เปิดศูนย์บริการ เกษตรพิรุณราช ช่วยเหลือชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775564

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.40 น.

เปิดศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชช่วยเหลือชาวบ้านเข้าถึงบริการรัฐ

“เกณิกา“ เผย “ธรรมนัส” เปิด “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” ครบ 882 ศูนย์ทั่วประเทศ แก้ปัญหาได้จริงแล้วกว่า 2 พันเรื่อง เกษตรกรเชื่อมั่นแก้ปัญหาให้ได้เบ็ดเสร็จ

น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชว่า ศูนย์ดังกล่าวได้มีพิธีเปิดไปตั้งแต่ 18 ต.ค. 2566 โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บริการร่วมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และพี่น้องเกษตรกรให้สามารถขอรับบริการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสาร และรับเรื่องร้องเรียนคลายทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายสร้างวิธีทำงานสู่การปฏิบัติ โครงการศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้น โดยมีการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทุกภาคส่วน เพื่อทำหน้าที่แปลงนโยบายสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ และเพื่อให้การจัดตั้งและบริหารงานศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตรของกระทรวงฯให้ประสบผลสำเร็จ

น.ส.เกณิกา กล่าว ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ได้เปิดให้บริการ 6 งานสำคัญ ประกอบด้วย 1.งานบริการขอรับการช่วยเหลือสนับสนุน เช่น การทำฝนหลวง การจัดให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตร การเข้าถึงที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร การขอรับสิทธิ์กรณีประสบภัยพิบัติทางการเกษตร การฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพ ด้านหนี้สิน เป็นต้น 2.งานบริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ด้านการเกษตร 3.งานบริการรับคำร้อง – ส่งต่อ งานอนุญาต อนุมัติ 4.งานบริการจดทะเบียน จดแจ้ง เกษตรกร/สถาบันเกษตรกร 5.งานบริการข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาปัญหาการผลิต การตลาดสินค้าเกษตร และ 6.งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (ดิน น้ำ โรค แมลงศัตรูพืช ฯลฯ)

“เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา จากข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ได้เปิดให้บริการแล้ว 882 ศูนย์ รับเรื่องร้องเรียนแล้ว 3,326 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 2,608 เรื่อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 718 เรื่อง ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนเข้ามาใช้บริการในศูนย์ฯ พิรุณราช ให้ช่วยแก้ปัญหาให้ต่าง ๆ ให้”น.ส.เกณิกา กล่าว

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า หากพี่น้องประชาชนไม่สามารถเดินทางมาติดต่อได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถเข้าถึงการบริการของศูนย์เกษตรพิรุณราช ผ่านระบบ e-Service ทางเว็บไซต์ http://www.pirunraj.com ซึ่งจะทำหน้าที่รับลงทะเบียน ส่งต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว และมีระบบในการติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงแจ้งผลการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวได้รับทราบตามช่องทางติดต่อที่ได้ระบุไว้ด้วย

‘ธรรมนัส’สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775510

'ธรรมนัส'สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

‘ธรรมนัส’สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.15 น.

“ธรรมนัส”สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม ขุดลอกภายในเดือน ม.ค.67 ให้กลับมามีชีวิตชีวา สร้าง Soft Power จังหวัดสมุทรสาคร

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคลองโคกขาม โดยมี ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ วัดบ้านโคก ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าคลองโคกขาม เป็นคลองระบายน้ำในระบบแก้มลิง โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันคลองโคกขามมีสภาพคดเคี้ยวหักศอก และมีต้นไม้ปกคลุมค่อนข้างหนาทึบบริเวณ 2 ฝั่งคลอง และในบางจุดมีตะกอนตกจมในคลอง ทำให้ไม่สามารถคมนาคมสัญจรทางน้ำได้ อีกทั้งในช่วงน้ำหลากยังมีปัญหาในเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการชลประทานสมุทรสาคร ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการก่อสร้างอาคารควบคุมบริหารจัดการน้ำในระบบแก้มลิง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองสหกรณ์สาย 2 และประตูระบายน้ำคลองสหกรณ์สาย 3/1 ปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายน้ำสู่แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัยและแม่น้ำท่าจีน (เขื่อนป้องกันตลิ่งคลองโคกขามใหม่) ระยะทาง 635 เมตร นอกจากนี้ ยังมีแผนขุดลอกคลองเพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ คลองเจ๊ก และคลองลัดตะเคียน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม ทั้งสายเก่าและสายใหม่ เพื่อดำเนินการขุดลอกคลองโคกขามภายในเดือน ม.ค. 67 ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และมอบหมายให้นำระบบควบคุมประตูระบายน้ำโดยคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อรักษาระดับน้ำให้เพียงพอกับการสัญจร และรักษาระบบนิเวศน์ ซึ่งปัจจุบันการควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบบน้ำดังกล่าว ยังใช้เจ้าหน้าที่ควบคุม โดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน มีแผนดำเนินการในการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในโครงข่ายและแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย ตามแผนงานโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (2568 – 2571) ในโซน 9 พื้นที่ตั้งแต่คลองมหาชัย – คลองสนามชัย ถึงคลองพิทยาลงกรณ์ ประกอบด้วย คลองพระราม คลองเจ็ก คลองโคกขาม คลองแสมดำ และคลองหัวกระบือด้วย

– 006

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775481

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.28 น.

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

16 ธันวาคม 2566 นายบัญชา  สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานประมงจังหวัดพะเยา กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดพะเยา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 – 3 มกราคม 2567 นี้ ณ ข่วงวัฒนธรรม ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงนิทรรศการตำนานกว๊านพะเยา การจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในกว๊านพะเยากิจกรรมการเผยแพร่ความรู้ด้านต่าง ๆ การทำ Work Shop ด้านการเกษตร และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตร Fisherman Shop @ บางเขน แล้ว ยังมีการจัดประกวดปลากัดสวยงาม เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพในการผลิตพันธุ์ปลากัดสวยงามที่ดี มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และเป็นการอนุรักษ์ปลากัดสายพันธุ์ท้องถิ่นและสายพันธุ์หายาก ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ปลากัดสายพันธุ์ต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งกำหนดจัดการประกวดระหว่างวันที่ 27 – 29 ธันวาคม 2566 ณ สนามกีฬาเทศบาลเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา สามารถสมัครได้ในวันที่ 27 ธันวาคม 2566

สำหรับการประกวดจะแบ่งออกเป็น 6 ชนิด 33 ประเภท ได้แก่

ชนิดที่ 1 : กลุ่มปลากัดครีบสั้น แบ่งเป็น 5 ประเภท

ชนิดที่ 2 : กลุ่มปลากัดครีบยาว แบ่งเป็น 4 ประเภท

ชนิดที่ 3  : กลุ่มปลากัดอื่น ๆ แบ่งเป็น 6 ประเภท

ชนิดที่ 4  : กลุ่มปลากัดอัตลักษณ์ท้องถิ่น/ดั้งเดิม แบ่งเป็น 6 ประเภท

ชนิดที่ 5 : กลุ่มปลากัดป่าดั้งเดิม แบ่งเป็น 7 ประเภท

ชนิดที่ 6 : กลุ่มปลากัดป่าพัฒนา แบ่งเป็น 5 ประเภท

รวมทั้งขนาดปลากัดที่ใช้ในการประกวด เมื่อวัดจากปากถึงปลายหาง จะต้องมีขนาดดังนี้

1. ปลากัดครีบสั้น ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 3 หุน

2. ปลากัดครีบยาวและปลากัดเพศเมีย ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน 

3. ปลากัดหางคู่ครีบสั้น/ยาว ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน

4. ปลากัดยักษ์ ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว 2 หุน

5. ปลากัดดาวรุ่งสวยงาม ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 1 หุน

6. ปลากัดป่าดาวรุ่ง ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน

7. ปลากัดป่า ไม่จำกัดขนาด

โดยไฮไลต์ของงาน ร่วมค้นหา “ปลากัดป่าแก้มแดงภูกามยาว” ซึ่งมีหางกลมมนดุจกลีบดอกสารภี ดั่งดอกไม้ประจำจังหวัดพะเยา เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ตามรายละเอียด QR code ด้านล่าง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สนาม เอกวิลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ 08 5050 5358 ชมรมปลากัดจังหวัดพะเยา  โทรศัพท์ 09 3946 1619

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775368

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา 'จน เจ็บ เจ๊ง' ให้พี่น้องเกษตรกร

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.37 น.

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมเตรียมประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ข้าว ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน

15​ ธ.ค.​2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากเกษตรกร สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร พร้อมหว่านข้าวในแปลงนา โดยใช้โดรนเป็นนวัตกรรมใหม่ และปลูกต้นไม้มงคล​ โดยมี​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ คณะผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และชาวนาผู้เข้าร่วมงานให้การต้อนรับ​ ณ โรงสีข้าวชุมชน หมู่ 6 ก้าวหน้า คลองสิบสอง เขตหนองจอก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว เตรียมประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ ในเดือนเมษายน ปี 2567 ครอบคลุมข้าวหลายชนิด เช่น ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวหอม ข้าวบาเล่ ข้าวสาลี และข้าวญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งทั้ง 8 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในเขตภาคกลางทั้งหมดจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์สำหรับรองรับความต้องการ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่นาปรังทั้งหมด ประมาณ 6 ล้านไร่ อีกทั้งยังต้องการให้รับรองข้าวเจ้าหอม มช 10-1 ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเป็นข้าวที่มีระยะเวลาการปลูกน้อย ผลผลิตเยอะ และมีความเป็นข้าวหอมมะลิถึง 92% มีกลิ่มหอม นุ่ม และรูปทรงสวยงาม ปัจจุบันสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรีอยู่ระหว่างการทดลองและปรับปรุงพันธุ์ เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการรับของกรมการข้าวต่อไป

นอกจากนี้ ยังรับฟังและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ และราคาข้าว ที่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องหามาตรการช่วยเหลือให้พี่น้องชาวนามีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ เขตหนองจอกเป็นเขตที่มีขนาดใหญ่สุดใน กทม. สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งและเกษตรกรรม มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ตามที่ตั้งแปลง ปี 2566/67 เขตหนองจอก จำนวน 2,047 ครัวเรือน พื้นที่ 49,485 ไร่

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าว ได้นำนิทรรศการองค์ความรู้ต่างๆด้านข้าวมาจัดแสดงพร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว​ อาทิ​ ข้าวตังรักสุขภาพ​ที่แปรรูปจากข้าว​ กข43 ขนมบัวลอยที่แปรรูปจากข้าวมะลิแดง​ และการนำตอซังข้าวมาพอกไข่เพื่อทำเป็นไข่เค็ม​มาแจก​ ซึ่งได้รับความสนใจจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

‘นฤมล’นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775363

'นฤมล'นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

‘นฤมล’นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.11 น.

“นฤมล” นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา สร้างเสถียรภาพราคายางพาราภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าผลผลิต  กำหนดเป้าหมายดูดซับยางพารา จำนวน 4 ล้านตัน หวังให้ชาวสวนยางได้ราคาสูงขึ้น

15 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เป็นประธานประชุมโครงการยางล้อ โดยมี นายเณริน จันทกร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า เพื่อเป็นการกลไกการบริหารจัดการยางพาราโดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต (ผลิต แปรรูป และตลาด) ของการยางแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางพาราภายในประเทศ และเพิ่มมูลผลผลิต รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร และสร้างรายได้ให้กับการยางแห่งประเทศไทย     (กยท.) ตามนโยบายของรัฐบาล และของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งส่งเสริมราคายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ต้องโค่นยางพาราไปปลูกพืชอื่น โดยให้จับมือภาคเอกชนผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพใช้หน่วยงานของราชการ รวมถึงส่งออกขายทั่วโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางช่วยทำให้ยางพารามีราคาสูงขึ้น

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดเป้าหมายดูดซับปริมาณยางพาราภายในระบบตลาด ปี 2567 – 2570 อย่างน้อย 4 ล้านตัน ทั้งในส่วนของการผลิตยางรถยนต์ และการบริหารจัดการวัตถุดิบยาง โดยให้ กยท. ดำเนินการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน ด้านการจ้างผลิตยางล้อตามเป้าหมาย  ซึ่งในส่วนของภาครัฐ จำนวนยางที่ผลิตเพื่อให้รถราชการใช้จะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ และได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้น ให้ดำเนินการผลิตยางเพื่อใช้ในรถยนต์ภาคการเกษตร รวมถึงรถยนต์ประเภทอื่นๆ สำหรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออก

“การดำเนินการดังข้างต้น จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคายาง ลดการพึ่งพาตลาดโลก โดยเพิ่มการใช้ยางในประเทศ ทำให้ยางพาราของสถาบันเกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจน มียางล้อที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมเพื่อตอบสนองผู้มีรายได้น้อย สร้างมูลเพิ่มให้อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย”ผู้แทนการค้า ย้ำ

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต.ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’จังหวัดชายแดนใต้ด่วน เจอราคาตกต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775279

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต.ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’จังหวัดชายแดนใต้ด่วน เจอราคาตกต่ำ

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต.ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’จังหวัดชายแดนใต้ด่วน เจอราคาตกต่ำ

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.22 น.

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต. ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’ในจังหวัดชายแดนใต้ด่วน หลังเจอปัญหาราคาตกต่ำ พบมีการนำเข้าจากเพื่อนบ้านที่ถูกกว่า เร่งหารือแม็คโครช่วยรับซื้อ เผยตกค้างกว่า 80 ตัน

15 ธันวาคม 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ว่า มีกลุ่มเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาตกต่ำ ตนจึงได้มอบหมายให้ ศอ.บต. ลงพื้นที่ติดตามปัญหาราคาปลากะพงขาว ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ หลังได้รับผลกระทบจากราคาปลากะพงขาวในพื้นที่ตกต่ำ โดยพบว่า มีการนำเข้าปลากะพงขาวจากประเทศมาเลเซีย เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีราคาถูกกว่าของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงในช่วงนี้ เป็นฤดูฝนในภาคใต้ มีน้ำจืดเข้ามา ทำให้ปลากะพงที่เลี้ยงในกระชัง ช็อคน้ำตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีการระบายออกสู่ตลาดอย่างเร่งด่วน ก็จะส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบขาดทุนเป็นอย่างมาก

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มีปลากะพงขาวตกค้าง กว่า 80 ตัน แบ่งเป็นขนาด 3 – 5 กิโลกรัม จำนวน 60 ตัน และขนาด 1 – 3 กิโลกรัม จำนวน 20 ตัน ทำให้ทาง ศอ.บต. จึงต้องเร่งช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ด้วยการร่วมกับสำนักงานประมง จ.ปัตตานี และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว เข้าหารือกับตัวแทนห้างสรรพสินค้าแม็คโคร โดยมีข้อสรุป 3 แนวทาง คือ 1. ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จะเข้าไปรับซื้อปลากะพงขาวหน้ากระชังผ่าน supplier 2. เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว เป็นผู้ส่งให้กับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ในสาขาภาคใต้ ประกอบด้วย จ.สงขลา สตูล พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 3. กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว จะนำปลากะพงขาวไปส่งให้กับศูนย์กระจายสินค้าของห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ที่อยู่มหาชัย

“ผมเข้าใจความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวเป็นอย่างดี จึงได้ประสานและกำชับให้ ศอ.บต.เร่งช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย รวมถึงได้ประสานให้กรมราชทัณฑ์ พิจารณาให้เรือนจำในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยซื้อปลากะพงขาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพราะขณะนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว ได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งเบื้องต้นทางเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว ได้สรุปร่วมกันว่า ต้องการกระจายปลากะพงขาว ก่อนจำนวน 30 ตัน ไปยังศูนย์กระจายสินค้าของห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ที่อยู่มหาชัย ในราคา 140 บาท ต่อกิโลกรัม วันละไม่น้อยกว่า 2 ตัน โดยห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จะนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมผู้บริหาร เพื่อหาข้อสรุปและแจ้งให้เกษตรกรทราบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกร ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว   ////-005

ข้าวเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775267

ข้าวเถื่อน

ข้าวเถื่อน

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.24 น.

ข้าวเถื่อน

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” ด้วยความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ “ข้าว” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ไทยนั้นส่งออกข้าวอยู่ในกลุ่ม “ท็อปทรี” 3 อันดับแรกของโลกมาช้านาน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าระยะหลังๆ “เวียดนาม” เขามาแรง กลายเป็นคู่แข่งสำคัญ ตามที่มีข่าวว่าในบางช่วงเวียดนามส่งออกข้าวได้มากกว่าและราคาดีกว่าไทย ถึงกระนั้น “แข่งแพ้ต่างชาติก็อาจไม่น่าเจ็บใจเท่าคนภายในทำร้ายกันเอง” หลังมีข่าวกันมาได้สักพักแล้วว่า “ข้าวเวียดนามถูกลักลอบนำเข้ามาปลูกบนผืนแผ่นดินไทย” กันอย่างอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

พันธุ์ข้าวที่ว่านั้นคือ “ข้าวหอมพวง” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า “จัสมิน 85 (Jasmine 85)” เริ่มปลูกในเวียดนามตั้งแต่ปี 2535 ด้วยคุณสมบัติเป็นข้าวอายุสั้น ใช้เวลาปลูกเพียง 90 – 100 วัน ให้ผลผลิตตั้งแต่ 800 – 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ อีกทั้งด้วยความเป็นพันธุ์ข้าวที่ส่งออกได้ดี เลยทำให้ผู้ประกอบการโรงสีบางกลุ่มจ่ายเพิ่มเป็นพิเศษให้ชาวนา ยิ่งกลายเป็นแรงจูงใจให้ปลูกเพิ่มขึ้นไปอีก แม้ที่ผ่านมาจะมีหลายฝ่าย “ทักท้วงด้วยความเป็นห่วง” ว่านี่คือการ “ทำลายอัตลักษณ์ข้าวไทย” น่าตลกไหม? อยู่ประเทศไทยแท้ๆ แต่ดันไปช่วยส่งออกข้าวของเวียดนามเสียอย่างนั้น

ล่าสุดเห็นข่าวว่า มีคนบางกลุ่มนำโดย “สมาคมชาวนาไทย” ออกท่าออกทาง “ไม่พอใจ:” ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กรณี “ผู้กองธรรมนัส” ประกาศลั่น “ล้างบาง” ข้าวหอมพวงหรือข้าวเวียดนามที่ว่านี้ เลยต้องบอกว่า “ขอเป็นกำลังใจให้ผู้กองและทางกระทรวงเกษตรฯ” เพราะท่านทำถูกแล้ว “ประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย จำเป็นแค่ไหนที่ต้องนำข้าวต่างชาติมาปลูกอีก” และคงต้องย้อนถามกลับไปเช่นกันว่า ตั้งชื่อสมาคมชาวนาไทยแต่ไม่ห่วงใยอัตลักษณ์ข้าวไทยกันบ้างหรือ?

ปลัดฯขับเคลื่อนโครงการฯ บริหารจัดการน้ำร่วมกับUNDP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775208

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ (Project Board) ครั้งที่ 1 โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ร่วมกับผู้แทนสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(UNITED NATIONS DEVELOPMENT PROGRAMME : UNDP) ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่เปราะบางในการลดความผันผวนของวิถีชีวิตอันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สร้างความสามารถในการวางแผนแบบบูรณาการ และคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศตลอดจนการหยุดชะงักด้านการผลิตของเกษตรกรรายย่อยซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) มีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม 22 ตำบล 7 อำเภอใน จ.พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ (โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน) มีเป้าหมาย กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ 20,000 ครัวเรือนประชากร 62,000 คน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายคณะทำงานฯ 3 คณะ รับผิดชอบดำเนินการเพื่อให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมายประกอบด้วย 1.ระบบบริหารข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อการชลประทาน ได้แก่ การพยากรณ์น้ำฝนน้ำท่าและแผนการปลูกพืช 2.โครงสร้างพื้นฐานที่ผสมผสานมาตรการสิ่งก่อสร้างและมาตรการเชิงนิเวศ และ 3.การเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกร ได้แก่Mobile App, Online Market Platform โดยการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับแผนการดำเนินงานจาก 5 ปี เหลือ 4 ปี ปรับแผนการเบิกจ่ายงบประมาณรวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการและเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้

สำหรับโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ปี 2558 โดยกรมชลประทาน ได้เสนอโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่านเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งตามคำเชิญชวนของ GCF กระทั่งคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้กรมชลประทาน ลงนามในเอกสารโครงการโดยได้มีการลงนามร่วมกับ UNDP และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

รองปลัดฯจับมือIFAD กระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775209

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หารือร่วมกับนายกัวชี ฮู (Mr. Guoqi Wu) รองประธานฝ่ายบริการกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (International Fund for AgriculturalDevelopment – IFAD) โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งมีการหารือถึงการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ IFAD ในประเทศไทย โดยนายกัวชี ฮู เล็งเห็นว่า กทม.มีความพร้อมและเหมาะสมทั้งด้านโลจิสติกส์ ด้านเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัย และด้านความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเขตภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนี้ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 สำนักงานภูมิภาคของ IFAD จากทั่วโลก ซึ่งนายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ประเทศไทยยินดีให้ความร่วมมือกับ IFAD ในการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยภายหลังการคัดเลือกสถานที่ในประเทศไทยแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีทั้งในหลักการ และการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในการสนับสนุนองค์การระหว่างประเทศ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน การจัดทำเอกสิทธิทางการทูต เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เคยขอรับการสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of United Nations : FAO) ในคราวที่นางเบธ เบค-ดอล (Ms. Beth Bechdol) รองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หารือร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566

ส.ป.ก.หนุนปัจจัยพื้นฐานด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775207

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดการสัมมนาวิชาการ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตในที่ดิน ส.ป.ก.โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินงาน เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านมั่นคงชนบทในที่ ส.ป.ก.และหน่วยงานภาคีพัฒนา และร่วมกันออกแบบแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทุกมิติ ซึ่งในส่วนการดำเนินการของ ส.ป.ก.นั้น ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการจัดที่ดินแล้ว 4,768 ราย 41,265 ไร่ และได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม สนับสนุนอาคารรวบรวมและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ จากการบูรณาการขับเคลื่อนภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 9 หน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนไปแล้วทั้งสิ้น 233 กิโลเมตร ก่อสร้างแหล่งน้ำ 269 โครงการ ขยายเขตไฟฟ้า 1,891 หลัง และในด้านการสนับสนุนบ้านพักอาศัย ซึ่งมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้ามาร่วมบูรณาการขับเคลื่อน โดยสบทบทุนสร้างบ้านให้เกษตรกรไปแล้วกว่า 1,690 หลัง เป็นงบประมาณทั้งสิ้น 70,120,000 บาท สามารถตอบสนองต่อปัจจัยขั้นพื้นฐานให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และมีการขยายผลการดำเนินงานเพิ่มเติมภายใต้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 16 หน่วยงาน ในกระบวนงานจัดผังที่ดินชุมชน สนับสนุนการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็ง พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ช่วยให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเข้าถึงบริการของรัฐยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น