ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ไม่รู้ใครผู้นำอิหร่าน ลั่นไม่คิดใช้นิวเคลียร์

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ไม่รู้ใครผู้นำอิหร่าน ลั่นไม่คิดใช้นิวเคลียร์

24 เม.ย. 2569 05:36 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ไม่รู้ใครผู้นำอิหร่าน ลั่นไม่คิดใช้นิวเคลียร์

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ตอนนี้สหรัฐฯ ไม่รู้ว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงของอิหร่าน ขณะที่ยืนยันว่า เขาไม่คิดจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน ชี้ไม่ต้องพึ่งนิวเคลียร์ก็ทำลายอิหร่านไปมากแล้ว

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาวสหรัฐฯ ว่า คณะทำงานของเขาไม่ทราบว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงในอิหร่าน หลังจากเขาใช้เรื่องความแตกแยกในรัฐบาลเตหะราน เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ขยายการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด

“พวกเขาพยายามประวิงเวลา เพราะพวกเขา—เราไม่รู้ว่าจะต้องเจรจากับใคร” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับยืนยันว่าสงครามจะจบลงในเวลาอีก “ไม่นานนัก”

“พวกเขารู้ว่าใครคือผู้นำในประเทศนี้ แต่เราไม่รู้ว่าใครคือผู้นำในอิหร่าน” ทรัมป์กล่าวเสริม จำเรื่องการเปลี่ยนระบอบการปกครองได้ไหม อยาตอลเลาะห์ อาลี ฮอสเซนี คาเมเนอี ไม่อยู่แล้ว เขาไปสู่สุขคติแล้ว เขาไม่อยู่ และทีมงานของเขาทั้งหมดก็ไม่อยู่แล้ว จากนั้นกลุ่มที่สองก็เข้ามา พวกเขาก็ไปหมดแล้ว และตอนนี้คุณมีกลุ่มที่สาม ซึ่งพวกเขาก็เริ่มกังวลนิดหน่อยว่าจะต้องจากไปเหมือนกัน”

เมื่อถูกถามว่าเขาจะพิจารณาการใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ทรัมป์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่”

“ทำไมถึงถามคำถามที่งี่เง่าแบบนั้น? ทำไมผมต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ด้วย?” ทรัมป์กล่าว พร้อมโต้แย้งว่าสหรัฐฯ ได้ “ทำลายล้าง” อิหร่านไปมากแล้วโดยไม่ต้องพึ่งพาการโจมตีด้วยนิวเคลียร์

ทั้งนี้ คำกล่าวของทรัมป์เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่ว่า “อารยธรรมทั้งมวลจะดับสูญในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า เขากำลังสื่อถึงการโจมตีด้วยนิวเคลียร์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงก่อนที่ทรัมป์จะดำเนินการตามคำขู่นั้น

ปัจจุบัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงพุ่งสูง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กองทัพเรือ “ยิงทำลาย” เรืออิหร่านลำใดก็ตามที่วางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ปฏิเสธกำหนดเส้นตายยุติสงครามอิหร่าน ลั่น “อย่ามาเร่งผม”

ทรัมป์ปฏิเสธกำหนดเส้นตายยุติสงครามอิหร่าน ลั่น “อย่ามาเร่งผม”

24 เม.ย. 2569 04:49 น.

ทรัมป์ปฏิเสธกำหนดเส้นตายยุติสงครามอิหร่าน ลั่น “อย่ามาเร่งผม”

โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะกำหนดเส้นตายว่าสงครามกับอิหร่านจะสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยบอกกับสื่อว่า “อย่ามาเร่งผม” พร้อมยกตัวอย่างสงครามอื่นๆ ที่ก็ใช้เวลานานหลายปี

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะระบุว่า เขาตั้งใจจะให้สงครามกับอิหร่านยืดเยื้อไปนานแค่ไหน โดยบอกกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า “อย่ามาเร่งผม” เมื่อถูกจี้ถามถึงกรอบเวลา

“ดูอย่างตอนที่เราอยู่ในเวียดนามสิ เราอยู่ที่นั่นตั้ง 18 ปี เราอยู่ในอิรักตั้งหลายต่อหลายปี… ผมไม่อยากจะยกตัวอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หรอกนะ เพราะนั่นน่ะเรื่องใหญ่ แต่เราก็อยู่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้ง 4 ปีครึ่ง หรือเกือบ 5 ปีเลยนะ” ทรัมป์กล่าว

ประธานาธิบดีชี้ให้เห็นว่าการหยุดยิงที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้เป็นสัญญาณที่ดีในการเจรจา โดยยืนยันว่า “เราหยุดเร็วไปนิดหน่อย เพราะพวกเขาก็อยากจะมีสันติภาพบ้าง”

“พวกเขาก็อยากจะทำข้อตกลง” ประธานาธิบดีกล่าว “เราได้พูดคุยกับพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครกำลังนำประเทศอยู่ พวกเขากำลังวุ่นวาย สับสนอลหม่านไปหมด เราก็เลยคิดว่าจะให้โอกาสพวกเขาซักหน่อยเพื่อจัดการกับความวุ่นวายเหล่านั้นให้เรียบร้อย”

นอกจากนั้น ทรัมป์ยังยืนกรานอีกครั้งว่าเขาไม่รู้สึกกดดันที่จะต้องจบสงครามโดยเร็ว แม้ว่ากรอบเวลาเดิมที่เขาวางไว้คือ 4 ถึง 6 สัปดาห์ก็ตาม โดยย้ำว่าสิ่งสำคัญคือ การที่อิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ในระหว่างการปิดล้อมทางทะเลที่ดำเนินอยู่นี้

“ผมไม่อยากเร่งตัวเอง คุณก็รู้ เพราะทุกข่าวชอบบอกว่า “โอ้ ทรัมป์กำลังตกอยู่ภายใต้ความกดดันเรื่องเวลา”” ทรัมป์กล่าว “ไม่เลย ไม่—คุณรู้ไหมว่าใครที่กำลังกดดันเรื่องเวลา? [อิหร่านต่างหาก] เพราะถ้าพวกเขาไม่สามารถขนส่งน้ำมันได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันทั้งหมดของพวกเขาก็จะพังพินาศไปเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เผย อิสราเอล-เลบานอน ขยายหยุดยิงอีก 3 สัปดาห์

ทรัมป์เผย อิสราเอล-เลบานอน ขยายหยุดยิงอีก 3 สัปดาห์

24 เม.ย. 2569 04:40 น.

ทรัมป์เผย อิสราเอล-เลบานอน ขยายหยุดยิงอีก 3 สัปดาห์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนถูกขยายออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังผู้แทนทั้งสองประเทศหารือกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังจากที่เขาได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับตัวแทนของทั้งสองประเทศ ณ ทำเนียบขาวในวันเดียวกันนี้

“การประชุมเป็นไปด้วยดีมาก! สหรัฐอเมริกากำลังจะร่วมมือกับเลบานอนเพื่อช่วยให้ประเทศปกป้องตนเองจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์” ทรัมป์เขียนข้อความบน Truth Social

เดิมทีข้อตกลงหยุดยิงซึ่งประกาศไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกำหนดจะสิ้นสุดลงหลังจากผ่านไป 10 วัน

ทรัมป์หวังว่าในท้ายที่สุดเขาจะเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพในวงกว้างระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมีสถานะเป็นคู่สงครามกันอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2491

“ผมตั้งตารอที่จะได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับนายกรัฐมนตรี บีบี เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และประธานาธิบดี โจเซฟ อาอูน แห่งเลบานอน ในอนาคตอันใกล้นี้” ทรัมป์ระบุในโพสต์ดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดูเตร์เตเตรียมขึ้นศาล หลัง ICC ยืนยันข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ดูเตร์เตเตรียมขึ้นศาล หลัง ICC ยืนยันข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

24 เม.ย. 2569 02:10 น.

ดูเตร์เตเตรียมขึ้นศาล หลัง ICC ยืนยันข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดี เตรียมเข้ารับการพิจารณาคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC รับรองข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 นาย โรดริโก ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะต้องเข้ารับการพิจารณาคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังจากผู้พิพากษาประจำศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ให้การรับรองข้อกล่าวหาดังกล่าว

อดีตผู้นำวัย 81 ปีรายนี้ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมต่อประชาชนหลายพันคน ในระหว่างการดำเนินนโยบาย “สงครามยาเสพติด” อันนองเลือดช่วงปี 2554 ถึง 2562

ICC ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ข้อกล่าวหาเหล่านั้นได้รับการ “ยืนยันอย่างเป็นเอกฉันท์” โดยผู้พิพากษาในชั้นพิจารณาเบื้องต้น ว่ามี “เหตุอันควรเชื่อได้” ว่าดูเตร์เตได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง

การยืนยันการพิจารณาคดีของดูเตร์เตเกิดขึ้นหลังจากที่อดีตประธานาธิบดีพยายามยื่นอุทธรณ์หลายครั้งเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวจากการคุมขัง ซึ่งเขาถูกกักตัวมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว

ที่ผ่านมา ดูเตร์เตปฏิเสธที่จะยอมรับกระบวนการของ ICC โดยอ้างว่าในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2562 ฟิลิปปินส์ได้ถอนตัวออกจากธรรมนูญกรุงโรม (Rome Statute) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาก่อตั้ง ICC ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะผู้พิพากษาของ ICC แผนกพิจารณาเบื้องต้น ได้มีคำตัดสินว่าศาลยังคงมีอำนาจในการพิจารณาคดีของดูเตร์เต เนื่องจากอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหานั้นเกิดขึ้นระหว่างปี 2554 – 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นสมาชิกของ ICC อยู่

นอกจากนี้ ตามข้อมูลของ ICC ผู้พิพากษายังได้อนุญาตให้เหยื่อมากกว่า 500 ราย เข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการพิจารณาคดีนี้คือแคมเปญ “สงครามยาเสพติด” ของดูเตร์เต ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าเป็นนโยบายที่มุ่งเป้าสังหารเพียงผู้ค้ายารายย่อย แต่กลับล้มเหลวในการจับกุมตัวการใหญ่หรือราชายาเสพติด

ดูเตร์เตได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยประณามข้อหาที่มีต่อเขาว่าเป็น “คำโกหกอันน่ารังเกียจ” ในขณะที่ฝ่ายตำรวจยืนยันว่าพวกเขาทำการวิสามัญฆาตกรรมเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

ทางด้านทนายความของดูเตร์เตพยายามโต้แย้งว่า อดีตประธานาธิบดีไม่มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการของ ICC เนื่องจากมีภาวะการรู้คิดบกพร่อง (cognitive impairment)

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษา ICC ได้ตีตกข้อโต้แย้งดังกล่าว โดยอ้างอิงความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และระบุว่าพวกเขาเชื่อว่าดูเตร์เตมีความพร้อมเพียงพอที่จะเข้าร่วมในการพิจารณาคดีและสามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Warner Bros อนุมัติ Paramount ซื้อกิจการ 1.11 แสนล้านดอลลาร์

Warner Bros อนุมัติ Paramount ซื้อกิจการ 1.11 แสนล้านดอลลาร์

24 เม.ย. 2569 01:02 น.

Warner Bros อนุมัติ Paramount ซื้อกิจการ 1.11 แสนล้านดอลลาร์

ผู้ถือหุ้นของ Warner Bros อนุมัติข้อเสนอของบริษัท Paramount ที่จะซื้อกิจการด้วยทรัพย์สินมูลค่า 1.11 แสนล้านดอลลาร์แล้ว หลังจากยืดเยื้อมานานหลายเดือน

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 ผู้ถือหุ้นของ Warner Bros Discovery (วอร์เนอร์ บรอส ดิสโคเวอรี) ตัดสินใจอนุมัติให้บริษัท Paramount (พาราเมาต์) เข้าซื้อกิจการด้วยทรัพย์สินมูลค่า 1.11 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3.6 ล้านล้านบาท) แล้ว สิ้นสุดมหากาพย์ซึ่งดำเนินมานานหลายเดือน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าผลลัพธ์นี้ อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสื่ออย่างมหาศาล

ข้อตกลงซื้อกิจการดังกล่าวจะส่งผลให้ Paramount ซึ่งมีบริษัท Skydance (สกายแดนซ์) เป็นเจ้าของ เข้าควบคุมลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และช่องรายการทั้งหมดของ Warner Bros ซึ่งรวมถึง Harry Potter, Game of Thrones และสถานีข่าว CNN

“เราตั้งตารอที่จะสร้างบริษัทที่ควบรวมกันอย่างยอดเยี่ยมร่วมกับ Paramount ซึ่งจะช่วยขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค และส่งผลดีต่อชุมชนบุคลากรผู้สร้างสรรค์ระดับโลก” ซามูเอล ดิเปียซซา ประธานของ Warner Bros กล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ และหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของยุโรปก่อน จึงจะมีผลบังคับใช้ได้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจาก ความพยายามเข้าซื้อ Warner Bros อันยุ่งเหยิงนานหลายเดือน โดยก่อนหน้านี้ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการด้วย แต่ถอนตัวออกไปในเวลาต่อมา หลัง Paramount ยื่นข้อเสนอมูลค่าสูงกว่าคู่แข่ง

Paramount ซึ่งกำลังมุ่งหวังที่จะยกระดับตัวเองเป็นยักษ์ใหญ่แห่งฮอลลีวูด ได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีอย่าง แลร์รี เอลลิสัน และมี เดวิด ลูกชายของเขาเป็นประธานบริษัท

อย่างไรก็ตาม การที่ เดวิด เอลลิสัน กำลังจะเข้าควบคุม Warner Bros ทำให้เกิดความกังวลจากหลายฝ่าย เนื่องจากเขาเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้พรรครีพับลิกัน และเขามีกำหนดการเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันพฤหัสบดีนี้ด้วย

มีการคาดการณ์ว่า มาร์ก รัฟฟาโล นักแสดงผู้รับบท Hulk จะเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ประท้วงบริเวณด้านหน้าอาคาร เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “งานกาล่าแห่งการคอรัปชัน” เนื่องจากบริษัทยังมีอุปสรรคด้านกฎหมายที่ต้องเผชิญ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังแสดงความกังวลว่าการที่ตระกูลเอลลิสันเข้าเป็นเจ้าของ CNN จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของสถานีข่าวอย่างไร หลังจากที่ผ่านมา CNN เป็นสื่อที่มีแนวคิดเอนเอียงไปทางฝ่ายซ้าย และมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับพรรคเดโมแครต ตรงข้ามกับ FOX News ที่เป็นฝั่งขวาอย่างชัดเจน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินโดนีเซียยืนยัน จะไม่เก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา

อินโดนีเซียยืนยัน จะไม่เก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา

23 เม.ย. 2569 23:14 น.

อินโดนีเซียยืนยัน จะไม่เก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา

รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซียยืนยันว่า ประเทศของเขาจะไม่เก็บค่าผ่านทางที่ช่องแคบมะละกา หลังรัฐมนตรีคลังเสนอแนวคิดดังกล่าว หลังอิหร่านเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 นายซูกิโอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ออกมายืนยันว่า ประเทศของเขาจะไม่จัดเก็บภาษีกับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ วันเดียวหลังจากที่รัฐมนตรีคลังเสนอแนวคิดดังกล่าว

ตามรายงานของสำนักข่าว อันตารา (Antara) ของอินโดนีเซีย นายซูกิโอโนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในกรุงจาการ์ตาว่า อินโดนีเซียเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

“จุดยืนของอินโดนีเซีย ในฐานะรัฐหมู่เกาะ คือเราต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UNCLOS” นายซูกิโอโนกล่าว “ตามประวัติศาสตร์แล้ว UNCLOS นั้นรวมไปถึงความเข้าใจและข้อตกลงที่ให้การรับรองเราในฐานะรัฐหมู่เกาะ ตราบเท่าที่เราไม่บังคับใช้การเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมในช่องแคบต่างๆ ที่อยู่ในอาณาเขตของเรา”

นายซูกิโอโนกล่าวต่อว่า “เราหวังให้มีการเดินเรือผ่านได้อย่างอิสระ ในฐานะประเทศคู่ค้า เราสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือ ผมเชื่อว่าหลายประเทศมีพันธสัญญาในการสร้างเส้นทางเดินเรือที่เสรี เป็นกลาง และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน”

“ดังนั้น คำตอบคือไม่ อินโดนีเซียไม่อยู่ในจุดที่จะเก็บค่าผ่านทางได้”

ความเห็นของนายซูกิโอโนมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โยนหินถามทางถึงความเป็นไปได้ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนการของอิหร่านที่จะเรียกเก็บเงินจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

นายปูร์บายาบอกอีกว่า ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับคำสั่งของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียวางตัวเป็น “ผู้เล่นหลัก” (Key Player) บนเวทีเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ดร. วิเวียน บาลากฤษนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC เมื่อวันพุธว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในฐานะรัฐชายฝั่งของช่องแคบมะละกา มี “กลไกความร่วมมือ” ที่จะไม่จัดเก็บค่าผ่านทาง และจะรักษาแนวทางนี้ต่อไป

“เราไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง พวกเราทุกคนต่างเป็นระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้า และพวกเราทุกคนต่างรู้ดีว่าการรักษาเส้นทางนี้ให้เปิดกว้างคือผลประโยชน์ของพวกเราเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน แม้สงครามอิหร่านจบลงพรุ่งนี้

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน แม้สงครามอิหร่านจบลงพรุ่งนี้

23 เม.ย. 2569 22:33 น.

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน แม้สงครามอิหร่านจบลงพรุ่งนี้

สหประชาชาติออกโรงเตือนว่า ประชาชนมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลกจะถูกผลักเข้าสู่ภาวะยากจน แม้ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะจบลงทันทีในวันพรุ่งนี้ และการขาดแคลนอาหารจะถึงจุดพีคในไม่กี่เดือนข้างหน้า

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 นายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ประชาชนมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลกจะถูกผลักให้กลับเข้าสู่ภาวะยากจน แม้ว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงทันทีในวันพรุ่งนี้เลยก็ตาม

“ทั่วโลกกำลังสูญเสีย GDP ไปประมาณ 0.5% ถึง 0.8% ซึ่งสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับประเทศที่เปราะบางกว่าในโลก? มันหมายถึงประชาชน 32 ล้านคนกำลังถูกผลักให้กลับไปสู่ความยากจน” นายเดอ ครู กล่าว

“เงินที่ส่งกลับบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเดิมมักจะส่งตรงจากครอบครัวสู่ครอบครัว แต่ทุกวันนี้เงินส่วนนั้นกำลังหายไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสงครามจะหยุดลงในวันพรุ่งนี้ แต่ผลกระทบเหล่านั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และจะผลักดันให้คนมากกว่า 30 ล้านคนต้องตกอยู่ในสภาวะยากจน”

นายเดอ ครู ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเบลเยียม ระบุว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่มั่นคงทางอาหารที่เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางจัดส่งน้ำมันแล้ว มันยังเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยจำนวนมหาศาลด้วย แต่ตอนนี้ช่องแคบดังกล่าวกลับถูกปิดลงเนื่องจากภาวะสงคราม

เดอ ครู เตือนด้วยว่า การขาดแคลนอาหารจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ฤดูกาลเพาะปลูกคือตอนนี้ … หากคุณเพาะปลูกตอนนี้โดยที่ไม่มีปุ๋ย ผลผลิตก็จะลดลงอย่างมากในช่วงเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน… และความไม่มั่นคงทางอาหารก็จะแตะระดับสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์สั่งกองทัพเรือ ยิงเรืออิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์สั่งกองทัพเรือ ยิงเรืออิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

23 เม.ย. 2569 21:30 น.

ทรัมป์สั่งกองทัพเรือ ยิงเรืออิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ได้สั่งการให้กองทัพเรือโจมตีเรือของอิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำอีกครั้งว่ากองทัพเรือของอิหร่านย่อยยับหมดแล้ว

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงใส่เรือของอิหร่านลำใดก็ตามที่กำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันก็ตาม

“ผมได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงทำลายเรือทุกลำ ไม่ว่าจะเป็นเรือเล็กแค่ไหนก็ตาม (เรือรบของพวกเขา ทั้งหมด 159 ลำ จมอยู่ก้นทะเลหมดแล้ว!) ที่กำลังวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำของช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามมีความลังเลโดยเด็ดขาด” ทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

ขณะเดียวกันทรัมป์ระบุด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบแห่งนี้ “เรือกวาดทุ่นระเบิดของเรากำลังเคลียร์พื้นที่ในช่องแคบอยู่ ณ ขณะนี้ ผมขอสั่งการให้ภารกิจนั้นดำเนินต่อไป แต่ต้องเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นเป็นสามเท่า!”

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคม ทรัมป์เคยออกมาขู่ในลักษณะเดียวกันว่า กองทัพสหรัฐฯ จะโจมตีเรือทุกลำที่วางทุ่นระเบิด ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในขณะที่ทรัมป์กำลังหาวิธีให้เรือสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

ทรัมป์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีท เฮกเซธ ย้ำหลายครั้งว่ากองทัพเรือของอิหร่าน ซึ่งคาดว่ามีเรือประมาณ 150 ลำ ถูกทำลายไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว CNN เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังคงมีทรัพย์สินทางทหารเหลืออยู่ เช่น เรือขนาดเล็ก และอื่นๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล 1.50 บาท เป็น 40.20 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล 1.50 บาท เป็น 40.20 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน

23 เม.ย. 2569 20:48 น.

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล 1.50 บาท เป็น 40.20 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน

มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน 2569 กบน. ปรับลดการชดเชย “น้ำมันดีเซล” เพื่อช่วยเหลือประชาชน ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตร เป็น 40.20 บาทต่อลิตร

วันที่ 23 เมษายน 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมติเห็นชอบปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 และ B20 ลง 5 บาทต่อลิตร แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนค่อนข้างสูง 

โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกวันที่ 23 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซลปิดอยู่ที่ประมาณ 171 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 131 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากวันที่ 20 เมษายน 2569 ปิดอยู่ที่ประมาณ 155 และ 124 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ โดยอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 ดังนี้

ในกลุ่มน้ำมันดีเซล ลดการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.09 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.23 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตร เป็น 40.20 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดการชดเชย 0.29 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.68 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตร เป็น 33.20 บาทต่อลิตร 

ส่วนกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ไม่มีการปรับราคาขายปลีก โดยกองทุนน้ำมันลดการจัดเก็บและเพิ่มการชดเชยดังนี้ 

น้ำมันเบนซินลดการจัดเก็บ 0.63 บาทต่อลิตร เป็น 9.79 บาทต่อลิตร 

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลดการจัดเก็บ 0.58 บาทต่อลิตร เป็น 2.55 บาทต่อลิตร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดการจัดเก็บ 0.58 บาทต่อลิตร เป็น 2.55 บาทต่อลิตร 

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 เพิ่มการชดเชย 0.51 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.56 บาทต่อลิตร 

และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ลดการจัดเก็บ 0.15 บาทต่อลิตร เป็น 1.79 บาทต่อลิตร 

สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯ ได้ลดภาระรายจ่ายชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเดิมที่ต้องจ่ายกว่าวันละ 1,200 ล้านบาท ลดลงเหลือวันละ 107.41 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นและสามารถทำหน้าที่ในการช่วยรองรับวิกฤตราคาพลังงานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อิหร่านเผยรับรายได้ก้อนแรก จาก “ค่าธรรมเนียม” เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านเผยรับรายได้ก้อนแรก จาก "ค่าธรรมเนียม" เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

23 เม.ย. 2569 16:48 น.

อิหร่านเผยรับรายได้ก้อนแรก จาก “ค่าธรรมเนียม” เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐสภาอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้รับรายได้ก้อนแรกจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐและอิสราเอล

สำนักข่าวทาสนิม สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานอ้างคำแถลงของ นายฮามิดเรซา ฮาจีบาบาอี รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่านคนที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า รัฐบาลอิหร่านได้รับรายได้งวดแรกจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสัญจรทางเรือ ในบริเวณ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายฮาจีบาบาอี ยืนยันว่า “รายได้ก้อนแรกที่ได้รับจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบฮอร์มุซ ได้ถูกโอนเข้าบัญชีของธนาคารกลางอิหร่านแล้ว” อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของจำนวนเงิน หรือระบุว่ารายได้ดังกล่าวมาจากเรือสัญชาติใด

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยในช่วงสถานการณ์ปกติจะมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไหลผ่านเส้นทางนี้ถึง 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าโลก แต่หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านได้จำกัดปริมาณการสัญจรของเรือสินค้าอย่างเข้มงวด และส่งสัญญาณเตือนว่าสถานการณ์การเดินเรือในช่องแคบแห่งนี้ “จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนสงคราม”

ก่อนหน้านี้ รัฐสภาอิหร่านได้หารือกันอย่างหนักเรื่องการออกกฎหมายจัดเก็บค่าผ่านทางดังกล่าว จนกระทั่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงได้อนุมัติแผนเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พยายามกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือเสรีอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และผู้วางแผนทางทหารจากกว่า 30 ประเทศ ได้เปิดฉากหารือเพื่อจัดตั้งภารกิจพหุภาคีในการคุ้มครองการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าจะเริ่มปฏิบัติการทันทีที่สถานการณ์เอื้ออำนวยเพื่อรักษาสิทธิในการสัญจรตามกฎหมายระหว่างประเทศ.

ที่มา AFP / Al Jazeera