ทรัมป์เผย ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน อยู่ในภาวะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ทรัมป์เผย ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน อยู่ในภาวะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

12 พ.ค. 2569 00:56 น.

ทรัมป์เผย ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน อยู่ในภาวะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าการหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผลอยู่ แต่อ่อนแอมาจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พร้อมกล่าวหาอิหร่านว่า ทำผิดสัญญาและเปลี่ยนใจไปมาจนทำข้อตกลงไม่สำเร็จจนถึงตอนนี้

เมื่อ 11 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตอบคำถามเกี่ยวกับสงครามอิหร่านขณะพูดคุยกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาวสหรัฐฯ โดยระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลเตหะรานในปัจจุบันอยู่ในภาวะ “ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างหนัก”

อิหร่านกับสหรัฐฯ ยิงปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แต่เขาก็ระบุว่ามัน อ่อนแออย่างไม่น่าเชื่อ “ผมบอกได้เลยว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้อยู่ในภาวะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างหนัก”

ทรัมป์ยังกล่าวหาอิหร่านว่าผิดข้อตกลงที่ระบุว่าจะอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปเคลื่อนย้ายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกไป “พวกเขาตกลงเมื่อสองวันก่อน … แต่แล้วพวกเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะพวกเขาไม่ได้ระบุเรื่องนี้ลงในเอกสาร”

ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่า ในการเจรจาที่นำไปสู่ข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม อิหร่านบอกกับรัฐบาลวอชิงตันว่า จะยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ แต่สหรัฐฯ จะต้องเป็นฝ่ายเข้ามาดำเนินการขนย้ายออกไปเอง

“พวกเขาบอกผมว่า อย่างแรกเลยคือคุณจะได้มันไป แต่คุณต้องเข้ามาเอาออกไปเอง” ทรัมป์กล่าวถึงยูเรเนียมที่ถูกฝังอยู่ใต้ฐานนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดใส่เมื่อปีที่แล้ว “พื้นที่นั้นถูกทำลายย่อยยับจนมีเพียงแค่หนึ่งหรือสองประเทศในโลกเท่านั้นที่สามารถเข้าไปกู้มันออกมาได้”

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการหารือกันเช่นนั้น ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านกลับไม่ได้รวมข้อตกลงนี้ไว้ในเอกสารฉบับล่าสุดที่ส่งให้สหรัฐฯ “พวกเขาไปไม่ถึงจุดนั้นเสียที พวกเขาตกลงกับเราแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ถอนคำพูด”

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านอีกว่า บรรดาผู้นำของอิหร่านชอบ “เปลี่ยนใจ” ในขณะที่คู่เจรจาดูเหมือนจะบรรลุข้อตกลงในประเด็นต่าง ๆ ได้แล้ว “ฟังนะ ผมต้องรับมือกับพวกเขามา 4-5 ครั้งแล้ว พวกเขาก็เปลี่ยนใจตลอด … กลุ่มผู้นำพวกนี้เป็นคนที่ไม่มีเกียรติเอาเสียเลย”

“ในโลกธุรกิจผมเคยเจอแบบนี้มาหลายครั้งแล้วที่คุณก็รู้ว่าใจคนมันเปลี่ยนกันได้” ทรัมป์กล่าว เขาเล่าว่าทั้งสองฝ่ายทำท่าเหมือนจะ “ตกลงกันได้แล้ว แต่พอวันรุ่งขึ้นพวกเขากลับส่งเอกสารที่ต้องใช้เวลาถึง 5 วันกว่าจะมาถึงมือ ทั้งที่จริง ๆ มันควรจะมาถึงใน 20 นาทีด้วยซ้ำ”

“คุณก็รู้ มันเป็นเอกสารที่เรียบง่ายมาก” เขาเสริม “นั่นคือพวกเขาจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”

ทรัมป์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ผู้นำอิหร่านแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่ม “สายกลาง” และกลุ่ม “คนบ้า” โดยเขาระบุว่า “กลุ่มสายกลางนั้นอยากจะบรรลุข้อตกลงใจจะขาด”

“คุณมีทั้งกลุ่มสายกลางและพวกคนบ้า และผมคิดว่ากลุ่มสายกลางนั้นได้รับการยอมรับมากกว่า ส่วนพวกคนบ้านั้นต้องการจะสู้จนตัวตาย” ทรัมป์กล่าว “กลุ่มสายกลางอยากจะทำข้อตกลงใจจะขาด แล้วคุณก็ยังมีพวกคนบ้าอยู่ ซึ่งผมเดาว่าพวกสายกลางเขาก็คงจะกลัวพวกคนบ้าอยู่บ้างเหมือนกัน”

ทรัมป์อ้างด้วยว่า เขามีแผนที่ดีที่สุดเท่าที่คือมีมาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน และย้ำอีกครั้งว่า คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ นั้น รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

“ผมมีแผนการหนึ่ง คุณก็รู้ มันเป็นแผนที่เรียบง่ายมาก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกคุณไม่พูดมันออกมาตรง ๆ ว่า อิหร่านจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้”

“คุณก็รู้ ในสภาวะสงคราม คุณต้องมีการปรับเปลี่ยน คุณต้องมีความยืดหยุ่น คุณอาจจะมีแผนการมากมาย แต่คุณก็ต้องใช้แผนที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน” ทรัมป์กล่าว “แต่ผมมีแผนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งแผนนั้นก็คือ พวกเขาจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้ … ทว่าพวกเขาไม่ได้ระบุเรื่องนั้นไว้ในคำตอบของพวกเขาเลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลสั่งจำคุกทหาร 2 นาย ฐานลบหลู่รูปปั้นพระแม่มารีในเลบานอน

อิสราเอลสั่งจำคุกทหาร 2 นาย ฐานลบหลู่รูปปั้นพระแม่มารีในเลบานอน

11 พ.ค. 2569 23:54 น.

อิสราเอลสั่งจำคุกทหาร 2 นาย ฐานลบหลู่รูปปั้นพระแม่มารีในเลบานอน

กองทัพอิสราเอลจำคุกทหาร 2 นายฐานลบหลู่รูปปั้นพระแม่มารีในหมู่บ้านทางใต้ของเลบานอน แล้วโพสต์ภาพลงบนโลกออนไลน์

เมื่อ 11 พ.ค. 2569 กองทัพอิสราเอลสั่งจำคุกทหาร 2 นายที่กระทำการลบหลู่รูปปั้นพระแม่มารีในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน และโพสต์ภาพลงบนโลกออนไลน์จนก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจในหมู่ชาวคริสต์ทั่วโลก

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นทหารนายหนึ่งกำลังจ่อบุหรี่ที่ปากของรูปปั้นพระแม่มารี ซึ่งกองทัพอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่า “เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง เราเคารพในเสรีภาพทางความเชื่อและการแสวงบุญ ตลอดจนศาสนสถานและสัญลักษณ์ทางศาสนาของทุกศาสนาและทุกชุมชน”

IDF กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเดเบล (Debel) ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ โดยระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อ “หลายสัปดาห์ก่อน” โดยทางกองทัพได้ตัดสินจำคุกทหารที่ก่อเหตุในเรือนจำทหารเป็นเวลา 21 วัน ส่วนทหารที่เป็นคนถ่ายภาพถูกตัดสินโทษจำคุก 14 วัน

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุทหารอิสราเอลทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูที่หมู่บ้านแห่งเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวคริสต์ขนาดเล็กทางตอนใต้ของเลบานอนที่กองทัพอิสราเอลเข้ายึดครองมานานหลายสัปดาห์ โดยกองทัพได้สั่งจำคุกทหาร 2 นาย และสอบสวนอีก 6 นาย

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ก็ปรากฏวิดีโอแสดงให้เห็นทหารอิสราเอลกำลังทำลายแผงโซลาร์เซลล์และยานพาหนะบริเวณนอกหมู่บ้านเดเบล ซึ่ง IDF ระบุว่า ได้เริ่มการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีผลการสืบสวนออกมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ยืนยันชาวสหรัฐฯ-หญิงฝรั่งเศสติดไวรัสฮันตา หลังอพยพจากเรือสำราญ

ยืนยันชาวสหรัฐฯ-หญิงฝรั่งเศสติดไวรัสฮันตา หลังอพยพจากเรือสำราญ

11 พ.ค. 2569 22:41 น.

ยืนยันชาวสหรัฐฯ-หญิงฝรั่งเศสติดไวรัสฮันตา หลังอพยพจากเรือสำราญ

เจ้าหน้าที่ยืนยัน พลเมืองอเมริกันกับหญิงชาวฝรั่งเศสที่แสดงอาการป่วยก่อนหน้านี้ มีผลตรวจเชื้อไวรัสฮันตา “เป็นบวก” หลังอพยพออกจากเรือสำราญและเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด

เมื่อ 11 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า พลเมืองชาวอเมริกัน 1 คน กับหญิงชาวฝรั่งเศสอีก 1 คน ซึ่งได้รับการอพยพออกจากเรือสำราญที่กำลังเผชิญการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา (Hantavirus) มีผลตรวจเชื้อออกมาเป็นบวก หลังทั้งคู่แสดงอาการป่วยออกมาระหว่างถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด

หลังจากทราบผลตรวจที่เป็นบวก ทางการสเปนซึ่งเป็นด่านแรกในการคัดกรองผู้โดยสาร ก็ออกมายืนยันเรื่องความเข้มงวดในมาตรการควบคุมสุขอนามัยของตนเอง ระหว่างการอพยพผู้คน 94 ราย จาก 19 สัญชาติ ออกจากเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ซึ่งจอดอยู่นอกชายฝั่งเกาะเตเนริเฟ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุขของสเปนกล่าวว่า ได้ดำเนิน “มาตรการทุกวิถีทาง” เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสในระหว่างการอพยพแล้ว โดยมีทีมแพทย์คอยดูแลผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดจากเรือไปยังสนามบินบนเกาะเตเนริเฟ และมีการตรวจสุขภาพตามขั้นตอนอย่างเข้มงวด

เรือสัญชาติเนเธอร์แลนด์ลำนี้กำลังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้เกิดความกังวลไปทั่วโลก หลังจากมีผู้โดยสารเสียชีวิต 3 รายจากการแพร่ระบาดของไวรัสหายากชนิดนี้ ซึ่งโดยปกติจะแพร่กระจายในสัตว์จำพวกหนูและยังไม่มีวิธีการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขยืนยันว่า ความเสี่ยงต่อสาธารณสุขโลกนั้นอยู่ในระดับต่ำ และยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เทียบไม่ได้กับการระบาดของไวรัสโควิด-19

นาง สเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสแถลงในวันจันทร์ว่า หญิงชาวฝรั่งเศสรายดังกล่าว เป็นหนึ่งในชาวฝรั่งเศส 5 คนที่ถูกแยกกักตัวในกรุงปารีสหลังการอพยพ โดยเธอเริ่มมีอาการป่วยเมื่อคืนวันอาทิตย์ และ “ผลการตรวจออกมาเป็นบวก” ในที่สุด

ต่อมาเมื่อช่วงดึกของวันอาทิตย์ กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ระบุว่า พลเมืองอเมริกันรายหนึ่งที่ได้รับการอพยพออกจากเรือมี “อาการเล็กน้อย” และอีกรายหนึ่งมีผลตรวจเชื้อ “ไวรัสแอนดีส” เป็นบวก โดยไวรัสชนิดนี้เป็นสายพันธุ์หนึ่งในกลุ่มไวรัสฮันตา และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

ทางการสเปนย้ำว่า ผู้ป่วยชาวฝรั่งเศส “เริ่มมีอาการป่วยในระหว่างเที่ยวบิน ไม่ใช่ขณะที่ยังอยู่บนเรือ” ส่วนพลเมืองสหรัฐฯ ที่มีผลตรวจเป็นบวกนั้น “ไม่มีการแสดงอาการใดๆ ขณะที่อยู่ที่เคปเวิร์ด” ซึ่งเป็นจุดที่เรือ MV Hondius แวะจอดก่อนจะเดินทางมาถึงหมู่เกาะคานารี

“อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจที่จะปฏิบัติต่อพลเมืองรายนี้ในฐานะผู้ติดเชื้อ (ผลเป็นบวก) ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงร้องขอการอพยพแยกต่างหาก ซึ่งได้ดำเนินการโดยใช้เรืออีกลำแยกออกไป”

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขในประเทศต่าง ๆ ระบุว่า จนถึงขณะนี้มีการยืนยันผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดครั้งนี้แล้วทั้งหมด 8 ราย และอีก 2 รายถูกระบุว่าเป็นผู้ป่วย “เข้าข่ายต้องสงสัยระดับสูง” โดยมีพลเมืองจาก 6 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ

ขณะนี้กำลังมีการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อรายอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหลายประเทศกำลังเร่งติดตามตัวผู้โดยสารที่ลงจากเรือไปก่อนหน้านี้ รวมถึงบุคคลใดก็ตามที่อาจมีการสัมผัสใกล้ชิดกับพวกเขา

นางริสต์ระบุว่า พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเพิ่มเติมอีก 22 รายในกลุ่มพลเมืองชาวฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึง 8 รายที่เดินทางในเที่ยวบินเมื่อวันที่ 25 เมษายน ระหว่างเซนต์เฮเลนาไปยังโจฮันเนสเบิร์ก และอีก 14 รายในเที่ยวบินระหว่างโจฮันเนสเบิร์กไปยังอัมสเตอร์ดัม

ผู้โดยสารหญิงชาวเนเธอร์แลนด์รายหนึ่งของเรือ MV Hondius ซึ่งเสียชีวิตจากไวรัสฮันตา ได้ร่วมเดินทางในเที่ยวบินไปยังโจฮันเนสเบิร์ก และต่อมาได้ขึ้นเครื่องบินเพื่อไปยังอัมสเตอร์ดัมในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ถูกเชิญตัวลงจากเครื่องก่อนที่เครื่องจะออกเดินทาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนประกาศ ทรัมป์จะเดินทางเยือนในวันที่ 13-15 พ.ค.

จีนประกาศ ทรัมป์จะเดินทางเยือนในวันที่ 13-15 พ.ค.

11 พ.ค. 2569 22:00 น.

จีนประกาศ ทรัมป์จะเดินทางเยือนในวันที่ 13-15 พ.ค.

รัฐบาลจีนยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนประเทศของพวกเขาระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค. นี้ โดยมีกำหนดการหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในหลายประเด็น

รัฐบาลจีนยืนยันในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนระหว่างวันที่ 13 ถึง 15 พ.ค.นี้ โดยคาดว่าผู้นำสหรัฐฯ จะหารือกับจีนในประเด็นที่มีความขัดแย้งกันหลายประการ ตั้งแต่เรื่องภาษีศุลกากร ไปจนถึงสงครามในตะวันออกกลาง และประเด็นไต้หวัน

เดิมทีทรัมป์มีกำหนดการเยือนในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน แต่กำหนดการถูกเลื่อนออกไปหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง

“ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา จะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในฐานะอาคันตุกะของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 15 พฤษภาคมนี้” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลง

ข่าวระบุว่า ทรัมป์จะเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธ ก่อนที่จะเริ่มการเจรจาในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางเยือนจีนนับตั้งแต่ปี 2560 และถือเป็นการพบหน้ากันครั้งแรกในรอบ 6 เดือนระหว่างนายทรัมป์กับนายสี

ทั้งนี้คาดกันว่า สหรัฐฯ และจีนจะเห็นชอบเรื่องการจัดตั้งเวทีเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน และคาดหมายว่าฝ่ายจีนจะประกาศการจัดซื้อที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินโบอิ้ง สินค้าเกษตรและพลังงานของอเมริกัน

เจ้าหน้าที่บอกอีกว่า อาจมีการประกาศแผนการจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและคณะกรรมการการลงทุนอย่างเป็นทางการในการประชุมครั้งนี้ แต่กลไกดังกล่าวยังต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมก่อนจะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้

นอกจากนั้น ทั้งสองประเทศจะหารือเกี่ยวกับการขยายระยะเวลา “พักรบ” การทำสงครามการค้าระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถนำเข้าแร่หายากจากจีนได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะได้รับการต่ออายุภายในสัปดาห์นี้หรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้นำอินเดีย ขอประชาชน WFH ลดเที่ยวต่างประเทศ หลังสงครามอิหร่านทำเศรษฐกิจอินเดียสั่นคลอน

ผู้นำอินเดีย ขอประชาชน WFH ลดเที่ยวต่างประเทศ หลังสงครามอิหร่านทำเศรษฐกิจอินเดียสั่นคลอน

11 พ.ค. 2569 18:14 น.

ผู้นำอินเดีย ขอประชาชน WFH ลดเที่ยวต่างประเทศ หลังสงครามอิหร่านทำเศรษฐกิจอินเดียสั่นคลอน

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เรียกร้องประชาชนกลับมาใช้มาตรการประหยัดพลังงานแบบช่วงโควิด-19 ทั้งการทำงานจากที่บ้าน และลดเดินทางไปต่างประเทศ ลดการซื้อทอง หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจอินเดีย

โมดีกล่าวระหว่างร่วมงานสาธารณะในเมืองไฮเดอราบัด ทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ว่า การใช้ชีวิตอย่างประหยัดและมีวินัยในช่วงนี้ถือเป็นความรักชาติรูปแบบหนึ่ง

พร้อมย้ำว่า อินเดียจำเป็นต้องรักษาเงินตราต่างประเทศ ให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง

คำประกาศดังกล่าวถูกนักวิเคราะห์มองว่า เป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดของรัฐบาลอินเดีย นับตั้งแต่วิกฤตตะวันออกกลางเริ่มกระทบเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบัน อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบมากถึง 90% ของความต้องการทั้งประเทศ และต้องเผชิญต้นทุนพลังงานพุ่งสูงหลายพันล้านดอลลาร์ หลังสงครามในอิหร่านส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ถูกปิดมานานกว่า 2 เดือนครึ่งแล้ว

ผู้นำอินเดียยังขอให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าเมโทร รวมถึงการแชร์รถเดินทางร่วมกันเพื่อลดการใช้น้ำมัน

นอกจากนี้ ยังขอให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยลงครึ่งหนึ่ง เพื่อลดผลกระทบจากภาวะปุ๋ยขาดแคลนและต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น

คำกล่าวของโมดีส่งผลทันทีในตลาดการเงินอินเดีย โดยดัชนี Sensex ร่วงลงมากกว่า 1,000 จุดในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจอินเดียอาจเผชิญภาวะชะลอตัวยาวนาน

ขณะเดียวกัน ค่าเงินรูปีของอินเดียก็อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

แม้รัฐบาลอินเดียยังไม่ขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลภายในประเทศ แต่แรงกดดันต่อบริษัทพลังงานของรัฐเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานเริ่มลามไปยังหลายอุตสาหกรรมสำคัญของอินเดีย โดยเฉพาะโรงงานผลิตแก้ว พลาสติก และกระเบื้อง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียตำแหน่งงานหลายแสนอัตรา

ขณะเดียวกัน ปริมาณปุ๋ยที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อผลผลิตทางการเกษตรและราคาสินค้าอาหารที่อาจพุ่งสูงขึ้นในอนาคต

นักวิเคราะห์มองว่า คำพูดของโมดีอาจเป็นสัญญาณว่า รัฐบาลอินเดียกำลังเตรียมออกมาตรการควบคุมการใช้พลังงานเพิ่มเติม รวมถึงอาจปรับขึ้นราคาน้ำมันในประเทศในระยะต่อไป.

ที่มา : BBC

สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius

สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius

11 พ.ค. 2569 15:40 น.

สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันพบชาวอเมริกัน 1 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา และอีก 1 รายมีอาการป่วยเล็กน้อย หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” ซึ่งเกิดการระบาดของไวรัสจนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้โดยสารทั้งสองคนที่เดินทางกลับสหรัฐฯ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของรัฐบาล ถูกแยกเดินทางในหน่วยชีวป้องกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขณะนี้พลเมืองอเมริกันทั้ง 17 คนที่อยู่บนเที่ยวบินดังกล่าว จะถูกส่งเข้ารับการประเมินอาการและตรวจคัดกรองเพิ่มเติมที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเนแบรสกา 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ซึ่งจอดอยู่ที่หมู่เกาะคานารีของสเปน มีการระบาดของฮันตาไวรัสในหมู่ผู้โดยสาร โดยขณะนี้มีผู้โดยสารมากกว่า 90 คนถูกส่งตัวกลับประเทศ

มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และหญิงชาวเยอรมัน โดยอย่างน้อย 2 คนได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อฮันตาไวรัส

ด้าน นายแพทย์ทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เตือนว่าการที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของ WHO อาจมีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค

อย่างไรก็ตาม นพ.เจย์ ภัตตาจารยา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะการแพร่เชื้อจากคนสู่คนของฮันตาไวรัสเกิดขึ้นได้ยาก และไม่ควรถูกมองเหมือนการระบาดของโควิด-19

โดยสถานการณ์ล่าสุดในแต่ละประเทศมีดังนี้

  • ฝรั่งเศส ยืนยันพบหญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อฮันตาไวรัส และกำลังกักตัวในกรุงปารีส โดยอาการเริ่มทรุดลง
  • อังกฤษ ส่งตัวพลเมือง 20 คนเข้ากักตัวที่โรงพยาบาล Arrowe Park ในเมืองวีร์รัล เป็นเวลา 72 ชั่วโมง แม้ยังไม่มีรายงานผู้มีอาการ
  • สเปน บังคับกักตัวชาวสเปน 14 คนที่ถูกส่งกลับกรุงมาดริดในโรงพยาบาลทหาร
  • เนเธอร์แลนด์ รับเที่ยวบินอพยพผู้โดยสารและลูกเรือ 26 คนกลับประเทศ
  • ออสเตรเลีย เตรียมรับผู้โดยสาร 6 คนกลับประเทศ พร้อมมาตรการเฝ้าระวังเพิ่มเติม.

ที่มา : BBC

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก

11 พ.ค. 2569 07:25 น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก

ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม หลังความหวังในการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านริบหรี่ เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นไม่ตรงกันกับข้อตกลงสันติภาพล่าสุด

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 3.18 ดอลลาร์ หรือ 3.14% มาอยู่ที่ 104.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขยายการปรับขึ้นต่อจากวันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 3.24% มาอยู่ที่ 98.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปิดตลาดก่อนหน้านี้ในแดนบวกเช่นกัน

ตลาดน้ำมันทั่วโลกเคยคาดหวังว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 สัปดาห์ อาจใกล้สิ้นสุดลง ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ

อย่างไรก็ตามความหวังดังกล่าวพังทลายลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อเสนอของอิหร่านต่อแผนเจรจาสันติภาพที่สหรัฐฯ ร่างขึ้นนั้นไม่อาจยอมรับได้

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันจากตะวันออกกลางจำนวนมหาศาลต้องผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน

โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า ความสนใจของตลาดกำลังพุ่งไปที่การเยือนจีนของทรัมป์ เพราะหลายฝ่ายหวังว่า ปักกิ่งอาจใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง และช่วยคลี่คลายวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านอามิน นาสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซาอุดี อารัมโก เปิดเผยว่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาโลกสูญเสียปริมาณน้ำมันไปแล้วราว 1 พันล้านบาร์เรล และแม้การขนส่งจะกลับมาดำเนินได้ตามปกติ ตลาดพลังงานก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นเสถียรภาพ

ข้อมูลจากบริษัทติดตามการขนส่ง Kpler ยังระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรือบรรทุกน้ำมันอีกอย่างน้อย 2 ลำ ที่ขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยปิดระบบติดตามตำแหน่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกโจมตีของอิหร่าน

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการด้านพลังงานกำลังใช้มาตรการพิเศษเพื่อรักษาการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย.

ที่มา :channelnewsasia

ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ

ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ  WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ

11 พ.ค. 2569 07:05 น.

ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ

ปฏิบัติการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือจากเรือสำราญ เอ็มวี ฮอนดิอุส ที่เกิดการระบาดของ ไวรัสฮันตา ใกล้เสร็จสิ้น โดยผู้โดยสารและลูกเรือรวม 94 คน จาก 19 สัญชาติ ถูกส่งตัวกลับประเทศแล้ว 

บรรยากาศที่ท่าเรือกรานาดิยา บนเกาะเตเนริเฟ เต็มไปด้วยมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ผู้โดยสารที่สวมชุดป้องกันทางการแพทย์สีฟ้า ทยอยลงจากเรือสำราญสัญชาติดัตช์ไปยังเรือขนาดเล็ก ก่อนถูกส่งต่อขึ้นรถบัสของกองทัพสเปนที่มีฉากกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร เพื่อเดินทางไปยังสนามบินเตเนริเฟ เซาท์ โดยก่อนขึ้นเครื่องกลับประเทศ ผู้โดยสารทุกคนต้องเปลี่ยนชุดป้องกันใหม่อีกครั้ง

โดยทางการยังเร่งดำเนินปฏิบัติการทั้งหมดให้เสร็จภายในวันจันทร์ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายกำลังจะมาถึง ซึ่งจะบังคับให้เรือต้องออกเดินทางต่อไปยังเนเธอร์แลนด์พร้อมลูกเรือราว 30 คน

แม้เจ้าหน้าที่สเปนระบุว่า ผู้โดยสารทุกคนไม่มีอาการก่อนลงจากเรือและผ่านการตรวจสุขภาพขั้นสุดท้ายแล้ว แต่รัฐบาลฝรั่งเศสเปิดเผยว่า มีผู้โดยสารชาวฝรั่งเศส 1 คน เริ่มแสดงอาการต้องสงสัยติดเชื้อฮันตาไวรัสหลังเดินทางกลับประเทศ และถูกนำเข้าสู่การแยกกักตัวอย่างเข้มงวดทันที

ด้านกระทรวงสาธารณสุขกรีซระบุว่า ชายชาวกรีซที่อพยพกลับประเทศจะต้องถูกกักตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเอเธนส์เป็นเวลา 45 วัน ขณะที่ชาวสเปน 14 คน จะถูกแยกกักตัวในโรงพยาบาลทหารที่กรุงมาดริด

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้มีการกักตัวนานถึง 42 วัน พร้อมติดตามอาการทุกวัน โดยเฉพาะไข้และอาการระบบทางเดินหายใจ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้โดยสารอเมริกันอาจไม่จำเป็นต้องถูกกักตัวในศูนย์เฉพาะทาง และบางคนสามารถกลับบ้านได้ หากสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่นระหว่างเดินทาง

ท่าทีดังกล่าวทำให้ ทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ซึ่งเดินทางมายังเตเนริเฟเพื่อช่วยกำกับปฏิบัติการด้วยตัวเอง เตือนว่า แนวทางดังกล่าวอาจมีความเสี่ยง

องค์การอนามัยโลกเชื่อว่า การติดเชื้อรายแรกเกิดขึ้นก่อนเริ่มการเดินทางของเรือสำราญ จากนั้นจึงเกิดการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์บนเรือ

เรือเอ็มวี ฮอนดิอุส ออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน เพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังประเทศเคปเวิร์ด ก่อนเกิดเหตุผู้ติดเชื้อ 3 รายถูกส่งตัวเข้ายุโรปก่อนหน้านี้

การระบาดครั้งนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุการณ์ที่พบการแพร่เชื้อฮันตาไวรัสจากคนสู่คนในวงกว้างบนเรือสำราญระหว่างประเทศ.

ที่มา : channelnewsasia

ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ

ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ

11 พ.ค. 2569 06:41 น.

ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ

ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำจีน เตรียมหารือครั้งสำคัญครอบคลุมประเด็นอิหร่าน ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ อาวุธนิวเคลียร์ และสงครามการค้า ระหว่างการเยือนจีนของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ หวังฟื้นสัมพันธ์ที่ตึงเครียด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงผู้นำจีน เตรียมเปิดการหารือครั้งสำคัญครอบคลุมประเด็นอิหร่าน ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาวุธนิวเคลียร์ และสงครามการค้า ระหว่างการเยือนจีนของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความพยายามของสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกในการฟื้นเสถียรภาพความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการหารือแบบเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือนของผู้นำทั้งสอง ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งข้อพิพาททางการค้า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงประเด็นด้านความมั่นคงและเทคโนโลยี

ทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม ก่อนเข้าร่วมการประชุมหารือกับสี จิ้นผิง ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ โดยนี่จะเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ปี 2017

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเตรียมประกาศความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนเพิ่มเติม รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการการค้า และคณะกรรมการการลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างสองประเทศ แม้กลไกดังกล่าวอาจยังต้องใช้เวลาในการดำเนินงานจริง

จีนยังถูกคาดหมายว่าจะประกาศการจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินจากบริษัทโบอิ้ง  สินค้าเกษตร และพลังงานจากอเมริกา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและภาคการส่งออกของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศยังเตรียมหารือเรื่องการขยายเวลาพักรบทางการค้า ซึ่งปัจจุบันช่วยให้แร่หายากจากจีนยังสามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้ต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าจะมีการขยายข้อตกลงดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้หรือไม่

นอกเหนือจากประเด็นเศรษฐกิจ การหารือครั้งนี้ยังเต็มไปด้วยประเด็นละเอียดอ่อนที่เป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งมาอย่างยาวนาน

หนึ่งในหัวข้อสำคัญคืออิหร่าน ซึ่งจีนยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเตหะราน และเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ ขณะที่ทรัมป์พยายามกดดันให้จีนใช้อิทธิพลผลักดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ และยุติความขัดแย้งที่ปะทุขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

รัฐบาลทรัมป์ยังแสดงความกังวลต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย โดยเฉพาะเรื่องรายได้และสินค้าแบบdual-use หรือสินค้าที่สามารถใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร รวมถึงความเป็นไปได้เรื่องการส่งออกอาวุธ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯระบุว่า ทรัมป์ได้พูดคุยกับสี จิ้นผิง หลายครั้งเกี่ยวกับอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงบทบาทของจีนในการสนับสนุนสองประเทศดังกล่าว

ในฝั่งจีน ประเด็นไต้หวันยังคงเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง โดยปักกิ่งไม่พอใจที่สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักและผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญให้แก่ไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารรอบเกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า นโยบายของวอชิงตันต่อไต้หวันจะไม่เปลี่ยนแปลง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยรัฐบาลทรัมป์แสดงความกังวลต่อการพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูงของจีน และมองว่าทั้งสองประเทศจำเป็นต้องมีช่องทางสื่อสาร เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การประชุมผู้นำครั้งนี้อาจเป็นโอกาสเริ่มต้นการหารือเกี่ยวกับการตั้งกลไกสื่อสารด้าน AI ระหว่างสองประเทศ แม้รูปแบบที่ชัดเจนจะยังไม่ได้ข้อสรุป

ด้านประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ พยายามผลักดันให้จีนเปิดโต๊ะหารือเรื่องการควบคุมอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จีนส่งสัญญาณเป็นการภายในว่ายังไม่มีความสนใจ ที่จะพูดคุยเรื่องการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ในเวลานี้

การพบกันครั้งล่าสุดของทรัมป์และสี จิ้นผิง เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่เกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงชะลอสงครามการค้าที่รุนแรง หลังสหรัฐฯเคยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในระดับสูงถึงสามหลัก ขณะที่จีนขู่จำกัดการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่า ทรัมป์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดภาษีนำเข้าหลายรายการทั่วโลก อย่างไรก็ตามทรัมป์ยืนยันว่าจะหาช่องทางทางกฎหมายอื่นเพื่อนำมาตรการภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง.

ที่มา : channelnewsasia

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

11 พ.ค. 2569 05:53 น.

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

รัฐมนตรีกลาโหมลัตเวียลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพื่อรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ โดรนยูเครน 2 ลำบินข้ามพรมแดนและตกใส่แท็งก์เก็บน้ำมันจนเกิดการระเบิดเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันดริส สพรูดส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของลัตเวีย ประกาศลาออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 หลังเกิดเหตุโดรนของยูเครน 2 ลำ บินข้ามพรมแดนมาจากฝั่งรัสเซียและพุ่งชนแท็งก์เก็บน้ำมันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พ.ค.)

ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นางเอวิกา ซิลินา นายกรัฐมนตรีลัตเวีย ออกมาเรียกร้องให้นายสพรูดส์ลาออกจาก โดยระบุว่าระบบต่อต้านโดรนไม่ได้ถูกติดตั้งและใช้งานได้รวดเร็วพอ พร้อมกันนี้เธอได้แต่งตั้ง พันเอก ไรวิส เมลนิส แห่งกองทัพลัตเวีย ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่แทน

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี ลัตเวียและลิทัวเนียได้เรียกร้องให้กลุ่มนาโต (NATO) เร่งเสริมศักยภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศในภูมิภาค หลังจากมีโดรน 2 ลำบินข้ามพรมแดนรัสเซียเข้ามาและเกิดการระเบิดที่คลังเก็บน้ำมันในลัตเวีย

ด้าน นายอันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันว่าโดรนดังกล่าวเป็นของยูเครนจริง แต่ที่บินเข้าไปในลัตเวียนั้นเป็นผลมาจาก “การใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียที่จงใจเบี่ยงเบนทิศทางโดรนของยูเครนออกจากเป้าหมายในรัสเซีย”

นอกจากนี้ นายซิบีฮายังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์โดรนดังกล่าว ยูเครนกำลังพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางอากาศในกลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna