ฟันโรงกลั่น กรมธูรกิจพลังงานฮึ่ม ปมใบขนส่งไม่ถูกต้อง

ฟันโรงกลั่น กรมธูรกิจพลังงานฮึ่ม ปมใบขนส่งไม่ถูกต้อง

ฟันโรงกลั่น กรมธูรกิจพลังงานฮึ่ม ปมใบขนส่งไม่ถูกต้อง

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ฟันโรงกลั่น กรมธูรกิจพลังงานฮึ่ม ปมใบขนส่งไม่ถูกต้อง

กรมธุรกิจพลังงาน แจงเอาผิดโรงกลั่น ปมใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง ชง DSI เชือดใครกักตุน ด้าน “อภิสิทธิ์” หยันสุดซอยไม่จริงรัฐบาล ประกาศลดราคาน้ำมัน หน้าโรงกลั่น สุดท้ายผลักภาระให้ประชาชน 

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไปว่า โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความผิดฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลในเอกสารไม่ครบถ้วนนั้น

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า จากประเด็นดังกล่าว จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันว่าที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานได้ยกระดับการดำเนินงานอย่างเข้มข้นเพื่อกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยใช้ใบกำกับการขนส่งเป็น เครื่องมือในการตรวจสอบ ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

โดยที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคลังน้ำมันของผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 จำนวน 6 แห่ง และได้ตรวจพบว่ามีการระบุข้อมูลในใบกำกับการขนส่งไม่ถูกต้องครบถ้วน จำนวน 166 ฉบับ อันถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย จนนำมาสู่การแจ้งข้อกล่าวหากับโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ในฐานะที่เป็นผู้จัดทำใบกำกับการขนส่งดังกล่าว พร้อมทั้งส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ความผิดปกติของข้อมูลในใบกำกับการขนส่งดังกล่าว ถือเป็นข้อมูลสำคัญ อันเป็นเบาะแสที่อาจเชื่อมโยงไปถึง “ขบวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะรับหน้าที่หลักในการสอบสวนและขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้กำชับให้ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกรายต้องจัดทำใบกำกับการขนส่งอย่างถูกต้องหากตรวจพบการฝ่าฝืนหรือการกระทำผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานเคยบอกกับเราว่าจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องค่าการกลั่นของโรงกลั่นสูงผิดปกติ และอ้างว่าจะเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ โดยเดือนที่แล้วบอกว่า 3 บาทที่ไปขอเขามา ก็เพิ่มเป็น 5 บาทแต่พอสังคมไม่ได้จับจ้องอยู่ก็ลดมาเหลือ 3 บาทแล้วปัจจุบันคือไม่ได้ทำแล้ว กลับไปสู่ระบบเดิม แต่พยายามตรึงราคาหน้าปั๊มโดยโยนภาระกลับมาที่กองทุนน้ำมัน เท่ากับว่าคนใช้น้ำมันก็มีภาระในอนาคต อันนี้ตรงข้ามกับคำพูดว่าสุดซอย ตรงข้ามกับคำพูดที่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่

“มันก็กลับมาที่เรื่องเดิมว่าถ้ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังกับต้นเหตุ คือราคาพลังงานราคาน้ำมันในที่สุดแล้วรัฐบาลจะเสียเงินจำนวนมากช่วยประชาชนได้ชั่วคราวแต่สร้างหนี้ให้กับลูกหลานเรา เราจึงต้องเดินหน้าเรื่องนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มยอด รัฐบาลตีปี๊บ ชวนร้านค้าทั่วประเทศ ร่วม‘ไทยช่วยไทยพลัส’

กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มยอด รัฐบาลตีปี๊บ ชวนร้านค้าทั่วประเทศ ร่วม‘ไทยช่วยไทยพลัส’

กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มยอด รัฐบาลตีปี๊บ ชวนร้านค้าทั่วประเทศ ร่วม‘ไทยช่วยไทยพลัส’

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มยอด รัฐบาลตีปี๊บ ชวนร้านค้าทั่วประเทศ ร่วม‘ไทยช่วยไทยพลัส’

รัฐบาลชวนร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มยอดขาย ร้านค้าที่เคยร่วม โครงการยืนยันสิทธิผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” 25-30 พ.ค. ส่วนร้านค้าใหม่ลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย 25 พ.ค.-31 ก.ค. ขณะที่สารคามห้างแตก! ชาวบ้านแห่เหมารถข้ามอำเภอนับ 100 ก.ม. ปักหลักรอคิวกรุงไทย ยืนยันตัวตนแอปฯ“เป๋าตัง”รับเงิน“ไทยช่วยไทยพลัส”

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ
รายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ส่วนร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้

สำหรับการใช้จ่ายผ่านร้านค้าในโครงการ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา06.00 – 23.00 น. ขณะที่การใช้จ่ายผ่านระบบ Food Delivery จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านค้า

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

“รัฐบาลขอเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายฐานลูกค้า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับชุมชน โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่า การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ร้านค้ารายเล็กและประชาชนในพื้นที่ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

วันเดียวกัน ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวยืนเข้าแถวรอคิวอย่างเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนที่ห้างสรรพสินค้าจะเปิดทำการในเวลา 10.30 น.โดยจุดประสงค์หลักของประชาชนกลุ่มร้อยละ 90 คือการเดินทางมาติดต่อทำธุรกรรมที่ธนาคารกรุงไทย สาขาภายในห้างฯ เพื่อทำการยืนยันตัวตนและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซึ่งบางรายเจอปัญหาเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือใหม่ บางรายระบบล็อกเนื่องจากจำรหัสผ่านไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถลงทะเบียนเตรียมรับสิทธิ์โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่าง “โครงการไทยช่วยไทยพลัส”ได้

จากการตรวจสอบพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เดินทางมารอตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งก่อนเวลาห้างเปิดถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยหลายคนยอมรับว่าต้องเดินทางมาจากต่างอำเภอที่ห่างไกล เช่น อำเภอโกสุมพิสัย, อำเภอกุดรัง และอำเภอวาปีปทุม เป็นต้น เนื่องจากธนาคารกรุงไทยสาขาตามต่างอำเภอจะปิดให้บริการในวันเสาร์และอาทิตย์ มีเพียงสาขาในห้างสรรพสินค้าภายในตัวเมืองเท่านั้นที่เปิดทำการ ส่งผลให้ประชาชนที่ไม่มีเวลาในวันธรรมดาจำเป็นต้องหลั่งไหลเข้ามาในเมืองพร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ เมื่อใกล้ถึงเวลาห้างเปิด ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยได้เร่งเดินเท้าออกมาบริหารจัดการระบบคิวที่บริเวณด้านนอก เพื่อลดความแออัดภายในสำนักงาน โดยมีการแจกใบคำร้อง ข้อมูลส่วนตัว เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และให้เขียนกำกับความประสงค์ให้ชัดเจน เช่น จำรหัสไม่ได้ หรือ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ พร้อมชี้แจงว่าจะเรียกคิว
ให้เข้าใช้บริการภายในธนาคารรอบละ10 คิวเท่านั้น เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัย

จากการสอบถาม นางสมบูรณ์ ชาวบ้านบ้านหวาย อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ตนเองและเพื่อนบ้านรวม 3 คน ต้องตัดสินใจลงขันรวมเงินกันคนละ 200 กว่าบาท เพื่อเหมารถยนต์จากหมู่บ้านในราคา 700 บาท มารอกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ระยะทางจากบ้านมาถึงตัวเมืองรวม 50 กิโลเมตร หากเดินทางไป-กลับก็ร่วม 100 กิโลเมตร

สาเหตุที่ต้องดั้นด้นมาเพราะตนเองพึ่งซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่และเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ จึงต้องมาให้ธนาคารช่วยแก้ไขระบบให้ ที่ผ่านมาตนเองเสียสิทธิ์และไม่เคยได้รับเงินเยียวยาจากโครงการใดๆ ของรัฐบาลเลย ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง หรือโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท เนื่องจากโทรศัพท์เครื่องเก่าตกรุ่นและไม่รองรับระบบเทคโนโลยี

“ถามว่าเงินโครงการไทยช่วยไทยที่รัฐบาลจะแจกให้ใช้คนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน (รวม 4,000 บาท)มันพอไหม ก็บอกตรงๆ เลยว่าไม่พอหรอก แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ถ้าได้เดือนละ 5,000 บาทน่าจะพอพยุงชีพได้ ตอนนี้ค่าใช้จ่ายมันเยอะมาก ของแพงไปหมดทุกอย่าง หันไปดูอาชีพทำนาก็มีแต่จะตาย ค่ารถแพง ค่าแรงแพง ค่าปุ๋ยแพง ค่ารถเกี่ยวข้าวก็แพงขึ้นทุกปี มีแต่อย่างเดียวที่ถูกคือราคาข้าว ขายไม่ได้ราคาเลย ขาดทุนย่อยยับ ทำได้แค่เก็บไว้กินเองใน
ครัวเรือน จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลหันมาใส่ใจดูแลประชาชนบ้าง เผื่อเลือกพวกท่านเข้าไปเป็นตัวแทนแล้วก็อย่าเข้าไปเอาแต่เถียงกันในสภาเลย มันน่าเบื่อ ชาวบ้านข้างนอกเขาจะอดตายกันหมดแล้ว” นางสมบูรณ์ กล่าวอย่างอัดอั้น

ด้าน นางสาวจำปา อายุ 50 ปี ราษฎรบ้านหัวช้าง อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ตนเองเดินทางข้ามอำเภอเข้ามาในเมืองระยะทางไป-กลับรวม 96 กิโลเมตร เนื่องจากโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมาตนลงทะเบียนไม่ทันมารอบนี้พยายามศึกษาจนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตังมาติดตั้งและทำตามขั้นตอนเองเสร็จหมดแล้ว แต่ปรากฏว่าระบบสมาร์ทโฟนแจ้งข้อความเตือนให้เดินทางมาติดต่อธนาคารกรุงไทยในวันถัดไป ตนจึงต้องยอมเสียเงินเสียเวลาเดินทางมา ยอมรับว่าขั้นตอนระบบดิจิทัลของรัฐบาลมันยุ่งยากมากสำหรับตาสีตาสาที่ทำไม่เป็น แต่หากรอบนี้ระบบมีปัญหาจนต้องเสียสิทธิ์อีกก็คงไม่เป็นไร คงต้องรอลงทะเบียนรอบใหม่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) แทน

“สำหรับเงิน 4,000 บาท จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสในครั้งนี้ มองว่าไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาวะข้าวของแพง แต่ก็ยังดีที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาได้ อยากเสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินก้อนเดียวรวดเดียว 4,000 บาทเลยจะบริหารจัดการง่ายและดีกว่าการทยอยแบ่งจ่ายรายเดือน” นางสาวจำปา ระบุ

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนจากตำบลและอำเภอต่างๆ ในจังหวัดมหาสารคาม ทยอยเดินทางมาเข้าคิวเพื่อแก้ไขระบบแอปพลิเคชันเป๋าตังกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยสาขาในห้างฯ ยืนยันว่าจะให้บริการประชาชนทุกคนที่มาติดต่ออย่างเต็มกำลังเพื่อไม่ให้ตกหล่นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐในรอบนี้

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

ต่อมาศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่พิพาทโดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่มีคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว และศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ อบ.229/2564 โดยพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เมื่อคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวถือเป็นที่สุด และมีผลผูกพันคู่กรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ กรณีจึงมีผลเสมือนว่าผู้ถูกฟ้องคดีไม่เคยถูกลงโทษไล่ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2549 การที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2549 เพราะเกษียณอายุจึงเป็นการออกจากงานเนื่องจากอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ ซึ่งมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จ ตามข้อ 7(3) ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง พ.ศ.2519 ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องคืนเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.698/2565 )

4. สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการอื่นๆ

(1) การจ่ายเงินเบี้ยหวัดเงินบำนาญ และเงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.)

เจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ขณะเมาสุรา แล้วเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายไม่พิจาณาเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ ถือเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย

เรื่องนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายของ ร.ต.ท.ร. รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจ ผ.ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากกรณีที่ ร.ต.ท.ร. ประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ อันเนื่องมาจากสถานีตำรวจดังกล่าวได้มีคำสั่ง ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 มอบหมายให้ร้อยตำรวจโท ร.ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจโดยมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

อนุทิน เตรียมร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล กรุงปารีส เผยเตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส

อนุทิน เตรียมร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล กรุงปารีส เผยเตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส

อนุทิน เตรียมร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล กรุงปารีส เผยเตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.34 น.

“นายกฯ” เตรียม ร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส พร้อมเผย เตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส เชื่อเป็นโอกาสสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ขอชุมชนไทย เชื่อใจ รัฐบาลทำเต็มที่ มั่นใจ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ทำเศรษกิจดีขึ้นแน่  ขณะที่ “เอกนิติ” เผย ผอ. IEA  ชม ไทยเดินทางถูกทางแล้ว ที่ช่วยคนฐานรากก่อน ด้าน “สีหศักดิ์” ขอให้คนไทยใน ฝรั่งเศสช่วยกันเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ 

วัน ที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกับชุมชนไทยในกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่วัดวัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส ว่า ตนเดินทางมาในครั้งนี้ มาพร้อมกับรองนายกรัฐมนตรี ทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อมาถวายพระเกียรติและร่วมถวายความยินดีแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงพระกรณียกิจ ทั้งเรื่องผ้าไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย รวมถึงอาหารไทย โดยสาธารณรัฐฝรั่งเศสทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องเครื่องอิสริยาภรณ์ เลฌียงดอเนอร์ (THE LEGION OF HONOUR)  

นอกจากนี้ยังจะร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity ภายใต้พระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารัตนราชกัญญา ในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569  ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส

นายอนุทิน ยังเปิดเผยว่า โอกาสนี้ยังจะได้พบกับ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศส ระหว่างมื้ออาหารค่ำ ซึ่งจะได้เป็นการพบปะกันในวงเล็ก ซึ่งตนเอง รวมถึง นายเอกนิติ และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะได้หารือ เชื่อว่าจะได้พูดคุยถึงเนื้อหาสาระและมีความใกล้ชิด สามารถที่จะเปิดใจพูดกันในทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศไทย และอนาคตที่เป็นพื้นฐานที่ดีของประเทศไทย เรามีของดีๆมากมายที่จะสามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้กับประชาชนของพวกเรา 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ขอฝากคนไทยในฝรั่งเศสขอเป็นแอมบาสเดอร์ของประเทศไทย ยังมีโอกาสที่เราจะสามารถขายของให้กับเขา ชักชวนเขาไปลงทุน ตอนนี้มีเรื่องของการสู้รบในตะวันออกกลางประเทศไทยอย่างไรก็ได้รับผลกระทบเพราะเราใช้น้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้วันนี้นี้การสั่งซื้อน้ำมันจะไม่มี ปัญหาแต่ละคนราคาน้ำมันปรับขึ้นทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งการที่เราเดินทางมาที่ฝรั่งเศสก็จะเป็นการแสวงหาความร่วมมือต่างๆ ทั้งพลังงานทางเลือก ที่จะพึ่งพาน้ำมันน้อยลง เรามีแก๊สในประเทศที่สามารถใช้งานในประเทศได้อย่างเพียงพอ แต่ในเรื่องพลังงานที่ต้องใช้น้ำมันเราจะมีวิธีการอื่นหรือไม่ซึ่งเมื่อวานนี้ได้พบกับ EIA ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ให้การสนับสนุนกับไทยเป็นอย่างดี 

ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าพวกเราจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะดูแลคนไทย ให้มีความสะดวกสบายมีคุณคุณภาพชีวิตที่ดีให้มากที่สุด คนที่อยู่ต่างแดนจะได้ไม่ต้องกังวล และในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ นายเอกนิติ ก็จะผลักดันโครงการไทยช่วยไทยพลัส จากเดิมมที่เป็นโครงการคนละครึ่งพลัส แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนรัฐบาลจึงเพิ่มวงเงินเป็นโครงการ60:40 เดือนละ 1,000 บาทเป็นระยะเวลาสี่เดือนรวมแล้ว 4,000 บาท สามารถซื้อของได้ 10,000 บาท ซึ่ง 6,000 บาท รัฐสนับสนุนเพื่อให้ซื้อสิ่งของในชีวิตประจำวัน และเรื่องการเดินทาง ไม่ใช่การซื้อของในห้างร้านใหญ่ เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นสิ่งที่คนไทยช่วยคนไทยและรัฐเข้ามา ประกบเงินเพิ่มขึ้น60% น่าจะทำให้เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนพอจะมีเงินเข้าไปอีก 2 แสนล้านบาท มั่นใจว่าเศรษฐกิจระดับพื้นฐานจะดีขึ้น

ส่วนระดับความมั่นใจในต่างประเทศประเทศไทยนั้นได้รับ ความมั่นใจสูงในทุกด้าน ไทยได้รับการยกระดับเครดิตเรื่องการนโยบายต่างประเทศ เวลาเราเดินทางที่ไหนมีแต่คนมาขอพบขอเจรจา ขอหารือและได้รับความมั่นใจจากต่างประเทศ เรื่องการค้าขายเราเปิดกว้างให้มีการลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้น จัดสรรแรงจูงใจให้กับทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทย ขณะที่เรื่องการท่องเที่ยวเป็นส่วนที่สร้างรายได้มากเข้าประเทศจึงมีการยกระดับการท่องเที่ยวทั้งหมดและสร้างความมั่นใจว่าความปลอดภัยทั้งหลายจะไม่มีเรื่องของการหลอกหลอกลวงนักท่องเที่ยว เพื่อให้เขาเดินทางเข้ามาเยอะ จะไม่มีเรื่องการข่มขู่นักท่องเที่ยว การทำร้ายร่างกาย เราปราบจนมาเฟียทั้งหลายไม่มีที่ยืน นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้เร่งทำมาโดยตลอด พร้อมทั้งนโยบายอื่นๆ ขอให้ทุกคนทำงานอย่างสบายใจมีเวลาว่างให้เดินทางกลับไปเยี่ยมประเทศไทยของเราจะได้เห็นเมืองไทยในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นน่าอยู่มากขึ้น สะอาดมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นยิ่ง  เราจะดูแลเรื่องสุขภาพอย่างเต็มที่ขอให้เราได้ทำงานให้กับทุกคนที่ทุกทุกท่านไว้วางใจเลือกเข้ามา พวกเราจะไม่ทำให้คนไทยทุกคนผิดหวัง 

ขณะที่นายเอกนิติ ยืนยัน กับชุมชนไทย ในฝรั่งเศส ในบานะที่ตนเองรับผิดชอบงานด้านรเศรษฐกิจ ว่า ตอนนี้เศรษฐกิจของไทยเริ่มดีขึ้น แต่ด้วยปัญหาวิกฤตทั้งโลก คือเรื่องราคาของแพง ที่ฝรั่งเศส รุนแรงกว่าไทย เชื่อคนคนไทยที่ฝรั่งเศสทราบเรื่องนี้ดี และเมื่อวานนี้ ดร. ฟาทีห์ บิรอล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ยังได้ชื่อชม นายกรัฐมนตรีว่า ว่านโยบายของไทยมาถูกทางแล้ว นั่นคือ การช่วยคนระดับฐานราก  ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส  รัฐบาลมุ่งมั่นในจุดนั้น ที่ไม่ได้ช่วยผู้ประกอบการรายใหญ่ ก็เพราะต้องการให้ ร้านค้าในตลาด ทั้งหมดก็เพื่อช่วยให้คนไทยผ่านวิกฤตปากท้องไปด้วยกัน  

ด้านนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเคยเป็นเอกอัคราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นเวลา 3 ปี เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ คนไทยที่ฝรั่งเศสน่ารัก มีความสมัครสมานสามัคคี  ชุมชนไทยมีบทบาทสำคัญ หลายคนอยู่แบบถาวร  กับครอบครัว จึงขอให้ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับประเทศไทย และ ดีใจ ที่ได้เจอกับชุมชนไทยในฝรั่งเศส

ขณะที่ น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกรียติที่ได้ร่วมงานกับนายกฯ ในการปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรม ได้ยื่นจดทะเบียนชุดไทยกับยูเนสโก เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเมื่อวานนี้(22 พ.ค.) นายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกเรื่องของการจดทะเบียนชุดไทย คาดว่า ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเรื่องชุดไทยให้ทุกคนภูมิใจว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2503 และมีวาระโอกาสในการสวมใส่ที่เหมาะสมที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ทั้งนี้คนไทยหลายคนอาจมีความกังวลเรื่องการถูกเคลม แต่ต้องเรียนตามตรงว่าไม่ต้องมีความวิตกกังวลใดเพราะชุดไทยของเรามีประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน และวันนี้ได้เห็นคนไทยในต่างแดนหลายคนสามารถใส่ชุดไทยพระราชนิยมในหลายโอกาสได้อย่างสวยงาม ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ถือว่าเป็นตัวเป็นตัวแทนของ ประเทศไทยในการเผยแพร่ซอฟพาวเวอร์  และในช่วงนี้ได้มีการจัดนิทรรศการ  La Mode en Majesté. อยากให้คนไทยไปร่วมรับชม ที่ถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยมาจัดแสดงอยากให้ทุกคนไปร่วมกันภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของความเป็นไทย

นายกฯ บอกคนไทยในปารีส แจ้งยูเนสโกแล้ว หากกัมพูชาขอสำรวจมรดกโลก ต้องตรวจสอบ 2 ฝั่ง

นายกฯ บอกคนไทยในปารีส แจ้งยูเนสโกแล้ว หากกัมพูชาขอสำรวจมรดกโลก ต้องตรวจสอบ 2 ฝั่ง

นายกฯ บอกคนไทยในปารีส แจ้งยูเนสโกแล้ว หากกัมพูชาขอสำรวจมรดกโลก ต้องตรวจสอบ 2 ฝั่ง

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.18 น.

“นายกฯ” คุยคนไทยในปารีส  บอกรัฐบาลปกป้องแผ่นดิน ยึดประโยชน์ชาติ   แจ้งยูเนสโก หากกัมพูชาร้องขอสำรวจโบราณสถาน ต้องตรวจสอบ 2 ฝั่ง เพื่อข้อมูลครบถ้วน     

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พร้อมพบปะคณะญาติธรรมและชุมชนชาวไทยที่พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส

ช่วงหนึ่งของการทักทาย มีประชาชนได้ถามถึงสถานการณ์ชายแดน โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวตอบว่า ดีใจที่ทุกคนมีความรักบ้านเกิดเมืองนอน  ห่วงใยสถานการณ์ต่างๆในประเทศไทย  รับรอง“ด่านไม่เปิด”   สัญญาว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี คุกคาม เอาเปรียบ และเมื่อวานนี้ ได้หารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก  ในประเด็นที่ว่า หากกัมพูชาร้องขอให้ไปสำรวจวัดที่เป็นมรดกโลกที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ยูเนสโกต้องมาสำรวจเขตแดนในฝั่งไทยด้วย เพื่อให้ข้อมูลมีความชัดเจนและครบถ้วน

นายกรัฐมนตรี ยังเผยถึงการเดินทางมาครั้งนี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความสัมพันธ์ในโอกาสรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-ฝรั่งเศส  เป็นครั้งแรกที่มีรองนายกรัฐมนตรีถึง 4  ท่าน ร่วมมาเยือนฝรั่งเศสในวาระเดียวกัน ได้แก่ รอง นรม. และ รมว.กค. นายเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ  รอง นรม. และ รมว. กต. นายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว ซึ่ง รอง นรม. และ รทว. พณ. นางศุภจี สุธรรรมพันธุ์ และ รอง นรม.และ รมว. อว. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  ซึ่งวันจันทร์นี้  (25 พ.ค.69)  จะได้การหารือระหว่างอาหารค่ำกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แบบวงเล็กมากๆ  การพบปะครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับไทยที่จะสร้างโอกาส  สร้างรายได้ พร้อมจะฝากฝังประธานาธิบดีฝรั่งเศสให้ช่วยดูแลคนไทยในฝรั่งเศสด้วย  

ช่วงท้ายนายกรัฐมนตรียังชวนคนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศกลับไปเยี่ยมเมืองไทย ซึ่งจะได้เห็นเมืองไทยในบริบทที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น  น่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตมากขึ้นด้วย  และฝากคนไทยในฝรั่งเศสเป็นผู้แทนเป็นทูตของประเทศไทย  เผยแพร่วัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานานาชาติ

อนุทิน โชว์ตำส้มตำไทย ประกาศกลางฝรั่งเศส ไทยไม่มีวันเสียเปรียบกัมพูชา ขอให้ทุกคนให้ความมั่นใจ

อนุทิน โชว์ตำส้มตำไทย ประกาศกลางฝรั่งเศส ไทยไม่มีวันเสียเปรียบกัมพูชา ขอให้ทุกคนให้ความมั่นใจ

อนุทิน โชว์ตำส้มตำไทย ประกาศกลางฝรั่งเศส ไทยไม่มีวันเสียเปรียบกัมพูชา ขอให้ทุกคนให้ความมั่นใจ

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.49 น.

วันที่  23 พฤษภาคม 69 เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส  (ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง )ภารกิจเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสวันที่ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย  เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ร่วมกับชุมชนไทยในฝรั่งเศส ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีพร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตอัครราช ณ กรุงปารีส ร่วมพิธี 

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง  คนไทยที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส และประเทศใกล้เคียง ผู้ประกอบการไทย ต่างออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ พร้อมขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี และคณะอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศอย่างอบอุ่น รวมถึงยังได้มีการร้องเพลงชาติไทยร่วมกัน

โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ นายกรัฐมนตรีได้เดินออกมาเยี่ยมชม ทักทายชุมชนไทยที่มาร่วมกันทำอาหารเพื่อออกโรงทานให้ผู้มาร่วมพิธี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เดินพูดคุยและชิมอาหารทุกซุ้ม เช่น ผัดไทย ไก่ทอด ก๋วยเตี๋ยว ขนมช่อม่วง กล้วยแขก ขนมครก สูตรชาละวัน และเมื่อเดินมาถึงซุ้มส้มตำ นายกรัฐมนตรีได้หยิบครกและสาก ก่อนจะลงมือตำส้มตำไทย จนชุมชนไทยต่างแซวว่า “ท่านนายกฯ ท่าทางคล่องแคล่ว ตำแล้วต้องรับผิดชอบด้วย“ สร้างเสียงหัวเราะ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะตักส้มตำให้ชุมชนไทยได้ชิม พร้อมบอกว่า อร่อยจริงๆขอให้ชิม เมื่อชุมชนไทยได้ชิมต่างบอกว่า ”อร่อย และยกนิ้วให้ บางคนบอกอร่อยแต่เผ็ดมาก” ทำให้บรรยากศเป็นกันเอง 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับชุมชนไทย ว่า เวลาไปต่างแดนถ้าได้เจอคนไทยเยอะๆ ก็รู้สึกดีใจอย่างมาก รู้สึกว่าเหมือนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกมาต่างประเทศ และดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ ของคนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ที่สำคัญคือ นับญาติกันได้หมด บางคนบอกว่ามาจากเพชรบูรณ์ บุรีบุรีรัมย์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครศรีธรรมราช ตรงนี้นายกฯกล่าวชื่อจังหวัดเป็นภาษาใต้ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าและวันนี้ได้รับการทักทายจาก ประชาชนชาว สสป.ลาว ตนดีใจที่ทุกคนมีความห่วงใยบ้านเกิดเมืองนอน มีความห่วงใยสถานการต่างๆในประเทศไทย “รับรองว่าด่านไม่เปิด” ทำให้ชาวชุมชนไทยต่างๆปรบมือ พร้อมส่งเสียงว่า “แสดงว่าเลือกถูก” ซึ่งนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “ โอ๊ย เลือกถูกตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้ว”  

ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวต่อว่า “ให้คำยืนยันว่าอธิปไตยของประเทศไทย แผ่นดินไทยจะไม่มีวันสูญเสียไปให้ใคร แม้แต่กระพี้เดียว ไม่เกิดขึ้นแน่นอน  เราไม่ได้ไปรุกรานหรือคุกคามคนอื่น แต่เราจะไม่มีวันให้ใครเข้ามาย่ำยีหรือมาคุกคามประเทศไทยเป็นอันขาด เพราะนี่ก็คือแบรนด์ของผมด้วย เป็นสิ่งที่ตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยทุกคน สิ่งที่เขาเชื่อใจที่สุดคือถ้ารัฐบาลชุดนี้อยู่คือ ประเทศไทยไม่มีวันเสียเปรียบกัมพูชาแน่นอน ขอให้ทุกคนให้ความมั่นใจ จะทำอะไรก็ทำกันไปไม่ต้องกังวลเลย ว่าจะไปยอมอะไรเขาหรือเปล่า ไม่มี ยกเว้นเขายอมเราก่อน และต้องยอมอยู่ในเงื่อนไขของเรา เงื่อนไขของประเทศไทยเท่านั้น ขอให้ทุกคนไว้วางใจและมั่นใจได้ “ นายอนุทิน ระบุ.

ต่อมา ได้มีประชาชนสอบว่าสร้างรั้วบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบว่าสร้างแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์เท่ากับเราดำรงสถานะของเราให้คนไม่กล้ารุกล้ำเข้ามา รั้วเอาปืนยิงตู้ม ก็พังหมดแล้ว มันเป็นเพียงสัญลักษณ์แต่เราก็สร้าง สร้างในเขตที่เราคิดว่าจะไม่ทำให้เกิดการขนส่งของผิดกฎหมาย ไม่เกิดการลักลอบเข้าเมือง ลักลอบของเถื่อนหรืออาวุธเข้ามา แต่ไม่ใช่การสร้างรั้วตลอดแนว 2,000-3,000 กิโลเมตร  การสร้างรั้วระหว่างแนวที่สำคัญที่มีผลทางยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกันการมีรั้วอย่างเดียวไม่พอเหมือนบ้านทุกบ้านที่มีรั้วแต่ขโมยยังเข้าได้ แต่ให้มั่นใจว่าเมื่อเดินเข้ามาแล้วแต่นอนออกไป เขาจะไม่เข้ามา ประเทศไทยจะทำให้ทุกคนได้เห็น รั้วแบบเป็นโครงสร้างก็มี แต่รั้วที่เป็นความน่าสะพรึงกลัวที่ใครคิดไม่ดีกับประเทศไทยและข้ามเข้ามาก็เห็นดีกัน ขอให้ความมั่นใจว่าเราทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นความปลอดภัยของประเทศไทยทุกคน ย้ำว่าเรามีปัญหากับรัฐบาลของเขา กับระบบการปกครองการบริหารของเขาและเราไม่ได้มีปัญหากับประชาชนของเขา เราไม่มีปัญหากับระบอบการบริหารของเขาปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐบาลจัดการกัน และไม่ใช่เรื่ององการจะไปจงเกลียดจงชังหรือการแกล้งประชาชนของเขา

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ตอกหน้า ฝ่ายค้าน ชวน ‘มาครง’ ตัวกลางหย่าศึกไทย-กัมพูชา ชี้ทำลายศักดิ์ศรีชาติ

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ตอกหน้า ฝ่ายค้าน ชวน 'มาครง' ตัวกลางหย่าศึกไทย-กัมพูชา ชี้ทำลายศักดิ์ศรีชาติ

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ตอกหน้า ฝ่ายค้าน ชวน ‘มาครง’ ตัวกลางหย่าศึกไทย-กัมพูชา ชี้ทำลายศักดิ์ศรีชาติ

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.45 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า 

อย่าคลั่งฝรั่งต่างชาติ นายกอนุทินเดินทางไปฝรั่งเศสครั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าจะหารือกับมาครงในปัญหากัมพูชาหรือไม่ แต่นักการเมืองฝ่ายค้านเสนอให้เชิญมาครงมาไทยเพื่อช่วยแก้ปัญหาขัดแย้งกัมพูชา​ ศักดิ์ศรีไทยอยู่ที่ไหน

ไทยอาจจจะเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นให้มาครงทราบ​ ได้รับฟังเรื่องราวจากปากฝ่ายเรา​ แทนที่จะ ฟังจากคนอื่นหรือสื่อ แต่เราคงไม่ทำแบบคนอื่น​ ที่ชอบขี่ม้าสามศอกไปเที่ยวฟ้องคนโน้นคนนี้​
ประการสำคัญ​ ไทยไม่ใช่ประเทศอดีตอาณานิคม​ ไม่ใช่ขี้ข้าฝรั่ง​ เขาจะเข้าข้างเราหรือไม่เข้าข้างเรา ก็เรื่องของเขา​ มันขึ้นอยู่กับการประเมินผลประโยชน์หรือความสำคัญทางด้านความมั่นคงที่ไทยมีต่อเขามากกว่าประเทศอื่นหรือไม่เพียงไร ฝรั่งไม่ใช่พ่อ

นายกฯ ทำบุญถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ที่ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส

นายกฯ ทำบุญถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ที่ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส

นายกฯ ทำบุญถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ที่ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.45 น.

นายกฯ เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส พร้อมพบชุมชนไทยในฝรั่งเศส บอกรู้สึกดีใจอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านไม่ได้มาต่างแดน ยืนยัน ด่านไม่เปิด ลั่น แผ่นดินไทยจะไม่มีวันสูญเสียไปให้ใคร แม้แต่กระพี้เดียว ย้ำ สร้างรั้วชายแดนจุดที่มีผลทางยุทธศาสตร์ ด้าน คนไทย ตะโกนบอกแสดงว่าเลือกถูกแล้ว 

วันนี้  23 พฤษภาคม 69 เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส  (ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง ) ภารกิจเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสวันที่สองนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ร่วมกับชุมชนไทยในฝรั่งเศส ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีพร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตอัครราช ณ กรุงปารีส ร่วมพิธี 

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง  คนไทยที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส และประเทศใกล้เคียง ผู้ประกอบการไทย ต่างออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ พร้อมขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี และคณะอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศอย่างอบอุ่น รวมถึงยังได้มีการร้องเพลงชาติไทยร่วมกัน

โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ นายกรัฐมนตรีได้เดินออกมาเยี่ยมชม ทักทายชุมชนไทยที่มาร่วมกันทำอาหารเพื่อออกโรงทานให้ผู้มาร่วมพิธี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เดินพูดคุยและชิมอาหารทุกซุ้ม เช่น ผัดไทย ไก่ทอด ก๋วยเตี๋ยว ขนมช่อม่วง กล้วยแขก ขนมครก สูตรชาละวัน และเมื่อเดินมาถึงซุ้มส้มตำ นายกรัฐมนตรีได้หยิบครกและสาก ก่อนจะลงมือตำส้มตำไทย จนชุมชนไทยต่างแซวว่า “ท่านนายกฯ ท่าทางคล่องแคล่ว ตำแล้วต้องรับผิดชอบด้วย“ สร้างเสียงหัวเราะ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะตักส้มตำให้ชุมชนไทยได้ชิม พร้อมบอกว่า อร่อยจริงๆขอให้ชิม เมื่อชุมชนไทยได้ชิมต่างบอกว่า ”อร่อย และยกนิ้วให้ บางคนบอกอร่อยแต่เผ็ดมาก” ทำให้บรรยากศเป็นกันเอง 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับชุมชนไทย ว่า เวลาไปต่างแดนถ้าได้เจอคนไทยเยอะๆ ก็รู้สึกดีใจอย่างมาก รู้สึกว่าเหมือนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกมาต่างประเทศ และดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ ของคนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ที่สำคัญคือ นับญาติกันได้หมด บางคนบอกว่ามาจากเพชรบูรณ์ บุรีบุรีรัมย์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครศรีธรรมราช ตรงนี้นายกฯกล่าวชื่อจังหวัดเป็นภาษาใต้ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าและวันนี้ได้รับการทักทายจาก ประชาชนชาว สสป.ลาว ตนดีใจที่ทุกคนมีความห่วงใยบ้านเกิดเมืองนอน มีความห่วงใยสถานการต่างๆในปนะเทศไทย “รับรองว่าด่านไม่เปิด” ทำให้ชาวชุมชนไทยต่างๆปรบมือ พร้อมส่งเสียงว่า “แสดงว่าเลือกถูก” ซึ่งนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “ โอ๊ย เลือกถูกตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้ว”  

ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวต่อว่า “ให้คำยืนยันว่าอธิปไตยของประเทศไทย แผ่นดินไทยจะไม่มีวันสูญเสียไปให้ใคร แม้แต่กระพี้เดียว ไม่เกิดขึ้นแน่นอน  เราไม่ได้ไปรุกรานหรือคุกคามคนอื่น แต่เราจะไม่มีวันให้ใครเข้ามาย่ำยีหรือมาคุกคามประเทศไทยเป็นอันขาด เพราะนี่ก็คือแบรนด์ของผมด้วย เป็นสิ่งที่ตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยทุกคน สิ่งที่เขาเชื่อใจที่สุดคือถ้ารัฐบาลชุดนี้อยู่คือ ประเทศไทยไม่มีวันเสียเปรียบกัมพูชาแน่นอน ขอให้ทุกคนให้ความมั่นใจ จะทำอะไรก็ทำกันไปไม่ต้องกังวลเลย ว่าจะไปยอมอะไรเขาหรือเปล่า ไม่มี ยกเว้นเขายอมเราก่อน และต้องยอมอยู่ในเงื่อนไขของเรา เงื่อนไขของประเทศไทยเท่านั้น ขอให้ทุกคนไว้วางใจและมั่นใจได้ “ นายอนุทิน ระบุ

จากนั้นได้มีประชาชนสอบว่าสร้างรั้วบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบว่าสร้างแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์เท่ากับเราดำรงสถานะของเราให้คนไม่กล้ารุกล้ำเข้ามา รั้วเอาปืนยิงตู้ม ก็พังหมดแล้ว มันเป็นเพียงสัญลักษณ์แต่เราก็สร้าง สร้างในเขตที่เราคิดว่าจะไม่ทำให้เกิดการขนส่งของผิดกฎหมาย ไม่เกิดการลักลอบเข้าเมือง ลักลอบของเถื่อนหรืออาวุธเข้ามา แต่ไม่ใช่การสร้างรั้วตลอดแนว 2,000-3,000 กิโลเมตร  การสร้างรั้วระหว่างแนวที่สำคัญที่มีผลทางยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกันการมีรั้วอย่างเดียวไม่พอเหมือนบ้านทุกบ้านที่มีรั้วแต่ขโมยยังเข้าได้ แต่ให้มั่นใจว่าเมื่อเดินเข้ามาแล้วแต่นอนออกไป เขาจะไม่เข้ามา ประเทศไทยจะทำให้ทุกคนได้เห็น รั้วแบบเป็นโครงสร้างก็มี แต่รั้วที่เป็นความน่าสะพรึงกลัวที่ใครคิดไม่ดีกับประเทศไทยและข้ามเข้ามาก็เห็นดีกัน ขอให้ความมั่นใจว่าเราทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นความปลอดภัยของประเทศไทยทุกคน ย้ำว่าเรามีปัญหากับรัฐบาลของเขา กับระบบการปกครองการบริหารของเขาและเราไม่ได้มีปัญหากับประชาชนของเขา เราไม่มีปัญหากับระบอบการบริหารของเขาปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐบาลจัดการกัน และไม่ใช่เรื่ององการจะไปจงเกลียดจงชังหรือการแกล้งประชาชนของเขา 

เท้ง ย้ำจุดยืนไม่ขยายอำนาจให้องค์กรอิสระ หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ขอเสียงหนุน ส่งศาลรธน.สอบจริยธรรม ‘อนุทิน’

เท้ง ย้ำจุดยืนไม่ขยายอำนาจให้องค์กรอิสระ หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ขอเสียงหนุน ส่งศาลรธน.สอบจริยธรรม ‘อนุทิน’

เท้ง ย้ำจุดยืนไม่ขยายอำนาจให้องค์กรอิสระ หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ขอเสียงหนุน ส่งศาลรธน.สอบจริยธรรม ‘อนุทิน’

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.17 น.

‘เท้ง’ ย้ำจุดยืนไม่ขยายอำนาจให้องค์กรอิสระ หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ขอเสียงหนุน ส่งศาลรธน.สอบจริยธรรม ‘อนุทิน’ ชี้ ‘ปนช.’ ไม่เคยใช้ช่องทางนี้ตัดสินนักการเมือง เชื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านยังทำงานด้วยกันได้

เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตัดพ้อพรรคประชาชนไม่ช่วยหนุนเสียงยื่นสอบจริยธรรมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีเขากระโดง พร้อมมองว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่ ว่า ตนยินดีจะพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน และทราบว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็มีเจตนาดีในการที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงได้แสดงเจตนาว่าอยากให้พรรคประชาชนเข้าร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งตนเคยพูด และส่งตัวแทนไปพูดคุยแล้วหลายครั้ง ว่าพรรคประชาชนไม่ได้ไม่ต้องการที่จะตรวจสอบ และพร้อมที่จะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่อยู่แล้วแต่ต้องระมัดระวังเรื่องในการใช้กลไก เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะไปขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญได้ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการยื่นร้องจริยธรรมนักการเมือง พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าไม่เคยใช้ช่องทางในลักษณะนี้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ผิดจริยธรรมเพราะมองว่าเรื่องจริยธรรม แต่ละหน่วยงานแต่ละพรรคต้องตรวจสอบกันเอง ไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย แต่ถ้าหากเป็นเรื่องข้อกฎหมายต้องการใช้ศาลวินิจฉัยให้อันนี้คือถูกต้องแล้ว

เมื่อถามว่า มองว่าการที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โพสต์ในทำนองว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังกันหรือไม่นั้น จะสามารถทำงานร่วมกันได้อยู่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนสามารถทำงานได้กับทุกคน แต่ไม่อยากให้กล่าวหากันออกหน้าสื่อ เพราะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน ก็สามารถพูดคุยกันเองได้รับฟังเหตุและผลด้วยกันเองได้

เท้ง แจงดรามา สามีทนายแจม โผล่ถามเดือด ส.ส.เชียงใหม่ ยันพรรคไม่ได้ละเลย

เท้ง แจงดรามา สามีทนายแจม โผล่ถามเดือด ส.ส.เชียงใหม่ ยันพรรคไม่ได้ละเลย

เท้ง แจงดรามา สามีทนายแจม โผล่ถามเดือด ส.ส.เชียงใหม่ ยันพรรคไม่ได้ละเลย

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.03 น.

‘เท้ง’ แจงดรามา ‘สามีทนายแจม’ โผล่ถาม ‘ณัฐพล’ สส.เชียงใหม่ ผิดลูกผิดเมีย ยันไม่ได้ละเลย แต่เป็นเรื่องส่วนบุคคล เผยมีตัวแทนพูดคุยหลังบ้านแล้ว ส่วนจะต้องสอบหรือไม่ รอให้มีคนร้องก่อน ขอ ปชช. มองที่ คกก.วินัยพรรคชุดปัจจุบันดีกว่า หลังถูกถามเครดิตพรรคลดลง เหตุ ‘ทนายแจม’ เป็นมือดูแลจริยธรรมพรรค 

เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโลกออนไลน์วิจารณ์เรื่องที่ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สามี น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เข้าไปแสดงความเห็นสอบถามเรื่องการผิดจริยธรรรม ไม่น่าเชื่อว่าคนผิดลูกผิดเมียผู้อื่นยังมีที่ยืนในสังคม บนโพสต์เฟซบุ๊กของนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ 

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในรายละเอียดเป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนบุคคลด้วย เราไม่ได้ละเลย มีการพูดคุยกันอยู่แล้วข้างหลังบ้าน ส่วนจะมีการนำเรื่องเข้ากรรมการวินัยหรือไม่ อยู่ที่ต้องดูว่าจะมีคนร้องหรือไม่ ถ้ามีคนร้องเข้ามาในคณะกรรมการวินัย ก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปตามกระบวนการ

เมื่อถามว่า ต้องรอให้มีคนร้องก่อนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่เรื่อง ถ้าเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ชัดว่ามีตัวแทนของพรรคที่ดำเนินการผิดวินัยอยู่แล้วด้วยสายตา เราจะนำเข้าอยู่แล้ว ไม่ต้องมีคนร้อง บางทีก็ไปสอบได้เอง แต่กรณีดังกล่าว ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในรายละเอียด เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวจริงๆ อาจจะต้องใช้เวลาในการพูดคุยกันก่อน

เมื่อถามว่า น.ส.ศศินันท์ เคยเป็นคณะกรรมการวินัย จะทำให้เครดิตของพรรคลดลงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้มองคณะกรรมการวินัยของพรรคชุดปัจจุบันดีกว่า ตนคิดว่ากรรมการวินัยเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ น่าเชื่อถือ สามารถทำให้การครองตนของ สส. พรรคอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมได้

เมื่อถามว่า ได้มีการคุยกับทั้งสองฝ่ายหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคลงไปพูดคุยแล้ว ตนอาจจะยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง เรื่องประเด็นนี้

เมื่อถามว่า หากมีคนไปร้องจริยธรรมที่สภา พรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ถ้ามีการร้องจริยธรรมในสภา ก็เข้าคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการทุกอย่างไปตามหน้าที่