ่มการขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
– เลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดแน่น สามารถช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น
– ป้องกันร่างกายจากแสงแดด การสวมหมวก แว่นกันแดด หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด สามารถช่วยลดการรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง

สงกรานต์ปีนี้อากาศร้อนจัด เสี่ยงโรคลมแดดสูง ควรดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงแดดช่วงกลางวัน และสังเกตอาการเตือน หากพบผู้ป่วยต้องรีบปฐมพยาบาลและโทร 1669 ทันทีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งโทร 1669 เป็นสายด่วนที่ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตินอกสถานพยาบาล สงกรานต์นี้ขอให้ทุกคนขับขี่อย่างระมัดระวัง เมา-ไม่ขับ ง่วง-ไม่ขับ เดินทางปลอดภัยกันทุกคน

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เปิดโลกผจญภัย! นั่งรถไฟตะลุย ‘แดนป่าต้องคำสาป’ ในงาน THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2026

เปิดโลกผจญภัย! นั่งรถไฟตะลุย ‘แดนป่าต้องคำสาป’  ในงาน THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2026

เปิดโลกผจญภัย! นั่งรถไฟตะลุย ‘แดนป่าต้องคำสาป’ ในงาน THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2026

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

ปิดเทอมนี้ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนทุกครอบครัวก้าวเข้าสู่ประสบการณ์ที่มากกว่าความสนุก กับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2026 ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง” ภารกิจผจญภัยใน 4 แดนป่าต้องคำสาป ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นการผจญภัยครั้งใหญ่ของทั้งครอบครัวเพราะนี่คือ “สนามสำรวจ” ที่รวมทั้งความตื่นเต้น ความรู้ และความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ป่าไว้ในที่เดียว ตอกย้ำคอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ (Pet Parents Community) อย่างแท้จริง ภายใต้ความร่วมมือจากเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ กรมป่าไม้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ

สนุกกับภารกิจผจญภัยสุดตื่นเต้นใน 4 แดนป่าต้องคำสาป ครั้งแรก! กับขบวนรถไฟสำรวจป่าลึกลับ สัมผัสโลกของสัตว์เอ็กโซติกหาชมยากนานาชนิดกว่า 300 ชีวิต อาทิ อีกัวน่าหางหนามมาดากัสการ์, พญาควาย, นกกระตั้วเมเจอร์มิตเชลล์ และสัตว์แปลกหาชมยากอีกมากมาย พบชนเผ่าโบราณ และกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดมันส์ตลอดงาน ที่ MCC HALL ชั้น 3 ระหว่างนี้ – 19 เมษายน 2569 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, วันที่ 24 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เดอะมอลล์ โคราช, 8 -17 พฤษภาคม 2569 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2569  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

ปิดเทอมนี้ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนทุกครอบครัวก้าวเข้าสู่ประสบการณ์ที่มากกว่าความสนุก กับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2026 ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง” ภารกิจผจญภัยใน 4 แดนป่าต้องคำสาป ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นการผจญภัยครั้งใหญ่ของทั้งครอบครัวเพราะนี่คือ “สนามสำรวจ” ที่รวมทั้งความตื่นเต้น ความรู้ และความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ป่าไว้ในที่เดียว ตอกย้ำคอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ (Pet Parents Community) อย่างแท้จริง ภายใต้ความร่วมมือจากเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ กรมป่าไม้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ นำทีมผจญภัยโดยคู่จิ้นสุดฮอต ตี๋ตี๋-วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ และ ป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล ที่จะพาทุกคนออกเดินทางสู่แดนป่าต้องคำสาป พร้อมแชร์ประสบการณ์จริงแบบใกล้ชิด และทันทีที่ก้าวเข้าไป…คุณจะไม่ได้อยู่ใน “ห้างฯ” อีกต่อไป แต่กำลังยืนอยู่กลางผืนป่าขนาดกว่า 3,000 ตารางเมตร พบกับไฮไลต์ที่ห้ามพลาด! ได้แก่ ขึ้น “รถไฟสำรวจป่าลึกลับ” ครั้งแรกในไทย กับระยะทางกว่า 200 เมตร ที่จะพาคุณเผชิญหน้าสัตว์หายากระดับโลกแบบใกล้ชิด อาทิ อีกัวน่าหางหนามมาดากัสการ์ คู่เดียวในไทย! จากเกาะมาดากัสการ์ โดดเด่นด้วย “หางหนาม” เอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใคร  พญาควาย สัตว์ตำนานโบราณของไทย ที่มีลักษณะมงคลหน้าผากขาวรูปโพธิ์, หางขาว, ขาขาวทั้ง 4 ข้าง (เหมือนใส่ถุงเท้าขาว) และกีบเท้าขาว สลอธ สัมผัสความน่ารักของสัตว์ที่เคลื่อนที่ช้าที่สุดในโลก

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก M CARD แลก 59 M Point ถ่ายรูปใกล้ชิดกับน้องสลอธ ลามะ ซุปตาร์ขนปุย ได้ชื่อว่าเป็น ยอดนักแบก(สัมภาระ) จากทวีปอเมริกาใต้ ลิงกระรอก “เจ้าจิ๋วซ่าจอมซนแห่งแดนป่า” ลิงขนาดเล็กที่เคลื่อนที่ว่องไวและเฉลียวฉลาด อูฐ เจ้าแห่งทะเลทราย นกกระตั้วเมเจอร์มิตเชลล์ ราชินีแห่งวงศ์ตระกูลนกแก้ว ลำตัวสีขาวอมชมพูอ่อน  จุดเด่นคือ “หงอนขนาดใหญ่” ที่เมื่อกางออกจะเห็นแถบสีแดงส้มแกมเหลืองอย่างสวยงาม ขอบตาและจะงอยปากมีสีขาวสะอาดตา และ นกปักษาสวรรค์ หรือนกการเวก อัญมณีแห่งป่าดิบชื้น ชื่อว่าเป็นกลุ่มนกที่สวยที่สุดในโลก

แต่การผจญภัยยังไม่จบแค่นั้น…เพราะต้องนั่งรถไฟบุกป่า, ชมสัตว์ทะเลในโลกใต้น้ำผ่านเรือยักษ์กลางป่า (เฉพาะงามวงศ์วาน) หรือเร่งความมันส์กับการขับ ATV ตะลุยป่า (เฉพาะโคราช) เติมเต็มประสบการณ์ด้วยกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ ขุดฟอสซิลไดโนเสาร์ สัมผัสใกล้ชิดสัตว์หลายประเภท พร้อมรับกล้าไม้ฟรีจากกรมป่าไม้ ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การดูแลโลกใบนี้ไปพร้อมกัน  พิเศษยิ่งขึ้นที่สาขาบางกะปิ กับการประกวดปลาช่อน (กั้ง) สวยงาม ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมตระการตากับปลาช่อนสวยงาม มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้…ไม่ใช่แค่ “ความสนุก” แต่คือประสบการณ์ที่เด็กจะจดจำและผู้ใหญ่จะอยากกลับมาอีกครั้ง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK: THE MALL GROUP

ไทยเบฟ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับสำนักงาน กปร. ‘โครงการพัฒนาเศรษกิจฐานรากระดับอำเภอ’ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ไทยเบฟ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับสำนักงาน กปร.  ‘โครงการพัฒนาเศรษกิจฐานรากระดับอำเภอ’ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ไทยเบฟ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับสำนักงาน กปร. ‘โครงการพัฒนาเศรษกิจฐานรากระดับอำเภอ’ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.37 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) ขอความร่วมมือและความอนุเคราะห์จาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอ ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไทยเบฟมุ่งมั่นพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการจัดตั้ง บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด) ดำเนินงานในระดับประเทศและในทุกจังหวัด และในปีนี้ไทยเบฟได้ขยายการดำเนินงานเพื่อชุมชนผ่านการริเริ่ม “โครงการด้วยจงรักและภักดี” สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เนื่องในปีมหามงคล พุทธศักราช ๒๕๖๙ – ๒๕๗๐

พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจฯ พร้อมด้วย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส มูลนิธิชัยพัฒนา ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสำนักงาน กปร. และไทยเบฟ ผู้แทนจากเครือข่ายพันธมิตร และ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมในงานดังกล่าว ณ ห้องหนุมาน 1 สำนักงาน กปร.

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้นับเป็นมิติสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กปร. และภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และผลสำเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสนับสนุนข้อมูลให้แก่พื้นที่ที่มีการดำเนินการของโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ โดยสำนักงาน กปร. พร้อมสนับสนุนการให้ความรู้ และการอบรมเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง ๖ ศูนย์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงาน กปร. ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขอขอบคุณ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปขยายผล เพื่อเสริมศักยภาพของชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในมิติต่าง ๆ ให้เกิดความต่อเนื่องอย่างยั่งยืน”

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไทยเบฟ น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ โดยมุ่งหมายเพื่อ ‘สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข’

ไทยเบฟได้ดำเนิน โครงการด้วยจงรักและภักดี สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข ผ่านการจัดตั้ง บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท (อำเภอ) พอเพียง จำกัด เพื่อพัฒนาให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับอำเภอทั่วประเทศ จำนวน ๙๒๘ บริษัท โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ภาคส่วน ประกอบด้วย การผลิต การค้าและการบริการ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของคนในพื้นที่ระดับอำเภอและสร้างประโยชน์ในท้องถิ่น ตลอดจนร่วมกันพัฒนาและยกระดับท้องถิ่นสู่สากล ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และมาตรฐานสากลมาพัฒนาท้องถิ่น (Drive Local to Global and Bring Global Back Locally)

การผสานความร่วมมือกับ สำนักงาน กปร. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อน้อมนำองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกภูมิภาคของประเทศ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ตามภูมิสังคมอย่างเหมาะสมครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตของชุมชนได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

ทั้งนี้ ไทยเบฟ มุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และร่วมผลักดันศักยภาพชุมชนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการ “สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข” อย่างยั่งยืน

ปังมากแม่! 3 สาวไทย เลดี้ปราง – ก้อย – มารีญา เฉิดฉายบนพรมแดง กระทบไหล่ไอคอนระดับตำนาน Meryl Streep – Anne Hathaway

ปังมากแม่! 3 สาวไทย เลดี้ปราง – ก้อย – มารีญา เฉิดฉายบนพรมแดง กระทบไหล่ไอคอนระดับตำนาน Meryl Streep - Anne Hathaway

ปังมากแม่! 3 สาวไทย เลดี้ปราง – ก้อย – มารีญา เฉิดฉายบนพรมแดง กระทบไหล่ไอคอนระดับตำนาน Meryl Streep – Anne Hathaway

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.33 น.

นับเป็นโมเมนต์ระดับอินเตอร์ที่ต้องร้องว้าว เมื่อ 3 สาวตัวแทนประเทศไทย เลดี้ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ก้อย-อรัชพร โภคินภากร และ มารีญา พูลเลิศลาภ แท็กทีมกันไปประกาศความปังบนพรมแดงงาน The Devil Wears Prada 2 Red Carpet Event in Tokyo ฉลองการกลับมาของภาพยนตร์ระดับตำนานที่คนทั้งโลกตั้งตารอ งานนี้นอกจากจะกระทบไหล่ตัวแม่แห่งฮอลลีวูด บอกเลยว่าทั้ง 3 สาวยังสวยเริดจนเรียกเสียงแฟลชและสะกดสายตาสื่อทั่วโลก สมฐานะตัวแทนไทยที่ได้ร่วมต้อนรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลก “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ซึ่งกำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งยุคอีกครั้ง 30 เมษายน นี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

บรรยากาศภายในงานเรียกได้ว่าเริ่ดตั้งแต่ก้าวแรก เพราะนอกจากจะรวมตัวแม่จากทั่วโลกมาไว้ในงานเดียว ยังมีไฮไลต์สุดพิเศษกับการปรากฏตัวของสองไอคอนระดับตำนานอย่าง Meryl Streep (ผู้รับบทเป็น Miranda Priestly) และ Anne Hathaway (ผู้รับบทเป็น Andy Sachs) ที่มาร่วมอวดโฉมบนพรมแดง พร้อมทักทายแฟน ๆ อย่างเป็นกันเอง ก่อนขึ้นเวทีเผยเรื่องราวความสนุกเบื้องหลังการทำงานของ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ที่ต้องไปดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้นถึงจะได้ฟีลตัวแม่ตัวมัมแบบถึงใจ 

และหนึ่งในความพิเศษของงานนี้คือการที่สองสาวจากประเทศไทย ก้อย อรัชพร และ มารีญา ได้รับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟในการสัมภาษณ์สองตัวมัมแบบใกล้ชิด ส่วนเรื่องที่คุยจะสนุกหรือมีเซอร์ไพรส์อะไรบ้าง เตรียมรอชมคลิปสัมภาษณ์พิเศษจากก้อยและมารีญาได้ เร็ว ๆ นี้

สำหรับ 3 สาวตัวแทนจากประเทศไทยที่ได้ร่วมเดินพรมแดงงาน The Devil Wears Prada 2 Red Carpet Event in Tokyo แต่ละคนต่างมาในลุคสุดเริด สะท้อนตัวตนของผู้หญิงในหลากหลายมิติได้อย่างน่าสนใจ

เริ่มที่ เลดี้ปราง ปรากฏตัวในลุคสวยเริด สมกับเป็น Brand Ambassador จาก TRESemmé Thailand พาร์ตเนอร์ระดับโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมาพร้อมภาพลักษณ์ผู้หญิงที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติแต่ทรงพลังแบบผู้หญิงยุคใหม่ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ ด้าน ก้อย อรัชพร ตัวแทนจาก TRESemmé Thailand เผยเสน่ห์ความสวยเก่ง เต็มไปด้วยพลัง ที่กล้าเป็นตัวเอง

ขณะที่ลุคของ มารีญา เปี่ยมด้วยความมั่นใจและการเป็นตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในแบบของแฟชั่นยุคใหม่ และครั้งนี้เธอไม่เพียงไปร่วมงานในฐานะแฟชั่นไอคอน แต่ยังเป็นหนึ่งในทีมพากย์เสียงภาษาไทยของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

นับได้ว่าการปรากฏตัวบนพรมแดงงาน The Devil Wears Prada 2 Red Carpet Event in Tokyo ของ 3 สาวไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของคนไทยบนเวทีระดับโลก แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” คือภาพยนตร์ที่สื่อให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในทุกมิติ

30 เมษายน นี้ เตรียมพบกับการกลับมาฟาดฟันในโลกแฟชั่นยุคดิจิทัลของเหล่าไอคอน ที่ไม่ใช่แค่เล่าเรื่องราวแบบภาคต่อ แต่คือการคัมแบ็กของตัวแม่ที่ทั้งโลกแฟชั่นและโลกภาพยนตร์ตั้งตารอ แล้วไปเช็กอินความปังพร้อมกันในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผนึกกระทรวงวัฒนธรรมและชมรมสยามพัสตราภรณ์ จัดนิทรรศการเชิดชู ‘มรดกผ้าไทยทรงคุณค่า’สู่มิติร่วมสมัยระดับสากล

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผนึกกระทรวงวัฒนธรรมและชมรมสยามพัสตราภรณ์  จัดนิทรรศการเชิดชู ‘มรดกผ้าไทยทรงคุณค่า’สู่มิติร่วมสมัยระดับสากล

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผนึกกระทรวงวัฒนธรรมและชมรมสยามพัสตราภรณ์ จัดนิทรรศการเชิดชู ‘มรดกผ้าไทยทรงคุณค่า’สู่มิติร่วมสมัยระดับสากล

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.30 น.

เมื่อเส้นใยแห่งภูมิปัญญาไทยยังคงถักทออยู่ในจังหวะของโลกปัจจุบัน มรดกทางวัฒนธรรมจึงมิได้เป็นเพียงเรื่องราวในอดีต หากคือพลังสร้างสรรค์ที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิต ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ชมรมสยามพัสตราภรณ์, ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ และ บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดฉากงาน “A SENSE OF THAI 2026: ROOTED IN HERITAGE” A Textile through time ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยมรดกอันทรงคุณค่า” ถ่ายทอดความงดงามของผ้าไทยผ่านนิทรรศการและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์พื้นถิ่นสู่บริบทไลฟ์สไตล์ระดับสากล

งานครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแห่งการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระมารดาแห่งผ้าไทย” ผู้ทรงวางรากฐานสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน พร้อมกันนี้ยังสอดรับกับเทศกาลสงกรานต์ไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 19 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ภายในงานถูกออกแบบให้เป็นเสมือนการเดินทางผ่านกาลเวลา ที่เชื่อมโยงรากเหง้าของผ้าไทยสู่บริบทปัจจุบันอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ความละเมียดละไมของนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ไปจนถึงงานหัตถศิลป์หาชมยากที่ถ่ายทอดความประณีตในทุกรายละเอียด ผสานการจัดวางในบรรยากาศร่วมสมัยที่เปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัส ‘ผ้าไทย’ ในฐานะส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

ความสง่างามนี้สะท้อนต่อเนื่องสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, นายทศพล วรรณศุภผล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสุดจิตร์ สุดจิตต์ กรรมการผู้จัดการ ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ, นางสาวสุพรรณรัตน์ อนุเขตร์ ที่ปรึกษาชมรมสยามพัสตราภรณ์, สินธุนนท์ ชวนะเวสน์ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ แบรนด์ ชวนา (CHAVANA), อ. สมาน คลังจัตุรัส ปรมาจารย์ศิลปะสีน้ำมันและผู้ก่อตั้งหอศิลป์คลังจัตุรัส พร้อมด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรม อาทิ มล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา, นางมยุรี เตยะราชกุล, นางสุมิตรา กิจกำจาย, นางภัสรา จิตตะเสนีย์ และ นางสาวรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ เป็นต้น มาร่วมชื่นชมความวิจิตรของผ้าไทยในมิติใหม่ผ่านการแสดงนาฏศิลป์ไทยจากสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน

อีกหนึ่งไฮไลท์คือ แฟชั่นโชว์ชุดไทยร่วมสมัยคอลเลกชันพิเศษ ‘A Sense of Thai Diamond’ โดยฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ ร่วมกับชมรมสยามพัสตราภรณ์ นำเสนอผลงานรวม 29 ลุค ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตรและจังหวะของเส้นใยไทยในฐานะ ‘มรดกที่มีชีวิต’ ผ่านโครงสร้าง การจับเดรป และรายละเอียดงานฝีมือที่สะท้อนทักษะเชิงช่างในทุกมิติ โดยเหล่านางแบบและนายแบบชั้นนำ อาทิ ซอนญ่า สิงหะ, แอนโทเนีย โพซิ้ว, รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร, ศรัณวุฒิ นิตยสุทธิ, ภูษณุ วงศาวณิชชากร, ทะเล สงวนดีกุล เป็นต้น ที่มาร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความสร้างสรรค์บนเส้นทางแห่งกาลเวลา ความงามของผืนผ้าถูกเติมเต็มด้วยเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงจาก ชวนา (CHAVANA) แบรนด์จิวเวลรีไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 110 ปี โดดเด่นด้วยดีไซน์คลาสสิกอันสง่างามและงานฝีมือชั้นครู ผสานอัญมณีหายากอย่างมีชั้นเชิง เสริมเอกลักษณ์ให้แต่ละลุค พร้อมสะท้อนรสนิยมร่วมสมัยที่ยังคงหยั่งรากในคุณค่าดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืนและสมเกียรติ

เริ่มต้นการเดินทาง ณ THE ROOTED LEGACY ชั้น G นำเสนอความงามของลวดลายผ้าไทยผ่านการตีความในมุมมองร่วมสมัย ควบคู่กับการจัดแสดงเครื่องทอผ้าดั้งเดิมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การทอผ้าด้วยตนเอง พร้อมไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย ชุดไทยเรือนต้น, จิตรลดา, อมรินทร์, บรมพิมาน, ดุสิต, จักรี, ศิวาลัย และจักรพรรดิ ที่ตัดเย็บอย่างประณีตตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ผสานความร่วมสมัยด้วยการประดับคริสตัลสวารอฟสกี้เป็นครั้งแรกโดย ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ เคียงข้างผลงานจิตรกรรมภาพพิมพ์พระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระพันปีหลวงอันวิจิตรบรรจง โดย อ. สมาน คลังจัตุรัส ปรมาจารย์ศิลปะสีน้ำมัน และนิทรรศการชุดผ้าไทย 4 ภาค ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ที่สะท้อนความหลากหลายของภูมิปัญญาท้องถิ่น จากนั้นต่อเนื่องมายังบริเวณทางเชื่อม ชั้น 2 ถ่ายทอดความงดงามของลวดลายผ้าไทยผ่านการขยายสเกล  เผยให้เห็นรายละเอียดของเส้นใยในมุมมองศิลปะร่วมสมัยที่เชื่อมประสานอดีตสู่ปัจจุบันอย่างลื่นไหล

อีกหนึ่งมิติของงานคือ THE HERITAGE EXPRESSIONS ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยจากสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน (จัดแสดงทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันที่ 18-19 เมษายน), Live Station สาธิตงานหัตถศิลป์การปักผ้าและเทคนิคการจับจีบผ้า (Drape) ที่ประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงงานคราฟต์หาชมยากอย่างการถักกระเป๋าจากทองเหลือง และทักษะเชิงช่างเครื่องถมทอง รวมถึงเวิร์กช็อปผ้าไทยทวิสต์ โดย เบรนเวฟ สตูดิโอ ที่เชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสัมผัสคุณค่ามรดกภูมิปัญญาไทย

ปิดท้ายที่โซน THAI CRAFT & CULTURE ชั้น 5 พื้นที่ที่คัดสรรผ้าไทยชั้นครูและงานหัตถศิลป์ล้ำค่ามาให้เลือกสรร อาทิ ผ้ายกทองโบราณ โดย อ. วีรธรรม ตระกูลเงินไทย จากร้านจันทร์โสมา จ.สุรินทร์, ผ้าลายอย่าง ซึ่งเป็นผ้าพิมพ์ลายที่ใช้ในราชสำนักที่สืบทอดมาจากสมัยอยุธยาจากร้านอาภรณ์พิศวาส, ผ้าปักมือกองหลวงฝีมือประณีต โดย อ. สิริวัฑน์ เธียรปัญญา จ.เชียงราย และผ้าไหมลายทอง ที่ใช้เทคนิคการเขียนทองคำมาเขียนลวดลายลงบนผืนผ้าไหมที่มีความวิจิตร เป็นเอกลักษณจากจังหวัดบุรีรัมย์ เครือข่ายผู้ผลิตกว่า 17 ร้านทั่วประเทศ คัดสรรโดยชมรมสยามพัสตราภรณ์ เพื่อสนับสนุนและต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นทางอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังสามารถร่วมสรงน้ำหลวงพ่อโตจากวัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลตามวิถีปีใหม่ไทย

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์กับแคมเปญ “CENTRAL SONGKRAN FEST” ตั้งแต่วันนี้จนถึง 29 เมษายน 2569 ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/centralembassy หรือ www.centralembassy.com สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2119-7777#2001 

บีชโปโลการกุศล ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026’ สนับสนุน ‘โครงการกำลังใจ’ ในพระดำริ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง

บีชโปโลการกุศล ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล - บี.กริม บีช โปโล 2026’ สนับสนุน ‘โครงการกำลังใจ’ ในพระดำริ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง

บีชโปโลการกุศล ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026’ สนับสนุน ‘โครงการกำลังใจ’ ในพระดำริ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.00 น.

 การแข่งขัน Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin ครั้งที่ 15 ปิดฉากลง ณ ชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โดยผสานความตื่นเต้นของกีฬาเข้ากับบรรยากาศริมทะเลและกิจกรรมทางสังคมได้อย่างลงตัว

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดย บี.กริม ร่วมกับ กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และบลูพอร์ต หัวหิน ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้พัฒนาให้รายการนี้กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญของทั้งวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุน“โครงการกำลังใจ” ในพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ผ่านการฝึกอาชีพและการเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม

ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา บีชโปโลหัวหินได้กลายเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสนามแข่งขันบนชายหาดที่ต้องอาศัยจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงอย่างแม่นยำ ผสานกับเสน่ห์ของเมืองหัวหินซึ่งมีวัฒนธรรมการขี่ม้าเลียบชายหาดมาอย่างยาวนาน

ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความท้าทายของกีฬานี้อยู่ที่การบริหารจัดการธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เหมาะสมของสภาพพื้นทราย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแข่งขัน

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว กล่าวว่า หัวหินยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยในปีที่ผ่านมาเมืองมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพัก

“กลุ่มบริษัทพราวมุ่งนำเสนอกิจกรรมไลฟ์สไตล์ระดับโลก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวของหัวหิน ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และอาหาร ซึ่งบีชโปโลถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองได้เป็นอย่างดี”

ทั้งนี้ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ยังคงให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพของพื้นที่ชายหาดที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขัน พร้อมทั้งการพัฒนาและยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ครบครันและมีเอกลักษณ์

การแข่งขันในปีนี้มีทีมจากประเทศไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วม สะท้อนถึงความเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ได้รับความสนใจจากนักกีฬาทั่วโลก ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมยังได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ขบวนพาเหรดริมชายหาด รวมถึงซุ้มกิจกรรมและอาหารเครื่องดื่มหลากหลาย นอกเหนือจากการแข่งขัน บรรยากาศของงานยังดึงดูดแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ และผู้สนใจกีฬาจากทั้งในและต่างประเทศ ให้มารวมตัวกันท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่ผ่อนคลาย

ช่วงค่ำ งานได้เปลี่ยนบรรยากาศสู่ค่ำคืนแห่งความสง่างามในสวน ภายใต้ธีม “Celestial Blue & Pearl Summer Elegance Dinner” ริมชายหาดที่สะท้อนโทนสีของท้องทะเล อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดประมูลการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดนำไปสนับสนุนโครงการกำลังใจภายใต้พระดำริฯ ปิดท้ายด้วยการแสดงของวง Royal Bangkok Symphony Orchestra ซึ่งเติมเต็มมิติทางวัฒนธรรมให้กับงาน ท่ามกลางบรรยากาศของท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือชายหาดหัวหิน