กยท.ผนึกกำลังร่วมกับธ.ก.ส. ทำโฉนดต้นยางฯค้ำประกันเงินกู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788904

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ “การส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสวนยางพารา และการจัดทำโฉนดต้นยางพารา” ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีนโยบายจัดทำโครงการโฉนดต้นไม้สำหรับต้นไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรนำไม้ยืนต้นไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินกับ ธ.ก.ส.เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต่อยอดอาชีพด้านการเกษตรได้อย่างยั่งยืน การร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้มากขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา

ทั้งนี้ กยท.ดำเนินโครงการร่วมมือกับธ.ก.ส.บรรจุต้นยางพารา ให้เป็นไม้ชนิดหนึ่งในระบบค้ำประกันเงินกู้ และจัดทำโฉนดต้นยางพารา เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้จาก ธ.ก.ส.ซึ่งเกษตรกรที่สามารถขอรับโฉนดต้นยางจะต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท.และมีสวนยางตั้งอยู่บนดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม แปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพ โดยใช้โฉนดต้นยางพาราเป็นเอกสารประกอบการขอรับบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ให้บริการ โดย กยท.จะเป็นผู้ประเมินราคาต้นยางพาราที่จะใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.และจัดทำโฉนดต้นยางพาราเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อของ ธ.ก.ส.ทุกครั้ง โดยจะผลักดันให้สามารถใช้ได้กับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ โดยจะเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรฯต่อไป

ด้านนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท.กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือของ กยท.กับ ธ.ก.ส.หลังจากลงนาม MOU ครั้งนี้ จะมีการอบรมผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีความรู้เรื่องวิธีการประเมินมูลค่าไม้ยางพารา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมกันประเมินมูลค่าไม้ยางพาราสำหรับใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ นอกจากนี้ กยท.และ ธ.ก.ส.จะร่วมบูรณาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ Carbon Credit ในสวนยาง ส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกสร้างสมดุลเชิงนิเวศ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการขายผลผลิตจากยางพาราเพียงอย่างเดียว

ปลัดฯให้แนวทางสป.กษ.ปฏิบัติงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788905

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ (สป.กษ.) ประจำปีงบประมาณ 2567 ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สังกัด สป.กษ.สามารถขับเคลื่อนการงานและนโยบายของ รมว.เกษตรฯได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องสนับสนุนการดำเนินงานของผู้บริหาร ผลักดันภารกิจตามกฎหมาย และพัฒนาการบริหารจัดการภายใน โดยเฉพาะการพัฒนาคนให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานของ สป.กษ.ในปีงบประมาณ 2567 ที่ต้องมุ่งเน้น มีดังนี้ 1.ผลักดันการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2.เร่งขับเคลื่อนนโยบายของ รมว.เกษตรฯ 9 นโยบาย 8 ข้อสั่งการ 3.การสนับสนุนการตรวจราชการนอกสถานที่และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ของ รมว.และ รมช.เกษตรฯ 4.ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งส่วนกลางและจังหวัด เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ 5.การเตรียมการรองรับและการแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร และการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ (PM2.5) โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากสถานการณ์ภัยพิบัติ ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5

นอกจากนี้ปลัดเกษตรฯ ยังได้มอบแนวทางในการปรับปรุงการบริหารจัดการภายในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของ สป.กษ. 2.คิดวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรี 3.การเร่งรัดการปฏิบัติงานและการเบิกจ่ายงบประมาณ 4.การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ปฏิบัติงาน และ 5.การเน้นย้ำให้บุคลากรเร่งพัฒนาตนเองให้มีทักษะและความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ

9 จนท.สปก.โคราชซวยแล้ว! ก.เกษตรฯบุกร้องปปป.จี้สอบออกเอกสารสิทธิ์รุกที่เขาใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788776

9 จนท.สปก.โคราชซวยแล้ว! ก.เกษตรฯบุกร้องปปป.จี้สอบออกเอกสารสิทธิ์รุกที่เขาใหญ่

9 จนท.สปก.โคราชซวยแล้ว! ก.เกษตรฯบุกร้องปปป.จี้สอบออกเอกสารสิทธิ์รุกที่เขาใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 15.25 น.

“ธนดล”ที่ปรึกษารมว.เกษตฯ บุกร้อง”บิ๊กเต่า”จี้ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จังหวัดนครราชสีมาโดยมิชอบ

22 ก.พ.67 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นร้องทุกกล่าวโทษให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ส.ป.ก.    หลังเกิดข้อพิพาทกรณีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จังหวัดนครราชสีมา โดยมิชอบ กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

โดย นายธนดล เผยว่า วันนี้ที่เข้ามายื่นเรื่องกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มี 2 ประเด็น คือ เรื่องการชี้แนวเขต ซึ่งต้องรอแผนที่จากทหาร ที่ทำการรางวัดตรวจสอบรายละเอียดที่ดิน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 อาทิตย์

ส่วนอีกประเด็นตนได้รับมอบหมายจาก รมว.ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร ซึ่งพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ ในการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากใช้เวลาในการตรวจสอบเพียง 3-4 เดือน ก่อนจะออกเอกสารขอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับประชาชน ด้วยการจัดสรรที่ดินตามที่เห็นในข่าว ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ดินดังกล่าวว่าเป็นป่า ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปี 2564 ประกอบระเบียบ 2566 ที่เป็นลักษณะห้วย หนอง และ บึง จะไม่สามารถจัดให้เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ได้ วันนี้จึงมายื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจ บก.ป.ป.ป.ให้ตรวจสอบข้าราชการ ส.ป.ก. ที่มีพฤติกรรมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยพบข้อพิรุธในการออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 

ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน ที่มีจนท.ปฏิบัติโดยมิชอบ ออกเอกสารส.ป.ก.ในพื้นที่ป่าก่อนที่จะได้รับการตรวจสอบได้อย่างไร รวมไปถึงขอโทษกรมอุทยานฯที่มีเอกสารแอบอ้างสิทธิ์ในการออกเอกสาร

หลังจากนี้ ตนในฐานะที่เป็นตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ ขอให้ตำรวจป.ป.ป.เรียกตรวจสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการส.ป.ก. 9 ราย เข้ามาสอบปากคำ รวมไปถึงผู้ที่เข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่เพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขอให้เป็นดุลพินิจของตำรวจ

ส่วนกรณีที่จะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้าราชการส.ป.กทั้ง 9 รายการ ส่วนผู้ที่ได้รับการจัดสรรทั้ง 12 แปลง จาก 59 แปลงนั้น เป็นเกษตรกรที่ได้รับเรื่องในการจัดสรรที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้มีการตรวจสอบบัตรประชาชนผู้ที่ยื่นคำร้องในการรับสัญจากที่ดิน ซึ่งบัตรประชาชนมีลิงค์ไปถึงข้อมูลส่วนตัว ผ่านระบบประกันสังคม ก่อนจะไปสุดปลายทางที่กรมที่ดิน แล้วจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติ ว่ามีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรที่ดินหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีผู้หญิงอายุ 25 ปีได้รับการจัดสรรที่ดิน สปก. 4-01 นั้น บุคคลดังกล่าว มีคุณสมบัติได้รับการจัดสรรจริง ซึ่งคุณสมบัติในการขอพื้นที่ใช้ประโยชน์นั้น จะต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น และมีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน รวมไปถึงต้องมีสำเนาอยู่ในพื้นที่ หากเจ้าตัวย้ายออกไปอยู่นอกพื้นที่ แต่มีภูมิลำเนา ถิ่นฐานตามครอบครัวอยู่ในที่บริเวณดังกล่าว ก็สามารถมีคุณสมบัติการขอพื้นที่ดินส.ป.ก.จัดสรรได้ตามปกติ

ส่วนกรณีผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินส.ป.ก.มีการสวมสิทธิ์เป็นนอมินีให้กับนักธุรกิจหรือไม่นั้น แล้วตรงนี้ขอยืนยันว่า ทั้งหมดผู้ที่ได้รับจัดสรรพื้นที่ดิน ส.ป.ก.เป็นเกษตรกรทั้งหมด แต่ก็ต้องรอให้ทางตำรวจตรวจรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า เรื่องดังกล่าวได้รับการประสานจากท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบ ที่พบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ส.ป.ก.เข้าข่ายพบพฤติกรรมทุจริต ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง     ก่อนที่จะเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบปากคำ เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับประชาชน ขอยืนยันว่าทุกอย่างจะทำเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ตำรวจบก.ป.ป.ป. ทำงานอย่างละเอียดและรวดเร็ว

สภาเกษตร ร่วม ศอ.บต.ภาคีเครือข่าย จัดงานพืชสวนก้าวหน้ายะลา ครั้งที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788644

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเปรมวดี สันหนู ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานพืชสวนก้าวหน้ายะลา 2567 ครั้งที่ 1 (Hortex Yala 2024) ภายใต้โครงการจัดการทุเรียนคุณภาพวิชาการเกษตรพืชทุเรียนและเทคโนโลยีและโครงการส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อการจับคู่ค้า ระหว่างวันที่ 20 – 21 ก.พ. 2567 ณ จุดรวบรวมทุเรียนวิสาหกิจชุมชนพัฒนาคุณภาพทุเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ

นางเปรมวดี สันหนู ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและสามารถให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ โดยได้มีการสร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนผ่านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การดูแลรักษา การป้องกันศัตรูพืช การให้ปุ๋ย และจดให้เป็นสินค้า GI สร้างเอกลักษณ์ทุเรียนเฉพาะพื้นที่ให้เป็นทุเรียนสะเด็ดน้ำ รวมถึงยังส่งเสริมช่องทางการตลาดจนทำให้ผลผลิตทุเรียนของจังหวัดยะลากลายเป็นจุดเด่นที่เป็นที่ต้องการของตลาดที่สูงขึ้นต่อไป

นายซาวาวี ปูลา ผู้บริหารการตลาดและนโยบาย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทุเรียนหนามเขียว จ.ยะลา เปิดเผยว่า จากการจัดงานวันนี้จะทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมเปิดมุมมองการเปลี่ยนแปลงในการดูแลรักษาผลผลิตของทุเรียน นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้เกิดการกระตือรือร้นในการดูแลรักษามากขึ้นส่งผลไปสู่คุณภาพและราคาของทุเรียนที่สูงขึ้นด้วย สำหรับภายในงานมีการสัมมนาวิชาการเกษตร พืชทุเรียน การจัดบูธเครื่องจักรกลทางการเกษตร เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร นิทรรศการจากหน่วยงาน ออกหน่วยบริการคลินิกเกษตรกิจกรรม Business Matching บูธพันธุ์ไม้ ปุ๋ย ธาตุอาหาร และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร โดยสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ร่วมกับศอ.บต. สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดยะลา เกษตรจังหวัดยะลา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนขายสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788651

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภค-บริโภค ระหว่าง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) บริษัท เดอะลิส อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ Huashi Supply Chain (Yunnan) Co.,Ltd โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานว่า MOU ดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง อ.ต.ก.กับภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภค-บริโภค และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ในรูปแบบความร่วมมือต่างๆ เพื่อการสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในและต่างประเทศผ่านการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบซึ่งนอกจากจะนำรายได้เข้าประเทศแล้ว ยังถือเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนในอนาคต ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยการใช้กลไก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

ด้านนายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการ อ.ต.ก.กล่าวว่า จากนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ในการเปิดขยายตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศ และตามโครงการสำคัญระยะสั้น (Quick Win) อ.ต.ก.ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการหาตลาดเพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตร โดยส่งเสริมช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างโอกาสในการจำหน่ายให้เกษตรกร ส่งเสริมให้สินค้าเกษตรไทยสามารถเข้าสู่ตลาดการค้าต่างประเทศได้มากขึ้นโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยการลงนาม MOU ครั้งนี้ได้ร่วมกับ บริษัท เดอะลิส อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดซึ่งจะสนับสนุน ส่งเสริมการหาช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภค-บริโภค รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ นับเป็นก้าวแรกของการขยายโอกาสทางการค้าอีกช่องทางหนึ่ง

รองปลัดฯถกอนุฯยินยอม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเขตปฏิรูปฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788654

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการให้ความยินยอมหรืออนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 1/2567 โดยสรุปผลการประชุม อาทิ 1.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ กรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่ตั้งวัดเนินทอง ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร สำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เนื้อที่ประมาณ 23-0-07 ไร่ โดยที่ประชุมเห็นควรไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน

2.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่ตั้งวัดบ้านร้านตัดผม ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร สำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ เนื้อที่ประมาณ 24-1-80 ไร่โดยที่ประชุมเห็นควรไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน 3.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ กรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่ตั้งวัดป่าบ้านนาไฮ ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุดรธานี สำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ เนื้อที่ประมาณ 68-3-75 ไร่ โดยที่ประชุมเห็นควรไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน

4.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบกรณีวัดป่าดงสุวรรณาราม ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่ตั้งวัดป่าดงสุวรรณาราม ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุดรธานี สำหรับใช้เป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นพุทธอุทยานซึ่งเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 41-2-36 ไร่ โดยที่ประชุมเห็นควรไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน 5.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ไม่ประสงค์จะนำที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแต่พลเมืองเลิกใช้ร่วมกันแล้วมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินตลอดไป แปลง “ที่วัดเก่าสาธารณประโยชน์” ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บางส่วน เนื้อที่ประมาณ 0-3-04 ไร่ เพื่อให้ อบต.ภูผาหมอก ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกขามป้อมบางส่วนเนื้อที่ประมาณ 0-3-04 ไร่ และนำเสนอคปก.พิจารณาอนุมัติไม่ประสงค์จะนำที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่พลเมืองเลิกใช้ร่วมกันแล้วมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตลอดไป เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยนำไปอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

6.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ กรณีบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อประกอบกิจการในเขตปฏิรูปที่ดิน ปรับลดความสูงของเนินดินบริเวณทางวิ่ง 05 ทางด้านทิศใต้ของสนามบิน การเห็นชอบแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในชุมชนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และการอนุมัติให้กำหนดวงเงินหลักประกัน โดยให้นำความเห็นและผลการพิจารณาเสนอ คปก.พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์

‘กรมฝนหลวง’ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788518

'กรมฝนหลวง'ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

‘กรมฝนหลวง’ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.16 น.

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00 น.นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแต่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยเพื่อเกษตรกรและพสกนิกรชาวไทย เป็นการรักษาเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เป็นสถาบันที่เคียงข้างประชาชนชาวไทย และอยู่คู่กับประเทศชาติตลอดไป

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788517

'กรมการข้าว'ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

‘กรมการข้าว’ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.13 น.

“กรมการข้าว​”ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่”สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

เมื่อวันที่​ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วย​ นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ นำคณะผู้บริหาร​ ข้าราชการ​ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว​ เข้าร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยเพื่อเกษตรกรและพสกนิกรชาวไทย และเป็นการรักษาเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เป็นสถาบันที่อยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทย และอยู่คู่กับประเทศประเทศชาติตลอดไป

โดยกิจกรรมในครั้งนี้มี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร  อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีฯ ณ บริเวณหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006

เกษตรฯ-FAOมุ่งความมั่นคงทางอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788422

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับนายฉู ตง หยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture
Organization of the United Nations : FAO) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการเกษตรและอาหารของประเทศไทย และหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย และ FAO

สำหรับการหารือครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรและอาหารที่ประเทศไทยมีศักยภาพให้แก่ประเทศอื่นๆ โดยจำเป็นต้องร่วมมือด้านวิชาการและเทคโนโลยีกับ FAO ในหลายๆ เรื่อง และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนแก่เกษตรกรรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังเห็นความสำคัญของผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตร จึงร่วมมือกับหน่วยงานในระดับนานาชาติ ทั้งด้านการศึกษา การวิจัยและการพัฒนา รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมความพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลต่างๆ กับองค์กรระหว่างประเทศ และประเทศอื่นๆ ในการฝ่าวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ส่วนองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ชื่นชมถึงการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่สนับสนุนโครงการต่างๆ ของ FAO เป็นเวลากว่า 70 ปี และขอบคุณที่ให้การสนับสนุนสำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการถ่ายถอดความรู้และประสบการณ์ที่ไทยมีศักยภาพ โดยเฉพาะด้านดินและน้ำ ซึ่งสืบเนื่องจากพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจะมีข้อริเริ่มจัดการประชุมนานาชาติด้านดินและน้ำในประเทศไทย ในฐานะที่ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยจะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

‘ธรรมนัส’จัดทำสำมะโนฯ ใช้ฐานข้อมูลพัฒนาภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788423

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลการทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล สำหรับการทำสำมะโนการเกษตรครั้งที่ 7 พ.ศ. 2566 เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 2 กระทรวง ในการพัฒนาฐานข้อมูลสถิติทางการเกษตรให้เกิด Big Data ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกมิติ สามารถนำมาใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาภาคการเกษตร

ในส่วนกระทรวงเกษตรฯ มีแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรให้มีศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพื่อเสริมเกราะความแกร่งและความมั่นคงให้เกษตรกรไทย โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรมาใช้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งมีเป้าหมายหลัก “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งได้ยกระดับการช่วยเหลือโดยมีแนวทางการสร้างและขยายโอกาสบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดอาชีพด้านเกษตร

สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร คณะกรรมการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการพักชำระหนี้ ได้ชู “โครงการฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพลูกค้าพักชำระหนี้ 3 เพิ่ม 3 สร้าง ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส.ซึ่งได้รับการพักชำระหนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพและฟื้นฟูลูกหนี้ ธ.ก.ส.กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับพักชำระหนี้ โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดการประกอบอาชีพ

นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่ตั้งเป้าหมายให้ “เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 4 ปี” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง พัฒนาทรัพยากรเกษตร ให้ยั่งยืน เพื่อให้ภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญ คือ 1.การยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร ผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสร้าง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง 2.การจัดการทรัพยากรทางการเกษตร ส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG/Carbon Credit เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.การอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร โดยสร้างระบบประกันภัยเกษตรกรไทยสุขใจถ้วนหน้า และการบริการทางการเกษตร