สกร. จัดงาน ‘วันรักการอ่าน’69’ น้อมนำพระราชปณิธาน ‘อ่านเปลี่ยนชีวิต’ สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สกร. จัดงาน ‘วันรักการอ่าน’69’ น้อมนำพระราชปณิธาน ‘อ่านเปลี่ยนชีวิต’ สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สกร. จัดงาน ‘วันรักการอ่าน’69’ น้อมนำพระราชปณิธาน ‘อ่านเปลี่ยนชีวิต’ สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จัดงาน “วันรักการอ่าน” ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เป็นประธาน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา สกร. และผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. กล่าวว่า การอ่านไม่ใช่เพียงการรับรู้ข้อมูล แต่เป็นกระบวนการสร้างความคิด เปรียบเสมือน “รากแก้ว” ของการพัฒนาชีวิต ที่ช่วยต่อยอดสู่ทักษะและการปฏิบัติจริง การอ่านจึงเป็นทั้งประตูแห่งโอกาส แรงบันดาลใจ และพลังในการขับเคลื่อนอนาคตของแต่ละบุคคล โดย สกร. มุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ให้เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกช่วงวัย ผ่านทั้งห้องสมุด พื้นที่เรียนรู้เสมือน และการนำความรู้ไปสู่ชุมชน โดยได้ Kick Off “รถส่งเสริมการอ่าน” จำนวน 10 แห่ง เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และนำหนังสือสู่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างทั่วถึง

สำหรับการจัดงาน “วันรักการอ่าน” ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเทิดพระเกียรติ หากยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการปลุกพลังการอ่านให้เป็นกลไกหลักในการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน

​สมัครเลย! ไม่ต้องรอเข้ามหา’ลัย มก. เปิดเรียนล่วงหน้า รุ่น 21/2 ค้นหาสิ่งที่ใช่ – ความถนัดของตนเอง

​สมัครเลย! ไม่ต้องรอเข้ามหา’ลัย มก. เปิดเรียนล่วงหน้า รุ่น 21/2 ค้นหาสิ่งที่ใช่ – ความถนัดของตนเอง

​สมัครเลย! ไม่ต้องรอเข้ามหา’ลัย มก. เปิดเรียนล่วงหน้า รุ่น 21/2 ค้นหาสิ่งที่ใช่ – ความถนัดของตนเอง

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดรับสมัครโครงการเรียนล่วงหน้า มก. (KU Advance Placement Program) รุ่นที่ 21/2 อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตลอดจนผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ได้เรียนรายวิชาระดับอุดมศึกษาล่วงหน้า ผ่านระบบออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ การรับสมัครแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 วันที่ 30 มีนาคม 2569 – 6 เมษายน 2569 (รอบพิเศษพร้อมส่วนลดค่าลงทะเบียน) และ ช่วงที่ 2 วันที่ 7 เมษายน 2569 – 1 พฤษภาคม 2569 (รอบราคาปกติ) โดยผู้สนใจสามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ registrar.ku.ac.th/adv หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official: @kulearn (มี @) และ Facebook: เรียนล่วงหน้า KU

สำหรับโครงการเรียนล่วงหน้าฯ เป็นหนึ่งในโครงการที่ ม.เกษตรฯ พัฒนาขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 รวมถึงผู้ที่ต้องการเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อ ได้สัมผัสการเรียนรู้ในระดับมหาวิทยาลัยก่อนใคร ผ่านรายวิชาพื้นฐานสำคัญ อาทิ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา

จุดเด่นของโครงการ คือ การเรียนออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านระบบ KU Learn สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมเลือกรูปแบบการเรียนได้ทั้งแบบ Audit เพื่อเสริมความรู้ และแบบ สะสมเครดิตเพื่อใช้ยื่น Portfolio หรือเทียบโอนหน่วยกิตในอนาคต

นอกจากนี้ ผลการเรียนจากโครงการยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ตามหลักเกณฑ์ของคณะและสาขาวิชาที่กำหนด รวมถึงสามารถใช้เทียบโอนรายวิชาเมื่อเข้าศึกษาเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้

พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่นิสิตที่มาจากโครงการเรียนล่วงหน้า มก. ยังมอบทุนการศึกษาแก่ผู้มีผลการเรียนดีเด่น GPAX 3.50 ขึ้นไป จำนวน 60 ทุน ทุนละ 10,000 บาท เป็นประจำทุกปี จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา นับเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาและต่อยอดศักยภาพทางวิชาการของเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่ต้องการค้นหาความถนัดของตนเอง เตรียมความพร้อมก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย และก้าวสู่เส้นทางการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมั่นใจ

เสกกล่องพัสดุเป็นงานศิลป์ มทร.ธัญบุรี โชว์ ‘ปุ๋ยปั้นรูปสัตว์’ ประดับพานรับน้ำรักษ์โลกรับสงกรานต์

เสกกล่องพัสดุเป็นงานศิลป์ มทร.ธัญบุรี โชว์ ‘ปุ๋ยปั้นรูปสัตว์’ ประดับพานรับน้ำรักษ์โลกรับสงกรานต์

เสกกล่องพัสดุเป็นงานศิลป์ มทร.ธัญบุรี โชว์ ‘ปุ๋ยปั้นรูปสัตว์’ ประดับพานรับน้ำรักษ์โลกรับสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผลงานสร้างสรรค์ “ปุ๋ยสวยงามกับพานรับน้ำลดโลกร้อน” ของ ผศ.วินัย ตาระเวช ประธานหลักสูตรนวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ที่นำขยะเหลือทิ้งจากกล่องพัสดุมาแปรรูปเป็นงานประติมากรรมจิ๋วที่ใช้เป็นปุ๋ยได้จริง มุ่งเน้นการสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนและส่งเสริมวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยการเปลี่ยนวัสดุไร้ค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหมายทั้งในเชิงวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ธรรมชาติ สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสร้างบุคลากรและนวัตกรรม

ผศ.วินัย ตาระเวช เผยว่า ในปัจจุบันปัญหาขยะจากกล่องกระดาษพัสดุมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของการขนส่งสินค้าออนไลน์ ทางหลักสูตรฯ จึงมีแนวคิดที่จะนำวัสดุเหล่านี้กลับมาสร้างมูลค่าใหม่ (Value Added) ผ่านกระบวนการทางศิลปะและเทคโนโลยีทางคหกรรมศาสตร์ จนเกิดเป็น “ปุ๋ยสวยงาม” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเศษกระดาษปั่นละเอียดและปุ๋ยอินทรีย์ ปั้นขึ้นรูปเป็นรูปแมลง สัตว์ตัวเล็ก และดอกไม้ เพื่อนำมาประดับตกแต่งใน “พานรับน้ำ” สำหรับเทศกาลสงกรานต์

กระบวนการผลิตเริ่มจากการนำกล่องกระดาษมาปั่นรวมกับปุ๋ยอินทรีย์จนมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียด จากนั้นผสมด้วยกาวและครีมทาผิวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและการยึดเกาะ ทำให้สามารถปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ ที่มีความอ่อนช้อยและประณีตได้ตามต้องการ เมื่อทิ้งไว้จนแห้ง ปุ๋ยเหล่านี้จะกลายเป็นของตกแต่งที่มีความทนทาน แต่ยังคงคุณสมบัติทางชีวภาพในการเป็นสารอาหารให้แก่พืชได้เมื่อสัมผัสกับน้ำ ซึ่งถือเป็นการยกระดับปุ๋ยอินทรีย์ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวยงามและมีระดับ

สำหรับการจัดทำ “พานรับน้ำลดโลกร้อน” ได้เลือกใช้พรรณไม้ตามความเหมาะสมของภาชนะ จัดวางระดับสูงต่ำด้วยดิน มอส เปลือกไม้ และก้อนหิน เพื่อจำลองทัศนียภาพทางธรรมชาติ แล้วจึงนำ “ปุ๋ยสวยงาม” ที่ปั้นไว้มาจัดวางเป็นองค์ประกอบสุดท้าย พานรับน้ำนี้ไม่เพียงแต่มีความงดงามสำหรับใช้ในพิธีรดน้ำดำหัวตามประเพณีไทย แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ทันทีหลังจบเทศกาล

จุดเด่นสำคัญของนวัตกรรมชิ้นนี้คือ ความสามารถในการย่อยสลายที่เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในเทศกาลสงกรานต์ ผู้ใช้สามารถนำพานรับน้ำนี้ไปตั้งประดับตกแต่งภายในบ้านหรือสวนได้ต่อ และเมื่อมีการรดน้ำต้นไม้ตามปกติ ตัวปุ๋ยสวยงามที่เป็นรูปสัตว์หรือดอกไม้จะค่อย ๆ ละลายซึมลงสู่ชั้นดิน เป็นการส่งต่อธาตุอาหารไปยังต้นไม้โดยตรง ไม่เกิดขยะทิ้งล่วงหลังเทศกาล และเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สลช.เปิดการประกวดทักษณะลูกเสือ เนตรนารี ‘Scout Skill Challenge’ ส่งเสริมการมีระเบียบวินัย มีน้ำใจ สามัคคี

สลช.เปิดการประกวดทักษณะลูกเสือ เนตรนารี ‘Scout Skill Challenge’ ส่งเสริมการมีระเบียบวินัย มีน้ำใจ สามัคคี

สลช.เปิดการประกวดทักษณะลูกเสือ เนตรนารี ‘Scout Skill Challenge’ ส่งเสริมการมีระเบียบวินัย มีน้ำใจ สามัคคี

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมทักษะลูกเสือ เนตรนารี Scout Skill Challenge” ระดับประเทศ โดยมีผู้บริหารสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และลูกเสือ เนตรนารีเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ดร.วรัท กล่าวว่า ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทและถูกนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ครูและนักเรียน สร้างโอกาสในการเรียนรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล จนเกิดความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชน ที่เป็นลูกเสือ เนตรนารี จะพึ่งพา AI มากเกินไป จนขาดการฝึกฝนทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะยามจำเป็น และประสบกับภัยพิบัติต่าง ๆ การประกวดทักษะลูกเสือ เนตรนารี “Scout Skill Challenge” จึงเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนที่เป็นลูกเสือ เนตรนารี ได้ฝึกฝนความอดทน ความมีระเบียบวินัย และได้มีโอกาสทบทวนทักษะทางด้านลูกเสือเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมของตนเองให้สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น ตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ

เลขาธิการ สลช. กล่าวอีกว่า สำหรับการประกวดทักษะลูกเสือ เนตรนารี Scout Skill Challenge” จะมีการประกวดจำนวน 8 ทักษะประกอบด้วย ทักษะระเบียบแถวลูกเสือ, ทักษะการสร้างที่พักชั่วคราว, ทักษะการประกอบอาหารชาวค่าย, ทักษะการจัดทำคลิปสั้น, ทักษะศิลปะการออกแบบ (Scout Skill Challenge Badge), ทักษะการใช้แผนที่และเข็มทิศ, ทักษะการสร้างแบบจำลองงานบุกเบิก (Model), ทักษะนักดนตรี และกิจกรรมรอบกองไฟ (นันทนาการ) ทั้งนี้มั่นใจว่ากิจกรรมดังกล่าวจะส่งเสริมให้ลูกเสือ เนตรนารี มีทักษะทางลูกเสือ และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม ระเบียบวินัย ความอดทน ความมีน้ำใจนักกีฬา และความคิดสร้างสรรค์ โดยมีกองลูกเสือที่ชนะการประกวดทักษะลูกเสือ เนตรนารี  “Scout Skill Challenge” ระดับจังหวัดจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เข้าร่วมการประกวดระดับประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 59 กอง จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 59 จังหวัด จำนวน 2,908 คน

เสริมทัพปากเอกทำเนียบฯ พลอยทะเล จ่อนั่งรองโฆษกรัฐบาล

เสริมทัพปากเอกทำเนียบฯ พลอยทะเล จ่อนั่งรองโฆษกรัฐบาล

เสริมทัพปากเอกทำเนียบฯ พลอยทะเล จ่อนั่งรองโฆษกรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.10 น.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมายังตึกบัญชาการ 1 ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ชวนให้มาช่วยงานรัฐบาล โดยได้รับมอบหมายในตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า เท่าที่ทราบโควตาของพรรค ภท. มีทั้งหมด 2 คน เป็นตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ 1 ตำแหน่ง ซึ่งก็คือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก และรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีก 2 ตำแหน่ง และมีโควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) อีก 1 ตำแหน่ง

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ส่งตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ น.ส.พลอยทะเล ยอมรับว่า ได้ส่งเอกสารเมื่อสักครู่ ต้องรอการเซ็นรองรับจากนายกฯ ส่วนตัวมีความพร้อมในการรับหน้าที่ 

เมื่อถามว่า มีความคุ้นเคยกันดีกับ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ ใช่หรือไม่ น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ส่วนหนึ่ง จริงๆ หน้าที่นี้ยังไม่เคยได้ทำ ครั้งนี้ก็มาลองดู จะได้ทราบและปรึกษาโดยเฉพาะกับ น.ส.รัชดา จะได้ทำงานด้วยกันได้ 

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

เมื่อถามว่า จะมีการแต่งตั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกเลยหรือไม่ น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า น่าจะ แต่ยังไม่ทราบ น่าจะมีการแจ้งอีกที

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

สส.กฤช ลั่น!ไม่เอาไว้ สั่งฟันอดีตผู้ช่วยฯเอี่ยวค้ายา ย้ำ ปชน.ไม่ปกป้องคนทำผิด

สส.กฤช ลั่น!ไม่เอาไว้ สั่งฟันอดีตผู้ช่วยฯเอี่ยวค้ายา ย้ำ ปชน.ไม่ปกป้องคนทำผิด

สส.กฤช ลั่น!ไม่เอาไว้ สั่งฟันอดีตผู้ช่วยฯเอี่ยวค้ายา ย้ำ ปชน.ไม่ปกป้องคนทำผิด

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.54 น.

7 เมษายน 2569 นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากกรณี อดีตคณะทำงานจังหวัดระยองของพรรคประชาชนและอดีตผู้ช่วยของผม ในสภาชุดที่ผ่านมา (ชุดที่ 26) ถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติด เมื่อคืนวานนี้ (6 เมษายน 2569) ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น

ผมและพรรคประชาชนระยองเห็นว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีความร้ายแรงและเป็นคดีอาญาที่มีโทษสูง และเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมถึงขยายผลไปถึงตัวการใหญ่โดยเร็วที่สุด

โดยนิติภัทรได้ร่วมงานกับพรรคประชาชนจนถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา หลังจบการเลือกตั้งมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ ภายในพรรคประชาชน และปัจจุบันนายทะเบียนพรรคประชาชนกำลังดำเนินการขับบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตามขั้นตอนแล้ว

ผมและพรรคประชาชนระยองขอโทษพี่น้องประชาชน และขอยืนยันนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่าเราไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทาทุกรูปแบบ หากบุคลากรในพรรค ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใด ถูกกล่าวหาหรือมีมูลเหตุที่ส่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย พรรคพร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง โดยไม่ปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ นายกฤช ยังโพสต์ข้อความในคอมเมนต์อีกว่า นายนิติภัทร ออกจากทีมงานของผมไปตั้งแต่ พ.ย.2566 และไปทำงานในส่วนกลางของจังหวัด และเรื่องนี้พวกเราไม่มีใครทราบมาก่อนเลย

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฉาว!!! อดีตผู้สมัคร ส.อบจ. ระยอง พรรคดัง ผันตัวค้ายานรก)

เริ่มงานวันแรก พล.ต.ท.รุทธพล เข้าปฏิบัติงาน รมว.ยุติธรรม สมัยที่ 2

เริ่มงานวันแรก พล.ต.ท.รุทธพล เข้าปฏิบัติงาน รมว.ยุติธรรม สมัยที่ 2

เริ่มงานวันแรก พล.ต.ท.รุทธพล เข้าปฏิบัติงาน รมว.ยุติธรรม สมัยที่ 2

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.54 น.

วันที่ 7 เมษายน 2569 พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงยุติธรรม พระพุทธภูมิพลาภิบาลทศพลญาณมุนี ศาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ศาลตายาย พระพุทธยุติธรรมโลกนาถ และรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) รวมถึงทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.10) เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นางสาวรวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของหน่วยงาน​ในสังกัด​กระทรวงยุติธรรม หน่วยงานในกำกับกระทรวงยุติธรรม บุคลากร​ และเจ้าหน้าที่​ให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดีในโอกาส​เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ยุติธรรม​ ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนน​แจ้งวัฒนะ​ กรุงเทพ​มหานคร​

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในวาระที่ 2 ของการดำรงตำแหน่งฯ ได้มีผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมแสดงความยินดี โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้นำคณะ ทั้งนี้ จะมีการกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม ให้สอดรับกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อนำมาถ่ายทอดและบูรณาการสู่การปฏิบัติในภารกิจที่เกี่ยวข้องของกระทรวงยุติธรรมให้เกิดความชัดเจน เป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับทิศทางการบริหารราชการของรัฐบาลต่อไป

พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์

ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐปล่อยราคาน้ำมันพุ่ง

ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐปล่อยราคาน้ำมันพุ่ง

ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐปล่อยราคาน้ำมันพุ่ง

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.42 น.

วันที่ 7 เม.ย.69 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  ทนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย กรณีการบริหารจัดการราคาน้ำมันของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขัดต่อรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิของประชาชน หรือไม่ โดย

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ ตนในฐานะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล และหน่วยงานที่กำกับด้านพลังงาน ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดแพงขึ้นกว่าปกติ ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2569 เป็นต้นมา รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นค่าการกลั่นน้ำมันจากเดิม 3บาท/ลิตร มาวันนี้ 7 เม.ย.2569 ค่าการกลั่นน้ำมันกระโดดไปที่ 15-16บาท/ลิตร ประเด็นสำคัญคือ การคิดค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นมา มาจากสต๊อกน้ำมันเดิม ซึ่งเป็นการเอาต้นทุนเดิมที่ยังไม่เกิดสงครามมาคำนวณกับภาวะสงคราม ถือเป็นการกระทำกระทบสิทธิประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 และ มาตรา 61 ทั้งที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องคุ้มครองประชาชนผู้บริโภค

ทนายอั๋น บุรีรัมย์

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี บอกในทำนองว่า ถ้าลดค่าการกลั่น โรงกลั่นจะไม่พอใจ หยุดกลั่นน้ำมันให้ประเทศไทย เดี๋ยวจะเป็นปัญหาบานปลายขึ้น นั้น ทั้งที่ ความเป็นจริง โรงกลั่นที่มีอยู่ 5-6โรง ส่วนใหญ่เป็นโรงกลั่นของรัฐ เป็นของ ปตท. ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้น ถ้านายกรัฐมนตรีไม่สามารถสั่งการหน่วยงานของรัฐได้ แล้วใครจะสั่งได้ ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดเช่นนี้ เป็นการเอื้อประโยขน์ต่อนายทุนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีเลือกยืนอยู่ข้างกลุ่มนายทุนหันหลังให้กับประชาชนหรือไม่” นายภัทรพงศ์ กล่าว

ทนายอั๋น บุรีรัมย์
ทนายอั๋น บุรีรัมย์
ทนายอั๋น บุรีรัมย์
ทนายอั๋น บุรีรัมย์

รองนายกฯ เชน ประเดิมงานวันแรก หารือแก้วิกฤตพลังงาน PM2.5

รองนายกฯ เชน ประเดิมงานวันแรก หารือแก้วิกฤตพลังงาน PM2.5

รองนายกฯ เชน ประเดิมงานวันแรก หารือแก้วิกฤตพลังงาน PM2.5

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.22 น.

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรกพร้อมร่วมประชุมหารือเร่งด่วนเพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่าได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้เริ่มปฏิบัติงานทันทีแม้จะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความเร่งด่วนและส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยจะใช้กลไกของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนแผนงานวิจัยที่มีอยู่ให้เกิดผลในภาคปฏิบัติอย่างรวดเร็วที่สุด

สำหรับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 กระทรวง อว. เตรียมระดมนวัตกรรมเพื่อรับมือในพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัดภาคเหนือผ่าน 3 กรอบการทำงานหลักคือการป้องกัน บรรเทา และดูแลสุขภาพ โดยจะใช้แอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา” เพื่อระบุต้นตอการเผาป่ารายแปลงควบคู่ไปกับการสนับสนุนการทำฝนหลวงและการดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเร่งกระจายนวัตกรรมป้องกันสุขภาพ เช่น มุ้งความดันบวกและหน้ากากกรองฝุ่น รวมถึงการติดตั้งเซนเซอร์ DustBoy ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน (ซึ่งเป็นผลงานของ ศ.ปฏิบัติดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล) พร้อมนำระบบ AI เอกซเรย์ทรวงอกมาใช้ตรวจคัดกรองผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ในส่วนของแผนการระยะกลางและระยะยาว รมว. อว. มีเป้าหมายขยายผลงานวิจัยไปสู่มิติเศรษฐกิจยั่งยืน ทั้งโครงการ Net Zero Campus เพื่อลดคาร์บอนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและพลังงานสะอาดผ่านระบบนิเวศวิจัยที่เข้มแข็ง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดมลพิษจากการเผาทางการเกษตร ซึ่งหลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการขยายการทำงานของ War Room ไปสู่การช่วยเหลือกลุ่ม SME และการควบคุมราคาสินค้าเกษตรและอาหารผ่านนวัตกรรมเพิ่มผลผลิต เพื่อสร้าง Ecosystem ที่สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการไทยสามารถช่วยเหลือกันเองได้ในระยะยาว

ท้ายสุด ศ.ดร.ยศชนัน เตรียมสรุปแนวปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 เมษายนนี้ โดยย้ำว่าการแถลงนโยบายในวันที่ 10 เมษายนจะเป็นการแถลงควบคู่ไปกับการปฏิบัติการหรือ Action Plan ที่พร้อมลงมือทำทันที เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณกลางและประสานความร่วมมือข้ามกระทรวง ทั้งมหาดไทย พลังงาน และสาธารณสุข โดยมุ่งหวังจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกระทรวง อว. ให้เป็นกระทรวงที่สำคัญ ที่สามารถใช้ความรู้และนวัตกรรมเข้ามาคลี่คลายวิกฤตของชาติได้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ลุ้นระทึก 9 เม.ย.นี้! ป.ป.ช.เตรียมส่งศาลฎีกา คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์

ลุ้นระทึก 9 เม.ย.นี้! ป.ป.ช.เตรียมส่งศาลฎีกา คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์

ลุ้นระทึก 9 เม.ย.นี้! ป.ป.ช.เตรียมส่งศาลฎีกา คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.08 น.

เลขาธิการป.ป.ช.ยันคำร้องฟ้องอดีต 44 สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์  ยื่นศาลฎีกา9เม.ย. ทันที แต่ถ้าเอกสารไม่สมบูรณ์ อาจต้องขยับการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน 

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร  เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาคดีอดีต 44  สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีเข้าชื่อแก้ไขประ มวลกฎหมายอาญา  มาตรา  112  ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งถ่ายเอกสารประกอบการพิจารณาส่งคำร้อง จำนวน 56 ชุด จำนวนหลายหมื่นแผ่น เพื่อส่งให้องค์คณะศาลฎีกาและฝ่ายเลขานุการศาลฎีกา โดยในวันที่  9  เม.ย. เจ้าหน้าที่จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ฝ่ายเลขาธิการ ถ้าเห็นว่าเอก สารประกอบคำร้องต่างๆ มีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะส่งคำร้องต่อศาลฎีกาได้ในวันที่ 9 เม.ย. แต่ถ้าเอกสารต่างๆจะไม่สมบูรณ์ครบถ้วน  อาจต้องขยับการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน ยืนยัน  ป.ป.ช.เร่งทำงานเต็มที่  ถ้ามีความพร้อมจะยื่นทันทีในวันที่ 9  เม.ย.แน่นอน

เมื่อถามว่า หาก ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาวันที่ 9  เม.ย.จะตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาพอดี  นายสุร พงษ์  กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการเมืองแน่นอน หากมีการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในวันดังกล่าวจริง  ตามกระบวนการเป็นแค่การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา  จากนั้นศาลฎีกาจะตั้งองค์คณะ เพื่อตรวจสอบและพิจารณาคำร้องจาก  ป.ป.ช.ก่อนจะมีคำสั่งจะรับคำร้อง  และให้ผู้ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่  ซึ่งยังไม่รู้จะเป็นวันใด เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกา