‘เฉลิมชัย’ฟื้นฟูแม่น้ำปราณฯ ปล่อยสัตว์น้ำ2ล้านตัวช่วยชาวประมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682387

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โครงการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ปัญหาแม่น้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ด้านประมง) ปี 2565 เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างการมีส่วนร่วมให้ชาวประมงและชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยมี นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง นายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ที่ลานสาธารณประโยชน์ 24 ไร่ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า แม่น้ำปราณบุรีเป็นแม่น้ำสายสำคัญของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทางกรมประมง และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดเป็นแหล่งน้ำเป้าหมายในการพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์อย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำครั้งนี้ จะช่วยเร่งฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และคืนความอุดมสมบูรณ์กลับมาในระยะยาว ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีเพียงพอต่อความต้องการบริโภค สามารถสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือนให้แก่ชาวประมง ทำให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

“สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมประมงได้ใช้มาตรการ 3 ป.คือ ป้อง ปราม ปราบ เพื่อดูแลจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำปราณบุรี ให้คงอยู่ในความสมดุลและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมบูรณาการกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฟื้นฟูและพัฒนาแม่น้ำปราณบุรี ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางให้กลับคืนสภาพความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน และสำหรับโครงการนี้ กรมประมงตั้งใจส่งสัญญาณว่าจะต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจัง ซึ่งนอกจากการรักษาสมดุลทางธรรมชาติแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ดี กรมประมงได้เข้ามาดูแลพี่น้องชาวประมงกลุ่มต่างๆ ทั้งเรื่องประมงชายฝั่ง หรือสิทธิต่างๆ ที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ ขอให้รู้ว่าเรามีความตั้งใจเต็มที่ และจะดูแลพี่น้องชาวประมงอย่างดีที่สุด หากเกิดปัญหาขอให้มีการพูดคุยและร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้ ได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แม่น้ำปราณบุรี 2 ล้านตัว ประกอบด้วย กุ้งทะเล 1,200,000 ตัว ปลากะพงขาว 90,000 ตัว ปลากินพืชน้ำจืด 700,000 ตัว และปูม้า 10,000 ตัวโดยพันธุ์สัตว์น้ำส่วนหนึ่งได้มอบให้กับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อ.ปราณบุรี อ.หัวหิน และกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำปราณบุรี รวม 17 ชุมชน สำหรับนำไปปล่อยในแม่น้ำปราณบุรีในจุดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการให้ความรู้ด้านการประมงและการเกษตร คลินิกชาวประมง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

‘อลงกรณ์’ติดตามงาน คกก.นโยบายด้านเกษตร ความก้าวหน้าศูนย์AIC สร้างประโยชน์เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682386

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ครั้งที่ 4/2565 และประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) ครั้งที่ 4/2565 โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับทราบผลการจัดพิธีมอบรางวัล AIC Award 2022 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา

จากนั้นที่ประชุมได้รับฟังผลการบริหารการขับเคลื่อน AIC จ.ตรัง นอกจากนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) จ.อุทัยธานี ได้รายงานผลการดำเนินการของศูนย์ CoE กระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอบรมบ่มเพาะ รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ภูมิปัญญาด้านการเกษตร และนวัตกรรมทางการเกษตร พร้อมเป็นศูนย์กลาง ในการให้บริการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ประกอบกับ จ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดที่มีกระบือมากและมีคุณภาพ รวมทั้งมีตลาดที่เป็นแหล่งรับซื้อขายกัน จึงเห็นว่าควรให้มีการพัฒนาโครงการ “งานฟาร์มอนุรักษ์กระบือเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ การอนุรักษ์ต่อยอดเชิงธุรกิจ และพัฒนาคุณภาพกระบือ จ.อุทัยธานี

ปลัดเกษตรฯร่วมงาน 60ปีกรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682388

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษ หัวข้อ “AgrichallengeNextNormal เหลี่ยวหลังแลหน้า รองรับ NextNormal มุ่งขับเคลื่อนภาคเกษตรอย่างยั่งยืน” และมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นภาคบรรยาย ผลงานวิชาการดีเด่นภาคนิทรรศการ และรางวัลปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก ภายในงานประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2565 “60 ปี กรมพัฒนาที่ดิน การเปลี่ยนแปลงในทศวรรษหน้า สู่การพัฒนาที่ดินยั่งยืน” ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต โดยมีน.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการในสังกัด เข้าร่วม

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การบรรยายพิเศษครั้งนี้มุ่งหวังในการสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และพัฒนาการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน มีความเชื่อมโยงแผนนโยบายสำคัญ มีโครงสร้างและกลไกการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติรวมถึงเป็นส่วนสำคัญที่พาภาคเกษตรไทยมุ่งสู่ความสำเร็จ สร้างการขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

“การขับเคลื่อนภาคเกษตร ยังคงต้องมุ่งเน้นเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรในเวทีโลก รวมทั้งเป้าหมายนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของเกษตรกร โดยพิจารณาสถานการณ์และแนวโน้มที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ทั้งสถานการณ์โลกที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร โอกาสและภัยคุกคามของภาคเกษตรด้านต่างๆ” ดร.ทองเปลว กล่าว

อสป.รุกขยายท่าบกทั่วไทย นำร่องพัฒนาพื้นที่เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682389

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า ได้ขานรับนโยบายของ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในการให้ อสป.ลุยขยายท่าบกทั่วไทย โดยตนอยากให้พนักงานทุกคนเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายการขยายโครงการท่าบก ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาสะพานปลา และท่าเทียบเรือประมง ทั้ง 18 แห่งทั่วไทย เพื่อให้ อสป.บรรลุเป้าหมายรายได้และผลกำไรเติบโตตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ มีแผนจะพัฒนาและขยายตลาดสินค้าสัตว์น้ำของไทย เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อยกระดับตลาดสินค้าสัตว์น้ำจากชาวประมง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้มีมาตรฐานสากล ทั้งคุณภาพและราคา ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในระยะแรกมีเป้าหมายขยายตลาดไปตามนโยบาย รมช.เกษตรฯ ซึ่ง อสป.รับบทบาทสำคัญในการหาตลาดท่าบกให้กับพี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพและได้มีช่วงการขยายสินค้าสัตว์น้ำได้มากขึ้น

“ขณะนี้ อสป.กำลังหารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยจะเริ่มนำร่องสินค้าสัตว์น้ำเป็นประเภทแรก หากเป็นไปตามที่คาดการณ์จะสร้างคลังสินค้าใกล้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสินค้า หากมีความต้องการสินค้าก็จะทำให้สามารถขนส่งขึ้นเรือได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็จะเริ่มขยายท่าบกในพื้นที่อื่นๆ ที่ยากต่อการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำ” นายปรีดา กล่าว

วช.หนุนประเทศไทยไร้ขยะ ให้ทุนวิจัยทีมจุฬาฯสร้างฐานข้อมูลจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682436

วช.หนุนประเทศไทยไร้ขยะ ให้ทุนวิจัยทีมจุฬาฯสร้างฐานข้อมูลจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ฯ

วช.หนุนประเทศไทยไร้ขยะ ให้ทุนวิจัยทีมจุฬาฯสร้างฐานข้อมูลจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ฯ

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.21 น.

วช.หนุนประเทศไทยไร้ขยะ ให้ทุนทีมจุฬาฯ สร้างฐานข้อมูลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่สามารถนำไปสู่การกำหนดนโยบายการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ อย่างเป็นรูปธรรม    

  ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขยะจากซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขยะเหล่านี้ยังขาดการจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันกฎหมายที่ใช้กำกับและดูแลการจัดการซากผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับโครงการ “แผนงานวิจัยท้าทายไทย : การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายชุมชน ระยะที่ 2” ภายใต้แผนงาน Zero Waste Thailand (ประเทศไทยไร้ขยะ) ซึ่งมี รศ.ดร.สุธา ขาวเธียร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และของเสียอันตรายชุมชน รวมทั้งการจัดการซากผลิตภัณฑ์ของรัฐและชุมชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปกำหนดนโยบายการจัดการซากผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

รศ.ดร.สุธา ขาวเธียร จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการคาดการณ์ปริมาณซากผลิตภัณฑ์ฯ จากชุมชนในปี 2563  พบว่ามีปริมาณ 428,000 ตัน/ปี  กว่า 70 % เป็นซากผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด คือ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์  ซึ่งซากผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ยังถูกเก็บไว้ในครัวเรือน ยังไม่ได้รับการจัดการ และอีกส่วนหนึ่งถูกจัดการด้วยกลุ่มรับซื้อของเก่าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย  จากปัญหาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังขาดการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ   แผนงานวิจัยฯ จึงได้ทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลการจัดการซากผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องจากแผนงาน การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายชุมชน ระยะที่ 1 ซึ่งศึกษาและรวบรวมฐานข้อมูลการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ทั้งระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริโภคจนถึงปลายทางการกำจัด  และได้นำมาต่อยอด บูรณาการสร้างเป็นฐานข้อมูลที่สามารถนำไปสู่การวางแผนและกำหนดนโยบายการจัดการซากผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนข้อมูลในการออกกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ พบว่า ผู้บริโภคมีการยืดอายุผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ จึงมีผลต่อปริมาณซากผลิตภัณฑ์ ที่เข้าสู่ระบบ เช่น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ซึ่งมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ถึงเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซม และเรียกคนมารับซื้อซากผลิตภัณฑ์ที่บ้าน ส่วนซากผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต จะมีอายุการใช้งาน 4-5 ปี ส่วนใหญ่ซากผลิตภัณฑ์จะยังถูกเก็บไว้ในบ้าน ดังนั้นเพื่อให้เกิดระบบการจัดการ จำเป็นต้องมีมาตรการจูงใจให้เกิดการยอมรับ หรือ Willingness To Accept เพื่อดึงซากผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบ จากนั้นซากผลิตภัณฑ์ ที่ถูกรวบรวมจากบ้านเรือนจะถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรื้อแยกและรีไซเคิล  

สำหรับกระบวนการรื้อแยก สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ การรื้อแยกโดยกลุ่มรับซื้อของเก่าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายหรือ Informal Sector และการรื้อแยกโดยโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง หรือ Formal sector ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า การรื้อแยกทางกายภาพของทั้ง 2 รูปแบบไม่แตกต่างกัน เช่น ผลของการรื้อแยกโทรทัศน์ได้วัสดุมีค่าประมาณ 30-40 % และมีเศษวัสดุเหลือทิ้งประมาณ 60-70 %   ทั้งนี้วัสดุที่ได้จากการรื้อแยกซากผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการรีไซเคิลในประเทศ ส่วนการรีไซเคิลแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการทางเคมีอาจต้องดำเนินการในกลุ่มของโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ทำให้ได้โลหะที่มีค่า เช่น เงิน ทอง และพาลาเดียม  แต่จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเพราะจะได้โลหะที่เป็นพิษมาด้วย เช่น โครเมียม อาร์เซนิก ตะกั่ว และแคดเมียม รศ.ดร.สุธา กล่าวว่า จากผลการศึกษาทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์โดยในระยะแรกควรมีมาตรการในการดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ร่วมกับการผลักดันให้มีการออกกฎหมายการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ทั้งระบบโดยเฉพาะ และส่งเสริมให้มีการนำซากผลิตภัณฑ์ เข้าสู่ระบบการจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อลดการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ทั้งระบบ ควรตระหนักและมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การรับผิดชอบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ระหว่างผู้ผลิต และผู้โภคควรใช้กลไกผสมผสานทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ ในส่วนของกระบวนการรวบรวมซากผลิตภัณฑ์ ควรตั้งจุดรวบรวมซากผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ควรมีการสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์รวบรวมซากผลิตภัณฑ์ สู่ท้องถิ่นที่มีความพร้อมและศักยภาพ และควรพัฒนาระบบแพลตฟอร์มการติดตามซากผลิตภัณฑ์ ตลอดกระบวนการขนส่ง อีกทั้งควรมีการยกระดับผู้รวบรวมและผู้รื้อแยกที่เป็นกลุ่มรับซื้อของเก่าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยอาจต้องมีการนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาบังคับใช้ร่วมด้วย เช่น ประกาศกระทรวงเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นต้น

-(016)

ปิดฉากแฟชั่นวีค BIFW2022 รันเวย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682335

ปิดฉากแฟชั่นวีค BIFW2022 รันเวย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

ปิดฉากแฟชั่นวีค BIFW2022 รันเวย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการแฟชั่นเมืองไทยกลับมาร้อนระอุอีกครั้งในงานแฟชั่น วีคแห่งปี “SiamParagon Bangkok International Fashion Week 2022” หรือ BIFW 2022 (สยามพารากอน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2022) ซึ่ง สยามพารากอน เปิดแกรนด์รันเวย์โชว์ผลงานจาก 15 สุดยอดดีไซเนอร์ไทยและดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาแรง ได้อย่างเทียบชั้นแฟชั่น วีคระดับโลก เป็น Soft Power อันทรงพลังที่เชื่อมโลกจริงและโลกเสมือนจริงแห่งอนาคตแบบไร้รอยต่อ ที่สามารถเกาะติดฟร้อนโรว์ชมโชว์ได้ทุกที่ในโลก

ตลอด 5 วันเต็ม BIFW2022 ได้นำเสนอผลงานคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ไทยระดับแนวหน้าและแบรนด์ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาแรง ทั้งหมดถึง 15 โชว์ ได้แก่ Absolute Siam presented by ZEPETO : Sculpture Studio x Waterandother x Fill in the Bag, ASAVA, FLYNOW, FRI27NOV., GREYHOUND ORIGINAL, ISSUE presented by TAT, KLOSET, LEISURE PROJECTS, NAGARA, PAINKILLER Atelier presented by Seiko 5 Sports, POEM Presented by Purra, TandT, VATANIKA presented by Lexus, VICKTEERUT และ VVON SUGUNNASIL ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างเตรียมผลงานคอลเลคชั่นสุดพิเศษมาเปิดตัวที่เวทีแฟชั่นแห่งนี้เป็นครั้งแรกโดยมีเหล่านางแบบนายแบบชั้นนำร่วมด้วยศิลปินดาราแถวหน้าร่วมงานตลอดแฟชั่นวีค

นอกจากนี้ ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลก BIFW2022 ได้เชื่อมโยงและสร้างสรรค์ประสบการณ์แฟชั่นเชื่อมโลกจริงและโลกเสมือนจริงแห่งอนาคตแบบไร้รอยต่อ ผ่าน ONESIAMSuperApp กับ “BIFW Online Pop Up : Shop Off the Runway”ป๊อปอัพแฟชั่นสุดร้อนแรง ส่งตรงจากรันเวย์แบบเรียลไทม์ รวบรวมคอลเลคชั่นจากเวทีแฟชั่นโชว์ของเหล่าแบรนด์ดังให้ได้อัปเดตและจับจองไอเท็มโปรดจากรันเวย์อย่างสะดวกง่ายดาย ขณะเดียวกันเหล่าสาวกแฟชั่นจากทั่วโลกยังสามารถร่วมชมงาน BIFW ได้พร้อมๆ กันด้วย

ในโลก Metaverse สยามพารากอน ได้ผนึกกำลังกับ Digital Fashion Week และ NXTinteractive, Singapore เปิดประสบการณ์แฟชั่นวีคในโลก Metaverse บน MetaJupiter (เมตาจูปิเตอร์) ซึ่งเป็น Virtual Space ที่ผสมผสานการชมรันเวย์โชว์แบบ LIVE Streaming และการสร้าง Avartar เพื่อท่องโลกแฟชั่น นอกจากนี้ ONESIAMและ ZEPETO แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงที่มีผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก ได้คัดเลือกผลงานแฟชั่นดีไซน์บน ZEPETO มารังสรรค์เป็นผลงานจริงเพื่ออวดโฉมบนรันเวย์ BIFW และยังสามารถเลือกช้อปไอเท็มแฟชั่นจากคอลเลคชั่น Absolute Siam นำไปแต่งตัวอวตาร์ รวมถึงกิจกรรมกระทบไหล่อวตาร์ของดาราดังในแพลตฟอร์ม ZEPETOอีกด้วย

ทั้งนี้ จัดงาน BIFW2022 เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), รถยนต์เลกซัส (Lexus), นาฬิกาไซโก (Seiko), น้ำแร่ธรรมชาติเพอร์ร่า (Purra),แอปพลิเคชั่น Tiktok, นิตยสารฮาร์เปอร์สบาซาร์ (Harper’s Bazaar), ดิจิทัล แฟชั่น วีค สิงคโปร์ (Digital Fashion Week Singapore), แอปพลิเคชั่น ZEPETO, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ดาวิเนส (Davines) และเครื่องสำอางแมค (M.A.C Cosmetics)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มีปัญหาเรื่องยา ขอให้ถามจากเภสัชกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682360

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมาคือสัปดาห์เภสัชและเมื่อพูดถึงเภสัชกรแล้วคนส่วนมากจะนึกถึงหมอยา หรือบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านยา จนมีคำกล่าวว่า ถ้าสงสัยเรื่องยา โปรดถามหาเภสัชกร

เชื่อว่าคุณๆ ก็น่าจะเคยได้รับบริการเรื่องยาจากเภสัชกรเป็นประจำเมื่อต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แล้วแพทย์สั่งจ่ายยาให้ หรือบางรายก็ไปพบเภสัชกรที่ร้านขายยาที่ได้มาตรฐาน 

หนึ่งในความประทับใจที่คุณจะได้รับจากเภสัชกรตัวจริง ก็คือการซักถามเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ และสุดท้ายจะจบด้วยการบอกย้ำถึงการรับประทานยาที่สั่งจ่ายให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ใช้ยา

หลายคนถามว่าทำไมเภสัชกรต้องถามโน่นนี่นั่น ก็ขอแจ้งให้ทราบว่ากว่าจะจ่ายยาให้ผู้ป่วยได้แต่ละตัว เภสัชกรต้องการข้อมูลอะไรบ้างและเพื่ออะไรหากคุณไปรับบริการที่โรงพยาบาล หลังจากยืนยันตัวตนว่าคุณเป็นผู้ป่วยตัวจริงเรียบร้อยแล้ว คำถามหลักๆ ที่เภสัชกรจะต้องถามอย่างแน่นอนคือ แพ้ยาอะไรหรือไม่ ผู้ป่วยหลายคนอาจหงุดหงิด เพราะตอบคำถามนี้มาหลายรอบแล้วตั้งแต่เดินเข้าไปในโรงพยาบาล พยาบาลก็ถาม แพทย์ก็ถาม เภสัชกรยังจะถามอีก มาทุกรอบก็ถามทุกรอบ ไม่ดูข้อมูลที่บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์กันบ้างหรืออย่างไร 

คำตอบคือ ถึงเห็นว่าคุณมีประวัติแพ้ยาในคอมพิวเตอร์ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนก็ต้องถามซ้ำตลอด เนื่องจากคุณอาจมีประวัติแพ้ยาเพิ่มขึ้น หรือผู้ป่วยบางคนมานึกประวัติการแพ้ยาได้เมื่อเภสัชกรยื่นยาให้ ซึ่งหากเป็นยาที่คุณแพ้เภสัชกรยังสามารถดึงยากลับออกจากมือคุณได้ทัน ต้องบอกว่าการแพ้ยามีหลายระดับ ระดับที่รุนแรงที่สุดทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ และเป็นสิ่งที่ป้องกันได้โดยการถามซ้ำๆ เพื่อความมั่นใจ

ส่วนเภสัชกรในร้านขายยายิ่งมีคำถามที่ต้องซักถามคุณมากกว่าเรื่องแพ้ยา เช่น มีโรคประจำตัวไหม ใช้ยาหรืออาหารเสริม วิตามิน สมุนไพรอะไรอยู่บ้าง ที่ท่านกำลังใช้อยู่บ้าง บางคนอาจจะคิดว่าคำถามอาจไม่สัมพันธ์กับอาการที่คุณไปขอคำปรึกษา เช่น ผู้สูงอายุมาด้วยเรื่องปวดหลังเนื่องจากยกของหนักเภสัชกรจะถามว่าเป็นความดันโลหิตสูงหรือไม่ เคยเป็นหอบหืด หรือเคยเป็นแผลในกระเพาะหรือเปล่า ที่ต้องถามเพราะยาที่จะใช้สำหรับแก้ปวดลดอักเสบมีข้อควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่เป็นหอบหืดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น รวมถึงอาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร เภสัชกรจึงต้องถามเพื่อจะได้เลือกยาที่เหมาะสมที่สุดให้ผู้ป่วยแต่ละราย 

ความจริงนั้น ถ้าหากคุณไปซื้อยาแก้ปวดหลัง แล้วคนขายหยิบยาให้โดยแจ้งราคาเท่านั้น แต่ไม่ถามอาการใดๆเลย คุณต้องสงสัยในความปลอดภัยของคุณเป็นอันดับแรก การที่เภสัชกรต้องซักไซ้คุณว่า ปัจจุบันคุณรับประทานยาอะไรอยู่หรือไม่ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสมุนไพรต่างๆ ที่ใช้เป็นประจำมีอะไรบ้าง ก็เพื่อให้มั่นใจว่ายาที่ให้คุณไปนั้นจะไม่ตีกับยาที่คุณกินเป็นเป็นประจำ อันอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อการรักษา และเป็นอันตรายต่อคุณได้ 

เพราะฉะนั้นจึงย้ำว่าคุณจำเป็นต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับยาที่ใช้เป็นประจำ เมื่อคุณไปพบแพทย์หรือเภสัชกร คุณต้องบอกแพทย์และเภสัชกรด้วยว่าใช้ยาอะไรอยู่ก่อน เภสัชกรต้องถามเพราะจะได้รู้ว่าจะจ่ายยาที่ปลอดภัยที่สุดให้คุณได้อย่างไร หรือไม่จำเป็นต้องจ่ายยาซ้ำซ้อนกับยาที่มีอยู่ ในบางครั้งเภสัชกรจะทำตัวเหมือนเป็นครูที่ต้องซักไซ้ไล่เลียงการใช้ยา รวมถึงวิธีการใช้ยาพิเศษบางประเภทอย่างละเอียดลออ เช่น ยาพ่นโดยให้คุณเล่าให้ฟังบ้างหรือให้แสดงการใช้ยาให้ดู เพราะเภสัชกรต้องการความมั่นใจว่าคุณใช้ยาถูกวิธี 

ในบางครั้งก็พบว่า ผู้ป่วยบางรายขอซื้อยาบางชนิดไปเก็บไว้ โดยอ้างว่าเผื่อไว้ในเวลาที่ไม่สบาย หรือเผื่อว่าคนที่บ้านไม่สบาย ซึ่งยาหลายตัวนั้นเภสัชกรอาจปฏิเสธการจ่ายให้เนื่องจากยาบางชนิดเมื่อนำไปใช้อาจจะเกิดการใช้ยาไม่สมเหตุสมผลได้ ยกตัวอย่างเช่น ยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะ เนื่องจากผู้ป่วยอาจไม่สามารถพิจารณาได้ว่า การไม่สบายครั้งนี้ ผู้ป่วยติดเชื้อใด ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อโรคชนิดใดจึงจะเหมาะสม บางครั้งอาการป่วยอาจดูคล้ายกัน แต่สาเหตุการเจ็บป่วยอาจแตกต่างกัน ก็จำเป็นต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนได้รับยา

ขอฝากคุณๆ ว่า เวลาไปพบเภสัชกร คุณอาจจะถูกถามมากมายจนรู้สึกรำคาญ แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณ เภสัชกรจำเป็นต้องถาม เพื่อให้มั่นใจว่าจ่ายยาได้ถูกต้องและเมื่อผู้ป่วยกลับบ้านแล้วสามารถใช้ยาได้ถูกต้อง เพื่อผลการรักษาที่ดี และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณ โปรดจำไว้ว่า เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาโปรดปรึกษาเภสัชกร

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 26 กันยายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682350

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม จุตินันท์ ภิรมย์ภักดีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกจก.ใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกฯ ที่บ้าน 47 สุขุมวิท 63 (เอกมัย) 26 ก.ย.-2 ต.ค. 19.00 น. แล้วเปิดทุกวันอาทิตย์ 9 ต.ค.-18 ธ.ค. 18.00 น. เจ้าภาพของดพวงหรีด…

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ศาสตราจารย์ พิเศษ มารุต บุนนาค อดีตประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร 25 ก.ย. และพิธีสวดพระอภิธรรมถึง 1 ต.ค. เวลา 18.30 น. ณ ศาลา 8 วัดมกุฏกษัตริยาราม..คุณหญิงพันทิพา บุนนาค, มฤทุ บุนนาค มอริ,รุจิระ บุนนาค คอลัมนิสต์ นสพ.แนวหน้า ฝากเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้…

ll ศ.นพ.อุดม คชินทร เปิดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 6 ประจำปี 2565 ให้บริการตรวจสุขภาพพระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี กว่าพันรูป ใน 14 คลินิกเฉพาะทาง จัดโดย มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา ปธพ. และรพ.อุทัยธานี…

ll ละเอียด โควาวิสารัช ชวนเพื่อนนักเรียนที่คบกันกว่า 40 ปี จิตรลดาเฮงยศมาก, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ และ มานพ วิทยาภิรดี มาทานข้าวแย่งกันคุยเพื่ออัปเดตชีวิตกันกว่า 3 ชม. …

ll อนุโมทนาบุญกับ ศักดา เด่นแดนโดม พร้อมผู้บริหาร บจ.แดนไทยอีควิปเม้นท์ และท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ไปมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน รร.บ้านหาดยาวจ.กระบี่ 45 ทุน…

ll ทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถ ยินดีกับ ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ที่ล่าสุด รับรางวัลองค์กรดีเด่นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2565 ซึ่ง วว. ใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน อย่างเท่าเทียมและเสมอภาคตามแนวทาง BCG …โดยมี ดร.จิตรา ชัยวิมลรองผู้ว่าการบริหาร คณะผู้บริหาร ทีมนักวิจัยและบุคลากร ร่วมแรงร่วมใจกันจนประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม…

ll เพื่อนๆ ฝากยินดีในโอกาสที่ ผศ.ดร.สมเกียรติยศ วรเดช คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ เมื่อ 19 ก.ย. …

ll นภา ภัคเกษม ฝากส่งกำลังใจให้คุณหมอประจำตัวคนเก่ง นพ.วรพลเจริญพร แห่ง รพ.ตำรวจ จะต้องไปศึกษาดูงานเพิ่มเติม เกี่ยวกับการส่องกล้องและผ่าตัดไมโครทางกระดูก ที่ มหาวิทยาลัย Harvard…ฝากบอกคนไข้ว่า อีก 6 เดือนจะกลับมารักษาดูแลเหมือนเดิม…

ll สวด วสันต์ ภักดีสัตยพงศ์ สามี ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ 25-28 ก.ย. 18.30 น. ศาลา 6 วัดธาตุทอง ฌาปนกิจ 29 ก.ย. 14.00 น. ณ เมรุหน้า…

ll พล.อ.อ.อนุพันธ์-ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา สุขใจเพิ่มขึ้นเมื่อได้หลานชายคนที่ 3 จากครอบครัวลูกชาย จารุทัศ-ชุติพันธุ์ ลืมตามาดูโลกเมื่อ 23 ก.ย. …ll

คุณแหน

โมทีฟ จับมือดีไซเนอร์ดัง TOM DIXON สร้างสรรค์เก้าอี้ S-CHAIR‘ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ร่วมประมูลงาน Vogue Gala ประจำปี 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682337

โมทีฟ จับมือดีไซเนอร์ดัง TOM DIXON สร้างสรรค์เก้าอี้ S-CHAIR‘ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ร่วมประมูลงาน Vogue Gala ประจำปี 2022

โมทีฟ จับมือดีไซเนอร์ดัง TOM DIXON สร้างสรรค์เก้าอี้ S-CHAIR‘ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ร่วมประมูลงาน Vogue Gala ประจำปี 2022

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เซเลบริตี้เข้าร่วมงาน Vogue Gala ประจำปี 2022 กับเก้าอี้ S-CHAIR Special Edition

ผ่านไปแล้วกับค่ำคืนของมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมไทยกับงาน Vogue Gala ประจำปี 2022 โดยนิตยสาร Vogue ประเทศไทย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 8 มีไฮไลท์สำคัญคือ การประมูลไอเท็มแฟชั่นที่รังสรรค์ขึ้นจากผ้าไทยทั้งสิ้น จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ SIRIVANNAVARI BANGKOK, COCCINELLE, CHRISTIAN LOUBOUTIN, MAX MARA, KARL LAGERFELD, EMILIO PUCCI, MCM และ TOM DIXON เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสนับสนุนผืนผ้าอันเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของไทยผสมผสานกับแฟชั่นร่วมสมัยเพื่อความก้าวหน้าและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลถึงระดับโลก อีกทั้งรายได้ทั้งหมดจากการประมูลชิ้นงานจะถูกส่งต่อเพื่อสนับสนุนโครงการ Vogue Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund เพื่อเป็นการยกระดับและส่งเสริมความสามารถของดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับสากล

หนึ่งในไอเท็มชิ้นเด่นที่ของ TOM DIXON ที่นำมาประมูลในงานนี้ MOTIF (โมทีฟ)ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีระดับโลก ภายใต้การบริหารของ โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ได้จับมือกับแบรนด์ TOM DIXONนำ เก้าอี้ S-CHAIR SpecialEdition ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นจากผ้า “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”ลายพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ให้เป็นชิ้นงานอันล้ำค่าเข้าร่วมการประมูล ซึ่ง กรณ์ ณรงค์เดช เป็นผู้ประมูลได้ในราคาสูงถึง 260,000 บาท

โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ กล่าวว่า S-CHAIR เป็นหนึ่งในผลงานโดดเด่นที่สุดของ Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “Bad Boy British Designer” ผลงานของเขาโดดเด่นอยู่ในระดับแถวหน้าของโลก และผู้คนรู้จักเขาในฐานะผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยไอเดียและแนวคิดนอกกรอบ ฉีกกฏ อันเป็นที่มาของรางวัลระดับโลกมากมาย สำหรับเก้าอี้ S-CHAIR Special Editionชิ้นนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากผ้า2 ชิ้น ซึ่งเป็น “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี” ลายพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา งดงามด้วยลายราชวัตรโบราณทอหมี่ เป็นผ้าฝ้ายเข็นมือสีธรรมชาติและได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวดผ้าลายพระราชทานในสาขาผ้าเทคนิคสร้างสรรค์

ผ้าทั้ง 2 ชิ้นที่นำมาใช้เป็นสีเขียวและสีน้ำเงิน ซึ่งสีที่ปรากฏบนผ้าเกิดจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ ดอกดาวเรือง เปลือกมะม่วงป่า ใบสาบเสือใบสมอ ส้ม เปลือกไคร้ ใบสัก ใบยูคา และคราม ผ่านฝีมือจาก 2 ช่างทอ คือ สามสี ยาทองไชยและ คำปาว ยางธิสาร ทั้งคู่เป็นช่างทอในกลุ่มทอผ้ารับตะวัน บ้านนาดอย จ. สกลนคร ซึ่งเป็นโครงการเพื่อฟื้นฟูและสืบสานศิลปะการทอผ้าจากพื้นที่ชุมชนภูไทห้วยหีบ-นาสีนวล จังหวัดสกลนคร

S-CHAIR ถูกออกแบบครั้งแรกในปี 1990 โดย Tom Dixon ถือเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาในวงการดีไซน์ และได้ถูกนำไปจัดแสดงในคอลเลคชั่นถาวรของพิพิธภัณฑ์สำคัญของโลกหลายแห่ง อาทิ Museum of Modern Art (MOMA) ที่นิวยอร์ก และพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ที่ กรุงลอนดอน เป็นต้น

นอกเหนือจากเก้าอี้ S-CHAIR Special Editionจาก TOM DIXON ที่ MOTIFนำมาร่วมจัดแสดงและประมูลในงาน Vogue Gala 2022 แล้ว ยังมีแบรนด์ดังระดับโลกที่ได้นำผลิตภัณฑ์มารังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรด้วยผ้าไทยเข้าร่วมจัดแสดงและประมูลด้วย อาทิ รองเท้าจาก CHIRSTIAN LOUBOUTIN, กระเป๋าจาก EMILIO PUCCI, หมอนจาก MCM และเดรสผ้าไหมจาก KARL LAGERFELD เป็นต้น

กรณ์ ณรงค์เดช และ ศรีริต้า ภรรยา กับเก้าอี้ S-CHAIR Special Edition

กรณ์ ณรงค์เดช และ ศรีริต้า ภรรยา กับเก้าอี้ S-CHAIR Special Edition

เก้าอี้ S-CHAIR Special Edition “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

เก้าอี้ S-CHAIR Special Edition “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร และ โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร และ โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์

ฮอร์โมนกับเรื่องความสวยของผู้หญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682355

ฮอร์โมนกับเรื่องความสวยของผู้หญิง

ฮอร์โมนกับเรื่องความสวยของผู้หญิง

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จะผิวสวยเด้งเต่งตึง ผิวหมองใบหน้าไม่ผ่องใส พุงออก อารมณ์หดหู่สมองล้า สั่งงานช้า เรื่องเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกายของเราทั้งนั้นไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก ชวนมาทำความรู้จักฮอร์โมนในร่างกายของเรา เพื่อทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายให้มากขึ้น

ฮอร์โมน คือ สารเคมีที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นมา มีหน้าที่นำส่งสารเคมีจากเซลล์หนึ่งไปยังเซลล์อื่นๆ ฮอร์โมนจะเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การสลายตัวของเซลล์ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นฮอร์โมนยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความอ่อนเยาว์ ความสาว การผลัดของเซลล์ผิว รวมทั้งการสร้างเซลล์ใหม่ด้วย ซึ่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความสาวมี 4 ชนิดด้วยกันค่ะได้แก่ เอสโตรเจน เมลาโทนิน เทสโทสเตอโรนและโกรทฮอร์โมน

ฮอร์โมนเอสโตรเจน

หน้าที่ของฮอร์โมนชนิดนี้ คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวเต่งตึงสดใสมีชีวิตชีวา เมื่อใดที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดนี้น้อยลง ผิวสวยแย่แน่ๆ ค่ะ เพราะจะทำให้ผิวแห้งกร้าน ไม่อุ้มน้ำ ผลที่ตามมาคือ การเกิดรอยย่น ตีนกา และริ้วรอยต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น ผิวแห้งๆ ยังทำให้ผิวเป็นขุย เกิดอาการแพ้ และอาการระคายเคืองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ฮอร์โมนเมลาโทนิน

ฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ผิวมีความแข็งแรง ชะลอการเกิดริ้วรอย และยังช่วยให้ร่างกายนอนหลับสนิท เมื่อได้พักผ่อนเพียงพอ ผิวพรรณก็จะสดชื่น และเซลล์ใต้ชั้นผิวก็จะทำงานอย่างเป็นระบบ ปัญหาคือร่างกายเรา จะสร้างเมลาโทนินที่ว่านี้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น

ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

เมื่อใดที่ฮอร์โมนนี้มีระดับเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือสิวและขน ตัวการร้ายที่ทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน แต่ฮอร์โมนชนิดนี้ก็มีส่วนดีก็คือการทำให้ผิวชื้นเต่งตึงในเวลาเดียวกัน เมื่อใดที่ฮอร์โมนชนิดนี้ลดลงเตรียมใจไว้เลยว่าจะต้องเจอกับปัญหาผิวบาง ตกกระง่าย ผิวหย่อนคล้อย สังเกตได้ง่ายๆ ก็บริเวณรอบดวงตาที่ชัดเจนที่สุด

โกรทฮอร์โมน

ฮอร์โมนที่อยู่กับเรามาตั้งแต่วัยเยาว์ มีหน้าที่ทำให้เราเติบโตนั่น ฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้เราสูง และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง รวมถึงเชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาท และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฮอร์โมนชนิดนี้จะทำงานอย่างเต็มที่จนถึงช่วงอายุประมาณ 20 ปี และจะทำงานลดลงเมื่อเราอายุขึ้นเลข 3 โดยจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณโกรทฮอร์โมนที่ลดลงนั้นส่งผลต่อสุขภาพและความงามอย่างมากค่ะ เพราะเมื่อใดที่ร่างกายสร้างโกรทฮอร์โมนน้อยลง ผิวพรรณก็จะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ขาดการสร้างผิวใหม่ทดแทน ผิวจะซีด หย่อนคล้อย ทั้งบริเวณหนังตา และแก้ม ทั้งการทำงานของกล้ามเนื้อในทุกๆ ส่วนก็จะทำงานได้น้อยลง

การเรียนรู้เรื่องฮอร์โมนภายในร่างกายเป็นการทำความรู้จักกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะเตรียมรับต่อความเปลี่ยนแปลงในส่วนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของเรานั่นเอง