เที่ยวไทยมุมใหม่! ททท. ชวนเปิดแผนที่ Hidden Destinations

เที่ยวไทยมุมใหม่! ททท. ชวนเปิดแผนที่ Hidden Destinations

เที่ยวไทยมุมใหม่! ททท. ชวนเปิดแผนที่ Hidden Destinations

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลาดในประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย เปิดตัวแคมเปญ “LIVE HERE” Stay a little longer, Live a little deeper อยู่ต่ออีกนิด.. ใช้ชีวิตให้ลึกซึ้งกว่าเดิม มุ่งเฟ้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนอยู่ (Hidden Destinations) และเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเล่า (New Story) จากทั่วประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2569 ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่ามากกว่าปริมาณ หรือ Value Over Volume เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ประสบการณ์ที่มีความหมายและทรงคุณค่าอย่างยั่งยืน

จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ พบว่าในปี 2569 นักเดินทางเริ่มมองหา “ประสบการณ์ที่ลึกกว่า” มากกว่า การเดินทางไปยังสถานที่ยอดนิยม โดยให้ความสำคัญกับการใช้เวลาอยู่กับพื้นที่จริง และการค้นหาจุดหมายที่ยังไม่พลุกพล่าน เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวหันมาให้คุณค่ากับพื้นที่ที่เงียบสงบ ยังไม่ถูกค้นพบ และสามารถถ่ายทอดตัวตนผ่านการเดินทางได้อย่างแท้จริง จึงทำให้ Lesser-Known Destination ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดหมายทางเลือก แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น “Unseen Destination ที่สร้าง Unforgettable Experience” ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง การใช้เวลาในพื้นที่ยาวนานขึ้น และการสร้างความผูกพันกับจุดหมายปลายทางอย่างมีความหมาย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการ LIVE HERE ที่ชวนให้ทุกคน “อยู่ต่ออีกนิด และใช้ชีวิตให้ลึกซึ้งกว่าเดิม”

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “แผนการตลาดในประเทศปี 2569  มุ่งผลักดันการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปีภายใต้แนวคิด “Value is the New Volume” ที่เน้นดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยมีแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปใน 5 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.การฟื้นฟูจิตใจและให้รางวัลชีวิต 2.การหนีความวุ่นวายสู่ความสงบ 3.การทำคอนเทนต์ เช็กอิน ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น 4.การแสวงหาประสบการณ์ทางกาย ใจและอารมณ์ และ 5.การท่องเที่ยวหรูหราเชิงอนุรักษ์ เป้าหมายหลักของเราคือทำให้คนไทย สร้างความสุขได้ทันทีที่ออกเดินทาง โดยโครงการ LIVE HERE จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านการสร้างสรรค์เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่เน้นคุณภาพและคุณค่า ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ แต่ยังเป็นการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง”

ไฮไลต์สำคัญของโครงการคือ แคมเปญประกวดเฟ้นหา 10 เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวใหม่ “THAILAND UNTOLD” เพื่อค้นหาจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แต่ยังไม่เคยปรากฏในรีวิวมาก่อน โดย ททท. จะนำเส้นทางเหล่านี้มาต่อยอดให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ทรงพลัง ช่วยสร้างความโดดเด่นและเพิ่มความหลากหลายให้กับแผนที่ท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวน Local Creators และ Local Photographers หรือผู้ที่สนใจทั่วประเทศไทยที่มีความหลงใหลในพื้นที่ท้องถิ่น มาร่วมถ่ายทอดมุมมองใหม่ผ่านภาพถ่ายและเรื่องราวในแคมเปญ THAILAND UNTOLD โดยเปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. – 25 ก.พ. 2569  ผู้ชนะ 10 เส้นทาง จะได้รับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 350,000 บาท พร้อมโอกาสในการเผยแพร่ผลงานผ่านสื่อเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ Facebook Page: LIVE HERE   หรือ Line OA: @LiveHere

ททท. มุ่งหวังว่า โครงการ LIVE HERE จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้เวลาเดินทางอย่างมีคุณค่า สร้างความผูกพันระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน และร่วมกันต่อยอด “Hidden Destinations” ของไทยให้กลายเป็นจุดหมายที่สร้างความหมายและความภาคภูมิใจให้กับประเทศในระยะยาว

Photo of the week : สเปนเศร้าอุบัติเหตุรถไฟครั้งใหญ่

Photo of the week : สเปนเศร้าอุบัติเหตุรถไฟครั้งใหญ่

Photo of the week : สเปนเศร้าอุบัติเหตุรถไฟครั้งใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผู้คนทั่วสเปนยังคงอยู่ในความเศร้าโศกในสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในประเทศ เมื่อรถไฟความเร็วสูง จากเมืองมาลากาไปยังกรุงมาดริด พุ่งหลุดออกจากรางและไปพาดขวางรางรถไฟที่อยู่คู่กัน ทำให้รถไฟอีกขบวนซึ่งแล่นสวนมา บนเส้นทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองอูเอลบาพุ่งชนเต็มแรง จนขบวนรถไฟดังกล่าวตกรางไปด้วย ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยูอย่างน้อย 42 ราย บาดเจ็บอีก 122 คน ถือเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดของสเปนในรอบ 13 ปี และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อระบบรางที่สเปนภาคภูมิใจอย่างมาก

(ภาพ 1-8)

Health News : เล่นเกมมากกระทบนอนหลับ-เสี่ยงโรคอ้วน

Health News : เล่นเกมมากกระทบนอนหลับ-เสี่ยงโรคอ้วน

Health News : เล่นเกมมากกระทบนอนหลับ-เสี่ยงโรคอ้วน

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การศึกษาใหม่ที่นำโดยมหาวิทยาลัยเคอร์ตินของออสเตรเลีย และเผยแพร่ในวารสารนิวทรีชัน (Nutrition) ได้ทำการสำรวจนักศึกษา 317 คน ที่มีอายุเฉลี่ย 20 ปี จากมหาวิทยาลัย 5 แห่งทั่วออสเตรเลีย โดยผู้เข้าร่วมถูกแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเล่นเกมน้อย (0-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) กลุ่มเล่นเกมปานกลาง (5-10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) และกลุ่มเล่นเกมมาก (เกินกว่า 10 ชั่วโมงขึ้นไป) นักวิจัยพบว่ากลุ่มผู้ที่เล่นเกมน้อยและปานกลางมีรายงานผลลัพธ์สุขภาพคล้ายคลึงกัน แต่กลุ่มผู้ที่เล่นเกมเกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์กลับมีผลลัพธ์สุขภาพย่ำแย่กว่า

ศาสตราจารย์ มาริโอ เซียร์โว จากมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่า การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่พฤติกรรมการเล่นเกมมากเกินไป มากกว่าตัวเกมเอง โดยกลุ่มนักศึกษาที่เล่นเกมไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีรูปแบบการบริโภคอาหาร การนอนหลับ และน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างคล้ายกันทั้งหมด ทว่าความแตกต่างนั้นจะเริ่มปรากฎให้เห็นได้ชัดเมื่อเล่นเกมเกิน 10 ชั่วโมง ผู้เข้าร่วมทุกกลุ่มมีรายงานคุณภาพการนอนหลับโดยรวมค่อนข้างแย่ แต่ชั่วโมงการเล่นเกมที่เพิ่มขึ้นยังเชื่อมโยงกับการรบกวนการนอนหลับอีกด้วย

ทั้งนี้ ผลการศึกษาชี้ว่าการปรับพฤติกรรมสู่กิจวัตรที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การจำกัดการเล่นเกมจนถึงช่วงดึก และการเลือกรับประทานอาหารว่างที่มีประโยชน์ อาจช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้

แหวกฟ้าหาฝัน : Gustav III and The Museum of Antiquities

แหวกฟ้าหาฝัน : Gustav III and The Museum of Antiquities

แหวกฟ้าหาฝัน : Gustav III and The Museum of Antiquities

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบของเก่าที่เดินทางมาสต็อกโฮมในหน้าร้อนจะมีโอกาสพิเศษกว่าฤดูอื่น ไม่เพียงวันจะยาวแล้ว ยังมีมิวเซียมบางแห่งที่เปิดเฉพาะช่วงนี้ด้วย นั่นคือ Gustav III and The Museum of Antiquities มิวเซียมซึ่งอยู่ในส่วนของ Royal Palace Stockholm นี้เปิดระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงกันยายนเท่านั้น  นักท่องเที่ยวที่มีเวลามากอาจแวะเยือนได้ เพราะใช้เวลาไม่มากค่าใช้จ่ายจะรวมอยู่ในค่าเข้า Royal Palace อยู่แล้ว มิวเซียมแห่งนี้ถือกำเนิดมาจากการที่ พระเจ้า Gustav III มีความสนใจในเรื่องของโบราณตั้งแต่สมัยที่มีภูเขาไฟระเบิด ร่วมกับการที่พระองค์ได้พบกับพระสันตะปาปาและได้มีดำริร่วมกันที่จะเปิดมิวเซียมทางด้านศิลปะแห่งแรกของยุโรป ย้อนไป 79 ปีก่อนคริสต์กาล เมื่อภูเขาไฟ Vesuvius ทางตอนใต้ของอิตาลีประทุขึ้น หลายเมืองได้ถูกถมลงภายใต้ลาวา และเถ้าถ่าน เมืองใหญ่อย่าง Pompeii ได้ขุดค้นพบขึ้นในปี 1748 ของที่ค้นพบครั้งนั้นได้เปิดหูเปิดตาชาวโลกขึ้นมากมาย  

ในช่วงเวลานั้นศิลปะแบบ Rococo กำลังรุ่งเรือง แต่ก็มีศิลปินหลายกลุ่มที่เริ่มเบื่อหน่ายสไตล์การตกแต่งจากเปลือกหอยอันเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของศิลปะแบบ Rococo จนนำไปสู่ศิลปะแบบ Neoclassicism ในช่วงนั้นพระเจ้ากุสตาฟที่สามแห่งสวีเดนซึ่งสนใจในศิลปะได้เดินทางลงใต้สู่กรุงโรมเพื่อตามล่าหางานศิลปะโดยเฉพาะงานประติมากรรมต่าง ๆ เมื่อพระองค์เสด็จถึงวาติกันในวันปีใหม่ปี 1784 พระองค์ได้เชยชมงานประติมากรรมใน Museo Pio Clementino โดยมีสันตะปาปา Pius VI เป็นไกด์ส่วนตัวยังผลให้พระองค์ซื้อสมบัติเก่า ๆ มากมายมาไว้สะสม ในการเยือนครั้งนั้นพระองค์ได้ให้ Benigne Gagneraux ศิลปินประจำราชสำนักรังสรรค์งานจิตรกรรมการเยือนและพบปะสันตะปาปาไว้เป็นที่ระลึกด้วยอีกต่างหาก

ข่าวความต้องการสะสมวัตถุโบราณของพระองค์กระฉ่อนไปทั่วอิตาลียังผลให้นักขุดของเก่าทั้งหลายพยายามขวนขวายหาสิ่งที่พระองค์อยากได้ นั่นคือ รูปปั้น Apollo และรูปปั้นผู้หญิงแบบต่าง ๆ มานำเสนอ แม้รูปปั้นหลายชิ้นไม่สมประกอบ แต่ก็ถูกซ่อมแซมแก้ไขเพื่อให้พระองค์พึงพอใจและนำไปตั้งโชว์ที่พระราชวังใน Haga ได้ เมื่อตัวแทนขายสะสมของได้จำนวนหนึ่งซึ่งไม่เพียงมีงานประติมากรรม ยังมีแจกันจำนวนมากด้วย พวกเขาก็ส่งของไปทางเรือเพื่อให้พระองค์นำไปตั้งแสดงที่ Royal Palace Stockholm

สามสัปดาห์หลังจากที่พระเจ้ากุสตาฟที่สามเสด็จสวรรคตในวันที่ 29 มีนาคม 1792 หลังการถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้าในงานรื่นเริงสวมหน้ากาก รัฐบาลตัดสินใจจัดตั้งมิวเซียมขึ้นเพื่ออุทิศให้กับวัตถุโบราณที่พระองค์สะสมไว้เพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ผู้ซึ่งพยายามรักษาสมบัติเก่าเหล่านี้มาตลอดชีวิต รัฐบาลได้แต่งตั้งให้ Carl Fredrik Fredenheim ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือพระองค์ในการได้มาจากแหล่งขุดค้นที่โรมและสะสมวัตถุโบราณเหล่านี้เป็นภัณฑารักษ์มิวเซียมคนแรก ส่วนของอาคารที่เลือกก็เป็นตำแหน่งปีกตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวังซึ่งเป็นที่จัดแสดงวัตถุโบราณเหล่านี้ในปัจจุบัน

เมื่อรัฐบาลเลือกปีกหนึ่งของพระราชวังเป็นมิวเซียมที่พร้อมใช้งาน เพียงแค่ 2 ปีหลังการสวรรคต มิวเซียมแห่งแรกของยุโรปที่มีชื่อว่า The Royal Museum ก็สามารถเปิดทำการได้  ต้นทศวรรษที่ 1800 มิวเซียมได้ทำการปรับปรุงอัตลักษณ์ใหม่ด้วยการเพิ่มงานประติมากรรมที่มีความทันสมัยมากขึ้นเข้าไปด้วย อีกทั้งยังซื้อของสะสมเพิ่มขึ้นมาก หลังทศวรรษที่ 1840 มิวเซียมได้ทำการจัดแสดงผลงานจิตรกรรมเพิ่มขึ้น และได้ทาสีใหม่ทดแทน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมแห่งนี้จะได้มีโอกาสชื่นชมงานประติมากรรมแนวกรีกที่มีความหลากหลายและได้สัมผัสบรรยากาศกรีกโบราณไปอย่างเต็ม ๆ เสมือนหนึ่งกำลังอยู่ในกรีซเลยทีเดียว

คุยกัน 7 วันหน : ปิดตำนานครอบครัวตัวอย่าง เจาะลึกดราม่า ‘บรู๊คลิน’ แฉเบื้องหลัง Brand Beckham

คุยกัน 7 วันหน : ปิดตำนานครอบครัวตัวอย่าง เจาะลึกดราม่า 'บรู๊คลิน' แฉเบื้องหลัง Brand Beckham

คุยกัน 7 วันหน : ปิดตำนานครอบครัวตัวอย่าง เจาะลึกดราม่า ‘บรู๊คลิน’ แฉเบื้องหลัง Brand Beckham

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สร้างความฮือฮาไม่น้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา กับข่าวที่ บรู๊คลิน เพลท์ซ เบ็คแฮม (Brooklyn Peltz Beckham) ลูกชายคนโตของ เดวิด และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ประกาศตัดสัมพันธ์กับครอบครัวอย่างเป็นทางการ ผ่านแถลงการณ์ความยาว 6 หน้าบน Instagram Story บรู๊คลิน ยืนยันชัดเจนต่อผู้ติดตามกว่า 16 ล้านรายว่า ว่าเขาไม่ต้องการคืนดีกับครอบครัว จากปัญหาความขัดแย้งที่สั่งสมมานานหลายปี

บรู๊คลินกล่าวว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาถูกพ่อแม่ควบคุมภาพลักษณ์และสร้างเรื่องราวลวงในสื่อ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของ Brand Beckham จนทำให้เขาต้องเผชิญกับภาวะวิตกกังวลมาโดยตลอด และตอนนี้เขารู้สึกมีอิสระเป็นครั้งแรกหลังจากเดินออกมา ลูกชายคนโตผู้นี้วิพากษ์วิจารณ์ครอบครัวของตนว่าให้ความสำคัญกับ “การโปรโมตตัวเองต่อหน้าสาธารณะและสัญญาโฆษณาเหนือสิ่งอื่นใด” “แบรนด์เบ็คแฮมต้องมาก่อน” เขาเขียน พร้อมเสริมว่า “ความรักของครอบครัวถูกตัดสินจากว่าคุณโพสต์ลงโซเชียลมีเดียมากแค่ไหน”

อีกเรื่องที่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก คือการที่ วิคตอเรีย ผู้เป็นแม่ ยกเลิกการตัดชุดแต่งงานให้ นิโคล่า เพลท์ซ เจ้าสาวของเขาในนาทีสุดท้าย และยังแย่งซีนช่วงการเต้นรำครั้งแรกของบ่าวสาว โดยเข้าไปเต้นกับเขาแทนในลักษณะที่เขารู้สึกว่าไม่เหมาะสมและน่าอับอาย

สำหรับนิโคล่า เป็นนักแสดงหญิงชาวอเมริกัน บุตรสาวของเนลสัน เพลท์ซ นักธุรกิจมหาเศรษฐี ซึ่งต่อมา เธอให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ (The Times) ว่า แม่สามีของเธอทราบว่า ทีมงานในห้องเสื้อไม่สามารถตัดชุดให้เสร็จได้ทันเวลา พร้อมปฏิเสธกระแสคาดเดาว่ามีความบาดหมางระหว่างกัน

บรู๊คลินระบุว่า ครอบครัวของเขาไม่เคยให้เกียรตินิโคล่า ภรรยาของเขาเลย และมีการจงใจเชิญแฟนเก่าของเขาไปร่วมงานครอบครัวเพื่อสร้างความอึดอัดใจ เขาอ้างด้วยว่า ก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่สัปดาห์ พ่อแม่พยายามกดดันและติดสินบนให้เขาเซ็นสัญญาละทิ้งสิทธิ์ในชื่อสกุลของตัวเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และอนาคตของลูกๆ ของเขา

บรู๊คลินยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เป็นเชื้อไฟให้กับข่าวลือเรื่องความร้าวฉานของครอบครัว ซึ่งก็คืองานวันเกิดครบรอบ 50 ปี ของ เดวิด เบ็คแฮม เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว บรู๊คลินบอกว่า ตัวเองและภรรยาได้เดินทางไปยังกรุงลอนดอนเพื่อร่วมงานวันเกิดของเดวิด แต่ถูกปฏิเสธเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ตอนที่พวกเขากำลังรออยู่ที่ห้องในโรงแรม พยายามที่จะวางแผนให้ได้ใช้เวลาที่มีค่ากับเขา พ่อปฏิเสธความพยายามทั้งหมดของเขา เว้นแต่ถ้านั่นจะเป็นงานปาร์ตี้วันเกิดของเขาที่มีแขกนับร้อยและกล้องทุกที่

เขาเล่าต่อว่าในที่สุด พ่อก็ตอบตกลงที่จะเจอเขา โดยมีเงื่อนไขว่าภรรยาของเขาต้องไม่อยู่ด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่บรูคลินบอกว่าเป็นการตบหน้า พร้อมเสริมว่า ต่อมาครอบครัวของเขาก็ปฏิเสธที่จะพบกับบรูคลินในทริปถัดไปที่นครลอสแอนเจลิส

แถลงการณ์นี้ของบรู๊คลิน ยังเกิดขึ้นหลังจากที่บรู๊คลินและนิโคล่าจัดงานแต่งงานใหม่ ในปี 2025 เพื่อสร้างความทรงจำใหม่ที่ไม่มีความเจ็บปวดจากงานครั้งแรก และว่าในตอนนี้ เขาและภรรยาต้องการเพียงชีวิตที่มีความสุขเป็นส่วนตัว ห่างจากการรบกวนของบรรดาสื่อ

มีรายงานว่าปัจจุบันนี้ บรู๊คลินได้ขอให้พ่อแม่ติดต่อเขาผ่านทีมกฎหมายเท่านั้น และได้บล็อกช่องทางโซเชียลมีเดียของคนในครอบครัวเกือบทั้งหมด ขณะที่ครูซ น้องชายของเขาได้ออกมาโต้ตอบว่า พ่อแม่ไม่ได้เลิกติดตามบรู๊คลิน แต่เป็นฝ่ายบรู๊คลินเองที่บล็อกทุกคน และน้องๆ ก็รู้สึกผิดหวังในตัวพี่ชาย ก่อนหน้านี้ เขาเคยบอกกับสื่อว่า พ่อแม่ของเขาไม่มีทาง “เลิกติดตามลูกของตัวเอง”

ผลกระทบ Brand Beckham

ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา จุดแข็งที่สุดของแบรนด์เบ็คแฮมคือ ความกลมเกลียวและการเป็นต้นแบบครอบครัวสมัยใหม่ (Modern British Family) ที่ประสบความสำเร็จและรักกันมาก แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ คือวิกฤตแบรนด์ครั้งใหญ่ที่สุดของครอบครัวเบ็คแฮม เนื่องจากภาพลักษณ์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ (The Perfect Family) ที่สร้างมาหลายสิบปีถูกทำลายลงด้วยคำพูดของลูกชายตัวเอง ข้อมูลจาก CARMA ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านชื่อเสียง ระบุว่า หลังจากการโพสต์ของบรู๊คลิน ความรู้สึกเชิงลบต่อแบรนด์เบ็คแฮมพุ่งสูงถึง 46.9% จากเดิมที่มีเพียง 21.4%

คำว่า “สร้างภาพ” (Performative) ที่บรู๊คลินใช้เรียกโพสต์ในโซเชียลมีเดียของพ่อแม่ ทำให้ผู้คนทั่วไปเริ่มสงสัยว่าความสัมพันธ์ที่เห็นมาตลอด 20 กว่าปีนั้นเป็นความจริงหรือแค่แผนการตลาด โดยเฉพาะการที่บรู๊คลินแฉว่า พ่อแม่พยายาม “ติดสินบน” ให้เขาเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ในชื่อตัวเองให้เป็นของบริษัทครอบครัว ซึ่งหากเป็นจริง จะทำให้ภาพลักษณ์ของเดวิดและวิกตอเรีย จากพ่อแม่ที่รักลูก กลายเป็นนักธุรกิจที่มองลูกเป็นทรัพย์สิน

ขณะเดียวกัน วิกตอเรีย เบ็คแฮม สร้างแบรนด์แฟชั่นโดยมีตัวเองและครอบครัวเป็นพรีเซนเตอร์หลัก แต่การที่บรู๊คลินยืนยันว่าวิกตอเรียถอนตัวจากการตัดชุดให้นิโคล่าในนาทีสุดท้าย (11th hour) ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพและความเห็นอกเห็นใจในฐานะดีไซเนอร์ อีกทั้งการแตกหักกับครอบครัวมหาเศรษฐีอย่าง เพลท์ซ ครอบครัวของนิโคล่า ยังหมายถึงการสูญเสียเครือข่ายคอนเนกชันระดับมหาเศรษฐีในอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของวิกตอเรีย กลายเป็นศึกระหว่าง Team Beckham กับ Team Peltz-Beckham  ส่งผลต่อฐานแฟนคลับและการร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ในอนาคต

นักสื่อสารมวลชนมองว่า หากยังมีการตอบโต้กลับไปกลับมา จะยิ่งทำให้แบรนด์เสียหายหนักขึ้น เพราะจะเปลี่ยนจากความขัดแย้งในครอบครัว กลายเป็นวิกฤตความน่าเชื่อถือ แต่บางส่วนมองว่า ถ้าเดวิดและวิกตอเรียใช้ความนิ่งและความเป็นผู้ใหญ่ในการแก้ปัญหา เหมือนที่เดวิดพยายามตอบโต้ผ่านสื่อว่า “ลูกๆ ผิดพลาดกันได้” อาจจะช่วยประคองแบรนด์ให้ดูเป็นมนุษย์ที่มีปัญหาจริงมากกว่าการสร้างภาพเป๊ะทุกระเบียดนิ้ว

ล่าสุด เดวิด เบ็คแฮม ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียตอบโต้ลูกชายคนโตเป็นครั้งแรก ซึ่งปกติแล้วตระกูลเบ็คแฮมมักจะใช้นโยบายความเงียบในการจัดการข่าวลือเสมอ

เดวิดได้โพสต์ภาพย้อนวัยขาวดำ ที่เป็นรูปเขากำลังอุ้มบรู๊คลินตอนเด็ก พร้อมข้อความที่เขียนอย่างระมัดระวังแต่กินใจความลึกซึ้งว่า “ความจริงมีความหมายสำหรับพ่อเสมอ และครอบครัวคือทุกอย่างสำหรับเรา… พ่อเสียใจที่คุณรู้สึกแบบนั้น แต่ประตูบ้านและหัวใจของพ่อกับแม่ยังเปิดรอคุณอยู่เสมอ ความกตัญญูและการให้เกียรติคือรากฐานที่เราสร้างมาด้วยกัน อย่าให้คนอื่นมาเปลี่ยนตัวตนที่คุณเป็นจริงๆ”

การตอบโต้ครั้งนี้ถูกสื่ออังกฤษเรียกว่าเป็นการ “สั่งสอนแบบผู้ใหญ่” (Fatherly rebuke) อีกทั้งมองว่าข้อความของเดวิดมีการแฝงนัยสำคัญไว้ ทั้งข้อความ “อย่าให้คนอื่นมาเปลี่ยนตัวตน”: ที่เชื่อว่า เดวิดกำลังพุ่งเป้าไปที่ ตระกูลเพลท์ซ หรือนิโคล่า ภรรยาของบรู๊คลิน ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนทัศนคติของลูกชาย และมีเนื้อหาตำหนิอย่างสุภาพเกี่ยวกับการนำเรื่องในบ้านมาแฉต่อสาธารณะ ว่าเป็นพฤติกรรมที่ขาดความเคารพต่อบุพการี อีกทั้งการโพสต์รูปย้อนวัยที่ดูอบอุ่น เป็นการพยายามดึงภาพลักษณ์ “ครอบครัวที่รักกัน” กลับคืนมาเพื่อสยบข่าวเรื่องการ “จัดฉาก” ที่บรู๊คลินกล่าวอ้าง

เรื่องราวหลังจากนี้จะดำเนินต่อไปยังไงไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ บรู๊คลินยังไม่ได้ลบโพสต์แฉเดิม และยังไม่ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับในโพสต์ของพ่อ แสดงให้เห็นว่า รอยร้าวครั้งนี้อาจจะลึกกว่าที่หลายคนคิด

โดย ดาโน โทนาลี

ตะลอนเที่ยว : ใส ๆ น่าจะไร้มลพิษ PM 2.5

ตะลอนเที่ยว : ใส ๆ น่าจะไร้มลพิษ PM 2.5

ตะลอนเที่ยว : ใส ๆ น่าจะไร้มลพิษ PM 2.5

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เมื่อกรุงเทพฯ ไม่มีฝนตกลงมา คนที่อาศัยในกรุงเทพฯ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 อย่างหนัก บางวันเมื่อดูดัชนีแสดงค่า PM 2.5 ในเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ก็พบว่าเป็นสีส้มโดยบางแห่งก็เป็นสีแดง 

ขออนุญาตเขียนในเชิงวิชาการสักเล็กน้อยเกี่ยวกับปริมาณของ PM 2.5 ในระดับต่าง ๆ คือ โดยเริ่มจากสีฟ้า เขียว เหลือง ส้ม และแดง ขอลงรายละเอียดอีกสักนิดก็แล้วกัน คือเมื่อพบว่ามีค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงสูงเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในช่วงสีส้ม ก็หมายความว่าไม่ดีต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์แล้ว แต่เมื่อดูจากดัชนีวัดคุณภาพอากาศในเขตประเทศไทยในระยะนี้ บางวันในบางพื้นที่มีปริมาณ PM 2.5 สูงเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เว้นแม้กระทั่งในเมืองชายทะเลบางแห่งก็ตาม ที่หลายคนอาจจะเข้าใจว่าไร้ PM 2.5 แต่เมื่อวัดคุณภาพอากาศก็ยังพบว่ายังคงมี PM 2.5 ในระดับสีเหลือง

เราจึงตัดสินใจหนี PM 2.5 จากกรุงเทพฯ ไปเกาะช้าง จังหวัดตราด เพราะเชื่อว่า PM 2.5 ต้องน้อยกว่ากรุงเทพฯ อย่างแน่นอน ซึ่งก็ไม่จริง 100 เปอร์เซ็นต์อยู่ดี แต่อย่างน้อยก็ยังมีลมทะเลพัดอยู่เกือบตลอดเวลา แล้วก็ยังมีน้ำทะเลใส ๆ ให้แช่คลายร้อนได้บ้าง (ยกเว้นช่วงกลางวันและช่วงบ่ายที่ต่อให้แช่น้ำทะเล ก็อาจจะตัวไหม้เกรียมจนดำปี๋) 

วันนี้ เราเลือกหาดไก่แบ้ ซึ่งเป็นหาดที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของเกาะช้างเป็นที่หลบมลพิษ PM 2.5 ก็ต้องบอกว่าช่วงที่เราไปนั้น คือประมาณต้นเดือนธันวาคม เราไม่เจอฝน แล้วที่สำคัญคือคลื่นลมสงบดีมาก แต่ก็มีปัญหาที่ถูกถามว่าปลอดภัยจากภัยการสู้รบโดยกองทัพกัมพูชาหรือไม่ ตอบว่า ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ 

หาดไก่แบ้เป็นหาดทรายที่ไม่ยาวมากนัก แต่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้สบายเลย ดังนั้นจึงเป็นหาดยอดนิยมแห่งหนึ่งที่จะมีผู้ไปนั่งเล่นเย็นใจริมชายหาด บางคนก็นอนอาบแดด บางก็นอนแช่น้ำ บางก็ว่ายน้ำ จากหาดนี้ เราจะมองเห็นเกาะหยวก และเกาะมันนอก รวมถึงเกาะมันในได้ชัดเจน ในช่วงเวลาน้ำลงเราสามารถเดินบนสันทรายไปยังเกาะมันในได้โดยไม่ยาก

วันนี้จึงนำภาพสวย ๆ จากบริเวณหาดไก่แบ้มาฝาก โดยเป็นภาพสองบรรยากาศ คือ before sunset ก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และช่วงเช้ากึ่งสายเล็กน้อย โดยเป็นสองบรรยากาศที่น่าประทับใจมาก คุณเห็นด้วยไหมครับ 

หากคุณสนใจจะไปเที่ยวเกาะช้างด้วยกัน โดยไปเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ สมาชิกไม่เกิน 12 คน เที่ยวแบบละมุนละไม ไม่รีบร้อน ไม่เร่งรัด เน้นเที่ยวแบบค่อย ๆ ละเลียดความสุข ไม่ตะกุมตะกลาม ไม่เที่ยวแบบชะโงกทัวร์ หากสนใจเที่ยวแบบนี้ โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 0917233615

by Mr. Flower

‘ความสุขไม่ใช่แค่คิดต้องลงมือทำ’ มูลนิธิฟอร์เวิร์ด และ สสส. ปิดโครงการ ‘รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ’

‘ความสุขไม่ใช่แค่คิดต้องลงมือทำ’ มูลนิธิฟอร์เวิร์ด และ สสส. ปิดโครงการ ‘รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ’

‘ความสุขไม่ใช่แค่คิดต้องลงมือทำ’ มูลนิธิฟอร์เวิร์ด และ สสส. ปิดโครงการ ‘รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ’

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

มูลนิธิฟอร์เวิร์ด (FORWARD FOUNDATION) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมปิดโครงการ “รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ” พัฒนาจิตใจ สร้างสุข และลดความเครียดในผู้สูงอายุยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ความสุขไม่ใช่แค่คิดต้องลงมือทำ”

นางสาวแสงระวี จงศิริกุล ประธานมูลนิธิฟอร์เวิร์ด เปิดเผยว่า “สถานการณ์ความเหงาในผู้สูงอายุเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลก สาเหตุหลักมาจากการสูญเสียคู่ครอง เพื่อน บทบาททางสังคมจากการเกษียณ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น เมื่อย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา ลูกหลานไปทำงานไกล และข้อจำกัดทางกายภาพ เศรษฐกิจ เช่น การเดินทาง สุขภาพไม่ดี  ปัญหาการเงิน ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพทั้งกาย อาทิ โรคหัวใจ สมองเสื่อม ภูมิคุ้มกันต่ำ และทางด้านจิตใจ ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล การแยกตัวทางสังคม และความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งประเทศไทยก็เผชิญปัญหานี้เช่นกัน โดยเฉพาะในสังคมครอบครัวเดี่ยวและชนบท ที่คนหนุ่มสาวอพยพเข้าเมือง ทั้งนี้ ความเหงาสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกลุ่มอายุ อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะประสบกับความเหงามากกว่า ทั้งนี้ มีการศึกษาในบางชิ้นรายงานว่า 25 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีประสบกับความเหงา (Holt-Lunstad et al. 2015) ในขณะที่งานวิจัยอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเกิดความเหงาอาจสูงกว่า  70 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางสภาวะ (Molas-Tuneu et al. 2023) ซึ่งอาจ เป็นผลมาจากภาวะสุขภาพเรื้อรัง หรือเฉียบพลันหลายประการในผู้สูงอายุ รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพความเป็นอยู่และที่อยู่อาศัย เช่น การอยู่บ้านพักคนชรา สถานดูแลผู้สูงอายุ ชุมชน ผู้เกษียณอายุ การอาศัยอยู่ที่บ้านในฐานะสมาชิกชุมชน เป็นต้น

ทางมูลนิธิฟอร์เวิร์ด จึงได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการ “รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ” พัฒนาจิตใจ สร้างสุข และลดความเครียดในผู้สูงอายุยุคใหม่ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจให้แก่ผู้สูงอายุ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะมีการจัดอบรม 1 วัน ผู้ร่วมกิจกรรมจาก 4 เขต ของกรุงเทพมหานคร คือ เขตบางกะปิ เขตวังทองหลาง  เขตดินแดง เขตราชเทวี โดยมีเนื้อหาในการให้ความรู้ในการดูแลสมองด้วยการออกกำลังกายง่าย ๆ การจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้ระลึกถึงความภาคภูมิใจในชีวิตผ่านงานศิลปะ ด้วยการวาดภาพที่เกี่ยวเนื่องกับความภาคภูมิใจ ในชีวิต และนำกระเป๋าผ้า กลับไปเป็นของที่ระลึกถึงความภาคภูมิใจ อันเป็นการสะท้อนถึงคุณค่าในชีวิตของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ให้ผู้สูงอายุในแต่ละชุมชนได้ออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรมขึ้นมา และถ่ายทำคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนด้วยกันเอง และเป็นการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งผู้สูงอายุสามารถรับชมและมีความสุขเมื่อได้ระลึกถึงช่วงเวลาของการจัดกิจกรรมร่วมกัน นอกจากนี้ มูลนิธิฟอร์เวิร์ดยังได้จัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมรุ่นใหญ่ไฟกะพริบ เพื่อให้สามารถขยายผลไปยังกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมสร้างความสุข ลดความเหงา และความเครียดได้อีกด้วย” นางสาวแสงระวี กล่าว

งานนี้ ยังมีเวทีทอล์ก โดย รศ.ดร. ฐิติกาญจน์ อัศตรกุล รองคณบดี ฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพูดคุยกับคนดังสามท่าน อาม่าแต๋ว – อุษา เสมคำ, ป้าเนาว์ – เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ อังเคิลอั๊ต – อัษฎา พานิชกุล ที่มา ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมก่อนวันนั้นจะมาถึง” ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตจริง มุมมองการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจตัวเอง และการยอมรับความเปลี่ยนแปลงของวัยอย่างงดงาม

            โครงการ “รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ” พัฒนาจิตใจ สร้างสุข และลดความเครียดในผู้สูงอายุยุคใหม่ มีผู้สูงอายุเข้าร่วมจากชุมชนดินแดง ชุมชนราชเทวี ชุมชนวังทองหลาง ชุมชนบางกะปิ และผู้สมัครทางออนไลน์ ไม่น้อยกว่า 130 คน โดยได้รับผลตอบรับจากผู้สูงอายุ และผู้รับชมผ่านสื่อต่างๆ เป็นอย่างดี

ซีพีแรมทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่อง ยกระดับเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

ซีพีแรมทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่อง ยกระดับเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

ซีพีแรมทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่อง ยกระดับเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด ทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ เข้ารับประกาศนียบัตรรับรองให้ใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ถือเป็นเครื่องหมายยืนยันถึงการดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ บนมาตรฐานระดับสูงสุด พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนทางอาหาร

               พิธีมอบประกาศนียบัตรจัดขึ้น ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธี ภายในงานมีการมอบเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนรวม 5 ประเภท ได้แก่ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction: CFR) หรือฉลากลดโลกร้อน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Carbon Footprint of Circular Economy Product CE-CFP) คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และคาร์บอนนิวทรัลประเภทองค์กร (Carbon Neutral Corporate: CNC) โดยมี 135 องค์กรที่ได้รับประกาศนียบัตร

               การรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร พิจารณาจากการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมสำคัญในการดำเนินงาน ประกอบด้วย SCOPE 1 การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางตรง (Direct Emissions) จากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรโดยตรง เช่น การเผาไหม้ของเครื่องจักร การใช้พาหนะขององค์กร การใช้สารเคมีในการบำบัดน้ำเสีย การรั่วไหลจากกระบวนการหรือกิจกรรม SCOPE 2 การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect Emissions) ได้แก่ การซื้อพลังงานมาใช้ในองค์กร ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า และ SCOPE 3 การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางอ้อมด้านอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด

               ซีพีแรม ได้รับการรับรองครบทั้ง 3 SCOPE โดยเฉพาะ SCOPE 3 ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นภาคสมัครใจและมีองค์กรเพียงไม่กี่แห่งในประเทศที่สามารถเก็บข้อมูลคาร์บอนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานครบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อใช้ในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงมาตรฐานขั้นสูงสุดเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์

               การผ่านการรับรองเครื่องหมาย CFO ในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับแนวทาง FOOD 3S ของซีพีแรม ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยทางอาหาร ด้านความมั่นคงทางอาหาร และด้านความยั่งยืนทางอาหารเพื่อส่งมอบคุณค่าในทุกมื้ออาหาร พร้อมร่วมดูแลอนาคตของโลกที่สวยงามสำหรับทุกคน

ผลการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชียปี 2025 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาค

ผลการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชียปี 2025 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาค

ผลการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชียปี 2025 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาค

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของเอเชียด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม จากการที่บริษัทไทยเข้าร่วมการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงในเอเชียในสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนถึงการตื่นตัวของภาคธุรกิจต่อมาตรฐานระบบอาหารที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

ความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การทำงานของ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) องค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินงานเชิงรณรงค์อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ภาคธุรกิจเริ่มขยับทั้งในด้านการกำหนดนโยบายจัดหาไข่ไก่ปลอดกรง การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นจากทั้งบริษัทเอกชนและภาคการเงิน

จากรายงานประจำปี 2025 ของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ระบุว่า องค์กรสามารถผลักดันให้เกิด คำมั่นสัญญาใหม่จากภาคธุรกิจรวม 23 แห่งทั่วโลก เพื่อช่วยลดความทุกข์ของสัตว์ โดยในจำนวนนี้เป็นคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการใช้ไข่ไก่ปลอดกรงถึง 16 แห่ง ครอบคลุมภาคอาหาร บริการ และค้าปลีก คำมั่นสัญญาเหล่านี้เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระดับสากล

ประเทศไทยกับบทบาทศูนย์กลางความก้าวหน้าในภูมิภาค

ในปี 2025 ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนประเด็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ โดยซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ได้เผยแพร่ รายงานจัดอันดับนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงของผู้ค้าปลีกไทยฉบับแรก ซึ่งประเมินบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ อาทิ 7-Eleven, Lotus’s และ Big C รายงานฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสของภาคค้าปลีก ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อการเข้าถึงสินค้าที่มีมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ของผู้บริโภค และส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโดยรวม

ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญใน Asia’s Cage-Free Tracker ฉบับที่ 6 ซึ่งประเมินบริษัทจำนวน 56 แห่ง ในภาคธุรกิจโรงแรม บริการอาหาร การผลิต ค้าปลีก และการท่องเที่ยว โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับการเข้าร่วมของภาคธุรกิจสูงที่สุดในภูมิภาค สะท้อนถึงการยอมรับว่าคำมั่นสัญญาไข่ไก่ปลอดกรงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านจริยธรรม แต่เป็นประเด็นทางธุรกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้

ความคืบหน้าในภาคการเงินและการรณรงค์สาธารณะ

ความเปลี่ยนแปลงยังขยายไปสู่ภาคการเงินของประเทศไทย โดยธนาคารพาณิชย์ชั้นนำหลายแห่ง ซึ่งเคยได้รับคะแนนประเมินเป็นศูนย์จากการขาดการเปิดเผยข้อมูลด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้เริ่มเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะผ่านโครงการ Banks for Animals ส่งผลให้คะแนนประเมินของธนาคารกสิกรไทยปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12% หรืออันดับ 2 ของเอเชีย หลังการรณรงค์ในพื้นที่สาธารณะ

ในปีเดียวกัน ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อสาธารณะ 30 ครั้ง และแคมเปญป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 4 แห่ง ในพื้นที่ที่มีผู้สัญจรหนาแน่น เช่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งสื่อสารกับกลุ่มบริษัทชั้นนำในภาคธุรกิจอาหารและการบริการ อาทิ เครือโรงแรม Marriott, Wyndham และ Inspire Brands (ดังกิ้น โดนัท) เพื่อผลักดันประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่พื้นที่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม

การทำงานในประเทศไทยยังเชื่อมโยงประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้ากับความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเข้าร่วม Bangkok Climate Action Week เป็นครั้งแรก และการเสวนาเรื่อง Just Transition ขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ๆ

“ในระดับประเทศ แรงขับเคลื่อนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความก้าวหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องผลักดันต่อไป – เราจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของบริษัทที่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ” ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าว

ความท้าทายและโอกาสของระบบอาหารไทย

แม้จะมีพัฒนาการเชิงบวก แต่การเปลี่ยนผ่านของระบบอาหารไทยยังคงขับเคลื่อนโดยความสมัครใจของภาคธุรกิจเป็นหลัก ควบคู่กับกรอบนโยบายของภาครัฐ โดยในปี 2020 ประเทศไทยได้ประกาศแผนเพิ่มการผลิตไข่ไก่ปลอดกรงปีละ 10 ล้านฟอง และมีกฎหมายเปิดโอกาสให้องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจระดับนโยบาย ขณะที่การกำกับดูแลการใช้กรงตับยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ด้วยบริบทดังกล่าว คำมั่นสัญญาจากภาคธุรกิจยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แม้ไข่จะเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวันของคนไทย แต่กระบวนการผลิตเบื้องหลังยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง งานรณรงค์ในปี 2025 จึงมุ่งเพิ่มการรับรู้ของสาธารณชนต่อประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ และความเชื่อมโยงกับความปลอดภัยทางอาหาร สุขภาพของประชาชน และความยั่งยืนของระบบอาหาร

ในฐานะผู้ส่งออกไข่รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งผลิตไข่ประมาณ 480 ล้านฟองในปี 2025 (มกราคม–พฤศจิกายน) ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นจึงเริ่มกลายเป็น ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดโลกและความต้องการด้านความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ

แรงขับเคลื่อนระดับภูมิภาคและทิศทางปี 2026

ในระดับภูมิภาค Asia’s Cage-Free Tracker ได้ประเมินบริษัท 95 แห่งทั่วเอเชีย ตอกย้ำบทบาทของความโปร่งใสในการติดตามคำมั่นสัญญา และกระตุ้นการเปิดเผยข้อมูลของภาคธุรกิจ  การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เช่น ONYX Hospitality Group ให้คำมั่นเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรงในเครือโรงแรมทั่ว ไทย ลาว มาเลเซีย และศรีลังกา

ด้านการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค: โครงการ Nourishing Tomorrow มีสถาบันเข้าร่วม 24 แห่ง ให้คำมั่นลดการจัดซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 20% และจัดเมนูอาหารจากพืชอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง คำมั่นดังกล่าวคาดว่าจะช่วยทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ได้เกือบ 2.6 ล้านมื้อต่อปี สะท้อนบทบาทของภาคสถาบันในการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น

ในปี 2026 ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จะยังคงเดินหน้าลดความทุกข์ของสัตว์ในระบบอาหาร พร้อมเสริมสร้างการรณรงค์ที่ครอบคลุมในประเทศกลุ่ม Global South โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน สนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปลอดกรง และทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลที่ชัดเจน

“เราภูมิใจในความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง แม้ความท้าทายข้างหน้ายังคงมีอยู่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ สนับสนุนการกำหนดนโยบาย และช่วยลดความทุกข์ของสัตว์ได้ในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม” แคโรลินา กาลวานี ผู้อำนวยการบริหาร ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล กล่าวทิ้งท้าย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเลลิงน้อยเรียนคอมพิวเตอร์

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเลลิงน้อยเรียนคอมพิวเตอร์

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเลลิงน้อยเรียนคอมพิวเตอร์

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                กาลครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ลิงน้อยตัวหนึ่งชื่อ “จ๋อ” อาศัยอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงเสียดฟ้า จ๋อเป็นลิงที่ฉลาดและอยากรู้อยากเห็น ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่มนุษย์

                วันหนึ่ง จ๋อได้ยินเสียงพวกสัตว์คุยกันเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์” “เว็บไซต์” และ “โปรแกรม” จ๋อรู้สึกสนใจมาก จึงตัดสินใจไปหา “ปู่นกฮูก” ผู้เฒ่าผู้มีปัญญา เพื่อขอคำแนะนำ “ท่านนกฮูก ข้าอยากรู้เรื่องเทคโนโลยีที่สัตว์ต่างๆพูดถึงเหลือเกิน” จ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

              ปู่นกฮูกแนะนำให้จ๋อไปศึกษาจากหนังสือและแหล่งข้อมูลต่างๆ แต่จ๋อก็พบว่าบางเรื่องยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ นกฮูกจึงแนะนำให้จ๋อลองใช้ “อินเทอร์เน็ต” ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้น

              ลิงจ๋อทำตามคำแนะนำของนกฮูก และได้พบกับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและความรู้ จ๋อได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ มากมาย เช่น “Google Search” “Gemini” และ “Copilot” ซึ่งเป็นโปรแกรมค้นหาและช่วยเหลือในการทำงานต่างๆ

                    คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่จ๋อได้เรียนรู้ด้วยตัวเองคือ

               1.เทคโนโลยี (Technology)  หมายถึง การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ ทั้งในรูปของสิ่งประดิษฐ์ วิธีการ หรือกระบวนการ เพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ

อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดต่างๆ

                2. คอมพิวเตอร์ (Computer)เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถรับข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ได้ตามชุดคำสั่งที่กำหนดไว้ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) แล็ปท็อป (Laptop) แท็บเล็ต (Tablet) และสมาร์ทโฟน (Smart Phone)

คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูล           

              3.ข้อมูล (Data) คือข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดต่างๆ ที่ยังไม่ได้ประมวลผล เช่น ตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ และเสียง

ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างๆ

                 4.  ดิจิทัล (Digital) หมายถึง ข้อมูลที่อยู่ในแบบของเลขฐานสอง (0 และ 1) ซึ่งเป็นรูปแบบที่คอมพิวเตอร์เข้าใจและประมวลผลได้ ข้อมูลดิจิทัลสามารถนำมาใช้ในงานต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย

คอมพิวเตอร์เข้าใจแต่เลขฐานสอง คือ 0 กับ 1

            5. อินเทอร์เน็ต (Internet) คือเครือข่ายการสื่อสารขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้

อินเทอร์เน็ต เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน

               6. เว็บ (Web) หรือ World Wide Web (WWW.) คือระบบที่เชื่อมโยงเอกสารและแหล่งข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน คล้ายใยแมงมุม    

เว็ป  คือ เครือข่ายใยแมงมุมที่เชื่อมโยงข้อมูลอินเทอร์เน็ต เข้าหากัน

           7. โปรแกรมเปิดเวป Web Browser (เว็บเบราว์เซอร์) คือเครื่องมือ ที่ใช้สำหรับเปิดดูและเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น Google Chrome, Firefox, Safari ,Opera  หรือ Microsoft Edge ซึ่งจะบันทึกและนำทางไปยังแหล่งข้อมูลในเว็ปไซด์ต่างๆที่ต้องการเช่นการแปลภาษา การดูวีดีโอ

เว็บบราวเซอร์ คือโปรแกรมสำหรับเปิดเว็บ

             8.     หน้าเว็บ หรือ เว็บเพจ (Webpage) คือหน้าของเอกสาร ที่แสดงข้อมูลต่างๆบนเว็บไซด์ เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ

หน้าเวป หรือ เว็บเพจ  คือเอกสารแสดงผล

            9. เว็บไซต์ (Website) คือชุดหรือกลุ่มของหน้าเว็บหรือเวปเพจ (Web page) หลายหน้า ที่เชื่อมโยงกันในกลุ่มเดียวกัน และเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อนำเสนอข้อมูล ซื้อขายสินค้าหรือบริการ เสนอความคิดเห็น เสนอข่าวสารเหตุการณ์

              แต่ละเว็บไซต์จะมีที่อยู่เฉพาะของตนเอง มีส่วนประกอบหน้าแรกเรียกว่าโฮมเพจ (Home Page)  มีลิงค์ (Link) ที่จะเชื่อมโยงนำผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บเพจอื่นๆ ภายในเว็บไซด์  มีที่เก็บไว้ในเวิล์ดไวด์เว็บ (World wide web เขียนย่อว่า www.) มีชื่อระบุตัวตน หรือโดเมนเนม (Domain name)ประจำตัวเช่น http://www.thairath.co.th , http://www.google.com เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูลและเนื้อหาของเว็บไซต์เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web server)

             ตัวอย่างเว็บไซด์ที่แพร่หลายคือ วิกิพีเดีย (Wikipedia) เป็นสารานุกรมออนไลน์หลายภาษา ยูทูบ (YouTube) เป็นเว็บไซต์แบ่งปันวิดีโอ เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นบริการเครือข่ายสังคม อเมซอน (Amazon) และ ชอปปี้ (Shopee) เป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ สนุกดอทคอม (Sanook.com) เป็นเว็บไซต์ข่าวสารและบันเทิงของไทย

เว็ปไซด์ กูเกิล ตอบคำถามได้สารพัดอย่าง

               10.  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ( Computer Program ) คือชุดคำสั่งที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการ โดยใช้ภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ  (Programing Language) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนคู่มือ หรือสูตรอาหารที่ สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำสิ่งต่างๆ ตามลำดับขั้นตอน (อัลกอริทึม Algorithm) เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์  

                ตัวอย่างเช่น โปรแกรมระบบ วินโดว์ส Windows ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ โปรแกรม ไมโครซอฟท์ เวิร์ด Microsoft Word: ใช้สำหรับสร้างและแก้ไขเอกสาร โปรแกรม กูเกิล โครม Google Chrome: ใช้สำหรับท่องอินเทอร์เน็ต โปรแกรม อโดบี้ โฟโต้ชอป Adobe Photoshop: ใช้สำหรับตกแต่งภาพถ่าย โปรแกรม Game Computer เกมคอมพิวเตอร์: ใช้สำหรับเล่นเกม

ตัวอย่างสัญลักษณ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ต่างๆ

                 11. เครื่องมือค้นหา (Search Engine) คือเว็บไซต์ที่ช่วยผู้ใช้ค้นหาข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น Google, Bing และ Yahoo

เครื่องมือค้นหาแบบต่างๆ

               12. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือ อุปกรณ์ชิ้นส่วน ของคอมพิวเตอร์ที่สามารถจับต้องได้  เช่น แป้นพิมพ์ จอภาพ แผงวงจรไฟฟ้า สายไฟ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU Central Processing Unit) ฯลฯ

ฮาร์ดแวร์

                9. ซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์คือชุดคำสั่ง ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการ ซึ่งไม่สามารถใช้มือจับต้องหรือใช้ตามองเห็นได้ เช่นระบบปฏิบัติการวินโดว์ส (Windows Operating System) ซอฟต์แวร์ประมวลคำ (Microsoft Word) ซอฟต์แวร์ตารางคำนวณ (Microsoft Excel)

ซอฟต์แวร์ หรือ ชุดคำสั่งชนิดต่างๆ

               นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : การเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด เทคโนโลยีต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตลอดเวลา ถ้าไม่คอยศึกษาติดตาม ก็จะกลายเป็นคนล้าสมัย พวกไดโนเสาร์ เต่าล้านปี เราสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและจากแหล่งข้อมูลต่างๆ   

                ข้อคิด: นิทานเรื่องนี้เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ที่กำลังเริ่มเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี   ผู้ที่ไม่ติดตามเรียนรู้ศัพท์เทคโนโลยีใหม่จะไม่สามารถเข้าใจเอกสารหรือฟังพูด ในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้เลย

อาทร  จันทวิมล