Photo of the week : เผยภาพสุดน่าทึ่งจากด้านไกลของดวงจันทร์

Photo of the week : เผยภาพสุดน่าทึ่งจากด้านไกลของดวงจันทร์

Photo of the week : เผยภาพสุดน่าทึ่งจากด้านไกลของดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพถ่ายชุดแรกที่ลูกเรือภารกิจ อาร์ทิมิส 2 บันทึกเอาไว้ได้ขณะโคจรผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่มนุษย์ได้เห็นภาพเหล่านี้ด้วยตาตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นภาพ Earthset ขณะที่โลกค่อยๆ ลับขอบฟ้าของดวงจันทร์ไป เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสวยงามและความเปราะบางของโลกในความมืดมิดของอวกาศ ภาพถ่ายความละเอียดสูง ที่เผยให้เห็นภูมิประเทศที่ขรุขระ หลุมอุกกาบาต และเทือกเขาบนด้านไกลของดวงจันทร์ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ ลูกเรือยังได้เห็นปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงนานเกือบ 54 นาที ขณะที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์จากมุมมองของแคปซูลอวกาศโอไรออน ซึ่งนักบินประจำภารกิจบรรยายว่าภาพที่เห็นนั้นเหมือนหลุดออกมาจากนิยายไซไฟ เพราะสามารถมองเห็นชั้นบรรยากาศคอโรนาของดวงอาทิตย์เป็นรัศมีสว่างรอบดวงจันทร์ รวมถึงเห็นดาวเคราะห์อย่างศุกร์ และดาวอังคารได้อย่างชัดเจน

Health News : อัตราการเจริญพันธุ์สหรัฐฯ ลดลงต่ำสุด

Health News : อัตราการเจริญพันธุ์สหรัฐฯ ลดลงต่ำสุด

Health News : อัตราการเจริญพันธุ์สหรัฐฯ ลดลงต่ำสุด

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อมูลล่าสุด พบว่าอัตราการเจริญพันธุ์ (Fertility rate) ของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 อยู่ที่ 53.1 ต่อผู้หญิง 1,000 คน ในวัยเจริญพันธุ์ หรืออายุ 15-44 ปี ลดลงจาก 53.8 ในปี 2024 โดยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ประมาณ 3.6 ล้านคน ลดลงประมาณ 1% จากปี 2024 ขณะที่อัตราการเกิดในผู้หญิงอายุ ต่ำกว่า 30 ปี ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15-19 ปี ที่ลดลงถึง 7.1% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ผู้เชี่ยวชาญระบุปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอเมริกันตัดสินใจมีบุตรน้อยลงหรือล่าช้าออกไปเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร และราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงทำให้การสร้างครอบครัวทำได้ยากขึ้น ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการศึกษา การสร้างอาชีพ และความมั่นคงทางการเงินก่อนมีบุตร ผู้หญิงหลายคนระบุว่ายังไม่พบคนที่ใช่ที่พร้อมจะสร้างครอบครัวไปด้วยกัน รวมถึงความกังวลต่ออนาคต ทั้งปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงและจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงตามไปด้วย จะส่งผลให้จำนวนประชากรวัยแรงงานที่ลดลง จนอาจทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ GDP ในระยะยาว จำนวนผู้เสียภาษีน้อยลงอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม และ Medicare ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามออกมาตรการจูงใจ เช่น การขยายการเข้าถึงการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และการเสนอโบนัสเด็กแรกเกิด เพื่อกระตุ้นให้อัตราการเกิดกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ทายูโตะ” (TAYUTO) แบรนด์อุด้งเส้นสดจากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้ารุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เปิดสาขาแรกใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นำเสนออุด้งต้นตำรับที่โดดเด่นด้วยความพิถีพิถัน ยกระดับเมนูเส้นคุ้นเคยสู่ประสบการณ์การรับประทานแบบโมเดิร์น ภายใต้คอนเซ็ปต์พรีเมียมในบรรยากาศอบอุ่น เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี

Mr.Kazuya Monobe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.ซินเนอร์จี้ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า TAYUTO เป็นแบรนด์ร้านอาหารอุด้งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ณ สนามบินนานาชาตินาริตะ โดยเน้นสร้างความแตกต่างในตลาดอุด้ง ด้วยการยกระดับเมนูเส้นแบบดั้งเดิมที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันและประณีต ควบคู่กับความเข้าถึงได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักเดินทางจากทั่วโลก สะท้อนถึงกระแสตอบรับจากผู้บริโภค และตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

สำหรับตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ในปี 2025 ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวมมากกว่า 5,700 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเมนูเส้นที่กำลังได้รับความสนใจ หนึ่งในเมนูที่น่าจับตามองคือ “อุด้ง” ซึ่งกำลังสร้างแรงดึงดูดให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหามากกว่าความอร่อย แม้ว่าตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่แบรนด์ที่สามารถสื่อสารคอนเซ็ปต์ได้อย่างชัดเจน และนำเสนอความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ยังคงสามารถครองใจผู้บริโภคและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสอีกต่อไป ผู้บริโภคมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และให้ความสำคัญกับทั้ง ‘เรื่องราว’ และ ‘คุณภาพ’ แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ตลาดพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าแนวคิด ‘ความสมบูรณ์แบบที่เรียบง่าย’ ของ TAYUTO ที่ไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติของอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ลูกค้าจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การตกแต่งจาน ภาชนะ บรรยากาศ เสียง กลิ่น และบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด จะสามารถตอบโจทย์ตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่างประเทศไทย” Mr.Kazuya กล่าว

การเปิดตัว TAYUTO ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นสาขาในต่างประเทศแห่งแรก โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อุด้งเส้นสดที่มีความพิถีพิถันจากรากฐานความเป็นญี่ปุ่นที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย” โดยชู 3 จุดเด่นสะท้อนตัวตนของแบรนด์ ได้แก่ The Noodle – เส้นอุด้งสด พัฒนาด้วยเทคนิคเฉพาะ ให้สัมผัสเหนียวนุ่มอย่างลงตัว , The Dashi – น้ำซุปเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ให้รสชาติกลมกล่อมลุ่มลึก , The Balance – การผสานรสชาติแบบต้นตำรับเข้ากับมุมมองร่วมสมัย

พร้อมนำเสนอ 5 เมนูไฮไลต์ ได้แก่ Premium Mentaiko Butter Cream Udon, Sukiyaki Beef Udon, Tempura Udon, Tempura Curry Udon และ Carbonara Udon with Bacon Soft-Boiled Egg เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นของอุด้งต้นตำรับที่พิถีพิถัน ทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่าง

“TAYUTO ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารที่สามารถพักจากความวุ่นวายได้เท่านั้น แต่เรามีความตั้งใจที่อยากจะส่งมอบประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของประเทศญี่ปุ่น ที่เราตั้งใจนำเสนออย่างพิถีพิถันผ่านอาหารของเราให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วย และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี” Mr.Kazuya กล่าวและว่า ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “อุด้งที่มากกว่ามื้ออาหาร” ได้ที่ TAYUTO สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook: Udontayuto.bkk

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Artist in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Artist in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Artist in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานจิตรกรรมจะทราบดีว่า ศิลปิน Dutch หรือเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งไม่เป็นรองชาติใดในยุโรป Dutch Art หรือทัศนศิลป์ของเนเธอร์แลนด์นั้น เริ่มต้นขึ้นหลังจากแยกตัวจาก Flander ดินแดนทางตอนเหนือของเบลเยี่ยมนับจากต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยเริ่มต้นที่ยุค Early Netherlandish ระหว่างปี 1400-1523 ตามด้วย Renaissance ระหว่างปี 1520-1580 และ Northern Mannerism ระหว่าง 1580-1615 ก่อนจะถึงยุคทองของศิลปะดัชท์ ระหว่างปี 1615-1702

ยุคทองของศิลปะดัชท์มีความโดดเด่นเป็นพิเศษอันเป็นผลจากการปฏิวัติจากศิลปะแบบบาโรค Flemish ซึ่งในแง่ของศิลปะแล้วถือว่าเป็นจุดสูงสุดของศิลปะของดัชท์อย่างแท้จริง ผลงานศิลปะจากศิลปินชาวดัชท์หลั่งไหลออกสู่ตลาดเฉพาะที่เมือง Haarlem แห่งเดียวมากกว่า 1 แสนชิ้น แม้หลังจากนั้น ผลงานศิลปะจากดัชท์จะยังคงมีจำนวนมากอย่างต่อเนื่องแต่กลับมีอิทธิพลต่อศิลปะชาติอื่นในยุโรปน้อยลงเป็นอันมาก ในช่วงทศวรรษที่ 1620 ผลงานจากศิลปินชาวดัชท์จะออกแนวบาโรคซึ่งได้รับอิทธิพลจาก Paul Rubens ศิลปินชาว Flemish ที่ให้ความสำคัญกับความเหมือนจริงค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นผลงานแนวภาพเหมือน ทิวทัศน์ วิวเมือง Still life หรือวิถีชีวิตประจำวัน ผลงานแนว Still life และวิถีชีวิตประจำวันของดัชท์ในช่วงเวลานี้ทรงอิทธิพลมากเสียจนกระทั่งกลายเป็นต้นแบบของการสร้างงานศิลปะทุกแขนงต่อมาอีกนับ 2 ศตวรรษเลยทีเดียว

ใน National Museum Stockholm มีผลงานของศิลปินดัชท์ยุคทองอยู่หลายชิ้น อาทิ The Disobedient Prophet ของ Lambert Jacobsz เขาเกิดที่อัมสเตอร์ดัมในปี 1598 แต่เขาอาศัยอยู่ที่ Mennonite และรังสรรค์ผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรเก็บไว้ที่เมือง Leeuwarden อยู่เป็นจำนวนมาก The Disobedient Prophet เป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่าตอนที่พระเจ้าส่งผู้ประกาศไปยังเมือง Bethel เมื่อผู้ประกาศได้รับเชิญให้เข้าร่วมรับประทานอาหาร เขาก็ถูกยั่วยวนจนทำผิด นักท่องเที่ยวจะเห็นฝีไม้ลายมือของศิลปินว่าเฉียบคมมาก สังเกตได้จากแววตา และสีหน้าของตัวละครที่บ่งบอกถึงความตกตะลึงได้อย่างเด่นชัด Boy Playings the Lute โดย Hendrick Terbrugghen ประวัติช่วงต้นของเขาไม่ชัดเจน มีเพียงข้อมูลว่าเขาเดินทางจาก Utrecht ไปโรม และอยู่ที่นั่น 10 ปี แม้ไม่มีใครทราบว่าเขาได้เรียนหรือทำงานกับ Caravaggio หรือไม่ แต่ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Caravaggio หลังจากย้ายไปมิลานได้ 1 ปี เขากลับมาอยู่ Utrecht และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของสมาคมช่างประจำเมืองในปี 1616 แม้ Boy Playings the Lute จะมีลักษณะของภาพตามแนวทางศิลปะของดัชท์ แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับผลงานจิตรกรรมของอิตาลีจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ Caravaggio ได้อย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Girl Holding a Glass

Achilles Discovered Amongst the Daughters of Lycomedes โดย Gerard de Lairesse   เขาเกิดที่เมือง Liege โดยเป็นบุตรคนที่สองของ Reiner de Lairesse ศิลปินที่มีชื่อเสียงประจำเมือง เขาเลยเรียนเขียนภาพกับบิดา และเข้าทำงานที่เมืองโคโลญจน์ และ Aix-la-Chapelle กับ Maximilian Henry แห่งบาวาเรียในปี 1660 ต่อมาเขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่หลายปีเพราะเขามีความสัมพันธ์กับหญิงพร้อมกันสองคนที่เป็นพี่น้องกันจนไปปักหลักอยู่ที่ Ultrecht และมีบุตร 1 คน Gerrit van Uylenburgh นักสะสมภาพพบว่าเขามีความสามารถมากเลยชวนเขาย้ายไปอัมสเตอร์ดัม เขาได้มีโอกาสรังสรรค์งานจิตรกรรมตกแต่ง Soestdijk Palace ระหว่างปี 1676-83 ก่อนย้ายไปกรุงเฮกและทำงานอยู่ที่นั่น 1 ปีก่อนได้มีโอกาสทำงานตกแต่งที่ Loo Palace ปี 1688-9 เขาได้มีโอกาสตกแต่งห้องประชุมเมืองของ Hof van Holland ที่ Binnenhof ด้วยภาพเขียน 7 ชิ้นในหัวข้อประวัติของ Roman Republic จนได้มีชื่อห้อง Lairesse ด้วย

ภาพ Achilles Discovered Amongst the Daughters of Lycomedes มาจากตำนานเทพเจ้ากรีกเล่าว่า มารดาของ Achlilles ได้รับคำทำนายว่าบุตรชายจะถูกฆ่าตายในสงครามกรุงทรอย เธอจึงพาบุตรชายไปซ่อนที่เกาะสคีรอสและให้เขาเติบโตร่วมกับธิดาของกษัตริย์ lycomedes แต่เมื่อชาวกรีกสืบทราบจึงส่งโอดิสซีอุสปลอมตัวเป็นพ่อค้ามาขายเครื่องประดับ เมื่อเขาวางเครื่องประดับและอาวุธไว้มากมาย Achilles กลับเอื้อมมือไปเลือกอาวุธจึงทำให้ถูกจับได้ส่งผลให้เขาต้องเลือกระหว่างหน้าที่และชีวิตที่สุขสบาย นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสถึงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัดสังเกตุจากใบหน้าของตัวละครแต่ละตัวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง ร่วมกับการใช้สีสันสดใสสวยงามราวฉากละครก็ไม่ปาน

Science Update : ฟอสซิลหมึกยักษ์ที่ไม่ใช่หมึกยักษ์

Science Update : ฟอสซิลหมึกยักษ์ที่ไม่ใช่หมึกยักษ์

Science Update : ฟอสซิลหมึกยักษ์ที่ไม่ใช่หมึกยักษ์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ฟอสซิลอายุ 300 ล้านปีที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น “หมึกยักษ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก” ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามันไม่ใช่หมึกยักษ์

ฟอสซิลนี้มีชื่อว่า Pohlsepia mazonensis ถูกค้นพบที่แหล่ง เมสัน ครีก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ และได้รับการบรรยายลักษณะครั้งแรกในปี 2543 ซึ่งในขณะนั้นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันมีแขน 8 ข้างและครีบที่เหมือนหมึกยักษ์ จนได้รับการบันทึกใน กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ว่าเป็นฟอสซิลหมึกยักษ์ที่เก่าแก่ที่สุด

ต่อมา ทีมนักวิจัยนำโดย ดร.โธมัส เคลเมนต์ส  จากมหาวิทยาลัยเร็ดดิ้ง ประเทศอังกฤษ ได้ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายรังสีซินโครตรอน (synchrotron imaging) ซึ่งมีความสว่างมากกว่าแสงอาทิตย์เพื่อสแกนลึกลงไปใต้ชั้นหิน เผยให้เห็น แรดูลา (radula) หรืออวัยวะที่ใช้กินอาหารซึ่งเต็มไปด้วยแถวของฟันขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ฟอสซิลนี้มีฟันอย่างน้อย 11 ซี่ต่อแถว ในขณะที่ปลาหมึกยักษ์จะมีเพียง 7 หรือ 9 ซี่เท่านั้น ซึ่งลักษณะนี้ไปตรงกับกลุ่ม นอติลอยด์ (nautiloid) หรือญาติของนอติลุส ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากในกลุ่มมอลลัสคา ที่มีเปลือกแข็งม้วนเป็นวงในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ตัวอ่อนของมันได้เน่าเปื่อยไปหลายสัปดาห์ก่อนจะถูกฝังกลบ ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนบิดเบี้ยวจนดูเหมือนปลาหมึกยักษ์อย่างแนบเนียน

การค้นพบล่าสุด ส่งผลให้เชื่อว่า หมึกยักษ์ตัวจริงน่าจะเริ่มปรากฏขึ้นในยุคจูแรสซิก (Jurassic) ซึ่งช้ากว่าที่เคยคาดไว้เดิมถึง 150 ล้านปี แม้มันจะเสียตำแหน่งปลาหมึกที่เก่าแก่ที่สุดไป แต่มันกลับได้รับตำแหน่ง ฟอสซิลเนื้อเยื่ออ่อนของนอติลอยด์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแทน โดยทำลายสถิติเดิมไปกว่า 220 ล้านปี

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ทายูโตะ” (TAYUTO) แบรนด์อุด้งเส้นสดจากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้ารุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เปิดสาขาแรกใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นำเสนออุด้งต้นตำรับที่โดดเด่นด้วยความพิถีพิถัน ยกระดับเมนูเส้นคุ้นเคยสู่ประสบการณ์การรับประทานแบบโมเดิร์น ภายใต้คอนเซ็ปต์พรีเมียมในบรรยากาศอบอุ่น เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี

Mr.Kazuya Monobe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.ซินเนอร์จี้ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า TAYUTO เป็นแบรนด์ร้านอาหารอุด้งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ณ สนามบินนานาชาตินาริตะ โดยเน้นสร้างความแตกต่างในตลาดอุด้ง ด้วยการยกระดับเมนูเส้นแบบดั้งเดิมที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันและประณีต ควบคู่กับความเข้าถึงได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักเดินทางจากทั่วโลก สะท้อนถึงกระแสตอบรับจากผู้บริโภค และตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

สำหรับตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ในปี 2025 ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวมมากกว่า 5,700 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเมนูเส้นที่กำลังได้รับความสนใจ หนึ่งในเมนูที่น่าจับตามองคือ “อุด้ง” ซึ่งกำลังสร้างแรงดึงดูดให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหามากกว่าความอร่อย แม้ว่าตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่แบรนด์ที่สามารถสื่อสารคอนเซ็ปต์ได้อย่างชัดเจน และนำเสนอความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ยังคงสามารถครองใจผู้บริโภคและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสอีกต่อไป ผู้บริโภคมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และให้ความสำคัญกับทั้ง ‘เรื่องราว’ และ ‘คุณภาพ’ แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ตลาดพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าแนวคิด ‘ความสมบูรณ์แบบที่เรียบง่าย’ ของ TAYUTO ที่ไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติของอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ลูกค้าจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การตกแต่งจาน ภาชนะ บรรยากาศ เสียง กลิ่น และบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด จะสามารถตอบโจทย์ตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่างประเทศไทย” Mr.Kazuya กล่าว

การเปิดตัว TAYUTO ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นสาขาในต่างประเทศแห่งแรก โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อุด้งเส้นสดที่มีความพิถีพิถันจากรากฐานความเป็นญี่ปุ่นที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย” โดยชู 3 จุดเด่นสะท้อนตัวตนของแบรนด์ ได้แก่ The Noodle – เส้นอุด้งสด พัฒนาด้วยเทคนิคเฉพาะ ให้สัมผัสเหนียวนุ่มอย่างลงตัว , The Dashi – น้ำซุปเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ให้รสชาติกลมกล่อมลุ่มลึก , The Balance – การผสานรสชาติแบบต้นตำรับเข้ากับมุมมองร่วมสมัย

พร้อมนำเสนอ 5 เมนูไฮไลต์ ได้แก่ Premium Mentaiko Butter Cream Udon, Sukiyaki Beef Udon, Tempura Udon, Tempura Curry Udon และ Carbonara Udon with Bacon Soft-Boiled Egg เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นของอุด้งต้นตำรับที่พิถีพิถัน ทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่าง

“TAYUTO ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารที่สามารถพักจากความวุ่นวายได้เท่านั้น แต่เรามีความตั้งใจที่อยากจะส่งมอบประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของประเทศญี่ปุ่น ที่เราตั้งใจนำเสนออย่างพิถีพิถันผ่านอาหารของเราให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วย และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี” Mr.Kazuya กล่าวและว่า ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “อุด้งที่มากกว่ามื้ออาหาร” ได้ที่ TAYUTO สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook: Udontayuto.bkk

ตะลอนเที่ยว : แหล่งความรู้ล้ำค่าของไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ตะลอนเที่ยว : แหล่งความรู้ล้ำค่าของไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ตะลอนเที่ยว : แหล่งความรู้ล้ำค่าของไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่เคยไปเที่ยวชมความวิจิตร และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย คนไทย ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่มีพิพิธภัณฑสถานมากมายกระจายอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของประเทศไทย บางคนแม้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มานานแสนนาน แต่กลับตอบแบบหน้าตาเฉยว่า ไม่เคยไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเลยแม้แต่ครั้งเดียว บางคนถามกลับอีกว่า อยู่ตรงไป ไม่รู้จัก 

ไม่ว่าใครจะตอบอย่างไรก็ไม่ว่ากัน แต่ขอบอกว่าหากยังไม่เคยไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ก็ขอให้ไปชมนะครับ แล้วจะรู้ว่าแสนงดงาม แสนวิจิตร แสนบรรจง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณเขตพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า โดยวังหน้าสร้างขึ้นในคราวเดียวกับการสถาปนากรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ เมื่อ พ.ศ. 2325 โดยสร้างในยุคเดียวกับพระบรมมหาราชวัง

วังหน้าเคยเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชในสมัยรัตนโกสินทร์ถึง 5 พระองค์ โดยตำแหน่งวังหน้าถูกยกเลิกในรัชชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แล้วทรงตั้งตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารขึ้นแทน เมื่อทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าแล้ว พระราชวังหน้าจึงไม่ได้เป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวร หรือวังหน้าอีกต่อไป รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมิวเซียมหลวง ที่เคยอยู่ ณ ศาลาสหทัยสมาคม หรือหอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง ไปจัดแสดงที่ในเขตวังหน้า

ครั้นต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชมณเฑียรสถานในพระราชวังสถานมงคลทั้งหมดให้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ต่อมาได้ประกาศตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อปี พ.ศ. 2477 

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดแบ่งการแสดงเป็นสัดส่วน ดังนี้ 

พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน จัดแสดงประวัติศาสตร์แผ่นดินไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทย อารยธรรมไทยตั้งแต่อดีต จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุทุกยุคสมัยในพระราชอาณาจักรไทย เช่น สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา และรัตนโกสินทร์

หมู่พระวิมานในเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังหน้ามาก่อน จัดแสดงงานประณีตศิลป์ยุคต่าง ๆ  รวมถึงจัดแสดงเครื่องคชาธาร เครื่องสูง เครื่องนาฏดุริยางค์ เครื่องถ้วยชาม เครื่องโลหะ เครื่องราชยานคานหาม เครื่องไม้แกะสลัก ผ้าแพรพรรณและเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา เครื่องมุก และเครื่องอาวุธต่าง ๆ เป็นต้น

อาคารมหาสุรสิงหนาท และอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงงานด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย เช่น ประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี รูปแบบและวิวัฒนาการของศิลปะโบราณคดีในประเทศไทย ศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ และศิลปะยุคทวารวดี ศรีวิชัย จัดแสดงเทวรูปโบราณ ยุคลพบุรี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา และรัตนโกสินทร์ 

การเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังเท่ากับได้ชมโบราณสถานในเขตวังหน้า ได้ชมสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และได้ชมจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่สุดแสนวิจิตรแห่งหนึ่ง ได้ชมพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระตำหนักแดง ศาลาสำราญมุขมาตย์ ศาลาลงสรง พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เก๋งนุกิจราชบริหาร อาคารสถาปัตยกรรมแบบจีนเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตวังหน้า อาคารโรงราชรถ และหอแก้วศาลพระภูมิ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้บริการวันพุธถึงอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ยกเว้นช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) เปิดตัวนิทรรศการใหม่ “พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย” ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรคือชีวิต เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็น “คู่บุญบารมี” ผู้ทรงงานเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการทรงงาน ไปในทุกถิ่นทุรกันดาร ท่ามกลางภาพแห่งความทรงจำยังคงตราตรึงที่ “พ่อหลวง” ทรงถือแผนที่เพื่อวางรากฐานเรื่องดินและน้ำ “แม่หลวง” ทรงสานต่อด้วยการฟื้นฟูภูมิปัญญาพื้นถิ่น โดยเฉพาะงานหัตถศิลป์และการทอผ้า ให้กลับมามีชีวิต สร้างอาชีพ สร้างรายได้และศักดิ์ศรีให้กับประชาชนในชนบทอย่างมั่นคง

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กล่าวว่า การจัดนิทรรศการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสะท้อนพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่ทรงเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาไทย และศักยภาพของคนไทยในการพึ่งพาตนเองทรงมุ่งมั่นสร้างงาน สร้างอาชีพเสริมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะงานทอผ้าซึ่งเป็นรากฐานวัฒนธรรมที่สำคัญ นำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ส่งเสริมให้ราษฎรในชนบทมีรายได้ที่มั่นคง และภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง

นิทรรศการนำเสนอเรื่องราว “เส้นด้ายแห่งชีวิต” ที่ร้อยเรียงเส้นด้ายผ่านกี่ทอ สะท้อนอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยส่วนแสดง อาทิ นิทรรศการ “สำรับไทยสุขภาพกายใจและลายผ้า” นำเสนอความประณีตของการออกแบบลายผ้าที่สัมพันธ์กับวิถีการกินอยู่แบบไทย นิทรรศการ “วิถีสายน้ำ ภูมิปัญญาผ้าไทย” ถ่ายทอดและสะท้อนบทบาทของธรรมชาติและการสร้างสรรค์ผ้าย้อมสีธรรมชาติ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการส่งเสริมผ้าไทยจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าพื้นเมืองในทุกโอกาส พระองค์จึงทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัคราภิรักษศิลปิน” อันหมายถึงพระผู้ทรงพิทักษ์รักษาศิลปะแห่งแผ่นดิน 

นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ยังคงทำหน้าที่เป็น “แหล่งเรียนรู้มีชีวิต” ที่ถ่ายทอดศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ช่วยจุดประกายให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย โดยมีบริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) สำหรับสืบค้นองค์ความรู้ด้านการเกษตรและหัตถศิลป์ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เยาวชนและประชาชนเรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาตนเองและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ Facebook /Line ID : @wisdomkingmuseum

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.33 น.

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม“วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 เมษายน ณ โรงแรม Hotel Des Indes กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ซึ่งเป็นกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 ในโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย  มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ในงานยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ อาทิเช่น งานจักสาน ย่านลิเภา และงานปักดิ้นเงินดิ้นทอง จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก 

สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นหนึ่ง

ในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า รูปแบบการรแต่งกายไทยใน ราชสำนักและในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา“ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทร่วมสมัย

ชุดไทยพระราชนิยม ประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดาชุดไทยอมรินทร์ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรีชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิตอีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจ
ของผู้สวมใส่ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม”เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จ พระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์ 

ในปีพ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้อง
กับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์

การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– BTS เริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ 2026 อย่างเป็นทางการเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่สนาม โกยาง สเตเดี้ยม ในเมืองโกยาง ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดการแสดง แต่แฟนคลับกว่า 40,000 คนยังคงรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของสมาชิกทั้ง 7 คนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ ขณะที่สมาชิกวงแสดงสปิริตท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดย Jimin ถึงกับต้องช่วยเช็ดผมให้ V บนเวที และสารภาพกับแฟนๆ ว่าเขาเปียกโชกไปถึงชุดชั้นใน พร้อมสร้างสีสันด้วยการลงไปนอนบนเวทีที่เปียกปอนและแกล้งทำท่าว่ายน้ำท่ากบขณะร้องเพลง Swim ซึ่งเป็นซิงเกิลใหม่จากอัลบั้มล่าสุด คาดว่าทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะสร้างรายได้รวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยเพียงแค่คืนแรกมีรายงานว่ามีแฟนๆ กว่า 4 ล้านคนทั่วโลกยอมจ่ายเงินเพื่อชมการถ่ายทอดสดผ่าน Weverse ซึ่งสร้างยอดขายได้ถึง 168 ล้านดอลลาร์ในคืนเดียว

– ออฟเซ็ต แร็ปเปอร์อดีตสามีของสาว คาร์ดี บี ถูกคนร้ายดักซุ่มยิงเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา บริเวณจุดรับรถด้านหน้าโรงแรมและคาสิโนในเมืองฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา ล่าสุดเขาอาการคงที่และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยทางตัวแทนของเขายืนยันว่าออฟเซ็ตสบายดี และอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคล 2 รายในที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในนั้นคือแร็ปเปอร์ ลิล ทีเจย์ (Lil Tjay) ซึ่งถูกจับกุมและตั้งข้อหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยและไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทนายความของ  ลิล ทีเจย์ ปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงและไม่ได้พกอาวุธในขณะเกิดเหตุ เหตุการณ์นี้เกือบจะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เทคออฟ ( Takeoff ) แร็ปเปอร์หนุ่มที่เป็นญาติของ ออฟเซ็ต และเป็นสมาชิกอีกคนของวง Migos ก็ถูกยิงเสียชีวิตในปี 2022

– เทศกาลดนตรี Wireless Festival 2026 ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 10–12 กรกฎาคมปีนี้ ที่ในลอนดอน ถูกสั่งยกเลิกไปเรียบร้อย หลังจากรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจสั่งระงับการเข้าประเทศของ คานเย เวสต์ ศิลปินหลักเพียงคนเดียวที่ประกาศชื่อในขณะนั้น สาเหตุหลักก็มาจากแรงต้านที่มีต่อตัว คานเย เวสต์ ที่ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากการแสดงความชื่นชม อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำกองทัพนาซีเยอรมัน และมีถ้อยคำต่อต้านชาวยิวหลายครั้ง โดยเมื่อปีที่ผ่านมา คานเย เวสต์ เพิ่งปล่อยเพลงชื่อ Heil Hitler แถมยังโปรโมตเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสดิกะผ่านเว็บไซต์ของตนเอง ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดาสปอนเซอร์หลักหลายเจ้าต่างพากันถอนตัว ไม่ว่าจะเป็น Pepsi บริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกอย่าง Diageo รวมถึง PayPal จนนำมาซึ่งการยกเลิกการจัดงานและประกาศคืนเงินแก่ผู้ซื้อบัตรในท้ายที่สุด

– จัสวีน แซงฮา หรือ ที่รู้จักในฉายา Ketamine Queen แห่งนอร์ทฮอลลีวูด ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี ในเรือนจำรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จากความผิดฐานจัดหาเคตามีนที่เป็นสาเหตุให้ แมทธิว แพร์รี นักแสดงดังจากซีรีส์ Friends เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในปี 2566 ซึ่งเธอสารภาพว่าขายเคตามีนจำนวน 25 ขวดให้กับ แพร์รี เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกพบเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำที่บ้านพัก อัยการระบุว่าเธอมีพฤติกรรมไม่สำนึกผิด โดยยังคงจำหน่ายยาเสพติดต่อแม้จะทราบว่าสินค้าของเธอเคยเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกค้าชายอีกครในปี 2562 มาก่อนแล้ว การตัดสินโทษครั้งนี้ถือเป็นจุดสำคัญในการปิดคดีการสืบสวนการเสียชีวิตของแพร์รี โดยเธอยังถูกสั่งให้เข้ารับการคุมประพฤติเป็นเวลา 3 ปีหลังจากพ้นโทษด้วย

– เจนนี การ์ธ เปิดใจกับ People ยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างเธอกับ แชนเนน โดเฮอร์ตี เพื่อนนักแสดงผู้ล่วงลับ ในกองถ่ายซีรีส์ดังยุค 90 อย่าง Beverly Hills, 90210 นั้นเป็นเรื่องจริง เนื่องจากสภาพแวดล้อมในตอนนั้นทำให้พวกเธอถูก “เสี้ยม” ให้เป็นคู่แข่งกัน ทั้งจากกระแสสังคมและบรรยากาศในกองถ่ายที่กดดันให้นักแสดงหญิงต้องชิงดีชิงเด่นกัน ทั้งคู่ต่างมีความมั่นใจและทิฐิสูง เจนนี่เป็นสาวราศีสิงห์ ส่วนแชนเนนเป็นราศีเมษ ทำให้เกิดการปะทะกันได้ง่าย แม้จะเคยมีปากเสียงกันรุนแรง แต่เมื่อโตขึ้น ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจและกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เจนนี่ยังเคยไปออกรายการพอดแคสต์ของแชนเนนก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เพื่อพูดคุยและเยียวยาบาดแผลในอดีตร่วมกัน เจนนี่ยังทิ้งท้ายด้วยความเศร้าว่า หากพวกเธอพบกันในวัยที่โตกว่านี้ ความสัมพันธ์อาจจะราบรื่นและไม่ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้น