บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ ขอมโบราณกับเขมรปัจจุบัน

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ ขอมโบราณกับเขมรปัจจุบัน

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ ขอมโบราณกับเขมรปัจจุบัน

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.17 น.

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมก็แพร่หลายไปด้วยเช่นกัน หนึ่งในประเด็นที่ถูกนำมาถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องของชาวขอมโบราณและชาวกัมพูชาปัจจุบัน

ขอมคือใคร?

ชาวขอมเป็นกลุ่มชาติพันธุ์โบราณที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ชาวขอมเป็นผู้สร้างปราสาทหินและสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามมากมาย แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต   

ชาวขอมมีราชวงศ์กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ คือ ราชวงศ์มหิธรปุระ (พ.ศ. 1623-1879) ซึ่งมีกษัตริย์เชื้อสายอินเดียที่มีชื่อเสียงหลายพระองค์ เช่นพระเจ้าสุริยะวรมัน และพระเจ้าชัยวรมัน ที่สร้างปราสาทหินขนาดใหญ่ไว้ทั่วดินแดน  โดยมีพระเจ้าชัยวรมันที่ 9 เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ขอม

อย่างไรก็ตาม ชาวขอมในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์ได้สูญสลายไปจากประวัติศาสตร์เนื่องจากการปฏิวัติที่อ้างว่านำโดยพระเจ้าแตงหวาน ซึ่งเป็นคนสวนปลูกแตงที่ใช้หอกแทงสังหารพระเจ้าชัยวรมันที่ 9 ใน พ.ศ.1879 รวบรวมกำลังทาสและประชาชน เข้ายึดอำนาจอาณาจักรพระนคร แล้วขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทภมรเตง อัญศรีสุริโยพันธ์ที่ 1 (ព្រះបាទស្រីសុរិយោពណ៌ទី១) หรือพระบาทพระองค์ชัย  สถาปนาราชวงศ์ตรอซ็อกผแอมที่เป็นต้นราชวงศ์นโรดมของกษัตริย์เขมรยุคปัจจุบัน  โดยได้นำพระแสงหอกลำแพงชัยมาเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์

พงศาวดารเขมร ฉบับนักองค์เอง (Neak Oang Eng Chronicle) บันทึกเรื่องของนายแตงหวาน (Teang Hoang)ไว้ว่า  “นายแตงหวานเป็นชาวสวนธรรมดาที่ปฏิวัติยึดอำนาจจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 9โดยใช้กำลังจากพวกทาสและชาวนา”

เมื่อหมดสิ้นราชวงศ์มหิธรปุระ   การสร้างปราสาทหินต่างๆ ก็ยุติลง  ปราสาทนครวัดถูกทิ้งร้างมีป่าปกคลุม  จนกระทั่งมีชาวฝรั่งเศสมาค้นพบแล้วกระจายข่าวสู่ชาวโลก             

ปราสาทหินและโบราณสถานที่ชาวขอมโบราณสร้างไว้ แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากของชาวเขมรปัจจุบัน  อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันในพื้นที่เหล่านี้ โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรี ไม่มีชาวขอมเหลืออยู่แล้ว มีเพียงคนไทยที่อาศัยอยู่ เนื่องจากชาวขอมได้สูญหายไปจากประวัติศาสตร์เป็นเวลานานแล้ว

ถึงแม้จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่พูดภาษาเขมรได้  แถบชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ  เช่นตระกูล ชิดชอบ  หรือมูลศาสตร์สาทร  แต่ก็เป็นคนไทย ไม่ใช่คนกัมพูชา

คนเขมรปัจจุบันเป็นลูกผสมหลายเชื้อสายเผ่าพันธุ์ เช่นพวก จาม ไทย ชวา มอญ  ลาว จีน มอญ และชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ เช่น กูย  บรู  กะลิง พนอง ตำปูน สตึง โดยได้ผ่านการสู้รบกวาดต้อนเชลยศึก สังหารฝ่ายตรงข้าม และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หลายครั้งหลายหน   เช่น สงครามกับจามปาสมัยก่อนสร้างนครวัดสมัยพุทธศตวรรษที่ 17   การล้มล้างราชวงศ์มหิธรปุระ โดยราชวงศ์ตระซ๊อคประแอม ตอนปลายพุทธศตวรรษที่ 18   การถูกโจมตีโดยกองทัพสยามสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยพุทธศตวรรษที่ 20   การถูกทิ้งระเบิดโดยสหรัฐอเมริการะหว่างสงครามเวียดนาม ช่วงพ.ศ. 2508-2516  การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 3 ล้านคนของเขมรแดง ช่วงพ.ศ. 2518 ถึง 2522 และการโจมตีกวาดล้างเขมรแดงของฮุนเซนและทหารเวียดนาม  พ.ศ. 2521 ถึง 2522 ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่าจะมีคนเชื้อสายขอมโบราณพวกที่สร้างปราสาทหิน เหลือรอดอยู่ในกัมพูชาปัจจุบันสักกี่คน

โดย   สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพจากเพจเฟสบุ๊ก พระธาตุภูเพ็ก สกลนคร

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชวนปักหมุดอาหารญี่ปุ่น Honomi Shabu&Omakase Halal สุดลักซ์ชัวรี่ แห่งแรกของไทย

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชวนปักหมุดอาหารญี่ปุ่น Honomi Shabu&Omakase Halal สุดลักซ์ชัวรี่ แห่งแรกของไทย

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชวนปักหมุดอาหารญี่ปุ่น Honomi Shabu&Omakase Halal สุดลักซ์ชัวรี่ แห่งแรกของไทย

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวนคุณมาเปิดประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฮาลาลสุดลักซ์ชัวรี่แห่งแรกของไทยที่ร้าน HONOMI Shabu & Omakase ชั้น 2 ดื่มด่ำกับโอมากาเสะฮาลาล 14 คอร์สสุดพรี เมียม ภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สะ ดวกสบายเป็นส่วนตัว พร้อมสัมผัสความสดใหม่ของวัตถุดิบพรีเมียม ที่รังสรรค์ทุกเมนูโดยมาตรฐานเชฟญี่ปุ่นมืออาชีพให้คุณเพลิดเพลินกับศิล ปะบนจานอาหารทุกคำ 

เริ่มต้นที่เมนู อากามิ ความงามบนความเรียบง่าย เนื้อแดงบริสุทธิ์จากทูน่าคัดเกรดพรีเมียม ไขมันต่ำแต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอาหารสูง รสชาติเข้มข้นและความสดตามธรรมชาติ สัมผัสแน่นละมุน ผสานความกลมกล่อมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม   เมนู Bafun Uni ไข่หอยเม่นสายพันธุ์พรีเมียมส่งตรงจากทะเลญี่ปุ่น ในช่วงฤดูที่รสชาติเข้มข้นที่สุดของปี คัดสรรเฉพาะล็อตคุณภาพ เนื้อแน่น หวานละมุน เค็มปลายเบา ๆพร้อมสัมผัสนุ่มละลายในปาก เพื่อให้ทุกคำคือคำพิเศษ

สายชาบูไม่ควรพลาด เปิดประสบการณ์ใหม่ของการกินชาบูสไตล์ญี่ปุ่นที่ HONOMI  พร้อมเสิร์ฟความอร่อยทุกวัน กับน้ำซุปที่ปรุงด้วยสูตรลับเฉพาะของ HONOMI มีให้เลือกสรรทั้ง ชาบูชาบูและสุกี้ยากี้สไตล์คันไซ เริ่มต้นเพียง 590 บาท อิ่มครบแบบพรีเมียมกับเซ็ตชาบูที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพรีเมียม ทั้งเนื้อวากิวลายหินอ่อนพร้อมจุ่มในน้ำซุปสูตรเฉพาะแบบคันไซแท้ๆ พร้อมเมนูญี่ปุ่นอีกหลากหลายทั้งซูชิ ซาชิมิ ดงบุริ และเทมปุระ ให้คุณได้สัมผัสรสชาติที่ทั้งกลมกล่อมและหลากหลาย โดยภายในเซ็ตประกอบด้วย เนื้อวากิวหรือเนื้อคุณภาพพรีเมียม 1 ถาด ข้าวญี่ปุ่นหุงร้อน กิมจิ  ชุดผักสดตามฤดูกาล  ความพิเศษของแต่ละแบบ สุกี้ยากี้สไตล์คันไซ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปสูตรเข้มข้น  Kumotama  หรือไข่ดิบตีเนื้อฟู สำหรับจุ่มเนื้อ เพิ่มความนุ่มละมุนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ   ชาบู ชาบู เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้ม 2 แบบ ทั้งงาและพอนสึ เข้ากันกับเนื้อและผักได้อย่างลงตัว หรือจะเป็น Donburi Selection รวมเมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นหลากสไตล์ในแบบฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิวนุ่มละลาย Unagi Roll ปลาไหลย่างหอมกรุ่นแซลมอนอิคุระเต็มคำ ความละมุนของปลาไหลญี่ปุ่นย่างซอส หอม นุ่ม ปิดท้ายด้วย Tsuki no Yume Mochi ขนมโมจิที่เปรียบเหมือนความฝันของพระจันทร์ ละมุนละไมดั่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ซึมซับอยู่ในทุกคำ ทุกเมนู คือ รสชาติญี่ปุ่นที่ถูกคัดมาอย่างดีพร้อมมอบความอบ อุ่นสำหรับมื้อพิเศษของคุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์  1285

บ้านหมอละออง กรุ๊ป สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ 2568

บ้านหมอละออง กรุ๊ป สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ 2568

บ้านหมอละออง กรุ๊ป สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ 2568

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

บ้านหมอละออง กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่หลังจบงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 Thailand Herbal Expo 2025” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568 ณ ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้บ้านหมอละอองสามารถทำยอดขายสูงสุด ทุบทุกสถิติที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของบริษัท สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคที่มีต่อสมุนไพรไทยคุณภาพสูงจากบ้านหมอละออง

คุณปุ้ย-ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบ้านหมอละออง กรุ๊ป กล่าวว่า เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงและมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ปลอดภัยและเห็นผลจริง ความสำเร็จในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อบ้านหมอละออง และเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

“บูธบ้านหมอละอองปีนี้ได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น มีความสูงและความชัดเจนในการจัดวางสินค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีผู้คนแวะเวียนเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าตลอดทั้งวันอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ การปรับปรุงรูปแบบการจัดบูธยังช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูทันสมัยและน่าเชื่อถือมากขึ้น”

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่สร้างสีสันและความสนใจอย่างมาก คือการปรากฏตัวของ “คุณชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ” แบรนด์แอมบาสเดอร์ของบ้านหมอละออง ที่มาร่วมกิจกรรมทั้งบนเวทีและที่บูธ โดยมีนักข่าวและแฟนคลับติดตามอย่างคับคั่ง การมีคุณชายร่วมงานไม่เพียงช่วยสร้างกระแสความสนใจเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และทำให้แบรนด์บ้านหมอละอองเป็นที่จดจำในวงกว้างมากขึ้น

ในช่วงเวลาที่คุณชาย-ชาตโยดม มาร่วมกิจกรรม คุณปุ้ย-ศิริวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบ้านหมอละออง ยังได้มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟนคลับและผู้ร่วมงาน นั่นคือ เสื้อที่ระลึก limited edition จากบ้านหมอละอองที่มีภาพคุณชายพร้อมลายเซ็นสดจากเจ้าตัว สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจแก่ผู้ได้รับเป็นอย่างมาก

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ทีมงานบ้านหมอละอองทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความกระตือรือร้นและบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมและลูกค้าทุกคนอย่างแท้จริง ความสำเร็จในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยสมุนไพรไทยมากขึ้นอย่างชัดเจน

ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้มีผู้คนเข้าร่วมงานมากขึ้นคือความสะดวกในการเดินทาง โดยเฉพาะการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เชื่อมต่อถึงสถานที่จัดงานอย่างอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเดินทางและเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากบูธและกิจกรรมแล้ว “มาสคอตพลูใจ-พลูจิ๋ว” ตัวแทนความน่ารัก สดใสของบ้านหมอละออง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดที่สร้างสีสันให้กับงานอย่างมาก มาสคอตทั้งสองได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ ต่างแวะมาถ่ายรูปและร่วมสนุกกับมาสคอตอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ บ้านหมอละอองยังมีการมอบตุ๊กตาพลูใจให้กับเด็กๆ ที่มาร่วมงาน เพื่อสร้างความสุขและความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับสมุนไพรไทยและแบรนด์บ้านหมอละออง

ภายในงาน บ้านหมอละอองยังจัดเต็มกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษมากมาย อาทิ นาทีทอง ลด แลก แจก แถม, ตรวจสุขภาพฟรีโดยทีมแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญ, บริการนวดไทยและนวดบำบัดอาการฟรี, บริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสร้างแบรนด์ OEM รวมถึงแจกคูปองส่วนลดและต้นสมุนไพรพลูคาวฟรีทุกวัน เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

ผลิตภัณฑ์เด่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนักชนิดแคปซูลที่พัฒนาจากตำรับแพทย์แผนไทย, กลุ่มผลิตภัณฑ์พลูคาวแอ๊ดวานซ์ เช่น สบู่ แชมพู และบาล์ม ที่ได้รับรางวัล Premium Herbal Products 2025 และสินค้ากลุ่ม Relax Series อย่างยาดมสมุนไพร น้ำมันเฟรสเนส และ Herbal Soothing Balm ที่ช่วยสร้างความสดชื่นและผ่อนคลาย

บ้านหมอละอองยังได้รับการยืนยันคุณภาพด้วยรางวัล Premium Herbal Products ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน รวมถึง อย. Quality Award ที่ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่นในครั้งนี้ บ้านหมอละอองกรุ๊ปได้สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการสมุนไพรไทย และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภูมิปัญญาไทยสู่ตลาดสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณปุ้ย-ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ กล่าวทิ้งท้าย

บ้านหมอละอองจะมุ่งมั่นต่อไป เพื่อตลาดสมุนไพรไทย “เชื่อมั่นในสมุนไพรไทย เชื่อใจบ้านหมอละออง” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร. 095-080-7887 ไลน์: @laongherbal (มี @) หรือสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Website: http://www.laongherbal.com หรือ Facebook: http://www.facebook.com/laongherbal

นักศึกษาการตลาดไทยคว้ารางวัลใหญ่บนเวทีสากลการแข่งขัน 2025 GBPC

นักศึกษาการตลาดไทยคว้ารางวัลใหญ่บนเวทีสากลการแข่งขัน 2025 GBPC

นักศึกษาการตลาดไทยคว้ารางวัลใหญ่บนเวทีสากลการแข่งขัน 2025 GBPC

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยจากประเทศไทยแสดงศักยภาพด้านการตลาดอย่างโดดเด่น ด้วยการคว้ารางวัลสำคัญจากการแข่งขัน 2025 Global Brand Planning Competition (GBPC) ซึ่งจัดขึ้นที่ Marketing Institute of Singapore (MIS) และ Singapore Management University (SMU)

การแข่งขัน GBPC จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเครือข่าย สหพันธ์การตลาดจีนระดับโลก (Global Chinese Marketing Federation – GCMF) ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันด้านการตลาดธุรกิจระดับนานาชาติที่มีความท้าทายและทรงเกียรติที่สุดหนึ่งสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย ในปี 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน โดยมีทีมเข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้น 21 ทีม จาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และไทย เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การตลาดเชิงนวัตกรรม และข้อมูลวิจัยในการวางแผนปรับแบรนด์ให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น ให้กับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากวงการวิชาการและวิชาชีพ

ในการแข่งขันปีนี้ ทีม Muscle Chicken จากหลักสูตร BBA International Program ด้านการสร้างแบรนด์และการตลาด (Branding and Marketing) แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอแผนกรณีศึกษาของแบรนด์ ‘CP Delight’ ที่สะท้อนด้านความคิดสร้างสรรค์ การวางกลยุทธ์ และการทำงานเป็นทีมอย่างยอดเยี่ยม สามารถคว้าสามรางวัล ได้แก่ รางวัลการนำเสนองานยอดเยี่ยมในหมวดภาษาอังกฤษ (Winner of English Team in the English-Speaking Category), รางวัลเหรียญทอง (Gold Award) และรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งของรางวัลแกรนด์แชมเปี้ยน (1st Runner-Up Grand Champion)

ทีม Muscle Chicken ประกอบด้วย นางสาวณภัทร กิจก้องขจรชัย นางสาวสิรินดา ลาภศิริผล นายเมงซวี-วู และ นายบุณยสิทธิ์ รัตนมาศมงคล

ส่วนทีม 3N Consulting ได้รับรางวัลเหรียญเงิน (Silver Award) จากการนำเสนอกรณีศึกษาของแบรนด์ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank) ประกอบด้วยนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล (หลักสูตรนานาชาติ) ได้แก่ นางสาวมนพร โพธิ์ลีลาธรรม, นายปัถย์ จันทราสุริยารัตน์ และ นาย ซิงฉี โฮ

การตัดสินของการแข่งขัน GBPC มีความเข้มข้นและละเอียดรอบคอบ โดยพิจารณาหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ของแบรนด์ การแบ่งกลุ่มเป้าหมาย การประเมินคู่แข่ง การจัดการความเสี่ยง ตลอดจนความสอดคล้องของกลยุทธ์ที่เสนอ กับคุณค่าของแบรนด์ วิสัยทัศน์ และโมเดลธุรกิจ

ทีมนักศึกษาไทยโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์แบรนด์อย่างรอบด้าน และการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษอย่างทรงพลัง จนได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการระดับนานาชาติ

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะในการแข่งขัน แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ ข้อมูล และความลุ่มลึกทางความคิด นักศึกษาของเราทุ่มเทในการศึกษาความแตกต่างทางวัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มของตลาดใหม่ ๆ อย่างจริงจัง พร้อมสำหรับเวทีระดับสากล”

คณะกรรมการจากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) ได้ดูแลและให้คำปรึกษาทีมนักศึกษาของไทยอย่างใกล้ชิดตลอดการแข่งขัน นำทีมโดย ดร.สมชาติ วิศิษฐ์ชัยชาญ อุปนายกฝ่ายองค์ความรู้ด้านการตลาด, คุณศักดิ์ชัย เรืองกิตติกุล อุปนายกฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และคุณจันทร์เพ็ญ ทานนท์ ผู้จัดการฝ่ายภาคีและการฝึกอบรม

ดร.บุรณิน ได้กล่าวย้ำว่า การเข้าร่วมการแข่งขัน GBPC ประจำปีนี้ไม่ใช่แค่เป็นเพียงการส่งทีมนักศึกษาไปแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นสร้างพันธมิตรที่สำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) และ Global Chinese Marketing Federation (GCMF) อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสมาคมฯ ที่ต้องการสร้างศักยภาพของระบบนิเวศการตลาดของไทย สร้างความมั่นใจ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างนักศึกษากับทรัพยากรของประเทศ เพื่อการเติบโตในฐานะผู้นำด้านการตลาดในอนาคต

ความสำเร็จในปีนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และความเป็นมืออาชีพของนักศึกษาเท่านั้น  ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยในการทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับวิชาชีพการตลาดทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

-(016)

The Shed เปิดให้บริการแล้วในซอยสุขุมวิท 26 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของการกินดื่มและไลฟ์สไตล์

The Shed เปิดให้บริการแล้วในซอยสุขุมวิท 26 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของการกินดื่มและไลฟ์สไตล์

The Shed เปิดให้บริการแล้วในซอยสุขุมวิท 26 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของการกินดื่มและไลฟ์สไตล์

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

กรุงเทพฯ ประเทศไทย — Rongros Dining Group (โรงรส ไดนิ่ง กรุ๊ป) เปิดตัว The Shed (เดอะ เชด) พื้นที่อาหารและไลฟ์สไตล์แบบมัลติเอาต์เล็ตแห่งใหม่ ในซอยสุขุมวิท 26 ย่านสงบใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 23.00 น. ทุกวันอังคารถึงอาทิตย์ โดยเป็นโปรเจกต์ล่าสุดจาก คุณอู พหลโยธิน และ คุณบอน ธาราภิบาล สองผู้บริหารแห่ง Rongros Dining Group

The Shed ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รวมร้านอาหาร แต่คือศูนย์รวมของผู้คน รสนิยม และประสบการณ์ที่ครบครันตลอดทั้งวัน โดยมีแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง

-Horsamut – อาหารไทยชายฝั่งในรูปแบบที่ลุ่มลึกและร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือยอชต์คลาสสิก ผสมความสง่างามกับกลิ่นอายแห่งท้องทะเล

-Bimbo Pizza & Josper – ครัวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่เน้นเตาย่าง Josper และพิซซ่าจากเตา Moretti Neapolis

พร้อมด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ที่น่าจับตา

-Bou Bou Bar – บาร์ค็อกเทลกลางแจ้ง ที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลทรายและการหมักธรรมชาติ

-Casabon – ร้านอาหารแนว Pacific Rim ผสานรสชาติเอเชีย-ตะวันตก จากรอบมหาสมุทรแปซิฟิก

-The Shed Cellar – มุมไวน์ที่คัดสรรคไวน์คุณภาพดี ทั้งโลกเก่าและโลกใหม่มากกว่า 80 Label

-The Shed Bakelab – ห้องอบขนมปังสดใหม่ทุกวัน ทั้งครัวซองต์และซาวโดว์โฮมเมด

โครงการนี้ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างประณีต ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โดยใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสทั้งในด้านรสชาติ การออกแบบ และบรรยากาศ

ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง The Shed ผสมผสานความสบายแบบไม่เป็นทางการเข้ากับความหรูหราอย่างมีระดับ พร้อมบรรยากาศสนุก สดใหม่ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปยังคอร์ทยาร์ดสุดชิคในลอสแอนเจลิส หรือจุดหมายปลายทางแห่งรสนิยมในยุโรป – ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ที่สุขุมวิท 26


Horsamut at The Shed

อาหารไทยชายฝั่ง ที่หรูหราแต่เข้าถึงง่าย

จากทีมเบื้องหลังร้าน Rongros เจ้าของรางวัลมิชลิน และร้าน Horsamut Riverside อันเป็นที่รักของใครหลายคน เราขอนำเสนอบทใหม่ของ Horsamut — ณ สุขุมวิท ในรูปแบบที่เป็นกันเอง เย้ายวน และเต็มไปด้วยเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

เมนูของร้านยังคงนำเสนออาหารจานเด่นจากร้าน Horsamut Riverside พร้อมต่อยอดด้วยเทคนิคและรสชาติที่ลึกซึ้ง ถ่ายทอดผ่านสูตรดั้งเดิมและวิธีปรุงแบบท้องถิ่น วัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ น้ำซุปสมุนไพรเข้มข้น และเมนูปิ้งย่างบนเตาถ่าน เพื่อเป็นการคารวะต่อรากเหง้าของอาหารไทย พร้อมกลิ่นอายของความร่วมสมัย

บรรยากาศร้าน

เช่นเดียวกับอาหาร พื้นที่ของ Horsamut at The Shed ผสานความสบายเข้ากับความประณีตอย่างลงตัว
โดยได้แรงบันดาลใจจากเรือยอชต์ยามเย็นในอ่าวไทย สะท้อนความหรูหราแบบเงียบงามและเรียบง่ายที่คัดสรรค์มาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผนังหวายทึบ, ที่นั่งสีน้ำตาลแดงอิฐ, เก้าอี้สไตล์วินเทจ และการตกแต่งด้วยทองเหลือง ช่วยเติมบรรยากาศอบอุ่นและเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ พร้อมแก้วไวน์ที่แขวนเรียงรายส่องแสงราวกับผิวน้ำยามเย็น ที่นี่คือสถานที่ซึ่งเวลาเดินช้าลง มื้ออาหารเนิ่นนานอย่างมีความหมาย และเต็มไปด้วยความทรงจำในทุกค่ำคืน

ทีมของเรา

ทีมครัวและทีมบริการของเรานำโดยทีมงานเบื้องหลังร้าน Rongros เจ้าของรางวัลมิชลิน ร่วมด้วยสมาชิกหลักจากทั้งทีมครัวและหน้าร้านของ Horsamut Riverside ที่กลับมาสร้างสรรค์บทใหม่ในสุขุมวิท พวกเขาร่วมกันเติมเต็มจังหวะ ความใส่ใจ และเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดออกมาในทุกจานของทุกโต๊ะอาหาร สืบสานจิตวิญญาณแห่งหอสมุทร พร้อมเปิดม่านบทใหม่ที่สดใส ณ The Shed


Bimbo Pizza & Josper at The Shed

สัมผัสแห่งไฟที่หลอมรวมรสชาติ

Bimbo Pizza & Josper at The Shed คือการต่อยอดของร้านพิซซ่าเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากการเปิดตัวร้าน Bimbo Mediterranean Pizzeria บนถนนพระราม 4 ซุ่งในครั้งนี้ เราได้เพิ่มความร้อนแรงขึ้นอีกขั้น ด้วยเนื้อย่างจากเตา Josper กลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนที่ชัดเจน และพิซซ่าที่อบในเตา Moretti Neapolis ที่โด่งดังระดับโลก ที่มีเพียงสองเตาในประเทศไทย และทั้งสองเตาเป็นของเราเอง

เมนูเนื้อของเราถูกย่างด้วยถ่านไม้จริงบนเตา Josper ซึ่งให้กลิ่นควันที่ลึกซึ่งและชัดเจน ส่วนพิซซ่านั้นอบในอุณหภูมิสูงด้วยเตา Neapolis เตาเดียวกับที่ใช้ในร้านพิซซ่าชั้นนำระดับโลก ให้แป้งบาง กรอบ และรสชาติที่สะอาดและทรงพลัง ทุกจานในร้านนี้ล้วนผ่านการสัมผัสของเปลวไฟ ที่ทั้งเรียบง่าย ซื่อตรง และลงตัวอย่างที่สุด

บรรยากาศร้าน

ที่นี่ให้บรรยากาศของอิตาเลียนดิสโก้ ที่มีทั้งความสนุก สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และความเท่แบบไม่ต้องพยายาม ด้วยกระเบื้องสีมัสตาร์ด โซฟาหนังทรงเตี้ย เก้าอี้หลากดีไซน์ ตกแต่งด้วยโคมทองเหลืองและไฟตั้งพื้นที่ให้แสงอบอุ่น เคาน์เตอร์หินอ่อนทอดยาวกลางร้าน ทำหน้าที่ทั้งเป็นจุดแล่โคลด์คัตและพื้นที่ทำพิซซ่า พร้อมไฮไลต์คือเครื่องสไลซ์ Berkel สีแดงสุดคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านอย่างภาคภูมิ เป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่ออาหารดีๆ ไวน์ดีๆ และค่ำคืนที่ไม่ต้องรีบเร่งของผู้มาเยือนทุกคน

ทีมของเรา

หัวเรือใหญ่ของครัวคือ เชฟเอ็นโซ ดิเลโอ (Enzo Dileo) พิซซ่ามาสโตรระดับตำนานที่มีประสบการณ์ทำอาหารหลายสิบปี ทั้งในอิตาลี โกเบ และโตเกียว ฝีมือของเขายังคงอิงกับต้นตำรับ และผ่านการขัดเกลาจากร้านพิซซ่าชั้นนำระดับโลกมายาวนาน ที่ Bimbo Pizza & Josper เชฟเอ็นโซพร้อมนำเสนอทั้งความแม่นยำของรสชาติ ความหลงใหล และศิลปะแห่งไฟมาผสานในทุกจานที่เสิร์ฟ


Bou Bou Bar

ค็อกเทลบาร์กลางสายลม ที่เสิร์ฟความสบายในทุกอุณหภูมิ

ซ่อนตัวอยู่ในมุมร่มรื่นของ The Shed, สุขุมวิท 26 — Bou Bou Bar คือค็อกเทลเลานจ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศแบบทะเลทราย ธรรมชาติ และพืชพรรณที่ทรงพลัง

ที่นี่คือพื้นที่สำหรับการหยุดพัก ที่ซึ่งค็อกเทลถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ รสชาติที่ค่อยๆเผยตัวอย่างช้าๆ และความผ่นอคลายที่เสิร์ฟมาพร้อมแก้วในมือ ไม่ว่าคุณจะอยากได้เครื่องดื่มรสชาติสดใส แห้ง หรือมีชั้นเชิงแบบไม่ต้องหวือหวา เครื่องดื่มที่ใช่ก็มักจะหาทางมาเจอคุณได้เสมอ

บรรยากาศร้าน

ใจกลางของ Bou Bou คือบาร์สไตล์คาบาน่าทะเลทราย ล้อมรอบด้วยหลังคาผ้าใบแบบเปิดพับได้ และโคมอะลาบาสเตอร์ทรงกลมที่ส่องแสงนวลคล้ายดวงจันทร์ในทะเลทราย แต่เมื่อหลังคาผ้าใบเปิดออก ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไป เผยให้เห็นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ พร้อมความสงบนิ่งแบบค่ำคืนกลางทะเลทราย สายลมเย็นพัดผ่าน และบรรยากาศที่พาให้คุณค่อยๆปล่อยตัวตามสบาย จนกลายเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนหลุดออกจากเมืองไปนับพันไมล์ที่ทั้งโล่ง โปร่ง และผ่อนคลาย

ทีมของเรา

ทีมของ Bou Bou ผสมผสานทั้งฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และจังหวะที่ลงตัว เข้ากับการหมัก ค็อกเทล และสุราหายาก แต่ทุกอย่างถูกนำเสนอด้วยความเรียบง่าย ไม่เคร่งเครียด ตั้งแต่ไฮบอลที่สดชื่นไปจนถึงเครื่องดื่มรสเปรี้ยวอันนุ่มนวล หรือค็อกเทลที่แฝงไปด้วยลูกเล่นเล็กๆ ซึ่งถูกปรับจูนให้เข้ากับอารมณ์ ช่วงเวลา และบทสนทนาในค่ำคืนนั้น เช่นเดียวกับการบริการที่สบายๆ เป็นธรรมชาติ และไม่จำเป็นต้องมีโชว์พิเศษ มีเพียงจังหวะที่ลงตัวก็เพียงพอ


Casabon

ทุกช่วงเวลา เป็นของคุณเสมอ

Casabon คือร้านอาหารสไตล์ Pacific Rim ที่เสิร์ฟรสชาติอันหนักแน่นและการปรุงอย่างตรงไปตรงมา ด้วยอาหารที่สามารถทานได้ทุกช่วงเวลาของวัน ด้วยแรงบันดาลใจจาก ออสเตรเลีย, แคลิฟอร์เนีย และอีกหลากหลายวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน Casabon นำเสนอเมนูที่คุ้นเคยในรูปแบบที่สดใหม่อย่างมีชั้นเชิง และน่าพึงพอใจ

หัวใจของร้านคือเบเกอรี่จาก The Shed BakeLab — ทั้งครัวซองต์ที่ทำด้วยมือ ขนมปังซาวโดว์ เค้ก และขนมอบที่อบสดใหม่ทุกวัน เคียงคู่กับแซนด์วิช เบอร์เกอร์ และเมนูจานหลักที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเอเชียแบบสนุกๆ ซึ่งจัดเสิร์ฟด้วยเมนูเดียวตลอดทั้งวัน ซึ่งถึงแม้จะเรียบง่ายแต่ก็เต็มไปด้วยชั้นเชิง และออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้มาเยือนประทับใจ จนอยากกลับมาอีกครั้ง

บรรยากาศร้าน

Casabon เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติและความสบายแบบเรียบง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนริมชายฝั่ง ภายในร้านตกแต่งด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและวัสดุธรรมชาติ ส่วนภายนอกเป็นระเบียงที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ถือเป็นมุมสงบใจกลางเมืองที่หาได้ยาก โดยในช่วงเช้า จะเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟสด ขณะที่ช่วงเย็น จะเปลี่ยนเป็นบรรยากาศของค็อกเทล Coffee Martini และบทสนทนาอันอบอุ่น ที่ไม่ว่าคุณจะแวะมาเพียงชั่วครู่ หรืออยากนั่งพักผ่อนยาวๆ ที่นี่ก็มีสิ่งดีๆรอคุณอยู่เสมอ

อาหาร

เราตั้งใจนำเสนออาหารที่เข้าใจง่าย ด้วยวัตถุดิบสดใหม่ และไม่ผ่านการปรุงแต่งมากเกินไป ทำให้ทุกจานล้วนเต็มไปด้วยเทคนิคเฉพาะตัว วัตถุดิบคุณภาพดี และไม่ใส่อะไรที่เกินความจำเป็น กลายเป็นอาหารที่ทุกคนไว้วางใจ พร้อมลูกเล่นเล็กๆอันน่าจดจำ


The Shed ซอยสุขุมวิท 26 พร้อมเปิดให้สัมผัสรสชาติอาหารที่ไม่ซ้ำใคร ในบรรยากาศอันสงบร่มรื่นใจกลางเมืองแล้ววันนี้ โดยเปิดให้บริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 11:00 – 23:00 น.ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @theshedbkk

หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวโครงการ The Investment Master @Corporate ส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนสู่กลุ่มพนักงานองค์กร

หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวโครงการ The Investment Master @Corporate ส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนสู่กลุ่มพนักงานองค์กร

หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวโครงการ The Investment Master @Corporate ส่งต่อความรู้ด้านการลงทุนสู่กลุ่มพนักงานองค์กร

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

บรรณรงค์ พิชญากร เอ็มดีแห่งหลักทรัพย์บัวหลวง อยู่นิ่งไม่เคยได้ สรรหากิจกรรมเพื่อนำไปสนับสนุนองค์กรธุรกิจที่ประสงค์จะพัฒนาความรู้ให้กับพนักงานภายในองค์กร ในด้านการวางแผนทางการเงินและการลงทุน เดินหน้าลุยโครงการ “The Investment Master @Corporate” ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพมากประสบการณ์บุกถึงองค์กรใหญ่-เล็ก ชวนทั้งผู้บริหารและพนักงานมาอัปสกิลการเงินแบบครบสูตร ตั้งแต่การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การรู้จักผลิตภัณฑ์การลงทุนไปจนถึงการทดลองวางแผนการลงทุน พร้อมเปิดคลังความรู้ผ่านแอป Wealth Connex ตลอดจนการเริ่มต้นลงทุนแบบง่ายๆ ด้วยแอป AomWise ล่าสุดแว่วมาว่า องค์กรชั้นนำหลายบริษัทติดต่อมาเพื่อให้เข้าไปให้ความรู้กับกลุ่มพนัก งาน จนไม่มีเวลาอยู่นิ่ง กระแสตอบรับดีเกินคาดแบบนี้ งานนี้ไม่ได้แค่รู้ แต่ลงทุนได้จริง องค์กรไหนสนใจเข้าร่วมโครงการ ติดต่อเข้ามาได้ที่ BLS Customer Service โทร 0 2618 1111 ด่วนๆ ก่อนคิวปีนี้จะเต็ม

‘CENTRAL SHOP UNLOCKED’ สร้างปรากฏการณ์ช้อปสนุกครั้งใหญ่ ปลดล็อกความสุขได้ทุกที่ ทุกเวลา

‘CENTRAL SHOP UNLOCKED’ สร้างปรากฏการณ์ช้อปสนุกครั้งใหญ่ ปลดล็อกความสุขได้ทุกที่ ทุกเวลา

‘CENTRAL SHOP UNLOCKED’ สร้างปรากฏการณ์ช้อปสนุกครั้งใหญ่ ปลดล็อกความสุขได้ทุกที่ ทุกเวลา

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.58 น.

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำรีเทลออมนิแชแนล ด้วยการเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว เปิดตัวแคมเปญไฮไลต์กลางปี CENTRAL SHOP UNLOCKED” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช้อปทุกที่ โปรดีทุกช่องทาง” ระหว่างวันที่ 10 – 31 กรกฎาคม 2568 เพราะเข้าใจอินไซต์นิสัยและพฤติกรรมของนักช้อปยุคใหม่อย่างแท้จริง

ห้างเซ็นทรัลจึงไม่หยุดพัฒนากลยุทธ์เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์อย่างรอบด้าน โดยเชื่อมต่อโปรโมชั่นและดีลพิเศษแบบไร้รอยต่อในทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าลูกค้าจะมาช้อปที่ห้างเซ็นทรัลทั้ง 29 สาขาทั่วประเทศ, เว็บไซต์ http://www.central.co.th, Central App แอปพลิเค ชันบนมือถือที่เป็นประตูสู่การช้อปปิ้งที่รวบรวมแบรนด์พรีเมียมแบรนด์ใหม่ และแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟในที่เดียว, Central Chat & Shop ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวบริการช้อปปิ้งผ่านไลน์ (Line) เพียงแอดมาที่ @Centralofficial ก็สามารถแจ้งสินค้า หรือส่งภาพไอเทมที่ต้องการมาให้เช็คสินค้าได้ทันที ทักแชตและช้อปได้จากทุกที่ สะดวกสบายกว่าที่เคย พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน หรือส่งด่วนภายในวัน ผ่าน Grab Express และบริการห่อของขวัญเซอร์ไพรส์ให้กันได้ทุกโอกาส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการช้อปผ่านแชตแบบไร้รอยต่อ เพราะมีสินค้าครบครันและโปรโมชั่นเดียวกับที่ห้างเซ็นทรัล รวมถึงการช้อปผ่านไลฟ์ (Live) เปิดประสบการณ์ช้อปที่ได้ทั้งความสนุกและความบันเทิง นำเสนอสินค้าเรียลไทม์ผ่านการไลฟ์ สื่อสารโต้ตอบอย่างรวดเร็วระหว่างการไลฟ์สด พร้อมมีโปรโมชั่นและดีลสุดพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์เท่านั้นที่คัดสรรมาแล้วจากแบรนด์แท้ พร้อมระบบชำระเงินที่ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย ทั้งใน Central TikTok Shop เฟซบุ๊กเพจและอินบ็อกซ์ของ Facebook page: Central Department Store, Central TikTok Shop หรือโซเชียลคอมเมิร์ซช่องห้างฯ

แคมเปญ “CENTRAL SHOP UNLOCKED” นี้ช่วย “ปลดล็อก” ทุกข้อจำกัดของการช้อป อาทิ เรื่องเวลา การเดินทาง หรือข้อจำกัดใดๆ ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว เสมือนมีผู้ช่วยช้อปที่เข้าใจลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าคุณจะช้อปหน้าร้าน หรือคลิกผ่านมือถือ ห้างเซ็นทรัลพร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะต้องการหาของขวัญสำหรับเทศกาลต่างๆ บริการช่วยช้อปสินค้าใหม่ สินค้ายอดฮิตจากแบรนด์ชั้นนำ หลากหลายหมวดหมู่ พร้อมบริการห่อของขวัญและส่งสินค้าไวทันใจ มีดีลสุดคุ้มครบครันในแคมเปญเดียวซึ่งเชื่อมสิทธิพิ เศษให้ช้อปสนุกไม่มีสะดุด ตอบโจทย์ทุก Customer journey ได้สมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์แคมเปญ “Central Shop Unlocked” ช้อปทุกที่ โปรดีทุกช่องทาง อาทิ รับสิทธิประโยชน์จากห้างเซ็นทรัลCentral App สินค้าปกติลดสูงสุด 50% ,รับคูปองส่วนลด และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 7,700 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข พิเศษ! เฉพาะบนเซ็นทรัลแอป ส่วนลดเพิ่มสูงสุด 14% (จำนวนจำกัด),เมื่อช้อปปิ้งผ่านหลากหลายช่องทาง รับ The 1 point X4 เท่า! (เมื่อช้อปที่ห้างเซ็นทรัล, Central App, Central Chat & Shop และช้อปทางไลฟ์ ),แลกคะแนนเดอะวันเพียง 1,400 คะแนน (ปกติ 1,600 คะแนน) ใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสด 200 บาท ,รับคูปองส่วนลด 200 บาท ที่ Central App สำหรับใช้เป็นส่วนลด เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข ผ่านช่องทาง Central Chat & Shop ที่ Line หรือ Facebook Inbox ของห้างเซ็นทรัล ,รับบัตรของขวัญ Central 1,000 บาท เมื่อจ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ด (ช้อปตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไปต่อเซลส์สลิป จำกัด 300 สิทธิ์) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

เล่นสนุกรับส่วนลดฟินๆร่วมสนุกเล่นฟิลเตอร์ใน Central TikTok shop รับคูปองส่วนลด ไปช้อปต่อทันที,รับคูปองส่วนลด 200 บาท เมื่อเล่น Shop Unlocked Game ตามเงื่อนไข,ห้ามพลาด! กับกิจกรรม On ground activity ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกไปกับ “Unlock Your Prize”เกมหมุนวงล้อลุ้นรับของขวัญจากแบรนด์ชั้นนำที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ชิดลม,เซ็นทรัลลาดพร้าว,เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่, เซ็นทรัลขอนแก่น, เซ็นทรัล เฟสติวัลหาดใหญ่ และเซ็นทรัลอุดรธานี 

ปลดล็อคทุกข้อจำกัดในการช้อปปิ้ง ในแคมเปญ “CENTRAL SHOP UNLOCKED” ช้อปทุกที่ โปรดีทุกช่องทาง สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา,Central App,Central Chat & Shop ช้อปทางไลฟ์ (Live)โซเชียลคอมเมิร์ซ และทุกแพลตฟอร์มช้อปปิ้งของห้างเซ็น ทรัล 

Gosoft (Thailand) ได้รับ AWS DevOps Competency Partner รายแรกในประเทศไทย

Gosoft (Thailand) ได้รับ AWS DevOps Competency Partner รายแรกในประเทศไทย

Gosoft (Thailand) ได้รับ AWS DevOps Competency Partner รายแรกในประเทศไทย

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

บริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Gosoft (Thailand) Co., Ltd. บริษัทในเครือซีพี ออลล์ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจรที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานของร้าน 7-Eleven กว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการได้รับการรับรองสถานะ AWS DevOps Competency Partner จาก Amazon Web Services (AWS) อย่างเป็นทางการ นับเป็น บริษัทสัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับการรับรองในกลุ่มความเชี่ยวชาญนี้

การรับรองดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของ Gosoft ในการให้บริการโซลูชัน DevOps สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยการพัฒนาและบริหารจัดการระบบที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และสามารถปรับขนาดได้จริงบนโครงสร้าง AWS โดยครอบคลุมทั้งการวางระบบ CI/CD Pipeline, Infrastructure as Code (IaC), DevSecOps, การทำ Automation ตลอดจนการสนับสนุนองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่แนวทาง Agile & Continuous Delivery

นายวิวัฒน์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท Gosoft (Thailand) จำกัด กล่าวว่า“Gosoft ไม่ได้มองเพียงแค่เทคโนโลยีเป็นโซลูชัน แต่เรามองว่าเทคโนโลยีต้องตอบโจทย์เชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างลึกซึ้ง DevOps ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือหรือกระบวนการ แต่มันคือวัฒนธรรมของความคล่องตัว ความโปร่งใส และการส่งมอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรานำมาใช้ในการพัฒนาดิจิทัลโซลูชันที่รองรับทั้งผู้ใช้งาน การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์สำหรับการตัดสินใจและพัฒนาธุรกิจให้พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

 “โลกจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ AI, Automation และ DevOps จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจทุกประเภท และประเทศไทยจะไม่เป็นแค่เพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่จะเป็นผู้สร้างด้วย Gosoft พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Digital Solution และ Digital Infrastructure ให้กับองค์กรต่างๆในมาตรฐานระดับโลก”

ผู้ขับเคลื่อนระบบเทคโนโลยีค้าปลีกชั้นนำของภูมิภาค

Gosoft มีประสบการณ์มากกว่า 26 ปีในการออกแบบ พัฒนา และดูแลระบบหลังบ้านให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ในเครือซีพี ออลล์ โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทั่วประเทศ ซึ่งระบบที่ Gosoft พัฒนารองรับทั้งงานปฏิบัติการหน้าร้านและหลังร้าน เช่น

-ระบบจัดการสาขาและ POS
-7Mobile App และระบบสมาชิก / Loyalty
-ระบบ Smart Inventory Refill และ 7Delivery
-ระบบ Real-Time Analytics และ Customer Insights

ความสามารถด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ Gosoft ได้รับการยอมรับในฐานะ Top Retail Tech Company in Southeast Asia และมีความพร้อมในการขยายบริการออกสู่ตลาดระดับภูมิภาค ผ่านการวางโซลูชัน Cloud-native, การปรับระบบ Legacy, การบริหาร DevOps Toolchain และการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติ ด้วยทีมงานที่มีความเข้าใจลึกในทั้งมิติทางเทคนิคและทางธุรกิจ พร้อมสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิด DevOps ที่ทันสมัย ปลอดภัย และวัดผลได้

Gosoft ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ได้แก่

ISO/IEC 20000 – ระบบบริหารจัดการบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ISO/IEC 27001 และ 27701 – ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อีกทั้งดำเนินงานภายใต้กรอบมาตรฐาน CMMI Level 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรฐานความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ ITIL Framework ในการบริหารจัดการบริการไอทีตามแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

รวมถึงรางวัลระดับประเทศที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ อาทิ:

-Thailand Technology Excellence Award 2024 จากโซลูชัน AI-Retail “goSearch”
-Break Digital Performer Award 2024 จาก Dynatrace สำหรับความเป็นเลิศด้าน Digital Performance Monitoring

พร้อมให้บริการระดับภูมิภาค – ร่วมเป็นพันธมิตรสร้างนวัตกรรม

ด้วยความสามารถในระดับสากล Gosoft พร้อมให้บริการองค์กรต่างๆที่ต้องการ:

-ขยายระบบ DevOps และ Cloud-native
-วางระบบ CI/CD และ Infrastructure as Code
-ย้ายระบบขึ้น AWS อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
-บริหารจัดการระบบอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิด Agile

ติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตดิจิทัล โทร. 02-071-9899, 02-071-9409 (ฝ่ายการตลาด) Email: marketing@gosoft.co.th Website: www.gosoft.co.th
Gosoft – พร้อมเป็นพันธมิตรที่คุณไว้วางใจสร้างอนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำโดย คุณ หญิงแสงเดือน ณ นครประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียนที่อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมี คณะกรรมการ อาทิ คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กรรมการจัดการและเหรัญญิก, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานฝ่ายจัดทำดอกไม้,ดร.พรเพ็ญ เกยานนท์ รองประธานกรรมการฝ่ายสถาบันการศึกษาและฝึกอาชีพ,พลโท อัครภณ ทองสุทธิ์ รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ ยุพาพร เอี่ยมลออ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้าร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษา ณ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

การมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียนที่อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวนทั้งสิ้น 176 ทุน รวมมูลค่า 1,640,000 บาท โดยนำรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกป๊อปปี้ และของที่ระลึก รวมทั้งความร่วมมือจากคณะกรรม การ อาสาสมัคร และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคสมทบทุนกับมูลนิธิฯ โดยทุนการศึกษาแบ่งเป็น ได้แก่ ทุนบุตร-ธิดาทหารผ่านศึก,ทุนสำหรับครอบ ครัวทหารผ่านศึกที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ,ทุนนักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ ,ทุนสำหรับบุตร-หลานของมูลนิธิสายใจไทยฯ ,ทุนนักเรียนเตรียม ทหาร และทุนสำหรับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ที่เสียชีวิต

นับเป็นกิจกรรมสำคัญของมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ ในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีศักยภาพ  ดูแลครอบ ครัวทหารผ่านศึกอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมเป็นพลังในการตอบแทนสังคมและพัฒนาประเทศชาติต่อไป

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ พร้อมด้วย คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กก.จัดการและเหรัญญิก, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานฝ่ายจัดทำดอกไม้,พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์  รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก,ยุพาพร เอี่ยมลออ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ พร้อมด้วย คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กก.จัดการและเหรัญญิก, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานฝ่ายจัดทำดอกไม้,พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์ รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก,ยุพาพร เอี่ยมลออ อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ และ พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์  รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหาร
ผ่านศึก

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ และ พล.ท.อัครภณ ทองสุทธิ์ รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึก

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

ผู้แทนจากองค์กรและโรงเรียนต่างๆ

มอบทุนการศึกษาให้แก่ มูลนิธิสายใจไทย และมอบทุนการศึกษาประจำปีให้แก่บุตร-ธิดาทหารผ่านศึกที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งมอบทุนนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวนทั้งสิ้น 176 ทุน

มอบทุนการศึกษาให้แก่ มูลนิธิสายใจไทย และมอบทุนการศึกษาประจำปีให้แก่บุตร-ธิดาทหารผ่านศึกที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งมอบทุนนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวนทั้งสิ้น 176 ทุน

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษ Volvo GO สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษ Volvo GO  สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษ Volvo GO สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตผ่านความอิสระและการเดินทาง

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว Volvo GO แคมเปญพิเศษที่รวบรวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายแนวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกไปเปิดโลกกว้าง ค้นหาประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตตามความมุ่งมั่นของวอลโว่ในการนำเสนอความปลอดภัยเพื่อการขับขี่และความเชื่อในอิสระแห่งการใช้ชีวิต

มากกว่าแค่การเดินทาง กิจกรรม Volvo GO ถูกออกแบบขึ้นเพื่อฉลองชีวิต, การมีชีวิต และการใช้ชีวิต (Lives, Life and Living) ทั้งในมุมส่วนตัว หรือกับครอบครัว เพื่อน และชุมชน เพื่อทดลองทำสิ่งที่แตกต่างไปจากกิจวัตรเดิม หาความสมดุลและสร้างความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยความหมายในประสบการณ์เหล่านั้น ตามแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า เมื่อคุณรู้สึกปลอดภัย คุณจะรู้สึกมีอิสระที่จะทำได้มากขึ้น ไปได้ไกลขึ้น และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

ราชาบดินทร์ ศิรินรินทร,นิชานันท์ ปัญญา และ อภินรา ศรีกาญจนา

“สำหรับวอลโว่ คาร์ เราเชื่อว่าการเดินทางนั้นมีความหมายมากกว่าการขับไปตามเส้นทางบนแผนที่ หรือการวัดระยะทางบนเข็มไมล์ การเดินทางสำหรับวอลโว่คือการสร้างประสบการณ์ ซึ่งเป็นที่มาของแคมเปญ Volvo GO ที่ต้องการส่งเสริมให้คนได้ค้นหาและทดลองสิ่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเดินทาง หรือการดำเนินชีวิตในทุก ๆ วัน” คริส เวลส์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กล่าว “ในปัจจุบัน การสร้างความมั่นคงให้ชีวิต มีอาชีพการงาน รวมถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่างๆ อาจต้องแลกมาด้วยการเลิกทำในสิ่งที่รักหรือไม่ได้พบเจอกับคนที่เป็นพลังใจให้เราอย่างแท้จริง แคมเปญ Volvo GO จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้ผู้คนกลับมาใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมายและสร้างพลังในการใช้ชีวิตให้แก่พวกเขาอีกครั้ง เพราะสำหรับวอลโว่แล้ว ความมุ่งมั่นของเราไม่ใช่เพียงเพื่อการปกป้องผู้คนให้ปลอดภัย แต่ยังหมายถึงการช่วยให้เขาได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ” คริส กล่าวเสริม

เพื่อเปิดตัวกิจกรรม Volvo GO อย่างเป็นทางการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ (Cul de Sac Thonglor Rooftop Bar) และ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ (U Drink I Drive) ได้วางแผนจัดกิจกรรมตลอดเดือนกรกฎาคม นี้ ให้ผู้สนใจได้เข้าร่วม ไฮไลท์ของกิจกรรม Volvo GO ภายใต้ความร่วมมือกับร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ และยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ได้แก่ สัมผัสรถใหม่ พร้อมถ่ายภาพกับรถอาร์ทร่วมสมัย – Volvo EX30 Cross Country และ Volvo 940 GLT รถสไตล์ซีดานรุ่นคลาสสิกของวอลโว่ ซึ่งเป็นรถในดวงใจของผู้คนมากมายมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 ด้วยดีไซน์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ ผู้สนใจยังสามารถร่วมลุ้นรับเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่เป็นการรังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับวอลโว่ ง่าย ๆ เพียงถ่ายภาพตัวเองร่วมกับรถวอลโว่ Volvo 940 GLT หรือ Volvo EX30 Cross Country ที่จัดแสดงในบริเวณงานพร้อมโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียด้วยการตั้งค่าแบบสาธารณะติดแฮชแท็ก #VolvoGO และแท็ก @volvocarth และ @culdesac.bkk เพื่อลุ้นรับสิทธิ*เครื่องดื่มเมนูพิเศษสะท้อนแรงบันดาลใจในการออกไปค้นหาโลกกว้างกับวอลโว่

เพื่อฉลองจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและการออกแบบสไตล์สแกนดิเวียน   ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ ได้จัดทำเมนูเครื่องดื่มพิเศษที่สะท้อนแนวคิดและดีไซน์ของรถวอลโว่ รวมเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ และคนเมือง พร้อมชื่อเมนูสุดชิค อย่าง No Keys Tonight, Safety is Sexy, Park & Spark และ Pitcrew Punch ให้ได้ทดลองทั้งที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์   หรือที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วกรุงเทพฯ เพียงทดลองขับ* Volvo EX30 รุ่นใดก็ได้ภายในเดือนกรกฎาคม นี้เช่นกัน

ราชาบดินทร์ ศิรินรินทร  กรรมการผู้จัดการ เครือโรงแรม Chaperone กล่าวว่า “การเติบโตของสังคมเมืองส่งผลให้ผู้คนเริ่มหันกลับมามองหาความสมดุลและการสร้างไลฟ์สไตล์ที่เติมเต็มชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ นำเสนอในสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนคอมมิวนิตี้ใจกลางเมืองที่ผู้มาเยือนจะได้ย้อนเวลาไปสู่การใช้ชีวิตในวันสบาย ๆ เหมือนอยู่กับเพื่อนในละแวกบ้าน เราดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวแคมเปญ Volvo GO เพราะนอกเหนือจากกิจกรรมที่จะจัดขึ้นที่ร้านคัลเดแซค รูฟท็อป บาร์ แล้ว สิ่งที่สร้างคุณค่ามากไปกว่านั้นคือการได้นำเป้าหมายที่ทั้งสองแบรนด์มีร่วมกัน ซึ่งได้แก่การสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต มาทำให้เกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างคุณค่าในเชิงบวกให้แก่ผู้คนในวงกว้าง”

อภินรา ศรีกาญจนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการเปิดตัวแคมเปญ Volvo GO      สำหรับ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ไม่พร้อมขับรถให้สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยทั้งเจ้าของและรถ คือสิ่งที่เรามุ่งมั่นนำเสนอ และด้วยบริการที่มีความพรีเมี่ยม คนขับที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อการบริการระดับห้าดาว ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ในคุณภาพของการบริการ และความปลอดภัยที่จะได้รับ อีกทั้งความร่วมมือกับวอลโว่ในครั้งนี้ยังตอกย้ำจุดยืนร่วมในการนำเสนอความปลอดภัยในการขับขี่บนประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการเดินทางของผู้ใช้รถในกรุงเทพมหานครฯ”

ติดตามรายละเอียดเงื่อนไขของกิจกรรม Volvo GO ที่ https://www.facebook.com/volvocarsth