กรมการข้าว เตรียมแจก ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์’ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

กรมการข้าว เตรียมแจก ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์’ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

กรมการข้าว เตรียมแจก ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์’ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2569 นี้ กรมการข้าวได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 
7 พันธุ์ จำนวน 2,800 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 
13 พฤษภาคม 2569  และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล ประกอบด้วย 

1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 1,200 กิโลกรัม บรรจุ 153,000 ซอง    

2) กข6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี จำนวน 500 กิโลกรัม บรรจุ 77,000 ซอง  

3) กข79 (ชัยนาท 62) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปริมาณอมิโลสตํ่า (16.82 %) คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เป็นข้าวเจ้า เมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้ จำนวน 400 กิโลกรัม บรรจุ 62,000 ซอง    

4) กข85 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย ให้ผลผลิตสูงถึง 862 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 200 กิโลกรัม บรรจุ 30,000 ซอง

5) กข99 (หอมคลองหลวง 72) เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ศักยภาพการให้ผลผลิต 957 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุก มีกลิ่นนหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียวและนุ่ม คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้ จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุ 15,000 ซอง

6) กข109 (หอมพัทลุง 72) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง คุณภาพการสีดีมาก ข้าวสวยมีสีขาว นุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอม ศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดในแปลงนาเกษตรกร 1,086 กิโลกรัมต่อไร่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคใต้จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุ 15,000 ซอง

7) กข26 (เชียงราย 72) เป็นข้าวเหนียว ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน ความสูงประมาณ 111 เซนติเมตร ศักยภาพการให้ผลผลิต 1,152กิโลกรัมต่อไร่สูงกว่าพันธุ์สันป่าตอง 1 อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพันธุ์สันป่าตอง 1 และกข14 ประมาณ 5-6 วัน  ต้านทานต่อโรคไหม้ระยะกล้าในภาคเหนือตอนบน บรรจุ 48,000 ซอง

สำหรับประชาชนที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถสอบถามได้ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 33 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง 27 แห่ง และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้งนอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานผ่านการลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ หรือ Scan QR Code ตามที่ปรากฏ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยกรุงเทพฯ สามารถรับพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานกรมการข้าว ชั้น 1 ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขนและส่วนภูมิภาคสามารถรับได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร ในวันและเวลาราชการ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ลุยเชียงใหม่ ติดตามปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือ

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ลุยเชียงใหม่ ติดตามปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ลุยเชียงใหม่ ติดตามปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ และคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุม ติดตามการปฏิบัติภารกิจในการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีค่าเกินมาตรฐาน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือให้วางแผนและปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่น ละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้อยู่ในค่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยตัวชี้วัดเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหากปริมาณฝุ่นลดลงก็จะสามารถมองเห็นดอยสุเทพได้

รวมถึงสั่งการให้ส่งเฮลิคอปเตอร์เพิ่ม 2 ลำ เพื่อเสริมกำลังสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยการจัดส่งอากาศยานแบบเฮลิคอปเตอร์เพิ่มเติมจำนวน 2 ลำ ได้แก่ รุ่น Bell 407 และ H130 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการควบคุมและยับยั้งสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง ในการเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำจะเข้าปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่

– 006

SACIT ปักหมุด ‘อมก๋อย’ ฟื้นต้นน้ำยางรัก ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ

SACIT ปักหมุด 'อมก๋อย' ฟื้นต้นน้ำยางรัก ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ

SACIT ปักหมุด ‘อมก๋อย’ ฟื้นต้นน้ำยางรัก ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.29 น.

SACIT ปักหมุด”อมก๋อย”ฟื้นฟูต้นน้ำยางรัก ผนึกเครือข่ายฟื้นฟู “ต้นน้ำยางรัก” ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ เชื่อมโยงภูมิปัญญาสู่ระบบนิเวศหัตถกรรมที่ยั่งยืน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้ายกระดับวัตถุดิบต้นทางสู่สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนระบบนิเวศหัตถกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยปักหมุดพื้นที่นำร่อง ณ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนแห่งขุมทรัพย์ภูมิปัญญาที่ซ่อน “ยางรัก” วัตถุดิบล้ำค่าซึ่งเป็นหัวใจของงานศิลปหัตถกรรมไทยเร่งขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูระบบนิเวศยางรักไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และวางรากฐานการสืบสานงานหัตถกรรม “เครื่องรัก” ให้สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในเชิงเศรษฐกิจและสามารถแข่งขันในระดับสากล โดยปรับแนวทางจากการส่งเสริมที่เน้น “ปลายน้ำ” หรือ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สู่การให้ความสำคัญกับ “ต้นน้ำ” หรือวัตถุดิบและรากฐานของงานหัตถศิลป์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ “งานเครื่องรัก” ซึ่งเป็นงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่าที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและการเลือนหายขององค์ความรู้ ปัจจุบันยางรักจากธรรมชาติมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทักษะการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์กำลังสูญหาย หากไม่เร่งฟื้นฟูอย่างจริงจัง อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของงานหัตถศิลป์ไทยในอนาคต SACIT ในฐานะหน่วยงานหลัก จึงเร่งบูรณาการความร่วมมือกับภาคีสำคัญ อาทิ กรมป่าไม้ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศหัตถกรรม” ให้ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปลูกต้นรัก การพัฒนาศักยภาพวัตถุดิบต้นทาง ไปจนถึงการส่งเสริมช่างฝีมือรุ่นใหม่ เพื่อให้หัตถศิลป์ไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ

“ยางรักไม่ได้เป็นเพียงหัวใจของงานเครื่องเขิน แต่ยังเป็นรากฐานของงานประณีตศิลป์ไทยหลากหลายแขนง ตั้งแต่การลงรักปิดทอง งานลายรดน้ำ งานหัวโขน ไปจนถึงการบูรณะศาสนสถานสำคัญ การฟื้นฟูต้นรักในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอาชีพช่างฝีมือ แต่คือการปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ และสร้างรากฐานให้ภูมิปัญญาไทยสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในมิติของการเสริมความแข็งแกร่งให้กับต้นน้ำยางรัก SACIT ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร โดยเฉพาะกรมป่าไม้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยและอนุรักษ์ทรัพยากรควบคู่กับการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว    

SACIT ได้เข้ามาเสริมบทบาทในการ “ต่อยอดต้นน้ำสู่มูลค่า” โดยร่วมสนับสนุนการ ต่อยอดองค์ความรู้ผ่านวิสาหกิจชุมชนจัดการยางรักอมก๋อยอย่างยั่งยืน นำภูมิปัญญาของชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่ต๋อมมาพัฒนาเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเทคนิคการเจาะกรีดยางรักที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทาง เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางที่เหมาะสมโดยไม่ทำลายเนื้อไม้ รวมถึงการเลือกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมในฤดูฝน ควบคู่กันนี้ ยังมีการนำนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะเครื่องเหวี่ยงแยกน้ำออกจากยางรัก เพื่อให้ได้น้ำยางเข้มข้นคุณภาพสูงตามมาตรฐาน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม โดย SACIT ได้สนับสนุนช่องทางการตลาดผ่านการนำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” ซึ่งจะจัดขึ้น ณ วันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมโยงต้นน้ำสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติของการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะยาว SACIT เดินหน้าทำหน้าที่ “นักปั้นระบบ” โดยบูรณาการความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อผลักดัน “ต้นรัก” จากวัตถุดิบต้นทาง สู่การเป็น “หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ” เปิดประตูสู่การเข้าถึงแหล่งทุน และยกระดับคุณค่าทรัพยากรให้เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

นายอุทัย พิมพ์ไกร รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า “ต้นรัก” ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเชิงวัฒนธรรม แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด อาทิ การปลูกในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ และการประเมินมูลค่าตามอายุของต้นไม้ ทั้งยังได้ร่วมผลักดันแนวคิด “ธนาคารต้นไม้” เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปลูกต้นรักในระดับชุมชน ตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ซึ่งไม่เพียงเป็นการสร้างมูลค่าในอนาคต แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบคาร์บอนเครดิตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภายใต้บทบาทของ SACIT ในการ “ปั้นโอกาส” ได้ปักหมุดพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และสุโขทัย เพื่อขับเคลื่อนการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน (Finance) และการสร้างมูลค่าแบรนด์ (Branding) มุ่งยกระดับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่การเป็น “Product Champion” ของพื้นที่ และสามารถแข่งขันได้ในตลาดระดับสากล โดยในระยะต่อไป SACIT ยังเตรียมผลักดัน “งานเครื่องรัก” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติร่วมกับ UNESCO เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์หัตถศิลป์ไทยในเวทีโลก

“SACIT ทำหน้าที่เป็น ‘นักปั้น’ ที่เชื่อมโยงทรัพยากร ภูมิปัญญา และกลไกทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทำให้งานหัตถศิลป์ไทยไม่เพียงคงอยู่ แต่เติบโตอย่างมีศักยภาพในโลกปัจจุบัน การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ หากคือการวางรากฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างความมั่นคงให้ชุมชน และขับเคลื่อนหัตถศิลป์ไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว” ผศ.ดร.อนุชา สรุป

VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล ‘Melodies of Gratitude 2026 Season 2’ ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน

VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล 'Melodies of Gratitude 2026 Season 2' ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน

VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล ‘Melodies of Gratitude 2026 Season 2’ ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.25 น.

