ยูเอ็นประณามอิสราเอล ขยายนิคมในเวสต์แบงก์ เรียกร้องยุติทันที

ยูเอ็นประณามอิสราเอล ขยายนิคมในเวสต์แบงก์ เรียกร้องยุติทันที

30 มิ.ย. 2569 10:39 น.

ยูเอ็นประณามอิสราเอล ขยายนิคมในเวสต์แบงก์ เรียกร้องยุติทันที

สหประชาชาติประณามการขยายนิคมชาวยิวและความรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์ เรียกร้องให้อิสราเอลยุติการตั้งถิ่นฐานโดยทันที พร้อมแสดงความกังวลต่อการโจมตีพลเรือนทั้งจากผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายรามิซ อาลัคบารอฟ ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมประจำสหประชาชาติ และรองผู้ประสานงานพิเศษเพื่อกระบวนการสันติภาพตะวันออกกลาง กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านระบบวิดีโอ  ย้ำจุดยืนของเลขาธิการสหประชาชาติที่ ประณามอย่างรุนแรงต่อการขยายนิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ พร้อมระบุว่า การตั้งถิ่นฐานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องต้องยุติลงโดยทันที

อาลัคบารอฟกล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงและความตึงเครียดในเขตเวสต์แบงก์กำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง พร้อมประณามการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนทุกรูปแบบ รวมถึงการก่อการร้าย และแสดงความกังวลต่อเหตุโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน เขายังแสดงความกังวลต่อการโจมตีของชาวปาเลสไตน์ต่อชาวอิสราเอล โดยย้ำว่า ผู้ก่อเหตุทุกฝ่ายจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ผู้แทนยูเอ็นยังแสดงความห่วงใยต่อความพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในนครเยรูซาเล็ม พร้อมย้ำว่าต้องเคารพข้อตกลงเดิมและบทบาทพิเศษของราชอาณาจักรจอร์แดนในการดูแลพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์.

ที่มา AP

กัมพูชาขึ้นทะเบียน “ทุเรียนเบกอันลอง” เป็นเครื่องหมายการค้าร่วม

กัมพูชาขึ้นทะเบียน "ทุเรียนเบกอันลอง" เป็นเครื่องหมายการค้าร่วม

30 มิ.ย. 2569 09:36 น.

กัมพูชาขึ้นทะเบียน “ทุเรียนเบกอันลอง” เป็นเครื่องหมายการค้าร่วม

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาประกาศขึ้นทะเบียน “ทุเรียนเบกอันลอง” เป็นเครื่องหมายการค้าร่วม หวังคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ประกาศขึ้นทะเบียน “ทุเรียนเบกอันลอง” (Bek Anlong Durian) เป็น เครื่องหมายการค้าร่วม (Collective Mark) อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และยกระดับอัตลักษณ์ของสินค้าเกษตรกัมพูชา

รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนเบกอันลอง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้ประกอบการในชุมชนเบกอันลอง จังหวัดกำปงจาม 

นอกจากนี้ ยังสะท้อนนโยบายของรัฐบาลกัมพูชาในการส่งเสริมการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และผลักดันผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของกัมพูชาให้เป็นที่ยอมรับในตลาดระดับภูมิภาคและตลาดโลกมากยิ่งขึ้น.

ที่มา Freshnews

รถไฟตกรางที่สถานีเกียวโต ของญี่ปุ่น ผู้โดยสารปลอดภัย ตำรวจเร่งสอบสวนสาเหตุ

รถไฟตกรางที่สถานีเกียวโต ของญี่ปุ่น ผู้โดยสารปลอดภัย ตำรวจเร่งสอบสวนสาเหตุ

30 มิ.ย. 2569 08:56 น.

รถไฟตกรางที่สถานีเกียวโต ของญี่ปุ่น ผู้โดยสารปลอดภัย ตำรวจเร่งสอบสวนสาเหตุ

เกิดเหตุรถไฟโดยสารตกรางหลังออกจากสถานีเกียวโตในช่วงเช้ามืดของญี่ปุ่น ผู้โดยสารและลูกเรือรวมกว่า 10 คนปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ต้องระงับการเดินรถบางช่วงและเกิดความล่าช้าหลายขบวน

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุรถไฟโดยสารของบริษัทคินเท็ตสึ เรลเวย์ (Kintetsu Railway) ตกรางบริเวณสถานีเกียวโต เมื่อเวลาประมาณ 05.13 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยรถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟท้องถิ่น 4 ตู้ บนเส้นทางสายคินเท็ตสึ เกียวโต (มุ่งหน้าไปยังสถานีคาชิฮาระจิงกูมาเอะ ในจังหวัดนารา และเป็นขบวนแรกของวัน

บริษัทคินเท็ตสึ เรลเวย์ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารประมาณ 10 คน รวมทั้งพนักงานประจำขบวน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่หน่วยดับเพลิงก็ยืนยันว่าไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บเช่นกัน โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้อพยพผู้โดยสารทั้งหมดกลับเข้าสู่สถานีเกียวโตอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้บริษัทต้องระงับการเดินรถสายคินเท็ตสึ เกียวโต ช่วงระหว่างสถานีเกียวโตกับสถานีคามิโทบากูจิ โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้เมื่อใด นอกจากนี้ ยังทำให้การเดินรถในช่วงอื่นของเส้นทางเกิดความล่าช้า และมีการยกเลิกขบวนรถบางเที่ยว ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ.

ที่มา NHK

พระจันทร์สตรอว์เบอร์รีอวดโฉมเหนือท้องฟ้ายุโรป ผู้คนแห่ชมความงดงาม

พระจันทร์สตรอว์เบอร์รีอวดโฉมเหนือท้องฟ้ายุโรป ผู้คนแห่ชมความงดงาม

30 มิ.ย. 2569 08:42 น.

พระจันทร์สตรอว์เบอร์รีอวดโฉมเหนือท้องฟ้ายุโรป ผู้คนแห่ชมความงดงาม

ประชาชนในหลายประเทศของยุโรปออกมาชมความงามของ “พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี” หรือพระจันทร์เต็มดวงแรกของฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ โดยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในหลายเมือง 

ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ผู้คนพากันเดินทางขึ้นไปยัง คาเลนแบร์ก จุดชมวิวที่สูงที่สุดของเมือง เพื่อรอชมพระจันทร์เต็มดวงที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าในช่วงค่ำ ท่ามกลางทัศนียภาพของเมืองหลวงออสเตรีย

ส่วนที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างรวมตัวตามจุดชมวิวสำคัญ เพื่อถ่ายภาพพระจันทร์ที่ลอยเด่นเหนือแม่น้ำตากุส โดยในช่วงที่ดวงจันทร์เพิ่งโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า หลายคนสังเกตเห็นว่ามีสีออกส้มอมทองและดูมีขนาดใหญ่กว่าปกติ

แม้จะมีชื่อเรียกว่า “พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี” แต่ในความเป็นจริง ดวงจันทร์ไม่ได้มีสีชมพูหรือสีแดงเหมือนผลสตรอว์เบอร์รีแต่อย่างใด โดยชื่อนี้มีที่มาจากชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มอัลกอนควิน  ที่ใช้พระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนเป็นสัญญาณบ่งบอกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีป่า ซึ่งต่อมาชื่อนี้ได้รับการเผยแพร่ผ่านปฏิทินดาราศาสตร์และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

นักดาราศาสตร์อธิบายว่า สีส้มหรือสีทองที่หลายคนมองเห็น เกิดจากดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งต่ำใกล้ขอบฟ้า ทำให้แสงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลกมากกว่าปกติ ส่งผลให้แสงสีน้ำเงินกระเจิงออกไป เหลือแสงโทนเหลือง ส้ม หรือแดงให้มองเห็นเด่นชัด นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Moon Illusion หรือภาพลวงตาที่ทำให้ดวงจันทร์ดูใหญ่กว่าปกติเมื่ออยู่ใกล้เส้นขอบฟ้า ทั้งที่ขนาดจริงไม่ได้เปลี่ยนแปลง

พระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม เช่น Honey Moon หรือ Mead Moon ในยุโรป ซึ่งเชื่อมโยงกับฤดูกาลเก็บน้ำผึ้ง ขณะที่บางพื้นที่เรียกว่า Rose Moon เพราะเป็นช่วงที่ดอกกุหลาบผลิบานเต็มที่

สำหรับปีนี้ พระจันทร์สตรอว์เบอร์รียังเป็น “ไมโครมูน” เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ห่างโลกมากกว่าปกติ จึงมีขนาดเล็กกว่าพระจันทร์เต็มดวงทั่วไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อดวงจันทร์ลอยต่ำเหนือขอบฟ้า ผู้สังเกตยังคงรู้สึกว่ามันมีขนาดใหญ่และโดดเด่นจากปรากฏการณ์ภาพลวงตาทางสายตา ทำให้ค่ำคืนดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้คนทั่วโลก.

ที่มา : AP

ระเบิดอาคารที่พักในโมนาโก เจ็บ 3 ราย ตำรวจชี้อาจเป็นเหตุโจมตีครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ระเบิดอาคารที่พักในโมนาโก เจ็บ 3 ราย ตำรวจชี้อาจเป็นเหตุโจมตีครั้งแรกในประวัติศาสตร์

30 มิ.ย. 2569 08:38 น.

ระเบิดอาคารที่พักในโมนาโก เจ็บ 3 ราย ตำรวจชี้อาจเป็นเหตุโจมตีครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เกิดเหตุระเบิดหน้าอาคารที่พักในโมนาโก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ราย ทางการเชื่อมีแนวโน้มเป็นการก่อเหตุโจมตีด้วยวัตถุระเบิด นับเป็นเหตุลักษณะนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าอาคารที่พักอาศัยบนถนนรูว์ เรเวอรองด์ แปร์ หลุยส์ ฟรอลลา (Rue Révérend Père Louis Frolla) ใกล้พรมแดนประเทศฝรั่งเศส ในโมนาโก เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย โดย 2 รายอาการสาหัส และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 

นายคริสตอฟ มีร์ม็องด์ มุขมนตรีแห่งโมนาโก เปิดเผยว่า จากข้อมูลเบื้องต้นเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นการโจมตีและเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ โดยระบุว่า แรงระเบิดเกิดจากวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งภายในบรรจุนอตและลูกเหล็ก เพื่อเพิ่มอานุภาพการทำลาย โดยมีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุพบกระเป๋าต้องสงสัยถูกวางทิ้งไว้บริเวณด้านหน้าอาคาร นอกจากนี้เขากล่าวว่า นี่อาจเป็น เหตุโจมตีลักษณะนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโมนาโก 

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้ระดมกำลังเข้าปิดพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเร่งสืบสวนเพื่อหาผู้ก่อเหตุ รวมทั้งแรงจูงใจของการวางระเบิดครั้งนี้.

สหรัฐฯ เจอคลื่นความร้อนรุนแรง เร่งรับมืออุณหภูมิพุ่ง ก่อนวันชาติ 4 กรกฎาคม

สหรัฐฯ เจอคลื่นความร้อนรุนแรง เร่งรับมืออุณหภูมิพุ่ง ก่อนวันชาติ 4 กรกฎาคม

30 มิ.ย. 2569 08:22 น.

สหรัฐฯ เจอคลื่นความร้อนรุนแรง เร่งรับมืออุณหภูมิพุ่ง ก่อนวันชาติ 4 กรกฎาคม

สหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อน ที่รุนแรงไม่ต่างจากหลายประเทศในยุโรป โดยหลายรัฐประกาศมาตรการรับมือ หลังอุณหภูมิและค่าดัชนีความร้อนพุ่งสูงต่อเนื่องก่อนวันชาติสหรัฐฯ ในวันที่ 4 กรกฎาคม

ที่นครนิวยอร์ก ทางการได้ประกาศ เฝ้าระวังสภาพอากาศร้อนจัด ครอบคลุมพื้นที่นครนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง ขณะที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อนและคลายร้อนที่ ชายหาดโคนีย์ไอแลนด์

เจ้าหน้าที่พยากรณ์ว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ อุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้ได้ จะอยู่ที่ประมาณ 90-100 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 32-38 องศาเซลเซียส โดยสภาพอากาศจะร้อนที่สุดในช่วงวันพุธและวันพฤหัสบดี

ขณะที่หน่วยงานด้านสภาพอากาศเตือนว่า คลื่นความร้อนถือเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันมากที่สุด เมื่อเทียบกับภัยพิบัติทางอากาศประเภทอื่น

ส่วนที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี มีการส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินออกตระเวนแจกน้ำดื่มเย็น เครื่องดื่ม และน้ำแข็ง พร้อมตรวจสอบอาการของผู้ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากอากาศร้อน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ไร้บ้านที่ต้องอาศัยอยู่ตามพื้นที่กลางแจ้ง

โลแกน คิง วัย 29 ปี ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณป่าหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง กล่าวว่า แม้จะกางเต็นท์อยู่ใต้ร่มไม้ แต่ภายในเต็นท์กลับร้อนอบอ้าวจนแทบอยู่ไม่ได้ การที่เจ้าหน้าที่เอาน้ำเย็นมาแจกช่วยได้มาก

ด้าน ไมค์ รัสเซลล์ เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของเมืองแนชวิลล์ เปิดเผยว่า หน่วยงานจะเริ่มปฏิบัติการ “Heat Patrol” ทันที เมื่อค่าดัชนีความร้อนสูงกว่า 103-105 องศาฟาเรนไฮต์

เจ้าหน้าที่จะออกตรวจตามจุดที่ผู้ไร้บ้านพักอาศัย แจกน้ำเย็นและขวดน้ำแช่แข็ง เพื่อนำมาประคบบริเวณลำคอ ลดอุณหภูมิของร่างกาย รวมทั้งเฝ้าสังเกตอาการ เพลียแดด และ โรคลมแดด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ในช่วงหลายวันนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองแนชวิลล์มีการคาดการณ์ว่าค่าดัชนีความร้อนจะอยู่ระหว่าง 101-114 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 38-46 องศาเซลเซียส

สถานการณ์ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเช่นกัน โดยหลายพื้นที่มีการประกาศเตือนภัยด้านสาธารณสุขและขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงกลางวัน สะท้อนให้เห็นว่าคลื่นความร้อนกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายภูมิภาคของโลก พร้อมสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากอากาศร้อนจัด.


ที่มา :AP

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชี้ ทรัมป์ปลด “ลิซา คุก” พ้นบอร์ดเฟด ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชี้ ทรัมป์ปลด “ลิซา คุก” พ้นบอร์ดเฟด ขัดรัฐธรรมนูญ

30 มิ.ย. 2569 06:00 น.

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชี้ ทรัมป์ปลด “ลิซา คุก” พ้นบอร์ดเฟด ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่า คำสั่งปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น ผิดรัฐธรรมนูญ และให้เธออยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ระหว่างการต่อสู้คดีทุจริตจำนอง

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ปฏิเสธความพยายามของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการสั่งปลดผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จากตำแหน่งทันทีโดยยังไม่พิสูจน์ความผิด ซึ่งถือเป็นคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ที่จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีที่มีเหนือธนาคารกลาง

ด้วยมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง ศาลมีคำวินิจฉัยว่า ลิซา คุก สามารถดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดต่อไปได้ ในระหว่างที่เธอต่อสู้ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตจำนองที่ยังไม่มีการพิสูจน์ ซึ่งยื่นฟ้องโดยเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์

“ศาลตัดสินคำร้องนี้ด้วยหลักการตีความแบบแคบ ว่า ประธานาธิบดีล้มเหลวในการให้ความคุ้มครองทางกระบวนการยุติธรรมตามที่ (ลิซา) คุก พึงมีสิทธิ์ได้รับตามกฎหมาย และหากไม่มีความคุ้มครองดังกล่าว เธอจะไม่สามารถโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ประธานาธิบดียื่นฟ้องต่อเธอได้อย่างเหมาะสม” คณะผู้พิพากษาระบุ

ลิซา คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ
ลิซา คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ

คดีนี้มุ่งเน้นไปที่ ลิซา คุก ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากโจ ไบเดน โดยวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปีของเธอในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ มีกำหนดจะสิ้นสุดลงในปี 2581 โดยเธอถือเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งในบอร์ดบริหารของเฟด

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ทรัมป์ประกาศปลด ลิซา คุก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกะทันหัน โดยอ้างว่าเขามีหลักฐานว่าคุกก่อเหตุทุจริตการจำนอง หรือการที่ผู้ซื้อบ้านระบุชื่ออสังหาริมทรัพย์หลังที่สองว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลักเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ดีกว่า ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย

ด้านคุกปฏิเสธข้อกล่าวหาและยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ โดยระบุว่าเธอถูกปลดโดยไม่มีเหตุผลอันควร

คำตัดสินของคณะผู้พิพากษาเพื่อปกป้องเฟดในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไปจากวิธีที่ศาลเคยปฏิบัติต่อทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ซึ่งส่วนใหญ่ศาลมักจะอนุญาตให้ประธานาธิบดีมีอำนาจในวงกว้างในการดำเนินนโยบายตามวาระของตนโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ในวันเดียวกันนี้ ศาลยังมีคำวินิจฉัยด้วยว่า ทรัมป์ “มีอำนาจ” ในการปลด รีเบกกา สลอเทอร์ กรรมการจากพรรคเดโมแครตประจำคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) ซึ่งถูกให้ออกจากตำแหน่งก่อนที่วาระของเธอจะสิ้นสุดลง

นอกจากนั้น ศาลยังอนุญาตให้ทรัมป์ปลดสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคเดโมแครตออกจากคณะกรรมการความสัมพันธ์แรงงานแห่งชาติ (NLRB) ส่งผลให้บอร์ดสหภาพแรงงานที่มีอำนาจสูงนี้ขาดองค์ประชุมที่จำเป็นในการตัดสินข้อพิพาทด้านแรงงาน

อีกทั้งศาลยังได้ริบอำนาจของศาลแขวงชั้นต้นในการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มักถูกนำมาใช้เพื่อสกัดกั้นทรัมป์ในการบริหารประเทศสมัยแรก

และศาลยังได้ระงับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่จำกัดไม่ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ใช้เรื่องเชื้อชาติและชาติพันธุ์เป็นเกณฑ์ในการตั้งข้อสงสัยอย่างสมเหตุสมผลในการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองด้วย

อย่างไรก็ตาม ศาลดูเหมือนจะมุ่งมั่นที่จะปกป้องเฟด โดยคำตัดสินนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของธนาคารกลาง ซึ่งเผชิญกับการโจมตีจากทำเนียบขาวมาตลอดปีที่ผ่านมา เนื่องจากเฟดไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานตามที่ทรัมป์ต้องการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

อิหร่านย้ำ ยังไม่มีแผนเจรจากับสหรัฐฯ แม้ทรัมป์บอกจ่อคุยอังคารนี้

อิหร่านย้ำ ยังไม่มีแผนเจรจากับสหรัฐฯ แม้ทรัมป์บอกจ่อคุยอังคารนี้

30 มิ.ย. 2569 05:22 น.

อิหร่านย้ำ ยังไม่มีแผนเจรจากับสหรัฐฯ แม้ทรัมป์บอกจ่อคุยอังคารนี้

โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า พวกเขายังไม่มีแผนการเจรจากับสหรัฐฯ ในทุกระดับในเร็วๆ นี้ หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งออกมาบอกว่า เจ้าหน้าที่ 2 ฝ่ายจะคุยกันในวันอังคาร

สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) รายงานในวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2569 ว่า นายเอสมาอิล บากาอี แถลงว่า อิหร่านยังไม่มีกำหนดการประชุมเจรจาใด ๆ กับสหรัฐอเมริกาในทุกระดับในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากรัฐบาลเตหะรานยังคงมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มากกว่าการขยับไปสู่การเจรจาเพื่อทำข้อตกลงขั้นสุดท้าย

นายบากาอีระบุว่า สิ่งที่เตหะรานให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในขณะนี้ คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อกำหนดต่าง ๆ ในบันทึกความเข้าใจได้รับการปฏิบัติตาม และการผลักดันข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของตนภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

เขาบอกอีกว่า สหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตที่จำเป็นซึ่งผูกพันกับข้อสัญญาข้อที่ 10 ที่ครอบคลุมเรื่องการขายน้ำมันแล้ว และอิหร่านกำลังติดตามผลการบังคับใช้ใบอนุญาตเหล่านั้น

นอกจากนี้ เขาระบุว่ากำลังมีการดำเนินการตามข้อสัญญาข้อที่ 11 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปลดล็อกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านเช่นกัน โดยในบริบทดังกล่าว คณะผู้แทนผู้เชี่ยวชาญจากอิหร่านจะเดินทางไปยังกรุงโดฮา ของกาตาร์ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

นายบากาอีชี้แจงว่า อิหร่านและสหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนของการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยเขาอธิบายว่า ภายใต้ข้อสัญญาข้อที่ 13 ของบันทึกความเข้าใจ การเจรจาเพื่อทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะเริ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อสัญญาข้อที่ 1, 4, 5, 10 และ 11 เริ่มมีผลบังคับใช้ และข้อกำหนดเหล่านั้นได้รับการปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องแล้วเท่านั้น

เขากล่าวเสริมว่า การเดินทางเยือนกาตาร์ของตัวแทนสหรัฐฯ (หากเกิดขึ้น) จะไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของคณะผู้แทนอิหร่าน ซึ่งเขาเน้นย้ำว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ รวมถึงข้อสัญญาข้อที่ 11 เท่านั้น

ถ้อยแถลงของนายบากาอีเกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า “อิหร่านได้ร้องขอให้จัดการประชุมขึ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่กรุงโดฮา!”

ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ กับอิหร่านเพิ่งประกาศยุติการโจมตีเข้าใส่กันในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อ้างว่าเพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือสินค้า ขณะที่เตหะรานก็โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ดับทะลุ 1,700 ศพ UN เตือนจำนวนจะเพิ่มอีก

แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ดับทะลุ 1,700 ศพ UN เตือนจำนวนจะเพิ่มอีก

30 มิ.ย. 2569 04:17 น.

แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ดับทะลุ 1,700 ศพ UN เตือนจำนวนจะเพิ่มอีก

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวที่เวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 1,700 ศพแล้ว โดยสหประชาชาติเตือนว่า จำนวนจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเพิ่มสูงถึง 10,000 ราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2569 นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานรัฐสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อนที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน พุ่งทะลุ 1,700 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากภัยพิบัติครั้งนี้อีกกว่า 5,000 ราย พร้อมระบุเพิ่มเติมว่ายังมีประชาชนอีกหลายหมื่นคนที่ยังคงสูญหาย

ด้านนายจานลูกา รัมปอลลา เดล ตินดาโร ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมส่วนท้องถิ่นขององค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวในงานแถลงข่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้นอีก “อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ในขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งนั่นเป็นเรื่องน่าเศร้าสลด

นายตินดาโรกล่าวว่า UN ภายใต้ความเห็นชอบร่วมกับทางการเวเนซุเอลา กำลังปฏิบัติงานบนสมมติฐานที่ว่าจำเป็นต้องจัดเตรียมถุงบรรจุศพไว้จำนวน 10,000 ใบ “มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเลขจริงจะน้อยกว่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังมุ่งมั่นกับปฏิบัติการกู้ภัยในเวลานี้”

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงถึง 44% ที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงถึง 10,000 ราย และมีความเป็นไปได้ 30% ที่อาจจะสูงถึง 100,000 ราย

นายตินดาโรเผยอีกว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อนเมื่อ 24 มิ.ย. เวเนซุเอลาเผชิญเหตุอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วมากกว่า 500 ครั้งทั่วประเทศ รวมถึงเหตุอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.2 เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา

ตินดาโรกล่าวเพิ่มเติมว่า มีรัฐที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 7 รัฐ โดยรัฐลาไกวรา (La Guaira) และเขตเมืองหลวงการากัส (Caracas) เป็นสองพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด

นอกจากนั้น เขายังระบุว่ามีสิ่งปลูกสร้างและอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างน้อย 2,500 หลัง ซึ่งส่วนใหญ่ในจำนวนนี้ได้พังถล่มลงมาอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช่วงเวลาวิกฤต 72 ชั่วโมงแรกในการค้นหาผู้รอดชีวิตจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่นายตินดาโรยืนยันว่ายังไม่หมดหวังในการค้นหาผู้รอดชีวิต โดยระบุว่า “เมื่อวานนี้เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นเวลา 4 วันหลังเกิดเหตุ และล่วงเลยช่วงเวลาวิกฤต 72 ชั่วโมงมาแล้ว 1 วัน ทีมกู้ภัยนานาชาติก็ยังสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาได้อย่างปลอดภัยถึง 7 คน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด

ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด

30 มิ.ย. 2569 03:31 น.

ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด

ทางการดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวขนาดใหญ่ในเมืองหลวง อ้างว่าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา แต่ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่า รัฐทำไปเพื่อสกัดการชุมนุมประท้วงที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าต่างหาก

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คอนโก) ประกาศสั่งห้ามการรวมตัวของคนจำนวนมากในกรุงคินชาซา ซึ่งเป็นเมืองหลวง รวมถึงในพื้นที่อื่น ๆ อีก 3 แห่ง เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา

แม้ว่าในปัจจุบันจะพบการระบาดของโรคร้ายแรงนี้แค่ใน 3 จังหวัดทางภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงคินชาซาไปราว 1,800 กิโลเมตร แต่ทางการมีความกังวลว่าเชื้ออาจแพร่กระจายมายังเมืองหลวงที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นถึง 18 ล้านคนแห่งนี้

สำหรับอีก 3 จังหวัดที่อยู่ภายใต้คำสั่งห้ามดังกล่าว ได้แก่ จังหวัดโชโป (Tshopo), โอต์-อูเอเล (Haut-Uele) และ บาส-อูเอเล (Bas-Uele) ซึ่งล้วนมีพรมแดนติดกับพื้นที่ที่มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้ออีโบลา

อย่างไรก็ตาม แกนนำคนสำคัญจากพรรคฝ่ายค้านของดีอาร์คอนโกออกมาโจมตีคำสั่งนี้ โดยอ้างว่ามาตรการดังกล่าวแท้จริงแล้วถูกใช้เพื่อสกัดกั้นการเดินขบวนประท้วงที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค.นี้ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่พบผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้ออีโบลาในกรุงคินชาซาแม้แต่รายเดียว

“คำสั่งนี้ไม่มีความชอบธรรม และเราไม่สามารถยอมรับการตัดสินใจนี้ได้” นายแปรงซ์ เอเปงเก โฆษกกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านลามูกา (Lamuka) บอกกับสำนักข่าว บีบีซี (BBC)

ด้านนายโรดริเก รามาซานี เลขาธิการพรรคฝ่ายค้านอองโวล (Envol) เรียกร้องให้ผู้ประท้วงเพิกเฉยต่อคำสั่งห้ามและเข้าร่วมการเดินขบวน โดยระบุว่า คำสั่งของรัฐบาล “ส่งกลิ่นอายของเกมการเมือง มากกว่าที่จะเป็นมาตรการด้านสาธารณสุข”

สำหรับการเดินขบวนประท้วงดังกล่าวจัดขึ้นโดยกลุ่มพันธมิตร C64 ซึ่งเป็นการรวมตัวกันเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งพวกเขามองว่า อาจเปิดทางให้ประธานาธิบดีเฟลิกซ์ ชิเซเคดี สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้เกินกำหนด 2 สมัย

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้ออีโบลาในกรุงคินชาซา แต่มีแพทย์รายหนึ่งซึ่งถูกตรวจพบว่าติดเชื้อในฝรั่งเศส ได้เดินทางผ่านเมืองหลวงแห่งนี้เพื่อกลับบ้าน หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการระบาด

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาถูกจำกัดวงอยู่แค่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ อิตูรี (Ituri), คีวูเหนือ (North Kivu) และคีวูใต้ (South Kivu) ซึ่งในภูมิภาคเหล่านี้ได้มีการสั่งห้ามรวมตัวกันของคนหมู่มากมานานหลายสัปดาห์แล้ว

ปัจจุบัน ทางการดีอาร์คองโกระบุจำนวนผู้ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้ออีโบลาไว้ที่ 1,274 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 360 ศพแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc