ขึ้นแท่นเบอร์1ฝ่ายค้าน มาร์คแซงเท้ง ‘หนู’นักการเมืองโดดเด่น

ขึ้นแท่นเบอร์1ฝ่ายค้าน  มาร์คแซงเท้ง  ‘หนู’นักการเมืองโดดเด่น

ขึ้นแท่นเบอร์1ฝ่ายค้าน มาร์คแซงเท้ง ‘หนู’นักการเมืองโดดเด่น

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 ขึ้นแท่นเบอร์1ฝ่ายค้าน มาร์คแซงเท้ง ‘หนู’นักการเมืองโดดเด่น ปชน.ชงสอบสั่งเด้งราเชน เสื้อแดงค้างคืนรอรับแม้ว

กลุ่มคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมปักหลักค้างคืนนับถอยหลังรอรับทักษิณพ้นคุก 11 พฤษภาคมนี้ ด้าน “เด็จพี่” อยู่เป็นอวยนายใหญ่ช่วงชีวิตเทียบชั้น “แมนเดล่า-มหาเธร์” ขณะที่ ปชป.เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.กลางเดือนพ.ค.แย้มสปกเป็นผู้ชาย ส่วน‘เท้ง’โต้ปมดีลลับ‘ชัชชาติ’ แต่ยอมรับคุยเบื้องหลังเป็นเรื่องปกติยันส่งตัวเลือกดีที่สุดให้คนกรุงเลือกสวนดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองไทยเม.ย. 69ชู’อนุทิน’นักการเมืองรัฐบาลที่โดดเด่น ส่วนฝ่ายค้าน’อภิสิทธิ์’มาแรงแซง‘ณัฐพงษ์’

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม กลุ่มคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร อดีรตนายกรัฐมนตรีที่จะได้รับการพักโทษและมีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้โดยมี ดร.ประยูร คลองยศ นายวรชัย เหมะ และนายอรรถชัย อนันตเมฆ สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยนับถอยหลังการปล่อยตัวพักโทษนายทักษิณ

บรรยากาศภายในงาน ยังมีแจกล็อตเตอรี่ 350 คู่ให้แก่คนเสื้อแดงที่ไปจัดกิจกรรมให้กำลังใจ พร้อมกับนัดหมายจัดกิจกรรมหน้าเรือนจำฯ อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.69 ตั้งแต่เวลา 14.00-24.00 น. เพื่อรอต้อนรับการกลับมาของนายทักษิณ ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป

คนเสื้อแดงค้างคืนรอรับทักษิณ

อย่างไรก็ตาม ทางแกนนำแนะนำให้ผู้เข้าร่วมเดินทางมาล่วงหน้าในช่วงเวลา 03.00–04.00 น. เพื่อความสะดวกในการเข้าพื้นที่ ขณะเดียวกัน จะมีมวลชนบางส่วนปักหลักค้างคืนบริเวณหน้าเรือนจำ โดยมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ พัดลม และรถสุขาเคลื่อนที่ไว้รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ยังได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดระเบียบพื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบเรือนจำคลองเปรม และมีการจัดที่จอดรถไว้ 2 จุด สำหรับรถบัสจอดตรงบริเวณถนนกำแพงเพชร 6 ทางไปจตุจักร รถตู้จอดที่วัดเสมียนนารี / โดยก่อนวันจัดกิจกรรมจะมีการส่งพิกัดยืนยันสถานที่อีกครั้งหนึ่ง

เด็จพี่อวยนายใหญ่คือตำนาน

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณ จะได้รับการพักโทษ นักการเมืองถือเป็นตำนานของเมืองไทยช่วงชีวิตการเมืองขึ้นสุดลงสุดเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ถูกรัฐประหาร ต้องคดีความไปอยู่ต่างประเทศนานกว่า 17 ปี ตนเป็นคนหนึ่งได้ศึกษา ติดตามแนวคิด นายทักษิณ ได้เห็นหลายนโยบายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศมหาศาล

“นายทักษิณคิดริเริ่ม โครงการใหม่ๆในขณะนั้น สร้างความเป็นอยู่ให้ชีวิตชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ผู้ว่าซีอีโอ โอท็อป การปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด การแก้ปัญหาเศรษฐกิจยกระดับชีวิตชาวบ้านอย่างเป็นระบบ “ นายพร้อมพงษศ์ กล่าว

ยกเทียบชั้น‘เนลสัน แมนเดล่า’

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า แม้ช่วงชีวิตของท่านเผชิญมรสุมการเมืองมากมาย ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง แต่แนวคิด มุมมอง ความห่วงใยต่อประเทศชาติและประชาชน ยังคงเหมือนเดิม ขณะถูกจองจำ แต่กำลังใจจากประชาชน ผู้สนับสนุนพรรคและตัวท่าน ยังคงเต็มเปี่ยม ไม่แปลกใจ ถ้าวันที่ได้รับการพักโทษ 11 พ.ค. จะมีแกนนำ สมาชิกพรรค คนเสื้อแดง จะไปรอรับอย่างคับคั่งด้วยพลังความรัก ความศรัทธา

“นายทักษิณ มีชีวิตโลดโผนทางการเมืองยาวนานหลายสิบปี ทำให้ย้อนคิดถึงนายเนลสัน แมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ผู้ล่วงลับ นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด การกลับมาเป็นนายกฯสมัยที่2 ของมาเลเซียเมื่อปี2018 ตอนช่วงอายุมากสุด โดยทั้ง2คน เคยผ่านช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง ถูกจำกัดบทบาท สูญเสียอำนาจก่อนจะหวนกลับมาในฐานะสัญลักษณ์ของความหวังและการเริ่มต้นใหม่ โดยไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา”นายพร้อมพงษศ์ กล่าว

ปชป.แย้มผู้สมัครชิงผู้ว่ากทม.

นายสกลธีภัททิยกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ กล่าวถึงบุคคลที่เป็นตัวแทนพรรคฯ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า ขณะนี้ได้บุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่ากทม.แล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร เพราะยังมีกระบวนการที่ต้องไปดำเนินการอีกนิดหน่อย โดยจะมีการเปิดตัวประมาณกลางเดือนพ.ค.

“ยืนยันได้ว่าพรรคฯ มีผู้สมัครผู้ว่ากทม.เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีกระบวนการอีกนิดหน่อย จึงยังไม่สามารถเปิดได้ว่าเป็นใคร อยู่แวดวงไหน บอกไม่ได้จริงๆ บอกได้แค่ว่าเป็นผู้ชาย”นายสกลธีกล่าว

ได้ทีมผู้สมัครส.ก.ครบทั้ง50เขต

นายสกลธีกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ผู้สมัครส.ก.ครบทั้ง 50 เขตแล้วโดยการประชุมกรรมการบริหาร(กก.บห.) พรรควันที่ 5 พ.ค.นี้ จะอนุมัติผู้สมัครที่เหลือ และจะมีการประชุม สก.ทั้ง 50 เขต ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่พรรคฯ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ

ทั้งนี้จะมีการเปิดตัว ผู้สมัคร สก. พร้อมกับผู้สมัครผู้ว่ากทม. ประมาณกลางเดือนพ.ค.เป็นต้นไป เพราะมีเรื่องนโยบายและอะไรอีกหลายๆ อย่าง ที่เราอยากให้พร้อมก่อนแล้วค่อยเปิดออกมาส่วนทีมผู้ว่าฯกทม.จะเปิดตัวเลยหรือไม่นั้น ยังไม่มีการเปิดตัวทีมพร้อมกับผู้ว่ากทม.แต่จะทยอยเปิดออกมา

‘เท้ง’เตรียมเปิดตัว5พ.ค.นี้

ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)กล่าวถึงการเปิดแคมเปญเปิดตัวผู้ว่าฯ กทม. ว่า เป็นการสะท้อนถึงปัญหาการดำรงชีวิต การใช้ชีวิตใน กทม. ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยจะเปลี่ยนให้เป็นเรื่องง่าย เช่น การใช้สิทธิบัตรทองเกี่ยวกับการส่งตัวที่มีความแตกต่างจากต่างจังหวัด หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต่างจังหวัดที่มีคุณภาพที่ดีกว่าในกรุงเทพฯ

“พรรคประชาชนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่จะส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาว กทม. โดยจะเปิดตัวในวันที่ 5 เดือน 5 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 17.00น.คุณสมบัติของบุคคลที่จะส่งลงผู้ว่าฯ กทม. ว่า เป็นคนที่เลือกอยู่ข้างประชาชน และใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส”นายณัฐพงษ์ กล่าว

ชูเลือกทีมสีส้มสก.-สส.ยันผู้ว่าฯ

เมื่อถามว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย พรรคประชาชนมีความมั่นใจแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจในทีมผู้ว่าฯ และสก. รวมทั้งยังมี สส. 33 เขตของพรรคสนับสนุนผลักดันวาระ กทม.ให้ก้าวหน้าได้โดยย้ำว่าขอให้เลือกพรรคประชาชนทั้งผู้ว่าฯ และทีม สก. จากพรรคประชาชนตนเชื่อว่าทีมปชน.เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดี โดยพรรคจะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากที่สุด และประชาชนไม่ต้องเจอข่าวซ้ำว่าซื้อของแพงเกินจริงใน กทม.

เลี่ยงตอบดีลลับ’ชัชชาติ’ลงผู้ว่าฯ

เมื่อถามถึงการทาบทามนายชัชชาติมาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพรรคประชาชนมีข้อเท็จจริงอย่างไร นายณัฐพงษ์ เลี่ยงที่จะตอบคำถามตรง ๆ แต่ชี้แจงว่า ไม่มีการดีลกัน แต่การพูดคุยกันเบื้องหลังหรือนอกรอบก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทั้ง สส. และ สก. ก็มีการพูดคุยงานทั้งภายในพรรคเดียวกันและต่างพรรค การพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ ก็เป็นเรื่องปกติในการแก้ไขปัญหาให้กับชาว กทม. ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีดีลทางการเมืองที่จะไปต่อรองผลประโยชน์

“มันเป็นการคุยกันในเรื่องเอาวาระประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ไขปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีการดีลหรือต่อรองใดๆจะแบ่งโมเดลหรือแบ่งพื้นที่การเลือกตั้งไม่มีการพูดคุยแบบนั้นอยู่แล้ว” นายณัฐพงษ์ กล่าว

อ้างขึ้นอยู่กับเสียงประชาชน

เมื่อถามย้ำว่าไม่ได้มีการทาบทามนายชัชชาติ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพระประชาชนจริง ๆ ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มันอยู่ที่เสียงของประชาชนเป็นคนตัดสิน และยอมรับว่าในมุมมองของคน กทม. หลายคนอาจตัดสินใจยาก เชื่อว่าแต่ละคนที่ถูกเสนอมาเป็นตัวเลือกก็จะเสนอสิ่งที่ดีที่สุด

ชงกมธ.ปมเด้งอธิบดีฝนหลวง

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงการโยกย้ายอดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับอายุ ว่า การแต่งตั้งโยกย้ายต้องทำไปด้วยความเป็นธรรม หากมีประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลัง ตนคิดว่าก็เป็นความชอบธรรมที่เราต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่หากเป็นการดำเนินการทางการเมืองก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“เรื่องนี้ยังไม่อยากให้ไปมองที่ตัวบุคคล โดยสิ่งที่พวกเราจะทำหลังกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 9 คณะ มีการแต่งตั้งประธานเสร็จแล้ว กรณีนี้จะเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนติดตามอย่างแน่นอน เราจะใช้กลไกใน กมธ.ตรวจสอบเบื้องหลัง ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร”นายณัฐพงษ์ ระบุ

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองนั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถือเป็นข้อคิดเห็นของแต่ละฝ่าย แต่อย่างที่ตนบอกรอการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องหลังในชั้น กมธ. ก่อน ก็พร้อมที่จะสื่อสารต่อสังคม

โพลชี้ดัชนีการเมืองไทยร่วง

ทางด้าน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,214 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย.2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเมษายน เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือนมี.ค.2569 ที่ได้ 3.89 คะแนน

มาร์คขึ้นแท่นเบอร์1 ฝ่ายค้าน

ส่วนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.31 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหา ยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย3.22 คะแนน ขณะที่ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 39.07 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 28.22ด้านฝ่ายค้าน คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 27.82 รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 23.25

สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ร้อยละ 49.82 และสิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน คือ ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 44.37

สะท้อนยังไม่เห็นผลงานชัดเจน

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยที่ลดลงทุกตัวชี้วัด แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กำลังมองภาพรวมของการเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะคะแนนด้านเศรษฐกิจและปากท้องยังอยู่ในระดับต่ำ

“เสียงสะท้อนของประชาชนจึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นจริง”ดร.พรพรรณ

‘เท้ง’ไม่หวั่นโพลร่วง‘อภิสิทธิ์’แซง

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลการเมืองของฝ่ายค้านที่คะแนนความนิยมของนายณัฐพงษ์ ร่วงลงไป แต่คะแนนความนิยมของนายอภิสิทธิ์ กลับแซงหน้าขึ้นมาว่า ตนเชื่อว่าความเข้มแข็งของพรรคประชาชน คือเราไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล เราทำงานเป็นทีม ทั้งทีม สส. และทีมสก.รวมถึงหลายภาคส่วนที่ช่วยกันขับเคลื่อนการทำงาน

มีไอซ์แบกพรรคอยู่ในกระแส

“หากดูผลจากดุสิตโพลล่าสุดไม่ใช่มีแค่ตัวแทนของพรรคปชน.คนเดียวที่อยู่ในโพล แต่ยังมี น.ส.รัชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.ด้วย ดังนั้น หากดูภาพรวมผลคะแนนความนิยมของพรรค ส่วนตัวยังเชื่อว่าพรรคปชน.เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้”นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่าเมื่อผลออกมาเช่นนี้จะทำให้เราต้องมีความขยันมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ มีความโดดเด่นด้านการตรวจสอบรัฐบาล จะมองว่าฝ่ายค้านแข่งขันกันเองในการทำงานหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากมีการแข่งขันกันเอง แต่สุดท้ายมองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้งและนำการตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเป็นตัวตั้ง สุดท้ายคนได้ประโยชน์ก็คือหากประชาชน

ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา จี้หนูทบทวน สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน

ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา  จี้หนูทบทวน  สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน

ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา จี้หนูทบทวน สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชงแลนด์บริดจ์เข้าสภา จี้หนูทบทวน สว.ดาหน้ารุมคัดค้าน ซัดกระทบวิถีชุมชน ทำสิ่งแวดล้อมพินาศ มวลชนปักหลักต้าน

มูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้ ออกโรงเตือน “อนุทิน-พิพัฒน์” ถ้าจะดันแลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ต้องถามประชาชนในพื้นท่ี แนะย้ายแนวไปปรับปรุงแนวเซาท์เทิร์นซีบอร์ด กระบี่-สุราษฎร์ธานี และต่อยอดนิคมอุตสาหกรรมจะนะ สงขลา ประเทศชาติได้ประโยชน์มากกว่า ด้าน “โพลคนใต้” ห่วงแลนด์บริดจ์ กระทบทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทะเล ขณะที่กลุ่ม SEC Watch ทำจดหมายเปิดผนึกไล่ทุบ สส.สะตอภูมิใจไทย ให้มีความรับผิดชอบต่อพื้นที่ ฝ่าย “สว.” ชงญัตติด่วน จี้รัฐบาลทบทวนอังคารนี้

เมื่อวันที่ 3  พฤษภาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” สำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย.2569 จากประชาชน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา รวม 1,455 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของคนภาคใต้ต่อโครงการแลนด์บริดจ์

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 7.08 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินใด ๆ เลย เกี่ยวกับโครงการฯ และร้อยละ 1.30 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจเลย เกี่ยวกับโครงการฯ

ห่วงกระทบสิ่งแวดล้อมเพียบ

เมื่อถามว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงกรณีที่ “คนภาคใต้ มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์” ร้อยละ 38.03 ระบุว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล รองลงมา ร้อยละ 33.16 ระบุว่า ไม่กังวลใจใด ๆ เลย

ร้อยละ 29.71 ระบุว่า ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป ร้อยละ 25.81 ระบุว่า การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ ร้อยละ 15.30 ระบุว่า ความคุ้มค่าในระยะยาว ร้อยละ 12.08 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากชุมชน คนในพื้นที่ ร้อยละ 11.78 ระบุว่า คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 11.40 ระบุว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ปัญหาการก่อสร้างโครงการฯ ที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ร้อยละ 7.58 ระบุว่า ปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุน ทำโครงการเอง ร้อยละ 6.30 ระบุว่า ปัญหาการหาผู้ลงทุนในโครงการฯร้อยละ 6.15 ระบุว่า ในอนาคต ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ปัญหาโครงการฯ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ร้อยละ 3.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง และร้อยละ 0.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากต่างประเทศ

เมื่อสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.21ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 33.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 19.43 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

ต้องรับฟังความเห็นประชาชน

ดร.สุเมต สุวรรณพรหม รองประธานมูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้ และกรรมการบริหารสมาคม ชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลมีนโยบายสร้างแลนบริดจ์แนว จ.ระนองชุมพรและมีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนและองค์กรเอ็นจีโออย่างมากและมีความต่อเนื่องนั้น ว่ามีการคัดค้านมากขึ้นเรื่อยเรื่อย เรื่องนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงเพราะโครงการแลนด์บริดจ์ แนว ระนอง ชุมพร นั้น เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภาคใต้ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งจะมีความต่อเนื่องไปถึง จ สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ที่มีรัฐบาลมีความหวังดีที่จะพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบในพื้นที่ภาคใต้ให้มีความเจริญทางด้านพาณิชย์นาวีและด้านโลจิสติกส์การขนส่งทางทะเลในระดับนานาชาติ ดังนั้นรัฐบาลควรฟังเสียงของพี่น้องประชาชนให้รอบคอบ

แนะย้ายไปเซาเทิร์นซีบอร์ด

ส่วนตัวนั้นเห็นด้วยให้ย้ายแนวแลนด์บริดจ์ จ.ชุมพร และระนองลงไปอีกประมาณ 100 กิโลเมตรและไปเร่งดำเนินการโครงการ“เซาท์เทอร์นซีบอร์ด”หรือบนถนนที่ชาวบ้านเรียกว่า“เซาท์เทิร์นแลนด์บริดจ์”บนถนนทางหลวงสาย 44 ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการจะเริ่มต้นโครงการได้ทันทีภายในปี 2569

ในขณะเดียวกัน ดร.สุเมต ยังได้เสนอให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตซึ่งเป็นดำริของท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ดในแนวจังหวัดชลบุรี แหลมฉบังมาบตาพุดและระยองซึ่งมีความเจริญก้าวหน้า อย่างยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ โครงการจะนะได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งเป็น โครงการที่ภาคเอกชนนำโดยบริษัททีพีไอโพลีนจำกัด(มหาชน) เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการที่ผ่านมาโครงการได้เกิดความล่าช้าเพราะหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขับเคลื่อนโครงการนี้ในระบบราชการทำให้เกิดความล่าช้ามากมาถึง9ปีแล้ว

เดินหน้านิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ซึ่งหากโครงการจะนะเมือง อุตสาหกรรมเกิดขึ้นจะสร้างความ เจริญให้กับพื้นที่ 5จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างยั่งยืน ช่วยให้คนมีงานทำไม่น้อยกว่า 30,000 อัตราเงินลงทุนถึง 900,000ล้าน มีโครงการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลใหญ่ในระดับโลก มีโครงการผลิตไฟฟ้ามากถึง 3000 เมกะวัตต์และมีท่าเรือน้ำลึกขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ระดับโลกแก้ปัญหาที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปที่ท่าเรือสิงคโปร์ปีละหลาย 100,000 ล้านบาทและเสียค่าใช้จ่ายให้กับท่าเรือปีนังปีละ1-2แสนล้านบาท โครงการจะนะมีเส้นทางเชื่อมจากฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดสงขลาและไปออกฝั่งอันดามันที่อำเภอสะเดาท่าเรือนานาชาติปีนังประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการขนส่งสินค้ากันอยู่เป็นประจำเปรียบเสมือนแลนด์บริดจ์

ที่เชื่อมระหว่างไทยกับมาเลเซียจากท่าเรือน้ำลึกจะนะไปออกทะเลอันดามันที่ท่าเรือปีนัง อีกทั้งหากรัฐบาลขับเคลื่อนโครงการ อุตสาหกรรม จะนะ จะส่งผลให้พื้นที่อ.หาดใหญ่และจ.สงขลา เศรษฐกิจที่ซบเซาจะกลับมาคึกคักเจริญเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ในการประชุมใหญ่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่24 พค.2569 นี้ จนจะนำเรื่องนี้ให้สมาคมฯเข้ามาศึกษาและร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วย เพื่อร่วมคลี่คลายและช่วยแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ของชาติในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน.

ไล่บี้สส.สะตอภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch ทำจดหมายเปิดผนึกถึง สส.เขตพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัดทุกคนว่า สถานการณ์ปัจจุบันภาคใต้กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างยิ่งภายใต้นโยบายรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผลักดันพรบ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เพื่อเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ไปสู่เขตนิคมอุตสาหกรรมของต่างชาติ ภายใต้มาตรการที่กำหนดในกฎหมายจะส่งผลให้ที่ดินภาคใต้อยู่ภายใต้มือของต่างชาติ ส่งผลการเปลี่ยนแปลงต่อภาคใต้ทุกจังหวัดและประชากรภาคใต้10ล้านคนรวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ

กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่นำเสนอกฎหมายนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรจำนวน 2ฉบับ บทบัญญัติของกฎหมายนี้ทำลายศักยภาพของภาคใต้โดยตรง ซึ่งมีจำนวน71 มาตราที่ปรากฎในร่าง พ.ร.บ.ฉบับของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หน่วยงานในกระทรวงคมนาคมซึ่งจะกลายเป็นกฎหมายฉบับที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติส่งไปยังรัฐสภาเพื่อทำการพิจารณาเห็นชอบและบังคับใช้ต่อไป การผลักดันกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ส่งผลให้ที่ดินของภาคใต้ทั้ง14จังหวัดไปทำเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม โดยให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้99ปีและถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ดินซึ่งจะส่งผลให้คนใต้สูญเสียที่ดินและไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรและท่องเที่ยวได้

เตือนอย่าทำลายภาคใต้

สิ่งที่พรรคของท่านกระทำการลงไปนั้นตรงข้ามกับบริบทของภาคใต้ที่มีศักยภาพสูงด้านการเป็นภูมิภาคเกษตรและอาหารคุณภาพสูงของโลก ซึ่งเป็นสาขาทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตในโลกขณะนี้ ประกอบกับบริบทในปัจจุบันสินค้าอาหารจะเป็นที่ต้องการตลาดโลก แต่พรรคภูมิใจไทยกลับทำลายศักยภาพความสมบูรณ์ของภาคใต้ด้วยการออกกฎหมายบังคับให้นำแผ่นดินภาคใต้ไปเป็นแหล่งรับจ้างผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของนักลงทุนต่างชาติ

การนำภาคใต้ไปเป็นแหล่งรับจ้างผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เป็นเพียงการทำให้คนหยิบมือเดียวเติบโต เมื่อเทียบกับการพัฒนาเกษตรโครงสร้างใหม่ ท่องเที่ยวและบริการคุณภาพ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจของคนภาคใต้จำนวนนับ 10ล้านคน พรรคของพวกท่านเลือกนำแผ่นดินภาคใต้ไปให้ต่างชาติแทนที่จะพัฒนาภาคใต้ตามศักยภาพ ในฐานะผู้แทนราษฎรที่ต้องรับผิดชอบสุงสุดต่อประชาชน พวกท่านจะทำตัวเรียบร้อยมองดูกฎหมายบับนี้เดินหน้าต่อไปเช่นนั้นหรือ

พรรคของท่านอาศัยอำนาจอะไรจึงกล้าหาญเกินเหตุ เขียนกฎหมายผลักแผ่นดินภาคใต้ไปให้เป็นของต่างชาติ พวกท่านจะอาศัยอะไรมารับผิดชอบต่อความทุกข์ยากนับล้านชีวิตของคนใต้ที่จะต้องสูญเสียที่ดิน มีความทุกข์อยาก ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียอาชีพ เพราะกฎหมายของพวกท่านจะยึดที่ดิน น้ำ ทรัพยากรภูเขา ชายฝั่งทะเล ไปปรนเปรอนักลงทุนต่างชาติเพื่อทำนิคมอุตสาหกรรมและถมทะเลทำท่าเรือ

ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องรับผิดชอบสูงสุดต่อประชาชน การดำเนินครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและสะเทือนถึงรากฐานของสิทธิเสรีภาพของประชาชนรวมถึงภาวะความยากจนที่จะเกิดรุนแรงขึ้นในภาคใต้หลังจากที่ดินและทรัพยากรถูกบังคับนำไปให้ต่างชาติทำนิคมอุตสาหกรรม หวังว่าท่านจะได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะหากท่านร่วมผลักดันกฎหมายนี้กับพรรคนั่นเท่ากับประกาศนำแผ่นดินภาคใต้ไปให้ต่างชาติ ผลจากการที่นักการเมืองผู้หนึ่งร่วมผลักดันให้แผ่นดินภาคใต้กลายเป็นของต่างชาติ สิ่งที่ทุกท่านจะต้องรับไม่ใช่ผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปแต่หมายถึงตราบาปที่พวกท่านกระทำต่อแผ่นดินนี้ ด้วยเคารพ

โอกาสทองของประเทศ

ด้านนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อรรคภูมิใจไทย โฟตส์เฟสบุก ระบุ ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง- ชุมพร ให้เกิดขึ้นจริงครับ เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกภาคใต้จากการถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนเราให้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกอย่างแท้จริง โดยต้องเน้นการเชื่อมโยงด้วย “ระบบท่อส่งน้ำมัน” และ “รถไฟรางคู่” เป็นแกนหลัก

ผมถึงเห็นว่าจะต้องทำตอนนี้ โดยเหตุผลหลักคือเรื่อง “ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” ครับ ปัจจุบันโลกมีความผันผวนสูงมาก ดูอย่างวิกฤตที่ช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ลุกลามมาถึงช่องแคบมะละกาที่ปัจจุบันรองรับการค้าโลกถึง 40% หรือแม้ไม่เกิดขึ้นช่องแคบมะละกาก็กำลังจะเต็มความจุในปี 2573 เศรษฐกิจเราจะลำบากมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านจากจีน อินเดีย ลาว และเมียนมา ให้ไหลผ่านภาคใต้ของเรา

ปักหมุดท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง

จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มาหลายคณะแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือบทเรียนจากในอดีต ผมเคยร่วมศึกษาโครงการขุดคอคอดกระอย่างละเอียดและพบว่าทำไม่ได้เพราะไม่คุ้มทุนและกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล แต่โครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบใหม่นี้ต่างออกไปครับ จากที่ผมไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเองในฐานะกรรมาธิการคมนาคมของสภาชุดที่ 25 และได้เคยไปดูงานที่ท่าเรือ จ.ระนอง เมื่อเดือนมกราคม 2564 ผมเห็นว่าการเลือกที่ตั้งท่าเรือฝั่งระนองที่ “แหลมอ่าวอ่าง” ซึ่งมีความลึกน้ำถึง 21 เมตร และอยู่ติดทะเลเปิด ไม่ต้องขุดเข้าไปในแผ่นดินลึกเหมือนที่เดิม จะช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เราหวงแหนได้มาก คุ้มค่ากับการลงทุนซึ่งจะจูงใจนักลงทุนระดับโลกได้จริง

สืบสานวิสัยทัศน์น้าชาติ

บทสรุปของคนใต้เพื่ออนาคตประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้คือการสืบสานวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลด้านการต่างประเทศของท่านอดีตนายกฯ ชาติชายชุนหะวัน มองเห็นว่าภาคใต้เป็นทำเลทองที่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ และเกรงว่าประเทศเรานั้นสุ่มเสี่ยงอยู่เช่นกันจากหากเกิดปัญหาการออกจากอ่าวไทยที่ต้องผ่านพื้นที่ซ้อนทับทางทะเลทั้งกับ เขมรที่กำลังมีปัญหากันอยู่ ทั้งเวียตนามและมาเลเซียก็มีพื้นที่ทับซ้อนกัน จำที่จะต้องหาทางออกอีกฝั่งทะเลตะวันออกไว้ไว้ เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นจากสงครามและผลกระทบต่อการเดินเรือที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดัน ซึ่งหากเราทำสำเร็จ โครงการนี้จะสร้างงานได้อย่างมากมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานชาวใต้ให้ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยน “ทำเลทอง” ของเราให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศเสียที

สว.นัดประชุมแลนด์บริดจ์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค. โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่สว. เสนอ รวม6 ญัตติ ทั้งนี้มีญัตติที่เสนอใหม่ คือ ญัตติ ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์

โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ได้ระบุไว้ในหนังสือว่าตามข้อเท็จจริงที่ รมว.คมนาคมและคณะทำงานได้ประกาศต่อสื่อมวลชน ต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่าอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกะทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม

“ช่วงที่ผ่านมามีพบการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าและมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ปชน.ข้องใจรีบเร่งรัดโครงการ

  นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเดินหน้าทำแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ประชาชนภาคใต้ทุกคนจับตาเป็นพิเศษว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความพยายามเร่งรัดเร่งรีบโดยฝ่ายบริหารที่มีความพยายามดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์มากกว่าโครงการที่รับปากไว้กับประชาชนเสียอีก ในช่วงสนามเลือกตั้งเราเห็นทุกพรรคการเมืองนำเสนอโครงการใหญ่ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ว่าภาคใต้จะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่หากเราย้อนกลับไปพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นโยบายแลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่นโยบายเรือธงที่สำคัญในภาคใต้

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า แต่หลังจากเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มาเป็นฝ่ายบริหารได้ไม่กี่เดือนก็มีความพยายามแปลกๆ มีการเร่งรัดทุกกระบวนการ มีการกระทบกระทั่งกันแม้กระทั่งฝ่ายบริหารด้วยกันเอง ที่แตะหรือสัมภาษณ์หรือพูดพาดพิงโครงการนี้ก็ไม่ได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนมีความพยายามอยากจะผลักดันให้เกิดขึ้น มันต้องมีพลังงานบางอย่างอยู่ในการพิจารณาเรื่องนี้ และต้องมีอะไรอย่างบางอย่างที่ประชาชนยังไม่ทราบ เรื่องนี้อาจต้องมีการพูดคุยเป็นวงกว้าง หากรัฐบาลดันทุลังทำในสิ่งที่ตัวเองอยากได้อย่างเดียว โดยไม่ฟังเสียงของประชาชนว่าเมื่อเกิดโครงการแล้วประชาชนจะได้อะไร เรื่องนี้สำคัญมาก

เมื่อถามว่า หลังจากนี้พรรคประชาชนจะเสนอให้คนในพรรคติดตามประเด็นอย่างไรบ้าง นายณัฐชา กล่าวว่า ในประเด็นนี้ปกติจะมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคใต้ ดูแลทุกโครงการในภาคใต้และดูแลเขตเลือกตั้งของภาคใต้ ได้จัดวงประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้

รบ.ฟังความเห็นตรงไปตรงมา

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความน่ากังวลคือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากพี่น้องสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนและเอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ในการทำความเข้าใจนั้นรัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการแลนด์บริดจ์ จากหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA โดยรัฐบาลจะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ จ.ชุมพร และระนองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งเพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

“รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้วรัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้“ น.ส.พลอยทะเล ย้ำ

ชัชชาติ ฮึ่มพวกชอบมโน! อย่าแอบอ้าง ยันไม่ได้สนับสนุน ส.ก.คนใด

ชัชชาติ ฮึ่มพวกชอบมโน! อย่าแอบอ้าง ยันไม่ได้สนับสนุน ส.ก.คนใด

ชัชชาติ ฮึ่มพวกชอบมโน! อย่าแอบอ้าง ยันไม่ได้สนับสนุน ส.ก.คนใด

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.34 น.

ชัชชาติ ฮึ่มพวกชอบมโน! อย่าแอบอ้าง ยันไม่ได้สนับสนุนส.ก.คนใด ถ้ามีจะแจ้งเอง แจงไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Better Bangkok แต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ”มีคนถามมาเยอะเรื่องที่มีผู้ที่สนใจจะลงสมัคร ส.ก. นำรูปและชื่อของผมไปประกอบการหาเสียงอยู่หลายท่าน

ขอแจ้งว่า 

1. ขณะนี้ผมไม่ได้มีการสนับสนุนผู้สมัครท่านใดเลย ในอนาคต ถ้าผมจะสนับสนุนใคร ผมจะเป็นผู้แจ้งเองครับ

2. ชื่อ Better Bangkok เป็นชื่อที่ผมเคยใช้ตอนเริ่มหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่า กทม เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเลิกใช้ไปนานแล้ว และผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่ม Better Bangkok ที่ตั้งมาใหม่นี้ครับ

ผมพร้อมจะทำงานร่วมกับทุกคน แต่ขอความร่วมมือไม่สร้างความเข้าใจผิดให้กับคนกรุงเทพ ว่าผมสนับสนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษครับ”

ก่อแก้ว ลุยแจกลอตเตอรี่ หน้าเรือนจำ เอาใจ เสื้อแดง เยี่ยม ทักษิณ

ก่อแก้ว ลุยแจกลอตเตอรี่ หน้าเรือนจำ เอาใจ เสื้อแดง เยี่ยม ทักษิณ

ก่อแก้ว ลุยแจกลอตเตอรี่ หน้าเรือนจำ เอาใจ เสื้อแดง เยี่ยม ทักษิณ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.50 น.

ก่อแก้ว ลุยแจกลอตเตอรี่ หน้าเรือนจำ เอาใจ เสื้อแดง เยี่ยม ทักษิณ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ออนทัวร์ เบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์ ระหว่าง 25 เมษา – 7 พฤษภา  ถึงตัวอยู่ไกล แต่ภารกิจแจกลอตเตอรี่หน้าเรือนจำคลองเปรม ยังดำเนินต่อไป

19 เมษา ตั้งเป้าแจก 100 คู่ แจกจริง 130 คู่ 26 เมษา ตั้งเป้าแจก 100 คู่ แจกจริง 150 คู่ 3 พฤษภา ตั้งเป้าแจก 100 คู่ แจกจริง 140 คู่ 10 พฤษภา ตั้งเป้าแจก 200 คู่ แต่จะเตรียมเผื่อไว้ 250 คู่

แจกเพื่อขอบคุณพี่น้องที่ไปเยี่ยม ท่านนายกฯในดวงใจ “ดร.ทักษิณ ชินวัตร” “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” แต่ถ้ายังไม่ได้ออก 11 พฤษภาฯ นี้ คนแจกลอตเตอรี่ อาจจะเจ๊งก่อนนะครับ”

เช็กที่นี่!! สำนักข่าวกรองฯ อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เช็กที่นี่!! สำนักข่าวกรองฯ อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เช็กที่นี่!! สำนักข่าวกรองฯ อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

เช็กที่นี่!! สำนักข่าวกรองฯ อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 เพจสำนักข่าวกรองแห่งชาติ : National Intelligence Agency โพสต์ข้อความ Update สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางประจำวันมีเนื้อหาดังนี้

อิหร่านยื่นข้อเสนอ 14 ข้อต่อสหรัฐฯ เพื่อยุติการสู้รบอย่างถาวร สนข.Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านส่งข้อเสนอ 14 ข้อผ่านปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางเมื่อ 28 เม.ย. 69 เพื่อตอบโต้ข้อเสนอ 9 ข้อของฝ่ายสหรัฐฯ โดยมีรายละเอียด เช่น กำหนดกรอบเวลา 30 วันเพื่อเจรจายุติสงครามแทนการหยุดยิง 2 เดือน การให้สหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากพื้นที่รอบอิหร่าน การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การจัดตั้งกลไกการบริหารใหม่สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านอยู่ระหว่างรอการตอบรับจากฝั่งสหรัฐฯ (Tasnim, Xinhua)

ปธน.สหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของอิหร่าน นาย Donald Trump ปธน.โพสต์ Truth Social ในวันนี้ (3 พ.ค. 69) ว่า จะพิจารณาข้อเสนอที่อิหร่านส่งมาให้สหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้ แต่ไม่ระบุว่าจะยอมรับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากอิหร่านยังไม่ได้ชดใช้ต่อสิ่งที่ทำต่อมนุษยชาติและโลกในช่วง 47 ปีที่ผ่านมาอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลัง ปธน.Trump ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนที่รัฐฟลอริดาว่า ยังไม่พึงพอใจต่อข้อเสนอของอิหร่าน พร้อมเตือนว่า สหรัฐฯ อาจกลับมาปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิหร่านมีท่าทีที่ไม่เหมาะสม (New York Times, CNBC)

สหรัฐฯ เตรียมเร่งรัดการขายยุทโธปกรณ์ให้แก่พันธมิตรในภูมิภาค ตอ.กลาง นาย Marco Rubio รมว.กต.สหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางในการเร่งรัดกระบวนการขายยุทโธปกรณ์มูลค่าประมาณ 280,000 ล้านบาทให้แก่อิสราเอลและพันธมิตรในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาโดยอ้างเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากต้องการเร่งฟื้นฟูศักยภาพการป้องกันทางอากาศให้แก่กลุ่มพันธมิตรที่เผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน นอกจากนี้สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาค ตอ.กลางส่งผลกระทบต่อคลังอาวุธและแผนการส่งมอบยุทโธปกรณ์ให้แก่ชาติพันธมิตรในยุโรป ทำให้สหรัฐฯ ต้องแจ้งเตือนชาติพันธมิตรถึงความล่าช้าในการจัดส่งยุทโธปกรณ์ อีกทั้งปัญหาคลังอาวุธที่ลดลง ทำให้สหรัฐฯ มีความเสี่ยงด้านความพร้อมทางยุทธศาสตร์ในการป้องปรามหรือรับมือกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับจีนในอนาคต (Financial Times)

รัฐสภาอิหร่านจะพิจารณาร่างกฎหมายควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

นาย Ali Nikzad รองประธานสภาอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านเตรียมร่างกฎหมายควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกำหนดให้เรือทุกลำต้องขออนุญาตจากอิหร่านเพื่อเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว ยกเว้นเรือของอิสราเอลจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเด็ดขาด ขณะที่เรือของประเทศที่เป็นศัตรูกับอิหร่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเรือเช่นกันเว้นแต่จะชดเชยความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสงคราม พร้อมยืนยันว่า อิหร่านจะไม่สละสิทธิ์เหนือของแคบฮอร์มุซ และการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวจะไม่กลับมาเหมือนก่อนเกิดสงคราม (Anadolu Agency, CNN)

พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความน่ากังวลคือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์  โดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากพี่น้องสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนและเอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ในการทำความเข้าใจ นั้น

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการแลนด์บริดจ์ จากหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA โดยรัฐบาลจะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะลงพื้น จ.ชุมพร และระนองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งเพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

“รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้วรัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้“ น.ส.พลอยทะเล ย้ำ

แม่ยกส้มมาแล้ว! ตีปี๊บเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 5 พ.ค.นี้ ลั่นคุณสมบัติไม่แพ้ชัชชาติ

แม่ยกส้มมาแล้ว! ตีปี๊บเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 5 พ.ค.นี้ ลั่นคุณสมบัติไม่แพ้ชัชชาติ

แม่ยกส้มมาแล้ว! ตีปี๊บเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 5 พ.ค.นี้ ลั่นคุณสมบัติไม่แพ้ชัชชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

แม่ยกพรรคส้มมาแล้ว! ตีปี๊บเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 5 พ.ค.นี้ ลั่นคุณสมบัติไม่มีแพ้ชัชชาติ ทีมเวิร์คปึ้กกว่า

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ระบุว่า “5 พ.ค.พบแคนดิเดตผู้ว่ากทม.คุณสมบัติไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติแต่ทีมเวิร์คแน่นปึ้กกว่ามาก #ส้มสู้ “

ไทยคู่ฟ้าโต้ข่าวปลอม! ยันนายกฯ ไม่เคยพูดเบี้ยคนชรา 3,000 ไร้ประโยชน์-ย้ำยังจ่ายอัตราเดิม

ไทยคู่ฟ้าโต้ข่าวปลอม! ยันนายกฯ ไม่เคยพูดเบี้ยคนชรา 3,000 ไร้ประโยชน์-ย้ำยังจ่ายอัตราเดิม

ไทยคู่ฟ้าโต้ข่าวปลอม! ยันนายกฯ ไม่เคยพูดเบี้ยคนชรา 3,000 ไร้ประโยชน์-ย้ำยังจ่ายอัตราเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

3 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” โพสต์ข้อความระบุว่า อย่าเชื่อข่าวบิดเบือน!

เพจไทยคู่ฟ้า ยืนยันชัด นายกฯ อนุทิน ไม่เคยกล่าวว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์…” ตามที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ โดยข้อมูลดังกล่าว เป็นการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม

ขณะที่ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย กรณี “ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 3,000 บาท” เป็นข่าวปลอม

ปัจจุบันการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2566 ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้

อายุ 60 – 69 ปี อัตรา 600 บาท/คน/เดือน

อายุ 70 – 79 ปี อัตรา 700 บาท/คน/เดือน

อายุ 80 – 89 ปี อัตรา 800 บาท/คน/เดือน

อายุ 90 ปีขึ้นไป อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน

#ไทยคู่ฟ้า #สื่อสารรัฐบาลไทย

——————-

Website : http://www.thaigov.go.th

Facebook/ X : ไทยคู่ฟ้า

YouTube : ไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

TikTok : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)

Instagram : ไทยคู่ฟ้า (@thai_khufah)

– 006

สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.35 น.

“สว.นรเศรษฐ์”ชงญัตติให้รัฐบาล ทบทวนเดินหน้า”แลนด์บริดจ์” ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า แนะฟังเสียงคนในพื้นที่

3 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค.โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่ สว.เสนอ รวม 6 ญัตติ ทั้งนี้ มีญัตติที่เสนอใหม่ คือ ญัตติของ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์

โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ได้ระบุไว้ในหนังสือว่า ตามข้อเท็จจริงที่ รมว.คมนาคม และคณะทำงาน ได้ประกาศต่อสื่อมวลชน ต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนนล้านบาท ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่าอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม

“ช่วงที่ผ่านมามีพบการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่า และมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.47 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ หนุนยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” ช่วยสกัด นทท. คุณภาพต่ำทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย ระบุขณะนี้โอกาสดีที่จะดำเนินการ เหตุท่องเที่ยวทั่วโลกชะลอตัว ผลกระทบไม่มาก พร้อมเสนอเครื่องมือควบคู่ เช่น ค่าเหยียบแผ่นดิน-ฟรีวีซ่าทวิภาคีบางประเทศ และสำหรับประเทศที่มีการเปิดเส้นทางการบินใหม่ ส่วน “เก็บค่าออกประเทศ-Exit Fee” ในหลักการรับได้ แต่ต้องไม่สร้างภาระให้กับคนที่เดินทางไปทำงาน ตปท.

3 พฤษภาคม 2569 ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะพิจารณายกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน พร้อมกับปรับกลยุทธ์ในการให้ฟรีวีซ่าในรูปแบบอื่นๆ เพราะการให้ฟรีวีซ่าเหมารวมกับทุกประเทศมีข้อเสียคือเปิดช่องให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามาในประเทศ และอาจมีการแย่งอาชีพคนไทย รวมถึงเปิดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัด-ใช้จ่ายต่ำเข้ามาในปริมาณมาก หรือกระทั่งกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ หรือกลุ่มทุนเทาแฝงตัวเข้ามา

ศ.วิทวัส กล่าวว่า หลังโควิด-19 ประเทศไทยได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวมาเน้นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงมากขึ้น มาตรการฟรีวีซ่าจึงเหมือนเป็นการเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามา ซึ่งการที่มีนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำหรือนักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ย่อมมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และการยกระดับ หรือดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายจุดจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมากเกินไปจนเกินขีดความสามารถในการให้บริการหรือการจัดการ หรือส่งผลให้ค่าครองชีพในพื้นที่นั้นๆ พุ่งสูงขึ้น เช่น กรณีที่เกิดขึ้นช่วงหนึ่งที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ฯลฯ ไปจนถึงการเกิดกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาซื้อ หรือเช่าพื้นที่เพื่อเปิดให้บริการด้านต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน หรือชาติอื่นๆ รวมถึงการเกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ

นอกจากนี้ ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะดำเนินการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เพราะปัจจุบันทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตพลังงานที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัวอยู่ การปรับเปลี่ยนนโยบายช่วงนี้จึงส่งผลกระทบน้อยกว่าช่วงที่มีการท่องเที่ยวคึกคัก ขณะที่ผู้ประกอบการก็จะได้มีเวลาปรับตัว และวางแผน เพื่อรองรับกับการยกเลิกฟรีวีซ่าในครั้งนี้ด้วย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องหาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงเพิ่มเติม และลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพต่ำควบคู่ด้วย เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) โดยอาจนำไปจัดสรรเป็นกองทุนสำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือกองทุนการดูแลรักษาพยาบาลของนักท่องเที่ยว ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ไทยได้ทั้งนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายจากภาษีของรัฐที่ต้องมาดูแลนักท่องเที่ยวทางอ้อม

นอกจากนี้ ควรพิจารณาให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวเป็นรายประเทศ เช่น ทำเป็นทวิภาคีต่างฝ่ายต่างทำฟรีวีซ่าให้กันและกัน หรือมีการกำหนดเงื่อนไขอื่น อาทิ กำหนดให้มีการลงทะเบียนคัดกรองล่วงหน้าแบบที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นทำ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศทำ ซึ่งหากเห็นว่าคนของประเทศใดแฝงเข้ามาหรือไม่ใช่นักท่องเที่ยวจริงแต่อาศัยประโยชน์จากฟรีวีซ่าก็ทำการยกเลิกเป็นกรณีๆ ไปได้ รวมถึงการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนร่วมกับการบินไทย เพื่อให้ฟรีวีซ่ากับบางพื้นที่ที่เป็นการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังจำเป็นต้องพิจารณาปรับสมดุลการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพระดับกลาง และระดับต่ำเข้ามาบ้าง เพราะจริงๆ นักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดก็มีโอกาสที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากได้พอสมควร ด้วยการไปจับจ่ายใช้สอยจากร้านค้าตามท้องถิ่น หรือพักโรงแรมระดับรองที่มีส่วนใหญ่คนไทยเป็นเจ้าของจริงๆ ขณะที่ธรรมชาติของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจะเน้นพักโรงแรมห้าดาว ซึ่งมักอยู่ในเครือข่ายของบริษัทต่างชาติ หรือแม้แต่อาหารก็เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

ศ.วิทวัส กล่าวอีกว่า แนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกนอกสำหรับคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ หรือ Exit Fee เพื่อนำรายได้มาส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนตัวคิดว่าในเชิงหลักการเป็นสิ่งที่รับได้ เพราะเป็นการสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประเทศโดยลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน และช่วยสร้างรายได้ให้รัฐบาลด้วยอีกทาง รวมถึงเกิดผลกระทบกับคนไม่มาก ทว่า ก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้กระทบกับผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน หรือองค์กรธุรกิจที่จำเป็นต้องให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

อีกทั้ง ทางรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองก็ควรจัดสรรเงินส่วนหนึ่งที่จัดเก็บได้ทำเป็นแคมเปญ หรือโครงการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง หรือพื้นที่ที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น คูปองเงิน โครงการไทยเที่ยวไทย รวมถึงอาจมีการอุดหนุนเงินให้สำหรับการท่องเที่ยวรายคนอีกส่วน ก็น่าจะช่วยให้คนที่พอมีกำลังทรัพย์จะไปท่องเที่ยวนอกประเทศมีทางเลือก และรู้สึกว่าได้อะไรคืนกลับมาจากเงินที่เสียไปตอนออกนอกประเทศ