อนุทิน ฉีดน้ำเปิดสงกรานต์ถนนข้าวสุก ขอมีความสุขร่วมกับทุกคน

อนุทิน ฉีดน้ำเปิดสงกรานต์ถนนข้าวสุก ขอมีความสุขร่วมกับทุกคน

อนุทิน ฉีดน้ำเปิดสงกรานต์ถนนข้าวสุก ขอมีความสุขร่วมกับทุกคน

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.18 น.

‘อนุทิน’ เปิดงานสงกรานต์ถนนข้าวสุกอ่างทอง ก่อนร่วมเล่นน้ำคึกคัก บอกทุกจังหวัดมีกิจกรรมดึงนักท่องเที่ยว ขอคนไทยเล่นน้ำมีความสุขอย่างเต็มที่ ไม่เลยเถิด

วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ที่ลานกิจกรรมหน้าวัดลาดเป็ด จ.อ่างทอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานพิธีเปิดงานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสุก @ อ่างทอง ที่ลานกิจกรรมหน้าวัดลาดเป็ด ต.ท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ให้การต้อนรับ

จากนั้นนายกฯ ได้ขึ้นเวทีกล่าวกับผู้ร่วมงานตอนหนึ่ง ว่า รู้สึกเป็นเกียรติ วันนี้รู้สึกมีความสุขร่วมกับทุกท่านที่ได้มาร่วมเปิดงานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์ ที่ถนนข้าวสุก ขอส่งความสุขความปรารถนาดีมายังพ่อแม่พี่น้องชาวอ่างทองทุกคน ตลอดจนครอบครัวทุกท่าน เทศกาลสงกรานต์สะท้อนถึงความอบอุ่นของครอบครัวคนไทย เราจึงนำวันสงกรานต์ วันครอบครัว วันผู้สูงอายุ อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน วันสงกรานต์ยังเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่องค์การยูเนสโก ขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรม หลายจังหวัดจึงยกระดับเทศกาลสงกรานต์เพื่อดึงการท่องเที่ยว ซึ่งงานที่ถนนข้าวสุกอยู่ภายใต้การจัดงานสงกรานต์บ้านฉันสีสันไทยๆ สุขใจทั่วโลก ตนจึงขอเชิญชวนทุกท่านเล่นน้ำสงกรานต์อย่างมีความสุข แต่ขอให้สร้างสรรค์ มีความสุข สุภาพ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน สนุกอย่างปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นในชุมชน หรือบนท้องถนน ขอให้พี่น้องประชาชนใช้รถอย่างระมัดระวัง เคารพการจราจร ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม และต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องเอง และผู้อื่นด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดีปีใหม่ไทย ก่อนที่นายกฯจะยิงปืนฉีดน้ำเปิดงาน

จากนั้นนายอนุทินและภริยาได้สรงน้ำพระพุทธรูปจากวัดต่างๆในจังหวัดอ่างทอง และเดินออกไปยังถนนข้าวสุก ร่วมเล่นน้ำกับประชาชน และยังได้ร่วมรำกับประชาชนอย่างสนุกสนาน 

หาดใหญ่ยังเหงา ไม่คึกคักเหมือนเคย ลิซ่า แท็กทีม สส. เยี่ยมเยือนชาวใต้ ส่วน วีระยุทธ-ไอซ์ ลุยอีสาน

หาดใหญ่ยังเหงา ไม่คึกคักเหมือนเคย ลิซ่า แท็กทีม สส. เยี่ยมเยือนชาวใต้ ส่วน วีระยุทธ-ไอซ์ ลุยอีสาน

หาดใหญ่ยังเหงา ไม่คึกคักเหมือนเคย ลิซ่า แท็กทีม สส. เยี่ยมเยือนชาวใต้ ส่วน วีระยุทธ-ไอซ์ ลุยอีสาน

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.09 น.

หาดใหญ่ยังเหงา เงียบกว่าเก่า ไม่คึกคักเหมือนเคย ‘ลิซ่า ภคมน’ แท็กทีม สส. เยี่ยมเยือนชาวใต้, ส่วน ‘ต้น วีระยุทธ’ พร้อม ‘ไอซ์ รักชนก’ นำทัพ สส. ให้กำลังใจและร่วมรดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์

วันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่ พร้อมติดตามสถานการณ์การเยียวยาประชาชน และความคืบหน้าล่าสุดในการฟื้นฟูเมืองหลังเหตุอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

โดย น.ส.ภคมน ได้พบปะพูดคุยกับประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมสำรวจบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในบริเวณเมืองหาดใหญ่ พบว่าบรรยากาศการค้าขายยังไม่กลับมาคึกคักเมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีที่แล้ว แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีการฟื้นฟูเมืองไปบ้างแล้วแต่เนื่องจากมีผู้ประกอบการหลายรายที่ต้องยุติกิจการไป อีกทั้งบวกกับมีวิกฤติจากราคาน้ำมัน จึงทำให้เมืองบางส่วนเงียบเหงากว่าปกติ

ด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ, อานันท์ อมรินทร์ สส. จังหวัดอุดรธานี และ โตโต้ ปิยะรัฐ จงเทพ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ที่ภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี มีประชาชนเข้ามาทักทายและให้การต้อนรับอบอุ่น 

โดยนายวีระยุทธพร้อมด้วย สส. และทีมงานพรรคประชาชน ได้ร่วมพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุที่ชุมชนบ้านผาสุก ตามด้วยสรงน้ำพระที่วัดทิพย์รัฐนิมิตร ก่อนจะเดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดอุดรธานี แล้วจึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่น จากนั้นจึงเดินทางไปยังถนนข้าวเหนียว ร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์กับพี่น้องประชาชนบริเวณแยกถนนหน้าเมือง จังหวัดขอนแก่น

เทพไท อวยพร วีระพงษ์ โชคดี หลังลุยร่วมงาน ศุภจี เป็นผู้แทนการค้าไทย ชี้ตัดสินใจสง่างาม

เทพไท อวยพร วีระพงษ์ โชคดี หลังลุยร่วมงาน ศุภจี เป็นผู้แทนการค้าไทย ชี้ตัดสินใจสง่างาม

เทพไท อวยพร วีระพงษ์ โชคดี หลังลุยร่วมงาน ศุภจี เป็นผู้แทนการค้าไทย ชี้ตัดสินใจสง่างาม

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.45 น.

วันที่ 13 เมษายน 2569 เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อวยพรให้ “วีระพงษ์ ประภา” โชคดี

ในช่วง2-3วันที่ผ่านมา มีกระแสข่าวกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ จนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวทางสื่อโซเชียล ของผู้สนับสนุน แฟนคลับ แม่ยก วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา และจับตาดูความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ และของนายวีระพงษ์ 

ในที่สุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ Facebook บอกว่าเรื่องนี้ได้รับทราบมาแล้ว และได้นำเสนอให้นายวีระพงษ์ได้ตัดสินใจว่า ถ้าเลือกเป็นที่ปรึกษาให้กับนางศุภจี ก็ต้องลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ต่อมานายวีระพงษ์ได้ โพสต์ Facebook และเปิดเผยใบลาออกจากรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้เหตุผลความจำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย แม้ว่ายังผูกพันกับนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยอุดมการณ์ ซึ่งนายวีระพงษ์เป็นชาวหาดใหญ่โดยพื้นฐานของครอบครัวมีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นเบื้องต้น

แต่สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ได้แสดงความเห็นให้นายวีระพงษ์ได้เลือกว่า จะอยู่กับประชาธิปัตย์ หรือจะไปช่วยงานนางศุภจี น่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์และตัวนายอภิสิทธิ์เอง ทำการเมืองแบบมีหลักการ และยึดหลักบาป7ประการของมหาตมะ คานธี ที่สอนหลาน โดยเฉพาะข้อที่7 คือ เล่นการเมืองโดยปราศจากหลักการ ทำให้นายอภิสิทธิ์ยื่นข้อเสนอให้กับนายวีระพงษ์ได้พิจารณาตัดสินใจ

ถ้าหากย้อนไปดูในอดีตที่ผ่านมา นายวีระพงษ์ไม่ใช่คนแรกที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเกียรติให้ทำงานในระดับนานาชาติหรือในเวทีโลก คือในฐานะผู้แทนการค้าไทย ไปเจรจากับการค้ากับสหภาพยุโรป ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา มีสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ที่มีบทบาทในเวทีโลก เช่น

1.ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปมีบทบาทในฐานะหัวหน้าขบวนการเสรีไทย ช่วยเหลือประเทศไทย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่2

2.นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานโรตารี่สากลหรือ (Rotary International President)

3.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ ได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการองค์การค้าโลก หรือ WTO และเป็นเลขาธิการอังก์ถัด (UNCTAD)

4.คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ได้รับเลือกเป็นประธานสถาบันผู้หญิงและการเมือง แห่งเอเชีย-แปซิฟิค

5.ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้รับเรื่องให้เป็นเลขาธิการอาเซียน

6.นายอิสรา สุนทรวัฒน์ ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสมัชชารัฐสภาอาเซียนหรือAIPA

และสุดท้ายคือ นายวีระพงษ์ ประภา ที่รัฐบาลชุดนี้ จะแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนการค้าไทย เพื่อไปเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป  

นับว่าสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง ที่ผลิตนักการเมืองที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอดีตส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรในอดีตที่ผ่านมา เกินครึ่งหนึ่งเคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน

ในฐานะศิษย์เก่าประชาธิปัตย์ รู้สึกยินดีกับท่าทีของนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคและนายวีระพงษ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคที่ลาออก ถือว่าเป็นความสง่างามในการตัดสินใจทางการเมือง และเชื่อว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และคนไทยทุกคน พร้อมสนับสนุนให้สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์หรืออดีตสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ไปทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทุกคน ขอให้โชคดี

วราวุธ พกกระบอกไม้ไผ่ สาดน้ำสงกรานต์ กับชาวสุพรรณ คึกคัก (ประมวลภาพ)

วราวุธ พกกระบอกไม้ไผ่ สาดน้ำสงกรานต์ กับชาวสุพรรณ คึกคัก (ประมวลภาพ)

วราวุธ พกกระบอกไม้ไผ่ สาดน้ำสงกรานต์ กับชาวสุพรรณ คึกคัก (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.38 น.

“วราวุธ” เปิดงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” ปี 2569 พกกระบอกไม้ไผ่สาดน้ำสงกรานต์กับชาวสุพรรณ คึกคัก

วันที่ 13 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 15.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานประเพณีสงกรานต์ “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” ปี 2569 บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ตลอดขบวนแห่ระยะทางเกือบ 2 กม. เริ่มจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จนถึงสำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี มีประชาชนร่วมสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ และร่วมชมขบวนแห่รถบุปผชาติมหาสงกรานต์ของส่วนราชการจังหวัด และอำเภอทุกอำเภอ ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม โดยนายวราวุธ ได้พกกระบอกน้ำไม้ไผ่ ร่วมเล่นสงกรานต์รดน้ำขอพรพี่น้องชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะผู้มากประสบการณ์รุ่นนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ที่นั่งอยู่ในบ้าน พร้อมถ่ายภาพร่วมกันกับพี่น้องชาวสุพรรณบุรีอย่างเป็นกันเองตลอดเส้นทาง

จากนั้นในช่วงเย็นเวลา 18.30 น. นายวราวุธ เป็นประธานเปิดถนนเล่นน้ำสงกรานต์ ที่เวทีกลาง ถนนรักท่าระหัด ด้านข้างเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

อนุทิน ขับเครื่องบินส่วนตัวลุยจันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ สุ่มเช็กสต๊อกปั๊มน้ำมัน

อนุทิน ขับเครื่องบินส่วนตัวลุยจันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ สุ่มเช็กสต๊อกปั๊มน้ำมัน

อนุทิน ขับเครื่องบินส่วนตัวลุยจันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ สุ่มเช็กสต๊อกปั๊มน้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

“อนุทิน” ขับเครื่องบินตรวจด่าน 7 วันอันตรายเมืองจันท์ บอกอยากได้อะไรให้บอกผู้แทนมาเพราะทีมเดียวกัน ชี้ราคาน้ำมันต้องสอดคล้องตลาดโลก พร้อมไหว้สิ่งศักสิทธิ์ก่อนเดินทางกลับ 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 เมษายน 2569 ที่จ.จันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขับเครื่องบินส่วนตัว พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา มายังสนามบินท่าใหม่ อ.ท่าใหม่จ.จันทบุรี เพื่อลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยนายอนุทิน พร้อมด้วยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สส.จันทบุรีและตราด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจด่าน 7 วันอันตราย บริเวณเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ โดยนายอนุทิน ได้มอบอาหารแห้งและเครื่องดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน “ดื่มไม่ขับ เมาไม่ขับ” ซึ่งผลการตรวจเยี่ยมภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังสถานีบริการน้ำมันเชลล์ บริเวณหน้าตลาดเจริญสุข เพื่อสุ่มตรวจผู้ประกอบการค้าน้ำมันถึงความพร้อมในการให้บริการ โดยผลการตรวจสอบพบว่าทางสถานีบริการมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีปริมาณการเดินทางสัญจรหนาแน่นกว่าปกติก็ตาม

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายปกครอง  กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ได้จัดจุดให้บริการประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้เดินทางสัญจรในถนนสายหลัก ให้ข้อมูลและรับแจ้งข้อมูล รวมถึงเป็นที่พักผ่อนอิริยาบถจากการขับรถเป็นเวลานาน ลดความง่วง และป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จ.จันทบุรี ถือว่าเป็นจ.เศรษฐกิจ สร้างรายได้จากธุรกิจอัญมณี เป็นอย่างมาก และมีรายได้จากผลไม้ รวมถึงมีการท่องเที่ยวที่ติดชายทะเล และหากไม่มีเหตุพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี ก็จะมีการค้าขายชายแดนสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงถือเป็นจังหวัดสำคัญและยังเชื่อมต่อไปจ.ตราด ที่สามารถบูรณาการการท่องเที่ยว คมนาคม ขนส่ง อุตสาหกรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของอีสเทิร์นซีบอร์ด รวมถึงพื้นที่อีอีซี ก็จะขยายออกมาจากจ.จันทบุรี อีกทั้งผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่น มีความเข้มแข็งและเข้าใจบริบทของพื้นที่ที่จะทำให้จ.จันทบุรี และจ.ภาคตะวันออก ขยายตัวและสร้างความเข้มแข็งได้ โดยรัฐบาลต้องให้การสนับสนุนทุกทางที่จะเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มีสส.จันทบุรี ยกจังหวัด รวมถึงจ.ตราดและจ.ระยอง จึงมีความสะดวกในการสะท้อนปัญหาของประชาชนมาถึงรัฐบาล ถ้าต้องการให้รัฐบาลทำสิ่งใดเพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตของท่านก็ต้องบอกผู้แทนและผู้นำท้องถิ่น เพราะถือว่าเป็นทีมเดียวกันเรื่องจะมาถึงรัฐบาลและเราจะทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์

เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่องการลดราคาน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า การลดราคาน้ำมันนั้นจำเป็นต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกลไกของราคาตลาดโลก รัฐบาลได้เข้ามาใช้มาตรการควบคุมค่าการกลั่นและค่าการตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยกดราคาให้ลดลงได้มากกว่าปกติ ประกอบกับในช่วงนี้ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง จึงเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้รัฐบาลสามารถสะท้อนต้นทุนและปรับลดราคาขายปลีกภายในประเทศลงตามความเป็นจริงได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการลงพื้นที่ นายอนุทิน และคณะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะเดินทางไปสักการะหลวงพ่อทอง ณ โบสถ์เก่าวัดทองทั่ว ในการนี้ พระครูจารุเขมากร วิ. ดร. เจ้าคณะตำบลคลองนารายณ์ และเจ้าอาวาสวัดทองทั่ว ได้เมตตามอบวัตถุมงคลพระยอดธง ให้แก่นายอนุทิน เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วย

ชวน กรีดรัฐบาล! ซัดปมน้ำมันแพง ตั้งคำถาม ถอนทุนคืน หรือไม่?

ชวน กรีดรัฐบาล! ซัดปมน้ำมันแพง ตั้งคำถาม ถอนทุนคืน หรือไม่?

ชวน กรีดรัฐบาล! ซัดปมน้ำมันแพง ตั้งคำถาม ถอนทุนคืน หรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.22 น.

‘ชวน’ เปิดบ้านสงกรานต์คึกคัก ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงคนไทย ก่อนขึ้นเวทีรดน้ำผู้สูงอายุ สะท้อนปมการเมือง ซัดรัฐบาลปมราคาน้ำมัน-กักตุน ถอนทุนซื้อเสียง ย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต พร้อมภาคภูมิใจนั่งเก้าอี้ผู้แทน 18 สมัยยาวนานที่สุดในโลก

วันที่ 13 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านวิเศษกุล เลขที่ 183 ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านพักของนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนจาก จ.ตรัง และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางนำพวงมาลัยและกระเช้ามามอบ พร้อมอวยพรและขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง

นายชวนออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สวมเสื้อลายอย่างเป็นกันเอง โดยมีนายกิจ หลีกภัย อดีตนายก อบจ.ตรัง พี่ชาย และนายระลึก หลีกภัย น้องชาย ร่วมให้การต้อนรับ

จากการสังเกตพบว่า ในปีนี้จำนวนผู้ที่เดินทางมาอวยพรและขอพรภายในบ้านวิเศษกุลลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งภาระค่าครองชีพโดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลคือการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองของ จ.ตรัง ซึ่งปรากฏชัดเจนและมีนัยสำคัญ หลังจากตระกูลโล่สถาพรพิพิธย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมยังคงมีความคึกคักอยู่

ต่อมานายชวน หลีกภัย ได้เดินทางไปที่โรงเรียนน้ำผุด อ.เมืองตรัง จ.ตรัง เพื่อไปร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์และรดน้ำผู้สูงอายุ โดยได้ร่วมน้ำน้ำผู้สูงอายุจำนวนกว่า 120 คน ซึ่งในระหว่างนั้นทางนายทรงกรด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการ จ.ตรัง ได้เดินทางเข้าไปมอบกระเช้าอวยพรปีใหม่ด้วยเช่นกัน

ซึ่งในช่วงพิธีกล่าวเปิดกิจกรรม นายชวน ได้พูดเป็นภาษาใต้บางช่วงบางตอนไว้ว่า “ภายหลังจัดตั้งรัฐบาล พี่น้องก็ได้เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น น้ำมันขึ้นราคา และน้ำมันขาดแคลน ชาวบ้านก็ไม่ไว้ใจเพราะเจ้าของปั้มน้ำมัน ก็เป็นรองนายกฯ และชาวบ้านไม่เชื่อว่าไม่กักตุน ชาวบ้านก็ไม่เชื่อว่าคนที่รู้ว่าจะขึ้นราคาเมื่อไหร่ ขึ้นกี่บาท คนอื่นไม่รู้ พวกเราไม่รู้ ไอ้หนูนุ้ย ไอ้เท่ง ไอ้แก้ว ไอ้ทอง (ตัวละครในหนังตะลุง) ไม่มีใครรู้ คนที่รู้ว่าขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นกี่บาท คือรัฐบาล รัฐมนตรีฯ เชื่อหรือว่าไม่กักตุน เชื่อหรือว่าไม่หาผลประโยชน์ พูดง่ายๆ คือเรียกทุนคืน หลักจากใช้เงินซื้อเสียงมาจำนวนมาก ก็ต้องเอาทุนคืน นี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความสงสัยพฤติกรรม ผมถึงบอกว่าถ้าการเมืองใช้เงิน เราก็จะได้รัฐบาลแบบนี้ ซึ่งก็ต้องพยายามให้สุจริต ผมภูมิใจผมเป็นผู้แทนสมัยที่ 18 นานที่สุดในประเทศไทย นานที่สุดในโลกเป็นเวลา 57 ปี

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ได้เดินทางกลับมาที่บ้านพักวิเศษกุล ก่อนจะกล่าวอวยพรผ่านสื่อมวลชนให้กับคนไทยทั่วประเทศว่า “ขอสวัสดีพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ในโอกาสปีใหม่วันสงกรานต์ปีนี้ ผมขอส่งความเคารพรัก ความปรารถนาดีมายังพี่น้องทุกคน สถานการณ์บ้านเมืองโดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศเรา มีผลกระทบต่อเรื่องของการครองชีพ โดยเฉพาะเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีชีวิตของเรามาก ก็อยากจะให้กำลังใจ ทั้งผู้ที่แก้ปัญหา และพี่น้องประชาชนทั่วไป สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าความปรารถนาดี ความจริงใจที่มีต่อกัน จะช่วยทำให้เรามีภูมิคุ้มกันไม่มากก็น้อย เพื่อที่จะทำให้เรามีความมั่นใจว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราก็เหมือนกับประชาชนส่วนใหญ่ทั่วไป คือเราต่างพบปัญหาร่วมกัน ตั้งใจที่รับสถถานการณ์และแก้ปัญหาด้วยความเฉลียวฉลาด ด้วยความมีสติตลอดเวลา ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศในโอกาสวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่”

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.43 น.

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย! มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้โพสต์อัปเดตความคืบหน้าเรื่องการหารือด้านการเกษตรระหว่างรัสเซียและไทย ดังนี้

“เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) ได้หารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างประเทศรัสเซียและไทย รวมถึงการขยายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือกันระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกันในภาคการเกษตรระหว่างรัสเซียและไทยให้แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น พัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสนใจในการพัฒนาการทำงานทวิภาคีร่วมกันและจะหารืออย่างสม่ำเสมอมากขึ้นต่อไป เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย! มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี”

รัสเซีย,การเกษตร,ทวิภาคี
ไทย-รัสเซีย,ทวิภาคี

หลังจากที่สถานทูตรัสเซียได้ลงโพสต์ดังกล่าว พบว่ามีกระแสตอบรับที่ดีจากชาวเน็ต โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่ออกมาในเชิงบวกและให้การสนับสนุนอย่างเห็นได้ชัด

“อยากเห็นประเทศไทยเข้าBRICSโดยเร็วครับ #อยากเห็นท่อน้ำมันจากรัสเซียผ่านจีน, สปป.ลาว,มาไทยครับ”

“ท่านทูต ชวนนักลงทุนด้านน้ำมัน มาเปิดปั๊ม/โรงกลั่น/ขาย LPG ในไทยด้วยนะครับ คนไทยพร้อม อุดหนุน วางท่อดรงมาจากรัสเซียเลยครับ”

“ซื้อ UREA จากรัสเซีย เยอะๆ แบบ G2G แก้ปัญหาเรื่อง ปุ๋ยแพง”

“เยี่ยมครับ สนับสนุนให้ไทยกับรัสเซียมีความร่วมมือกันให้มากขึ้นในทุกๆด้าน”

ไทย-รัสเซีย,ทวิภาคี

ขอขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพจากทางเพจเฟสบุ๊ค สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย

ดร.กอบศักดิ์ เปิดสาเหตุหลัก เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงล้มเหลว

ดร.กอบศักดิ์ เปิดสาเหตุหลัก เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงล้มเหลว

ดร.กอบศักดิ์ เปิดสาเหตุหลัก เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงล้มเหลว

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

วันที่ 13 เมษายน 2569 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว … นิวเคลียร์ !!!

จากมุมของท่าน President Trump อิหร่านไม่ยอมเลิกที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ !!! ท่านประธานาธิบดีเล่าถึงการประชุมว่า

The meeting with Iran began early in the morning, and lasted throughout the night — Close to 20 hours. I could go into great detail, and talk about much that has been gotten but, there is only one thing that matters — IRAN IS UNWILLING TO GIVE UP ITS NUCLEAR AMBITIONS! 

In many ways, the points that were agreed to are better than us continuing our Military Operations to conclusion, but all of those points don’t matter compared to allowing Nuclear Power to be in the hands of such volatile, difficult, unpredictable people. 

My three Representatives, as all of this time went by, became, not surprisingly, very friendly and respectful of Iran’s Representatives, Mohammad-Bagher Ghalibaf, Abbas Araghchi, and Ali Bagheri, but that doesn’t matter because they were very unyielding as to the single most important issue and, as I have always said, right from the beginning, and many years ago, IRAN WILL NEVER HAVE A NUCLEAR WEAPON!

การเจรจากับอิหร่านเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ และยาวไปตลอดทั้งคืน — เกือบ 20 ชั่วโมงเต็ม! ผมสามารถเล่ารายละเอียดได้มากมาย ข้อตกลงหลายอย่างก็ดีมาก — ดีพอๆ กับการที่เราจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อ แต่มีเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุด — เรื่องเดียวเท่านั้น อิหร่าน “ไม่ยอม” ล้มเลิกความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์! ไม่ว่าข้อตกลงอื่นจะดีแค่ไหน ก็ “ไม่มีความหมาย” หากพลังนิวเคลียร์ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เสถียร ยากจะคาดเดา และอันตรายแบบนี้ ตัวแทนของผมทั้งสามคน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีความสัมพันธ์ที่ดี ให้เกียรติฝ่ายอิหร่าน — ทั้ง Mohammad-Bagher Ghalibaf Abbas Araghchi และ Ali Bagheri

แต่สุดท้าย “มันไม่สำคัญ” เพราะในประเด็นที่สำคัญที่สุด — พวกเขา “ไม่ยอมขยับเลย” และผมพูดมาตลอด ตั้งแต่แรก — หลายปีมาแล้ว: อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ — ไม่มีวัน! หากเป็นเช่นนี้ หากอิหร่านไม่ขยับเรื่องนี้ ก็ยากจะเจรจากันได้ และไม่จำเป็นที่จะกลับมาเจรจาอีก เพราะระหว่างที่ท่าน JD Vance ประชุมกับอิหร่าน

นักข่าวถามท่านประธานาธิบดีว่า อยากได้อะไรจากการเจรจา อะไรคือเป้าหมายในการเจรจา ท่าน President Trump ตอบทันที อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ 99% ของสิ่งที่สหรัฐไปเจรจา คือเรื่องนี้ !!!

ส่วนเรื่องอื่นๆ คุยกันได้หมด ซึ่งจากที่เล่ามาได้มีการหารือหลายเรื่องสหรัฐได้หลายอย่างที่เป็นข้อตกลงที่ดีมากจากอิหร่านแต่ไม่ได้เรื่องนิวเคลียร์ !!!จึงไม่น่าแปลกใจ

สุดท้าย ทีมต้องกลับบ้านมือเปล่าหลังประชุมมาราธอน 21 ชม.ไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อต่อก็เพราะอิหร่านเลือกที่จะไม่ยอม ไม่ถอยในเรื่องเดียว ที่สำคัญสุดกับท่าน Trump ส่วนโลก ก็จะเดินเข้าสู่ทางของการเผชิญหน้า หลังจากนี้ !!!

‘วัชระพล’พร้อม‘อธิบดีฝนหลวง’บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ บรรเทาฝุ่น PM 2.5

‘วัชระพล’พร้อม‘อธิบดีฝนหลวง’บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ บรรเทาฝุ่น PM 2.5

‘วัชระพล’พร้อม‘อธิบดีฝนหลวง’บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ บรรเทาฝุ่น PM 2.5

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.08 น.

“วัชระพล”พร้อม”อธิบดีฝนหลวง”บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า”วัดป่าภูก้อน” จ.อุดรธานี บรรเทาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคอีสาน เริ่มปฏิบัติการเที่ยวบินแรกเช้านี้

14 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงาน ลงพื้นที่เข้าพบพระครูปลัดสุวัฒนวิจิตรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าภูก้อน และเจ้าคณะตำบลนายูง เขต 1 เพื่อประสานการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่บริเวณวัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี

โดย นายวัชระพล กล่าวว่า ได้สั่งการให้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เข้าปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าบริเวณภูเขาโดยรอบวัดป่าภูก้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ารวมประมาณ 2,500 ไร่ ที่เกิดไฟไหม้ในบางส่วนของพื้นที่ และมีแนวโน้มขยายวงกว้าง เนื่องจากมีกระแสลมกระโชกแรง ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาเฮลิคอปเตอร์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าไปจำนวน 17 เที่ยว เที่ยวละ 500 ลิตร และจะยังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อลดการลุกลามและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพอากาศ โดยได้เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า นอกจากภารกิจการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าแล้ว วันนี้ (14 เม.ย.2569) ได้สั่งการให้ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ขอนแก่น เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังได้รับผลกระทบ โดยมีเครื่องบินขนาดเล็ก CARAVAN จำนวน 3 ลำ ประจำการ และได้เริ่มปฏิบัติการไปแล้วเมื่อเวลา 11.00 น.โดยใช้เครื่องบิน CARAVAN 1 ลำ ปฏิบัติการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง บินปฏิบัติการบริเวณ อ.โซ่พิสัย – อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ จ.บึงกาฬ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงมีหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการเป็นประจำทุกวันอย่างไม่มีวันหยุด โดยในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนฝ่ายยังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์กันตลอดทั้งวัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หน่วยฯ จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการไปจำนวน 6 เที่ยวบิน ด้วยเทคนิคการสเปรย์น้ำเย็น การโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง และการก่อเมฆเพื่อดูดซับฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองให้กับพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.แม่ฮ่องสอน และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และในช่วงบ่ายจะติดตามสภาพอากาศและวางแผนเลี้ยงเมฆเพื่อช่วยดูดซับฝุ่นละอองให้มากยิ่งขึ้นด้วย

ส่วนภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวง กรมฯ ยังเดินหน้าปฏิบัติการควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อวานนี้ (13 เม.ย. 2569) มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตร ทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่การเกษตรของ จ.ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส และสงขลา เพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งและป่าพรุโต๊ะแดง รวมถึงผลปฏิบัติการภารกิจบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้สามารถช่วยดูดซับและระบายฝุ่นละอองได้ ทำให้ค่าคุณภาพอากาศณ จ.เชียงใหม่ เวลา 17.00 น. มีค่า 163 ลดลงจากช่วงเช้า เวลา 08.00 น. ซึ่งมีค่า 198

ฝ่าวิกฤตภาวะมีบุตรยาก! ล้มเหลวมาแล้ว 6 ครั้ง สู่ความสำเร็จโปรแกรม ICSI

ฝ่าวิกฤตภาวะมีบุตรยาก! ล้มเหลวมาแล้ว 6 ครั้ง สู่ความสำเร็จโปรแกรม ICSI

ฝ่าวิกฤตภาวะมีบุตรยาก! ล้มเหลวมาแล้ว 6 ครั้ง สู่ความสำเร็จโปรแกรม ICSI

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.07 น.

เทคโนโลยีการเจริญพันทางการแพทย์ ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับคู่สมรสที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุมากและมีภาวะสุขภาพที่ซับซ้อน การทำ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็อาจมีความท้าทายมากมายเช่นกัน เนื่องจากอัตราความสำเร็จของการทำ ICSI มักลดลงสวนทางกับอายุที่มากขึ้นของผู้หญิงเรา

ข้อมูลทั่วไปจากการศึกษาทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี จะมีอัตราความสำเร็จของการทำ ICSI โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40-50% ในขณะที่ผู้หญิงอายุ 35-37 ปี อัตราจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30-40% สำหรับผู้หญิงอายุ 38-40 ปี อัตราความสำเร็จจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20-25% ส่วนในผู้หญิงอายุ 41-42 ปี อัตราความสำเร็จเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15% และในผู้หญิงอายุ 43 ปีขึ้นไป อัตราความสำเร็จจะลดลงเหลือเพียง 5% หรือน้อยกว่า โดยสถิตินี้เป็นค่าเฉลี่ยทั่วไปและอาจแตกต่างกันไปตามแต่สภาวะสุขภาพของคนไข้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีอายุมาก

 ทพญ.นาฏรินทร์ นิธิฉัตรโชติรัตนา (หมอทราย) 

 ทพญ.นาฏรินทร์ นิธิฉัตรโชติรัตนา (หมอทราย) ประธานกรรมการบริหารบางกอกเซ็นทรัล คลินิก ไอวีเอฟ เวลเนส (Bangkok Central Clinic IVF & Wellness) BCC เล่าถึงประสบการณ์ของคนไข้หญิงอายุ 44 ปี ที่ผ่านการทำ ICSI มาแล้วกว่า 6 ครั้งในช่วงเวลา 5 ปีเต็ม จนกระทั่งพบคำตอบที่เธอรอคอย กับความสำเร็จครั้งที่ 7 ที่ Bangkok Central Clinic IVF & Wellness

คนไข้เป็นหญิงไทยอายุ 44 ปีรายหนึ่ง ที่เริ่มทำ ICSI ครั้งแรกเมื่ออายุ 39 ปี รวมทั้งหมด 6 ครั้งที่สถานพยาบาลอื่น โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความพยายามในแต่ละครั้งกลับไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งในกระบวนการทำ ICSI หลายครั้งส่งผลให้เธอประสบปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) และภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเกิน (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) รวมถึงพบเนื้องอกในปีกมดลูก โพรงมดลูก และกล้ามเนื้อมดลูกที่เติบโตตามการกระตุ้นฮอร์โมน แม้จะได้รับการผ่าตัดส่องกล้องหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่หมด แม้บางรอบของการทำ ICSI จะได้ตัวอ่อนมากถึง 9-10 ตัว แต่กลับพบว่าเป็นโมเซอิกทั้งหมด และในรอบที่ตัวอ่อนผ่านการตรวจโครโมโซม เมื่อทำการย้ายตัวอ่อนเข้ามดลูกก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ซึ่งแพทย์ไม่ได้ให้คำอธิบายที่ชัดเจนนอกจากคำว่า “อายุมาก” และ “น้ำหนักเกิน” ทำให้เธอต้องเผชิญความสูญเสียทางร่างกาย จิตใจ และเงินไปนับล้านบาท

หลังจากพบกับความล้มเหลวและความท้อแท้ในหลายต่อหลายครั้ง คนไข้จึงตัดสินใจเข้ารับการปรึกษาที่ Bangkok Central Clinic IVF & Wellness ภายใต้การดูแลจาก นพ. ธนัท จิรโชติชื่นทวีชัย (หมอบอล) ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ประจำ Bangkok Central Clinic IVF & Wellness ซึ่งให้การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างดี พร้อมให้คำตอบที่ชัดเจนในทุกข้อสงสัยของคนไข้ และช่วยสร้างพลังบวกและกำลังใจให้ด้วยการให้เวลาในการพูดคุยและอธิบายแผนการรักษาอย่างละเอียด ทั้งยังวางแผนการรักษาเพื่อปิดช่องโหว่ในขั้นตอนต่างๆ อย่างที่คนไข้ไม่เคยได้รับคำแนะนำแบบนี้มาก่อน ซึ่งกระบวนการรักษาที่คลินิกนี้ได้ปรับให้เป็นธรรมชาติและผ่อนคลายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียดและความกดดันจากการทำ ICSI ทั้งหมด เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายใจและมีความมั่นใจในกระบวนการรักษา

หนึ่งในจุดเด่นของคลินิกนอกเหนือจากความชำนาญของแพทย์คือ นักวิทยาศาสตร์มีความเชี่ยวชาญ สามารถให้คำปรึกษาและอธิบายเกี่ยวกับตัวอ่อนของคนไข้ได้ ทำให้คนไข้รู้สึกมั่นใจในกระบวนการในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการติดตามเคสอย่างใกล้ชิดโดยทีมเจ้าหน้าที่ของทางคลินิกให้การดูแลอย่างอบอุ่นและให้คำปรึกษาด่วนตลอด 24 ชม. ทำให้คนไข้รู้สึกถึงความหมายและความสำคัญของการได้รับการดูแลที่มีความใกล้ชิด การพยายามครั้งที่ 7 ที่ Bangkok Central Clinic IVF & Wellness ไม่เพียงแต่นำไปสู่ความสำเร็จในการตั้งครรภ์ แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของคนไข้กลับมามีความหวังอีกครั้ง          

ปัจจุบันคนไข้ได้ตั้งครรภ์และมีลูกชายที่รอคอยมานาน การได้รับโอกาสในการเป็นแม่เป็นสิ่งที่เธอปรารถนามากที่สุดในชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากความทุ่มเทและการดูแลที่เต็มไปด้วยความใส่ใจจากทีมแพทย์และบุคลากร Bangkok Central Clinic IVF & Wellness จึงเป็นสถานที่ที่สร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของคนไข้และเป็นที่พึ่งที่สำคัญสำหรับคู่สมรสที่ต้องการเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์แบบ “อ่านรีวิวคนไข้ได้ที่นี่” https://g.co/kgs/P5HgfYm สนใจสอบถามเพิ่มเติม facebook.com/bccivf line official @bccivf   หรือปรึกษาฟรี 02-252-3420  , 0953641949 Website : bccivfwellness.com