เอม-สามี เยี่ยม ทักษิณ นับถอยหลัง 46 วัน เผยพ่อฝากห่วงคนไทย หลังเผชิญวิกฤตพลังงาน

เอม-สามี เยี่ยม ทักษิณ นับถอยหลัง 46 วัน เผยพ่อฝากห่วงคนไทย หลังเผชิญวิกฤตพลังงาน

เอม-สามี เยี่ยม ทักษิณ นับถอยหลัง 46 วัน เผยพ่อฝากห่วงคนไทย หลังเผชิญวิกฤตพลังงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.18 น.

“เอม-สามี” ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” นับถอยหลัง 46 วันปล่อยตัว ด้านเรือนจำกลางคลองเปรม ประสานงานตำรวจท้องที่วันที่11พ.ค.ช่วยดูแลความปลอดภัย-จัดสรรพื้นที่เหมาะสม “เอม”แย้มปลายเดือน เม.ย.นี้ ครอบครัวชินวัตรเตรียมพาลูกหลานเยี่ยมญาติใกล้ชิด 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์ วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ บุตรสาวและบุตรเขยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นตัวแทนครอบ ครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ  

ทั้งนี้ น.ส.พินทองทา และสามี เดินทางมาถึงเรือนจำฯใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 45 นาที หลังจากนั้น นายณัฐพงศ์  ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการเข้าเยี่ยมคุณพ่อยังสุขภาพดี และตนก็ได้ปรึกษาคุณพ่อเรื่องงานและเรื่องโดยรวมอย่างเศรษฐกิจโลกด้วย ส่วนเรื่องความเป็นห่วงในสถาน การณ์วิกฤตสู้รบในตะวันออกกลางนั้น ท่านบอกว่าเห็นใจคนทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ก็เป็นวิกฤติโลก จึงได้แต่หวังว่าเราจะหาทางออกร่วมกันได้ ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อลึกถึงแนวทางการแก้ปัญหา เพียงแต่คุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบทั่วไป

เมื่อถามว่าในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ทางเรือนจำกลางคลองเปรม จะมีการเปิดให้เยี่ยมญาติใกล้ชิดเพื่อทดแทนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นั้น น.ส.พินทองทา ตอบว่า เราจะเตรียมพาหลานๆมาหาคุณพ่อ เพราะหลานๆก็คิดถึงคุณตามาก เนื่องจากไม่เจอกันแป๊บเดียวก็โตเร็วแล้ว

เมื่อถามว่าเพียง 40 กว่าวันคุณทักษิณ ชินวัตร จะได้ออกมามีอิสรภาพ ทางครอบ ครัวได้จัดเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่อย่างไร น.ส.พินทองทา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ยังคงเหมือนเดิม ด้าน นายณัฐพงศ์  กล่าวเสริมว่า ยังคงอดทนรอ นับเวลาถอยหลังทุกวัน 

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า  จากกรมราช ทัณฑ์ ว่าเรือนจำกลางคลองเปรมได้รับการประสานจากมวลชนคนเสื้อแดงว่าในวันที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งจะครบกำหนดการพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 1,000 คน จะเดินทางมาให้กำลังใจ โดยประสานขออยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำฯ เพื่อรอรับการปล่อยตัวนายทักษิณ ซึ่งทางเรือนจำฯ จะได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้อย่างเหมาะสม และจะประสานหน่วยงานตำรวจท้องที่ดูแลรักษาความปลอดภัยร่วมด้วย

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เพจเฟสบุ๊ค – Facebook อย่างเป็นทางการของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้มีการประชาสัมพันธ์รายละเอียดกิจกรรมการเปิดเยี่ยมญาติใกล้ชิด ภายใต้ชื่อโครงการเยี่ยมญาติใกล้ชิด “ครอบครัวสัมพันธ์สาดความรักให้กันวันปีใหม่ไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทดแทนการเยี่ยมช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ จัดเยี่ยมใกล้ชิดระหว่าง วันที่ 20-27 เม.ย.69 รวม 6 วันทำการ โดยเบื้องต้นทางครอบ ครัวชินวัตร จะได้ร่วมกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิดในวันพฤหัสบดีที่ 23 เม.ย.69 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยเป็นญาติที่ถูกระบุไว้ใน 10 รายชื่อของผู้ต้องขัง ซึ่งจะมีในส่วนของลูกหลานเป็นหลัก

‘ณัฐพงษ์-วีระยุทธ’ประสานเสียง รุมสับปมขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท

'ณัฐพงษ์-วีระยุทธ'ประสานเสียง รุมสับปมขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท

‘ณัฐพงษ์-วีระยุทธ’ประสานเสียง รุมสับปมขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.09 น.

“ณัฐพงษ์-วีระยุทธ” จี้รัฐบาลแจงขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว6บาท มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จี้เปิดหน้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันคือใคร ซัดนโยบายที่ผ่านมาไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ ไม่เห็นใจประชาชน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงกรณีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา รวมทั้งการบริหารจัดการวิกฤติน้ำมันของรัฐบาลในด้านอื่นๆ

โดยนายณัฐพงษ์  กล่าวว่า วันนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นมา 6 บาทต่อลิตร ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้พยามเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ สิ่งที่ตนอยากเรียกร้องถึงรัฐบาลโดยตรงคือการพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้ และการบริหารที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้มากกว่านี้ เวทีสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะสามารถใช้ชี้แจงประชาชนทั้งประเทศได้ 

จนถึงวันนี้ประชาชนยังมีข้อสงสัยหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของคนที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เป็นประธาน ศบก. ด้วย มีการตั้งคำถามว่าหากคนในรัฐบาลรู้ล่วงว่าจะมีการดำเนินนโยบายอย่างไร จะตรึงราคาถึงเมื่อไหร่ แล้วจะมีการประกาศขึ้นราคาเมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน การที่รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเข้าไปทำงานโดยอ้างความเชี่ยวชาญ จะกลายเป็นความช่ำชองหรือฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐและมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาในขณะที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันไม่ขาด แต่หน้างานจริงหลายพื้นที่ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันหลายชั่วโมง และตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไม่พบว่าคนที่กักตุนน้ำมันคือใคร แม้ตำรวจจะมีการจับกุมและแถลงข่าวทุกวันแต่ก็เป็นเพียงรายย่อยเท่านั้น สถานการณ์วันนี้เชื่อได้ว่ามีคนที่ได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังบนความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอน แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะชี้แจงผ่านเวทีสื่อมวลชนที่รัฐบาลสามารถควบคุมเนื้อหาในการสื่อสารได้เอง หลีกเลี่ยงไม่มาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร ที่สามารถตั้งคำถามในเชิงกล่าวหาได้ มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง และรัฐมนตรีหรือ สส. ที่ถูกพาดพิงสามารถใช้สิทธิพาดพิงในการตอบชี้แจงได้ทันที 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า พรรคประชาชนพยายามเรียกร้องให้ตัวแทนรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ใช้สิทธิตามข้อบังคับที่มีอยู่แล้วในการตอบชี้แจงข้อสงสัยที่สมาชิกได้ตั้งคำถาม แต่ตั้งแต่เช้าถึงค่ำกลับไม่มีการลุกขึ้นมาตอบชี้แจงข้อสงสัยแต่ประการใด อาจมีตัวแทน สส. ฝั่งรัฐบาลบางส่วนตอบชี้แจงบ้าง สถานการณ์วิกฤติในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญคือวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชน และทุกคนกำลังตั้งข้อสงสัยว่าส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันจะเป็นผลประโยชน์ตกอยู่ที่ใคร และก่อนหน้านี้มีการกักตุนไว้หรือไม่ ถ้าวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ ตนก็ยังไม่เห็นว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์วิกฤตตรงนี้ให้กลับสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไร

ขณะที่ นายวีระยุทธ์ กล่าวว่า การประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาททันทีไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ และไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน ทำตรงข้ามกับที่พูดมาโดยตลอด และไม่มีการรับฟังข้อเสนอที่มีการอภิปรายในสภาด้วย ข้อเสนอทั้ง 3 ข้อที่พรรคประชาชนรวบรวมเสนอไม่ได้ถูกนำไปใช้เลย ไม่ว่าจะเป็น

1) รัฐบาลยังคงใช้การบริหารแบบปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายใหญ่แล้วมาบอกประชาชนให้ทำอย่างที่ต้องการ ไม่มีการเปิดรับฟังผู้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีการเข้าไปหาชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่งรายย่อย หรือไรเดอร์ที่ต้องขับรถรายวันเลย

2) ยังคงไม่ยอมรับว่าปัญหาความปั่นป่วนที่ผ่านมาเกิดจากการที่รัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน แล้วยังกลับมาชี้หน้าต่อว่าประชาชน พรรคประชาชนเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นขั้นบันได ซึ่งไม่ใช่แบบที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในการขึ้น 6 บาททันที โดยไม่มีคำอธิบายว่าทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร คนไทยและผู้ประกอบการจะใช้ชีวิตอย่างไร ต้องรอเวลา 22.00 น. ในการประกาศและรอความไม่แน่นอนแบบนี้ต่อไปแค่ไหน หลักการขั้นบันไดที่พรรคประชาชนเสนอคือการประกาศให้ชัดว่าถ้าราคาโลกอยู่ในระดับนี้จะต้องอุดหนุนกี่ % ถ้าราคาสูงกว่านี้จะไม่อุดหนุนแต่มีเพดานอย่างไร ประกาศให้รู้ล่วงหน้า แล้วสังคมก็จะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไปด้วยกัน แต่อย่างน้อยต้องรู้ว่าหลักการคืออะไร

3) พรรคประชาชนเสนอว่าจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยมีการออกแนวทางอย่างเป็นทางการเลย มีเพียงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่ไม่เคยมีการเรียกรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งการระบุว่าจะช่วยผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐโดยไม่มีคำอธิบาย ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าในบรรดากลุ่มที่จะได้รับการช่วยเหลือกลุ่มแรก ทำไมถึงมีกลุ่มผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐอยู่ด้วย นี่คือการทำงานบนความเชี่ยวชาญหรือเป็นการใช้ผลประโยชน์นำกันแน่ 

นายวีระยุทธ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ รัฐบาลจะอ้างว่าไม่มีงบประมาณไม่ได้ เพราะมีทั้งงบกลางและเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นอยู่ อาจจะต้องขอ กกต. แต่สถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ไม่มีทางที่ กกต. จะปฏิเสธได้ เวลานี้มีเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นอยู่ราว 30,000 ล้านบาท ถ้ารัฐบาลเห็นอกเห็นใจประชาชนจริงๆสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้คนไทยและผู้ประกอบการไทยอยู่กับความไม่แน่นอนรายวัน

สิ่งที่รัฐบาลทำไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน มีเครื่องไม้เครื่องมือให้ใช้อยู่แล้วแต่กลับไม่ใช้ มีแต่การที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯรัฐมนตรีไปออกรายการต่างๆ แล้วให้สัมภาษณ์ ไม่มีการออกประกาศอย่างเป็นทางการ สถานการณ์วิกฤตแบบนี้ภาวะความเป็นผู้นำยิ่งมีความสำคัญกว่าสถานการณ์ปกติ ต้องมีการสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ตอบคำถามให้เป็นทางการ แต่แสดงความเห็นอกเห็นใจประชาชนด้วย ไม่ใช่สื่อสารผ่านหน้าข่าวหรือออกรายการบางรายการเท่านั้น

นายวีระยุทธ  กล่าวย้ำว่า พรรคประชาชนเรียกร้องว่าการช่วยเหลือเยียวยาสามารถทำได้เลย โดยใช้เงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินที่อยู่ในงบกลาง เว้นแต่รัฐบาลจะเก็บไว้ทำอย่างอื่น ซึ่งพรรคประชาชนเห็นว่าตอนนี้เรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุด และไม่ใช่ข้ออ้างที่จะรอรัฐบาลใหม่ เรื่องภาษีสรรพสามิตอาจจะต้องรอรัฐบาลใหม่ พ.ร.ก. เงินกู้ต้องรอรัฐบาลใหม่ แต่การมีเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินอยู่สามารถใช้ได้เลยผ่าน กกต. และควรจะมีการนำมาใช้เลย

ผอ.กองทุนน้ำมันฯ แจงเหตุขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทกลางดึก

ผอ.กองทุนน้ำมันฯ แจงเหตุขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทกลางดึก

ผอ.กองทุนน้ำมันฯ แจงเหตุขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทกลางดึก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

ผอ.กองทุนน้ำมันฯ แจง ขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาทต่อลิตร   รอตลาดโลกปิดราคา พิจารณาจากหลายมิติ ป้อง ผู้ค้าไม่ได้กักตุน รับประกัน ไม่มีใครรู้มาก่อน ยัน สถานภาพกองทุนจะดีขึ้น ดูแลปชช.ต่อได้ 

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีท่าทีจะยุติลง แม้จะมีการเสนอข้อตกลงในต่างๆ แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงมากขึ้น จากเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ยังอยู่เพียงแค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. สูงขึ้นถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลถึงราคาขายปลีกในประเทศไทย ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องทำให้ติดลบมากขึ้น จนถึงปัจจุบันที่คำนวณเอาไว้ กว่า 3.5 หมื่นล้านบาทแล้ว มีเงินไหลออกประมาณวันละ 2 พันล้านบาท

นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนราคาน้ำมัน โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค. ทางมาเลเซียมีการปรับขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปรับดีเซล1-7 บาท จะเห็นได้ว่าราคาของเราไม่ได้สูงกว่าเพื่อนบ้านเลย ยังอยู่ระดับค่อนข้างต่ำด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีการพิจารณาหลายหลายมิติ จนได้ข้อสรุปว่าต้องมีการปรับลดการชดเชยในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับลดการชดเชย จะทำให้กองทุนน้ำมันยังมีการช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่มอยู่ เช่น น้ำมันดีเซล ที่เป็นน้ำมันทางเศรษฐกิจ เรายังช่วยเหลืออยู่ ในส่วนกลุ่มของแก๊สโซฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น E10 และE20 เรายังใช้กองทุนน้ำมันสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในราคาที่ถูกอยู่ ซึ่งขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศให้เหมาะสม และขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัด เราจะดำเนินการไปด้วยกัน  คาดว่า การจัดเก็บครั้งนี้จะสามารถทำให้เรายืนสู้กับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจสูงขึ้นในอนาคตได้อีกต่อไป เพราะว่าตอนนี้สภาพคล่องเราจ่ายน้อยลง ก็ยังช่วยเหลือกันได้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้วันที่ 17 มี.ค. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันจะปรับขึ้นเป็นสเตป แต่เมื่อคืนกลับขึ้นทีเดียว 6 บาทโดยไม่มีการแจ้งประชาชนก่อน ทำให้เกิดการตกใจ นายพรชัย กล่าวว่า สถานการณ์โลกที่เราคุยกัน ณ วันนั้น ยังอยู่แค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล จากนั้นประมาณ 2-3 วัน ก็กระโดดขึ้นมาถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกทุกประเทศสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่บอกว่าจะช่วยสนับสนุน แต่เมื่อราคาสูงขนาดนั้นก็ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายมากขึ้น สภาพคล่องก็ขาด ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นถึงถึง 6 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ในภูมิภาคอาเซียนราคาก็กระโดดขึ้นไปในลักษณะนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. มาเลเซียก็ขึ้นทีเดียว 7 บาทเหมือนกัน

เมื่อถามว่า หมายความว่า ในอนาคตไม่มีหลักประกันใช่หรือไม่ว่า จะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันได แต่จะสามารถขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ ประชาชนต้องลุ้นรายวันใช่หรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า การขึ้นแต่ละครั้ง คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาหลายหลายมิติ ที่ผ่านมาเราก็ขึ้นแค่ 50 สตางค์ บางครั้งก็ขึ้นบาทกว่าๆ ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาหลายหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะด้านน้ำมันอย่างเดียว ต้องดูมิติเพื่อนบ้านและมิติประชาชน คงไม่ได้การันตีว่าเราจะขึ้นพรวดเดียว ต้องดูเป็นรายวันไป

เมื่อถามว่า เหตุใดไม่ใช้วิธีสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายพรชัย กล่าวว่า ไม่ว่าวิธีไหนเราก็มีหลักการพิจารณาเหมือนกัน เพียงแต่ขณะนั้น สถานการณ์สู้พบรัสเซียกับยูเครน ไม่ได้รุนแรงขนาดนี้ จึงไม่ได้ทำให้ราคาสูงขนาดนี้ แต่ในทางกลับกัน กรณีสหรัฐอเมริกากับอิหร่านส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นวันหนึ่งถึง 20-30 เหรียญต่อบาร์เรล ฉะนั้น การตัดสินใจบางอย่างเราต้องรีบดำเนินการ ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ต้องมีการสกัดไว้บ้าง อย่างไรก็ตาม เรายังรักษาเสถียรภาพให้ประชาชนมั่นใจ 

เมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.ระบุ จะนำเรื่องภาษีสรรพสามิตมาใช้ แต่ขณะนี้นายกฯยังไม่มีอำนาจเต็ม ตรงนี้จะมีอำนาจในการออกกฎหมายมาเพื่อบรรเทาเรื่องน้ำมันหรือไม่ นายพรชัย  กล่าวว่า เรื่องกฎหมายตนไม่ขอก้าวล่วง แต่เรากับกระทรวงการคลังเคยดำเนินการเรื่องการขอลดภาษีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามรัสเซียยูเครน หรือสมัยก่อนช่วงที่กรมสรรพสามิตเคยมาขอเงินจากกองทุนน้ำมัน เรามีการประสานกันไว้เรียบร้อย แต่ในเรื่องกฎหมาย ถ้ารัฐบาลใหม่มีความพร้อมเราค่อยมาเจรจากันได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันจะทะลุไปถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก แต่จะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่ ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำลังพอที่จะรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะทำ ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ราคาในตลาดโลกจะสูงขึ้นเท่าไหร่มากขนาดไหน

เมื่อถามว่า ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ทำไมถึงขึ้นราคากลางดึก และตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่หาน้ำมันเติมไม่ได้  เพราะมีการกักตุนรอราคาขึ้นหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องประกาศกลางดึก เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์จะปิดราคาช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเขาจะค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิด เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันดูไบ น้ำมันเบนซิน ซึ่งตนต้องมานั่งทำโครงสร้างราคาที่ตีออกมาเป็นค่าเงินบาท กว่าจะเสร็จก็ 21.00 น. และ กบน.ก็มีการประชุมกันในช่วง 21.00 น. เพื่อให้ได้ข้อมูลหลายมิติ เราก็เพิ่งทราบว่า เพื่อนบ้านก็ขึ้นราคา ฉะนั้น การประกาศช่วงดึกไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใครทั้งนั้น แค่รอข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ราคาที่ชัดเจน ส่วนที่คนสงสัยว่า ผู้ค้ามีการกักตุนรอให้ราคาขึ้นนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และทางผู้ค้าก็ไม่ทราบว่าเราจะทำ แม้กระทั่งตนและคนที่ทำงานก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนแน่นอน คีย์ข้อมูล ณ ตอนนั้นเลย รับประกันได้

เมื่อถามว่า วิเคราะห์อย่างไรที่ก่อนหน้านี้น้ำมันหมดปั๊ม แต่พอราคาขึ้น น้ำมันกลับไม่ขาด นายพรชัย กล่าวว่า เรามองในมิติอัตราเงินกองทุน ส่วนเรื่องการจัดเก็บสต็อกน้ำมันขอให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ตอบจะดีกว่า เขาจะตอบได้ชัดเจน

ปกรณ์ ปรากฎตัวครั้งแรก ปัดตอบนั่งมือกฎหมายรัฐบาล เสียบแทน บวรศักดิ์

ปกรณ์ ปรากฎตัวครั้งแรก ปัดตอบนั่งมือกฎหมายรัฐบาล เสียบแทน บวรศักดิ์

ปกรณ์ ปรากฎตัวครั้งแรก ปัดตอบนั่งมือกฎหมายรัฐบาล เสียบแทน บวรศักดิ์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

“ปกรณ์“ ปรากฎตัวครั้งแรก ปัดตอบ นั่งมือกฎหมายรัฐบาล เสียบแทน “บวรศักดิ์” บอก เอาเรื่อง ปชช.ก่อน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 10.20 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยนายปกรณ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ปรากฏรายชื่อนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาลอนุทิน 2 พร้อมโบกมือปัดที่จะตอบคำถาม ก่อนจะบอกว่า เอาเรื่องประชาชนก่อน 

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายอะไรหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ต้อง เพราะมีมาตรการอยู่แล้ว 

ก่อนจะหันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าว หลังถูกถามว่าจะได้เจอกันที่ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่  

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการปรากฏตัวของนายปกรณ์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังมีรายชื่อติดโผรัฐบาลอนุทิน 2 แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

สาธิต ชี้ทางสว่างแก้ราคาน้ำมัน แนะรัฐเลิกอุ้มแบบผิดที่

สาธิต ชี้ทางสว่างแก้ราคาน้ำมัน แนะรัฐเลิกอุ้มแบบผิดที่

สาธิต ชี้ทางสว่างแก้ราคาน้ำมัน แนะรัฐเลิกอุ้มแบบผิดที่

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

วันนี้ 26 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกโซเชียลเช้านี้ เมื่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้เป้าวิกฤตราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ พร้อมเสนอทางออกสวนทางนโยบายรัฐบาล โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “เช้านี้ น้ำมันขึ้นราคา มา 6 บาทซึ่งคาดว่าราคานำ้มันจะมีขึ้นต่อไปอีกแน่นอน“ เพราะรัฐช่วยอุ้มผ่านกองทุนนำ้มันบางส่วนอยู่ด้วย เมื่อวานนี้ในสภาอภิปราย สภาพปัญหาเห็นกันอยู่แล้วนะครับ โดยสรุปมีข้อเสนอแนะ วิธี แก้ไขปัญหา พูดถึงเรื่อง นโยบายลดแรงกระแทก โดยไม่ได้ค้านที่จะค่อยๆลอยตัวตามสภาพราคานำ้มันโลก และตรงกันหลายภาคส่วนคือ ตรงกับพรรคประชาธิปัตย์เสนอมาแรกๆ คือ ลดภาษีสรรพสามิตลง 6 บาทและเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมลาภลอยราว 3 บาท จากผู้ประกอบการโรงกลั่น ที่ส่วนใหญ่มีรัฐเป็นหุ้นอยู่ด้วย

ในส่วนรัฐบาลประกาศ จะมีมาตรการช่วยเหลือแต่ละกลุ่มเปราะบาง ต่างๆ หลายกลุ่ม เช่นขนส่งสาธารณะ เกษตรกร ประมง คนจน ฯลฯ แต่ยังไม่พูดการลดภาษีสรรพสามิตตามข้อเสนอ มีพูดถึงเก็บภาษีลาภลอย แต่ยังทำไม่ได้ด้วยสถานะรัฐบาล ผมเลยคาดเดาเอาว่า รัฐบาลไม่ลดภาษีสรรพสามิต เพราะตั้งใจจะมีมาตรการ แจกต่างๆแบบไม่อั้น ให้กับกลุ่มต่างๆ ซึ่งต้องไปศึกษาเปรียบเทียบ แก้โดยตรงไปที่ลดราคานำ้มัน โดยลดภาษีสรรพสามิต เก็บภาพลาภลอยกับ ไปแจกแต่ละกลุ่มนั้นอันไหนคุ้มค่ากว่ากัน หมายเหตุ. มีการอ้างว่ายังไม่มีรัฐบาลเลยทำอะไรยังไม่ได้ ตรงนี้นี่ญี่ปุ่นเลือกตั้งเสร็จใช้เวลาไม่ถึงอาทิตย์รับรอง ต้ังรัฐบาลเสร็จแล้ว #สู้กันต่อไป #รัดเข็มขัดกัน #พึ่งตัวเองเป็นหลัก”

สาธิต ปิตุเตชะ

หลังจากโพสต์ของ นายสาธิต ปิตุเตชะ เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างตบเท้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด มีทั้งที่เห็นด้วยกับแนวทางลดภาษี และที่เข้ามาตั้งคำถามถึงการทำงานของนักการเมือง เช่น

“ฟังกรรมกรข่าวเช้านี้ คุยกับคุณกรณ์ คุณอภิสิทธิ์ เป็นหลักเศรษฐศาสตร์ชาวบ้านที่เข้าใจง่ายเรื่องราคาน้ำมัน น่าชื่นชมกับการเปลี่ยนตามยุคสมัย เข้าถึงประชาชนมากขึ้น”

“ดีใจด้วยครับกับคนที่เลือกเขาเข้ามากลับบ้านต่างจังหวัดสงกรานต์แล้วมันไม่ขาดแน่นอน555”

“พูดง่ายๆ ครับ แต่การลงมือทำนั้น มันทำทันทีได้อย่างที่พูดหรอครับ .. ถ้ามันทำได้ง่ายจริง ลงมือทำให้ดูสิครับ คนจะได้เชื่อ และจะได้มีผลงานเชิดชูตัวเองด้วยครับ ว่าทำได้จริงนะไม่ดีแต่พูด”

“แจกไม่อั้น พร้อมขึ้น% ภาษีสรรพสามิตเนียนๆ”

“ต้นทุนชาวสวนที่เพิ่มขึ้นผลผลิตราคาต่ำลงแย่ครับพี่”

“แล้วรัฐบาล ทำอะไรบ้างครับอยากรู้จริงๆ”

“คนไม่ได้เลือกก็รับกรรมใช่ไหมคะ”

“น้ำมันขึ้น 6 บาท แต่ภาษีสรรพสามิต 6.9 บาทไม่ลดนะ”

สาธิต ปิตุเตชะ
สาธิต ปิตุเตชะ
สาธิต ปิตุเตชะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก สาธิต ปิตุเตชะ

อนุทิน ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ถกด่วน แก้วิกฤตพลังงาน หลังเช้านี้น้ำมันขึ้น 6 บาท

อนุทิน ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ถกด่วน แก้วิกฤตพลังงาน หลังเช้านี้น้ำมันขึ้น 6 บาท

อนุทิน ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ถกด่วน แก้วิกฤตพลังงาน หลังเช้านี้น้ำมันขึ้น 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.42 น.

เมื่อเวลา 10.12 น.วันที่ 26 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยวันเดียวกันนี้นายอนุทิน ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดง ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ด้วยตนเอง มาทำงานเป็นวันที่2 

โดยเวลา 11.00 น. นายกฯจะเรียกประชุมครม.เศรษฐกิจ นัดพิเศษ ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อถกวิกฤตพลังงาน น้ำมันแพง หลังขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท ภายหลังจากเมื่อวันที่  25 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด จะปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

‘อาจารย์ไชยันต์’กางโมเดล สส.สวีเดน เตือนสติก่อนตัดสวัสดิการ สส.ไทย

'อาจารย์ไชยันต์'กางโมเดล สส.สวีเดน เตือนสติก่อนตัดสวัสดิการ สส.ไทย

‘อาจารย์ไชยันต์’กางโมเดล สส.สวีเดน เตือนสติก่อนตัดสวัสดิการ สส.ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.26 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569  ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ก่อนจะตัดสวัสดิการ สส. ไทย ควรรู้เรื่องเกี่ยวกับ สส.สวีเดน ให้ดีๆก่อน เพราะเห็นคนชอบยกตัวอย่าง สส.สวีเดน มา เพื่อตัดงบสวัสดิการ สส.ไทย

1. เงินเดือนพื้นฐานของ สส.

• 81,400 โครนาสวีเดนต่อเดือน (ประมาณ 277,000 บาท)

• เงินจำนวนนี้ต้องเสียภาษีเงินได้ตามปกติ และเป็นอัตราคงที่สำหรับ สส. ทุกคน ไม่ว่าจะสังกัดพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

1. การเดินทางภายในประเทศ

• ตั๋วรถไฟฟรี: สส. ทุกคนจะได้รับ “บัตรโดยสารรถไฟประจำปี” ซึ่งสามารถใช้เดินทางได้ไม่จำกัดทั่วประเทศ
แต่มีเงื่อนไขตายตัวว่า ต้องเป็นการเดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในกิจการของรัฐเท่านั้น

• การเดินทางโดยเครื่องบิน: สามารถทำได้หากมีความจำเป็น (เช่น ระยะทางไกล) แต่กฎระเบียบระบุว่าโดยปกติแล้ว ต้องบินชั้นประหยัด (Economy Class) เท่านั้น

• การใช้รถยนต์ส่วนตัว: หากจำเป็นต้องขับรถไปปฏิบัติหน้าที่ สามารถเบิกค่าชดเชยได้ตามระยะทาง (อัตราปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 38 SEK ต่อ 10 กิโลเมตร)

• รถแท็กซี่: เบิกได้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีรถสาธารณะให้บริการ หรือมีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนที่สมเหตุสมผลเท่านั้น

2.การเดินทางไปต่างประเทศ

สส. สวีเดนไม่มีงบประมาณการเดินทางต่างประเทศแบบไม่จำกัด แต่จะได้รับจัดสรรงบที่เรียกว่า “Individual journeys abroad” (เช่น การไปศึกษาดูงาน):

• วงเงิน: สส. แต่ละคนจะมีงบประมาณจำกัดอยู่ที่ประมาณ 60,000 SEK (ราว 205,000 บาท) ต่อหนึ่งวาระการดำรงตำแหน่ง (4 ปี)

• มาตรฐานที่นั่ง: สำหรับการเดินทางในยุโรปต้องใช้ชั้นประหยัด

ส่วนการเดินทางนอกยุโรปสามารถเลือกชั้นธุรกิจ (Business Class) ได้หากมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่

3. ค่าเบี้ยเลี้ยงการเดินทาง (Subsistence Allowance)

หากต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ห่างจากที่พำนักเกิน 50 กิโลเมตร และต้องค้างคืน จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม:

• เบี้ยเลี้ยงรายวัน (Domestic): อยู่ที่ประมาณ 490 SEK (ประมาณ 1,670 บาท) ต่อวัน (หากเป็นวันเดินทางไป-กลับอาจลดลงเหลือครึ่งหนึ่งตามเวลาที่ออกเดินทาง)

• Stockholm Allowance: สำหรับ สส. ที่มีบ้านห่างจากสตอกโฮล์มเกิน 50 กม. จะได้รับเงินช่วยเหลือรายวันเพิ่มเติม (ประมาณ 130 SEK) เมื่อต้องมาพักค้างคืนที่สตอกโฮล์มเพื่อประชุมสภา

ตามกฎหมายสวีเดน สส. ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ห่างจากกรุงสตอกโฮล์มเกิน 50 กิโลเมตร มีสิทธิ์ได้รับที่พักที่รัฐสภาจัดหาให้โดย “ไม่ต้องเสียค่าเช่า”

จำนวนที่พัก: สำนักงานเลขาธิการรัฐสภาสวีเดน (Riksdagsförvaltningen) มีอาพาร์ตเมนต์ในครอบครองและเช่าไว้ประมาณ 250 แห่ง

เงื่อนไข: ที่พักเหล่านี้ไม่ใช่บ้านหรู ส่วนใหญ่เป็นห้องชุดขนาดเล็ก (ประมาณ 40 ตารางเมตร) หรือบางแห่งอาจเป็นเพียงห้องขนาด 18 ตารางเมตรที่ต้องใช้ห้องครัวร่วมกับผู้อื่น

• วัตถุประสงค์: เพื่อให้ สส. จากต่างจังหวัดมีที่พักในช่วงวันทำงาน (จันทร์-ศุกร์) และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและหาที่พักในเมืองหลวงที่มีราคาแพง

4. ระบบ “ผู้ช่วย” (Political Assistants)

ในสวีเดน สส. “ไม่มี” ผู้ช่วยส่วนตัว 8 คนแบบไทย แต่ระบบจะจัดการผ่าน “งบประมาณสนับสนุนกลุ่มการเมือง” (Party Grants):

ผู้ช่วยสังกัดพรรค: รัฐสภาจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละพรรคการเมืองตามจำนวนที่นั่ง เพื่อให้พรรคไปจ้าง “เลขาธิการฝ่ายการเมือง” (Political Secretaries) มาช่วยงาน สส.

การแชร์ทรัพยากร: สส. หนึ่งคนอาจไม่ได้มีผู้ช่วยประจำตัวคนเดียวแบบ Full-time แต่เป็นการใช้ทีมงานส่วนกลางของพรรคช่วยดูงานด้านกฎหมาย งานวิจัย หรือการตอบสื่อ

สวีเดนเน้นระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง (Party-based) มากกว่าตัวบุคคล สส. หลายคนจึงต้องทำภารกิจพื้นฐานด้วยตัวเอง เช่น การร่างสุนทรพจน์หรือการจัดตารางนัดหมาย

เมื่อเทียบกับ สส. ไทยแล้ว เป็นอย่างไรครับ ?

ผมเห็นว่า ยังควรมีอาหารกลางวันฟรี ให้กับ สส. แต่อาจจะลดงบต่อหัวลงมา ขณะเดียวกัน สส. ที่มีฐานะดี ก็อาจจะแจ้งสละสิทธิ์อาหารฟรีตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

เราควรจะมีงบประมาณอุดหนุน นักการเมืองที่ไม่ร่ำรวย—ที่ต้องเช่า-ผ่อนบ้าน ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว คนขับ และยังต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัว—ให้ทำงานเป็น สส. ได้เต็มที่โดยไม่ลำบาก

การจะยกเลิกสวัสดิการต่างๆของ สส. ควรคิดให้ดีๆ เพราะเราควรสร้างเงื่อนไขให้คนที่ไม่มีฐานะร่ำรวย แต่มีความรู้ความสามารถ มีจิตสาธารณะสามารถเล่นการเมืองเป็น สส. ได้

ต้องอย่าลืมว่า การจะได้เป็น สส. นั้นไม่แน่ไม่นอน หากเขาหรือเธอสอบตก ก็จะต้องไปหางานทำ หากไม่มีกิจการส่วนตัวอยู่แล้ว หรือที่บ้านร่ำรวยมีมรดก

เด็กกล้าธรรม จวก รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

เด็กกล้าธรรม จวก รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

เด็กกล้าธรรม จวก รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.16 น.

‘บ่าวนิก สิรภพ’ซัดแรง รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท/ลิตร เหมือนปล้นประชาชน ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง จี้ ขอฟังมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 น.จากกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในวันนี้ 26 มี.ค. ได้ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร พรรคกล้าธรรม กล่าวต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ประชาชน เหมือนโดนปล้น กลางดึกที่ผ่านมา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่  แม้พี่น้องประชาชนจะทราบว่า สถานการณ์พลังงานในประเทศกำลังมีปัญหา และในสภาผู้แทนราษฎรวานนี้(25 มี.ค.)สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมากถึง 100 คน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่า กลางดึกรัฐบาลจะออกประกาศสั่นคลอนหัวใจคนไทยรากหญ้าอย่างใหญ่โตขนาดนี้

“ผมหวังว่า เราจะได้ฟังการชี้แจงจากทางรัฐบาล รวมถึงมาตรการที่ชัดเจนออกมารองรับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ไม่เช่นนั้น ภาพความโกลาหลที่หน้าสถานีบริการน้ำมันจุดต่าง ๆ จะยิ่งวุ่นวายมากกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแน่นอน พี่น้องประชาชนจะแห่ไปเติมน้ำมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่า  วันต่อ ๆ ไปราคาน้ำมันจะดีดตัวสูงขึ้นไปอีกจนตัวเลขจะไปหยุดที่ตรงไหน”นายสิรภพ กล่าว 

นายสิรภพ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้คำนึงหรือไม่ว่า ภาคการเกษตร  พี่น้องชาวรากหญ้า  จะอยู่อย่างไร ภาคการขนส่ง  จะหยุดชะงัก หรือไม่ ภาคการผลิต  แน่นอนว่าไม่อาจตรึงราคาต้นทุนได้อีกต่อไป แล้วราคาข้าวของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภค  ของพี่น้องประชาชนจะขยับขึ้นไปอยู่ตรงไหน คนไทยทราบดีว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการสู้รบในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นแต่ก็หวังว่า วันนี้คนไทยจะได้อุ่นใจขึ้นได้บ้างจากมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล ไม่ใช่พูดขายฝันเพื่อหวังแค่ประคองสถานการณ์ไปวัน ๆ

หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน

หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน

หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.06 น.

วันนี้ 26 มีนาคม 2569  ประเด็นร้อนการเมืองไทยยังไม่แผ่ว นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดข้อมูลสำคัญจาก โดยมีข้อความระบุว่า “สรุปประเด็นทึ่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ส่งรายงานให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อเป็นหลักฐานส่งต่อศาล รัฐธรรมนูญมีดังนี้

1. ยืนยันว่า ในทางสากล บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร แต่ใช้ในการควบคุมการจัดส่ง หรือ ตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งการขนส่ง หรือ ล็อตการผลิต

สมชัย ศรีสุทธิยากร

2. การใช้บาร์โค้ด ที่ถอดรหัสง่ายดายโดยใช้มือถือส่อง แล้วเป็นเลขที่ตรงกับต้นขั้วแบบ 1:1 เป็นช่องทางตรวจสอบย้อนกลับว่าใครเลือกใครได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ มาประกอบกัน ตามที่ กกต. เคยชี้แจง

3. หลักฐานการสังเกตการณ์ และการบันทึกภาพ ในการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่เขตคันนายาว โดยทีมสังเกตการณ์และทีมผู้สื่อข่าว เป็นข้อมูลเพียงพอว่า สามารถระบุได้ว่า คนที่มาเลือกตั้งทั้งหมดในวันนั้นเลือกใคร หรือพรรคใด

4. ทีมผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีวัตถุประสงค์ต้องการล่วงรู้การใช้สิทธิของประชาชน เพราะทราบว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ในขั้นศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ศาลสถิตย์ยุติธรรมใด ก็พร้อมจะแสดงผลต่อหน้าศาล ถึงจุดอ่อนข้อบกพร่องของการออกแบบบัตรซึ่งใส่บาร์โค้ดแล้วนำไปสู่การล่วงรู้การใช้สิทธิของประชาชน หากมีคำสั่งศาล”

ทันทีที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงความน่าสะพรึงกลัวของการทุจริตเชิงโครงสร้าง

“ขอบคุณที่ อจ.และคณะช่วยทำให้กระจ่าง….ที่เหลือคือ กระบวนการยุติธรรมในบ้านเมืองนี้มันจะห่วย เอาแต่อวยพ่องมันหรือไม่???”

“ถ้า กกต. รอด ประเทศ ไม่รอด”

“ตกลงว่าบัตรเลือกตั้งใหม่เมื่อ 22 กพ.69 เขตคันนายาว กกต. ใช้บัตรใหม่ไม่มีบาร์โค้ด ใช่ไหม(ตามที่เป็นข่าว) แล้วจะรู้ว่าใครเลือกใครหรือ ซึ่งต่างจากวันเลือกตั้งทั่วไป 8 กพ.69”

“สาธิตให้ดูด้วยว่าเขาจะทุจริต​อย่างไร​ เพราะตัวเองคิดไม่ออกว่ามันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ​ ไม่ได้คิดแบบติ่งฝ่ายไหนเอาความเป็นจริงเข้าว่า”

“บาร์โค้ด สามารถนำไปสู่ต้นขั้วได้ ก็ยังชั่วร้ายน้อยกว่าการที่ กกต. แก้ไขตัวเลขแล้วประกาศ ว่ามีบัตรเขย่งเพียง 4 ใบ จากหลายแสนใบ โดยที่ กกต. ไม่ชี้แจงที่มาที่ไปของตัวเลขนี้ ทั้งที่ กกต. รู้อยู่แก่ใจ การที่กกต. ปิดระบบรายงานของ กกต. เป็นสิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุด และการที่กกต.เก็บรวมบัตรและต้นขั้วบัตรไว้ในที่แห่งเดียวกันเป็นสิ่งที่อันตรายและเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตโดยที่ ไม่มีประชาชนไม่สามารถล่วงรู้ การที กกต.จงใจเก็บต้นขั้วบัตร ไว้ที่เดียวกับบัตร แม้จะแยกกล่อง แต่ แต่เคเบิ้ลไทม์ สามารถถอดจากล็อกได้ ง่าย โอกาสที่จะมีคนทุจจริตล่วงรู้ความลับนี้จึงเป็นไปได้สูง เพราะไม่มีประชาชนคนเฝ้าสังเกตุการณ์ การเก็บรักษาหีบบัตรของ กกต. ได้ตลอดเวลา”

“รับไว้ แล้วรอประดิษฐ์วาทกรรมร้อยแปดพันเก้าอ้อมโลก # ผิดพลาดโดยสุจริต !!!”

สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมชัย ศรีสุทธิยากร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร

หมอวรงค์ แฉยับกักตุนน้ำมัน ซัดรัฐบาลยอมสยบพ่อค้า ขึ้นราคา 6 บาท

หมอวรงค์ แฉยับกักตุนน้ำมัน ซัดรัฐบาลยอมสยบพ่อค้า ขึ้นราคา 6 บาท

หมอวรงค์ แฉยับกักตุนน้ำมัน ซัดรัฐบาลยอมสยบพ่อค้า ขึ้นราคา 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.39 น.

วันนี้ 26 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขยี้ปมร้อนนี้ทันที ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ โดยชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลก์กดแชร์ พร้อมระเบิดความคิดเห็นกันอย่างดุเดือดถึงการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ใครๆก็รู้ว่า ตามปั๊มไม่มีน้ำมันขาย เพราะมีการกักตุนน้ำมัน แต่รัฐบาลไม่รู้ มาบอกว่า ประชาชนตื่นตระหนก มาเติมน้ำมันพร้อมกันจำนวนมาก สุดท้ายก็ต้องยอมขึ้นลิตรละ 6 บาท เพื่อให้เขาปล่อนน้ำมันให้ปั๊มมาขาย แถมวันนี้ไม่มีประชุมสภาอีกด้วย แค่เริ่มต้นก็แย่แล้วครับเอาพ่อค้าน้ำมัน มาแก้ปัญหาน้ำมัน ก็เป็นแบบนี้”

หมอวรงค์

ทันทีที่คุณหมอวรงค์โพสต์ ความเห็นของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องค่าน้ำมันก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย หลายคนฝากความหวังไว้ที่การตรวจสอบครั้งนี้ เช่น

“เป็นอีกเรื่องที่คุณหมอต้องทำเพื่อประชาชนค่ะ​”

“คุณหมอก็เล่นเรื่องนี้สิครับ เอาให้ประชาชนรู้ข้อมูลในเชิงลึก”

“ขอเป็นกำรังใจให้คุณหมอวรงค์ทำสำเร็จนะครับใครไม่พอใจให้ลาออกไปเลยคนอื่นๆเขาจะได้เข้ามาใหม่สมัยนี่คุณหมอทำให้เต็มที่ไป”

“เหมือนลอตเตอรี่ ไม่มีใครขายเกิน 80 มันแปลกตั้งแต่เอา รมต.คมนาคมมาแก้ปัญหาพลังงานแทน รมต.พลังงานแล้วครับท่าน”

“จัดการให้ถึงต้นตอเหมือนรับจำนำข้าว เลยค่ะ”

“ไช่ค่ะท่านรัฐบาลนี้หนักขึ้นทุกวัน”

“ไม่ทันไร ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่ม ก็เห็นจุดจบของรัฐบาลนี้แล้ว”

“ปั้มมีที่เก็บไม่มาก สร้างขึ้นขายวันต่อวัน เผื่อนิดหน่อย คนแห่เติมเยอะก็หมดเร็ว ต้องรอรอบส่งใหม่ จึงเกิดปัญหาหน้าปั้ม ???”

หมอวรงค์
หมอวรงค์
หมอวรงค์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom