อลงกรณ์ชี้บอร์ดเกลือไฟเขียว รักษาเสถียรภาพราคา-ชะลอการขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704422

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 5/2565 แบบ Hybrid Meeting โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินการการพัฒนาเกลือทะเลในปี 2565 รวมถึงกิจกรรมการสืบทอดและฟื้นฟูประเพณีทำขวัญเกลือและพิธีแรกนาเกลือ การคุ้มครองเกลือทะเลไทยจากการค้าระหว่างประเทศ การแสวงหาโอกาสในการส่งออก การพัฒนามาตรฐานเกลือ เพื่อเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค รวมทั้งการใช้ผลผลิตจากนาเกลือไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ มีการจัดตั้งสถาบันเกลือทะเลไทยซึ่งเป็นศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์ AIC) ประเภทศูนย์ความเป็นเลิศด้านเกลือ ในการยกระดับการพัฒนาเกลือทะเล

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงาน ดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีแรกนาเกลือ” 2.การคาดการณ์ปริมาณผลผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/66 คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเกลือทะเลรวม 7 จังหวัด 531,201.87 ตันและ 3.ความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาเกลือทะเลไทย สถาบันเกลือทะเลไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สถาบันเกลือทะเลไทย ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทย และการแก้ปัญหาเกลือทะเลอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.เห็นชอบในหลักการโครงการสินเชื่อชะลอการขายเกลือ ปีการผลิต 2565/66 โดยเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมในครั้งที่แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอปริมาณเกลือทะเลไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกัน บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรนาเกลือด้านค่าใช้จ่ายในครอบครัวและหนี้สิน ตลอดจนยกระดับราคาเกลือให้สูงขึ้นและรักษาราคาเกลือให้มีเสถียรภาพและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ธ.ก.ส. กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานอื่นๆ เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

2.แนวการพัฒนาความร่วมมือด้านการตลาดเกลือทะเลไทยในต่างประเทศ โดยความร่วมมือจากทูตเกษตร(ประเทศเบลเยียม สหรัฐอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น) เพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือช่องทางการตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น ช่องทางการขยายตลาดไปต่างประเทศด้วยการตลาดออนไลน์ การให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศที่สามารถส่งออก มาตรการสินค้าเกษตรในแต่ละประเทศ ความรู้ทั้งกฎหมายการค้าภาษี สถิตินำเข้าส่งออกที่น่าสนใจ รวมไปถึงเทคนิคที่สร้างสินค้าให้โดนใจ สามารถเข้าใจ Insight แต่ละประเทศได้ และการเจาะไปที่การตลาดที่เหมาะสมในแบบประเทศนั้นๆ เป็นต้น เพื่อการสร้างโอกาสในการแข่งขันในตลาดใหม่ และลดผลกระทบกับภาคการเกษตรของไทยเพื่อให้การขับเคลื่อนการสร้างโอกาสในการลงทุนการขยายช่องทางการตลาดเกลือทะเลในต่างประเทศด้วย และ 3.การใช้นิยามศัพท์ “นาเกลือสมุทร” และ “นาเกลือทะเล” โดยที่ประชุมมีมติใช้คำว่า “นาเกลือทะเล” ซึ่งมีความเหมาะสม และเข้าใจง่ายตรงตามความหมายการทำนาเกลือของเกษตรกร

กรมข้าวรีแบรนด์ศูนย์ข้าวฯทำครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704425

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารฯ ว่าศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาด้านการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มีหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชนแต่ที่ผ่านมา ยังมีข้อจำกัดหลายประการ จึงส่งผลให้ศูนย์ข้าวชุมชนขาดความเข้มแข็ง เพื่อให้ศูนย์ข้าวชุมชน สามารถผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพได้อย่างทั่วถึง จึงยกระดับจากศูนย์ข้าวชุมชน สู่ “ศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจร” (CRMC : Comprehensive Rice Management Center) ที่เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการข้าวอย่างครบวงจร ในพื้นที่ 6,559 ตำบลซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่การปลูกข้าวที่ไม่เกิน 500 ไร่ 909 ตำบล, พื้นที่การปลูกข้าว 501 – 1,499 ไร่ 562 ตำบล และพื้นที่การปลูกข้าวมากกว่า 1,500 ไร่ขึ้นไป 5,088 ตำบล รวมพื้นที่ทั้งหมด 62,700,000 ไร่ โดยทุกตำบลต้องได้รับการดูแล และการบริหารจัดการการปลูกข้าวให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ รวมทั้งการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี เพื่อยกระดับปริมาณและคุณภาพให้ตรงกับความต้องการ ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าว

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจรนั้น ในแต่ละตำบลจะมีชาวนาอาสาอยู่ในพื้นที่ หมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 3 คน โดยกรมการข้าวจะดำเนินการจดทะเบียน และขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวงเกษตรฯ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร ปี 2563 ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ของการขับเคลื่อนอาสาสมัครเกษตร ทั้ง 16 ประเภท โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นนายทะเบียน ขึ้นทะเบียนอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญสามารถอำนวยประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

รองปลัดฯมอบนโยบายงาน รับมือไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704426

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2566 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงฯ/ผู้แทน 11 กระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS อาคารเจียงราย จ.เชียงราย

สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้รับทราบการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2566 ทั้งในพื้นที่เมือง พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการป้องกัน แก้ไข ปัญหาในพื้นที่เกษตรกรรม 3 มาตรการ ดังนี้ มาตรการที่ 1 การสร้างการรับรู้ รณรงค์ และประชาสัมพันธ์ มาตรการที่ 2 การป้องกันและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและมาตรการที่ 3 การส่งเสริมและสร้างเครือข่ายในการงดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีเป้าหมายลดจุดสะสมความร้อนในพื้นที่การเกษตรลดลง ร้อยละ 10 จากปี 2565ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้เฝ้าระวัง ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม สร้างเครือข่ายเกษตรกรงดการเผา และขยายเครือข่าย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นเกษตรปลอดการเผา ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704360

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.37 น.

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

15 มกราคม 2566 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเปิดกิจกรรมและเที่ยวชมงาน กินลั่นทุ่ง ครั้งที่ 1 ณ สวนหลังบ้านราชบุรี ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ศูนย์การเรียนรู้ “สวนหลังบ้าน”

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อดำเนินรอยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสานให้กับบุคคลในชุมชน โรงเรียน องค์กร และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ต้องการเรียนรู้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีชุมชน ส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและการละเล่นพื้นบ้านของไทยไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชุมชน

“ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสร้างรากฐานและความมั่นคงให้เกษตรกรไทย ซึ่งจากการที่ศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาช่วยในการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับ เพิ่มมูลค่า และพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนต่อไป” นายเฉลิมชัย กล่าว        

สำหรับความก้าวหน้าด้านการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดราชบุรี (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค. 66) มีวิสาหกิจชุมชนที่อนุมัติการจดทะเบียนแล้ว 511 แห่ง สมาชิก 8,245 ราย มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่อนุมัติการจดทะเบียนแล้ว 3 แห่ง สมาชิก 23 ราย จำแนกตามประเภทกิจการ เรียงลำดับมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ การผลิตพืช วิสาหกิจชุมชน 214 แห่ง (27.94%) การแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหาร วิสาหกิจชุมชน 193 แห่ง (25.20%) และการผลิตปศุสัตว์ วิสาหกิจชุมชน 71 แห่ง (9.27%)

สอบเพิ่ม 6 พยานปมซองเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ ดาหน้าปฏิเสธไม่รู้ซองเงินอะไร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704091

สอบเพิ่ม 6 พยานปมซองเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ  ดาหน้าปฏิเสธไม่รู้ซองเงินอะไร?

สอบเพิ่ม 6 พยานปมซองเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ ดาหน้าปฏิเสธไม่รู้ซองเงินอะไร?

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.25 น.

รองปลัด ทส. เผยคืบหน้าสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯปมทุจริต รอครบ 7 วันให้เจ้าตัวค้านรายชื่อคณะกรรมการสอบฯ คาดรู้ผลสอบใน 30 วัน ขณะที่ ป.ป.ป.สอบเพิ่มอีก 6 พยาน แจงปมซองเงินห้อง”รัชฎา” ดาหน้าอ้างไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซองเงินที่พบแต่อย่างใด

13 ม.ค.66 นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานฯ กรณีเรียกรับทรัพย์สินบน เปิดเผยความคืบหน้าในการสอบสวนว่า ล่าสุดคณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างรอให้ครบกำหนด 7 วัน ที่ผู้ถูกสอบสวนจะสามารถคัดค้านรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนทั้งหมดว่ามีความไม่เป็นกลางหรือไม่ ตามเงื่อนไขการสอบสวนวินัยซึ่งจะครบ 7 วันภายในวันนี้

โดยหลังจากนี้หากไม่มีการคัดค้านจากผู้ถูกสอบ คณะกรรมการถึงจะเรียกประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก  แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการประชุม พร้อมกำหนดกรอบเวลาในการสอบสวนให้รวดเร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน  โดยได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีและปลัดฯ ให้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดและพิจารณาอย่างเป็นธรรมว่าไปตามผิดถูก เบื้องต้น จะดูเรื่องเงิน 2 ก้อนคือ 98,000 บาทและ 4 ล้าน 9 แสนบาทว่าเงินทั้ง 2 ก้อนมีที่มาจากที่ใดจากนั้นจะเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล 

ทั้งนี้การทำงานของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะทำงานคล้ายกับเจ้าพนักงานปปป.ที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุดก่อนพิจารณาลงโทษ และจะต้องขอข้อมูลการตรวจสอบจากป.ป.ป.และป.ป.ชมาพิจารณาร่วมกัน โดยโทษสูงสุดคือ ไล่ออก

ส่วนจะมีการเรียกหัวหน้าหน่วยงานต่างๆมาสอบสวนด้วยหรือไม่นั้นเบื้องต้นจะตรวจสอบข้อมูลตามรายชื่อและเงินของกลางซึ่งน่าจะตรงกับข้อมูลที่มีกับป.ป.ป ขณะที่ตัวอธิบดีกรมอุทยานฯจะถูกเรียกมาสอบสวนภายหลังการสอบพยานแล้วทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากภายในวันนี้ มีการคัดค้านรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ  เรื่องจะถูกส่งกลับไปให้ปลัดกระทรวงพิจารณาเหตุผลที่คัดค้านอีกครั้งว่ามีเหตุขัดแย้งหรือโกรธเคืองกันมาก่อนหรือไม่

พร้อมยอมรับว่ามีความกดดันในการเป็นประธานสอบสวนวินัยร้ายแรงในครั้งนี้แต่มองว่าหากทุกอย่างยังอยู่ในระเบียบกฎหมายก็จะสามารถดำเนินการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กลุ่มบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกในฐานะพยานคดีอธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับเงินแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งจากผู้ใต้บังคับบัญชา ทยอยเดินทางเข้าปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเพิ่มอีก 6 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.บุรีรัมย์ จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา จ.แพร่ และ จ.ชลบุรี หลังปรากฎรายชื่อหน่วยงานต่างๆบนซองเงินของกลางที่ตรวจพบภายในลิ้นชักโต๊ะทำงานของนายรัชฎา

จากการสอบปากคำ เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซองเงินที่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ยังเตรียมพิจารณาออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 สำหรับกลุ่มพยานส่วนที่เหลิอที่ยังไม่ยอมมาให้ปากคำอีกด้วย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :’ชัยวัฒน์’ซัดพยานให้การเท็จ แฉเงินสดในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ ไม่ใช่เงินค่าเช่าพระ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปปป.’จ่อสอบเชิงลึกเส้นทางเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ หลังพยานเริ่มให้การเท็จ

รองปลัดฯถก’EggBoard’ นำเข้าไก่ไข่พันธุ์GP-PSปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703866

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการนำเข้าเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ (GP และ PS) ปี 2566 ได้แก่ ไก่ไข่ปู่ย่าพันธุ์ (GP) 3,870 ตัว และไก่ไข่พ่อแม่พันธุ์ (PS) 440,000 ตัว โดยมีแนวทางการจัดสรรโควตาให้แก่ผู้ประกอบการไก่ไข่พันธุ์ 16 บริษัท โดยใช้โควตาเท่าเดิม (เท่ากับ ปี 2565) และให้เปลี่ยนชื่อ“บริษัท เอเป็กซ์บรีดเดอร์สฟาร์ม จำกัด” เป็น “บริษัท ซันบรีดเดอร์ส จำกัด”

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ไก่ไข่ปัจจุบัน ส่วนการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ของกรมปศุสัตว์ ได้มีการหารือเพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ไก่ภายในประเทศ โดยเชิญผู้แทนจาก 4 สมาคมไก่ไข่ 4 สหกรณ์ไก่ไข่ ผู้ประกอบการไก่ไข่พันธุ์ 16 บริษัท และผู้แทนจากสำนักงานปศุสัตว์เขต 1-9 พิจารณากำหนดมาตรการร่วมกัน ซึ่งในปี 2565 ได้มีการประชุมไปแล้ว 6 ครั้ง และกำหนดมาตรการในปัจจุบัน คือ 1.มาตรการขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนกรง ปลดไก่ไข่ตามอายุที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่ทุกราย ปลดไก่ไข่ยืนกรงไม่ให้อายุเกิน 80 สัปดาห์ ยกเว้นรายย่อยที่เลี้ยงต่ำกว่า 30,000 ตัวที่ไม่ใช่ฟาร์มในระบบเกษตรพันธสัญญาของผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ขนาดการเลี้ยงตั้งแต่ 100,000 ตัว ขึ้นไป ปลดไก่ไข่ยืนกรงไม่ให้อายุเกิน 78 สัปดาห์ จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2565

2.มาตรการขอความร่วมมือผู้ผลิตไก่ไข่พันธุ์ (PS) และผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ รวม 17 ราย เก็บรวบรวมไข่ไก่เพื่อการส่งออกและปลดไก่ไข่ยืนกรงก่อนกำหนด เพื่อชดเชยปริมาณการส่งออก ในเดือนธันวาคม 2565 เป้าหมาย 59.30 ล้านฟองโดยผลการดำเนินงาน มีการเก็บรวบรวมไข่ไก่เพื่อการส่งออก 27,688,980 ฟอง ปลดไก่ไข่ก่อนกำหนด 572,129 ตัว รวมดำเนินการแล้ว 41,604,755 ฟอง คิดเป็น 70.15% จากเป้าหมาย 3.มาตรการสนับสนุนค่าบริหารจัดการเพื่อเร่งการปลดระวางไก่ยืนกรง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมไก่ไข่ เพื่อเร่งการปลดระวางไก่ยืนกรงโดยจ่ายเงินสนับสนุนค่าบริหารจัดการสำหรับผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ปลดระวางไก่ไข่มีชีวิต ที่อายุในขณะจับอยู่ที่ระหว่าง 65 ถึง 75 สัปดาห์ ในอัตรา 10 บาทต่อตัว กรอบการดำเนินการสนับสนุนค่าบริหารจัดการรวมไม่เกิน 1,000,000 ตัวรวมวงเงินไม่เกิน 10,000,000 บาท จ่ายเงินสนับสนุนสำหรับผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ปลดระวางไก่ไข่มีชีวิต ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2565 โดยผลการดำเนินงาน มีผู้ขอรับการสนับสนุนแล้ว 5 ราย ปลดไก่ไข่ยืนกรง รวม 196,522 ตัว

สวก.เปิดตัวเทคโนโลยีฯที่เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703860

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กล่าวว่า ได้ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ส่วนราชการจังหวัดเชียงราย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัวเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) “รับลมหนาวชมทุ่งดอกเก๊กฮวย” ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การแปรรูปดอกเก๊กฮวยอบแห้งด้วยเทคโนโลยีโรงอบแสงอาทิตย์ระบบความร้อนเสริม ระบบควบคุมแบบ IoT ชิม ช้อปผลิตภัณฑ์ชาเก๊กฮวย ชาคาโมมายล์ ชาดอกไม้ และการบรรยายพิเศษจากนักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับชาดอกไม้เมืองหนาว เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

ทั้งนี้ ภายหลัง สวก.สนับสนุนทุนวิจัย พร้อมกับได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในการนำเทคโนโลยีโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับระบบให้ความร้อนเสริมควบคุมแบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี IoT ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกเก๊กฮวยอบแห้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ โดยมี ผศ.ดร.ฤทธิชัย อัศวราชันย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหัวหน้าโครงการส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จากชาดอกเก๊กฮวยอบแห้ง ชาคาโมมายล์ และชาดอกไม้ มีผลกำไรครั้งแรกในรอบ 35 ปี ประกอบกับส่วนราชการ จ.เชียงราย เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและสร้างโรงอบแห้งให้ได้มาตรฐาน GMP เพื่อแปรรูปสมุนไพรอบแห้ง ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะผนวกกับการสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องของ สวก.ในการพัฒนาเทคโนโลยีเหมาะสม มีการใช้พลังงานทดแทนอย่างครบวงจร โดยพลังงานเครื่องอบแห้งแสงอาทิตย์ความร้อนเสริมด้วยเทคโนโลยี IoT สามารถอบแห้งดอกเก๊กฮวย และคาโมมายล์ ได้มากกว่า 120 ตัน ก่อให้เกิดรายได้มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และมีเกษตรกรเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 132 ครอบครัว

มทร.ธัญบุรีพัฒนาการเรียนการสอน ลงนามความร่วมมือสถาบันชั้นนำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703869

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า การร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่มทร.ธัญบุรีให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นการช่วยพัฒนาการเรียนการสอน เพิ่มทักษะทางวิชาชีพให้กับนักศึกษา รวมถึงจะก่อให้เกิดผลงานวิจัยใหม่ๆ ร่วมกัน โดยที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้มีความร่วมมือ
ด้านการศึกษากับหลายประเทศ เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐเช็ก ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ล่าสุดตนได้นำคณะผู้บริหารและคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ เข้าร่วมโครงการอบรมพัฒนานโยบายและส่งเสริมการดำเนินการออกแบบพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมศาสตร์และดูงานทางด้านวิชาการ ณ Hof University of Applied Sciences สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีโดยมทร.ธัญบุรีได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2556 โดยทั้งสองสถาบันการศึกษามีการแลกเปลี่ยนนักศึกษา งานสหกิจศึกษาต่างประเทศ งานวิจัยและการศึกษาดูงานมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา กิจกรรมและโครงการต่างๆ เกิดการชะลอตัว ดังนั้นการเดินทางไปในครั้งนี้จึงเป็นการร่วมมือกันอีกครั้ง โดยมหาวิทยาลัยทั้งสองมีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมสิ่งทอซึ่งทั้งสองมหาวิทยาลัยได้ลงนามความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างกัน และจะช่วยกันในการค้นคว้าข้อมูลงานวิจัยใหม่ๆ

นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรียังได้ลงนามความร่วมมือทางด้านวิชาการและศึกษาดูงานกับ Technical University of Liberec สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมวัสดุและสิ่งทออันดับต้นๆ ของยุโรป และมีลักษณะการเรียนการสอนคล้ายคลึงกับมทร.ธัญบุรี โดยก่อนหน้ามีความสำเร็จด้านความร่วมมือด้านวิศวกรรมสิ่งทอ รวมถึงทั้งสองมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญการสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ผ่านทุนการศึกษาต่างๆ รวมทั้งโครงการ ERASMUS ให้นักศึกษาของมทร.ธัญบุรี รวมกว่า 38 ทุนจากความสำเร็จของการดำเนินการที่ผ่านมาขณะนี้เริ่มขยายความร่วมมือทางวิชาการไปยังสาขาอื่นๆ เช่น ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า แมคคาทรอนิกส์ ไอที และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว ทั้งนี้ในช่วงต้นปี 2566 จะมีนักศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต และอาจารย์จาก Technical University of Liberec มาทำวิจัยที่มทร.ธัญบุรี เพื่อทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างสองมหาวิทยาลัย โดยจะมีการขอทุนจากรัฐบาลของแต่ละประเทศเพื่อสนับสนุนงานวิจัย

ปลัดเกษตรฯติดตาม ขับเคลื่อนงานเกษตร สู่BCGโมเดลราชบุรี มุ่งให้มีประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703870

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานภาคเกษตรสู่ BCG Model และลงพื้นที่ตรวจราชการที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่าได้นำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบองค์รวม เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารอย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาภาคการเกษตรสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูงมาตรฐานสูง และรายได้สูง ขับเคลื่อนทุกโครงการที่ดำเนินงานอยู่โดยเริ่มนำร่องแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ขอนแก่น จันทบุรี พัทลุง และราชบุรี

นายประยูร กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อน BCG Model ให้แก่เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อเป็นแนวทางในการบูรณาการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม โดยเน้นการเตรียมความพร้อม สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้แก่เกษตรกรตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ในการทำเกษตรกรรมเพราะเป็นส่วนหนึ่งของ BCG Model ที่จะสร้างการยอมรับผลผลิตทางการเกษตรของไทยไปยังผู้บริโภคทั่วโลก ส่วนเจ้าหน้าที่ขอให้ทำงานแบบเข้าถึงตัวเกษตรกรเหมือนเป็นคนในครอบครัว และมอบหมายคนให้เหมาะสมกับงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานรวมทั้ง แผนการดำเนินงานในปี 2566จะต้องมุ่งส่งเสริม 4 ประเด็น ในระยะ5 ปี ตั้งแต่ปี 2566-2570

รองปลัดฯถกคกก.สรรหา เล็งพัฒนางานจัดรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703861

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ครั้งที่ 1-1/2565 ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ดังนี้

1.1 รับทราบว่าตามที่คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ 4 คน ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ซึ่งได้ครบวาระ 2 ปีแล้ว 1.2 รับทราบ
ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ในระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2563-วันที่ 7 ธันวาคม 2565

1.3 รับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยในฐานะผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความเห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ไม่มีการกำหนดเรื่องคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ไว้ เช่น อายุ สัญชาติ ความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น จึงเห็นควรทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว 2.ที่ประชุมได้สรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 5 (5) แห่ง พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ 2547 ต่อไป