ผู้อพยพนับพันคน แห่ว่ายน้ำจากโมร็อกโก เข้าสู่เขต “เซวตา” ของสเปน

ผู้อพยพนับพันคน แห่ว่ายน้ำจากโมร็อกโก เข้าสู่เขต “เซวตา” ของสเปน

31 ก.ค. 2569 06:05 น.

ผู้อพยพนับพันคน แห่ว่ายน้ำจากโมร็อกโก เข้าสู่เขต “เซวตา” ของสเปน

ผู้อพยพจำนวนนับพันคนแห่ว่ายน้ำหรือลักลอบข้ามพรมแดนเข้าสู่เขตเซวตาของสเปน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรม และทางท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลกลางเข้าแทรกแซงโดยด่วน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 30 ก.ค. 2569 ว่า ผู้อพยพจำนวนหลายร้อยถึงหลายพันคนพยายามเดินทางออกจากโมร็อกโกผ่านทางทะเลและชายแดน เพื่อทะลักเข้าสู่ เซวตา (Ceuta) ซึ่งเป็นดินแดนส่วนแยกของสเปนในทวีปแอฟริกาเหนือ ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงในพื้นที่ จนผู้นำท้องถิ่นต้องเรียกร้องให้รัฐบาลกลางสเปนเข้าแทรกแซงโดยด่วน

เซวตา และเมลิยา (Melilla) เป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ ถือเป็นพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวของสหภาพยุโรป (EU) ที่ติดกับทวีปแอฟริกา โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีภาพบันทึกเหตุการณ์ผู้อพยพจำนวนมากใช้ห่วงยาง และอุปกรณ์ช่วยลอยตัวว่ายน้ำข้ามชายฝั่ง ขณะที่บางส่วนวิ่งฝ่าพังประตูรั้วกั้นชายแดนเข้าไปในเขตเซวตา

รายงานตัวเลขยังคงขัดแย้งกัน สื่อสเปนคาดการณ์ว่าอาจมีผู้ทะลักเข้ามามากถึง 2,000–3,000 คนในวันพฤหัสบดี ขณะที่สื่อสาธารณะ RTVE รายงานว่ามีมากกว่า 1,500 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเยาวชนชาวโมร็อกโก ทะลักเข้ามาในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้อพยพจำนวนมากว่ายน้ำเข้าสู่เขตเซวตาของสเปน เมื่อ 30 ก.ค. 2569
ผู้อพยพจำนวนมากว่ายน้ำเข้าสู่เขตเซวตาของสเปน เมื่อ 30 ก.ค. 2569

นาย ฮวน เฆซุส บีบาส หัวหน้าผู้บริหารเขตเซวตา ระบุว่า พบร่างผู้เสียชีวิตในทะเลแล้ว 60 รายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่าศูนย์รับดูแลเยาวชนที่ไร้ผู้ปกครองกำลังแบกรับภาระเกินขีดความสามารถไปหลายเท่าตัว

คาดกันว่า การที่ผู้อพยพแห่เดินทางจากโมร็อกโกเข้าเขตเซวตาเป็นผลมาจาก คำตัดสินของศาลสูงสุดของสเปนเมื่อไม่นานมานี้ ที่ระบุว่า ผู้อพยพที่ถูกสกัดจับได้ในทะเลขณะพยายามเดินทางมายังเซวตาหรือเมลิยา “ไม่สามารถถูกส่งตัวกลับโมร็อกโกได้ทันที” โดยปราศจากกระบวนการยื่นคำร้อง

กระทรวงมหาดไทยสเปนเชื่อว่า เครือข่ายค้ามนุษย์ใช้ประโยชน์จากคำตัดสินนี้ในการปลุกระดมและฉวยโอกาสส่งผู้อพยพผิดกฎหมายเข้ามา อย่างไรก็ตาม สเปนและโมร็อกโกได้ตกลงร่วมกันที่จะเร่งกระบวนการส่งตัวผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายกลับโดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์นี้สร้างแรงสะเทือนไปทั่วยุโรป โดย จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า ภาพเหตุการณ์ที่เซวตาสะท้อนว่าการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายที่ไร้การควบคุมคือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของยุโรป พร้อมเรียกร้องให้มีการระงับสถานะของสเปนใน “เขตเชงเกน” ชั่วคราว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไฟป่าลามเกาะครีต อพยพคนแล้ว 8,000 คน ดับเพลิงเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ

ไฟป่าลามเกาะครีต อพยพคนแล้ว 8,000 คน ดับเพลิงเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ

31 ก.ค. 2569 03:44 น.

ไฟป่าลามเกาะครีต อพยพคนแล้ว 8,000 คน ดับเพลิงเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ

ทางการกรีซสั่งอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวบนเกาะครีตกว่า 8,000 คน ขณะที่มีนักดับเพลิงเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย รวมเป็น 3 นายแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงในยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุไฟป่าบนเกาะครีต (Crete) ของประเทศกรีซ ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยได้แรงหนุนจากกระแสลมแรง ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวบนเกาะประมาณ 8,000 คนเป็นการด่วน ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าและคลื่นความร้อนที่กำลังเล่นงานหลายประเทศในยุโรป

บนเกาะครีต เกิดกระแสลมแรงถึง 125 กม./ชม. ทำให้ไฟป่ากระจายตัวรวดเร็ว คุมได้ยาก และทำลายบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร รวมถึงรีสอร์ตท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและร้านค้าในย่าน Agios Pavlos ที่ถูกไฟไหม้วายวอด

นักดับเพลิงที่พยายามควบคุมสถานการณ์บนเกาะครีต เสียชีวิตแล้ว 2 นาย หลังจากถูกไฟป่าโอบล้อม ขณะที่มีนักดับเพลิงอีก 1 นายเสียชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ของกรีซ

อีกด้านหนึ่ง เหตุไฟป่าในจังหวัดอาบิลา (Ávila) ของสเปน เผาทำลายพื้นที่ไปมากกว่า 43,000 เฮกตาร์ ซึ่งถือเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสเปน ขณะที่ตลอดทั้งปี 2569 สเปนโดนไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วกว่า 200,000 เฮกตาร์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 5 เท่า

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติในเขตมาดริดและอาบิลาแล้วหลังไฟหยุดแพร่กระจาย แต่ยังคงเตือนให้เจ้าหน้าที่มีการเฝ้าระวังในระดับสูงสุด เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรอบที่ 4

ส่วนที่ฝรั่งเศส มีฝนตกลงมาทำให้สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดฌีรงด์ (Gironde) เริ่มทรงตัว หลังจากไฟป่าเผาทำลายบ้านเรือนไป 240 หลัง และทำลายพื้นที่มากกว่าขนาดของเมืองดีทรอยต์ ขณะที่รัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนราว 84,000 คนกลับเข้าบ้านเรือนได้แล้ว หลังจากต้องอพยพ

ฝรั่งเศสเผชิญไฟป่าเผาทำลายพื้นที่รวมกว่า 90,000 เฮกตาร์ในปีนี้ ซึ่งสูงที่สุดเท่าเคยบันทึกสถิติมา

อนึ่ง มีหลายปัจจัยที่ทำให้ไฟป่าในยุโรปครั้งนี้รุนแรงกว่าปกติ รวมถึงสภาพอากาศในฤดูหนาวที่ผ่านมาเอื้อให้พืชพันธุ์เจริญเติบโต ก่อนจะมาแห้งกรอบจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะโลกร้อน และการขาดการบริหารจัดการป่าไม้และพุ่มไม้ในแถบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างเหมาะสม กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟป่าลุกลามรุนแรง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

แม่น้ำดานูบ ระดับน้ำลดต่ำทุบสถิติ ฮังการีต้องปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

แม่น้ำดานูบ ระดับน้ำลดต่ำทุบสถิติ ฮังการีต้องปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

31 ก.ค. 2569 02:43 น.

แม่น้ำดานูบ ระดับน้ำลดต่ำทุบสถิติ ฮังการีต้องปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

แม่น้ำดานูบซึ่งไหลผ่านหลายประเทศในยุโรป มีระดับน้ำลดต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ฮังการีต้องปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศ ส่วนโรมาเนียต้องปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 1 เครื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วิกฤตคลื่นความร้อนและภาวะภัยแล้งในยุโรปส่งผลให้ระดับน้ำใน แม่น้ำดานูบ ลดต่ำลงอย่างหนักจนส่งผลให้ นายกรัฐมนตรี เปแตร์ มอดยาร์ ของฮังการี ต้องประกาศเตรียมปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศอย่างสิ้นเชิงเป็นการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ในระบบหล่อเย็นได้

คำสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “พัคช์” (Paks) ในครั้งนี้ ประกอบกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงแตะ 37 องศาเซลเซียส อาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของฮังการีเข้าขั้นวิกฤต ตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป

รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนให้ลดการใช้ไฟฟ้าในเวลา 17.00น. – 22.00น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดของประเทศ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ชะลอการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและการใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนั้น ทางการยังเตรียมใช้แผนหมุนเวียนดับไฟสลับพื้นที่ (Rotational shutdown) หากจำเป็นด้วย

อีกด้านหนึ่งที่ประเทศโรมาเนีย ปริมาณน้ำไหลของแม่น้ำดานูบที่เหลือไม่ถึง 1 ใน 3 ของค่าเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคม ทำให้รัฐบาลต้องสั่งปิดเตาปฏิกรณ์เครื่องที่ 1 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “เชอร์นาโวดา” (Cernavoda) และกำลังพยายามยื้อไม่ให้ต้องปิดเตาปฏิกรณ์เครื่องที่ 2 เพื่อไม่ให้ประเทศตกอยู่ในภาวะขาดแคลนพลังงานเช่นเดียวกับฮังการี

ขณะเดียวกัน การเดินเรือในแม่น้ำดานูบต้องหยุดชะงัก เรือท่องเที่ยว Viking Ullur ในบัลแกเรียเกยตื้นจนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าช่วยอพยพผู้โดยสาร 186 คน

ระดับน้ำของแม่น้ำดานูบที่ลดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้ซากเรือรบของเยอรมนีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจมลงก้นแม่น้ำในแถบเซอร์เบีย กับซากเรือสินค้าของฮังการีที่จมในโครเอเชีย ปรากฏออกมาให้เห็นอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังมีการค้นพบฟอสซิลแมมมอธในบัลแกเรียด้วย

ด้านนักอุทกวิทยาเตือนว่าสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นจนกว่าจะถึงกลางเดือนกันยายน เนื่องจากขาดแคลนฝนมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ญี่ปุ่นจ่อลดภาษีบริโภค หมวดอาหาร-เครื่องดื่ม เหลือ 1% นาน 2 ปี

ญี่ปุ่นจ่อลดภาษีบริโภค หมวดอาหาร-เครื่องดื่ม เหลือ 1% นาน 2 ปี

31 ก.ค. 2569 01:19 น.

ญี่ปุ่นจ่อลดภาษีบริโภค หมวดอาหาร-เครื่องดื่ม เหลือ 1% นาน 2 ปี

ญี่ปุ่นเตรียมลดภาษีการบริโภคหมวดอาหารและเครื่องดื่มลงจาก 8% เหลือ 1% นาน 2 ปี โดยจะเริ่มในเดือนเมษายนปีหน้า และจะมอบเงินให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางเพื่อช่วยรับมือวิกฤตค่าครองชีพด้วย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น ประกาศปรับลดอัตราภาษีการบริโภค (consumption tax) หมวดอาหารและเครื่องดื่มจากปัจจุบัน 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี โดยจะเริ่มในเดือนเมษายน 2570 ถือเป็นการลดภาษีประเภทนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ในปี 2532

นอกจากการลดภาษีเหลือ 1% แล้ว รัฐบาลจะแจกเงินสดแก่ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ภายใต้วงเงินปีละ 6 แสนล้านเยน เพื่อชดเชยส่วนที่เหลือ ทำให้ลดภาระภาษีลงจนเท่ากับ 0% ในทางปฏิบัติ

เหตุผลที่รัฐบาลปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 1% แทนที่จะเป็น 0% ตามที่เคยหาเสียงไว้นั้น เป็นเพราะการปรับระบบแคชเชียร์ของร้านค้าปลีกให้รองรับอัตรา 0% ต้องใช้เวลานาน จึงเปลี่ยนมาใช้อัตรา 1% ร่วมกับการแจกเงินสดแทน

นายกฯ ยืนยันว่า การลดภาษีนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อรอการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบสวัสดิการเชื่อมโยงกับรายได้แบบใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2572 และสัญญาว่าจะปรับภาษีกลับมาเป็น 8% ตามเดิมในปี 2572

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ทำให้เกิดความกังวลและความท้าทายหลายอย่างที่รัฐบาลต้องเผชิญ โดยเฉพาะเรื่องการสูญเสียรายได้มหาศาลถึงประมาณ 10 ล้านล้านเยนในช่วงเวลา 2 ปีที่การลดภาษีบังคับใช้ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางการคลังและงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม

นอกจากนั้น มาตรการนี้ยังถูกตั้งคำถามถึงที่มาของงบประมาณรองรับที่ไม่ชัดเจน โดยทาคาอิจิระบุว่าจะหาเงินจากการ “ปฏิรูปทางการคลัง” โดยไม่ใช้วิธีออกพันธบัตรชดเชยการขาดดุล แต่ยังไม่ได้ระบุแหล่งเงินทุนที่แน่ชัด

สมาชิกบางคนของพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น คัดค้านแผนการดังกล่าว โดยนาย ทาโระ โคโนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเตือนว่า ไม่มีอะไรรับประกันว่าราคาอาหารจะลดลงจริง และราคาสินค้าอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อครบกำหนด 2 ปีแล้วปรับภาษีกลับขึ้นมา

ส่วน ยูกะ โอบุจิ อดีตหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของ LDP ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในคณะทำงานด้านภาษีเพื่อประท้วงแผนนี้

ขณะเดียวกัน วาระของทาคาอิจิในฐานะหัวหน้าพรรค LDP จะหมดลงในฤดูใบไม้ร่วงปี 2570 จึงยังไม่แน่นอนว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อรับผิดชอบการปรับภาษีกลับขึ้นมาในปี 2572 หรือไม่ ประกอบกับจะมีการเลือกตั้งวุฒิสภาในช่วงฤดูร้อนปี 2571 ซึ่งทำให้การปรับขึ้นภาษีกลายเป็นการตัดสินใจที่มีความเสี่ยงทางการเมืองสูง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

ยูฟ่าลงมติเอกฉันท์ จะบอยคอตบอลโลก หากฟีฟ่าเดินหน้าแผนดึงเอกชนถือหุ้น

ยูฟ่าลงมติเอกฉันท์ จะบอยคอตบอลโลก หากฟีฟ่าเดินหน้าแผนดึงเอกชนถือหุ้น

30 ก.ค. 2569 23:46 น.

ยูฟ่าลงมติเอกฉันท์ จะบอยคอตบอลโลก หากฟีฟ่าเดินหน้าแผนดึงเอกชนถือหุ้น

ยูฟ่าลงมติเอกฉันท์ จะ “บอยคอต” การแข่งขันของฟีฟ่าทั้งหมด รวมถึงฟุตบอลโลก หากฟีฟ่าเดินหน้าแผนการดึงทุนเอกชนร่วมถือหุ้นในการจัดการแข่งขันรายการต่างๆ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. 2569 สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือ “ยูฟ่า” (UEFA) พร้อมชาติสมาชิก 55 ประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะ “บอยคอต” การแข่งขันทุกรายการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ “ฟีฟ่า” (FIFA) ทั้งฟุตบอลโลกชาย, ฟุตบอลโลกหญิง และศึกชิงแชมป์สโมสรโลก หากฟีฟ่ายังคงผลักดันแผนขายหุ้นรายการแข่งขันให้แก่กลุ่มทุนเอกชน

ตามแผนของ จานนี อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เขาตั้งใจจะก่อตั้งบริษัทลูกชื่อ Fifa Forward Enterprise (FFE) เพื่อบริหารจัดการการแข่งขันรายการหลักต่างๆ ของฟีฟ่า รวมถึงฟุตบอลโลก โดยจะเปิดให้กลุ่มทุนภายนอกเข้ามาซื้อหุ้นส่วนน้อย (Minority stake)

คาดกันว่า “ไทรฟ์ อีเทอร์นา” (Thrive Eterna) บริษัทร่วมระดมทุนของสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งโดย โจชัว คุชเนอร์ น้องชายของ จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นผู้นำกลุ่มผู้ลงทุน

อินฟานติโนพยายามซื้อใจชาติสมาชิกให้สนับสนุนแผนการของเขา ด้วยการเสนอมอบเงินอุดหนุน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ชาติสมาชิก 211 ประเทศที่โหวตหนุนแผนนี้ โดยตั้งเส้นตายวันที่ 19 กันยายนนี้ เพื่อรับเงินก้อนแรก 20 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แผนการของประธานฟีฟ่าถูกคัดค้านอย่างหนักโดยเฉพาะจากยูฟ่า ซึ่งระบุว่า ฟุตบอลโลกเป็นมรดกทางกีฬาที่สร้างขึ้นมาหลายยุคสมัย ไม่ใช่ “ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน” และไม่ควรมอบให้เอกชนเข้ามาครอบครอง

ยูฟ่าโจมตีฟีฟ่าว่าแอบวางแผนนี้อย่างลับๆ โดยไม่ผ่านการปรึกษาหารือ ถือเป็นความล้มเหลวของการเป็นผู้นำ และเข้าข่าย “การใช้อำนาจบีบบังคับ” ไม่ใช่กระบวนการประชาธิปไตย

ด้านสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) และสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ ออกมาแสดงตัวสนับสนุนยูฟ่า และคัดค้านแผนการของอินฟานติโน

ทั้งนี้ แม้ว่ายูฟ่าจะมีคะแนนโหวตในมือเพียง 1 ใน 4 จากสมาชิกทั้งหมดของฟีฟ่า (55 เสียงจาก 211 เสียง) แต่ยุโรปเป็นภูมิภาคที่ทีมมหาอำนาจของโลกไว้เกือบทั้งหมด และชาติยุโรปเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด คือ 13 จาก 23 ครั้ง ซึ่งหากยูฟ่าบอยคอตจริงจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพและภาพลักษณ์ของฟุตบอลโลกอย่างรุนแรง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นดับเพิ่มเป็น 34 ศพ ความร้อนซ้ำเติมผู้ประสบภัย

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นดับเพิ่มเป็น 34 ศพ ความร้อนซ้ำเติมผู้ประสบภัย

30 ก.ค. 2569 23:08 น.

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นดับเพิ่มเป็น 34 ศพ ความร้อนซ้ำเติมผู้ประสบภัย

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่นเพิ่มเป็น 34 ศพแล้ว ขณะที่ประชาชนและผู้รอดชีวิตต้องเผชิญกับความร้อนรุนแรง ท่ามกลางสถานการณ์ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. 2569 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.8 (ปรับลดลงจาก 7.1 ก่อนหน้านี้) ในจังหวัดคุมาโมโตะเมื่อวันอังคาร เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 34 ศพแล้ว ในขณะที่ผู้ประสบภัยที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นต้องหาทางรับมือกับอากาศที่ร้อนจัด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายพันนายยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต หลังจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ส่งผลให้บ้านเรือนและสายไฟฟ้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตหลายรายหลังจากส่วนหนึ่งของห้างสรรพสินค้า “อิออน” (Aeon) พังทลายลง และเกิดระเบิดขึ้นภายในห้างฯ ดังกล่าวในอีกราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา

ชาวบ้านที่ต้องพลัดถิ่นราว 9,000 คน กำลังพักอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพที่ทางการจัดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ขณะที่ยังมีบ้านเรือนอีกกว่า 30,000 แห่งที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งอุปสรรคในขณะนี้คือการดูแลให้พวกเขารู้สึกเย็นสบายและไม่ขาดน้ำ ในขณะที่ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด

พยากรณ์อากาศระบุว่า อุณหภูมิในจังหวัดคุมาโมโตะอาจสูงถึง 39 องศาเซลเซียสในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยเจ้าหน้าที่ได้กระตุ้นเตือนให้ผู้รอดชีวิตและเจ้าหน้าที่กู้ภัยระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคลมแดด (ฮีตสโตรก)

เมื่อวันพุธนายชินจิโร โคอิซุมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น ประกาศส่งมอบเครื่องปรับอากาศจำนวน 300 เครื่องไปยังคุมาโมโตะ โดยในจำนวนนี้ 150 เครื่องจะถูกนำไปติดตั้งยังศูนย์อพยพต่างๆ

ด้านนายยูคิยะ ซาโนะอุเอะ ซึ่งทำงานอยู่ในศูนย์อพยพแห่งหนึ่ง บอกกับบีบีซีว่า โรคลมแดดถือเป็นข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดในศูนย์อพยพที่เขาทำงานอยู่ ซึ่งรองรับผู้พลัดถิ่นราว 1,000 คน และประมาณ 30% ในจำนวนนี้เป็นผู้อพยพ โดย

นายซาโนะอุเอะบอกอีกว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับอาการที่คล้ายกับโรคลมแดด และหลายคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว เนื่องจากระบบไฟฟ้าและน้ำประปาตัดขาดตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว และศูนย์อพยพไม่มีเครื่องปรับอากาศใช้จนกระทั่งช่วงบ่ายวันพุธ หลังจากพวกเขาได้รับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้า อิออน ในเมืองคาชิมะ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ เพิ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายน และห้างฯ แห่งนี้ก็เคยได้รับความเสียหายมาแล้วจากเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่องในเดือนเมษายน 2559 ครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนในภูมิภาคไปถึง 278 ศพ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาตามซากโรงงานนิปปอน เปเปอร์ (Nippon Paper) ในเมืองยัตสึชิโระ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ หลังจากโรงงานบางส่วนพังทลายลงมาระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่ผู้ติดอยู่ในอาคาร 11 รายได้รับความช่วยเหลือออกมาแล้ว 7 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อียิปต์โดนโจมตีครั้งแรก ไฟไหม้เรือขนก๊าซ 2 ลำ ที่ท่าเรือดาเมียตตา

อียิปต์โดนโจมตีครั้งแรก ไฟไหม้เรือขนก๊าซ 2 ลำ ที่ท่าเรือดาเมียตตา

30 ก.ค. 2569 22:35 น.

อียิปต์โดนโจมตีครั้งแรก ไฟไหม้เรือขนก๊าซ 2 ลำ ที่ท่าเรือดาเมียตตา

ทางการอียิปต์ยืนยันว่า เหตุเพลิงไหม้เรือขนส่งก๊าซธรรมชาติ 2 ลำซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นผลจากการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกที่อียิปต์ถูกโจมตีนับตั้งแต่สงครามปะทุ

คณะรัฐมนตรีของอียิปต์ยืนยันในวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. 2569 ว่า เหตุเพลิงไหม้เรือขนส่งก๊าซธรรมชาติ 2 ลำ ที่จอดอยู่ที่ท่าเรือเมืองดาเมียตตา ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (29 ก.ค.) ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นผลจากการโจมตีของโดรนลำหนึ่ง

ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่อียิปต์ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจร่วมมือกับสหรัฐฯ โจมตีกลุ่มติดอาวุธอิหร่านในประเทศอิรัก หลังจากพยายามไม่มีส่วนร่วมมาตลอด

จุดเกิดเหตุโจมตีที่อียิปต์ยังอยู่ไม่ไกลจากคลองสุเอซ ซึ่งกลายเป็นเส้นทางอพยพและขนส่งที่ปลอดภัยแห่งสุดท้ายสำหรับน้ำมันของซาอุดีอาระเบียไปยังตลาดโลก หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกอิหร่านสั่งปิดโดยพฤตินัย ขณะที่ทะเลแดงถูกคุกคามโดยกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

คณะรัฐมนตรีอียิปต์ระบุเสริมว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง และใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของอียิปต์

ด้านแหล่งข่าว 3 แหล่งที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปิดเผยว่า โดรนได้พุ่งชนเรือจัดเก็บก๊าซแบบลอยน้ำชื่อว่า Energos Winter ของบริษัท Energos Infrastructure ในสหรัฐฯ จนเกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปยังเรืออีกลำคือ Gaslog Salem

ขณะที่ Vanguard กลุ่มจัดการความเสี่ยงทางทะเลของอังกฤษ ระบุว่า เรือ Energos Winter ถูกโจมตีบริเวณกราบเรือด้านขวา ทำให้เกิดเพลิงไหม้ซึ่งถูกควบคุมและดับลงได้ในเวลาต่อมา

กระทรวงปิโตรเลียมของอียิปต์แถลงเมื่อวันพุธว่า เหตุเพลิงไหม้ที่ท่าเรือได้รับการจัดการในทันทีโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการดับเพลิงและฝ่ายความมั่นคง และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยนาย คาริม บาดาวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียม เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อลงพื้นที่ควบคุมดูแลการทำงานด้วยตัวเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

กมธ.ป.ป.ช. บุก สถ. เช็กตู้เซฟเก็บแฟลชไดรฟ์ คุยคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น

กมธ.ป.ป.ช. บุก สถ. เช็กตู้เซฟเก็บแฟลชไดรฟ์ คุยคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น

กมธ.ป.ป.ช. บุก สถ. เช็กตู้เซฟเก็บแฟลชไดรฟ์ คุยคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.32 น.

“กมธ.ป.ป.ช.”บุก”สถ.” เช็กตู้เซฟเก็บแฟลชไดรฟ์ คุยคืบหน้าคดี”โกงสอบท้องถิ่น” เตรียมชง”กสถ.”เคาะเพิกถอนบรรจุข้าราชการ 5,925 ราย 5 ส.ค.นี้ ก่อนส่ง”ก.กลาง” 6 ส.ค. ฟันทิ้งใครแก้คะแนนให้สอบผ่าน-เพิ่มคะแนนให้ลำดับดีขึ้นต้องพักงาน อึ้ง!โยนบาป”ผู้รับจ้าง”บกพร่องทำเดินมาถึงจุดนี้ ชี้”มศว”ส่งแฟลชไดรฟ์ไร้รหัสผ่าน ทั้งๆ ที่ TOR กำหนดเป็นลับสุดยอด

31 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจรติประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย กมธ.ฯ เข้าพบ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะผู้บริหารของกรม สถ.เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

โดยทาง สถ.ชี้แจงรายงานในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจาก นายอาสพลธ์ ประธาน กมธ.ป.ป.ช.ตั้งประเด็นคำถาม 19 ข้อ เช่น การยืนยันว่า TOR มีมาตรการป้องกันการทุจริตให้มีความรัดกลุ่มมากขึ้น ตามข้อสั่งการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้มีการกีดกันการเสนอราคา ยืนยันถึงโปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่ได้กำหนดให้เอื้อมีการแก่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งใดได้รับงานประมูล ในส่วนการจ่ายค่าจ้างให้กับ มศว โดยมีสัญญาจ้าง 4 งวดงาน วงเงิน 143 ล้านบาท ตอนนี้เหลืองวดที่4ที่ยังไม่ได้จ่าย วงเงิน 32 ล้านบาท หาก มศว ส่งมอบงานแล้วถึงจะจ่าย แต่ปรากฏข่าวทุจริตจึงชะลอการจ่ายเงิน พร้อมทำหนังสือหารือกรมบัญชีกลาง หารือว่า การให้ มศว เป็นผู้ที่ทิ้งงานการจัดซื้อจัดจ้าง กำลังหารือเรื่องการบอกเลิกสัญญาและการเรียกค่าเสียหาย เพื่อรอผลการพิจารณาการทุจริตสอบยุติ

สำหรับขั้นตอนการรับแฟลชไดรฟ์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ประธาน กสถ.มีคำสั่งแต่งตั้งผู้ที่รับผิดชอบ หลัง มศว นำมาส่งคือ ผอ.สำนักกองบุคคล ผู้เชี่ยวชาญ และ ผอ.กลุ่มที่รับผิดชอบ รวม 3 คน ซึ่งในข้อมูลนี้ประธาน กสถ.ชี้แจงในที่ประชุมกรรมาธิการ ป.ป.ช.ว่ามอบรองอธิบดี สถ.

กรณีตู้นิรภัยเก็บแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับในตู้ห้องของอธิบดี มีการเก็บกุญแจไว้กับผู้อำนวยการสำนักกองบุคคลท้องถิ่น จะเปิดตู้ได้คือผู้ที่ถือกุญแจเท่านั้น จากนั้นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยพบว่าไฟล์ประมวลผลข้อมูลเป็นคนละไฟล์กับแฟลชไดรฟ์ในตู้เซฟ เจตนาเพื่อการตรวจสอบรีเช็คระหว่างกัน แต่ทั้งนี้ผลตรวจสอบข้อมูลรั่วยังไม่ได้ออกมา

มีข้อมูลการชี้แจง กรณี เจ้าหน้าที่ติดต่อกับ มศว ในเรื่องงานในหน้าที่ทางใด หรือคอมพ์เครื่องไหน โดยพบว่าการสอบสวน ใช้เครื่องคอมของ น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผอ.กลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลท้องถิ่น (สังกัดสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น)

ส่วนกรณีคลิปเสียงการเรียกรับประโยชน์อยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ พบคนชื่อ “ส้ม – กิต” เรียกรับเงิน 350,000 บาทต่อคน ในโซเชียลมี 3 คลิป พบว่าไม่ใช่บุคคลของ สถ. แต่เป็นคนในบริษัทเอกชน

นอกจากนี้ ยังชี้แจงเกี่ยวกับการเปิดไฟล์เติม 115 ครั้ง มีเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูลไปแล้ว ว่ายังรอผลในการออกเอกสารรับรองว่าในการเปิดแต่ละครั้งเปิดเครื่องคอมพ์ใดและผู้ใดเป็นคนเปิด

ส่วนกระดาษคำตอบที่ไม่ตรงกับผลคะแนน สถ.นั้น ทาง สถ.ได้ตรวจสอบไฟล์กระดาษคำตอบที่ถูกจัดเก็บตั้งแต่ครั้งแรกที่นำมาเก็บที่ตู้เซฟ ยังไม่มีการแก้ไข ซึ่งขั้นตอนปฏิบัติแต่ละศูนย์จะต้องส่ง 2 แฟลชไดรฟ์ มายัง สถ.ภายใน 7 วัน ตาม TOR แต่สุดท้ายพบว่ากลับไม่ตรงกับกระดาษคำตอบ

สำหรับชื่อเจ้าหน้าที่ สถ.ผู้ที่เสนอบัญชีในบัญชีที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ที่พบว่ามีการแก้ไข โดย สถ.ชี้แจงว่า ทาง มศว เป็นผู้ส่งข้อมูลให้ กสถ.ตรวจสอบความถูกต้องคุณสมบัติตำแหน่งและชื่อ ไม่ได้แก้ไขคะแนนเป็น ซึ่งหลักการที่ปฏิบัติมา

ขณะที่เรื่องตัวเลขผู้สอบแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ไม่ตรงกัน ระหว่าง สถ.กับ ป.ป.ช.ที่ต่างกัน อาจเพราะพยานหลักฐานที่มีข้อมูลต่างกันจาก 5,925 กับ 5,960 โดย สถ.ยึดการตรวจกระดาษคำตอบทั้งหมด 270,000 คน ผลใช้เกณฑ์คะแนนกระดาษคำตอบที่มีการสแกนเป็นหลัก หากประกาศรายชื่อแล้วคะแนนแตกต่างถือเป็นกลุ่มที่มีคะแนนผิดปกติ แยกเป็นกลุ่มคะแนนไม่ผ่านเลย-กลุ่มคะแนนที่ผ่านแต่เอาคะแนน มีการบูรณาการทำงานในการตรวจคะแนน

ทั้งนี้ การดำเนินการกับผู้ที่แก้ไขคะแนนมี 2 ส่วน 1.กลุ่มคนสอบผ่านโดยสุจริตด้วยคะแนนที่แท้จริง จากจำนวน 279,949 คน 49,268 คน มีการปรับลดคะแนนลง 2 คนด้วย 2.กลุ่มที่มีแก้ไขคะแนน 5,925 คน (คะแนนน้อยแต่แก้ไขคะแนนเพื่อให้ได้รับการบรรจุ) จากการตรวจสอบคะแนนมีตรวจสอบแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 5,129 คน ถือว่าไม่มีสิทธิ์ได้บรรจุตั้งแต่ต้นตามกฎหมาย มีแนวทางนำเสนอว่ากลุ่มนี้ต้องถูกให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ตามข้อ 18 กลุ่ม 2 คะแนนผ่านแต่ปรับคะแนน 790 คนจะมีโทษ ซึ่งจะพิจารณาในวันที่ 5 ส.ค.นี้

“แนวทางที่จะเสนอ กสถ.พิจารณานำเรียนว่า กลุ่มผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์อยู่แล้วจะมีการแก้ไขคะแนนเพิ่มขึ้น 790 คนมีการบรรจุไปแล้ว 565 คน ยังเหลือที่ไม่ได้บรรจุอีกจำนวนหนึ่งซึ่งกลุ่มนี้คือกลุ่มที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องเสนอว่าให้พ้นจากตำแหน่งเพราะถือว่าไม่มีสิทธิ์มาแต่ต้น ส่วนกลุ่มที่แก้ไขคะแนนเพิ่มขึ้นจากผ่านอยู่แล้วแต่เพิ่มขึ้นเพื่อให้ลำดับที่ดี กรมส่งเสริมฯ จะพิจารณาเป็น 2 แนวทางในเบื้องต้นแนวทางที่ 1 คือการปรับลดลงตามคะแนนที่แท้จริง ให้นายก อปท.สอบสวนได้ข้อยุติจึงให้พ้นจากตำแหน่ง มีอีกแนวทางนึงคืออาจจะต้องพิจารณาในประเด็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องเสนอพักราชการหรือให้ออกไว้ก่อนด้วยหรือไม่ จะนำพิจารณาที่ประชุม กสถ.”

จากนั้น นายอาสพลธ์ ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวช่วงหนึ่งว่า จากที่เราฟังมาการที่คะแนนรั่วไหลมาจาก 2 ช่องทางไม่ว่าผู้รับจ้าง มศว กลับแฟลชไดรฟ์ใน สถ.ซึ่งทางรองอธิบดี สถ.ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

“แล้ววันนี้เห็นแล้วว่ามีการแก้ไขคะแนน ทำให้หลายคนไม่ได้รับการบรรจุ คนที่เสียโอกาส 5,900 กว่าคน พอประกาศใหม่สัปดาห์หน้าอาจจะได้สิทธิ์นั้น นอกจากเรื่องการการดำเนินคดีมีแนวทางอย่างไร หรือเป็นช่องว่างของกฎหมายอย่างไร ไม่เช่นนั้นหากอีกสองปีจะสอบใหม่ก็จะเป็นแบบนี้อีกเพราะคนที่ทำผิดแบบนี้หากไม่ได้รับผลกระทบคนอื่นทำได้เขาก็ทำได้เช่นกันในอนาคต” นายอาสพลธ์ กล่าว

ด้าน นายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ.ชี้แจงว่า จะต้องมีการส่งรายชื่อของผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมสำเนากระดาษคำตอบไปให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกฎหมาย ในภาคีเครือข่ายที่ทำ MOU พิจารณาตามหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน มี ป.ป.ช. – ปปท – ดีเอสไอ – ปปง. ส่วนคนที่สอบไม่ผ่าน สถ.จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับการประกาศรายชื่อใหม่

“จะต้องดำเนินการผ่าน กสถ. – ก.กลาง – ก.จังหวัด โดยจะส่งข้อมูลหลักฐานไปยังหน่วยงานที่ MOU เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลังประชุมวันที่ 6 ส.ค.นี้” นายบุญประสงค์ กล่าว

ช่วงหนึ่งตัวแทนกรรมาธิการฯ ได้สอบถามว่า เคยสอบถามกันเอง และหาสาเหตุหรือไม่ ว่าเพราะอะไรทำให้เดินมาถึงจุดนี้ เช่น ความบกพร่องนั้นเกิดขึ้นที่ใคร โดยเจ้าหน้าที่ สถ.ตอบว่า อนุมานได้ว่าช่องโหว่คือผู้รับจ้างที่ทำ ให้ปัญหาเดินมาถึงจุดนี้

ด้าน นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษา กมธ.ป.ป.ช.กล่าวว่า เรื่องนี้ กสถ.ก็ตกเป็นจำเลยสังคม และต้องเร่งคำตอบมาอธิบายกับประชาชนได้ ต้องกล้าพูด วันนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ ประชาชนยินดีรับข้อมูล ถ้าเป็นข้อเท็จจริง ซึ่ง มศว ยืนยันว่าข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากมศว แต่หลังจากที่มศวแถลง สถ.ก็ไม่ได้ออกมาบอกว่า ความผิดทั้งหมดเป็นของมศว มีเพียงวันนี้ที่พึ่งได้ยิน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่ คนจำนวนเยอะขนาดนี้ถ้าทำแค่ฝ่ายเดียวคงทำไม่ได้

นายสรอรรถ กล่าวว่า วันนี้ระบบเรากำลังเสื่อมศรัทธา มีการบอกว่าถ้าสอบก็ไม่ต้องดูหนังสือ เพียงแค่แก้คำตอบเป็นหนทางที่เร็วที่สุด ไม่ได้ไม่รู้ว่ามีมานานหรือยัง แต่พึ่งมาแดงขึ้น พบข้อบกพร่องใน TOR เต็มไปหมด แค่เรื่อง แฟลชไดร์ฟที่มีการระบุใน TOR ว่ารับสุดยอดแต่กลับไม่มีการเข้ารหัส นี่อาจจะเป็นจุดบกพร่องที่เราอาจจะมองข้ามไปและไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบบราชการที่มีความรับผิดชอบมากขนาดนี้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นมานานแล้วแต่ไม่สามารถบอกกับประชาชนได้ว่า ในอนาคตจะมีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดแบบนี้ซ้ำได้อย่างไร อะไรที่ไม่ดีรีบตัด อย่าไปเกรงใจใคร

เมื่อถามถึง การตั้งข้อสังเกตุของกรณีที่ไม่ใช้ ม.บูรพา เป็นผู้รับจ้างจัดสอบนั้น เจ้าหน้าที่ สถ.ระบุว่า เพราะการประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าให้ยกเลิก คู่สัญญากับ ม.บูรพา ไปก่อน เพราะที่ประชุมมองว่ามาตรการป้องกันการทุจริตของ ม.บูรพา ยังมีไม่เพียงพอ จึงมีการเลือกใหม่และได้ มศว มารับผิดชอบ

จากนั้น รองอธิบดี สถ.ได้นำ กมธ.ป.ป.ช.เข้าดูตู้จัดเก็บไดรฟ์ในห้องของอธิบดี สถ.โดยได้อธิบายว่า ผู้ที่ถือกุญแจตู้เซฟ พี่จะสามารถเปิดได้นั้น จะมี 4 บุคคล และเวลาเปิดตู้นั้นจะมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันนั้นในตู้เซฟไม่มีแฟลชไดรฟ์ เพราะส่งไปให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ และยอมรับว่าหลังจากนี้จะต้องสร้างมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยในการจัดเก็บแฟลชไดรฟ์ใหม่ ก่อนคณะจะพาไปดูคอมพิวเตอร์ ในห้องทำงานของผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่นที่ใช้ติดต่อ มศว ก่อนประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน

– 006

ทร.ยังไม่เปิดผลคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกต แม้ได้ข้อสรุปแล้ว อ้างรอผู้มีอำนาจพิจารณาตามลำดับชั้น

ทร.ยังไม่เปิดผลคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกต แม้ได้ข้อสรุปแล้ว อ้างรอผู้มีอำนาจพิจารณาตามลำดับชั้น

ทร.ยังไม่เปิดผลคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกต แม้ได้ข้อสรุปแล้ว อ้างรอผู้มีอำนาจพิจารณาตามลำดับชั้น

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.21 น.

ทร.ยังไม่เปิดผลคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกต แม้ได้ข้อสรุปแล้ว อ้างรอผู้มีอำนาจพิจารณาตามลำดับชั้น ย้ำเม็ดเงินลงทุนในไทยกว่า 7,000 ล้านบาท สร้างผลทางเศรษฐกิจรวม 300%

31 กรกฎาคม 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทัพเรือได้ดำเนินการสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอผลการพิจารณาตามลำดับชั้นเพื่อให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กองทัพเรือตระหนักดีว่าสังคมมีความคาดหวังที่จะได้รับทราบผลการพิจารณาโดยเร็ว จึงขอเรียนว่า ในระหว่างที่กระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ กองทัพเรือยังไม่สามารถเปิดเผยผลการพิจารณาหรือรายละเอียดของข้อเสนอแต่ละรายได้ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ได้รับการอนุมัติครบถ้วนตามขั้นตอนแล้ว กองทัพเรือพร้อมเปิดเผยผลการพิจารณาและชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกประเด็นที่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน สามารถร่วมตรวจสอบกระบวนการได้บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และยังคงรักษาความเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย

โครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเป็นโครงการสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการรักษาความมั่นคงทางทะเล การคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล และการดูแลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงและการพัฒนาประเทศในระยะยาว

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า การพิจารณาข้อเสนอในครั้งนี้ กองทัพเรือยึดหลักการพิจารณาบนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Evaluation) โดยพิจารณาจากเอกสารคุณสมบัติ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อเสนอด้านราคา และรายละเอียดอื่นๆ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายได้ยื่นไว้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ การประเมินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (TOR) อย่างเคร่งครัด ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้

นอกจากการตรวจสอบความครบถ้วนและความสอดคล้องของข้อเสนอตามหลักเกณฑ์แล้ว ยังให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความสมเหตุสมผล และความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามข้อเสนอในทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อเสนอด้านยุทโธปกรณ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุนในประเทศ และผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ผู้ยื่นข้อเสนอเสนอไว้ สามารถดำเนินการได้จริง เกิดผลเป็นรูปธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทัพเรือและประเทศ

หัวใจสำคัญของการพิจารณาคือการตอบสนองต่อความต้องการทางยุทธการของกองทัพเรือ (Staff Requirements) ซึ่งจัดทำขึ้นจากการวิเคราะห์ภารกิจ สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง และความจำเป็นในการปฏิบัติการทางทะเลของประเทศในอนาคต นอกจากนี้ยังคำนึงถึงนโยบายการตอบแทนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ (Offset Policy) เพื่อให้การจัดหาเรือฟริเกตในครั้งนี้เป็นมากกว่าการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่เป็นการสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และศักยภาพของประเทศในระยะยาว

สำหรับข้อเสนอด้านผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Offset) ที่ผ่านการพิจารณา มีมูลค่าการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจริงภายในประเทศไทย (Actual Value) ตลอดโครงการกว่า 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 42% ของมูลค่าโครงการ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะเกิดจากการลงทุน การจ้างงาน การจัดซื้อจากผู้ประกอบการไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย ขณะที่ข้อเสนอดังกล่าวยังมีมูลค่าผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Offset Credit Value) มากกว่า 150% ของมูลค่าโครงการ ครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรม และการยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว

และเมื่อเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวหมุนเวียนต่อไปในระบบเศรษฐกิจ ผ่านผู้ผลิต ผู้ประกอบการไทย การจ้างแรงงาน การขนส่ง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากการประเมินของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 50,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 300% ของมูลค่าโครงการ สะท้อนถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในระยะยาว นอกเหนือจากการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการพิจารณาทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับติดตามของผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) จากองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งได้ติดตามและให้ข้อสังเกตตลอดกระบวนการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้

กองทัพเรือเชื่อมั่นว่าการพิจารณาโครงการครั้งนี้ได้ดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยยึดความต้องการทางยุทธการของกองทัพเรือเป็นสำคัญ ควบคู่กับการคำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว ภายใต้หลักกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล ความคุ้มค่า และผลประโยชน์สูงสุดของชาติ เพราะ “กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย”

กต.แจงชัด ขั้นตอนการนำร่าง ฮลุน โซโล่ กลับไทย ยันสถานทูตเพิ่งทราบข่าว 29 ก.ค.

กต.แจงชัด ขั้นตอนการนำร่าง ฮลุน โซโล่ กลับไทย ยันสถานทูตเพิ่งทราบข่าว 29 ก.ค.

กต.แจงชัด ขั้นตอนการนำร่าง ฮลุน โซโล่ กลับไทย ยันสถานทูตเพิ่งทราบข่าว 29 ก.ค.

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.59 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมนายมังกร ปทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ในหลายประเด็น 

โดยนายมังกร ปทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลสองกรณี นายบวรทัต เป็งสุข หรือ “ฮลุน โซโล่” เสียชีวิต ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกดแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็จะหาโอกาสพูดคุยกับทางครอบครัว ผู้เสียอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณเครือข่ายคนไทยที่สถาน เอะอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ที่ได้ติดต่อไปตั้งแต่ช่วงต้นๆของการเกิดข้อสงสัยของการขาดการติดต่อไป 

นายมังกร กล่าวว่า สถานะล่าสุดในวันนี้ ทางญาติของผู้เสียชีวิตได้ดำเนินการทำหนังสือมอบอำนาจที่อำเภอในท้องถิ่น แล้วและกำลังจะจัดส่งเอกสารมาให้กรมการกงสุล ซึ่งคาดว่าทางกรมการกงสุลจะได้รับเอกสารดังกล่าวภายในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.นี้ เมื่อได้รับเอกสารมาแล้ว ทางกรมการก็จะดำเนินการรับรองการแปรเอกสาร เพื่อที่จะส่งต่อเอกสารไปให้กับสถานทูต ณ กรุงอังการา เพื่อดำเนินการออกมรณบัตร และประสานงานเกี่ยวกับการส่งร่างของผู้เสียชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งของอื่นๆกับมาประเทศไทยต่อไป 

“สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สถานทูต ณ กรุงอังการา ได้แจ้งให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบในรายละเอียดต่างๆ ทั้งขั้นตอนของทางการจอร์เจีย และได้ติดตามขบวนการสอบสวนอย่างใกล้ชิดและจะรายงานให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทราบต่อไป ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดมีการรายงานอย่างเป็นทางการ หลังจากมีข่าวว่าผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตแล้ว นั้น ขอชี้แจงว่า เมื่อทางโรงแรมได้พบร่างของผู้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 14 กรกฎาคม หลังจากที่ผู้เข้าพักไม่ได้เช็กเอาต์ตามกำหนดเวลา ส่วนระยะเวลา ที่สถานทูตได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ จากทางการจอเจีย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ทางตำรวจจอร์เจียได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆก็ประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย ก่อนที่จะแจ้งมายังสถานทูต ณ กรุงอังการา และทางสถานทูต ณ กรุงอังการา ก็ได้ติดต่อกับเครือข่ายชุมชนชาวไทยกับทางกงสุลกิตติมศักดิ์จอร์เจียในทันที ที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารการหายตัวไปของนายบวรทัต และเมื่อได้รับการยืนยันว่าได้พบร่างผู้เสียชีวิต และอยู่ในการดูแลของทางการจอร์เจียแล้ว ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้ดำเนินการในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งที่ดำเนินการอยู่ณขณะนี้ และคงจะดำเนินการจนมีการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับมายังประเทศไทย“

นายมังกร กล่าวว่า หลังจากทางโรงแรม พบร่างของ นายบวรทัต ในวันที่ 14 กรกฎาคม แล้ว ทางการจอเจีย ก็ยังไม่ได้แจ้งมาที่สถานทูต ณ กรุงอังการา เนื่องจากเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบก่อนที่จะแจ้งผ่านกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย และทางกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจียถึงจะแจ้งมาที่สถานทูต ณ กรุงอังการา และจากที่มีข่าวว่าสถานฑูตไทย ณ กรุงอังการา ได้รับแจ้งการเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมนั้น ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน ซึ่งทางการจอเจียได้แจ้ง สถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ทราบในวันที่ 29 กรกฎาคม ยืนยันว่าเมื่อเริ่มปรากฏข่าว การสูญหายของ ฮลุน สถานทูต ณ กรุงอังการา ก็ได้เริ่มติดต่อเครือข่ายคนไทยที่อยู่ในจอเจียตั้งแต่แรกที่ได้รับข่าวและติดตามอย่างใกล้ชิด และได้รับแจ้งจากทางการจอเจีย ถึงการเสียชีวิตในวันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งขณะนี้ทางสถานทูต ณ กรุงอังการา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้แทนสถานทูตดำเนินการในขบวนการต่างๆที่จอร์เจียแล้ว 

ส่วนที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้ทางญาติของฮลุน ได้มีการแจ้งไปที่สถานทูต ณ กรุงอังการา ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม นั้น กระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีข้อมูลว่าทางญาติของผู้เสียชีวิตแจ้งไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.                  

ส่วนขั้นตอน ถ้าสถานทูตไทยในต่างประเทศ ได้รับแจ้ง ก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลก่อน ซึ่งที่จอร์เจีย ไทยไม่มีสถานทูตอยู่ที่นั่น แต่สถานทูต ณ กรุงอังการา ติดต่อผ่านทางกงสุลกิตติมศักดิ์ และมีเครือข่ายคนไทยติดต่อข้อมูลตรงนี้ แต่ก็เป็นทราบว่า เมื่อทางการจอร์เจียได้รับข้อมูลไปก็จะยังไม่เปิดเผยตั้งแต่ช่วงแรกของการหายตัว ไม่มีการเปิดเผยว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร

จากที่มีการตรวจสอบจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา แล้วไม่พบว่าแจ้งมาตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ซึ่งทางสถานทูตได้รับแจ้งข่าวนี้ในวันที่ 29 กรกฎาคม และขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ การเสียชีวิตของทางเจ้าหน้าที่ของจอร์เจีย 

ถามว่า มีคำอธิบายจากทางจอร์เจียหรือไม่ว่า ทำไมทางการจอร์เจีย ถึงได้ส่งเรื่องล่าช้าประมาณ 10 วัน นางสาวใจไทย กล่าวว่า ทางสถานเอกอัคราทูต ณ กรุงอังการา ก็ตระหนักประเด็นนี้ และหยิบยกกับทางสถานทูตจอร์เจียแล้ว และขอให้ทางจอร์เจียชี้แจงว่าเหตุการณ์ความล่าช้าที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งขณะนี้ก็ยังรอฟังคำชี้แจงอยู่ ที่ผ่านมาเอกอัคราชทูต ณ กรุงอังการา ได้พบกับอธิบดีของทางการจอเจีย และผู้แทนสถานทูตไทยที่เดินทางไปก็ได้พบกับทางตำรวจและกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย โดยทางสถานทูตไทยได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด            

สำหรับการพิสูจน์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตก็ต้องเป็นทางการของจอร์เจีย เนื่องจากเหตุเกิดที่จอร์เจีย จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของทางการจอเจียในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด 

ถามว่า หลังจากได้รับมอบอำนาจจากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว ระยะเวลาในการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับทางการจอร์เจียว่าจะออกเอกสารที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วเพียงไหน หลังจากนั้นก็ต้องมีการติดต่อกับบริษัทหรือสายการบินที่รับดำเนินการในส่วนนี้ และเมื่อ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากสถานสถานทูต ณ กรุงอังการา แล้ว ก็จะชี้แจงให้สาธารณะชนทราบต่อไป

“ขณะนี้สถานทูต ณ กรุงอังการา มีการเตรียมความพร้อม และติดต่อบริษัทที่ดำเนินการส่งร่างไว้แล้ว แต่ขณะนี้ต้องรอเอกสารจากทางการจอร์เจีย เพื่อดำเนินการออกมรณบัตร เพื่อนำไปสู่กระบวนการส่งร่างกลับ”
                 
นายมังกร กล่าวถึงการแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 34 ราย และบาดเจ็บ กว่า 600 คน นั้น ซึ่งขณะนี้ระบบการสื่อสารและการขนส่งสาธารณะในจังหวัดคุมาโมโตะ ได้กลับมาให้บริการในบางส่วนแล้ว และมีการแก้ไขการขาดแคลนไฟฟ้า น้ำประ ระบบแก๊ส คาดว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติในต้นสัปดาห์หน้า ในส่วนผลกระทบต่อคนไทยในจังหวัดกุมาโมโตะ 467 คน ที่ถือวีซ่าระยะยาวตามข้อมูลของทางญี่ปุ่น ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองชูโกฮากะ ได้รับแจ้งว่าติดต่อได้ แล้วทุกคนปลอดภัยดี และปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยมี 2 รายที่ประสบปัญหาที่พักพังหรือถล่ม ซึ่งกำลังได้รับความช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแรงงานไทยที่อยู่ใน จังหวัดเดียวกัน มีอยู่ประมาณ 187 คน ทุกคนปลอดภัยดี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางสำนักงานแรงงานที่กรุงโตเกียวได้ตรวจสอบกับบริษัทที่จ้างงานคนไทย ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่เมืองคุมาโมโตะ ทั้ง 11 คน ได้เดินทางออกจากพื้นที่ประสบภัยแล้ว และกำลังเดินทางทยอยกลับจากประเทศญี่ปุ่นต่อไป