ดับพุ่ง 1,430 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา เกิดอาฟเตอร์ช็อก 430 ครั้ง

ดับพุ่ง 1,430 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา เกิดอาฟเตอร์ช็อก 430 ครั้ง

28 มิ.ย. 2569 03:18 น.

ดับพุ่ง 1,430 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา เกิดอาฟเตอร์ช็อก 430 ครั้ง

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นเป็น 1,430 ศพแล้ว ในขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต แม้ว่าช่วงเวลาทองคำจะใกล้หมดลงแล้วก็ตาม

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 นายฮอร์เก โรดริเกซ สมาชิกระดับสูงของรัฐสภาเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) เพิ่มขึ้นเป็น 1,430 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3,238 ราย

นายโรดริเกซระบุว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็น “ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดที่สาธารณรัฐแห่งนี้เคยประสบพบเจอมาในรอบ 123 ปี” และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วถึง 430 ครั้ง

นอกเหนือจากการอัปเดตยอดผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว เขายังเปิดเผยอีกว่าปัจจุบันมีครอบครัวที่ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้วถึง 3,142 ครอบครัว

นายโรดริเกซยังเรียกร้องให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ในบ้านและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองลาไกวรา (La Guaira) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด โดยเขาอธิบายว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับ “ความเสียหายอย่างรุนแรงและพังย่อยยับ”

ทางด้าน จอช มาคาบวก วิศวกรจากองค์การสาธารณกุศลของสหราชอาณาจักร Search and Rescue Assistance in Disasters หรือ “ซาเรด” (Saraid) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางซาเรดกำลังเร่งทำงานเพื่อสนับสนุนภารกิจกู้ภัยในประเทศเวเนซุเอลา

แม้ “ช่วงเวลาทองคำ” ในการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต หรือ 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดภัยพิบัติ จะใกล้หมดลงแล้ว แต่มาคาบวกเชื่อว่า “ไม่มีเส้นตายที่แน่นอน” และ “เวลาเป็นเรื่องที่รอไม่ได้” ในทุก ๆ ชั่วโมงที่ผ่านไป “โอกาสในการรอดชีวิตจะลดน้อยลงเรื่อย ๆ”

มาคาบวก ซึ่งมีประสบการณ์ตรงในพื้นที่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในตุรกี-ซีเรียเมื่อปี 2566 บอกอีกว่า คนล่าสุดที่ทีมของเขาช่วยชีวิตไว้ได้นั้นคือ “หลังจากผ่านไปนานกว่า 100 ชั่วโมง” แม้ว่าการช่วยเหลือที่ราวกับ “ปาฏิหาริย์” เช่นนี้จะ “เกิดขึ้นได้ยากมาก” ก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดับ 1 เจ็บ 13 เครื่องบินเล็กชนตึกสูงในจีน ทางการเร่งสืบสวน

ดับ 1 เจ็บ 13 เครื่องบินเล็กชนตึกสูงในจีน ทางการเร่งสืบสวน

28 มิ.ย. 2569 02:04 น.

ดับ 1 เจ็บ 13 เครื่องบินเล็กชนตึกสูงในจีน ทางการเร่งสืบสวน

เหตุเครื่องบินเล็กบินชนตึกระฟ้าในประเทศจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายคือตัวนักบิน และมีผู้บาดเจ็บอีก 13 ราย โดยทางการจีนไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 27 มิ.ย. 2569 ว่า เครื่องบินขนาดเล็กที่พุ่งชนตึก ซิติก ทาวเวอร์ (CITIC Tower) ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย.) มีผู้อยู่บนเครื่องเพียงคนเดียวคือนักบิน ซึ่งตอนนี้เสียชีวิตแล้ว ขณะเดียวกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์เดียวกันนี้อีก 13 ราย

ตามรายงานจากสำนักข่าว รอยเตอร์ส ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากรัฐบาลเขตเฉาหยางระบุว่า เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงปักกิ่ง ส่งผลให้นักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 13 ราย โดยเป็นผู้ที่อยู่ด้านล่างและถูกเศษซากปรักหักพังตกใส่

“เครื่องบินขนาดเบาแบบเครื่องยนต์เดี่ยว 2 ที่นั่ง พุ่งชนอาคารสูงระฟ้าขณะบินอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออกในเขตเฉาหยาง เมื่อเวลา 17:55 น. (09:55 น. GMT) ของวันที่ 26 มิถุนายน” รัฐบาลเขตเฉาหยางระบุ “มีผู้อยู่บนเครื่องเพียงคนเดียวคือนักบิน ซึ่งเสียชีวิตแล้ว”

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุบัติเหตุเครื่องบินตกในครั้งนี้ และยังคงไม่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุ

รอยเตอร์ส รายงานอีกว่า ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากการพุ่งชนได้รับการนำแผ่นไม้มาปิดกั้นไว้ชั่วคราวแล้ว

ด้านสำนักข่าวเดอะไทมส์ รอยเตอร์ และซีเอ็นเอ็น รายงานตรงกันว่า หลังเกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานดับเพลิงจำนวนมากรุดมายังบริเวณรอบอาคารอย่างหนาตา

อย่างไรก็ตามสำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ (NBC News) รายงานว่า ในระหว่างที่ตำรวจกำลังกันผู้คนให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังได้ห้ามไม่ให้ผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายภาพ และขอความร่วมมือให้ผู้อื่นลบภาพถ่ายที่บันทึกไว้ด้วยเช่นกัน

พนักงานไปรษณีย์ที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ยอมรับว่า เขาสามารถบันทึกวิดีโอตอนที่เครื่องบินคาอยู่กับตัวตึกไว้ได้ แต่ในเวลาต่อมาได้ตัดสินใจลบออกเนื่องจากเกรงว่าจะถูกตำรวจจับกุม นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้สั่งให้ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ออกจากพื้นที่เกิดเหตุด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : people

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

28 มิ.ย. 2569 00:24 น.

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.1 แมกนิจูดที่อัฟกานิสถาน โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถาน แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 ที่ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเวลาประมาณ 18.04 น. วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น โดยจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึก 199 กม. ห่างจากเมืองจอร์ม (Jurm) ของอัฟกานิสถาน ไปทางใต้ราว 43 กม.

กรมอุตุนิยมวิทยาของปากีสถานระบุขนาดของแผ่นดินไหวครั้งนี้เอาไว้ที่ 5.9 แมกนิจูด โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในกรุงอิสลามาบัด รวมถึงในแคว้นปัญจาบทางตะวันออก และแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควาทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งมีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ยังรับรู้ได้ในพื้นที่แคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานปกครองอีกด้วย

แผ่นดินไหวทำให้ผู้คนตื่นตระหนกและพากันวิ่งหนีออกจากบ้านเรือน อย่างไรก็ตาม นายอันวาร์ ชาห์ซาด โฆษกหน่วยงานจัดการภัยพิบัติประจำแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา ระบุว่า จากการประเมินในเบื้องต้นยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือความเสียหายทางทรัพย์สิน

ในส่วนของทางการอัฟกานิสถานนั้น ยังไม่มีแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ออกมา แต่อัฟกานิสถานเองก็ประสบภัยแผ่นดินไหวซ้ำหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

บูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส

บูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส

27 มิ.ย. 2569 23:55 น.

บูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส

ประเทศบูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสแล้ว โดยกล่าวหาว่าฝรั่งเศสเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านบูร์กินาฟาโซอย่างไม่หยุดหย่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 ว่า รัฐบาลของประเทศบูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสแล้ว โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลปารีสมีพฤติกรรมที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างบูร์กินาฟาโซและอดีตเจ้าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศสย่ำแย่ลง หลังจากร้อยเอก อิบราฮิม ตราโอเร ก่อรัฐประหารยึดอำนาจในปี 2565 และดำเนินนโยบายที่ส่วนใหญ่เป็นการต่อต้านชาติตะวันตก

แป็งด์เวนเด กิลแบร์ อูเอดราโอโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของบูร์กินาฟาโซ แถลงผ่านทางโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า ฝรั่งเศสมีความผิดฐาน เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านบูร์กินาฟาโซอย่างไม่หยุดหย่อน และกล่าวหาฝรั่งเศสว่ามีความทะเยอทะยานแบบลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ (neo-colonial)

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสออกมาโต้ตอบว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นท่าทีที่ “เป็นปฏิปักษ์และไม่มีมูลความจริง” พร้อมระบุว่าสิ่งนี้ “แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่น่ากังวลของรัฐบาลบูร์กินาฟาโซ”

นอกจากนั้น ฝรั่งเศสยังได้เรียกร้องให้พลเมืองของตนที่พำนักอยู่ในบูร์กินาฟาโซ “ยกระดับความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น” ด้วย

ทั้งนี้ บูร์กินาฟาโซ รวมถึงมาลีซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ต้องต่อสู้กับกลุ่มกบฏอิสลามิสต์มานานกว่าทศวรรษ โดยบ่อยครั้งเป็นการสู้รบร่วมกับกองกำลังฝรั่งเศสที่ส่งเข้ามาประจำการในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากร้อยเอก ตราโอเร ก้าวขึ้นสู่อำนาจได้ไม่นาน เขาก็ขับไล่ทหารฝรั่งเศสออกนอกประเทศ โดยรัฐบาลของเขากล่าวหาฝรั่งเศสว่ามี “วาระซ่อนเร้น” และหันไปผูกมิตรกับจีนและรัสเซียแทน

แถลงการณ์ล่าสุดของบูร์กินาฟาโซระบุว่า เงื่อนไขสำหรับความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองประเทศไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว พร้อมทั้งอ้างว่าฝรั่งเศสให้การสนับสนุน “เครือข่ายบ่อนทำลาย และมีความตั้งใจที่จะโดดเดี่ยว” บูร์กินาฟาโซในเวทีระหว่างประเทศ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ในครั้งนี้ “เกี่ยวข้องกับกรอบความสัมพันธ์ในระดับสถาบันเท่านั้น” แต่ “ไม่ได้มีเจตนาที่จะบั่นทอนความผูกพันทางประวัติศาสตร์ มนุษยธรรม วัฒนธรรม และสังคม ที่เชื่อมโยงประชาชนชาวบูร์กินาฟาโซและฝรั่งเศสไว้ด้วยกันแต่อย่างใด”

เมื่อปี 2567 รัฐบาลทหารให้คำมั่นสัญญาว่าจะฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ทว่ากลับผิดสัญญา และประกาศยุบพรรคการเมืองต่างๆ อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีนี้

นอกจากนั้นในเดือนมกราคมปี 2568 บูร์กินาฟาโซ พร้อมด้วยอีกสองประเทศเพื่อนบ้านที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารอย่างมาลีและไนเจอร์ ประกาศแยกตัวออกจากประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (Ecowas) อย่างเป็นทางการ เพื่อจัดตั้งกลุ่มใหม่ในชื่อ “พันธมิตรแห่งรัฐซาเฮล” (The Alliance of the Sahel States)

อนึ่ง ฝรั่งเศสไม่มีเอกอัครราชทูตประจำการในบูร์กินาฟาโซมาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2566 แล้ว และในปี 2567 บูร์กินาฟาโซก็เนรเทศนักการทูตฝรั่งเศส 3 คน โดยกล่าวหาว่าทำ “กิจกรรมบ่อนทำลาย” แม้ว่าทางฝรั่งเศสจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ หลังเพิ่งตกลงถอนทหารบางส่วน

อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ หลังเพิ่งตกลงถอนทหารบางส่วน

27 มิ.ย. 2569 22:50 น.

อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ หลังเพิ่งตกลงถอนทหารบางส่วน

อิสราเอลส่งโดรนโจมตีในภาคใต้ของเลบานอนต่อ เพียงวันเดียวหลังจากเพิ่งตกลงกับเลบานอนว่าจะถอนทหารจากพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าต้องขจัดภัยคุกคาม

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 กองทัพอิสราเอลเปิดฉากส่งโดรนโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนอีกครั้ง เพียงวันเดียวหลังจากพวกเขาตกลงที่จะถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากพื้นที่ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้งสองประเทศ

ในวันศุกร์ที่ผ่านมา อิสราเอลกับเลบานอนบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างการเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี โดยอิสราเอลตกลงที่จะถอนทหารออกจากพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี (Litani River) และจะส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กองทัพเลบานอนเป็นผู้ดูแล

เจ้าหน้าที่จากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่า การโจมตีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดภัยคุกคามต่อกำลังพลของตน

การโจมตีดังกล่าวตอกย้ำถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในเลบานอน และทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซับซ้อนขึ้น เนื่องจากอิหร่านเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ที่อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์สู้รบกันมานานหลายเดือน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาปฏิเสธข้อตกลงฉบับล่าสุดระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน โดยเชค นาอิม กัสเซม เลขาธิการของกลุ่มระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงนี้คือ “การสูญเสียอธิปไตยแห่งเลบานอน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

หยุดยิงสั่นคลอน อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพในตะวันออกกลาง

หยุดยิงสั่นคลอน อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพในตะวันออกกลาง

27 มิ.ย. 2569 22:09 น.

หยุดยิงสั่นคลอน อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพในตะวันออกกลาง

อิหร่านโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกครั้งในวันเสาร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ รอบช่องแคบฮอร์มุซ สั่นคลอนความพยายามทำข้อตกลงสันติภาพ

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 สำนักข่าวเพรสทีวี (Press TV) ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเปิดเผยว่า พวกเขาโจมตีที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยไม่เจาะจงว่าเป็นสถานที่ใด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลงระหว่างสองฝ่าย

ด้านทางการบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ รายงานว่าพบการโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านในดินแดนของตนเมื่อเช้าตรู่วันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งกระทรวงต่างประเทศประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการ “ละเมิดอธิปไตยของบาห์เรนอย่างร้ายแรง” แต่ทางการบาห์เรนก็ไม่ระบุชัดเจนเช่นกันว่า สถานที่ที่ถูกโจมตีคือที่ใด

สถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นครั้งล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เริ่มต้นจากการที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ลำหนึ่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 มิ.ย.) ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาตำหนิอย่างรุนแรงว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา

หลังจากนั้นในวันศุกร์ กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านบริเวณรอบช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า อากาศยานของสหรัฐฯ โจมตีคลังเก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน

ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันว่าอิหร่านโจมตีฐานทัพของพวกเขาในตะวันออกกลางหรือไม่ แต่นี่ถือเป็นการโจมตีตอบโต้กันครั้งแรก นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อปูทางไปสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามเมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งพยายามคลายความกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลายหลังการโจมตีตอบโต้ดังกล่าว โดยบอกกับสำนักข่าว CNN ว่า เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้สะท้อนถึงการกลับไปสู่ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ อย่างน้อยก็ในเวลานี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง รับสถานการณ์เป็นรอง ลั่นทำเต็มที่แล้ว-ไม่เสียกำลังใจ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.33 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  โพสต์ข้อความระบุว่า ขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ตลอดระยะเวลาที่ได้ลงพื้นที่ พี่น้องให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ให้ข้อมูล ให้แง่คิด ให้คำแนะนำต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานของพวกเรา ไม่เพียงเฉพาะในแง่ของการเลือกตั้งกรุงเทพฯ แต่ว่าในการทำงานในภาพรวมด้วย

ขอบคุณผู้สนับสนุนพรรคที่ยังเชื่อมั่นในพวกเรา ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยทำงานมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่า ๆ ทุกคนมีความจริงจังกับภารกิจนี้ เพราะเราถือว่านี่คือการทำหน้าที่ของนักการเมือง พรรคการเมือง พวกเราทราบดีตั้งแต่ต้นว่าสถานการณ์เป็นรองและไม่ง่ายในการที่จะพลิกผลต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่มีอยู่ เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้ว ไม่เสียกำลังใจ เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ทำไป สิ่งที่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ คะแนนทุกคะแนนที่สนับสนุนเราอย่างไรก็ไม่สูญเปล่า  เราเดินหน้าทำงานในฐานะองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป 

ขอขอบคุณทุกฝ่ายอีกครั้งหนึ่งครับ

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

กกต.สรุปเลือกตั้งกทม.-พัทยา ไร้ร้องเรียน เคลียร์เคสปัญหายันกระบวนการถูกต้อง ไม่ไปใช้สิทธิรีบแจ้งใน 5 ก.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.23 น.

กกต. แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน ชี้พายุไม่กระทบลงคะแนน-นับคะแนน ลุ้นประกาศผลเร็ว เคลียร์ปมคุณสมบัติสิทธิเลือกผู้ว่าฯ-ส.ก.-เคสพ่อหัวหน้าปชน. เตือนคนไม่ได้ไปใช้สิทธิรีบแจ้งเหตุภายใน 5 ก.ค. นี้

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แถลงสรุปภาพรวมการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. และพัทยา โดยได้รับรายงานจากสำนักงานการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี  ว่า กปน. 6,628 หน่วยของ กทม. และ 113 ของเมืองพัทยา ปิดหน่วยแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน สถานการณ์ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยภาพรวมการเลือกตั้งตั้งแต่ 09:00 น. มีเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แต่ไม่มีหน่วยเลือกตั้งในบริเวณนั้น จึงไม่กระทบต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน  จากนั้นเวลา 10:55 น. ลมพัดป้ายประชาสัมพันธ์ทับประชาชนทับ เขตบางกะปิ ซึ่งผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบาดเจ็บเล็กน้อย ได้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ผอ. โรงเรียนวัดศรีบุญเรือน พร้อม ผอ. เขตบางกะปิ และสารวัตร สน. หัวหมากได้ไปตรวจเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 

และ เวลา 15:00 น. ได้ติดตามเรื่องของภัยธรรมชาติเกี่ยวกับพายุฝน จะกระทบการเลือกตั้งในพื้นที่หรือไม่  ซึ่งปรากฏว่าเกิดผลกระทบในพื้นที่หน่วยที่ 28 – 31  เขตและแขวงลาดกระบัง แต่กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเสร็จสิ้นเป็นเวลา 17.00 น. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณี สส. บางคนและประชาชนบางคนอาจไม่เข้าใจคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยมาตรา 38 ของ พระราชบัญญัติผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำหนดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตติดต่อกันไม่น้อยกว่า1 ปีนับจนถึงวันเลือกตั้ง

“เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีชื่ออยู่ในเขตทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี หมายความว่าท่านมีสิทธิ์เลือกตั้งรับบัตรทั้ง 2 ประเภท ส่วนท่านใดย้ายทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครจากเขตหนึ่ง ไปอีกเขตหนึ่ง ไปอยู่เขตปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี นั่นหมายความว่าท่านไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหา นครของเขตนั้นได้ มีสิทธิ์เลือกเฉพาะผู้ว่า กทม.เท่านั้น กรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดหากประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก. สามารถขอเพิ่มชื่อณที่สุดท้ายที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี แต่การขอเพิ่มชื่อต้องไปขอเพิ่มตอนนายทะเบียนท้องถิ่นนายทะเบียนอำเภอก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน“ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงในส่วนการติดตามผลการนับคะแนน เชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่หน่วยหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งทั้งกรุงเทพ มหานครและเมืองพัทยา หากมีขบวนการไหนที่คิดว่าคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายสามารถทักท้วงคัดค้านต่อ กปน. เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของ กกต. ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามผลการนับคะแนนได้ทางเว็บไซต์ของกทม. และของเมืองพัทยา 

ส่วนประชาชนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิ์ต้องไปแจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันนี้ 28 มิ.ย. จนถึง วันที่ 5 ก.ค.นี้ หรือแจ้งในแอปพลิเคชั่น Smart Vote , เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง , แจ้งด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น, สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ถึงนายทะเบียนท้องถิ่นได้ หากไม่แจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้จะถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมือง 2 ปี 

ในส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กทม. และ เมืองพัทยานั้น  ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่าตามกฎหมายกำหนดว่ากรณีเขต ไม่มีเรื่องร้องเรียน หรือการร้องคัดค้านการเลือกตั้งหรือคัดค้านการนับคะแนน กกต. จะพิจารณาประกาศผลภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากมีเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อาจจะมีการสั่งให้มีการเลือกตั้ง หรือใหม่หรือกระบวนการใด อย่างช้าที่สุดจะต้องประกาศผลภายใน 60 วัน ก่อนจะทิ้งท้ายกล่าวขอบคุณผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและ กปน. ปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้สถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดเกิดขึ้น 

เมื่อถามว่ากรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแค่ผู้ว่ากทม. แต่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกสก. จะเกิดปัญหาบัตรเขย่งหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า กกต.ได้มีการเน้นย้ำว่าบุคคลพิเศษที่มีสิทธิเลือกตั้งประเภทเดียว กรรมการก็จะมีกระบวนการควบคุม ดังนั้นจึงมีการแจกบัตรเพียงแค่ใบเดียว โอกาสที่จะเกิดบัตรเขย่งนั้นน้อยมาก หรือแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเกิดขึ้นกกต.จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เมื่อผลการนับคะแนนออกมาแล้วว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนไม่ตรงกัน กรณีนี้จะนำไปสู่การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ หรือกรณีการนับคะแนนอาจเป็นไปด้วยความไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่าหลังการนับคะแนนจะต้องมีการจับตาผลการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบว่ากระบวนการนับคะแนนว่าเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อสังเกตการณ์และพบว่าการคะแนนกับขีดคะแนนไม่ตรงกัน หรือการวินิจฉัยของกรรมการอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถทักท้วงหรือคัดค้านต่อกรรมการได้เลย และกรรมการจะวินิจฉัย และแจกเอกสารทักท้วงโดยสามารถนำเอกสารดังกล่าวนำมาร้องให้กับกกต.ได้หากไม่สบายใจหรือคิดว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาของกกต. ด้วยความรวดเร็ว

ส่วนกรณีเกิดพายุฝนกระหน่ำจะส่งผลกระทบให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายหรือไม่นั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกหน่วยพบว่าบัตรเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากไม่สามารถนับคะแนนได้ หรือนับคะแนนไปแล้วบางส่วนหรือยังไม่เริ่มกระบวนการนับคะแนน กฎหมายให้กรรมการประจำหน่วยประกาศงดการนับคะแนน และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะประกาศ ให้มีการนับคะแนนใหม่ภายใน 3 วัน หากกระบวนการลงคะแนนไม่เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนใหม่ แสดงว่ากระบวนการทุกอย่างยังเหมือนเดิมแต่จะต้องนับคะแนนให้ถูกต้อง โดยอยากให้เกิดความสบายใจว่ากระบวนการควบคุมหรือกระบวนการเก็บรักษาเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อถามว่ากรณีบิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่มีชื่อในหน่วยเลือกตั้งนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า อยากขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยในการตรวจสอบการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1. ต้องตรวจสอบบัญชีรายชื่อ 2.ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะระบุว่าท่านมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหน และ 3.ตรวจสอบได้จากแอพลิเคชั่น Smart vote หรือเว็บไซต์ของกรมการปกครอง โดยในกรณีนี้หากมีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน มีการย้ายทะเบียนบ้าน แสดงว่าหน่วยเลือกตั้งอาจไม่ใช่หน่วยปัจจุบัน อาจจะต้องขยับไปอีกหน่วยหนึ่งตามทะเบียนบ้าน ที่สำนักทะเบียนได้มีการประกาศไว้ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ขบวนการทุกอย่างถูกต้อง เพียงแต่มีการย้ายและเปลี่ยน แปลงบ้านเลขที่เท่านั้น

เมื่อถามว่าหากประเมินผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา กกต.จะมีการทบทวนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวอย่างไรบ้าง รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่า เรื่องนี้กกต.ค่อนข้างกังวล ซึ่งกกต.อยากให้มีการรณรงค์ โดยก็ได้ให้กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาได้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจจากประชาชน การตระหนักความสำคัญของการเลือกผู้แทนมาบริหาร ซึ่งเป็นโจทย์จะต้องกลับมาคิดทบทวนพอสมควร ในอนาคตจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างไร เนื่องจากจะต้องเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล จึงต้องให้ทุกฝ่ายตระหนักในเรื่องนี้ กกต.อาจจะรณรงค์เชิญชวนอย่างเดียว แต่เรื่องของความตระหนักต้องฝากไว้ที่ประชาชน ส่วนเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหา
นครและเมืองพัทยา จนถึงขนาดนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่กกต.ก็ได้เน้นย้ำให้การเลือกตั้งเป็นบันทึกความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

เอ็ดดี้ ข้องใจ เสก เล่าช่วงเป็นผู้ต้องขัง บอก อธิบดีราชทัณฑ์ พาไปร้องเพลงให้ ทักษิณ ฟังตามคำขอ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.59 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า เสกเล่าเองว่า “ทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้”

เดี๋ยวนะ ทักษิณ เป็นผู้ต้องขัง! 

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

ชัชชาติ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก จ่อนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.46 น.

“ชัชชาติ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา จ่อผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย “ต่อศักดิ์” เผย เตรียมเดินหน้านโยบาย 200 ข้อภายใน 100 วัน  ด้าน “ทวิดา” พร้อมนั่งรองผู้ว่าฯ ต่อ 

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ Stadium One บรรทัดทอง สถานที่ติดตามการนับคะแนนของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ผู้สื่อข่าวรายงานตั้งแต่เวลา 16.00 น. ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำกรุง ทีมงานได้เตรียมความพร้อมสถานที่ โดยติดตั้งจอ LED สำหรับถ่ายทอดผล และเตรียมเก้าอี้รองรับผู้สนับสนุนและประชาชนที่มาร่วมติดตามการนับคะแนน 

จากนั้นเวลา 17.00 น. ทีมงานของนายชัชชาติ ทยอยมาติดตามผลการนับคะแนน อาทิ นายต่อศักดิ์ โชคมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ฯ หลังผลโพลหลายสำนักรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งนายชัชชาติ มีคะแนนนำมาเป็นลำดับ 1 

นายต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ปัญหาของการเลือกตั้งคือมีฝนตกลงมาช่วง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบ แต่จากการสำรวจในช่วงเช้าพบว่าบางเขตมีความคึกคักมากกว่าช่วงบ่าย จึงคิดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่า 50 % ส่วนที่มีการคาดหมายว่านายชัชชาติ จะได้คะแนนสูงกว่าครั้งที่แล้วเราก็หวังเช่นนั้น เพราะหากได้เท่าเดิมก็เหมือนทำงานได้น้อยกว่าเดิม จึงหวังว่าจะได้คะแนนมากกว่าเดิม วันนี้ทีมงานของนายชัชชาติ มารวมตัวที่นี่ และเวลา 4 ปีข้างหน้า ถือว่ามีความสำคัญ เพราะกรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งภายนอกและภายใน จึงต้องช่วยกันทำให้เมืองมีความหวัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการโจมตีเรื่องระบบอากง แต่จากผลโพลที่ออกมา นายชัชชาติ มีคะแนนนำ จึงดูเหมือนจะไม่มีผลอะไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า การเมืองถ้าเน้นวาทกรรมก็จะไม่ได้ประโยชน์ หากตั้งใจทำงานก็จะเกิดผลกับผู้สมัคร แต่หลายเรื่องผู้สมัครไปเน้นวาทกรรมทำให้สาระน้อยลงไป ทีมงานของเราทำการบ้าน อยู่ในสนามและอยู่บนตัวเลขที่เป็นความจริง รู้วิธีขับเคลื่อนการทำงานว่าจะทำอย่างไร โดย 4 ปีที่ผ่านมาได้วางพื้นฐานเอาไว้ จากนี้จะวิ่งและกระโดดก้าวข้ามสิ่งที่ยังค้างให้หมด ทั้งระบบคอรัปชั่น ระบบการบริหารจัดการที่ต้องขยายผลจริงจัง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งหน่วยงานต่างๆและรัฐบาล

เมื่อถามว่า หากนายชัชชาติ ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯกทม. สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร นายต่อศักดิ์กล่าวว่า เตรียมไว้หมดแล้วตั้งแต่ 100 วันแรก ซึ่งมี 200 กว่าข้อที่เราจะทำ ทั้งระยะสั้นกลาง ยาว เขียนไว้ชัดเจน และจะเริ่มกดปุ่มทันที 

เมื่อถามถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. รวมถึงฝ่ายบริหารอื่นๆ นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าตำแหน่งรองผู้ว่าฯคงมีเท่าเดิม ส่วนเรื่องของตัวบุคคลจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ยังไม่ได้หารือกัน ซึ่งทุกคนทำงานได้หมด พร้อมกับเปิดให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทและพวกตนก็จะไปอยู่เบื้องหลัง ส่วนตัวจะได้กลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาหรือไม่ต้องถามนาย
ชัชชาติ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับแต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษาฯ จะปรับภาพลักษณ์จากที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นระบอบอากง อย่างไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำ เพราะระบบที่ทำอยู่คือระบบชัชชาติที่เป็นกองหน้า ส่วนหลังบ้านคือรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาฯ เลขาฯ มีอยู่เท่านี้และมองว่าอย่างน้อยไป โดยกฎหมายที่เสนอไปก็จะจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นและจะทำให้การกระจาย
อำนาจมีมากขึ้น จึงอย่าไปคิดว่ามีระบบอากง แต่ เป็นระบบที่นายชัชชาติวางไว้เป็นระบบใหม่และไม่คิดว่าจะมีที่ไหนเคยทำ 

เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับตำแหน่งต่ออาจถูกเป็นเป้าตกโจมตีอีกครั้ง นายต่อศักดิ์กล่าวว่า การเมืองก็เป็นแบบนี้เราบอกไม่ได้ แต่ต้องจัดระบบให้ดี ย้ำว่าในรอบหน้ากระบวนการบริหารต่างๆจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่คงต้องว่ากันอีกที

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ถูกยกมาเป็นประเด็นโจมตีในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา  นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชั่น มีอยู่ 2-3 เรื่อง เมื่อทำตามเกณฑ์ที่รัฐบาลให้ เราจึงมีอำนาจแค่ดูเรื่องวินัยและละเมิด ส่วนเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอาญาหรือประเด็นอื่น ก็อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการ ขอย้ำที่ทำแค่นี้เพราะมีอำนาจเท่านี้ 

เมื่อถามกรณีที่นายคริส โปรตระนันท์ ประธานพรรคเศรษฐกิจเปิดเผยในกลุ่มไลน์ กลุ่มคนทำงานที่ระบุว่าให้เลือกเบอร์9 และ ส.ก.ทีมคนทำงาน นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า มีการส่งต่อกันมา และไม่ใช่ตนเป็นผู้ส่งคนแรก ซึ่งเป็นเรื่องภายในที่ส่งกันได้ 

ด้านทวิดา  กล่าวว่า สำหรับผลโพลที่เกิดขึ้น ตนยังไม่ได้ดู และเพิ่งเห็นบางส่วน และขณะนี้เพิ่งนับคะแนนไปบางส่วน แต่จากผลโพลที่เกิดขึ้นพบว่าดี และรู้สึกดีที่คนยังชอบนายชัชชาติ และเห็นว่างานที่ทำมามีผลงานบ้างพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตามที่ชนะในวันนี้นำไปปรับใช้ก็น่าจะดี 

สำหรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.ตนยังไม่ทราบ เพราะเมื่อครั้งที่แล้วกว่าจะรู้ตัวว่านายชัชชาติ มาทาบทามก็ช่วงที่มีการนับคะแนน 21.00น. ของวันดังกล่าว ดังนั้นต้องรอ เพราะนายชัชชาติ ไม่ใช่คนที่พูดไปเรื่อย ต้องให้มีความมั่นใจในระดับที่สูงก่อนที่จะไปทาบทามใคร 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการทาบทามก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นรองผู้ว่าฯใช่หรือไม่ น.ส.ทวิดา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นทีมนโยบายก็เห็นอยู่แล้วว่าอยากทำอะไร เมื่อนายชัชชาติ เลือกอีกก็คงไม่ปฏิเสธอะไร 

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้ไปเปิดเผยในรายการ ศึกชิงผู้ว่าคนชี้ชะตามหานคร “‘หลังปิดหีบเกลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี2569ว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องรับใช้ทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เพราะผู้ว่าคนใหม่ก็มีงานที่หนักเพราะมีสถานการณ์โลก อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจต่างๆก็เป็นงานที่หนัก คนที่ชนะก็ยังไม่ดีใจหรอก เพราะมีงานภารกิจที่หนักหน่วงรออยู่ข้างหน้า  สำหรับ ส.ก.ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็นคนที่สะอาด สุจริตและทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ให้เกียรติราชการให้เกียรติประชาชนในการทำงาน 

ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่แค่กรุงเทพฯแต่ไปทั้งประเทศไทยผมว่าเรื่องโปร่งใสเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องทำถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ก็จะทำให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยก็จะเปิดเผยให้โปร่งใสให้มากขึ้น

สำหรับทีมงานผู้ว่าฯกทม.นั้น ก็จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งรอให้ผลการเลือกตั้งเรียบร้อยก่อน