เพราะเสียงดนตรีไม่เพียงสร้างความสุข แต่ยังสามารถส่งต่อพลังแห่งการให้สู่สังคม เวทีการกุศล Melodies of Gratitude 2026 Season 2 จัดโดย TMC Live Studio จึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนผู้มีความสามารถได้ก้าวขึ้นสู่เวทีแห่งแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดพลังเสียงและความสามารถด้านดนตรีให้ผู้ชมได้ร่วมชื่นชม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ณ Siam Paragon ชั้น 4 TMC Live Studio  สำหรับงาน Melodies of Gratitude 2026 Season 2 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เสียงดนตรีและการให้” โดยรายได้จากการบริจาคภายในงานจะนำไปมอบให้กับ SUPPORT Foundation under the Patronage of H.M. Queen Sirikit The Queen Mother เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ต้องการ

หนึ่งในสถาบันที่ร่วมสร้างสีสันบนเวทีครั้งนี้คือ VD Voice & Dance Academy โรงเรียนสอนร้องเพลงและเต้นที่มุ่งพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านศิลปะการแสดงอย่างรอบด้าน โดยได้ส่งนักเรียนของสถาบันขึ้นแสดงในช่วง Voices & Piano Showcase เพื่อร่วมแบ่งปันความสุขผ่านเสียงดนตรี และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ ที่กำลังถ่ายทอดความฝันผ่านเสียงดนตรีบนเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญในการพัฒนาความมั่นใจและทักษะการแสดง

ด้าน น้องโคลเอ้ – ด.ญ.อภิษฎา สังขะทรัพย์ หนึ่งในนักเรียนของสถาบันที่ได้ร่วมขึ้นแสดงในครั้งนี้ กล่าวว่า

“รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีในงานนี้ หนูตั้งใจฝึกซ้อมกับคุณครูอย่างเต็มที่ และดีใจที่ได้ใช้เสียงเพลงของตัวเองมอบความสุขให้กับคนดู รวมถึงได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ช่วยส่งต่อความช่วยเหลือให้กับผู้อื่นด้วยค่ะ”

ด้าน ครูบิ๊ก–สมิทธ์ แก้วสิงห์ และ ครูเฟิร์น–ปาลิกา อินทนันชัย  ตัวแทนครูผู้สอนจาก VD Voice & Dance Academy กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทางสถาบันให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถบนเวทีจริง เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการร้องเพลงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ บุคลิกภาพ และประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับการเติบโตของเด็ก ๆ ในอนาคต”

สำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาศักยภาพด้านการร้องเพลงและศิลปะการแสดง พร้อมเปิดประสบการณ์บนเวทีจริง สามารถสอบถามรายละเอียดการเรียนกับ VD Voice & Dance Academy ได้ที่  Facebook : https://www.facebook.com/VDVocalAndDanceAcademy , IG https://www.instagram.com/vd.academy

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมสุขรับสงกรานต์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมสุขรับสงกรานต์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมสุขรับสงกรานต์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.22 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) มอบถุงยังชีพกว่า 120 ถุง ให้แก่ชุมชนอนันต์สุขสันต์ ผ่านชมรมสตรีพิการไทยใจเข้มแข็งและชุมชนวัดบางน้ำชน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

10 เมษายน 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย นายกมลธร โกมารทัต ผู้จัดการส่วนสื่อสารองค์กร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด และทีมงาน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวนกว่า 120 ถุง มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท ให้แก่ชุมชนอนันต์สุขสันต์ โดยมอบผ่านชมรมสตรีพิการไทยใจเข้มแข็ง และชุมชนวัดบางน้ำชน

ด้านนางเธียรรัตน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และช่วงวิฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันที่หลายครอบครัวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ ผ่านการมอบถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ ปลากระป๋อง และขนมขบเคี้ยว เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและมักมีการจับจ่ายใช้สอย มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จึงตั้งใจนำถุงยังชีพมามอบให้กับชาวบ้านในชุมชน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรง และกำลังใจที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งอยากส่งต่อให้ทุกคนได้มีความสุขในช่วงปีใหม่ไทยด้วย

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ส่งต่อความห่วงใยและช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและความยั่งยืนต่อไป

‘ไทยเบฟ’เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’ เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

'ไทยเบฟ'เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 'สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน' เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

‘ไทยเบฟ’เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’ เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

ร่วมสัมผัสสีสันสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกับเทศกาลปีใหม่ไทย กับงาน Phuket Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11ระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกอันทรงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานภายหลังจากที่ “สงกรานต์ไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของ Soft Power ไทยสู่ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีความเป็นไทย พร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อการจัดงานภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมถ่ายทอด “ความเป็นไทย” สู่สายตานานาชาติ

ในปีนี้งานยังคงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย ผ่านกิจกรรมมงคล 10 ประการ พร้อมสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมวิถีชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในหลากหลายพื้นที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต  โดยกิจกรรมไฮไลต์หาดป่าตองเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 – 13  เมษายน 2569 เวลา 15.00 – 21.00 น.พบกับกิจกรรมสร้างสรรค์ริมชายหาด การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–จีน การแสดงดนตรีร่วมสมัย  อาทิ การแสดงดนตรีไทยโรงเรียนบ้านไม้ขาว  การแสดงมโนราห์/ การแสดงดนตรีสากลโรงเรียนเทพนิมิตร  การออกร้านสินค้าชุมชน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มพื้นถิ่น ต่อเนื่องในวันที่ 13 เมษายน 2569 ณ วัดไม้ขาว เวลา 06.30 – 08.30 น. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป และพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต่อด้วยการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้โรงเรียนบ้านไม้ขาวรวมถึง      กิจกรรมเก็บขยะชายหาดไม้ขาว ณ บริเวณจุดขึ้น–ลงเครื่องบิน อุทยานแห่งชาติสิรินาถ  

นอกจากจังหวัดภูเก็ต งาน Water Festival 2026 ”เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ภาคกลาง จัดที่ กรุงเทพมหานครบนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร,วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น , ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอร์ค, สุขสยาม ณไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ภาคเหนือ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 และ 15 เมษายน 2569 และจังหวัดลำพูน ที่ถนนรถแก้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคใต้ ที่วัดไม้ขาว และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2569 และจังหวัดขอนแก่น ที่วัดไชยศรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 นอกจากความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช้อปปิ้งสินค้า และมุมเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ บรรดาสายมูไม่ควรพลาดกับกิจกรรมมหามงคล 10 ประการ ที่เชิญชวนให้ทุกคนได้มาร่วมไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทย

มาร่วม “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” กันถ้วนหน้าทั้งเมืองภูเก็ต สืบสานประเพณี และ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของ “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” และการเป็น Landmark การท่องเที่ยวระดับโลกในงาน “Phuket Water Festival 2025 ” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายนนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Princess Honour Cup 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Princess Honour Cup 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Princess Honour Cup 2026

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียแห่งประเทศไทย จัดงาน “Princess Honour Cup 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 5 ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูสุนัขโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์ รักษาคุณภาพและมาตรฐานของสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ของ สมาพันธ์สุนัขโลก (FCI: Fédération Cynologique Internationale) โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติจากประเทศ นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ แม็กซิโก ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และ ไทยเข้าร่วมตัดสิน

ธันย์ชนก ฟักอุดม ประธานชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ที่ทรงมีต่อสุนัขทรงเลี้ยงสายพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย และพระอัจฉริยภาพในด้านการพัฒนาสายพันธุ์สุนัข จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการรวมกลุ่มของสมาชิกที่รักในสุนัขสายพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย และขยายไปถึงสายพันธุ์อื่นๆ จนมีพระราชประสงค์ให้ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย จัดงานประกวดสุนัขทุกสายพันธุ์ขึ้นในประเทศไทย โดยการประกวดครั้งนี้ ธณัฐฌา เกิดแก้ว Handler ผู้จูงสุนัขพันธุ์ Jack Russell Terriers ชื่อสุนัข ฌอน เพศผู้ ได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภท Best In Show

ไฮไลต์ของงานเต็มไปด้วยสีสันและความน่ารัก โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ คุณแอน ทองประสม พร้อมน้องหมาคู่ใจ “แอนดี้” รวมถึง คุณมาริสา อานิต้า  กับน้อง “มันเดย์” ที่มาแชร์ประสบการณ์และโชว์ความสามารถของน้องหมาทั้งสองได้อย่างประทับใจ นอกจากนี้ ยังมี “คุณวิเวียน” และ “คุณลูฟ” สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้มให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งงาน

อีกหนึ่งความพิเศษคือคอลเลกชันเสื้อยืดเก๋ๆ จาก 6 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ SIRIVANNAVARI, ASAVA, ISSUE, JANESUDA, IRADA และ MILIN ที่ถ่ายทอดความน่ารักของสุนัขผ่านงานดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์ และ แบรนด์ T and T Bangkok ยังได้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพิ่มความโดดเด่นให้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรัก อีกทั้งกิจกรรมถ่ายภาพโดยช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง “ติ๋ม พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์” ก็ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

รายได้จากการจำหน่ายเสื้อหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสนับสนุน “กองทุนรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยอนาถา” ภายใต้มูลนิธิโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัด สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของงานที่ไม่ได้มุ่งเพียงความสวยงามของการแข่งขัน แต่ยังให้ความสำคัญกับชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์อย่างแท้จริง

งาน Princess Honour Cup 2026” ครั้งที่ 5 ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, SmartHeart, สยามพิวรรธน์, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด

เซ็นทรัลพัฒนาเดบิวต์ ‘น้องซัมเมอร์’ มาสคอตช้างสุดคิวท์ ต้อนรับ ‘โอปอล สุชาตา’ ในลุคนางสงกรานต์ปี 2569

เซ็นทรัลพัฒนาเดบิวต์ ‘น้องซัมเมอร์’ มาสคอตช้างสุดคิวท์ ต้อนรับ 'โอปอล สุชาตา' ในลุคนางสงกรานต์ปี 2569

เซ็นทรัลพัฒนาเดบิวต์ ‘น้องซัมเมอร์’ มาสคอตช้างสุดคิวท์ ต้อนรับ ‘โอปอล สุชาตา’ ในลุคนางสงกรานต์ปี 2569

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  เดบิวต์ “น้องซัมเมอร์” มาสคอตช้างสุดคิวท์ประจำแคมเปญ Summer Fest 2026 ตัวแทนความสนุกของ 5 ภูมิภาค ที่มาพร้อมความน่ารักแบบกวๆ ซุกซน เอเนอจี้สุดล้น! โดย “ช้าง” ถูกนำมาตีความใหม่ให้กลายเป็นคาแรกเตอร์สุดครีเอทีฟที่ทั้งเท่ ขี้เล่น และมีสไตล์จัดจ้านแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษที่ได้ “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ใน “ชุดไทยจักรพรรดิสุดสง่างาม พร้อมมงกุฎฟ้า” ตัวแทนนางสงกรานต์ประจำปี 2569 ร่วมถ่ายภาพอย่างใกล้ชิดกับจุดตกแต่งของ “น้องช้าง ชื่นใจ-ไชโย” ถ่ายทอด Soft Power ไทยสู่สายตาโลก

ความพิเศษอยู่ที่การร่วมงานกับ Jirayu Koo (จิรายุ คูอมรพัฒนะ) ศิลปินนักวาดภาพประกอบไทยเจ้าของลายเส้นเอกลักษณ์ระดับสากล มาร่วมออกแบบ “ลวดลายและแฟชั่นบนตัวมาสคอต” อย่างตั้งใจ โดยหยิบ “อัตลักษณ์ 5 ภูมิภาค” มาตีความใหม่ แต่ละลวดลายได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ลวดลายผ้า อาหาร และวิถีชีวิตท้องถิ่น ก่อนแปลงเป็นสีสัน แพทเทิร์น และบุคลิกที่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ ภาคกลางกับ “น้องซัมเมอร์สวัสดี” ที่จัดลุค Urban เท่ๆ แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตคนเมือง, “น้องซัมเมอร์” ลุคสดใสสไตล์ทรอปิคัลของเมืองชายทะเลภาคตะวันออก, “อ้ายซัมเมอร์ มาแล้วเด้อ!” ตัวจี๊ดสายม่วนของภาคอีสาน, “จ้าวซัมเมอร์ ม่วนเน้อ” ลุคคราฟต์เท่ละเมียดของภาคเหนือ ไปจนถึง “ไอ้ซัมเมอร์ หร่อยแรง” สายพลังจัดจ้านลายปาเต๊ะของภาคใต้ ไม่เพียงเท่านั้น แพทเทิร์นดีไซน์เหล่านี้ยังถูกนำไปต่อยอดตกแต่งในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ แยกตามอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สร้างไวบ์ซัมเมอร์ที่ทั้งสนุก สดใส และมีคาแรกเตอร์ชัดในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ ยังได้ร่วมกับ ปรางค์ วิภาลักษณ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบไทย ออกแบบแฟชั่นลุคสุดคูลของ “น้องชื่นใจ” และ “น้องไชโย” ที่มาอัปเลเวลความสนุก สะท้อนตัวตนสายคัลเจอร์และสายสปอร์ต ปลุกเอเนอจี้ของกรุงเทพฯ ผ่าน Sport, Fashion, Music และพลังของคอมมูนิตี้ยุคใหม่ 

ทั้งนี้ ตลอดหน้าร้อน “น้องซัมเมอร์” ยังออก On Tour บุกแลนด์มาร์กสำคัญทั่วประเทศ เปลี่ยนทุกจุดหมายให้กลายเป็นเวทีความสนุก ชวนทุกคนออกไปสัมผัสเสน่ห์เมืองไทยในมุมใหม่ เพราะทุกครั้งที่ “น้องซัมเมอร์” ปรากฏตัว คือสัญญาณของความสนุกที่กำลังจะเริ่มขึ้น กับโชว์สุดปังที่จัดเต็มทั้งท่าเต้นสุดมัน จังหวะชวนโยก และแอ็กชันสุดปั่นที่เรียกรอยยิ้มได้ทุกเจเนอเรชัน

เตรียมพบกับ “น้องซัมเมอร์” ได้ที่เซ็นทรัลทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง: ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ, พระราม 3, เวสต์วิลล์, รามอินทรา, อยุธยา, อีสต์วิลล์, มหาชัย, นครปฐม ภาคตะวันออก: พัทยา, ชลบุรี, ศรีราชา, ระยอง ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เชียงราย, ลำปาง ภาคอีสาน: อุดร, โคราช ภาคใต้: หาดใหญ่ ส่วนแคมเปญ Summer Fest 2026 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. – 10 พ.ค. 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทย

จิม ทอมป์สัน เชิญ 75 บุคคลสำคัญร่วมดินเนอร์แทนคำขอบคุณฉลอง 75 ปี

จิม ทอมป์สัน เชิญ 75 บุคคลสำคัญร่วมดินเนอร์แทนคำขอบคุณฉลอง 75 ปี

จิม ทอมป์สัน เชิญ 75 บุคคลสำคัญร่วมดินเนอร์แทนคำขอบคุณฉลอง 75 ปี

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย จัดงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อขอบคุณแขกคนสำคัญในวาระครบรอบ 75 ปี ณ Moonlight Hall อีเวนต์ฮอลล์แสนงดงามในพื้นที่ของ จิม ทอมป์สัน
เฮอริเทจ ควอเตอร์ โดยได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญ 75 ท่าน ทั้งผู้นำในหลากหลายวงการ พาร์ตเนอร์ และผู้สนับสนุนที่ร่วมเดินทางและอยู่เคียงข้างแบรนด์มาอย่างยาวนาน

งานดินเนอร์สุดพิเศษจัดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะขอบคุณทุกคนที่ร่วมสนับสนุนการเติบโตของจิม ทอมป์สัน ที่เริ่มต้นจากแบรนด์ผ้าไหมไทยจนก้าวสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกและมีธุรกิจครอบคลุมทั้งแฟชั่น สินค้าผ้าตกแต่งบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม และประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม

แขกผู้มีเกียรติทั้ง 75 ท่านที่ร่วมสะท้อนความสัมพันธ์ของแบรนด์กับบุคคลชั้นนำและพันธมิตรจากหลากหลายวงการ ทั้งการทูต การท่องเที่ยว การบริการ ดีไซน์ และรีเทล โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น แคนาดา เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพาร์ตเนอร์ที่ร่วมงานกับแบรนด์มาอย่างยาวนาน ทั้งการบินไทย กลุ่มโรงแรมชั้นนำ ธุรกิจรีเทล และอสังหาริมทรัพย์ อาทิ คิง เพาเวอร์ สยามพิวรรธน์ และวัน แบงค็อก รวมถึงบริษัทออกแบบชื่อดังและลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์

นอกจากนี้ งานยังได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐที่สนับสนุนทิศทางการเติบโตของแบรนด์มาโดยตลอด ได้แก่ เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ไฮไลต์ของค่ำคืนคือการเปิดทีเซอร์เกี่ยวกับโปรเจกต์ Jim and I: The Weaver’s Stories ให้แขกได้ชมก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยโปรเจกต์นี้เล่าเรื่องราวของแบรนด์จิม ทอมป์สัน ผ่านการบอกเล่าจาก 12 บุคคลที่มีส่วนร่วมในการหล่อหลอมแบรนด์ สะท้อนมุมมองด้านหัตถศิลป์ ความคิดสร้างสรรค์ และการสืบทอดตำนาน ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าจิม ทอมป์สัน ไม่ใช่ผลงานของใครคนเดียว แต่คือมรดกที่ทอขึ้นจากผู้คนมากมายตลอด 75 ปีที่ผ่านมา โดยในงานได้เปิดตัวบุคคลกลุ่มแรกที่มาถ่ายทอดเรื่องราว ได้แก่ กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ การบินไทย, นิพนธ์ มนูทัศน์ เจ้าของและทายาทรุ่นที่ 3 โรงทอผ้าไหมบ้านครัว และบิล เบนสลีย์ สถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังของโลก

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “จิม ทอมป์สัน เติบโตมาได้ด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับผู้คนรอบข้างที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ ค่ำคืนนี้คือการขอบคุณพาร์ตเนอร์และผู้สนับสนุนทุกคนที่ร่วมเดินทางในเส้นทางการเติบโตของเรา ในโอกาสครบรอบ 75 ปีนี้ เราจะเดินหน้าต่อด้วยจิตวิญญาณเดิมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นจากพันธมิตรทุกวงการ เพื่อพางานดีไซน์และหัตถศิลป์ไทยไปสู่เวทีโลก”

งานดินเนอร์ขอบคุณครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโกลบอลแคมเปญฉลองครบรอบ 75 ปีของจิม ทอมป์สัน ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอดปี 2569 ผ่านหลากหลายโปรเจกต์ที่ให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องราวอันลึกซึ้ง วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์

สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’

สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’

สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปลุกเอ็นเนอร์จี้ให้มีชีวิตชีวา พร้อมสาดความสนุกแบบชุ่มฉ่ำ สยามพารากอน ผนึกกำลัง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เนรมิตพื้นที่ด้วยงานคราฟต์สไตล์ไทยเข้ากับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” ท่ามกลางบรรยากาศสีสันสดใสที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์กเช็คอินที่ทุกคนต้องแชร์!

เตรียมสนุกไปกับมิวสิคเฟสติวัลจากทัพศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคกว่า 150 ชีวิต ที่จะมาสร้างประสบการณ์ทางดนตรีแบบจัดเต็ม ผสานแสง สี เสียง และโปรดักชั่นระดับเวิลด์คลาส เสริมทัพด้วยกิจกรรมความสนุกแบบครบทุกมิติ ระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน โดยงานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร ภาครัฐ และเอกชน แบรนด์ วิชี่ เดอคอส ภายใต้ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และ แบรนด์ สมูทอี ภายใต้บริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป ร่วมจัดงาน

ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สยามพารากอน กล่าวว่า  ซัมเมอร์ปีนี้ สยามพารากอน เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ทางดนตรีครั้งใหม่ที่จะเนรมิต พาร์ค พารากอน ให้กลายเป็นมหกรรมคอนเสิร์ตระดับโลกพร้อมยกระดับความมันส์ให้พุ่งทะลุปรอทกับการรวมตัวของ “กลุ่มศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค” กว่า 150 ชีวิตเป็นครั้งแรก

            10 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. พบกับพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่กับระนาด EDM Battle” (Fino the Ranad) มาปะทะบีทกับ STGZ x 1Saran “Molamtronica” นี่คือการพบกันครั้งสำคัญของเครื่องดนตรีไทยดั้งเดิมและแนวดนตรีสมัยใหม่ที่จะปลุกพลังความตื่นเต้นทั่วพาร์ค พารากอน และต่อด้วยความสนุกจาก DJ BESTBOI ก่อนจะส่งต่อความมันส์ให้กับ “พูห์-พาเวล” คู่จิ้นยอดเอ็นเกจเมนต์ถล่มทลาย และปิดท้ายด้วย “PROXIE” บอยแบนด์สุดฮอต ณ เวลานี้  

            11 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. เปิดเวทีด้วยบีทสุดมันส์จาก DJ Crossthy สองพี่น้อง เคน ภูภูมิ และ ทิมมี่ เตรียมพบกับ “DICE” ไอดอลขวัญใจชาวไทยและเตรียมรับแรงกระแทกจาก “JOEY BOY” ศิลปินระดับตำนาน และ “Purpeech” วงอินดี้รุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงที่สุด  

             12 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. “Queen of Dance & King of Beat” เมื่อ “KT KRATAE” เจ้าของของปรากฏการณ์ Bangkok City ชวนทุกคนห่มสใบใส่ยีนส์ พร้อมร่วมขยับจังหวะไปกับ “DJ CHIN CHINAWUT” และปิดท้ายความมันส์สไตล์ไทยที่ดังไกลระดับอินเตอร์กับ “Khana bierbood”

            13 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. ห้ามพลาด! กับศิลปินแถวหน้าเจ้าของเพลงฮิตติดหูมากมาย “Tilly Birds” มาคู่กับ “Paradise Bangkok” วงดนตรีสไตล์ไทยประยุกต์ที่ไปสร้างชื่อมาแล้วทั่วโลก นี่คือส่วนผสมของดนตรีที่เท่ที่สุดของซัมเมอร์นี้  14 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. วันรวมพล “เจ้าของเพลงฮิตนับล้านวิว” ไม่มีใครไม่รู้จักเพลงของ “Tattoo Colour” เสริมทัพด้วยศิลปินรุ่นใหม่อย่าง “ALTERS” และ “SONS”  

            15 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. ปิดท้ายกับ “T-Pop Global Sensation” ส่งท้ายความยิ่งใหญ่ด้วย “4MIX” วง T-Pop ที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นทั้งในและต่างประเทศ และ “Shine Boys” และวงไวรัลมาแรง อย่าง พีจัง กฤษณะ เป็นการปิดฉากเทศกาลด้วยพลังของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้ง ยังมีเหล่าคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังตบเท้าเข้าร่วมสร้างสีสันภายในงานอย่างคับคั่ง อาทิ LE7EL, มาสุ-ตี๋ , บิลลี่-เบ้บ, เอนจอย-จูน และ กฤษฎิ์-ภพเป็นต้น   

เนรมิตทุกตารางนิ้วให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งการถ่ายภาพและเช็คอิน 

สยามพารากอน ยังเนรมิตพื้นที่บริเวณ จีเวล และ พาร์ค พารากอน ชั้น M ให้กลายเป็นโลกแห่งสีสันสุดตระการตา ชวนทุกคนหลุดเข้าไปในบรรยากาศซัมเมอร์โดดเด่นด้วยกังหันลมหลากสีสัน ที่หมุนรับแสงแดดอย่างมีชีวิตชีวา ผสานเข้ากับโครงสร้างไม้ไผ่ ที่สะท้อนเอกลักษณ์งานคราฟต์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย รายล้อมด้วยสีสันนีออนสดใสและดีไซน์ Abstract สุดคูล ที่เปลี่ยนทุกมุมให้กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง เพราะทุกตารางนิ้วคือประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งสนุก สดใส และเต็มไปด้วยพลังแห่งซัมเมอร์ 

            ตื่นตากับการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย ทั้งโขนและละครหุ่น จาก ชมรมยุวชนคนรักษ์ศิลป์ (โจหลุยส์จูเนียร์) หยิบแรงบันดาลใจจากศิลปะการแสดงมาครีเอทใหม่ให้ร่วมสมัย สนุก และเข้าถึงง่ายมากขึ้น พิเศษ! ร่วมชมการแสดงได้ในเวลา 13.00 น. / 15.00 น. และ 17.00 น. 

            NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 และ 5A สยามพารากอน ชวนฉลองเทศกาลสงกรานต์สุดล้ำกับงาน “NEXTOPIA: Culture of Tomorrow” ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ของประเพณีไทยที่ถูกตีความใหม่ผ่านนวัตกรรมร่วมสมัยที่ทวิสต์ความสนุกให้ทวีคูณ พร้อมยกระดับสู่การเป็นเทศกาลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในแบบฉบับ Future Culture อย่างลงตัว

 หนึ่งในไฮไลต์คือ แลนด์มาร์กเจดีย์คริสตัล ที่ต่อยอดแรงบันดาลใจจาก “เจดีย์ทราย” ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพจำของเทศกาลสงกรานต์ไทย มาสู่การออกแบบใหม่ในลุคโมเดิร์น เปรียบเสมือนการเชื่อมต่อระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับอนาคตอย่างงดงามและโดดเด่น สะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในรูปแบบ Circular Economy เพื่อสร้างสงกรานต์รูปแบบใหม่ที่ทั้งทันสมัย มีรสนิยม และเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั่วโลก โดยหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Bring, Write, Drop เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมกับเทศกาลในรูปแบบสร้างสรรค์ เริ่มจากการนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาที่จุด Refill & Clean Station จากนั้นเขียนคำอธิษฐานด้วยปากกาเรืองแสง และหย่อนลงในเจดีย์คริสตัล นับเป็นการพลิกภาพจำของสงกรานต์แบบเปียกชุ่มไปสู่ประสบการณ์ที่ยั่งยืนได้อย่างน่าประทับใจ

            ภายในงานมีกิจกรรมเวิร์กช็อปหลากหลายที่สะท้อนเสน่ห์ของความเป็นไทยควบคู่แนวคิดรักษ์โลก ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายผ้าด้วยดอกไม้สด, เทียนไขถั่วเหลืองเปลือกไข่, การทำแป้งร่ำกลิ่นดอกไม้ไทย ซึ่งช่วยเติมสีสันให้เทศกาลสงกรานต์มีทั้งความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจด้านสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย