สกู๊ปพิเศษ : เปิดเมกะแล็บ ‘KMITL EXPO 2026’ ชวนนิวเจนค้นหาตัวตนผ่าน 9 Pavilions

สกู๊ปพิเศษ : เปิดเมกะแล็บ ‘KMITL EXPO 2026’ ชวนนิวเจนค้นหาตัวตนผ่าน 9 Pavilions

สกู๊ปพิเศษ : เปิดเมกะแล็บ ‘KMITL EXPO 2026’ ชวนนิวเจนค้นหาตัวตนผ่าน 9 Pavilions

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” อาจเป็นคำถามที่ตอบยาก ไม่ใช่เพราะไม่มีความฝัน แต่อาจเพราะยังไม่เคยได้ลองเรียนรู้มากพอ โดยเฉพาะในวันที่เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวัน และอาชีพจำนวนมากในอนาคตอาจยังไม่มีชื่อเรียกในวันนี้ จาก Issue เหล่านี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จึงเตรียมเปลี่ยน “KMITL EXPO 2026” หรืองานลาดกระบังนิทรรศน์ 69 ให้เป็นสนามลองของขนาดใหญ่ ชวนเยาวชนเริ่มค้นหาตัวเองจากการสำรวจนวัตกรรมจริง ทดลองสกิล ผ่านกิจกรรมและเวิร์กช็อป ก่อนเชื่อมสิ่งที่สนใจไปสู่คณะ สาขาวิชา และอาชีพที่อาจไม่เคยนึกถึง เพราะบางครั้งคำตอบของอนาคตอาจไม่ได้เริ่มจากการเลือกคณะ แต่เริ่มจากการเจอบางอย่างแล้วรู้สึกว่า “อยากลองทำสิ่งนี้”

แบบจำลองสถานีฐานบนดวงจันทร์ บ้านแมวที่ช่วยจัดการอาหาร น้ำ และอุณหภูมิได้จากระยะไกล เห็ดออรินจิที่ถูกพัฒนาให้กลายเป็นแฮม หรือผลิตภัณฑ์รูปร่างเหมือนข้าวซึ่งคิดขึ้นใหม่เพื่อเป็นทางเลือกด้านสุขภาพ ทั้งหมดไม่ใช่เพียงไอเดียจากโลกอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่พัฒนาขึ้นจริงโดยนักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยของ สจล.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เล่าว่า ภายในงาน KMITL EXPO 2026 ผู้เข้าชมจะได้เดินสำรวจนวัตกรรม จาก 9 Innovation Pavilions ครบทุกเทรนด์นวัตกรรมยุคใหม่ทั้ง 1.NextGen Food Pavilion 2.Smart Living Pavilion 3.Health & Wellness Pavilion 4.Knowledge Pavilion 5.AgriTech Pavilion 6.AI-IoT Pavilion 7.Space Pavilion 8.EnergyTech Pavilion และ 9.Quantum & Nanotech Pavilion ที่เต็มไปด้วยไอเดียเหนือความคาดหมาย หลายผลงานอาจทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอนาคต แต่เบื้องหลังทุกชิ้นล้วนเกิดจากองค์ความรู้ การเรียนการสอน และงานวิจัยที่นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยของ สจล. ร่วมกันพัฒนาจนกลายเป็นนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริงแล้ว งาน KMITL EXPO ในปีนี้ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนอันดับต้นๆ ของประเทศไทย อาทิ ธนาคารกรุงไทย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจ TCP เข้าร่วมสนับสนุนการจัดงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 – KMITL EXPO 2026” และนำผลงานนวัตกรรมมาจัดแสดงในงานครั้งนี้ด้วย

เคยจินตนาการไหมว่า…หากวันหนึ่งมนุษย์ต้องไปใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ เราจะอยู่อาศัยกันอย่างไร? รูปแบบจำลองสถานีฐานบนดวงจันทร์ หรือ Lunar Based Station จะพาผู้เข้าชมร่วมสำรวจแนวคิดของสถานีวิจัยสำหรับการอยู่อาศัย การทำงาน และการปฏิบัติภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอวกาศในอนาคต เป็นผลงานความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยที่ สจล. และสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology : HIT) สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอวกาศและเทคโนโลยีการสำรวจดวงจันทร์ ร่วมกันออกแบบและนำเสนอผลงาน “Lunar Based Station” ซึ่งความพิเศษของผลงานชิ้นนี้คือการนำ “ลายประจำยาม” ศิลปกรรมไทยที่สื่อถึงความมั่นคง ความสมดุล และการคุ้มครอง มาประยุกต์เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงสร้างสถานีให้แข็งแรงและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงของดวงจันทร์ พร้อมจำลองระบบสำคัญ ทั้งวัสดุป้องกันรังสีอวกาศ ระบบผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ พื้นที่อยู่อาศัย และห้องปฏิบัติการวิจัย เพื่อถ่ายทอดภาพการใช้ชีวิตของมนุษย์นอกโลกให้จับต้องได้มากยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยีอวกาศ และศิลปวัฒนธรรมไทย สามารถหลอมรวมกันจนกลายเป็นนวัตกรรมที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำรวจอวกาศในอนาคต

ทาสแมวก็มีเรื่องให้ว้าวไม่แพ้กันกับบ้านแมวอัจฉริยะที่นำเทคโนโลยี IoT และการประมวลผลภาพมาช่วยยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยง เจ้าของสามารถตรวจสอบความเป็นอยู่ของน้องแมวผ่านแอปพลิเคชัน สั่งให้อาหาร เติมน้ำ เปลี่ยนทราย ควบคุมอุณหภูมิ และติดตามพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงได้จากระยะไกล ระบบยังสามารถแยกแยะระหว่างแมวกับคน ช่วยให้การดูแลสัตว์เลี้ยงสะดวก ปลอดภัย และสะท้อนว่าเทคโนโลยีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้จริง

อีกหนึ่งผลงานที่ชวนหยุดดูคือ Lucky Lakshmi เครื่องทำนายโชคชะตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระแม่ลักษมี เทพีแห่งความเจริญรุ่งเรือง และปรากฏการณ์ “I Told พระแม่” ที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ นำความเชื่อที่หลายคนคุ้นเคยมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมอินเทอร์แอกทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานร่วมสนุกกับการทำนายโชคชะตาในรูปแบบใหม่ พร้อมสะท้อนว่า ความเชื่อ ศิลปะ การออกแบบ เทคโนโลยี และการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ สามารถหลอมรวมกันจนเกิดเป็นผลงานที่ทั้งสร้างสรรค์และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้คนในยุคดิจิทัล

ส่วนสายเฮลท์ตี้และคนรักอาหารแห่งอนาคต ต้องไม่พลาด “Plant-based Ham” ต้นแบบผลิตภัณฑ์แฮมจากพืช ที่ใช้เห็ดออรินจิเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์ พัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งรสชาติและสัมผัสการรับประทานที่น่าพึงพอใจ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมแสดงให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารสามารถต่อยอดวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกที่กำลังเติบโตทั่วโลก

ใครจะคิดว่าของใกล้ตัวอย่าง “ข้าว” อาหารหลักของคนไทย จะสามารถถูกคิดใหม่จนกลายเป็น ผลิตภัณฑ์เลียนแบบข้าวเพื่อสุขภาพที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งพัฒนาจากพืชท้องถิ่นและวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ด้วยคุณสมบัติที่มีใยอาหารสูงและช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย นอกจากตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแล้ว ยังสะท้อนศักยภาพของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรท้องถิ่นและผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพไปพร้อมกัน

จากเรื่องใกล้ตัวในบ้าน ลองออกเดินทางสู่การท่องเที่ยวในมิติใหม่ผ่าน C(4)ulture Adventure Board Game บอร์ดเกมที่เปลี่ยนเมืองรองของไทยให้กลายเป็นสนามผจญภัยบนโต๊ะเกม ผู้เล่นจะได้เรียนรู้เรื่องราว วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคไปพร้อมกับความสนุกของการเล่นเกม แสดงให้เห็นว่า การท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินทาง แต่ยังสามารถต่อยอดผ่านการออกแบบเกม การเล่าเรื่อง และความคิดสร้างสรรค์ จนกลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์รูปแบบใหม่

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่รอให้ทุกคนมาค้นพบใน 9 Pavilions เพราะเบื้องหลังผลงานแต่ละชิ้น ไม่ได้มีเพียงไอเดียที่แปลกใหม่ แต่ยังซ่อนศาสตร์ ความรู้ และเส้นทางการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไว้ให้ค้นหา บางที…นวัตกรรมเพียงชิ้นเดียว อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ค้นพบทั้งคณะที่ใช่และอาชีพที่ชอบในอนาคตก็เป็นได้

สิ่งที่น่าสนใจของ KMITL EXPO ไม่ได้อยู่ที่การได้เห็น “ของแปลก” หรือสิ่งประดิษฐ์สุดครีเอทีฟเพียงอย่างเดียว แต่คือการได้ค้นพบว่า เบื้องหลังของนวัตกรรมแต่ละชิ้นซ่อนศาสตร์และเส้นทางอาชีพไว้มากกว่าที่คิด อย่างแบบจำลองสถานีฐานบนดวงจันทร์ ที่พาไปเปิดโลกของเทคโนโลยีอวกาศ กลับเชื่อมโยงไปสู่อาชีพวิศวกรรมอวกาศและเทคโนโลยีการสำรวจดวงจันทร์ วิศวกรโครงสร้าง อุตสาหกรรมการบิน และสถาปนิก บ้านแมวอัจฉริยะ ที่ดูเป็นไอเดียแปลกแต่น่ารัก เชื่อมโยงไปถึงอาชีพวิศวกรระบบอัตโนมัติ วิศวกรเซนเซอร์ และนักวิเคราะห์ข้อมูลอาหารแห่งอนาคต เปิดประตูสู่อาชีพนักวิทยาศาสตร์การอาหาร นักเทคโนโลยีชีวภาพ และนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ส่วนบอร์ดเกม เกี่ยวข้องกับอาชีพนักออกแบบเกม นักออกแบบกราฟิก นักการตลาด และคนทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่กำลังเติบโต และเมื่อเดินดูครบทั้งงาน หลายคนอาจค้นพบว่า แค่ความสนใจในของแปลกชิ้นเดียว ก็สามารถต่อยอดไปสู่เส้นทางอาชีพได้หลากหลายกว่าที่เคยคิด

เมื่อเริ่มมองเห็นว่าตัวเองสนใจอะไร ผู้เข้าชมสามารถเดินต่อไปยัง Open House ของทุกคณะและวิทยาลัยภายในงาน เพื่อพูดคุยกับอาจารย์และรุ่นพี่ สำรวจหลักสูตร ทดลองทำกิจกรรม เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ และสัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้จริง พร้อมค้นหาว่า ความสนใจที่เพิ่งค้นพบนั้นสามารถต่อยอดไปสู่ศาสตร์ สาขาวิชา และเส้นทางอาชีพในอนาคตได้อย่างไร

เพราะ KMITL EXPO 2026 ไม่ใช่เพียงงานจัดแสดงนวัตกรรม แต่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลองคิด ลองถาม ลองลงมือทำ และค้นหาตัวเองผ่านประสบการณ์จริง ก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษาที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต ร่วมออกเดินทางเพื่อค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ๆของตัวเอง พร้อมเปิดมุมมองสู่โลกแห่งนวัตกรรมที่จับต้องได้ ในงาน KMITL EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน หรือจองสิทธิ์กิจกรรม Workshop จากทุกคณะ ทุกวิทยาลัย ได้ที่ https://expo.kmitl.ac.th

ไทยเป็นเจ้าภาพ ‘AAHRS 2026’ ชู AI – นวัตกรรมการแพทย์ ดัน Medical Hub และศูนย์กลางปลูกผมแห่งเอเชีย

ไทยเป็นเจ้าภาพ 'AAHRS 2026' ชู AI - นวัตกรรมการแพทย์ ดัน Medical Hub และศูนย์กลางปลูกผมแห่งเอเชีย

ไทยเป็นเจ้าภาพ ‘AAHRS 2026’ ชู AI – นวัตกรรมการแพทย์ ดัน Medical Hub และศูนย์กลางปลูกผมแห่งเอเชีย

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.42 น.

จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 10th AAHRS Scientific Meeting 2026 ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม InterContinental Chiang Mai The Mae Ping ภายใต้แนวคิด “Mega Trend in Hair Restoration Surgery” โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมปลูกผมและเวชศาสตร์ฟื้นฟูเส้นผม พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด อาทิ AI, Precision Medicine, Regenerative Medicine, Stem Cell, Exosome, PRP,Energy base lasers และ Peptide therapy รวมถึงเทคนิค FUE และ DHI ตลอดจนการสาธิตผ่าตัดจริง (Live Surgery) และเวิร์กช็อป เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ

นพ.ดำเกิง ปฐมวาณิชย์ นายกสมาคมแพทย์ปลูกผมแห่งเอเชีย (AAHRS) กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติในศักยภาพของแพทย์ไทยและมาตรฐานการรักษาระดับสากล พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดนวัตกรรม และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub และศูนย์กลางด้านศัลยกรรมปลูกผมของภูมิภาคเอเชีย

ด้าน รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ประธานฝ่ายวิชาการ (Chairman, Scientific Program) กล่าวว่า แนวโน้มสำคัญของวงการในอนาคตคือการนำ AI มาใช้วางแผนการรักษา ควบคู่กับเทคโนโลยีการเก็บและย้ายรากผมที่มีความแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการประยุกต์ใช้ Regenerative Medicine, Stem Cell, Exosome และ PRP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการรักษาผู้ป่วย

พญ.กนกวรรณ จันทอุปฬี ประธานฝ่ายจัดการประชุม (Chairman, Program of Events) กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในครั้งนี้ไม่เพียงสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ Medical Hub และเสริมศักยภาพสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมปลูกผมและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย

ขณะที่ พญ.กุลกาญจน์ อมรพัฒนา, MD, FISHRS ประธานการสาธิตการผ่าตัด (Chairman, Live Surgery) กล่าวว่า การสาธิต Live Surgery ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการประชุม เพราะเปิดโอกาสให้แพทย์ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากการผ่าตัดจริง เห็นเทคนิคใหม่ มาตรฐานความปลอดภัย และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุม The 10th AAHRS Scientific Meeting 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก มากกว่า 200 คน พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์ การวิจัย และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับนานาชาติ

ณเดชน์ ปล่อยช็อตเด็ด พร้อมแคปชั่นพีค ทำชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด

ณเดชน์ ปล่อยช็อตเด็ด พร้อมแคปชั่นพีค ทำชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด

ณเดชน์ ปล่อยช็อตเด็ด พร้อมแคปชั่นพีค ทำชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

สมกับเป็นคู่รักสายหวานเบา ๆ ซะแล้ว สำหรับคู่สามีภรราป้ายแดง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ที่หลังจูงมือกันเข้าประตูวิวาห์ ก็ขอแพ็กกระเป๋าไปดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติกกันต่อไกลถึงประเทศสก็อตแลนด์ งานนี้มีทั้งภาพนั่งรถไฟหรู เดินป่า ดินเนอร์ใต้แสงเทียน และโมเมนต์น่ารัก ๆ ออกมาเสิร์ฟให้แฟนคลับได้อิจฉากันตาร้อนผ่าวตามระเบียบ

แต่จู่ ๆ วานนี้ 8 สิงหาคม 2569 ดีกรีความหวานก็พุ่งพรวดกลายเป็นความแซ่บไฟลุก เมื่อหนุ่มณเดชน์เล่นปล่อยภาพเซ็ตใหญ่รวบรวมความทรงจำทริปฮันนีมูน แต่หมัดฮุกแรกที่เปิดมาทำเอาชาวเน็ตตั้งตัวแทบไม่ทัน เพราะเล่นเปิดภาพตัวเองสวมกางเกงว่ายน้ำยืนหันหลังชูสองมือท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา พร้อมแคปชั่นกวน ๆ ชวนให้อมยิ้มว่า “รอบนี้กิจกรรมเยอะมากกกกกก จนบอกกันว่าต้องมี Honeymoon อีกรอบ หันหลัง ไม่หันหน้า เดี๋ยว ‘งง’ ว่าทำไม สก็อตแลนด์ มีปลาช่อน”

ณเดชน์
ณเดชน์

หลังจากที่  ณเดชน์ คูกิมิยะ โพสต์ภาพลงมาบนโลกโซเชียล เล่นเอาแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวกันสนั่นไอจี ว่าทริปนี้ไม่ได้มีดีแค่ความหวานซึ้ง รวมไปถึงภรรยาสาวนคนสวยที่เข้ามาคอมเมนต์ด้วยรูปอิโมจิอีกด้วย 

ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์
ณเดชน์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม kugimiyas

ฝน มาริสา เดือดสุด ฟาดชาวเน็ตหลังเมนต์แซะ ดิว คบหวานใจเพราะรวย ด่ายับสาระแx-อย่าดูถูกคนอื่น

ฝน มาริสา เดือดสุด ฟาดชาวเน็ตหลังเมนต์แซะ ดิว คบหวานใจเพราะรวย ด่ายับสาระแx-อย่าดูถูกคนอื่น

ฝน มาริสา เดือดสุด ฟาดชาวเน็ตหลังเมนต์แซะ ดิว คบหวานใจเพราะรวย ด่ายับสาระแx-อย่าดูถูกคนอื่น

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.12 น.

8 สิงหาคม 2569 หลังจากที่สาวดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ได้ออกมาโพสต์อวดความหวานกับแฟนหนุ่มหล่อทายาทตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ หรือ คุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ ลงบนไอจีอยู่เรื่อยๆ ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับรักครั้งนี้ของ สาวดิว กันอย่างล้นหลาม 

ท่ามกลางความยินดีกับความรักของทั้งคู่ กลับต้องมีเรื่องสะดุดเมื่อมีคอมเมนต์หนึ่งได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นทำนองว่า “หรือไม่ก็เรื่องเงิน เขาเป็นมหาเศรษฐีเลยนะ เดาว่าน่าจะรวยกว่าแฟนเก่าเธอ ขอแค่เขายอมรับลูกที่น่ารัก 2 คนของเธอด้วย และอยู่กันเป็นครอบครัวเดียวกัน” 

หลังจากที่เจอคอมเมนต์นี้เข้าไปทำเอาเพื่อนสนิทของ ‘ดิว อริสรา’ อย่าง ‘ฝน มาริสา’ ทนไม่ไว้ ถึงกับแคปคอมเมนต์นี้โพสต์บนไอจีสตอรีส่วนตัว พร้อมแคปชั่นเจ็บจี๊ดที่ว่า “สาระแนนักไอหัวล้าน” พร้อมระบุข้อความด้วยว่า “ทำไมถึงคิดว่าเลือกเขาเพราะเขารวย คนเราจะอยู่กันไม่ใช่แค่ความรักแล้วก็ไม่ใช่แค่เงินค่ะ ชีวิตคนพูดคือยินดีกับใครไม่เป็นเลยหรอ ถ้าเขารวยแต่เขาไม่รักเราไม่รักลูกไม่รักครอบครัวเราล่ะ ทำงานหาเงินเหมือนกันอย่าดูถูกคนอื่น ผู้หญิงคนนี้สู้มากผู้ชายเค้าก็ไม่ได้โง่พูดเหมือนอยู่ใต้เตียง ในวันที่มืดมนคนที่มาพร้อมแสงสว่างไม่ให้รักได้ไง ถูกไหม”

4 สาวแบล็กพิงก์คัมแบ็กฉลองครบรอบ 10 ปี โพสต์ซึ้งขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก

4 สาวแบล็กพิงก์คัมแบ็กฉลองครบรอบ 10 ปี โพสต์ซึ้งขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก

4 สาวแบล็กพิงก์คัมแบ็กฉลองครบรอบ 10 ปี โพสต์ซึ้งขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.15 น.

8 สิงหาคม 2569 เผลอแป๊บเดียวก็ครบรอบ 10 ปีแล้วสำหรับ 4 ไอดอลสาวชื่อดังระดับโลก แบล็กพิงก์ (Blackpink) โดยในวันนี้ 4 สาว จีซู โรเซ่ เจนนี่ และลิซ่า ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อร่วมไลฟ์พูดคุยฉลองการครบรอบ 10 ปีของวงแบล็กพิงก์ ทั้งนี้ 4 สาว ได้ออกมาขอโทษเหล่า BLINK ที่งานฉลองครบรอบ 10 ปีเล็กเกินกว่าที่พวกเธอนั้นได้ตั้งใจไว้ 

โดยทั้ง 4 สาวกล่าวขอโทษแฟนๆ ของพวกเธอว่า “ครั้งนี้เราเตรียมงานในรูปแบบที่ค่อนข้างเล็กกว่าที่เคยคิดไว้ ตอนแรกพวกเราอยากเจอผู้คนจำนวนมากจริงๆ และเราก็รู้ดีว่านี่คือวันสำคัญมาก ๆ เพราะเป็นวันครบรอบ 10 ปีของเรา แต่ดูเหมือนว่าทางฝั่งของพวกเราอาจมีการสื่อสารที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง และมันทำให้รู้สึกเหมือนว่าพวกเราต้องจัดการหลายอย่างด้วยตัวเอง พวกเรารู้สึกเสียใจมากเราอยากใช้วันนี้เป็นวันที่เต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และช่วงเวลาที่น่าจดจำ แต่ในขณะเดียวกัน เราอยากบอกกับ ‘บลิ๊งค์’ ทุกคนที่อาจกำลังรู้สึกเสียใจหรือผิดหวังว่า เราขอโทษ และเรารักพวกคุณมากโปรดรู้ไว้ว่าความรู้สึกที่เรามีต่อทุกคนเป็นความจริงจากใจเราหวังว่าทุกคนจะเข้าใจหัวใจของพวกเรา และเข้าใจความรู้สึกของเรา วันนี้เป็นวันครบรอบ 10 ปีของเราแล้ว”

ซึ่งตลอดการไลฟ์ของทั้ง 4 สาวเต็มไปด้วยโมเมนต์น่ารัก สดใจ อีกทั้ง 4 สาวยังมีการเป่าเค้ก 10 ปี เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางของพวกเธอ หลังจากนั้น สาวโรเซ่ ได้ทำการเซอร์ไพรส์เมมเบอร์ โดยการหอบช่อดอกไม้มาให้อีก 3 สาวอีกด้วย เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลากว่า 9 นาทีของการไลฟ์เต็มไปด้วยโมเมนต์แห่งความประทับใจ รวมทั้งสร้างความสุขให้กับเหล่าแฟนคลับทั่วโลกที่เดินเคียงข้างกันมาตลอดระยะเวลา 10 ปี

ทั้งนี้เมื่อเข้าไปที่อินสตาแกรมของทั้ง 4 สาว พบว่าทั้ง จีซู โรเซ่ เจนนี่ และ ลิซ่า ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความสุดซึ้งรำลึการเดินทางตลอด 10 ปีของพวกเธอ ทำเอาแฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์กันสนั่นไอจีกันเลยทีเดียว 

โดยเริ่มที่พี่ใหญ่ จีซู ได้ออกมาโพสต์ภาพ 4 สาวแบล็กพิงก์ พร้อมแคปชั่น “10th” พร้อมได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “สวัสดี, บลิ๊งค์! เผลอแป๊บเดียว เวลา10 ปีก็ผ่านไปนับตั้งแต่ที่เราเดบิวต์ในฐานะ BLACKPINK ฉันคิดว่าวันครบรอบนี้เป็นวันที่ฉันรู้สึกเสียใจเป็นพิเศษ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในฐานะ แบล็กพิงก์ และ ในฐานะ จีซู มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ทั้งเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่…ฉันอยากจะอยู่เป็นคนที่คอยแสดงให้พวกคุณเห็นแต่ด้านดีๆ และมอบความสุขให้ในยามที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมาโดยตลอด… แต่พอเห็นบลิ๊งค์จำนวนมากต้องรู้สึกเสียใจ หัวใจของฉันก็รู้สึกหนักอึ้งเหลือเกิน ถึงอย่างนั้น ฉันก็อยากจะบอกพวกคุณว่า ฉันไม่เคยลืมเลยว่าผู้ที่ทำให้ แบล็กพิงก์ เปล่งประกายได้ขนาดนี้ก็คือ บลิ๊งค์ ครบรอบ 10 ปีแล้ว! ขอบคุณที่มาร่วมฉลองกับพวกเรา และต้องขอโทษอีกครั้งที่ทำให้พวกคุณต้องรู้สึกผิดหวัง ฉันอยากจะบอกคำว่าขอบคุณและบอกว่ารักพวกคุณอยู่เสมอ ฉันรู้ว่าพวกคุณคงจะเสียใจมากจริงๆ… แต่ฉันก็หวังว่าจะยังเหลือพื้นที่เล็กๆ ในใจ ที่ความจริงใจอันน้อยนิดของฉันจะสามารถส่งไปถึงพวกคุณได้นะ”

ต่อมาทาง สาวเจนนี่ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรม @jennierubyjane ระบุข้อความว่า สวัสดี บลิ๊งค์ ยากที่จะเชื่อจริง ๆ ว่านี่ผ่านมา 10 ปีแล้ว ตลอดช่วงเวลาที่ฉันได้ใช้ชีวิตผ่านเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น ยิ่งเวลาผ่านไป ฉันก็ยิ่งตระหนักว่า ฉันได้รับพลังและกำลังใจมากแค่ไหนจากการรู้ว่า มีผู้คนคอยรอฉันอยู่เสมอ เชื่อมั่นในตัวฉัน และคอยส่งเสียงเชียร์ให้ฉันจากที่เดิมเสมอ ฉันพูดคำว่าขอบคุณมาหลายครั้งมากแล้ว แต่หลังจากผ่านไป 10 ปี คำเหล่านั้นกลับมีความหมายยิ่งใหญ่กว่าที่เคย เพราะพวกคุณ ฉันจึงได้ใช้ชีวิตตามความฝันมากมายฉันได้เห็นโลกกว้างมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ ได้ยืนอยู่บนเวทีที่ครั้งหนึ่งฉันเคยทำได้เพียงฝันถึง และได้พบกับผู้คนที่น่าเหลือเชื่อมากมายตลอดเส้นทาง แต่เหนือสิ่งอื่นใด การได้เป็น ‘เจนนี่’ กับ ‘บลิ๊งค์’  ทำให้ฉันได้รู้จักตัวเองมากขึ้น มันช่วยให้ฉันเติบโต และช่วยให้ฉันเรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้นอีกนิด ขอบคุณที่รักฉันมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวฉัน และเดินทางบนเส้นทางนี้ไปพร้อมกับฉันจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณจริงๆ

ฉันอยากขอบคุณสมาชิกของฉันด้วย ที่ร่วมแบ่งปันการเดินทางทั้งหมดนี้ไปกับฉันเราคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ ไล่ตามความฝันเดียวกันไปด้วยกัน และฉันเชื่ออย่างแท้จริงว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้เพราะเรามีกันและกัน เราจึงได้หัวเราะมากขึ้น และสามารถเดินทางมาได้ไกลถึงขนาดนี้เหมือนเช่นเคย ฉันจะยังคงลองทำสิ่งใหม่ ๆ เติบโตต่อไป และสร้างสรรค์เพลงรวมถึงความทรงจำต่าง ๆ ที่เราสามารถแบ่งปันร่วมกันต่อไป – ขอบคุณเสมอ ฉันรักพวกคุณนะ

ด้านสาว โรเซ่ ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านไอจี @roses_are_rosie เป็นโมเมนต์ความน่ารักของสมาชิกแบล็กพิงก์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต พร้อมระบุแคปชั่นว่า “สิบปีที่ผ่านมากับสาวๆเหล่านี้ ฉันไม่อาจบรรยายได้เลยว่าสิบปีที่ผ่านมานี้มีความหมายกับฉันมากแค่ไหน จากอายุ 19 สู่ 29 ฉันได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นอย่างมากท่ามกลางเพื่อนๆ เหล่านี้ พร้อมกับความรักที่พวกคุณชาวบลิ๊งค์ทุกคนมอบให้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจตลอดไปสำหรับช่วงเวลาและและความทรงจำอันน่าเหลือเชื่อที่เราได้แบ่งปันร่วมกัน คำพูดคงไม่สามารถอธิบายได้ว่าฉันรักพวกคุณทุกคนมากแค่ไหน และฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้! สำหรับอีกหลายๆ ปีต่อจากนี้ ฉันภาวนาให้พวกเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเติบโตเบ่งบานเป็นมนุษย์ที่งดงาม ในขณะที่เราได้เห็นการเติบโตของกันและกัน ฉันรู้สึกขอบคุณที่ได้แบ่งปันวันพิเศษนี้ร่วมกับพวกคุณทุกคนนะ รักพวกคุณสุดหัวใจ – โรเซ่”

สุดท้าย สาวลิซ่า ลลิษา ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความสุดซึ้งผ่านไอจี @lalalalisa_m พร้อมข้อความว่า “ขอบคุณบลิ๊งค์ทุกคนมาก ๆ เลยนะคะที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดสิบปีนี้! เพราะการสนับสนุนของพวกคุณคือสิ่งที่ทำให้ฉันก้าวต่อไปได้ และฉันสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อตอบแทนพวกคุณเช่นกันค่ะ ฉันจะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อทำให้พวกคุณภูมิใจนะคะ และสำหรับสมาชิกคนสำคัญที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา เส้นทางนี้อาจจะมีขึ้นมีลงเหมือนรถไฟเหาะ แต่ฉันก็ไม่ต้องการให้มันเป็นแบบอื่นเลยค่ะ มันต้องมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและแย่ปะปนกันไป แต่เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกันนะ และอยากให้รู้ว่าฉันจะคอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างพวกเธอเสมอ รักแบล็กพิงก์ – รักบลิ๊งค์”

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวคว่ำบาตรรัสเซีย กดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวคว่ำบาตรรัสเซีย กดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

8 ส.ค. 2569 07:53 น.

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวคว่ำบาตรรัสเซีย กดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 86-11 ผ่านแพ็กเกจคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ มุ่งตัดรายได้จากน้ำมัน-ก๊าซ หวังกดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติท่วมท้น 86-11 เสียง ผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ โดยมุ่งลงโทษประเทศที่ยังซื้อน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าส่งออกจากรัสเซีย เพื่อสกัดรายได้ที่รัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน นำไปใช้สนับสนุนสงครามในยูเครน

โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นผลงานที่วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ แกรม ผลักดันมาตลอด 1 ปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตกะทันหันเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังงานศพของแกรม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เดินทางไปยังรัฐสภาสหรัฐฯ พบวุฒิสมาชิกทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน และติดตามการลงมติขั้นตอนแรกของร่างกฎหมายจากชั้นแกลลอรี

ทางด้านวุฒิสมาชิกริชาร์ด บลูเมนธาล จากพรรคเดโมแครต ซึ่งร่วมผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการส่งสัญญาณให้ชาวยูเครนรู้ว่าไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว และปูตินจะไม่สามารถยึดยูเครนได้ อย่างไรก็ตาม สมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนกังวลว่า การให้อำนาจประธานาธิบดีขึ้นภาษีนำเข้าในวงกว้างอาจทำให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพในสหรัฐฯ สูงขึ้น 

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญที่สุดของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 ในความพยายามเปลี่ยนสถานการณ์ของสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี โดยทรัมป์แสดงท่าทีสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตร ทำให้เกิดแรงกดดันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาร่างกฎหมายต่อ เพื่อส่งให้ประธานาธิบดีลงนามบังคับใช้. 

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งระงับสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ทรัมป์เดือดจ่อยื่นฎีกา

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งระงับสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ทรัมป์เดือดจ่อยื่นฎีกา

8 ส.ค. 2569 07:28 น.

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งระงับสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ทรัมป์เดือดจ่อยื่นฎีกา

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำสั่งระงับการก่อสร้างห้องบอลรูมของทำเนียบขาว ชี้โครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ด้านทรัมป์เตรียมยื่นต่อศาลฎีกา

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยด้วยคะแนน 2 ต่อ 1 เมื่อวันให้ระงับการก่อสร้างห้องบอลรูมโครงการสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า การปรับปรุงทำเนียบขาวครั้งใหญ่เช่นนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบอย่างชัดเจนจากสภาคองเกรส โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งพักการบังคับใช้คำตัดสินเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้ทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ ขอให้เข้ามาพิจารณาคดี

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาโจมตีคำตัดสินทันที โดยเรียกว่าเป็นคำตัดสินที่ เลวร้าย มีแรงจูงใจทางการเมือง และผิดกฎหมายพร้อมยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยเร็ว โดยทรัมป์ยืนยันวา ห้องบอลรูมแห่งใหม่มีความจำเป็นสำหรับรองรับงานเลี้ยงและงานพิธีต่างๆ และระยะหลังเขาหันมาเน้นว่าโครงการยังรวมถึงการก่อสร้างบังเกอร์ใต้ดินสำหรับการทหารและระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ขณะเดียวกันทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า คำตัดสินนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติในระดับสูงสุด  และเป็นความอัปยศของชาติ พร้อมยืนยันว่าโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่ดำเนินการและชำระค่าใช้จ่ายไปแล้ว.

ที่มา AFP

นายกเทศมนตรีกรีซก็โดนด้วย! ถูกคุมตัวคดีไฟป่าใกล้เอเธนส์กับ 2 ผู้ต้องหา โยงประกายไฟจากฟาร์มกังหันลม

นายกเทศมนตรีกรีซก็โดนด้วย! ถูกคุมตัวคดีไฟป่าใกล้เอเธนส์กับ 2 ผู้ต้องหา โยงประกายไฟจากฟาร์มกังหันลม

8 ส.ค. 2569 07:18 น.

นายกเทศมนตรีกรีซก็โดนด้วย! ถูกคุมตัวคดีไฟป่าใกล้เอเธนส์กับ 2 ผู้ต้องหา โยงประกายไฟจากฟาร์มกังหันลม

ทางการกรีซควบคุมตัวนายกเทศมนตรี พร้อมผู้ต้องหาอีก 2 คน ข้อหาวางเพลิงจากเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่เผาผลาญพื้นที่ใกล้กรุงเอเธนส์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดประกายไฟจากสายไฟของฟาร์มกังหันลมเป็นต้นเหตุ

นายยานนิส อาโปสโตลู นายกเทศมนตรีเมืองสไตลีดา  ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 140 กิโลเมตร และเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีความเชื่อมโยงกับฟาร์มกังหันลม ถูกตำรวจควบคุมตัวพร้อมกับ 2 ผู้ต้องหา โดยพวกเขาถูกตั้งข้อหาวางเพลิงและทำให้สาธารณูปโภคของรัฐได้รับความเสียหาย ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ทั้งสามอาจเผชิญโทษจำคุกมากกว่า 10 ปี

สำนักงานข่าว ANA ของกรีซรายงานว่า ทางการมีคำสั่งระงับการดำเนินงานของฟาร์มกังหันลมดังกล่าวแล้ว โดยฟาร์มตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างภูมิภาคโบอีโอเชีย (Boeotia) และแอตติกา (Attica)

เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า ไฟเริ่มจากประกายไฟบริเวณสายไฟฟ้าแรงดันปานกลางเหนือศีรษะ ก่อนถูกกระแสลมกระโชกแรงซึ่งมีความเร็วสูงถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดให้ไฟลุกลามไปตามพื้นที่ลาดทางตอนใต้ของภูเขาคิไธรอนและขยายวงไปถึงเมืองแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ประมาณ 40 กิโลเมตร

เจ้าของกังหันลมยังถูกกล่าวหาว่าไม่ได้กำจัดพืชพรรณและวัชพืชบริเวณโดยรอบอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เชื้อเพลิงสำหรับไฟป่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ ANA รายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดไฟไหม้บริเวณสายไฟเส้นเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน

รายงานระบุว่า ตั้งแต่ช่วงที่มีการติดตั้งฟาร์มกังหันลมเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ชาวบ้านในพื้นที่เคยพยายามใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการก่อสร้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

โดยเหตุไฟป่าเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ใกล้หมู่บ้านชายทะเลอากิออส วาซิเลออส บริเวณเชิงเขา ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 85 กิโลเมตร ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วท่ามกลางกระแสลมแรง

เหตุไฟป่าครั้งล่าสุดสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่ป่า พุ่มไม้ และสวนมะกอก รวมถึงอาคารและบ้านเรือนมากกว่า 120 หลัง ในเมืองตากอากาศปอร์โต แยร์เมโน ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวโครินธ์

นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรีซเผชิญเหตุไฟป่าหลายสิบจุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 3 ราย

นอกจากนี้ ลูกเรือเฮลิคอปเตอร์ 2 คนที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศกับอากาศยานอีกลำ

นักวิทยาศาสตร์เตือนมานานว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้ช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนจัดและภัยแล้งยาวนานขึ้น เกิดบ่อยขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้สภาพพื้นที่แห้งแล้งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี และเพิ่มความเสี่ยงที่ไฟป่าจะลุกลามอย่างรวดเร็ว.

ที่มา : channelnewsasia

หญิงอเมริกันฟ้องโรงพยาบาล วินิจฉัยมะเร็งผิดพลาด ทำผ่าตัดมดลูกโดยไม่จำเป็น

หญิงอเมริกันฟ้องโรงพยาบาล วินิจฉัยมะเร็งผิดพลาด ทำผ่าตัดมดลูกโดยไม่จำเป็น

8 ส.ค. 2569 06:53 น.

หญิงอเมริกันฟ้องโรงพยาบาล วินิจฉัยมะเร็งผิดพลาด ทำผ่าตัดมดลูกโดยไม่จำเป็น

หญิงชาวจอร์เจียของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรพ. หลังติดฉลากชิ้นเนื้อผิดคน จนวินิจฉัยผิดว่าเธอเป็นมะเร็งมดลูก ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดมดลูกและใช้ชีวิตอยู่หลายเดือนโดยเชื่อว่าตัวเองเป็นมะเร็งรุนแรง

คาสซานดรา บาร์กส์เดล วัย 43 ปี และทนายความของเธอ ยื่นฟ้อง Kaiser Permanente องค์กรดูแลสุขภาพและให้บริการด้านประกันสุขภาพแบบครบวงจร โดยกล่าวหาว่าความผิดพลาดในการจัดการตัวอย่างชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยานำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่ไม่ถูกต้อง และทำให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นเวลาหลายเดือน

บาร์กส์เดลเดินทางไปพบแพทย์ที่ Kaiser Permanente Southwood Medical Center ในเมืองโจนส์โบโร รัฐจอร์เจีย ช่วงต้นปี 2025 หลังมีอาการเลือดออกมากผิดปกติและมี เนื้องอกมดลูก หรือไฟบรอยด์ ซึ่งเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งและเกิดขึ้นบริเวณมดลูก

เธอเข้ารับการตรวจชิ้นเนื้อเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2025 และได้รับแจ้งผลในวันที่ 17 มีนาคมว่า พบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดรุนแรง

บาร์กส์เดลเล่าว่า แพทย์แจ้งว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-5 ปี และเธอจึงเชื่อว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคมะเร็งที่ร้ายแรง

แม้ผล CT scan ในเวลาต่อมาจะไม่พบมะเร็ง แต่เมื่อเธอไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล Northside กลับได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้เธอยังคงเชื่อว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง

ตามคำฟ้อง บาร์กส์เดลเข้ารับการผ่าตัดมดลูกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 และหลังการผ่าตัด แพทย์แจ้งว่าผลตรวจชิ้นเนื้อจากมดลูกกลับ ไม่พบเซลล์มะเร็ง

แพทย์จึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผลตรวจจาก Kaiser Permanente และระบุว่าควรมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของความคลาดเคลื่อนดังกล่าว

ต่อมาในเดือนกันยายน 2025 ฝ่ายบริหารความเสี่ยงของ Kaiser Permanente ติดต่อบาร์กส์เดลและแจ้งว่า ผลตรวจชิ้นเนื้อที่เธอได้รับก่อนหน้านี้เป็นของผู้ป่วยอีกคน โดยมีการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยรายอื่นมาติดฉลากว่าเป็นของเธอ

ตามคำฟ้อง การตรวจ DNA ในภายหลังพบว่า ชิ้นเนื้อที่แสดงผลเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดรุนแรงนั้น ไม่ได้เป็นของบาร์กส์เดล แต่เป็นของผู้ป่วยอีกคน

แชนนอน ยัง ทนายความของบาร์กส์เดล กล่าวว่า ลูกความของเธอเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับอาการเลือดออกและเนื้องอกมดลูก แต่กลับได้รับการวินิจฉัยโรคที่ไม่ใช่ของตัวเอง และการรักษาทุกขั้นตอนหลังจากนั้นล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ผิดพลาด

บาร์กส์เดลกล่าวว่า หลังได้รับแจ้งว่าเกิดความผิดพลาด เธอเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก ร้องไห้ทุกวัน และมีความคิดฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังสูญเสียความไว้วางใจต่อระบบการแพทย์ และรู้สึกหวาดกลัวที่จะกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง

ทนายความระบุว่า แม้เงินชดเชยจะไม่สามารถนำอวัยวะที่ถูกผ่าตัดออกไปแล้วกลับคืนมา หรือทำให้ความบอบช้ำทางจิตใจหายไปได้ แต่การฟ้องร้องเป็นช่องทางที่ครอบครัวเลือกใช้เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบและความยุติธรรม

ด้าน Kaiser Permanente ออกแถลงการณ์ระบุว่า “บาร์กส์เดลไม่ควรต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้” พร้อมระบุว่าองค์กรมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมและมีกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดในลักษณะดังกล่าว

Kaiser Permanenteระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ได้ดำเนินมาตรการทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก และพร้อมทำงานร่วมกับบาร์กส์เดลและทนายความ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยอีกรายที่เป็นเจ้าของตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ถูกนำมาติดฉลากผิด รวมถึงไม่ทราบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวได้รับผลกระทบหรือการรักษามะเร็งล่าช้าหรือไม่

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าความผิดพลาดจากการติดฉลากหรือสลับตัวอย่างชิ้นเนื้อระหว่างการตรวจทางพยาธิวิทยาเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด แต่เคยมีคดีในสหรัฐฯ ที่ผู้ป่วยรายอื่นฟ้องร้องจากความผิดพลาดในลักษณะคล้ายกัน

นักวิจัยยังเคยพบกรณีการระบุตัวอย่างชิ้นเนื้อจากการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากผิดพลาดหลายกรณี และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ได้พัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหา เช่น การใช้ระบบบาร์โค้ดสำหรับติดฉลากตัวอย่าง และการตรวจสอบตัวอย่าง ณ จุดให้บริการ

คดีของบาร์กส์เดลเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่แน่นอน โดยคดีอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย.

ที่มา : channelnewsasia

พายุฝุ่นถล่มฟีนิกซ์นาน 15 ชั่วโมง รุนแรงสุดในรอบหลายปี ฝุ่นพุ่งกว่า 6,000 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

พายุฝุ่นถล่มฟีนิกซ์นาน 15 ชั่วโมง รุนแรงสุดในรอบหลายปี ฝุ่นพุ่งกว่า 6,000 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

8 ส.ค. 2569 06:22 น.

พายุฝุ่นถล่มฟีนิกซ์นาน 15 ชั่วโมง รุนแรงสุดในรอบหลายปี ฝุ่นพุ่งกว่า 6,000 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

เกิดพายุฝุ่นรุนแรงปกคลุมพื้นที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ท้องฟ้าทั่วเมืองเต็มไปด้วยฝุ่นและหมอกควัน นักวิทย์ชี้เป็นหนึ่งในพายุฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคในรอบหลายปี

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าพายุฝุ่นที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในพายุฝุ่นที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคในรอบหลายปี หลังพายุปกคลุมพื้นที่นานถึง 15 ชั่วโมง และมีความเข้มข้นของฝุ่นมากกว่า 6,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา หรือ ASU ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถูกจัดอยู่ในระดับ Category 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามมาตรวัดความรุนแรงของพายุฝุ่น โดยพายุมีความเร็วลมประมาณ 50 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แรนดัลล์ เซอร์เวนี ศาสตราจารย์จากคณะภูมิศาสตร์และการวางผังเมือง มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา กล่าวว่า พายุฝุ่นที่มีความรุนแรงถึงระดับดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 5 ครั้งในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา

พายุฝุ่นลักษณะนี้เรียกว่า “ฮาบูบ” (Haboob) ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เมื่อกระแสลมแรงที่พัดลงจากพายุฝนฟ้าคะนองกวาดเอาฝุ่นและดินที่แห้งและร่วนขึ้นจากพื้น ก่อนพัดพาไปตามแนวพายุที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา

ฮาบูบสามารถก่อตัวเป็นกำแพงฝุ่นและเศษวัสดุขนาดใหญ่ บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ และอาจทำให้ประชาชนเกิดปัญหาสุขภาพได้ โดยพายุฝุ่นครั้งล่าสุดที่พัดเข้าพื้นที่ฟีนิกซ์ในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เกิดขึ้นเพียง 3 วันหลังจากมีพายุลูกก่อนหน้า

แม้ไม่มีรายงานผลกระทบรุนแรงจากพายุลูกล่าสุด แต่พายุฝุ่นทั้งสองครั้งทำให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือประมาณครึ่งไมล์ หรือราว 0.8 กิโลเมตร ขณะที่มีรายงานว่าลมแรงพัดต้นไม้และสิ่งของต่าง ๆ ริมถนน รวมถึงทำให้การสัญจรในพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก

แมตต์ ซาเลอร์โน นักอุตุนิยมวิทยาจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ ในเมืองฟีนิกซ์กล่าวว่า โชคดีที่พายุฝุ่นทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในช่วงดึก ทำให้มีรถสัญจรบนท้องถนนน้อยลง และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากทัศนวิสัยที่ลดลงอย่างมาก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรวัดความรุนแรงของพายุฝุ่นระบุว่า พายุทั้งสองเหตุการณ์ถือเป็นพายุระดับ Category 5 และมีความเข้มข้นของฝุ่นในระดับสูงมาก สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปรากฏการณ์พายุฝุ่นในพื้นที่แห้งแล้งของรัฐแอริโซนา

ที่มา : AP