ฝรั่งเศสเผชิญศึก “แอร์เย็น-โลกร้อน” คลื่นความร้อนทำการเมืองแตกแยก

ฝรั่งเศสเผชิญศึก "แอร์เย็น-โลกร้อน" คลื่นความร้อนทำการเมืองแตกแยก

25 มิ.ย. 2569 14:49 น.

ฝรั่งเศสเผชิญศึก “แอร์เย็น-โลกร้อน” คลื่นความร้อนทำการเมืองแตกแยก

เมื่ออุณหภูมิพุ่งทะยานเกิน 40 องศาเซลเซียส จนฝรั่งเศสต้องบันทึกสถิติวันที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ “เครื่องปรับอากาศ” ที่ชาวฝรั่งเศสเคยตั้งแง่รังเกียจ กลายมาเป็นข้อพิพาททางการเมืองครั้งใหญ่ ระหว่างฝ่ายขวาประชานิยมที่หนุนแจกงบอุดหนุนให้ติดแอร์ทั่วประเทศ กับฝ่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เริ่มยอมรับ แอร์อาจเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไปท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน

ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประเทศฝรั่งเศสกำลังถูกบีบให้ต้องทบทวนทัศนคติที่มีต่อ “เครื่องปรับอากาศ” หรือที่เรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า “ลา คลีม” (La clim) ใหม่ทั้งหมด หลังจากสัปดาห์นี้ข้อถกเถียงเรื่องการติดตั้งแอร์ได้ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดในแวดวงการเมือง หลังประเทศเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงจนอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้โรงเรียนหลายพันแห่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ต่างร้องเรียนว่าสภาพอากาศในสถานพยาบาลนั้นร้อนจัดจนเกินจะรับไหว

ในปัจจุบัน ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการติดเครื่องปรับอากาศต่ำมาก โดยมีบ้านเรือนเพียง 25% เท่านั้นที่มีแอร์ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสเปนและอิตาลีที่มีอัตราการติดตั้งอยู่ที่ 50% หรือในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% แม้กระทั่งในโรงเรียนและโรงพยาบาลของฝรั่งเศสก็แทบจะไม่มีการติดตั้งแอร์เลยเช่นกัน

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้คือ ทัศนคติของนักการเมืองฝั่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ซึ่งที่ผ่านมามองว่าการเปิดแอร์คือตัวการทำลายโลก โดย มารี ตงเดอลิเยร์ ผู้นำพรรคสิ่งแวดล้อม (The Ecologists) ได้ออกมาเริ่มยอมรับข้อห้ามทางความคิดของฝั่งตัวเอง โดยยอมรับว่าโรงเรียนและโรงพยาบาลจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศแล้วในปัจจุบัน ตงเดอลิเยร์ระบุว่า “มีบางสถานที่ที่เราไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีแอร์อีกต่อไปแล้วในตอนนี้” 

การออกมาพูดเช่นนี้ถือเป็นการยอมรับความจริงที่เจ็บปวด เพราะที่ผ่านมากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศสโจมตีการใช้แอร์ว่าเป็น “ทางออกที่แย่ที่สุด” เนื่องจากเป็นเพียงการบรรเทาผลกระทบที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นตอของภาวะโลกร้อน แถมยังซ้ำเติมวิกฤตสภาพภูมิอากาศผ่านกระบวนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสารทำความเย็นที่มักจะรั่วไหล รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้า และปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนในเมือง” (Urban Heat Island) ที่คอมเพรสเซอร์แอร์จะพ่นลมร้อนออกมาสู่ท้องถนน ซึ่งผลการศึกษาชี้ว่าสามารถทำให้อุณหภูมิในเมืองพุ่งสูงขึ้นได้อีกถึง 2-3 องศาเซลเซียส

ในขณะที่ฝั่งซ้ายและรัฐบาลพยายามออกกฎเกณฑ์การก่อสร้างอาคารใหม่ให้เน้นระบบฉนวนกันความร้อนและการปลูกต้นไม้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้แอร์ จนเกิดกรณีอื้อฉาวที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งใหม่ในเมืองน็องต์ มีการติดตั้งแอร์เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของห้องพักทั้งหมด จนสหภาพแรงงานแพทย์ออกมาประท้วง ทางด้านพรรคการเมืองฝั่งขวากลับฉวยโอกาสนี้รุกคืบด้วยนโยบายประชานิยม

มารีน เลอ เปน ผู้นำพรรคขวาจัด National Rally (RN) ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำ “แผนแม่บทเครื่องปรับอากาศแห่งชาติ”  เพื่อติดตั้งแอร์ในโรงเรียนและโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ โดยโฆษกพรรคระบุว่า แผนการนี้รวมถึงการที่รัฐบาลจะสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านยูโร (ประมาณ 7.57 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 30-40 ล้านครัวเรือนในการจัดซื้อและติดตั้งแอร์ในบ้าน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ได้ออกมาโจมตีแผนของเลอ เปน ว่าเป็นเพียงการฉวยโอกาสทางการเมืองและไม่มีการคำนวณงบประมาณที่ชัดเจน พร้อมทั้งเหน็บแนมว่าพรรคขวาจัดเป็นกลุ่มสุดท้ายในประเทศที่ยอมรับความจริงเรื่องโลกร้อน ดังนั้นจึงไม่มีความน่าเชื่อถือพอที่จะมาพูดถึงการแก้ปัญหา

ความขัดแย้งนี้ยังลามไปถึงการคมนาคมขนส่ง โดย วาเลรี เปเครส ประธานสภาภูมิภาคปารีสจากพรรคฝ่ายขวากลาง ได้ออกมาวิจารณ์รัฐบาลว่าบริหารงานภายใต้ “อุดมการณ์ต่อต้านแอร์” พร้อมประกาศเป้าหมายว่าจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศบนรถบัสและรถไฟในภูมิภาคปารีสทั้งหมดให้ได้ภายในปี 2032 พร้อมโจมตีอดีตผู้บริหารจากพรรคสังคมนิยมฝ่ายซ้าย ว่าล้มเหลวและมองไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้

แม้ว่าข้อถกเถียงทางการเมืองจะยังคงดำเนินไปอย่างเผ็ดร้อน แต่ความจริงที่ชาวฝรั่งเศสต้องเผชิญในสัปดาห์นี้คือ ยอดขายแอร์เคลื่อนที่ตามห้างสรรพสินค้าพุ่งกระฉูด เนื่องจากผู้คนในอพาร์ตเมนต์ที่กำลังเผชิญกับความร้อนต่างต้องการเพียงแค่ให้ตัวเองนอนหลับได้ในตอนกลางคืน และให้บุตรหลานเรียนหนังสือได้ในตอนกลางวัน ทำให้ทุกฝ่ายเริ่มได้ข้อสรุปตรงกันในท้ายที่สุดว่า ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงจนอันตรายต่อชีวิต “การติดแอร์เพิ่มขึ้น” กลายเป็นสิ่งสะท้อนความจริงอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ของฝรั่งเศสในยุคปัจจุบัน.

ที่มา BBC

“ทรัมป์” ยื่นขอเงินด่วน 2.9 ล้านล้าน อ้างใช้ทำศึกอิหร่าน หลัง สว. เพิ่งโหวตจำกัดอำนาจทำสงคราม

"ทรัมป์" ยื่นขอเงินด่วน 2.9 ล้านล้าน อ้างใช้ทำศึกอิหร่าน หลัง สว. เพิ่งโหวตจำกัดอำนาจทำสงคราม

25 มิ.ย. 2569 13:17 น.

“ทรัมป์” ยื่นขอเงินด่วน 2.9 ล้านล้าน อ้างใช้ทำศึกอิหร่าน หลัง สว. เพิ่งโหวตจำกัดอำนาจทำสงคราม

ทำเนียบขาวภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำของบเพิ่มเติม 87,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.9 ล้านล้านบาท ต่อรัฐสภา โดยกว่า 2 ใน 3 เป็นงบด้านกลาโหมและค่าใช้จ่ายเร่งด่วนจากสงครามอิหร่าน เพียงวันเดียวหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเพื่อจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์ ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นภายในพรรครีพับลิกัน และแรงกดดันจากการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง

ทำเนียบขาวได้ส่งหนังสือคำร้องอย่างเป็นทางการไปยังนายไมก์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 87,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.92 ล้านล้านบาท) โดยเงินก้อนใหญ่ถึง 67,150 ล้านดอลลาร์  (ราว 2.24 ล้านล้านบาท) จะถูกจัดสรรให้แก่กระทรวงกลาโหมเพื่อใช้ในปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านภายใต้รหัส “ปฏิบัติการ Epic Fury” หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

งบประมาณก้อนดังกล่าวจะแบ่งเป็นค่าจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุน 21,000 ล้านดอลลาร์, ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทั่วไปและการฟื้นฟูคลังอาวุธ 17,300 ล้านดอลลาร์, และงบประมาณสำหรับโครงการลับอีก 12,100 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณราว 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยในสถานเอกอัครราชทูตและฐานทัพทางการทูตของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้ หลังจากตกเป็นเป้าโจมตีในช่วงต้นของสงคราม

คำขอนี้เผชิญกับอุปสรรคในสภาคองเกรส เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่สภานิติบัญญัติร่วมกันผ่านร่างมติ “จำกัดอำนาจในการทำสงคราม” ของประธานาธิบดี โดยระบุให้ทรัมป์ยุติการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาฝั่งรีพับลิกันบางส่วนแปรพักตร์ไปลงมติร่วมกับพรรคเดโมแครต

มีรายงานว่า ในระหว่างการร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่อาคารรัฐสภา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดฉากโต้เถียงและตะโกนใส่หน้า นายบิล คาสซิดี สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่โหวตสวนมติพรรค โดย สว.คาสซิดี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมลุกขึ้นยืนแล้วพูดใส่หน้าเขาว่า ‘คุณยังไม่ได้บอกประชาชนอเมริกันเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น’ ทีแรกบอกว่าสงครามนี้จะใช้เวลาแค่ 4 สัปดาห์ แต่นี่มันลากยาวมา 4 เดือนแล้ว และเป้าหมายแรกเริ่มของเราก็ยังไม่สำเร็จสักอย่าง”

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้ระบายความอัดอั้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยตราหน้า สว. รีพับลิกันทั้ง 4 คนที่โหวตสวนทางว่าเป็นพวก “ขี้แพ้” และยังได้กล่าวกับนายมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต ว่า สมาชิกรัฐสภาเหล่านั้น “โง่เขลาและอยากจะแพ้สงคราม”

ปัจจุบัน แม้ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่ทำเนียบขาวย้ำว่าเพนตากอนจำเป็นต้อง “สะสมอาวุธทดแทน” ส่วนที่ใช้ไป อย่างไรก็ตาม งบประมาณนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่พรรคเดโมแครตและประชาชนอย่างมาก เนื่องจากสงครามครั้งนี้ส่งผลให้ราคาอาหารและพลังงานในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “เราควรจะลดค่าครองชีพให้ประชาชนอเมริกัน ไม่ใช่มาเซ็นเช็คเปล่าใบหนาๆ ให้ทรัมป์เอาไปใช้ทำสงคราม” เช่นเดียวกับ สว. แพตตี้ เมอร์รีย์  แกนนำคณะกรรมาธิการงบประมาณที่ประกาศกร้าวว่า จะไม่มีการเป็นตรายางอนุมัติเงินอีกหลายหมื่นล้านให้กับ “สงครามหายนะที่ทรัมป์เลือกเอง” ครั้งนี้แน่นอน

คาดว่ารีพับลิกันจะต้องเจอกับอุปสรรคในการผลักดันงบประมาณนี้ให้ผ่านสภา เนื่องจากครองเสียงข้างมากเพียงปริ่มน้ำ และจำเป็นต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนจากเดโมแครตบางส่วน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ กำลังเป็นตัวบีบคั้นให้สมาชิกรัฐสภาฝั่งอนุรักษ์นิยมต้องคิดหนัก เพราะสงครามนี้ไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเลย โดยก่อนหน้านี้ นายจูลส์ เฮิรสต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเพนตากอนเผยว่า สงครามนี้ใช้เงินภาษีประชาชนไปแล้วกว่า 29,000 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นมาก

เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านร่างงบประมาณ ทำเนียบขาวได้พ่วงงบประมาณช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามเข้ามาด้วย ได้แก่ เงิน 11,100 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวอเมริกัน, 1,400 ล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตอนกลาง ไม่ให้ลามเข้าสู่สหรัฐฯ, เงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือกองทุนบำนาญของอดีตพนักงานบริษัท เดลฟาย (Delphi) เครือผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ที่ถูกตัดลดงบไปตอนวิกฤตล้มละลายเมื่อปี 2009, เงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการปรับปรุงสถานีรถไฟเพนน์สเตชันในนครนิวยอร์ก และอีก 500 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการก่อสร้างรอบๆ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ที่มา Reuters / BBC

พระสงฆ์มาเลเซียคว้าเงิน 1 ล้านริงกิต หลังธนาคารจัดแคมเปญแจกเงินลูกค้า

พระสงฆ์มาเลเซียคว้าเงิน 1 ล้านริงกิต หลังธนาคารจัดแคมเปญแจกเงินลูกค้า

25 มิ.ย. 2569 12:25 น.

พระสงฆ์มาเลเซียคว้าเงิน 1 ล้านริงกิต หลังธนาคารจัดแคมเปญแจกเงินลูกค้า

พระสงฆ์ชาวมาเลเซียวัย 73 ปีจากรัฐปีนัง กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านหลังเป็นผู้โชคดีจากโครงการของธนาคารออมทรัพย์แห่งชาติ  โดยเจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยคาดคิดว่าเงินเก็บจากอั่งเปาและเงินบริจาคจะนำโชคใหญ่ พร้อมยืนยันจะใช้เงินอย่างรอบคอบและแบ่งปันช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

พระชาน ไช เซียง พระสงฆ์วัย 73 ปี ซึ่งเกิดที่เมืองบัตเตอร์เวิร์ธ รัฐปีนัง และปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่ย่านแอร์อีตัมในรัฐปีนัง กลายเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลมูลค่า 1 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือราว 8.11 ล้านบาท จากการจับรางวัลครั้งที่ 124 ของโครงการออมทรัพย์ Sijil Simpanan Premium หรือ SSP ของธนาคารออมทรัพย์แห่งชาติ (Bank Simpanan Nasional – BSN)

พระชานเปิดเผยว่า เริ่มฝากเงินในบัญชี BSN SSP ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2025 หลังได้รับคำแนะนำจากเพื่อน โดยเริ่มต้นด้วยยอดเงินฝากประมาณ 2,000 ริงกิต และมีเป้าหมายเพียงเพื่อเก็บรักษาเงินให้ปลอดภัย ไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกรางวัล

ก่อนจะเข้าบวชในปี 1985 พระชานเคยทำงานเป็นหนุ่มโรงงานในสิงคโปร์และปีนังมาก่อน และจำพรรษาอยู่ที่วัดในแอร์อีตัมมานานกว่า 30 ปี  กล่าวว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีดวงกับการจับฉลากรางวัลใดๆ เลยในชีวิต พอโชคดีครั้งแรกก็ได้รับรางวัลใหญ่ทันที และกล่าวว่าเงินออมส่วนใหญ่มาจากเงินทำบุญ ซองอั่งเปา และเงินบริจาคจากประชาชน โดยบางส่วนได้นำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน และเก็บบางส่วนไว้ใช้ในยามจำเป็น

พระชานกล่าวระหว่างรับมอบเช็คสัญลักษณ์ที่สาขาหลักของ BSN ในรัฐปีนัง “ตอนแรกไม่เชื่อ เพราะทางธนาคารโทรมาถึงสามครั้ง คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาพบด้วยตัวเอง จึงเชื่อว่าถูกรางวัลจริง”

แม้จะได้รับเงินรางวัลจำนวนมาก แต่พระชานระบุว่าจะไม่เปลี่ยนวิถีชีวิต และยังไม่มีแผนใช้เงินในทันที โดยตั้งใจนำเงินฝากกลับเข้าธนาคารและใช้เมื่อจำเป็น พระชานกล่าวเพิ่มเติมว่า เงินจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสม “ถ้าใช้เงินอย่างถูกต้อง เราก็สามารถทำให้ตัวเองและคนอื่นมีความสุขได้ นั่นคือคุณค่าที่แท้จริง”

นอกจากนี้ พระชานยังระบุว่า จะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านค่ารักษาพยาบาล พร้อมเตือนว่าค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในปัจจุบันสูงขึ้น ทุกคนจึงควรวางแผนดูแลตัวเอง

พระชานซึ่งไม่เคยแต่งงานและไม่เคยถูกรางวัลมาก่อน กล่าวว่า เงินก้อนนี้ยังจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ 3 คน จากทั้งหมด 8 คนในครอบครัว

สำหรับแคมเปญสลากออมทรัพย์ BSN SSP ในปี 2026 นี้ จัดขึ้นภายใต้แคมเปญ “BSN SSP Jom Jadi Jutawan” (มาเป็นเศรษฐีกันเถอะ) โดยจะมีการจับรางวัลแจกเงินสด 1 ล้านริงกิตให้กับผู้โชคดีเดือนละ 1 คน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน ส่วนการจับรางวัลใหญ่รอบส่งท้ายปีในเดือนธันวาคม จะเพิ่มความพิเศษเป็นเงินสด 1 ล้านริงกิต ควบคู่กับรถยนต์หรู ปอร์เช่ มาคัน เอ็กซ์ (Porsche Macan X) อีก 1 คัน.

ที่มา New Straits Times / Malay Mail

เกาหลีใต้รวบ “ลี มัน-ฮี” ผู้นำลัทธิ “ชินชอนจี” เอี่ยวระดมสาวกแทรกแซงเลือกตั้ง

เกาหลีใต้รวบ "ลี มัน-ฮี" ผู้นำลัทธิ "ชินชอนจี" เอี่ยวระดมสาวกแทรกแซงเลือกตั้ง

25 มิ.ย. 2569 11:22 น.

เกาหลีใต้รวบ “ลี มัน-ฮี” ผู้นำลัทธิ “ชินชอนจี” เอี่ยวระดมสาวกแทรกแซงเลือกตั้ง

เกาหลีใต้สั่งจับกุมตัว “ลี มัน-ฮี” ผู้ก่อตั้งลัทธิ “ชินชอนจี” วัย 95 ปี หลังเผชิญข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง โดยถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการระดมผู้ติดตามหลายหมื่นคนสมัครสมาชิกพรรคพลังประชาชน เพื่อแทรกแซงกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้ง หวังเอื้อประโยชน์กลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมและอดีต ปธน. ยุน ซุกยอล

ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้อนุมัติหมายจับ นายลี มัน-ฮี  วัย 95 ปี ผู้ก่อตั้งและผู้นำลัทธิ “ชินชอนจี” ในข้อหาแทรกแซงการเลือกตั้งและฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งระบุห้ามไม่ให้องค์กรทางศาสนาเข้ามาข้องแวะกับการเมือง โดยศาลให้เหตุผลในการออกหมายจับในช่วงดึกว่า เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ต้องหาจะทำลายพยานหลักฐาน

ในช่วงบ่ายของวันพุธ (24 มิ.ย.) ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่ง นายลี มัน-ฮี ซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายที่ซูบผอม ต้องใช้ไม้เท้าและมีเจ้าหน้าที่โบสถ์คอยประคอง ได้เดินทางมาเข้ารับการไต่สวนคำร้องขอออกหมายจับ โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ต่อสื่อมวลชน ขณะที่ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ทางโบสถ์ชินชอนจีได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจับกุมดังกล่าว โดยระบุว่าผู้นำของตนได้ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนมาโดยตลอด พร้อมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและอายุที่มากแล้วของนายลี

คณะพนักงานสอบสวนระบุว่า นายลี มัน-ฮี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการผ่านเครือข่ายสาขาของโบสถ์ เพื่อกดดันและระดมสาวกมากกว่า 50,000 คน ให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก พรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม ในช่วงระหว่างปี 2021 ถึง 2024

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแทรกแซงและส่งอิทธิพลต่อการหยั่งเสียงเลือกตั้งภายในพรรค ทั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุน นายยุน ซุกยอล อดีตประธานาธิบดี เพื่อแลกกับการที่ลัทธิชินชอนจีจะได้รับผลประโยชน์และการคุ้มครองจากรัฐบาล รวมถึงการอนุมัติใบอนุญาตในการขยายสิ่งปลูกสร้างและอาคารของทางโบสถ์

การจับกุมผู้นำลัทธิชินชอนจีในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลสอบสวนครั้งใหญ่นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทีมอัยการและตำรวจพิเศษภายใต้รัฐบาชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การถอนรากถอนโคนความสัมพันธ์อันมิชอบระหว่างกลุ่มศาสนากับนักการเมือง ซึ่งรวมถึงกรณีของลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคีด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน นางฮัก จา ฮัน ผู้นำสูงสุดของโบสถ์แห่งความสามัคคี และภรรยาหม้ายของนายซัน มยอง มูน ผู้ก่อตั้งลัทธิ ก็ถูกจับกุมและส่งฟ้องศาลในข้อหาสั่งการให้เจ้าหน้าที่โบสถ์ติดสินบนภรรยาของนายยุน ซุกยอล และนักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมเพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจเช่นกัน ซึ่งต่อมาในเดือนเมษายน ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำนางคิม กอน-ฮี ภรรยาของอดีต ปธน.ยุน เป็นเวลา 4 ปี จากความผิดหลายข้อหารวมถึงการรับของกำนัลหรูหราจากเจ้าหน้าที่ลัทธิดังกล่าว

ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน 2025 หลังจากก่อเหตุประกาศกฎอัยการศึกระยะสั้นในเดือนธันวาคม 2024 และถูกจับกุมในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยปัจจุบันถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหากบฏ และโทษจำคุกแยกอีก 30 ปีจากข้อหาสั่งส่งโดรนบินเหนือน่านฟ้าเกาหลีเหนือเพื่อสร้างความตึงเครียดและใช้เป็นข้ออ้างประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งขณะนี้อดีตผู้นำอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์

ลัทธิชินชอนจี (Shincheonji) ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดย นายลี มัน-ฮี ชื่อของลัทธิมีความหมายว่า “ฟ้าใหม่และดินใหม่” ปัจจุบันอ้างว่ามีสาวกราว 200,000 คน โดยนายลีอ้างตนว่าเป็นผู้ส่งสารของพระเยซูหรือ “ศิษยาภิบาลแห่งพระสัญญา” ขณะที่กลุ่มชาวคริสต์กระแสหลักมักตราหน้าลัทธินี้ว่าเป็นศาสดาปลอมและเป็นลัทธิล้างสมอง ทั้งนี้ ลัทธิชินชอนจีเคยตกเป็นข่าวดังทั่วโลกในปี 2020 จากการเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกในเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ติดเชื้อในขณะนั้นมากกว่าครึ่งมีความเชื่อมโยงกับสาวกของลัทธินี้ แต่นายลีพ้นผิดในข้อหาละเมิดกฎหมายสาธารณสุขในปี 2021

ส่วนโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church) ก่อตั้งขึ้นในปี 1954 โดย นายซัน มยอง มูน ผู้ล่วงลับ ผู้อ้างตนเป็นพระเมสสิยาห์ ปัจจุบันมี นางฮัก จา ฮัน ภรรยาหม้ายเป็นผู้นำ ลัทธินี้ขยายเครือข่ายไปทั่วโลก มีสาวกหลายล้านคนและมีผลประโยชน์ทางธุรกิจมูลค่ามหาศาล โดยเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากพิธี “แต่งงานหมู่” ครั้งละหลายพันคู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวจากคนละประเทศที่ทางลัทธิจัดหาคู่ให้.

ที่มา Associated Press / Reuters

ทหารเกาหลีใต้จับ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ข้ามพรมแดนเข้าประเทศ ทางการเร่งสอบสวน

ทหารเกาหลีใต้จับ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ข้ามพรมแดนเข้าประเทศ ทางการเร่งสอบสวน

25 มิ.ย. 2569 11:19 น.

ทหารเกาหลีใต้จับ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ข้ามพรมแดนเข้าประเทศ ทางการเร่งสอบสวน

กองทัพเกาหลีใต้ควบคุมตัวทหารเกาหลีเหนือได้ 1 นาย หลังข้ามพรมแดนบริเวณแนวรบตอนกลางของคาบสมุทรเกาหลี คาดเป็นการแปรพักตร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียดและแรงจูงใจ

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า กองทัพเกาหลีใต้ได้ควบคุมตัวทหารเกาหลีเหนือ 1 นาย หลังข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งเกาหลีใต้เมื่อช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยทางกองทัพสามารถรักษาความปลอดภัยและควบคุมตัวทหารนายนี้ได้ในพื้นที่แนวรบตอนกลางของชายแดนระหว่างสองเกาหลี ก่อนส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือเส้นทางที่ใช้ข้ามพรมแดน

แม้ทางการเกาหลีใต้ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นการแปรพักตร์ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการข้ามพรมแดนครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นความพยายามหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดในโลก โดยมีรั้วลวดหนาม ทุ่นระเบิด และกำลังทหารจำนวนมากประจำการตลอดแนวชายแดน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการแปรพักตร์ของทหารเกาหลีเหนือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากมาตรการควบคุมที่เข้มงวดของรัฐบาล ขณะที่ผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือส่วนใหญ่มักเลือกเดินทางผ่านประเทศที่สาม ก่อนเข้าสู่เกาหลีใต้ในภายหลัง.

เวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกกว่า20 ครั้ง ปิดสนามบิน-หยุดเรียนทั่วประเทศ

เวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกกว่า20 ครั้ง ปิดสนามบิน-หยุดเรียนทั่วประเทศ

25 มิ.ย. 2569 11:07 น.

เวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกกว่า20 ครั้ง ปิดสนามบิน-หยุดเรียนทั่วประเทศ

รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหวรุนแรง 7.2 และ 7.5 แมกนิจูดถล่มชายฝั่งทางเหนือ เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วกว่า 20 ครั้ง สั่งปิดสนามบินหลัก หยุดรถไฟและโรงเรียนชั่วคราว

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วมากกว่า 20 ครั้ง

ทางด้านนายดิโอสดาโด กาเบโย รัฐมนตรีมหาดไทย และนายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติ ร่วมแถลงการณ์ พร้อมประกาศแต่งตั้งนายทหารระดับสูงเข้าควบคุมการปฏิบัติการรับมือภาวะฉุกเฉิน ขณะเดียวกันกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องให้ชาวเวเนซุเอลาร่วมมือและสามัคคีกันเพื่อผ่านพ้นวิกฤต

รายงานจากสำนักงานประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นแล้วมากกว่า 20 ครั้ง โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่ตามแนวชายฝั่งตอนเหนือ ได้แก่ รัฐลากวยรา  อารากัว  การาโบโบ และฟัลกอน  

รัฐบาลยังประกาศระงับการให้บริการรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นการชั่วคราว ขณะที่โรงเรียนทั่วประเทศจะปิดการเรียนการสอนตลอดช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ สนามบินนานาชาติไมเกเตีย (Maiquetía International Airport) ซึ่งเป็นประตูการบินหลักของกรุงการากัส ต้องปิดให้บริการชั่วคราว หลังบางส่วนของเพดานอาคารผู้โดยสารถล่มลงมาจากแรงสั่นสะเทือน

ก่อนหน้านี้ เวเนซุเอลาเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 7.2 แมกนิจูด ตามด้วยแผ่นดินไหวขนาด 7.5 แมกนิจูด ห่างกันเพียง 40 วินาที โดยมีศูนย์กลางใกล้เมืองซาน เฟลิเป รัฐยารากุย ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายประเทศแถบทะเลแคริบเบียน และมีการประกาศเตือนสึนามิในระยะแรก ก่อนจะยกเลิกในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ โรดริเกซขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้นำประเทศ หลังนายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดี ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อนำตัวขึ้นศาลในนครนิวยอร์กจากข้อกล่าวหาค้ายาเสพติด.

ฟิลิปปินส์สั่งแบนเกม Gorebox หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม

ฟิลิปปินส์สั่งแบนเกม Gorebox หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม

25 มิ.ย. 2569 10:14 น.

ฟิลิปปินส์สั่งแบนเกม Gorebox หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม

ทางการฟิลิปปินส์ระงับการเข้าถึงเกม Gorebox ชั่วคราว หลังพบว่าผู้ต้องสงสัยวัย 14 ปีในเหตุกราดยิงโรงเรียน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก 20 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีประวัติเคยเล่นเกมนี้ 

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ทางการฟิลิปปินส์สั่งระงับการเข้าถึงเกมมือถือ “Gorebox” เป็นการชั่วคราว หลังการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 14 ปีในเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีประวัติเล่นเกมนี้ โดยเหตุกราดยิงเกิดขึ้นที่เมืองทาโคลบัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมะนิลา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีผู้ต้องสงสัย 2 คน อายุ 14 และ 15 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงภายในห้องเรียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 20 ราย

สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์ ของฟิลิปปินส์ระบุว่า ไม่สามารถมองข้ามอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้ พร้อมชี้ว่าการระงับเกมชั่วคราวมีเป้าหมายเพื่อประเมินว่าซอฟต์แวร์นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุหรือไม่

ด้านสำนักงานสอบสวนอาชญากรรมไซเบอร์และประสานงานของรัฐบาล ระบุว่า การปิดกั้นเกมเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเหตุกราดยิงในฟิลิปปินส์ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดไม่บ่อยนัก แต่การใช้อาวุธปืนในประเทศยังคงพบได้เป็นระยะ แต่ครั้งนี้ยิ่งสร้างความสะเทือนใจ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนขณะที่นักการเมืองบางส่วนเรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนของเยาวชน

โดยเกม Gorebox เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person shooter) ที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถต่อสู้และใช้ความรุนแรงได้อย่างอิสระ โดยได้รับการจัดเรตอายุ “R18” จากองค์กรจัดเรตสากล เนื่องจากมีเนื้อหารุนแรงและไม่จำกัดรูปแบบการเล่น อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เคยระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานเชิงชัดเจนที่ยืนยันความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างวิดีโอเกมกับพฤติกรรมความรุนแรง.

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ "ดาวเคราะห์สายไหม" ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

25 มิ.ย. 2569 08:48 น.

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดยักษ์ 2 ดวง ที่มีคุณสมบัติชวนทึ่ง แม้จะมีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่กลับมีความหนาแน่นต่ำ จนได้รับฉายาว่าเป็นดาวเคราะห์ยักษ์ที่เบาราวปุยเมฆ

ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,110 ปีแสง ถูกพบโดยดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบ TESS ของนาซา ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาดาวเคราะห์ต่างระบบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  โดยเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ มีขนาดใกล้เคียงดาวพฤหัสบดี  แต่มีความหนาแน่นต่ำกว่าสายไหมหรือสำลี หรือหนาแน่นน้อยกว่าดาวพฤหัสบดีถึงประมาณ 35 เท่า

โดยจอร์จ ดรานส์ฟิลด์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และหัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผยว่า ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับก้อนโฟมโกนหนวดที่เพิ่งถูกฉีดออกจากกระป๋อง โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์เหล่านี้อาจมีองค์ประกอบหลักเป็นก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม และอาจมีสีขาวหรือสีน้ำเงิน ขึ้นอยู่กับสภาพเมฆในชั้นบรรยากาศ ไม่ได้มีสีชมพูเหมือนสายไหมตามชื่อเล่นที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องอาศัยการสังเกตเพิ่มเติมจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ขององค์การนาซา เพื่อยืนยันองค์ประกอบทางเคมีที่แท้จริง

ทั้งนี้ ดาวเคราะห์ทั้งสองโคจรรอบดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวโวแลนส์ (Volans) หรือ “กลุ่มดาวปลาบิน” ทางซีกฟ้าใต้ โดยนักวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินวิเคราะห์วงโคจรและคำนวณความหนาแน่นของดาวเคราะห์จากระยะทางกว่า 1,110 ปีแสง ( 1 ปีแสง มีระยะทางเกือบ 9.7 ล้านล้านกิโลเมตร)

ปัจจุบัน นาซายืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วเกือบ 6,300 ดวง แต่ในจำนวนนี้มีดาวเคราะห์ประเภทซูเปอร์พัฟฟ์เพียงไม่ถึง 40 ดวงเท่านั้น ทำให้ถือเป็นวัตถุท้องฟ้าหายากอย่างยิ่งในเอกภพ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์ประเภทนี้ก่อตัวขึ้นในบริเวณจานก๊าซและฝุ่นรอบดาวฤกษ์เกิดใหม่ ซึ่งมีปริมาณก๊าซมากกว่าฝุ่นจำนวนมาก ก่อนจะสูญเสียวัสดุบางส่วนออกไปในเวลาต่อมา จนเหลือดาวเคราะห์ที่มีความหนาแน่นต่ำผิดปกติ

ดรานส์ฟิลด์ระบุว่า การศึกษาดาวเคราะห์หายากเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกการก่อตัวของดาวเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น และอาจช่วยต่อจิ๊กซอว์สำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะ รวมถึงตำแหน่งของมนุษยชาติในเอกภพอันกว้างใหญ่.

ที่มา : AP

วิกฤตร้อนถล่มฝรั่งเศส ลูฟวร์-หอไอเฟลปิดเร็วกว่าปกติ หลังอุณหภูมิทุบสถิติสูงสุด 2 วันติด

วิกฤตร้อนถล่มฝรั่งเศส ลูฟวร์-หอไอเฟลปิดเร็วกว่าปกติ หลังอุณหภูมิทุบสถิติสูงสุด 2 วันติด

25 มิ.ย. 2569 08:29 น.

วิกฤตร้อนถล่มฝรั่งเศส ลูฟวร์-หอไอเฟลปิดเร็วกว่าปกติ หลังอุณหภูมิทุบสถิติสูงสุด 2 วันติด

คลื่นความร้อนรุนแรง ส่งผลให้ลูฟวร์-หอไอเฟลในกรุงปารีสต้องปรับลดเวลาให้บริการ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติของประเทศอย่างต่อเนื่อง

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก ประกาศปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ ขณะที่หอไอเฟล ปิดไม่ให้ขึ้นชมบริเวณชั้นบน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดที่ยังคงปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

การปิดให้บริการก่อนเวลาสร้างความวุ่นวายให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย โดยหลายคนต้องเร่งปรับแผนการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนหนาแน่นที่สุดของปี

แอนนา ฟอร์สเกรน นักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ปิดเผยว่า เธอเฝ้ารอมาเป็นเวลากว่า 35 ปี เพื่อจะได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และเกือบพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้ ยังดีที่เธอได้เข้าไปก่อนที่พิพิธภัณฑ์จะปิด อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ แต่บางส่วนของพิพิธภัณฑ์ก็ถูกปิดเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส หรือ เมเตโอ ฟรองซ์ระบุว่า ฝรั่งเศสเพิ่งทำสถิติวันที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยดัชนีความร้อนเฉลี่ยระดับประเทศ ซึ่งคำนวณจากสถานีตรวจวัดอากาศ 30 แห่งทั่วประเทศ แตะระดับ 30 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมอีกครั้ง นับเป็นหนึ่งในหลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดที่ถูกทำลายในช่วงคลื่นความร้อนรอบนี้

นอกจากผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแล้ว ทางการฝรั่งเศสยังออกคำเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงเล่นน้ำตามแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำราว 40 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหลายกรณีเกิดขึ้นระหว่างการพยายามคลายร้อนจากสภาพอากาศที่รุนแรงผิดปกติ

คลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตประจำวันในฝรั่งเศสและหลายประเทศทั่วยุโรป ทั้งการปิดโรงเรียน การปรับตารางเดินรถ และการลดเวลาเปิดให้บริการของสถานที่สำคัญหลายแห่ง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้งขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี.

ที่มา : Reuters

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าทางตอนเหนือของญี่ปุ่น รถไฟชินคันเซนหยุดวิ่ง เตือนเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าทางตอนเหนือของญี่ปุ่น รถไฟชินคันเซนหยุดวิ่ง เตือนเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

25 มิ.ย. 2569 08:26 น.

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าทางตอนเหนือของญี่ปุ่น รถไฟชินคันเซนหยุดวิ่ง เตือนเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ของญี่ปุ่น ทางการเตือนอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อก ขณะที่รถไฟชินคันเซ็นบางส่วนระงับให้บริการ แต่ยังไม่พบความผิดปกติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่  บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของจังหวัดอาโอโมริ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด  

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลตามแนวชายฝั่ง แต่ไม่มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ด้านบริษัทผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮิงาชิโดริ ในจังหวัดอาโอโมริ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอนางาวะ  ในจังหวัดมิยางิ เปิดเผยว่า ยังไม่พบความผิดปกติภายในโรงงาน และระดับรังสีรอบโรงไฟฟ้ายังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะที่การคนาคมได้รับผลกระทบ โดยผู้ให้บริการรถไฟชินคันเซ็น สายโทโฮคุ ประกาศระงับการเดินรถระหว่างสถานีโตเกียวและสถานีอาโอโมริ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของเส้เนทาง ส่วนรถไฟชินคันเซ็นสายอาคิตะ ได้หยุดให้บริการระหว่างสถานีโมริโอกะและสถานีอาคิตะเป็นการชั่วคราวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา  NHK