ไต้หวันเล็งเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 อีก 16% เสริมความแข็งแกร่งกองทัพ

ไต้หวันเล็งเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 อีก 16% เสริมความแข็งแกร่งกองทัพ

10 ส.ค. 2569 00:14 น.

ไต้หวันเล็งเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 อีก 16% เสริมความแข็งแกร่งกองทัพ

คณะรัฐมนตรีไต้หวันเตรียมเสนอเพิ่มงบประมาณกลาโหมปี 2570 อีก 16% เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของกองทัพ ท่ามกลางแรงกดดันจากประเทศจีนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 ส.ค. 2569 ว่า คณะรัฐมนตรีไต้หวันเตรียมเสนอปรับเพิ่มงบประมาณด้านการกลาโหมประจำปี 2570 ถึง 16% ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณดังกล่าวทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 1 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก ในขณะที่ไทเปกำลังเร่งเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพเพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่จีน ซึ่งมองว่าไต้หวันที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง เพิ่มแรงกดดันทางการทหารและการเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่ออ้างสิทธิ์เหนือดินแดน ขณะที่ฝ่ายไทเปปฏิเสธอย่างรุนแรงมาตลอด

ถึงแม้ว่าไต้หวันจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ แต่หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง เขาก็กดดันให้ไต้หวันเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันตนเองด้วยเช่นกัน เพื่อรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

สื่อของไต้หวันระบุว่า ในร่างงบประมาณที่เสนอมากกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันที่ 20 ส.ค.นี้นั้น รวมงบประมาณสำหรับหน่วยยามฝั่ง, ทหารผ่านศึก และโครงการพิเศษต่างๆ และจะมีสัดส่วนเกิน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

รายงานระบุเสริมว่า ตัวเลขโดยละเอียดกำลังรอสรุปในการประชุมคณะรัฐมนตรีรอบสุดท้าย

ทั้งนี้ รัฐบาลไต้หวันกำหนดให้การปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยเป็นหนึ่งในแนวนโยบายหลัก และได้ให้คำมั่นหลายครั้งว่า จะทุ่มงบประมาณในการป้องกันประเทศมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเรือดำน้ำที่ผลิตเอง อันเป็นผลจากภัยคุกคามจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

จีนเพิ่มแรงกดดันไต้หวันด้วยการ ส่งเรือของกองทัพออกลาดตระเวนรอบเกาะไต้หวันเกือบทุกวัน และมีการซ้อมรบเป็นระยะ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568

นอกจากนี้ จีนยังเร่งปรับปรุงกองทัพของตนให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ เครื่องบินขับไล่ล่องหน และขีปนาวุธ โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนประกาศปรับเพิ่มงบประมาณด้านการกลาโหมในปีนี้ขึ้นอีก 7% เป็น 1.91 ล้านล้านหยวน หรือราว 9.34 ล้านล้านบาท

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ญี่ปุ่นรำลึก 81 ปี ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มนางาซากิ ไว้อาลัยเหยื่อปรมาณู

ญี่ปุ่นรำลึก 81 ปี ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มนางาซากิ ไว้อาลัยเหยื่อปรมาณู

9 ส.ค. 2569 23:11 น.

ญี่ปุ่นรำลึก 81 ปี ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มนางาซากิ ไว้อาลัยเหยื่อปรมาณู

ญี่ปุ่นร่วมรำลึกวันครบรอบ 81 ปี สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่เมืองนางาซากิ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชูหลักการไม่ข้องแวะอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 ชาวญี่ปุ่นร่วมพิธีรำลึกประจำปี เนื่องในวันครบรอบ 81 ปี หลังจากสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูลงที่เมืองนางาซากิ ในช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนายกเทศมนตรีของเมืองกล่าวว่า อาวุธนิวเคลียร์ไม่อาจคงอยู่ร่วมกับมนุษยชาติได้

ชาวเมืองนางาซากิสงบนิ่งเพื่อร่วมไว้อาลัยในเวลา 11:02 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งใส่เมืองเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2485 โดยคาดกันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 73,000 คนภายในสิ้นปีนั้น ขณะที่ผู้รอดชีวิตจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งและโรคร้ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับกัมมันตภาพรังสี

นายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ซานาเอะ พร้อมด้วยตัวแทนจาก 98 ประเทศได้เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย

โดยนายซูซูกิ ชิโระ นายกเทศมนตรีเมืองนางาซากิ ได้วางรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูฉบับปรับปรุงใหม่ ณ อนุสรณ์สถาน โดยรายชื่อดังกล่าวมีผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมด 204,708 ราย ซึ่งรวมถึงอีก 2,773 คนที่เสียชีวิตหรือได้รับการยืนยันการเสียชีวิตในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ในคำแถลงการณ์ นายกเทศมนตรีซูซูกิได้อ้างถึงประสบการณ์ของ นายโยชิดะ คัตสึจิ ผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว โดยนายโยชิดะขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสันติภาพอย่างต่อเนื่องหลายปี แม้จะได้รับบาดเจ็บจากแผลไหม้ที่ใบหน้าก็ตาม

นายกเทศมนตรีกล่าวว่า “สันติภาพเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราเห็นอกเห็นใจในความเจ็บปวดของผู้อื่น” นี่คือสิ่งที่นายโยชิดะมักจะพูดทุกครั้งที่เขาแบ่งปันประสบการณ์การรอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูให้ผู้อื่นฟัง การเห็นอกเห็นใจในมุมมองและความทุกข์ทรมานของผู้อื่น รวมถึงการพยายามเข้าใจซึ่งกันและกัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและความขัดแย้ง

จากนั้น นางโมโตมุระ จิโยโกะ ผู้ซึ่งได้รับรังสีและแรงระเบิดขณะมีอายุได้เพียง 6 ขวบ ได้เป็นตัวแทนของผู้รอดชีวิตในการกล่าว “คำปฏิญาณเพื่อสันติภาพ”

เธอกล่าวว่า “ดิฉันเชื่อว่าสันติภาพหมายถึงการปกป้องชีวิต และชีวิตควรได้รับการปกป้องเหนือสิ่งอื่นใด ดิฉันจะใช้ชีวิตช่วงที่เหลือต่อจากนี้ส่งเสียงเพื่อสันติภาพต่อไป และอธิษฐานไม่ให้สงครามเกิดขึ้นอีก นี่คือคำปฏิญาณของดิฉันต่อดวงวิญญาณทุกดวงที่สถิต อยู่ ณ เนินเขาแห่งนี้ ซึ่งต้องดับสูญไปในชั่วพริบตาจากระเบิดปรมาณู”

นายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ซานาเอะ ก็กล่าวสุนทรพจน์ด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า “ญี่ปุ่นยึดมั่นในหลักการไม่ข้องแวะกับอาวุธนิวเคลียร์ 3 ประการ (Three Non-Nuclear Principles) อย่างเคร่งครัด ภายใต้คำปฏิญาณที่จะ ‘ทำให้นางาซากิเป็นสถานที่สุดท้ายที่ต้องทุกข์ทรมานจากระเบิดปรมาณู’ และในฐานะภารกิจของ ‘ประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณูในช่วงสงคราม’ ”

“เราจะใช้ความพยายามอย่างเป็นรูปธรรมและลงมือทำได้จริง เพื่อนำพาไปสู่โลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nhk

อิสราเอลปฏิเสธ แผนสันติภาพกาซาของทรัมป์ ลั่นถอนทหารเมื่อฮามาสปลดอาวุธ

อิสราเอลปฏิเสธ แผนสันติภาพกาซาของทรัมป์ ลั่นถอนทหารเมื่อฮามาสปลดอาวุธ

9 ส.ค. 2569 21:50 น.

อิสราเอลปฏิเสธ แผนสันติภาพกาซาของทรัมป์ ลั่นถอนทหารเมื่อฮามาสปลดอาวุธ

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยัน ไม่ยอมรับแผนสันติภาพกาซา 15 ข้อของโดนัลด์ ทรัมป์ และย้ำว่าจะไม่มีการถอนทหารออกจากดินแดนนี้ จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกปลดอาวุธอย่างแท้จริง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกมาปฏิเสธแผนสันติภาพกาซา 15 ข้อ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยระบุว่า จะไม่มีการถอนกำลังทหารใดๆ จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกปลดอาวุธอย่าง “แท้จริง”

“อิสราเอลปฏิเสธเอกสาร 15 ข้อนี้” เนทันยาฮูกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี และเสริมว่า กองทัพอิสราเอล “จะไม่ทำการถอนกำลังใดๆ จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกปลดอาวุธอย่างแท้จริง และจะยังคงเดินหน้ายับยั้งภัยคุกคามต่อกองกำลังและพลเมืองของเราต่อไป”

เขากล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการต่อไป “พวกเขามีแนวคิดหลายอย่าง บางส่วนเรารับได้ และบางส่วนเรารับไม่ได้ ซึ่งเรารู้ดีว่าจะยืนหยัดในจุดยืนของเราเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร”

ทั้งนี้ คณะกรรมการแห่งสันติภาพ (Board of Peace) ของทรัมป์ เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า บรรลุข้อตกลงในการ “ปลดอาวุธโดยสมบูรณ์” ของกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในกาซาแล้ว ซึ่งทรัมป์ยกย่องว่าเป็น “ก้าวสำคัญสู่สันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืน” ที่ฮามาสยอมรับแผนการปลดอาวุธ

แผนดังกล่าวรวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการแห่งสันติภาพขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อตกลง ตลอดจนการปลดอาวุธของกลุ่มฮามาส การถอนกำลังทหารของอิสราเอล และการฟื้นฟูกาซา

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสระบุว่าการส่งมอบอาวุธหนักนั้น ขึ้นอยู่กับว่าอิสราเอลจะต้องยุติ “การก้าวร้าวในทุกรูปแบบ” และถอนกำลังทหารออกจากกาซาเสียก่อน

แต่ฝ่ายอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกาซาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงหยุดยิง “ระยะแรก” ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อเดือนตุลาคม 2568

นักวิเคราะห์มองว่า เป็นเรื่องยากที่เนทันยาฮูจะยอมอ่อนข้อในเรื่องแผนการนี้ เนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญของอิสราเอลเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ในขณะที่เนทันยาฮูเผชิญกับเสียงเรียกร้องจากพันธมิตรฝ่ายขวาจัด ให้มีการลงมติในคณะรัฐมนตรีรอบใหม่เพื่อยุติแผนการ 15 ข้อนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อนุทิน ยังไม่บิน F-16 ทอ.แจงเหตุผล ยันตรวจเยี่ยมกองบิน 1 – ฟังบรรยายสรุป

อนุทิน ยังไม่บิน F-16 ทอ.แจงเหตุผล ยันตรวจเยี่ยมกองบิน 1 - ฟังบรรยายสรุป

อนุทิน ยังไม่บิน F-16 ทอ.แจงเหตุผล ยันตรวจเยี่ยมกองบิน 1 – ฟังบรรยายสรุป

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.03 น.

10 สิงหาคม 2569 ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับการที่กองทัพอากาศ (ทอ.) มีแนวคิดเชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักบิน ร่วมทำการบินกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20/ก (F-16) เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงและเข้าใจถึงขีดความสามารถของกองทัพอากาศนั้น

กองทัพอากาศ ขอเรียนว่า ในการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จ.นครราชสีมา ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีจะยังไม่ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 เนื่องจากการทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศ จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการบินอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพและความพร้อมทางการแพทย์ การเข้ารับการฝึกในห้องปรับสภาพความกดอากาศ (Altitude Chamber) ตลอดจนการฝึกและทดสอบขั้นตอนการสละอากาศยาน (Ejection Training) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่ก่อนการตรวจเยี่ยมในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จึงยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าวได้ครบถ้วน กองทัพอากาศจึงเห็นว่า ความปลอดภัยต้องเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับนักบินของกองทัพอากาศ

อย่างไรก็ตาม ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และภารกิจของกองทัพอากาศ รวมถึงขีดความสามารถและบทบาทของเครื่องบินขับไล่ F-16 ตลอดจนพบปะพูดคุยและให้กำลังใจนักบิน เจ้าหน้าที่ และกำลังพลของกองบิน 1 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการรับทราบภารกิจ การเตรียมความพร้อม และการปฏิบัติงานของกำลังพลจากประสบการณ์ตรง

กองทัพอากาศ ขอย้ำว่า การที่นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสร่วมทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ในอนาคต หากมีความเหมาะสม จะต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและกระบวนการฝึกที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเที่ยวบินหรือเพิ่มชั่วโมงบินเป็นกรณีพิเศษ และจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการเพิ่มภาระหรืองบประมาณของทางราชการโดยไม่จำเป็น

กองทัพอากาศ เห็นว่า การได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง ย่อมช่วยให้ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจด้านความมั่นคง สามารถเข้าใจถึงขีดความสามารถ ข้อจำกัด และความพร้อมของกำลังทางอากาศได้อย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัย ความเป็นมืออาชีพ และมาตรฐานสากล และทุกกิจกรรมจะดำเนินการภายใต้หลักการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

จุลพันธ์ ยันคำสั่งศาลปกครอง ไม่กระทบวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำไม่ได้เลื่อนแต่แรก

จุลพันธ์ ยันคำสั่งศาลปกครอง ไม่กระทบวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำไม่ได้เลื่อนแต่แรก

จุลพันธ์ ยันคำสั่งศาลปกครอง ไม่กระทบวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำไม่ได้เลื่อนแต่แรก

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.38 น.

จุลพันธ์ ยันคำสั่งศาลปกครอง ไม่กระทบวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำไม่ได้เลื่อนแต่แรก เดินหน้าตามแผนทุกขั้นตอนรัดกุม-โปร่งใส

10 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยถึงกรณีคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครอง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อกระบวนการเตรียมการและกำหนดวันออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) แต่อย่างใด เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ได้มีมติเลื่อนการเลือกตั้งมาตั้งแต่แรก

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า สำหรับสาเหตุจากคำสั่งทุเลาในรอบแรก เป็นเพียงการทุเลาการบังคับใช้ประกาศข้อ 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ประกันตนและนายจ้าง ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ชะลอไว้เฉพาะขั้นตอนดังกล่าวเพื่อรอความชัดเจนทางกฎหมายเท่านั้น ส่วนการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งด้านอื่นๆ ทั้งหมดยังคงเดินหน้าปฏิบัติตามแผนงานปกติ

ส่วนขั้นตอนการอุทธรณ์คำสั่งทุเลาครั้งแรก ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อศาลปกครองมีคำวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ จะมีแนวทางและวิธีการที่ชัดเจนซึ่งช่วยให้สำนักงานประกันสังคมสามารถเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไปได้อย่างราบรื่น

นายจุลพันธ์ กล่าวเน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญสำหรับตนและกระทรวงแรงงานในวันนี้ ไม่ใช่แค่การจัดเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นไป แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส ทุกฝ่ายให้การยอมรับ และมีความรัดกุมจนไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมายให้ใครนำมาใช้ร้องเรียนในภายหลัง จนอาจส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะหรือต้องมานับหนึ่งจัดใหม่ทั้งหมด

“การทำงานบริหารราชการแผ่นดินและการปกป้องสิทธิของผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน ต้องอาศัยความรอบคอบและมองไปถึงผลกระทบที่จะตามมา ไม่ใช่มองแค่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าหรือทำตามกระแสจนเสี่ยงทำให้ระบบเสียหาย จึงขอให้พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างมั่นใจว่า ทุกขั้นตอนกำลังดำเนินไปเพื่อให้ได้บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ที่มาจากความถูกต้องและชอบธรรมสูงสุด” นายจุลพันธ์ กล่าว

ผู้ว่าฯ นนทบุรีสั่งตั้งด่านค้นอาวุธ ย้ำปมยิงเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวการเมือง

ผู้ว่าฯ นนทบุรีสั่งตั้งด่านค้นอาวุธ ย้ำปมยิงเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวการเมือง

ผู้ว่าฯ นนทบุรีสั่งตั้งด่านค้นอาวุธ ย้ำปมยิงเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวการเมือง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.40 น.

เวลา 16.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงกรณีการเข้มมาตรการ หลังเกิดเหตุ อุกฉกรรจ์ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ทั้งเหตุยิงในโรงเรียนและในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.) นนทบุรี ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีว่า จะต้องมีการเข้มข้นเรื่องอาวุธ และเพิ่มมาตรการเรื่องการตั้งด่านให้มีความเข้มข้นมากขึ้น 

เมื่อถามว่า แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี จะต้องมีความเข้มงวดในการเข้าออกพื้นที่หรือไม่ นายเชษฐา ยอมรับว่าจะต้องมีการเข้มงวดเรื่องมาตรการ ตามคําสั่งการของนายกรัฐมนตรี 

เมื่อถามต่อว่า เมื่อนายกอบจ. เสียชีวิตลงจะต้องมีการเลือกใหม่ เพื่อทดแทนหรือไม่ นายเชษฐา กล่าวว่า เดี๋ยวก็ต้องมี ซึ่งต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากนายกอบจ. เสียชีวิตลง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องเป็นคนดําเนินการต่อไป 

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องของผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่ นายเชษฐา กล่าวว่า เท่าที่ทราบ เรื่องคดี เป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัว แต่ขอรอเจ้าหน้าที่ตํารวจสืบสวน เดินจากในเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัวไม่ใช่เรื่องทางการเมือง

ภูมิใจไทย เผย ฉลอง เรี่ยวแรง ลาออกจากพรรคตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567

ภูมิใจไทย เผย ฉลอง เรี่ยวแรง ลาออกจากพรรคตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567

ภูมิใจไทย เผย ฉลอง เรี่ยวแรง ลาออกจากพรรคตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.30 น.

10 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เสียชีวิตนั้น ล่าสุด น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า นายฉลอง ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยหนังสือลาออก ลงวันที่ 27 พ.ค.67

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉลอง เคยลงสมัครรับการเลือกตั้ง สส.นนทบุรี ในนามพรรคภูมิใจไทย ในปี 2566 แต่สอบตก ซึ่งที่ผ่านมา นายฉลอง เคยดำรงตำแหน่ง สส.ในนามพรรคเพื่อไทย (พท.) ล่าสุดมีรายงานว่า นายฉลอง เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

นายกฯ สั่งจัดการเด็ดขาด ฉลอง เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์-สะเทือนขวัญ ติง ตร.ปล่อยผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์-ไม่ใส่กุญแจมือ

นายกฯ สั่งจัดการเด็ดขาด ฉลอง เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์-สะเทือนขวัญ ติง ตร.ปล่อยผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์-ไม่ใส่กุญแจมือ

นายกฯ สั่งจัดการเด็ดขาด ฉลอง เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์-สะเทือนขวัญ ติง ตร.ปล่อยผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์-ไม่ใส่กุญแจมือ

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.19 น.

“นายกฯ”คุย”ผวจ.นนทบุรี-ผบก.ภ.จว.นนทบุรี” สั่งจัดการเด็ดขาด”ฉลอง” เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์-สะเทือนขวัญ กำชับ”ผบ.ตร.”ติง ตร.ท้องที่นนทบุรี หลังปล่อยผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์ชิวๆ-ไม่ใส่กุญแจมือ

10 สิงหาคม 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภายหลังเสร็จสิ้นเป็นประธานเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ได้เดินเข้าห้องรับรอง
พร้อมด้วยรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) รับฟังรายงานความคืบหน้า การดำเนินคดี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ว่า ตนได้กำชับ ผวจ.นนทบุรี และ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเฉียบขาดและเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าคนร้ายจะมีสถานะใดก็ตาม เพราะตอนนี้สถานะของเขาชัดเจนแล้ว คือคนร้าย คือฆาตกร คนที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต คนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉะนั้น การที่จะให้ความสำคัญหรืออำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องไม่มี ตนได้กำชับชัดเจนไปแล้ว โดย ผวจ.นนทบุรี และ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี จะไปเร่งดำเนินการกับโรงพักในท้องที่

เมื่อถามว่า มีการรายงานหรือไม่ว่าแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุเกิดจากอะไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน แต่ตนเห็นว่าคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ และทำลายขวัญประชาชน ซึ่งคนที่กระทำความผิดยังไม่ถูกสวมใส่กุญแจมือ ยังสามารถมาให้ข่าวได้ และทำเหมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติได้ อย่างนี้ไม่ใช่ ซึ่งตนได้แจ้งไปยัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งท่านก็บอกว่าได้ตำหนิไปแล้ว และจะสั่งการให้ดำเนินการตามรูปคดีต่อไป ซึ่งตนก็ได้แจ้งย้ำให้ ผบ.ตร.เร่งดำเนินการโดยเร็ว

“ภาพมันออกไปข้างนอกเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเพิ่งไปยิงคนตายมา แล้วยังมานั่งแถลงข่าว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ได้หรอกครับ เพราะความผิดมันเกิดแล้ว เขาพกพาอาวุธปืน และเรื่องนี้เราห้ามอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีใบครอบครองการพกปืน แต่ไม่มีใบพกปืน เพราะประเทศไทยไม่มีแล้ว ใครถือใบพกปืนถือว่าหมดอายุหมดแล้ว เพราะต้องต่ออายุทุกปี ใบล่าสุดที่ออกสิ้นปี 2566 และต้นปี 2567 ฉะนั้น ตอนนี้มันเกินหมดแล้ว ใครพกปืนตอนนี้ ท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าท่านทำผิดกฏหมายเรียบร้อยแล้ว” นายกฯ กล่าวว่า

เมื่อถามย้ำว่า ถือเป็นการไม่ไว้หน้าเจ้ากระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เพราะเราก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้แล้วว่าห้ามมีการพกปืน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเหตุผลเราไม่ทราบ แต่ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการ ออกกฏหมาย หรือแก้กฎหมายใหม่ เกี่ยวกับเรื่องของการพกพาวุธปืนให้ชัดเจน ต้องไม่มีข้อยกเว้น ถ้าเรื่องปืนสวัสดิการตอนนี้ก็คงหยุดก่อน ไม่ต้องเสนอขึ้นมา ยังไงตนก็ไม่อนุมัติ

เมื่อถามอีกว่า พรรคภูมิใจไทยได้เช็กแล้วหรือยังว่านายฉลอง ลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้สนใจตรงนั้น เพราะเขาไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจใดๆ ของพรรค ถ้าเขาเป็นสมาชิกพรรค อันนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ และสิทธิ์ของเขาในระบอบประชาธิปไตย เราไปยุ่งอะไรกับเขาไม่ได้ วันนี้มีสภาพเป็นเช่นนี้ สมาชิกภาพอาจจะหมดไปโดยอัตโนมัติก็ได้ เพราะมันคงมีกฎเกณฑ์ที่เขียนอยู่ ว่าสมาชิกพรรคต้องไม่ ต้องคดีใดๆ และต้องไม่ก่อเหตุใดๆ ที่เป็นเรื่องของการผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผวจ.ภูเก็ต และ ผวจ.ที่มาร่วมงานโอทอป ได้มารายงานตัวกับนายกฯ โดยก่อนนายกฯ เดินทางกลับ ได้กล่าวกำชับให้มีการตั้งด่านตรวจจับอาวุธ ในระดับอำเภอทั่วประเทศ และใครมีอาวุธปืนถือว่าผิดกฎหมายหมด ดำเนินคดีและจับให้หมด

กปช.จต.พร้อมรับมือชายแดน! ผอ.JIC ยันไม่กังวลกัมพูชาใช้อาวุธจีน ชี้หากมีภัยคุกคามจัดการทันที

กปช.จต.พร้อมรับมือชายแดน! ผอ.JIC ยันไม่กังวลกัมพูชาใช้อาวุธจีน ชี้หากมีภัยคุกคามจัดการทันที

กปช.จต.พร้อมรับมือชายแดน! ผอ.JIC ยันไม่กังวลกัมพูชาใช้อาวุธจีน ชี้หากมีภัยคุกคามจัดการทันที

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

ผอ.ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา ยกคณะลงพื้นที่ กปช.จต. ลั่น อาวุธจีน ใช้หรือไม่ใช้ เราพร้อม เปรียบ คนถือปืน ขึ้นลำกล้อง ไม่ปล่อยให้ยิง ต้องจัดการก่อน

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.)บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแบะกำลังใจเจ้าหน้าที่

โดยมี นาวาโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม , พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ,  นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ

โดยมี พล.ร.ต.อุดม กุลศิริปัญโญ เสนาธิการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (เสธ.กปช.จต.) ให้การต้อนรับ

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือสร้างถนนในห้วงที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวก กปช.จต.ดูแลความปลอดภัยประชาชน ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเขา และไม่ได้มีงบประมาณในการทำถนนขอส่งสัญญาณไปยังผู้ที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม จังหวัด ถ้ารีบดำเนินการได้ถือเป็นเรื่องดีเนื่องจากพื้นที่ประกาศกฤอัยการศึก สามารถแจ้งให้กรมป่าไม้ทราบและเดินหน้าทำถนนตรวจการ ดูแลความปลอดภัยประชาชนและ กปชต.ด้วย 

เมื่อถามถึงกรณี จีนบอกกับไทยว่า สั่งห้ามกัมพูชา ใช้อาวุธที่จีนส่งให้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ ไปบอกกัมพูชาไม่ได้ห้าม

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า  ไม่เป็นไร จะใช้ ไม่ใช้ก็แล้วแต่ เราพร้อม เพราะเขามาพูดกับเราว่า ไม่ให้ใช้ แต่เข้าใจได้ว่าแต่ละคนอยู่ประเทศไหน พูดเอาใจประเทศนั้น เพื่อให้เขาทำงานในหน้าที่ตัวเองได้มากมาย แต่ไม่ต้องกลัว เราพร้อม ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ ตนพูดกับกองกำลังป้องกันชายแดนเสมอขอให้มั่นใจว่ากองทัพไทยพร้อมปกป้อง พร้อมดูแล อะไรก็ตามมีแนวโน้ม มีสิ่งบ่งชี้ทำร้ายคนไทย ทหารไทย เราพร้อมดำเนินการก่อนแน่นอน เพื่อหยุดยั้งตรงนั้น

” เสธ กปช.จต.คุยกับผมว่า มีคนชักปืนขึ้นลำกล้องเรียบร้อย ต้องรอให้เขายิงเราก่อนหรือไม่ เราถึงจะยิงตอบโต้ได้ ท่านบอกว่า ไม่ หากมีอะไรภัยคุกคามเราจัดการก่อนแน่นอน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

ด้าน พล.ร.ต.อุดม ย้ำว่า กปช.จต.มีความพร้อมที่จะรักษาอธิปไตยของชาติและจะดูแลพื้นที่ตามข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้ จนกว่าจะมีการประชุมกรรมธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) และชี้แนวเส้นเขตแดนว่าอธิปไตยของแต่ละฝ่ายอยู่ในพื้นที่ใด

กต.เตรียมประท้วง รายงาน ทอม แอนดรูวส์ บิดเบือนชายแดนไทย-กัมพูชา ตอก!พฤติกรรมไม่ให้เกียรติตำแหน่ง

กต.เตรียมประท้วง รายงาน ทอม แอนดรูวส์ บิดเบือนชายแดนไทย-กัมพูชา ตอก!พฤติกรรมไม่ให้เกียรติตำแหน่ง

กต.เตรียมประท้วง รายงาน ทอม แอนดรูวส์ บิดเบือนชายแดนไทย-กัมพูชา ตอก!พฤติกรรมไม่ให้เกียรติตำแหน่ง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.

กต.เตรียมประท้วง รายงาน”ทอม แอนดรูวส์” บิดเบือนชายแดนไทย-กัมพูชา หากเสนอเข้าสู่เวทียูเอ็น มั่นใจ”ไทย”ไม่เสียเปรียบ ตอก!พฤติกรรมไม่ให้เกียรติตำแหน่ง ควรเป็นที่พึ่งประชาคมระหว่างประเทศ ด้าน”พล.อ.อ.ประภาส”ซัด”กัมพูชา”ขยายผลโจมตีไทยหลายประเด็น

10 สิงหาคม 2569 นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวภายหลังร่วมคณะลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี ร่วมกับ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ว่า กระทรวงต่างประเทศลงพื้นที่ต่อเนื่องเก็บข้อมูลสะท้อนให้ประชาคมระหว่างประเทศรับทราบข้อเท็จจริง ตอนนี้มีข่าวปั่นกัมพูชาออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่า ข่าวปั่นสู้ข้อเท็จจริงไม่ได้ และกระทรวงต่างประเทศจะทำหน้าที่ชี้แจงไปเรื่อยๆ ทุกเวทีที่มีความจำเป็น

“กต.จะเก็บทุกเม็ดทุกรายละเอียดที่จะใช้ชี้แจงสื่อต่างประเทศ เวทีระหว่างประเทศ รวมถึงการพบปะประเทศพันธมิตรแบบทวิภาคี เราจะมีการท่ายทอดเล่าให้เขาฟังเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริง” นางมาระตี กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีมีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (UN) นายทอม แอนดรูวส์ (Tom Andrews) ทำรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN) ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา บิดเบือนข้อมูลเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา จะทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบหรือไม่ นางมาระตี กล่าวว่า ไม่ คนดังกล่าวเป็นเพียงผู้แทนพิเศษ เป็นกลไกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน เป็น 1 ใน 40 กว่าคน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญออกรายงานตามความคิดของตัวเอง ไม่ได้เป็นรายงานของสหประชาชาติแต่อย่างใด และยังไม่มีการนำเสนอเข้าเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แต่หากมีการเสนอ ประเทศไทยซึ่งอยู่ในเวทีนั้นจะทักท้วงชี้แจงชัดเจน

พร้อมย้ำว่า เป็นสิ่งไม่ควรจะเกิดเพราะเขาทำนอกขอบเขต หน้าที่ที่แท้จริงของเขาติดตามสถานการณ์ด้านมนุษยชนในกัมพูชาไม่ควรพาดพิงประเทศที่สาม และเป็นข้อมูลที่ผิด ทั้งๆที่ประเทศไทยได้ส่งข้อมูลเป็นเอกสารประมาณ40 หน้า และเป็นที่บันทึกไว้ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนไว้ด้วย เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้แต่เลือกที่จะไม่เข้าถึง ส่วนกรณีที่อ้างว่าส่งให้ไทยแล้ว 2 วัน แบบอีเมลล์และแบบร่าง โดยไม่ชี้แจงอะไรทั้งสิ้นว่าจะออกรายงาน เผยแพร่เมื่อไหร่ เมื่อฝ่ายไทยสอบถามไป ก็ไม่ได้รับการชี้แจงใด

“เป็นการทำงานที่ไม่ให้เกียรติกับตำแหน่งสำคัญที่ควรเป็นที่พึ่งของประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งเขาควรติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาว่า ปัญหาการปราบปรามกำจัดเสรีภาพในการแสดงออกมีวิธีแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่มาพาดพิงประเทศที่สาม ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิง” นางมาระตี กล่าว

ด้าน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวเสริม สิ่งเหล่านี้กัมพูชาหยิบไปขยายผลโฆษณาชวนเชื่อว่าประเทศไทยต่อต้านไม่เชื่อยูเอ็น ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงบทวิเคราะห์ไม่ใช่เอกสารความเห็นยูเอ็น แต่กัมพูชาเอาไปขยายผลโจมตีประเทศไทยหลายประเด็น อยากบอกคนไทยให้ฟังผ่านๆ เหมือนเราฟังเรื่องตลก เพราะเรายึดข้อเท็จจริง สิ่งที่ถูกต้องคืออะไร

พล.อ.อ.ประภาส ระบุอีกว่า กองทัพจะสนับสนุนข้อมูล หลักฐานให้กระทรวงต่างประเทศ เช่น คลิป ภาพ การดำเนินการเป้าหมายทหาร ไม่มีเป้าหมายพลเรือน แต่ในขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชาใช้ระเบิดดักรถถังที่ใหญ่มากและโชคดีที่การปะทะที่ผ่านมาเราได้ควบคุมพื้นที่ไว้ ไม่ได้รุกเข้าไปซึ่งอันตรายมาก มีระเบิดแสวงเครื่อง เป็นความโหดร้าย เพราะหากประชาชนหรือทหารมาโดนจะเสียชีวิต

พร้อมย้ำว่า ยึดถ้อยแถลงร่วม 27 ธ.ค.68 ซึ่งในนั้นระบุไว้ชัดเจน ไม่มียั่วยุ ทำทุกอย่างให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน กำลังอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น การกวาดล้างสแกมเมอร์ เก็บกู้ทุ่นระเบิด หากทุกอย่างเรียบร้อยจะไปดูว่าจะเจรจาอย่างไร

“แต่ขณะนี้ยังไม่ผ่านขั้นตอนแรก เขายังพูดในสิ่งไม่จริง โกหกไปทั่วเข้าข้างตัวเอง ขอย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้เริ่มก่อน แต่กัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่พลเรือนทำคนไทยเสียชีวิต ส่วนฝ่ายไทยยึดการใช้กำลังป้องกันตนเองและการใช้กำลังยึดตามกฎหมานระหว่างประเทศ” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว