เผยสูตร ‘คุกกี้เนยสดดอกโสน’ช่วยชุมชนสร้างอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288894

เผยสูตร ‘คุกกี้เนยสดดอกโสน’ช่วยชุมชนสร้างอาชีพ

คุกกี้, เผยสูตร, มทร, ตราบัวแดง, ตรา BEST FOODS, ตราออร์คิด, ตราลิน, ตราCP, ตราวินเนอร์, ระดับดีมาก

มทร.ธัญบุรี คิดสูตร ‘คุกกี้เนยสดดอกโสน’ หวังช่วยสร้างอาชีพแก่ชุมชน ชีคุกกี้เป็นผลิตภัณฑ์นิยมบริโภคกันมาก มีขายทั่วไป

        การจัดอาหารว่างประเภทคุกกี้กับน้ำชากาแฟ น้ำหวานหรือน้ำผลไม้ เนื่องจากจัดเตรียมได้สะดวก เก็บได้นาน ราคาไม่แพง มีคุณค่าทางโภชนาการมากพอควร ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่

จากการสำรวจแหล่งปลูกดอกโสนเพื่อจำหน่าย ส่วนใหญ่มักพบปัญหาวัตถุดิบล้นตลาด ราคาตกต่ำ และเกิดการเน่าเสีย นายวัชรศักดิ์  จักกิจนักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยี  คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงได้หาแนวทางเพื่อไขปัญหาดังกล่าวโดยการนำดอกโสนมาตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ผสมหรือเสริมลงในคุกกี้ ซึ่งมี อาจารย์รัตนาภรณ์   มะโนกิจ อาจารย์สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ปรึกษา

“ดอกโสน…เป็นพืชผักในกลุ่มผักท้องถิ่น มีดอกสีเหลืองทอง มักขึ้นบริเวณริมคลอง คนส่วนใหญ่นิยมทานในส่วนของดอกและยอดอ่อน ตัวอย่างเมนูที่ขึ้นชื่อได้แก่ ขนมดอกโสน แกงส้มดอกโสน ไข่เจียวดอกโสน หรืออาจนำมาผัดน้ำมันหรือลวกสำหรับทานคู่กับน้ำพริกนานาชนิด ซึ่งรสชาติของดอกโสนจะให้รสหวานมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว” วัชรศักดิ์ อธิบาย

เผยสูตร ‘คุกกี้เนยสดดอกโสน’ช่วยชุมชนสร้างอาชีพ

สูตรที่เหมาะสมสำหรับการผลิต ผลิตภัณฑ์คุกกี้เนยสดเสริมดอกโสน ประกอบด้วยแป้งสาลี (ตราบัวแดง) 400 กรัม ผงฟู (ตรา BEST FOODS) 5 กรัม เนยสด (ตราออร์คิด) 225 กรัม น้ำตาลทราย (ตราลิน) 240 กรัม ไข่ไก่ (ตราCP) เบอร์ 1 100 กรัม กลิ่นวานิลา (ตราวินเนอร์) 3 กรัม ดอกโสนอบแห้งบดละเอียด (3%) 14.67 กรัม

        วิธีการผลิต เตรียมดอกโสนสด เด็ดดอกโสนส่วนที่กินได้ แล้วนำไปล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ นำดอกโสนเข้าอบในตู้อบลมร้อน ที่อุณหภูมิ50 องศาเซลเซียส 8 ชั่วโมง แล้วทำการบดละเอียด ร่อนแป้ง ผงฟู และดอกโสนที่เตรียมไว้ เข้าด้วยกัน พักไว้ ตีเนยสดด้วยความเร็วปานกลางจนอ่อนตัว จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำตาลทรายป่นจนหมด ตีด้วยความเร็วสูงให้ส่วนผสมเข้ากัน จนส่วนผสมฟูเบา จากนั้นค่อยๆ ใส่ไข่ไก่แช่เย็นทีละฟองลงไปจนหมด ใส่กลิ่นวานิลา ลดความเร็วอ่อนสุด ใส่แป้งที่พักไว้จนหมด ตีให้ส่วนผสมเข้ากันนำส่วนผสมคุกกี้ที่ได้ใส่ลงในถุงบีบคุกกี้ ทาเนยขาวบางๆ บนถาดอบให้ทั่ว บีบให้เป็นรูปดอกไม้ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 นิ้ว อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที หรืออบจนสุก พักบนตะแกรงพักขนมให้เย็น แล้วแบ่งบรรจุ

เผยสูตร ‘คุกกี้เนยสดดอกโสน’ช่วยชุมชนสร้างอาชีพ

         คุกกี้เนยสดเสริมดอกโสน ยังคว้ารางวัล ระดับดีมาก’ จากการประกวด The 6th RMUTT Young Talent Inventor Awards จัดโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี นับเป็นการพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา และเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับชุมชนท้องถิ่นที่จะนำไปใช้ประโยชน์สำหรับสร้างอาชีพต่อไป ผู้สนใจสูตรหรือคำแนะนำเพิ่มเติม โทร.08-6114-4157

ห่วงบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มปัญหายาเสพติดในโจ๋

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288896

ห่วงบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มปัญหายาเสพติดในโจ๋

เอฟดีเอ, ห่วง, บุหรี่, ไฟฟ้า, เพิ่ม, ปัญหา, ยาเสพติด, โจ๋

“ หากไม่สามารถควบคุมการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในวัยรุ่น จะเพิ่มปัญหายาเสพติดในสังคมไทยอย่างแน่นอน”

       รศ.นพ.สุริยเดว  ทรีปาตี  ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  เปิดเผยในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน  ว่า  ขณะนี้พบเห็นวัยรุ่นจำนวนมากที่นิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้า  ทั้งที่ยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย  แต่มีการโฆษณาส่งเสริมการขายในสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวาง  ด้วยการอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัย มีแต่ไอน้ำกับสารนิโคติน  มีการผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าทั้งรสผลไม้และรสขนม  รวมทั้งสามารถเลือกน้ำยาที่เวลาสูบแล้วไอน้ำมีจำนวนที่มากกว่าควันจากการสูบบุหรี่ธรรมดา

ซึ่งล้วนเป็นเทคนิคการยั่วยวนให้เชิญชวนให้เริ่ม ไม่ใช่เลิกบุหรี่ และสารนิโคตินเพียงปริมาณน้อย ๆ ก็ยังเข้าสู่สมองของเด็กอย่างรวดเร็วภายใน 7 วินาที ที่จะทำให้เกิดอาการสุกงอม ของสมองส่วนกระตุ้นการติดยา นั่นหมายถึงวัยรุ่น ไม่ว่ามีสารนิโคตินแค่ไหนก็จะกระตุ้นให้ติดง่ายและลากยาวจนเป็นผู้ใหญ่และยิ่งเลิกยาก”

ทั้งนี้นอกจากนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดตัวเดียวกันกับที่มีในบุหรี่ธรรมดา ซึ่งนิโคตินเป็นอันตรายต่อสมองที่กำลังเจริญเติบโตของวัยรุ่น และควันไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ายังประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายหรืออาจเป็นอันตรายอีกหลายชนิด  รวมทั้งสารก่อมะเร็งด้วย

รศ.นพ.สุริยเดว  กล่าวต่อไปว่าจากแนวโน้มการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา  จะพบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในนักเรียนมัธยมต้นเท่ากับ 5.3%  มัธยมปลายเท่ากับ 16%  รวมแล้วมีจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 3 ล้านคน  ขณะที่การใช้ในผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 25 ปีมีเพียง 3.7%  โดยบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้พุ่งเป้าการตลาดไปที่เด็กและเยาวชน  ขณะที่องค์การอาหารและยา (เอฟดีเอ)  เพิ่งจะมีการออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบ

เนื่องจากก่อนหน้านี้กฎหมายให้อำนาจเอฟดีเอในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในขอบเขตจำกัด  ถ้าหากผู้ผลิตจะขึ้นทะเบียนที่สูบบุหรี่ช่วยเลิกบุหรี่  ที่น่าเป็นห่วงคือข้อมูลที่พบว่าวัยรุ่นอเมริกาที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า  มักจะมีการใช้ยาสูบชนิดอื่นพร้อมกัน

รวมทั้งกัญชาและสิ่งเสพติดที่เป็นยาควบคุมชนิดอื่นด้วย  จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงยิ่ง  ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในวัยรุ่นไทยจะเพิ่มปัญหาการใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน

‘โป่ง พอง แตก’ ตรวจรักษาได้เร็วรอดชีวิตสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288943

‘โป่ง พอง แตก’ ตรวจรักษาได้เร็วรอดชีวิตสูง

CT Scan, โป่งพอง, หลอดเลือด, โป่ง, พอง, แตก, โป่ง พอง แตก, นพสาธิต รัตนศรีทอง, Nu-sajee Kornrawee, Aorta, Ultrasound, CT Scan , open surgery, Stent Graft, นพวิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

ความสำคัญของหลอดเลือดแดงใหญ่ คือ เปรียบเสมือนท่อประปาหลัก ที่ให้แขนงหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง ประสาทไขสันหลัง แขน ขา และอวัยวะในช่องท้อง

      “จากการตรวจสอบผู้ป่วยเสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ซึ่งโรคดังกล่าว เป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมาก พบได้น้อย จากสถิติพบผู้ป่วยมีอาการนี้ในอัตรา 5 คน จาก 1,000,000 คน และส่วนใหญ่พบได้ในวัย 40-70 ปี สมมุติฐานเบื้องต้นของโรคก็ทำได้ยาก ต้องใช้เครื่องมือ ct scan หรือการ x-ray คอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวจึงทราบได้ โรคนี้รักษายากในพื้นที่นี้ มีเพียง รพ.ศิริราช แห่งเดียว ที่สำคัญเมื่ออาการกำเริบรุนแรงจะมีเวลาเพียง 3-5 นาที ในการรักษาเท่านั้น” นพ.ประจักษ์ วัฒนะกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี กล่าว

     คำอธิบายหลังจากที่น้องนิว -นายธีธัช เกตุทอง อายุ 15 ปี เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดใหญ่ในช่วงอกแตก ที่ีรพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี  โดยเมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา น้องนิวมีอาการเจ็บปวดท้องอย่างรุนแรง ญาตินำตัวส่ง รพ.ชะอำ แพทย์ทำการเอ็กเรย์รักษาให้นอนพักดูอาการ 1 คืน แต่เช้าวันที่ 21 ปรากฏอาการไม่ดีขึ้น.จึงส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี

        ต่อมา “นพ.สาธิต รัตนศรีทอง” ผอ.รพ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี ชี้แจงว่า ผู้ป่วยถูกส่งตัวมาจาก ร.พ.ชะอำ ถึง รพ.พระจอมเกล้าฯ เวลา 13.30 น. เข้าตรวจที่แผนกอายุรกรรม ต่อมาเวลา 14.04 แพทย์ส่ง x-ray เวลา 14.30 ได้ฟิล์ม ส่งให้แพทย์วินิจฉัย ระหว่างรอผลเด็กเป็นลมหมอทำการเจาะเลือด ปฐมพยาบาล เวลา 14.45 ส่งมายังห้องฉุกเฉิน ความดันตกแพทย์ทำการตรวจให้น้ำเกลือเจาะเลือดจากนั้น เข้า ct scan ตรวจคลื่นหัวใจ และทำการ ct scan ซ้ำ เนื่องจากมีอาการผิดปกติ เบื้องต้นแพทย์สงสัยเป็นเส้นเลือดใหญ่โป่งพองในช่วงอก ซึ่งเกินกว่าระดับการรักษาของ รพ.พระจอมเกล้า จึงประสานเตรียมส่งตัวไปรักษาต่อแต่ปรากฏผู้ป่วยเริ่มกระสับกระส่าย ชีพจรหยุดเต้น แพทย์ทำการปั้มหัวใจ ให้เลือด แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิต 16.38 ด้วยอาการเส้นเลือดใหญ่ในช่วงอกแตก

    ก่อนหน้านี้มี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nu-sajee Kornrawee”ได้มีการโพสรูปและข้อความเผยแพร่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ถึงผู้ป่วยเป็นเด็กชายเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงมารักษาตัวที่ ร.พ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และต้องรอเพื่อเข้ารับการรักษานาน จนผู้ป่วยมีอาการช๊อกและเสียชีวิต เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาเพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง

   จริงๆแล้วโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง คืออะไร มีอาการเป็นอย่างไร “ผศ.นพ.วรวงศ์ ศลิษฏ์อรรถกร” ภาควิชาศัลยศาสตร์สาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก Faculty of MedicineSirirajHospitalคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายไว้ ใน http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=845 ว่าหลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta)   เปรียบเสมือนท่อประปาหลัก ที่ให้แขนงหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง ประสาทไขสันหลัง แขน ขา และอวัยวะในช่องท้อง ได้แก่ ตับ ไต สำไส้ หากหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองปริแตกจะทำให้เสียชีวิตได้

‘โป่ง พอง แตก’ ตรวจรักษาได้เร็วรอดชีวิตสูง

      ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องอก อาจมีอาการจากการกดเบียดของหลอดเลือดต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น กดหลอดลม ทำให้หายใจลำบาก กดเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก กดเบียดเส้นประสาทที่เลี้ยงกล่องเสียง ทำให้เสียงแหบ  ถ้ามีอาการแน่นอก ปวดหลัง หน้ามืดหมดสติ หรือไอเป็นเลือด อาจบ่งชี้ว่ามีการปริแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่

     ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง อาจคลำพบก้อนเต้นได้ในช่องท้อง หรือ มีอาการปวดท้อง ปวดหลัง หากพบมีอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะให้การวินิจฉัยได้จากการสอบถามประวัติอาการ ตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจค้นเพิ่มเติม เช่น การถ่ายภาพเอกซเรย์ทรวงอก หรือช่องท้อง,การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ (Ultrasound)การถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan )

      ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น กลุ่มอาการ Marfan (ซึ่งจะมีความผิดปกติหลายระบบคือ มีรูปร่างสูงผอม แขนขาและ นิ้วยาว เพดานปากสูง สายตาผิดปกติ มีโรคลิ้นหัวใจรั่วร่วม) มักมีอาการของโรคหลอดเลือดตั้งแต่อายุวัยหนุ่มสาว การสูบบุหรี่ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรัง ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

     ถ้ามีการแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่ จะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50 -90 ขนาดของหลอดเลือดแดงใหญ่โตยิ่งมีโอกาสแตกง่าย ภาวะความดันโลหิตสูงจะเสริมให้มีโอกาสแตกมากขึ้น การรักษา ควบคุมความดันโลหิต งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่าย ผ่าตัดรักษา ขึ้นกับอาการของผู้ป่วย ถ้าตรวจพบหลอดเลือดแดงโป่งพองในขนาดที่ไม่โตมาก แพทย์จะแนะนำให้ตรวจติดตามเฝ้าระวังเป็นระยะ

       การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดต้องอาศัยทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และสถานที่ที่มีอุปกรณ์การผ่าตัดพร้อมเพรียงรวมทั้งมีความ   พร้อมในการให้เลือดและส่วนประกอบของเลือดการผ่าตัดใหญ่แบบเปิด(open surgery)โดยผ่าตัดผ่านทางช่องทรวงอก หรือช่องท้อง ขึ้นกับตำแหน่งพยาธิสภาพของหลอดเลือด แล้วใส่หลอดเลือดเทียมทดแทน

      การผ่าตัดด้วยวิธีการสอดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดหุ้มด้วยขดลวด(Stent Graft)ผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบเพื่อสอดหลอดเลือดเทียมเข้าไปใส่แทนที่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองในช่องอกหรือช่องท้อง เป็นทางเลือกใหม่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะพิจารณาและประเมินเพื่อให้ผู้ป่วยได้ทราบและร่วมในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

     “นพ.วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล” รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ อธิบายว่า หากพบการโป่งพองไม่เกิน 5 เซนติเมตร แพทย์จะให้รับประทานยาร่วมกับการติดตามผลการรักษาโดยการเอกซเรย์หรืออัลตราซาวน์ปีละ 1 ครั้ง แต่หากโป่งพองมากกว่า 5 เซนติเมตร แพทย์จะให้ยารับประทานและติดตามผลถี่ขึ้น ร่วมกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงแต่หากเส้นเลือดที่โป่งพองแตก ต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็ว โอกาสรอดชีวิตยิ่งมีมาก

     ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความเสี่ยงทางหลอดเลือดทั้งร่างกาย ได้แก่ การตรวจ ABI เพื่อดูสภาพเส้นเลือดที่ขา, การตรวจ Carotid dropper เพื่อดูเส้นเลือดแดงบริเวณที่คอที่ไปเลี้ยงสมอง, การตรวจ Aneurysm Screening เพื่อดูเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองบริเวณหน้าอกและช่องท้อง, การตรวจ M.R.A. Brain เพื่อดูสภาพเส้นเลือดสมอง

     “ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ผู้ป่วยไม่รู้ตัวมาก่อน เพราะโป่งพองไม่มาก จะไม่มีอาการแสดงออก กระทั่งเมื่อเส้นเลือดโป่งพองมากจนไปกดทับอวัยวะข้างเคียง ก็จะเกิดอาการกับอวัยวะนั้น เช่น อาการปวดแน่นในท้อง โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมีโอกาสหาย หากเส้นเลือดที่โป่งพองไม่แตก ในทางกลับกันหากหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองในช่องท้องหรือบริเวณอื่นแตก อัตราการเสียชีวิตจะสูงถึง 50%ดังนั้น ผู้ที่ต้องการป้องกันตนเองจากภาวะเสี่ยงดังกล่าว ควรตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้งในผู้ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี แต่หากอายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจร่างกายโดยใส่ใจการเอกซเรย์ปอด อัลตราซาวน์ช่องท้อง ตรวจการทำงานของตับ ไต ทดสอบประสิทธิภาพของหัวใจ” นพ.วิฑูรย์ กล่าว

   สำหรับการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ให้แก่ผู้รับบริการ ในกรณีที่ผู้รับบริการได้รับความเสียหายตามบทบัญญัติของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545  ที่เกิดหลัง 1 ต.ค.55  เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท พิการหรือสูญเสียอวัยวะ จ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 240,000 บาท บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยเป็นไปตา่มที่กฏหมายกำหนดไว้

0 ทีมข่าวคุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com 0

สธ.เตือน หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในทรวงอกพบได้น้อยมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288945

สธ.เตือน หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในทรวงอกพบได้น้อยมาก

สธ, สธเตือน, หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตก, กรรมพันธุ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกแตกมักพบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง อัตราการเกิดโรคพบได้น้อยมาก 5 -30 ต่อ 1 ล้านประชากรแนะประชาชนตรวจสุขภาพ

       นพ.ชัยสิทธิ์ แสงทวีสิน นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ อาการ “หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตก” หรือการฉีดขาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ Aorta นั้น เป็นโรคที่เกี่ยวกับผนังหลอดเลือด ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ มีโอกาสทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แม้จะได้รับการรักษาทันท่วงทีก็ตาม โรคนี้ ถ้าไม่มีอาการอะไร แทรกซ้อน อาจจะไม่มีอาการใดๆแสดงออกมา แต่จะพบโรคโดยเอ็กซเรย์ปอด เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ แบบฉีดสีดูเส้นเลือด ในกลุ่มที่มีอาการ อาการที่มาพบแพทย์ จะปวดที่หน้าอก ท้อง หรือไหล่แบบรุนแรง เหมือนถูกแทง หรือฉีกอวัยวะ ทำให้คนไข้ซีด ช็อก เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว  การรักษาในกรณีที่การฉีกของผนังหลอดเลือดยังไม่แตกทะลุทำได้ 2 วิธี คือ การผ่าตัด และการสอดสายสวนเข้าหลอดเลือดเพื่อใส่ท่อลวดค้ำยันบริเวณหลอดเลือดที่มีปัญหา แต่ในกรณีที่มีการฉีกขาดของหลอดเลือดออกสู่ช่องอกหรือช่องท้องแล้วจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อใส่หลอดเลือดเทียมโดยมีโอกาสรอดน้อยกว่าร้อยละ 50

ทั้งนี้ จากข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกา โรคนี้พบได้น้อยมากมีอัตราการเกิดโรคอยู่ที่ 5-30 ต่อ 1 ล้านประชากรโรคนี้มักเจอในผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 50- 70 ปี เป็นโรคแทรกซ้อนจากหลอดเลือดแข็ง สาเหตุมาจากอายุมาก หลอดเลือดเสื่อม ความดันโลหิตสูง หรือกลุ่มที่สูบบุหรี่ หรือเป็นโรคเบาหวาน ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็ง จนส่งผลให้หลอดเลือดอ่อนแอลง สาเหตุส่วนใหญ่ที่สามารถเกิดโรคนี้ได้ คือ “กรรมพันธุ์” หรือหลอดเลือดในร่างกายอักเสบจะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่นำไปสู่การโป่งพอง หรือเกิดจากอุบัติเหตุที่นำไปสู่การกระแทกที่รุนแรง จนทำให้ผนังหลอดเลือดบอบบางผิดปกติและโป่งพอง

จากการทำงานโรคหัวใจมาประมาณ 30 ปี ในไทยพบโรคในเด็กเพียง 1 รายเท่านั้น ที่สำคัญ การรักษาต้องเป็นสถานที่ที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย แนะประชาชนหมั่นตรวจสุขภาพ ออกกำลังกาย ลดอาหาร หวานจัด มันเค็ม หากมีอาการผิดปกติ รีบพบแพทย์ โดยด่วน

ทางเลือกใหม่รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288931

ทางเลือกใหม่รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

หลอดเลือดแดงหัวใจโป่งพอง, หัวใจ, Aorta, Aneurysm, atherosclerosis, ultrasound, coronary artery disease, peripheral vessels disease, Endovascular aneurysmal repair, แตก ปริ แตกเซาะ

ผ่าตัดแผลเล็ก 4 ซม. ลดความเสี่ยง ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

       “หัวใจ” อวัยวะหลักของร่างกาย มีส่วนประกอบมากมายหลายอย่าง รวมไปถึงระบบของการทำงานที่เชื่อมโยงเข้ากับส่วนต่างๆของร่างกาย ดังนั้นเรียกได้ว่า เป็นส่วนสำคัญหลักที่ไม่สามารถขาดได้ หากร่างกายขาดหัวใจอวัยวะส่วนต่างๆ ก็หยุดทำงานตามไปด้วย ซึ่งในบรรดาเหล่าโรคภัยที่เกี่ยวข้องกับหัวใจนั้น อาจมีมากมายหลายอย่าง โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เตรียมความพร้อมรักษาอย่างทันท่วงที ในทุกปัญหาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก รพ.หัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า(Aorta) เป็นหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ออกมาจากขั้วหัวใจทอดยาวจากช่องอกสู่ช่องท้องและให้แขนงเป็นหลอดเลือดที่นำเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆในร่างกายหลายแห่ง โรคหรือภาวะบางอย่างอาจทำให้ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้ามีความอ่อนแอ เกิดการโป่งพองขยายขนาดจนใหญ่กว่าปกติขึ้น (Aneurysm) ซึ่งเมื่อมีการโป่งขยายจนถึงระดับหนึ่งก็จะแตกทำให้เสียเลือดจำนวนมากกระทันหันจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ภาวะดังกล่าวสามารถพบได้ในทุกระดับของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าไม่ว่าจะเป็นส่วนที่อยู่ในช่องอกหรือช่องท้อง

ทางเลือกใหม่รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

แต่สามารถพบบ่อยที่สุดในหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าในช่องท้องส่วนที่อยู่ใต้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต (Infrarenal abdominal aortic aneurysm) ส่วนสาเหตุในการเกิดโรคนั้น โดยปกติแล้วผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าจะมีความสามารถในการยืดหยุ่นสูง สามารถขยาย ยืดและหดตามระดับความดันโลหิต แต่ในผู้ป่วยที่มีปัญหาบางอย่างเช่น มีความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน และมีการแข็งตัวของผนังหลอดเลือด(atherosclerosis) จะทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ จนมีการโป่งพองของผนังหลอดเลือดได้ ภาวะดังกล่าวพบบ่อยในผู้ป่วยชายสูงอายุ โดยจะพบประมาณ2-5%ในผู้ชายที่อายุมากกว่า50อาจพบโรคนี้ได้มากถึง5-10% ในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า65ปี จากการตรวจกรองด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (ultrasound) และอาจพบได้มากขึ้นในกลุ่มที่มีโรคโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน (coronary artery disease) หรือ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดที่แขนและขาอุดตัน (peripheral vessels disease)ร่วมด้วย

นอกจากนี้ประวัติการมีโรคหลอดเลือดโป่งพองในครอบครัวและการสูบบุหรี่นับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งเสริมในเป็นโรคได้เช่นกัน กล่าวโดยสรุปคือโรคนี้จะพบในผู้ป่วยชายสูงอายุ โดยเฉพาะระหว่าง 65-75ปี ที่มีประวัติสูบบุหรี่ มีความดันโลหิตสูง และมีประวัติโรคหลอดเลือดโป่งพองในครอบครัว ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ บ่อยครั้งที่ตรวจพบได้โดยบังเอิญจากการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรือการทำเอ็กซ์เรย์ แต่ในผู้ป่วยบางส่วนก็อาจมีอาการได้เช่นกัน เช่น อาการปวดบริเวณหลอดเลือดที่มีการโป่งพอง เจ็บหน้าอก หรือปวดหลัง โดยอาการปวดอาจเป็นๆหายๆหรือ เป็นตลอดเวลาก็ได้ หรือในบางกรณีที่มีหลอดเลือดปริแตก ผู้ป่วยก็จะมาด้วยอาการปวดร่วมกับอาการเสียเลือดจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้เสียชีวิตได้ในไม่กี่นาทีหรือชั่วโมง และนอกจากนี้การโป่งพองของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าอาจทำให้มีก้อนเลือดมาจับตัวที่ผนังของหลอดเลือดเนื่องจากมีการอักเสบหรือมีการไหลวนของเลือดในบริเวณที่มีการโป่งพอง ถ้าก้อนเลือดที่ผนังหลอดเลือดมีการหลุดไป ก็อาจไปอุดกั้นแขนงของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าได้ หรือการโป่งพองก็อาจจะทำให้มีการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง

ทางเลือกใหม่รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก รพ.หัวใจกรุงเทพ

ทางเลือกใหม่รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าโป่งพองส่วนใหญ่มักไม่มีอาการจึงมักจะเป็นการตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจร่างกายประจำปี หรือจากการตรวจหาโรคอื่นๆ ปัจจุบันสมาคมแพทย์โรคหลอดเลือดแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา* แนะนำให้ตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าในช่องท้องโป่งพองด้วยการทำอัลตราซาวด์ในช่องท้องในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง อายุระหว่าง 65-75 ปี ที่มีประวัติสูบบุหรี่ หรือ อายุมากกว่า 60 ปี และมีญาติสนิทเช่น บิดา หรือ พี่น้อง ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าโป่งพอง และแนะนำให้ทำการตรวจคัดกรองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในผู้ที่มีญาติสนิทป่วยเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าในช่องอกโป่งพอง ซึ่งการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT 256 Slice จะช่วยให้ผู้ป่วย สัมผัสรังสีน้อย เนื่องจากใช้เวลาประมาณ 5 วินาที และได้รับผลการตรวจที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น

สำหรับการรักษาในกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ การรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าโป่งพองขึ้นกับความเสี่ยงในการแตกของหลอดเลือดยิ่งมีขนาดใหญ่ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงในการแตกสูงกว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้ผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดเอออร์ต้าใหญ่หรือมีอัตราการโป่งขยายเร็ว ส่วนในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการที่บ่งชี้ว่าหลอดเลือดมีความเสี่ยงในการแตกสูง เช่น ปวดท้อง หรือเจ็บหน้าอก หรือมีอาการจากการที่หลอดเลือดเอออร์ต้ากดเบียดอวัยวะข้างเคียง ก็นับเป็นข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดเช่นเดียวกัน ถ้าหลอดเลือดเอออร์ต้ายังมีขนาดไม่ใหญ่ถึงขั้นที่จะต้องผ่าตัดก็แนะนำให้ตรวจติดตามต่อร่วมกับให้ยาลดความดันโลหิตเพื่อลดแรงดันเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือด นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการมีโรคหลอดเลือดหัวใจก็แนะนำให้ ออกกำลังกาย หยุดสูบบุหรี่และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และในกรณีที่ตรวจพบระดับไขมันในเลือดสูงก็อาจต้องให้ยาลดไขมันด้วย ในปัจจุบันการผ่าตัดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าโป่งพองมีสองรูปแบบ คือการผ่าตัดเปิด และการผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดมีขดลวดถ่างขยายผ่านสายสวน (Endovascular aneurysmal repair) ซึ่งเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าโป่งพองเนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่า และอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลต่ำกว่า โดยที่ให้ผลในการรักษาระยะยาวเทียบเท่ากับการผ่าตัดเปิด

สิ่งสำคัญที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มุ่งเน้นในการรักษา คือ การเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัด รักษา ดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย ลดภาวะแทรกซ้อนน้อยที่สุด เพราะ “สถิติการรักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในสภาวะฉุกเฉิน (แตก ปริ แตกเซาะ) มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนจนเสียชีวิตได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการรักษาก่อนที่จะมีอาการซึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงถึงมากกว่า 95%” ที่มีทีมแพทย์รักษาโรคหัวใจตลอด 24 ชม. เพราะเราเชื่อว่า หัวใจ ไม่ควรช้าแม้แต่เสี้ยววินาที

ราชภัฎ โคราช “นับหนึ่งสร้างพื้นที่สีเขียว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288759

ราชภัฎ โคราช “นับหนึ่งสร้างพื้นที่สีเขียว”

ราชภัฎโคราช, พื้นที่สีเขียว, ราชภัฎ, โคราช, นับหนึ่งสร้างพื้นที่สีเขียว

ราชภัฏโคราช รวมพลัง NRRU GREEN UNIVERSITY ปลูกจิตสำนึก อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ นับหนึ่งสร้างพื้นที่สีเขียว

      สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดงานแถลงข่าว NRRU GREEN UNIVERSITY “ปลูกต้นไม้…ปลูกจิตสำนึก รวมพลังนับหนึ่งสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว” ณ เวทีอุทยานหินแร่ อาคาร 36 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ดร.มารุต ลิ้มเจริญ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล อธิการบดี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐกิตติ์ อินทร์สวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมการแถลงข่าว

กิจกรรม NRRU GREEN UNIVERSITY จัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ณ อาคาร 36 ชั้น 1ถือเป็นกิจกรรมนับหนึ่งสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ภายใต้ชื่อ กิจกรรม Kick off โดยเริ่มจากการปลูกต้นไม้และจัดระเบียบพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย ด้วยการเชิญชวนให้บุคลากรทุกหน่วยงานได้ร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ ซึ่งได้แบ่งพื้นที่ปลูกต้นไม้ออกเป็น 4 โซน

การแถลงข่าวครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า และประชาชนที่สนใจ ได้ร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัยให้ควบคู่กับอาคารต่างๆ ที่มีจำนวนมากขึ้น เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี การมีอากาศที่บริสุทธิ์ มีต้นไม้หลากหลายชนิดไว้สำหรับพักผ่อนย่อนใจ รวมถึงเพื่อให้บุคลากรทุกคนในมหาวิทยาลัยได้มีสุขภาพจิตใจ สุขภาพกายที่ดี มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ศึกษาเล่าเรียนและร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านมาร่วมกันรวมพลังนับหนึ่งสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ในกิจกรรม NRRU GREEN UNIVERSITY ภายใต้ชื่อ Kick off ในวันที่ 25กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00-12.00 น. ณ อาคาร 36 ชั้น 1 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม หมายเลขโทรศัพท์ 0-4400-9009 ต่อ 1010, 1013

แจงการบูรณะถ้ำเขาหลวงจ.เพชรบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288903

แจงการบูรณะถ้ำเขาหลวงจ.เพชรบุรี

กรมศิลปากร, แจง, การบูร, ถ้ำ, เขา, หลวง, เพชรบุรี

อธิบดีกรมศิลปากรชี้แจงการบูรณะถ้ำเขาหลวงจังหวัดเพชรบุรี  พื้นกระเบื้องของเดิมยังมิได้รื้อถอนแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจจัดทำแผนผังรายละเอียดการซ่อมเปลี่ยน

       นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ชี้แจงกรณีมีการร้องเรียนเรื่องการบูรณะถ้ำเขาหลวงจังหวัดเพชรบุรีของกรมศิลปากร ซึ่งจัดจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการในวงเงิน 16 ล้านบาทเศษ  จากนักประวัติศาสตร์และ นักโบราณคดีจังหวัดเพชรบุรี นำโดยศาสตราภิชาน ล้อม เพ็งแก้ว ว่ามีการรื้อพื้นผิวซึ่งทำด้วยอิฐโบราณสมัยรัชกาล ที่ 4 แล้วปูอิฐใหม่ทำให้เสียคุณค่าความเป็นโบราณสถานที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยกรมศิลปากรได้มอบให้นายสุวิทย์ ชัยมงคล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พร้อมด้วยนายณัฐพล ระดาฤทธิ์ นายช่างผู้ควบคุมงานบูรณะ นายจมร ปรปักษ์บรรลัย สถาปนิกชำนาญการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าตรวจงานบูรณะถ้ำเขาหลวง และพบปะพูดคุยชี้แจงกับกลุ่มผู้ร้องเรียน นำโดยนายธานินทร์ ชื่นใจ ช่างลายรดน้ำเมืองเพชรบุรี และคณะ โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลธงชัย นายประหยัด แสงหิรัญ ร่วมด้วย

       กรมศิลปากรได้ชี้แจงว่า การดำเนินการบูรณะถ้ำเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรี ในส่วนของอิฐที่มีการรื้อถอนนั้นเป็นอิฐที่เกิดจากการขุดแต่งทางโบราณคดีและอิฐที่ชำรุดเปื่อยยุ่ย และมีความชื้นสูงที่ต้องถอดออกเพื่อซ่อมเปลี่ยนตามหลักการบูรณะโดยทั่วไป ซึ่งได้ทำการชี้แจงให้ผู้ร้องเรียนเข้าใจ ส่วนประเด็นที่ผู้ร้องเรียนแสดงข้อห่วงใยเกรงว่าในการบูรณะจะมีการซ่อมเปลี่ยนกระเบื้องดินเผาปูพื้นเดิม ซึ่งเป็นของสมัยรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 ทิ้งทั้งหมดนั้น ข้อเท็จจริงคือพื้นกระเบื้องของเดิมยังมิได้รื้อถอนแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจจัดทำแผนผังรายละเอียดการซ่อมเปลี่ยน ทั้งนี้ได้ชี้แจงกับกลุ่มตัวแทนผู้ร้องเรียนว่ากระเบื้องปูพื้นเดิมบางส่วนอาจจะต้องเปลี่ยน เพราะเห็นว่ามีการแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และมีการปรับพื้นที่ทรุดเอียงของพื้นถ้ำ ทางผู้ร้องเรียนเข้าใจการบูรณะซ่อมแซมกระเบื้องดินเผาที่แตกหัก กรมศิลปากรจะนำกระเบื้องเดิมมาใช้งานให้มากที่สุด

       กรมศิลปากรยังได้เชิญผู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มช่างเมืองเพชร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณะซ่อมแซมพื้นกระเบื้องดินเผาโบราณดังกล่าว โดยผู้ร้องเรียนยินดีจัดหากลุ่มช่างเมืองเพชรมาช่วยดำเนินการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานและทำความตกลงการดำเนินงาน

เด็กไทยเจ๋ง คว้า 2เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกเวทีโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288910

เด็กไทยเจ๋ง คว้า 2เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกเวทีโลก

โอลิมปิก, เด็กไทยเจ๋ง, คว้า, สสวท

เด็กไทยคว้าชัยเวทีโลก 2 เหรียญทอง 3 เหรียญเงินฟิสิกส์โอลิมปิกจากอินโดนีเซีย

          ดร. พรพรรณ  ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทยได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 48 ณ เมืองยอกยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 16 – 24 กรกฎาคม 2560 ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถทำได้  2 เหรียญทอง  3 เหรียญเงิน ดังนี้

นางสาวธิษณาพร มุ่งมีพฤทธิ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม   เหรียญทอง

นางสาวณัฐณิชา เมรินทร์   โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร     เหรียญทอง

นายอธิคม วาณิชย์กุล      โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร        เหรียญเงิน

นายปฏิญญ์ อินทร์แก้ว     โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร       เหรียญเงิน

นายสิรภพ กลิ่นขจร          โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร       เหรียญเงิน

เด็กไทยเจ๋ง คว้า 2เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกเวทีโลก

คณะอาจารย์ร่วมทีมประกอบด้วย ผศ.ดร.พิเชษฐ กิจธารา มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าทีมผศ.ดร.ทวีนันท์ เชี่ยวชาญชำนาญกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล รองหัวหน้าทีม  ผศ.ดร.กิตติวิทย์ มาแทน มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยหัวหน้าทีม  ดร.ทรงวุฒิ ฉิมจินดา วิทยาลัยบูรพา ผู้สังเกตการณ์ และ ดร.ณัฐธิดา พรหมยอด ผู้จัดการทีมพร้อมกันนี้รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนจัดสรรงบประมาณเป็นทุนการศึกษาแก่ผู้แทนประเทศไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาวิชาที่ได้เป็นผู้แทนประเทศไทยตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอกอีกด้วย

ผู้อำนวยการ สสวท.กล่าวเสริมถึงการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการว่านอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศทางวิชาการแล้วยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กไทยในเวทีโลก พร้อมทั้งช่วยให้เห็นความงดงามและบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

เด็กไทยเจ๋ง คว้า 2เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกเวทีโลก

คณะผู้แทนประเทศไทยฟิสิกส์โอลิมปิกวิชาการจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 22.25.น. TG 436  สสวท.จะมีพิธีต้อนรับคณะผู้แทนฟิสิกส์โอลิมปิกเวลา 23.00 น. ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 2 ด้านใน ประตู 1

“ซึมเศร้า” ไม่ใช่ความอ่อนแอ รักษาหายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288758

“ซึมเศร้า” ไม่ใช่ความอ่อนแอ รักษาหายได้

ซึมเศร้า, ไม่ใช่ความอ่อนแอ, รักษาหายได้

กรมสุขภาพจิต ย้ำ ซึมเศร้า ไม่ใช่ความอ่อนแอ ทุกคนช่วยได้ รักษาหายได้

         นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลก จำนวนกว่า 8 แสนคนต่อปี คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน ในปี 2563 โดยมีคนพยายามฆ่าตัวตายสูงกว่าคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 20 เท่าตัว สำหรับประเทศไทย คนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ย 1 คน ในทุกๆ 2 ชั่วโมง ผู้ชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้หญิง เกิดจากหลายสาเหตุประกอบกัน และ โรคซึมเศร้า ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ซึ่ง โรคซึมเศร้า เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของประชาชน ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลกได้ประมาณการว่า ประชากรมากกว่า 300 ล้านคนเป็นโรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องนานเป็นเดือน เรื้อรังเป็นปี จะกลับเป็นซ้ำได้บ่อย หากอาการซึมเศร้ารุนแรง อาจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า สำหรับประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคนี้ 1.5 ล้านคน

        อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า อุปสรรคสำคัญหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเข้าไม่ถึงบริการ คือประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนักและไม่เข้าใจถึงความสูญเสียที่เกิดจากการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ตลอดจนมีอคติต่อผู้ป่วย มองเป็นความขี้เกียจ อ่อนแอ ซึ่งในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น ซึมเศร้า เป็นความเจ็บป่วย พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ สาเหตุมาจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น การหลั่งฮอร์โมน การหลั่งสารสื่อประสาทผิดปกติ หรือ ปัจจัยภายนอก เช่น ความผิดหวัง ความสูญเสีย ความเครียด เมื่อปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ความคิด ทัศนคติ การตัดสินใจ การมองโลก ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ไม่สามารถบังคับความคิดของตัวเองได้ เพราะสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ ต่อให้จิตใจเข้มแข็งสักเท่าไหร่ก็ตาม ดังนั้น คนที่จากไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้มแข็ง แต่เป็นเพราะเขาเจ็บป่วย และสามารถรักษาให้หายได้ สิ่งจำเป็นที่สุด คือ การดูแลด้วยความตั้งใจและอดทน จากเพื่อน ครอบครัว และคนใกล้ชิด ที่จะช่วยให้อาการซึมเศร้าหายเร็วขึ้น การพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจจะเป็นก้าวแรกในการฟื้นคืนจากโรคซึมเศร้า

        สัญญาณบอกเหตุของโรคซึมเศร้า มี 9 ข้อ ได้แก่ 1.ซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อไม่อยากทำอะไร 2.ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง 3. ไม่มีสมาธิ 4.อ่อนเพลีย 5.เชื่องช้า 6.รับประทานอาหารมากขึ้น หรือน้อยลง7.นอนมากขึ้น หรือน้อยลง 8.ตำหนิตัวเอง และ 9.พยายามฆ่าตัวตาย หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการ ข้อ 1 หรือ  2 ข้อใดข้อหนึ่ง ร่วมกับอาการในข้อ 3-9  อย่างน้อย 5 อาการ ติดต่อกันนาน 2สัปดาห์ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคซึมเศร้า หากพบเห็น อย่าประมาท ควรพูดคุยกับเขา หรืออาจแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์ ซึ่งควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า ที่ไปพบจิตแพทย์  คือ คนเป็นบ้า เพราะการมีอคติเช่นนี้ จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าไปพบแพทย์ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและสุดท้ายจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

       นอกจากนี้ การแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือโรคซึมเศร้า โดยไม่ได้คิดก่อนว่าจะกระทบกับผู้ใดหรือไม่นั้น อาจส่งผลกระทบกับผู้ที่มีปัญหาอยู่เดิม หรือ กลุ่มคนที่อ่อนไหว มีความเปราะบางทางจิตใจ ที่อาจคิดว่า อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์และตัดสินใจจบชีวิตในลักษณะเดียวกันได้ โรคซึมเศร้าจึงเป็นประเด็นทางสาธารณสุข ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และมาตรการหนึ่งที่สำคัญที่ภาคประชาสังคมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ได้ คือ ร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักเพื่อลดอคติและตราบาป และเพิ่มการเข้าถึงการรักษาทางจิตเวช เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องภาวะซึมเศร้าและอาการของโรค และรู้วิธีพื้นฐานในการรับมือและให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น

กรมสุขภาพจิต ได้รณรงค์สร้างความตระหนักต่อปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่    2-4 ส.ค. นี้ กรมสุขภาพจิตได้กำหนดจัดการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ประจำปี 2560 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Depression, Let’s talk : ซึมเศร้า…เราคุยกันได้” รวมทั้ง เตรียมจัดกิจกรรมเดิน- วิ่ง มินิมาราธอน  ซึมเศร้า เราคุยกันได้  ในวันที่ 20 ส.ค. ตลอดจนงานสัปดาห์สุขภาพจิตแห่งชาติ ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 1-7 พ.ย. ทั่วประเทศ

ยกระดับคุณภาพเชฟชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288822

ยกระดับคุณภาพเชฟชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยว

อาหาร, ดึงดูดนักท่องเที่ยว, มหาชน, 8 เมนู Signature Dish, แกงหมูชะมวง, ระกำ

พีทีทีจีซี จับมือ ททท.ยกระดับเชฟชุมชน รังสรค์ 8 เมนูท้องถิ่น เป็นเมนูประจำจังหวัด หวังเผยแพร่อาหารไทย เดินทางท่องเที่ยวตามรอยอาหาร

        บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ร่วมกับจังหวัดระยอง ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย จัดโครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน by PPTGC” เพื่อค้นหาเชฟชุมชนที่จะนำวัตถุดิบพื้นถิ่นมารังสรรค์ “8 เมนู Signature Dish” ที่จะนำมาพัฒนาต่อยอดเป็น 8 เมนูประจำจังหวัดระยอง ร่วมกับ 10 เมนูอร่อยนี้ที่ระยอง by เชฟชุมพล เพื่อนำมาเผยแพร่และอบรมหลักสูตรดังกล่าว

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายและความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนและจังหวัดระยอง โดยจังหวัดระยองมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและมีวัตถุดิบพื้นถิ่นที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ดังนั้น โครงการดังกล่าว นอกจากเป็นการรังสรรค์เมนูอาหารเพื่อเป็นเมนูประจำจังหวัดแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่อาหารไทย อาหารท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว เสริมความรู้ ยกระดับสถานประกอบการธุรกิจอาหารหรือต้องการนำเมนูอาหารไปเสริมที่ร้าน

อีกทั้งเพื่อเป็นการแนะนำอาหารและร้านอาหารของเชฟจังหวัดระยอง ที่เข้ารอบ8 คนสุดท้ายจาก50กว่าร้าน เมื่อเดินทางมาจังหวัดระยองต้องห้ามพลาดมาชิม ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานและรายได้อย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดระยอง สำหรับการแข่งขันการทำอาหารเพื่อค้นหาเชฟชุมชนและSignature Dish เมนู แบ่งเป็น 3 รอบ คือ 1.รอบคัดเลือก20คน 2.รอบคัดเลือก8คน และรอบชนะเลิศ จะคัดเลือกจากคะแนนโหวต

โดย 8 เมนู จากร้านอาหาร มีดังนี้ ยำผักกระชับทอดกรอบ จากร้านหมู่บ้านทะเลน้อย ,แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดองผักกระชับ ร้านมีดี ฟาร์มปูนิ่ม,ซีโครงหมูราย็อง ซอสชะมวงฮิ ร้านSteak@good , แกงคั่วเล พลาฮิ ร้านครัวพิศมัย, ยำสัมพันธ์ 5สหาย ร้าย La Capanna, เส้นหมี่น้ำแดงโบราณ ร้าน วิสาหกิจชุมชนไม้กฤษดา,แกงหมูชะมวง ร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง และกุ้งทอดซอสใบชะมวง ร้านบุญเพ็ชร

ผลจากการแข่งขัน 8 เมนู อาหาร ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ “แกงหมูชะมวง” จากร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง ซึ่งมีการนำใบชะมวงคือหัวใจหลักของเมนู และเป็นพืชผักท้องถิ่น เริ่มต้นจากการจัดแจงวัตถุดิบคัดเลือกใบชะมวง เพื่อให้ได้รสชาติที่เปรี้ยวพอดีผสานกับเครื่องแกงที่นำไปเผาจนได้ที่มาผัดกับน้ำหมักสูตรเฉพาะจากทางร้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อจบโครงการแล้ว ลิขสิทธิ์อาหารจะมอบให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อสร้างการพัฒนาอาหารและอาชีพในจังหวัดระยอง

ด้านเชฟชุมพล กล่าวว่าจ.ระยองเป็นอีกหนึ่งจังหวัดของประเทศไทย ที่มีวัตถุดิบที่เหมาะสมแก่การนำมาประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็น น้ำปลา กะปิ ใบชะมวง ผักกระชับ ซึ่งหากมีการนำวัตถุดิบมาประกอบอาหาร จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบ และรายได้ให้แก่คนในชุมชน ทำให้คนชุมชนเห็นคุณค่าของพืชผักในท้องถิ่น และยิ่งส่งเสริมให้มีเมนูประจำท้องถิ่น อาหารจะกลายเป็นจุดดึงดูด จุดเริ่มต้น ให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยวตามรอยอาหาร 10 เมนู ที่ได้สร้างสรรค์ อย่าง  หลนกะปิกุ้งทะเล แก้วคั่วปูใบชะมวง ผัดขี้เมาไก่บ้านใส่หน่อกระทือ ต้มกะปิปลาแดดเดียวใส่ผักกูด ต้นส้มปลากะพง(ระกำ) ทะเลผัดพริกขี้หนูสวน ผัดผักกระชับไฟแดกงปลากุเลาปากน้ำประแส ปลาหมึกแดดเดียวผัดพริกเกลือ เส้นแกลงผัดทะเล พุดดิ้งทุเรียน ซอสมังคุด โดยจะมีการอบรมหลักสูตรและการทำอาหารเหล่านี้ให้แก่คนในชุมชน เพื่อนำไปเป็นจุดขาย ดึงรายได้ สร้างอาชีพอีกด้วย