‘เฉลิมชัย’ฝังทำลายหมูเถื่อน มากที่สุดกว่า7แสนกก.ค่า123ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706483

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฝังทำลายชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรของกลางลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งกรมปศุสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย กรณีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรอย่างเคร่งครัด ปราบปรามการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรอย่างผิดกฎหมาย เป็นการปกป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร โดยเฉพาะรายย่อย และเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรดังกล่าวอาจมีเชื้อโรคระบาดต่อสัตว์และไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งทำลายกลไกราคาสุกร

สำหรับการฝังทำลายชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรของกลาง มีมากถึง 723,786 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 123 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกสิบล้อพ่วง 35 เที่ยว รถบรรทุกสิบล้อ 3 เที่ยว รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 1 เที่ยว ถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยดำเนินการ จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรและผู้บริโภคมั่นใจว่ากระทรวงเกษตรฯ ปกป้องอาชีพของเกษตรกรและได้คุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคอย่างเต็มที่ และยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2565 กรมปศุสัตว์ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกรมศุลกากร ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกรณีการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกร ทั้งสิ้น 42 คดี ปริมาณน้ำหนักรวม 1,089,514 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 219 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการกับซากสุกรของกลาง แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ทำลายไปแล้ว 179,612 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 71 ล้านบาท ส่วนที่ 2 อยู่ในระหว่างดำเนินคดี 186,116 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 25 ล้านบาท เมื่อคดีสิ้นสุดจะดำเนินการทำลายต่อไป และส่วนที่ 3 รวบรวมเพื่อทำลาย 723,786 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 123 ล้านบาท ชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรของกลาง ส่วนใหญ่มีแหล่งผลิตมาจากต่างประเทศ เช่น บราซิล เยอรมนี และอิตาลี เป็นต้น

ส่วนวิธีการฝังทำลายชิ้นส่วนเครื่องในและเนื้อสุกรของกลางเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก
(World Organization for Animal Health หรือ WOAH) ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมในการทำลายซากและของเสียจากสัตว์ปริมาณมากที่สามารถทำได้ง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย มีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

รองปลัดฯร่วมถกพัฒนาการเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706482

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจางวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันและอนาคตของเกษตรไทย” ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ของสมาคมนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ที่กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) กรมวิชาการเกษตร

นายเศรษฐเกียรติ ได้บรรยายถึงกรอบ 5 ยุทธศาสตร์ และ 15 นโยบายสำคัญในการพัฒนาและแก้ปัญหาภาคการเกษตร โดยให้เป็นกรอบในการทำงาน พร้อมทั้งปรับตัวตามสถานการณ์และเพิ่มการทำงานในเชิงรุก ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 3.ยุทธศาสตร์ 3S คือ Safety-Security-Sustainability 4.ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และ 5.ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา โดยให้ปี 2566 เป็นปีที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรม อาทิ การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การเร่งผลักดันการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร การเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การดำเนินนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร การส่งเสริมเกษตรปลอดภัย การผลักดันค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การเร่งขับเคลื่อน BCG Model ไปสู่การปฏิบัติให้สัมฤทธิผลส่งเสริมความรู้พืชเศรษฐกิจใหม่ผลักดันไทยเป็นครัวโลก การผลักดันให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง การปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการให้ความสำคัญกับเกษตรกรเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

กรมข้าวฯรุดเยี่ยม ศูนย์ข้าวที่อุบลฯ รับฟังสภาพปัญหา ให้คำแนะนำแก้ไข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706481

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ ลงพื้นพบปะเยี่ยมเยียนศูนย์ข้าวชุมชนต.นาเรือง
อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี โดยมีผู้นำกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน เกษตรกร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี และศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ต้อนรับ ที่ศูนย์ข้าวชุมชน ต.นาเรือง

ทั้งนี้ ศูนย์ข้าวชุมชน ต.นาเยีย ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 มีทั้งหมด 5 ศูนย์ ประกอบด้วย 1.ศูนย์ข้าวชุมชนวิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านนาเยีย 2.ศูนย์ข้าวชุมชน ต.นาเยีย 3.ศูนย์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่ ปี 2559

4.ศูนย์ข้าวชุมชน ต.นาเรือง 5.ศูนย์ข้าวชุมชนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพันธุ์ข้าว ต.นาดี ปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งหมด 161 ราย มีพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี 837 ไร่ พื้นที่ผลิตข้าวคุณภาพดี 1,622 ไร่ โดยศูนย์ข้าวชุมชน ต.นาเรือง เป็นกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ กข15 ชั้นพันธุ์ขยาย มีกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐาน และปริมาณตามเป้าหมายที่วางไว้ในแต่ละฤดูกาลผลิต ซึ่งสมาชิกในกลุ่มมีความสามัคคี ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมต่างๆ กับกรมการข้าว อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการนี้ น.ส.นนทิชา ได้รับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค พร้อมให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ แก่พี่น้องเกษตรกรในการบริหารจัดการดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชนฯ ให้สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามเป้าหมาย

ชลประทานบริหาร จัดการน้ำในฤดูแล้ง เพียงพอใช้เพาะปลูก ตามแผนคาดการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706193

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน61,150 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 80%ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้37,196 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 19,681 ล้าน ลบ.ม.79% ของความจุอ่างฯ รวมกันเป็นน้ำใช้การได้ 12,985 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี ด้านสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำ 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำท่าจีน, แม่น้ำปราจีน-บางปะกง และแม่น้ำแม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ส่วนผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 65/66 ปัจจุบันจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้ว7,594 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 28% ของแผนฯ(แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 2,199 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 25 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่เจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.) จนขณะนี้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไปแล้ว 5.601ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 54 ของแผนฯ ในขณะที่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 4.229 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 64 ของแผนฯ เฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ของแผนฯ คาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด ทั้งนี้เกษตรกรบางส่วนใช้น้ำค้างทุ่งในการเพาะปลูกจึงทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพียงพอให้เกษตรกรใช้เพาะปลูกช่วงฤดูแล้งนี้

ชาวแม่ฮ่องสอนนั่งรอทำบุญกับหลวงตาบุญชื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706199

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนำชาวบ้านสวดมนต์ทำวัตรเช้าเสร็จในช่วงเวลา 07.30 น. หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโทพร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้ออกเดินธุดงค์จากโรงเรียนบ้านผาบ่องต.ผาบ่อง อ.เมือง มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ตามเส้นทางหลวงสาย 108 มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน หลายพันคน นำอาหารแห้งพร้อมด้วยน้ำเปล่า มาลัยดอกไม้ มานั่งรออยู่ริมถนนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งแต่ บ.ผาบ่อง บ.ป่าปุ๊ บ.แม่สะกึ๊ด บ.หัวน้ำแม่สกึ๊ด บ.ม่อนตะแลง จนเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร เพื่อมาร่วมทำบุญกับหลวงตา แม้แดดจะร้อนเพียงใดแต่ก็ไม่มีใครยอมลุกหนี ทั้งนี้ หลวงตาเดินธุดงค์เข้าจำวัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน บ้านทุ่งกองมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เย็นวันนี้ 22 ม.ค.2566ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป จะมีพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 2,000 คน เดินทางมาร่วมทำบุญสวดมนต์ทำวัตรเย็นกับหลวงตาบุญชื่นฯ จากนั้น หลวงตาบุญชื่น ก็จะธุดงค์จาก อ.เมืองผ่าน อ.ปางมะผ้า อ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ และจะขึ้นเหนือสุดที่ จังหวัดเชียงราย ไป จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดเลย จังหวัดอุดร และวกกลับมาสู่ จังหวัดนครพนม แผ่นดินเกิดต่อไป

สำหรับ “หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท ชื่อเดิม นายบุญชื่น อุ่นเทียมโสม เกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์จ.นครพนม ออกบวชเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์เมื่อปี 2552จากนั้นได้ออกแสวงบุญของพระป่าสายธรรมยุต เดินธุดงค์ไปหลายที่ ตั้งแต่ปี2559 เป็นต้นมา ได้ตั้งมั่นจาริกธรรม เดินธุดงค์ แบบค่ำไหนนอนนั่น ตลอดอายุการบวชกว่า 12 ปีท่านไม่ได้จำวัดอยู่กับที่ หลังออกพรรษาทุกปีจะออกจาริกธุดงค์ เกือบทั่วประเทศ

ขอนแก่นเปิดงาน Skill Expo ชูทักษะนวัตกรรมแห่งอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706194

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น จ.ขอนแก่น นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการมหกรรม Skill Expo Thailand 2022 พัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “สร้าง เสริม เติม ต่อ” โดยมี นายเฉลิมพงษ์ บุญรอด, นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ร่วมต้อนรับ

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าการจัดงานในวันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานจัดขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ มีศักยภาพด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะขั้นสูงในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ ที่มีเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนในทุกมิติและทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 รวมถึงเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่แรงงานในการพัฒนาตนเอง ซึ่งในปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายจ้างและสถานประกอบกิจการ จึงมีความต้องการแรงงานที่มีฝีมือในการทำงาน และพร้อมที่จะจ่ายค่าจ้างตามทักษะฝีมืออีกด้วย

นายสุเทพกล่าวอีกว่า โครงการมหกรรม Skill Expo Thailand 2022 พัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สร้าง เสริม เติม ต่อ” คือ สร้างสมรรถนะ เสริมภูมิคุ้มกัน เติมเต็มองค์ความรู้ และต่อยอดความสำเร็จสู่เส้นทางอาชีพ ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การสาธิตการแข่งขันฝีมือแรงงาน จำนวน 10 สาขา ได้แก่ สาขาการสร้างโมเดลสำหรับเกมสามมิติ สาขาการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร สาขาการเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ สาขาการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ สาขาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติในงานอุตสาหกรรม สาขาการออกแบบหุ่นยนต์ตามภารกิจ สาขาเมคคาทรอนิกส์ สาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์เคลื่อนที่ สาขาการตรวจสอบเครือข่ายใยแก้วนำแสง สาขาการเชื่อมด้วยระบบเสมือนจริง

สุนทรให้การบ้านพัฒนาที่ดิน เน้นใช้เทคโนโลยี-รักษาระบบนิเวศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706195

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานของกรมพัฒนาที่ดิน โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่า อยากเร่งรัดคือการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งการขยายจำนวนหมอดินอาสา และการให้ค่าตอบแทนหมอดินอาสาอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ นายสุนทร ได้มีนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงาน 11 ประการ ดังนี้ 1.งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้น้อมนำพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มากำหนดเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงาน โดยเน้นให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้รับประโยชน์จากการพัฒนา และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน 2.การอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นภารกิจสำคัญในการช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในพื้นที่เกษตรกรและพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย 3.การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก แหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นมาตรการเพิ่มความมั่นคงของน้ำในภาคการเกษตร มีความสำคัญต่อการบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง รวมทั้งเป็นพื้นฐานของการผลิตในระดับชุมชนในการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์

4.การพัฒนาหมอดินอาสา ควรเพิ่มจำนวนหมอดินให้สอดคล้องกับจำนวนเกษตรกรในหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาความรู้และให้ค่าตอบแทนหมอดินอาสา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการร่วมดูแลทรัพยากรดินและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรในระดับพื้นที่ 5.ด้านฐานข้อมูล Agri-Map เป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ จะต้องพัฒนาให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และทั่วถึง 6.การลดต้นทุนการผลิต ดำเนินการให้ความรู้ สาธิต และฝึกปฏิบัติแก่เกษตรกร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปุ๋ยเคมีราคาแพง ให้ใช้สารอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมี

7.การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ โดยพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเพิ่มจำนวนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น 8.การพัฒนางานวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในพื้นที่ รวมทั้งสามารถนำไปใช้กับเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 9.การบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน เพื่อต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิน ซึ่งเป็นการพัฒนาในระดับต้นน้ำสู่การพัฒนาสินค้าเกษตรในระดับกลางน้ำ หรือด้านการตลาดในระดับปลายน้ำ 10.การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ ด้วยความรวดเร็วอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และ 11.การพัฒนาบุคลากรส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านองค์ความรู้คุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานทำงานอย่างมีความสุขทำงานด้วยความโปร่งใส และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

สสจ.อำนาจเจริญ เตือนประชาชน ให้รักษาสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706196

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากอากาศที่เปลี่ยนแปลง กลางคืนหนาวเย็นกลางวันร้อน อาจส่งผลให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศไม่ทัน ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย จึงขอให้รักษาสุขภาพทั้งตัวเอง คนใกล้ชิด บุตรหลานโดยเฉพาะเด็กในวัยต่ำกว่า 1 ขวบ เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ให้รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ไม่เข้าไปในสถานที่รวมคนหมู่มาก รักษามาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด กลางคืนถึงช่วงเช้าให้รักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ หากรู้สึกไม่สบายให้ไปพบแพทย์ หรือตรวจสุขภาพกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที และที่สำคัญขอเชิญชวนประชาชน กลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้สูงอายุ60 ปีขึ้นไป, ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและหญิงตั้งครรภ์) ผู้ปกครองเด็กอายุ 6  เดือน 4 ปี และประชาชนทั่วไป  ที่รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือนมารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้นได้แต่บัดนี้เป็นต้นไป ได้ที่โรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้านทุกแห่ง เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโควิด-19 และลดความเสี่ยงจากอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ โทร. 0-4552-3520 ต่อ 308 ในวันเวลาราชการ หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน สายด่วนโทร.1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

รองฯกรมข้าวตรวจเยี่ยม ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706200

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะลงพื้นที่ตามแผนการตรวจติดตามกำกับงานตามนโยบายกรมการข้าว เข้าตรวจรับทราบผลการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี โดยมี น.ส.ฑิฆัมพร สุทธิฤทธิ์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ภายในศูนย์ฯ คอยต้อนรับ

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าวได้รับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน รวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหาโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยการปฏิบัติที่ดี (GAP Seed) โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง พร้อมกับมอบนโยบายการทำงานในโครงการแผนงานผลิตเมล็ดพันธุ์ และให้กำลังใจแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังสติปัญญาและความสามารถ รวมทั้งยึดมั่นในประโยชน์ที่พี่น้องชาวนา จะได้รับเป็นหลัก

กยท.ขานรับยุทธศาสตร์ยางพารา20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706197

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจต่างๆ ให้ความสำคัญในเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาเลือกใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมที่มีความเหมาะสม ซึ่งรวมถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยางพารา อย่างเช่นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก และกลุ่มผู้ซื้อในหลายประเทศที่มีนโยบายการรับซื้อน้ำยาง ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางที่ได้จากสวนยางพาราที่ผ่านการรับรองการจัดการภายใต้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Stewardship Council : FSCĬ) กยท.จึงเดินหน้าส่งเสริมสวนยางพาราของไทยให้เข้าสู่ระบบการรับรองป่าไม้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ยางพารา ระยะ 20 ปี ทั้งการรับรองป่าไม้ (Forest Certification)แบ่งเป็น การรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Management Certification : FM) และการรับรองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้และการค้า (Chain of Custody Certification : CoC) จึงครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการปลูกสร้างสวนยาง เก็บเกี่ยวแปรรูป จนถึงการซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์จากยางพาราผ่านระบบตลาดยางพาราของ กยท.และหน่วยธุรกิจ ถือเป็นการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมยางพาราอย่างครบวงจร ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย

“ตลาดกลางยางพาราของ กยท.และตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราทั่วประเทศ จะเป็นช่องทางซื้อขายระหว่างผู้ซื้อกับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ผลิตยางตามมาตรฐาน FSCĬ โดย กยท.จะเข้าไปมีส่วนช่วยหาตลาดรองรับผลผลิตยางของเกษตรกรด้วย เบื้องต้น มีหลายบริษัทให้ความสนใจและแจ้งยอดสั่งซื้อผ่าน กยท.มาแล้ว กว่า 10,000 ตัน” นายณกรณ์ กล่าว