อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028

อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028

21 เม.ย. 2569 15:33 น.

อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028

บริษัท Eni ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานจากอิตาลี เปิดเผยข่าวการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ “ขนาดใหญ่” บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า การค้นพบครั้งนี้จะทำให้กำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายในปี 2028

แถลงการณ์จาก Eni ระบุว่า แหล่งก๊าซดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกประมาณ 70 กิโลเมตร จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสะสมสูงถึง 5.0 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต  หรือราว 141,580 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีคอนเดนเสท หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นของเหลว อีกประมาณ 300 ล้านบาร์เรล ซึ่งการค้นพบนี้จะกลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญทั้งสำหรับใช้ในประเทศและส่งออกสู่ตลาดโลก

นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นี่คือ “การค้นพบที่ยิ่งใหญ่” โดยคาดว่าความสามารถในการผลิตก๊าซจะพุ่งขึ้นจากปัจจุบันที่ 600-700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2028 และจะแตะระดับ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตในปี 2030 รวมถึงการผลิตคอนเดนเสทที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 บาร์เรลต่อวัน จะช่วยลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบันอินโดนีเซียเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงถึงประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่างบประมาณที่รัฐบาลคำนวณไว้ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

เพื่อพยุงงบประมาณอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต จึงต้องเร่งแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ รวมถึงการทำข้อตกลงจัดซื้อน้ำมันระยะยาวกับรัสเซีย และความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดกับฝรั่งเศส

วาห์ด นาบิล อัคมัด มูลาเชลา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวหลังการเยือนกรุงมอสโกว่า “เราไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่เรื่องนี้จะเป็นไปในระยะยาวเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน”

ส่วน ประธานาธิบดีปราโบโว ได้เดินทางไปยังฝรั่งเศสเพื่อพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในความร่วมมือด้าน “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการพัฒนาพลังงานใหม่และพลังงานหมุนเวียน” 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกมาตรการประหยัดพลังงานที่เข้มงวด ทั้งการจำกัดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง และกำหนดให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้านในทุกวันศุกร์ เพื่อรักษาระดับสำรองพลังงานของประเทศ

นายบาห์ลิล กล่าวทิ้งท้ายว่า การค้นพบครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าอินโดนีเซียยังมีศักยภาพในการผลิตน้ำมันและก๊าซอีกมหาศาล ซึ่งจะเป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย “การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน” อย่างยั่งยืน.

ที่มา AFP

เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ

เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ

21 เม.ย. 2569 14:26 น.

เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ

แม่ชาวออสเตรเลียเผยเหตุการณ์ระทึกขณะลูกชายวัย 12 ขวบ ถูกประตูรถบัสหนีบแขนและกระเป๋า ทำให้เด็กติดคาประตูรถ ก่อนรถจะออกตัวไปตามถนนไกลกว่า 350 เมตร โชคดีเด็กยกขาพ้นพื้นรอดตายหวุดหวิด ล่าสุดคนขับถูกไล่ออกแล้ว ขณะที่เด็กชายผวาหนักจนต้องพบจิตแพทย์

 กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในรัฐวิกตอเรีย หลังมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์สุดช็อกของ “นาธาเนียล” เด็กชายวัย 12 ปี ที่ถูกรถบัสโดยสารลากไปตามท้องถนนในย่านวีลเลอร์ส ฮิลล์ ในนครเมลเบิร์น ขณะกำลังเดินทางไปโรงเรียน 

เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่นาธาเนียลกำลังก้าวลงจากประตูด้านหลังรถบัส แต่จู่ๆ ประตูเกิดปิดลงอย่างรวดเร็ว หนีบแขนขวาและกระเป๋าเป้ของเขาไว้ ทำให้ร่างกายส่วนใหญ่อยู่ข้างนอกรถ ในขณะที่แขนยังติดอยู่ภายใน ทันใดนั้นคนขับได้เคลื่อนรถออกตัวไปทันทีโดยไม่สังเกตเห็น

เกรซ ผู้เป็นแม่เล่าว่า ลูกชายต้องตัดสินใจยกขาขึ้นจากพื้นเพื่อไม่ให้ถูกล้อทับ และถูกลากไปตามถนนเป็นระยะทางไกลถึง 350 เมตร จนกระทั่งรถจอดป้ายถัดไปประตูจึงเปิดออกนาธาเนียลจึงหลุดออกมาได้ โดยมีพลเมืองดีที่ขับรถตามมาพยายามบีบแตรเตือนและถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ได้

แม่ของเด็กระบุว่า รถบัสคันดังกล่าวมีเซนเซอร์ตรวจจับเพียงตัวเดียวที่กึ่งกลางประตู แต่ลูกชายของเธอถูกหนีบในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเซนเซอร์ ทำให้ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ส่งไปถึงคนขับ นอกจากนี้นางเกรซยังตำหนิบริษัทรถบัส “Ventura Bus” ว่ามีท่าทีเพิกเฉยและไม่แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังในช่วงแรก โดยอ้างเพียงว่าจะให้คนขับเข้ารับการประเมินและให้คำปรึกษาเท่านั้น

ล่าสุด ทางบริษัท Ventura Bus ออกมายอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “น่าตกใจอย่างยิ่ง” และยืนยันว่า คนขับรถคันดังกล่าวถูกไล่ออกจากงานเรียบร้อยแล้ว หลังสิ้นสุดกระบวนการสอบสวนทางวินัย

ด้านนางจาซินตา อัลลัน มุขมนตรีแห่งรัฐวิกตอเรีย ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อครอบครัว และสั่งการให้คณะกรรมการอุบัติเหตุจากการขนส่งเข้ามาดูแลช่วยเหลือครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าภาพที่เห็นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้สำหรับพ่อแม่ทุกคน

แม้ว่านาธาเนียลจะไม่ได้รับบาดเจ็บทางกายที่รุนแรง นอกจากรอยฟกช้ำเล็กน้อย แต่แม่ของเขาเผยว่าลูกชายได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก เขามีอาการวิตกจริตและเกิดอาการแพนิค ทุกครั้งที่เห็นรถบัสบนท้องถนน จนไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนเองได้เหมือนเดิม และต้องเข้ารับการบำบัดกับจิตแพทย์อย่างต่อเนื่องในขณะนี้.

ที่มา News.com.au

รมว.แรงงานสหรัฐฯ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” ลาออก

รมว.แรงงานสหรัฐฯ "ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์" ลาออก

21 เม.ย. 2569 12:40 น.

รมว.แรงงานสหรัฐฯ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” ลาออก

ทำเนียบขาวประกาศ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตรียมลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปทำงานในภาคเอกชน หลังปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงไม่กี่เดือน ท่ามกลางกระแสข่าวการถูกสอบสวนภายในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณไม่เหมาะสม และกรณีอื้อฉาวของสามีที่ถูกแบนห้ามเข้ากระทรวงฯ หลังมีพนักงานหญิงร้องเรียนเรื่องการถูกสัมผัสตัวอย่างไม่เหมาะสม

ทำเนียบขาวแถลงว่า นางลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์  วัย 58 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าเธอจะไปรับตำแหน่งใหม่ในภาคเอกชน โดยทางรัฐบาลได้แต่งตั้ง นายคีธ ซอนเดอร์ลิง รัฐมนตรีช่วยฯ ให้รักษาการในตำแหน่งแทน

การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเธอถูกสอบสวนภายในโดยผู้ตรวจการกระทรวงแรงงาน จากข้อร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน ซึ่งสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง นิวยอร์ก โพสต์ รายงานว่า เธอถูกกล่าวหาว่าดื่มแอลกอฮอล์ในที่ทำงานระหว่างเวลาราชการ และมีการ “ฉ้อโกงเรื่องการเดินทาง” โดยให้เจ้าหน้าที่จัดทริปดูงานไปยังสถานที่ที่เธอต้องการไปเป็นการส่วนตัว ซึ่งทางด้านชาเวซ-เดอเรเมอร์ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นอกจากประเด็นส่วนตัวแล้ว ยังมีรายงานจาก CBS News ระบุว่า นายชอว์น เดอเรเมอร์ สามีของเธอ ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์และนักธุรกิจด้านการแพทย์ ถูกสั่งแบนห้ามเข้าอาคารสำนักงานใหญ่ของกระทรวงแรงงาน หลังจากพนักงานหญิง 2 รายร้องเรียนว่าถูกเขา “สัมผัสตัวอย่างไม่เหมาะสม” แม้ทางอัยการจะตัดสินใจไม่สั่งฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ประเด็นนี้ได้กลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อตำแหน่งของเธอ

ในโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ชาเวซ-เดอเรเมอร์ ไม่ได้พูดถึงเรื่องอื้อฉาวดังกล่าว แต่ระบุว่าเธอภูมิใจในความสำเร็จที่ได้ผลักดันภารกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะการลดช่องว่างระหว่างภาคธุรกิจและแรงงาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้เวลาการทำงานในรัฐบาลจะสิ้นสุดลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะหยุดต่อสู้เพื่อคนทำงานชาวอเมริกัน”

การลาออกของชาเวซ-เดอเรเมอร์ นับเป็นรัฐมนตรีรายล่าสุดที่ต้องออกจากตำแหน่งตามหลังนางแพม บอนดี อดีตรมว.ยุติธรรม และนางคริสตี โนเอม อดีตรมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ถูกถอดถอนไปเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนและมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนภายในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน

สำหรับประวัติของ ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐออริกอน 1 สมัย และเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองแฮปปี้แวลลีย์ยาวนานถึง 8 ปี ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับรัฐมนตรีในรัฐบาลทรัมป์.

ที่มา BBC

ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว

ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว

21 เม.ย. 2569 12:10 น.

ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว

เกิดเหตุสลดในชุมชนอามิช ในรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ เมื่อบ้านหลังหนึ่งเกิดระเบิดก่อนไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แม่และลูกอีก 6 คนเสียชีวิต เพื่อนบ้านเผยแรงระเบิดสะเทือนรุนแรงก่อนไฟลามทั้งหลังในเวลาไม่กี่นาที ตำรวจคาดสาเหตุมาจากแก๊สโพรเพนรั่วไหลภายในบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเพนซิลเวเนียรายงานเหตุที่เกิดขึ้นในเมืองลามาร์ เขตคลินตันเคาน์ตี เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 เม.ย.) หลังจากได้รับแจ้งเหตุระเบิดและเพลิงไหม้รุนแรงที่บ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย

ผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันคือ นางซาราห์ สตอลซ์ฟุส วัย 34 ปี พร้อมลูกๆ อีก 6 คน ซึ่งเป็นลูกชาย 4 คน (อายุ 11, 10, 5 และ 3 ปี) และลูกสาว 2 คน (อายุ 8 และ 6 ปี) โดยทั้งหมดเป็นสมาชิกของชุมชนอามิช ซึ่งเป็นกลุ่มคริสตศาสนิกชนที่ใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม เรียบง่าย และหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีสมัยใหม่

คริสตินา ดั๊ก เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่เธอกำลังรับประทานอาหารเช้า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบเปลวเพลิงลุกโชนออกมา และเพียงไม่ถึงนาทีไฟก็โหมกระหน่ำจนมิดบ้านทั้งหลัง เธอระบุว่าครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้เพียง 2 เดือน และมักจะเห็นเด็กๆ ออกมาวิ่งเล่นด้วยกันเสมอ

ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงจนไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในได้ และบ้านทั้งหลังได้รับความเสียหายจนเกินจะเยียวยา

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุอาจเกิดจากการรั่วไหลของแก๊สโพรเพนภายในบ้าน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ส่งผลให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าถังแก๊สโพรเพนที่ตั้งอยู่นอกบ้านไม่ได้ระเบิดและไม่ใช่ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าให้กับชุมชนอามิชเป็นอย่างมาก โดยมีรายงานว่าสมาชิกในชุมชนได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันไว้อาลัยและช่วยดูแลพื้นที่ ขณะที่นายเดวิด สตอลซ์ฟุส สามีและพ่อของผู้เสียชีวิต เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในครอบครัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้.

ที่มา Associated Press

ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

21 เม.ย. 2569 11:40 น.

ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ อนุมัติแก้ไขหลักเกณฑ์การส่งออกยุทโธปกรณ์ ปลดล็อกการขายอาวุธร้ายแรงไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรกภายใต้เงื่อนไขใหม่ มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและกระชับมิตรภาพกับพันธมิตร 17 ชาติ ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงในภูมิภาค

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศปรับปรุงข้อจำกัดการส่งออกยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศครั้งสำคัญ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายความมั่นคงครั้งใหญ่ของประเทศที่ยึดถือแนวทาง “รัฐผู้รักสันติภาพ” มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

การแก้ไข “หลักการ 3 ประการว่าด้วยการโอนยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ” ในครั้งนี้ ได้ยกเลิกกฎเดิมที่จำกัดการส่งออกเฉพาะยุทโธปกรณ์ใน 5 หมวดหมู่ที่ไม่เกี่ยวกับการรบเท่านั้น ได้แก่ การกู้ภัย, การขนส่ง, การแจ้งเตือน, การเฝ้าระวัง และการกวาดทุ่นระเบิด โดยเกณฑ์ใหม่จะแบ่งยุทโธปกรณ์ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ “อาวุธ” และ “ยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่อาวุธ” ซึ่งพิจารณาจากเกณฑ์ว่ามีอานุภาพทำลายล้างหรือสังหารหรือไม่

โดยยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่อาวุธ เช่น ระบบเรดาร์แจ้งเตือนและควบคุม จะสามารถส่งออกได้โดยไม่มีข้อจำกัด ส่วนอาวุธร้ายแรง เช่น เรือพิฆาต และขีปนาวุธ จะจำกัดการขายเฉพาะให้แก่ประเทศที่ลงนามข้อตกลงรักษาความลับด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 17 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

แม้ตามหลักการจะห้ามส่งออกไปยังประเทศที่อยู่ในภาวะขัดแย้ง แต่มีการระบุ “ข้อยกเว้นในสถานการณ์พิเศษ” หากพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น หรือสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ในปัจจุบันไม่มีประเทศใดสามารถรักษาความสงบและสถาปนาความมั่นคงได้ด้วยตัวคนเดียวอีกต่อไป จำเป็นต้องมีพันธมิตรที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน” ขณะที่นายมิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่าญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของการเป็นประเทศรักสันติภาพที่สร้างมาตลอด 80 ปี

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้านที่มองว่า รัฐบาลควรขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนการส่งออกอาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้ญี่ปุ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในการโหมกระแสการสะสมอาวุธหรือขยายความขัดแย้ง ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะมีมาตรการตรวจสอบหลังการขายที่เข้มงวด โดยจะส่งเจ้าหน้าที่รัฐไปยังกองทัพของผู้ซื้อเพื่อตรวจสอบสภาพการจัดเก็บและใช้งานเป็นระยะ

สำหรับการส่งออกโครงการใหญ่อย่างเครื่องบินรบยุคใหม่ที่พัฒนาร่วมกับสหราชอาณาจักรและอิตาลี รัฐบาลระบุว่าเป็นกรณีพิเศษที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเป็นรายกรณีไป.

ที่มา KYODO NEWS

อิหร่านเดือด จี้สหรัฐฯปล่อยเรือสินค้าสัญชาติอิหร่าน หลังถูกยึดกลางอ่าวโอมาน

อิหร่านเดือด จี้สหรัฐฯปล่อยเรือสินค้าสัญชาติอิหร่าน หลังถูกยึดกลางอ่าวโอมาน

21 เม.ย. 2569 11:19 น.

อิหร่านเดือด จี้สหรัฐฯปล่อยเรือสินค้าสัญชาติอิหร่าน หลังถูกยึดกลางอ่าวโอมาน

รัฐบาลอิหร่าน ออกแถลงการณ์จี้สหรัฐฯ ปล่อยเรือสินค้าสัญชาติอิหร่าน พร้อมลูกเรือและครอบครัวโดยทันที หลังถูกกองทัพเรือสหรัฐเข้ายึดกลางทะเล ชี้เป็นการกระทำที่อันตรายและเข้าข่ายอาชญากรรม

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา ปล่อยเรือสินค้าสัญชาติอิหร่าน “Touska” พร้อมลูกเรือและครอบครัวโดยทันที พร้อมประณามว่าการยึดเรือดังกล่าวละเมิดสิทธิของอิหร่านอย่างร้ายแรง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะใช้ทุกขีดความสามารถ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ รวมถึงศักดิ์ศรีของประชาชน

ทางการอิหร่านยังย้ำชัดว่า จะตอบโต้ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และเตือนว่าความตึงเครียดในภูมิภาคอาจยกระดับขึ้น โดยชี้ว่าความรับผิดชอบทั้งหมดต่อการบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค ตกอยู่กับสหรัฐอเมริกา

โดยก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐได้เปิดฉากยิงสกัดและเข้ายึดเรือ “Touska” เมื่อวันอาทิตย์ หลังพยายามฝ่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลในอ่าวโอมาน

และยังมีการเผยภาพวิดีโอจากกองทัพที่เห็นเรือพิฆาต ติดอาวุธนำวิถียิงใส่เป้าหมาย ก่อนที่หน่วยนาวิกโยธินจะโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ลงสู่ดาดฟ้าเรือเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันจำนวนลูกเรือบนเรือ Touska รวมถึงสัญชาติของผู้ที่อยู่บนเรือ ขณะที่สื่อได้ติดต่อไปยังกองบัญชาการกลางของสหรัฐเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ.

ที่มา: CNN

ตร.โซลยื่นขอหมายจับ “บังชีฮยอก” ประธาน HYBE คดีซื้อขายหุ้นไม่เป็นธรรม

ตร.โซลยื่นขอหมายจับ "บังชีฮยอก" ประธาน HYBE คดีซื้อขายหุ้นไม่เป็นธรรม

21 เม.ย. 2569 10:54 น.

ตร.โซลยื่นขอหมายจับ “บังชีฮยอก” ประธาน HYBE คดีซื้อขายหุ้นไม่เป็นธรรม

ตำรวจกรุงโซลยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับ “บัง ชีฮยอก” ผู้ก่อตั้งและประธานค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ HYBE จากข้อกล่าวหาในข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดทุนและมีพฤติกรรมซื้อขายหุ้นที่ไม่เป็นธรรม ทำกำไรโดยมิชอบเกือบ 2 แสนล้านวอน ขณะเจ้าตัวยืนยันปฏิบัติตามกฎหมาย

สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซล เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้ยื่นขออนุมัติหมายจับ นายบังชีฮยอก  ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท HYBE ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวง BTS ในข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดทุนและมีพฤติกรรมซื้อขายหุ้นที่ไม่เป็นธรรม

การสอบสวนระบุว่า นายบังถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงนักลงทุนในช่วงปี 2019 โดยโน้มน้าวให้ผู้ถือหุ้นเดิมขายหุ้นออกไปก่อนที่บริษัทจะเปิดขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO) โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมโอนถ่ายหุ้นเหล่านั้นไปยังกองทุนส่วนบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับคนใกล้ชิดของเขา หลังจากนั้นเมื่อบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ กองทุนดังกล่าวได้เทขายหุ้นและแบ่งผลกำไรให้นายบังถึง 30% ตามข้อตกลงลับที่ทำไว้ ส่งผลให้เขามีกำไรที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเกือบ 2 แสนล้านวอน หรือประมาณ 4,361 ล้านบาท

ตามกฎหมายตลาดทุนของเกาหลีใต้ หากบุคคลใดได้รับผลกำไรจากการทุจริตหรือให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่ 5 พันล้านวอนขึ้นไป อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกอย่างน้อย 5 ปี

ความเคลื่อนไหวล่าสุดและการปฏิเสธข้อกล่าวหาทางด้านตัวแทนนายบังชีฮยอกได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่ากระบวนการทำ IPO ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับอย่างถูกต้อง ขณะที่บริษัท HYBE ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการต่อกรณีดังกล่าว

นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นายบังถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศเกาหลีใต้เพื่อรอการสอบสวน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงโซล ได้ส่งจดหมายถึงสำนักงานตำรวจเพื่อขอให้ระงับการสั่งห้ามเดินทางเป็นการชั่วคราว เพื่อให้นายบังสามารถเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมฉลองวันชาติสหรัฐฯ และดูแลภาพรวมทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกของวง BTS ที่กำลังดำเนินอยู่

ทันทีที่มีรายงานข่าวนี้ออกมา ราคาหุ้นของ HYBE ร่วงลงทันที 2.9% ในช่วงเช้าวันนี้ สวนทางกับดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนต่ออนาคตของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่รายนี้.

ที่มา Yonhap / Reuters

กษัตริย์ชาร์ลส์ สดุดีควีนเอลิซาเบธ ครบ 100 ปีวันพระราชสมภพ

กษัตริย์ชาร์ลส์ สดุดีควีนเอลิซาเบธ ครบ 100 ปีวันพระราชสมภพ

21 เม.ย. 2569 10:08 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์ สดุดีควีนเอลิซาเบธ ครบ 100 ปีวันพระราชสมภพ

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ส่งสารวิดีโอสดุดีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เนื่องในวาระครบ 100 ปีวันพระราชสมภพ ระบุโลกวันนี้อาจทำให้พระองค์ทรงกังวลอย่างยิ่ง

วันที่ 21 เมษายน 2569 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีพระราชดำรัสผ่านวิดีโอสดุดีพระราชมารดา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีวันพระราชสมภพ โดยระบุว่า หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน อาจเป็นเรื่องที่ทำให้พระองค์ทรงกังวลอย่างลึกซึ้ง

โดยวันที่ 21 เมษายน เป็นวันที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงมีพระชนมายุครบ 100 พรรษา หากยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ในสารวิดีโอ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสว่า วาระสำคัญครั้งนี้ไม่ควรถูกจดจำด้วยความรู้สึกสูญเสีย แต่ควรเป็นการเฉลิมฉลองแด่ชีวิตที่ทรงใช้มาอย่างสมบูรณ์และทรงคุณค่า 

พระองค์ยังทรงกล่าวถึงความท้าทายมากมายทั้งภายในประเทศและทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ทำให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงห่วงใย พร้อมทรงย้ำคำมั่นของพระองค์เองในการปฏิบัติหน้าที่และรับใช้ประชาชนทุกคนอย่างแน่วแน่

รายงานระบุว่า ราชวงศ์อังกฤษมีกำหนดร่วมงานเลี้ยงรับรองที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม ในวันอังคาร เพื่อรำลึกถึงพระราชินีผู้ล่วงลับ โดยจะมีตัวแทนจากองค์กรการกุศลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพระองค์เข้าร่วมจำนวนมาก ส่วนองค์กรที่ได้รับเชิญ อาทิสถาบันวิจัยโรคมะเร็ง ของอังกฤษ องค์กรบริหารการแข่งขันม้าชั้นนำของอังกฤษ และกองทุนการกุศลช่วยเหลือทหารบกอังกฤษ

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคตอย่างสงบที่พระตำหนักบัลมอรัล เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ขณะมีพระชนมายุ 96 พรรษา หลังทรงครองราชย์ยาวนานถึง 70 ปี ซึ่งนับเป็นหนึ่งในรัชสมัยที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก.

ญี่ปุ่นผวา! เตือนเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ซ้ำใน 1 สัปดาห์ หลังแผ่นดินไหว 7.7 วานนี้

ญี่ปุ่นผวา! เตือนเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ซ้ำใน 1 สัปดาห์ หลังแผ่นดินไหว 7.7 วานนี้

21 เม.ย. 2569 09:55 น.

ญี่ปุ่นผวา! เตือนเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ซ้ำใน 1 สัปดาห์ หลังแผ่นดินไหว 7.7 วานนี้

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น เตือนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่กว่าเดิมภายใน 1 สัปดาห์ข้างหน้า แม้จะเพิ่งยกเลิกคำเตือนสึนามิ หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 วานนี้

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น หรือ Japan Meteorological Agency (JMA) ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงกว่าปกติที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูดขึ้นไปในช่วงสัปดาห์หน้า และอาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง รวมถึงคลื่นสึนามิที่ใหญ่กว่าเดิม

โดยแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในทะเลนอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะวานนี้ ส่งผลให้มีการประกาศอพยพประชาชนกว่า 170,000 คน ในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณชายฝั่งของเกาะฮอนชูและ ฮอกไกโด โดยมีการแจ้งเตือนคลื่นสึนามิสูงสุดประมาณ 3 เมตร แม้ว่าคลื่นที่เกิดขึ้นจริงจะวัดได้ราว 80 เซนติเมตร

แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ไกลถึงกรุงโตเกียว ขณะที่ระบบขนส่งบางส่วนได้รับผลกระทบ และมีบ้านเรือนบางพื้นที่ไฟฟ้าดับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายรุนแรง

ทางการญี่ปุ่นยังคงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่ง จนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนหวนนึกถึงโศกนาฏกรรม 2011 แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮคุ ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูดที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 18,000 ราย และนำไปสู่วิกฤตนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หนึ่งในภัยพิบัตินิวเคลียร์ร้ายแรงที่สุดในโลก

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ ซึ่งเป็นเขตที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ทำให้ประเทศต้องเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา : BBC

นิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน น้ำท่วมหนักกรุงเวลลิงตัน สูญหาย 1 ราย

นิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน น้ำท่วมหนักกรุงเวลลิงตัน สูญหาย 1 ราย

21 เม.ย. 2569 08:56 น.

นิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน น้ำท่วมหนักกรุงเวลลิงตัน สูญหาย 1 ราย

ฝนถล่มหนัก-น้ำท่วมฉับพลันกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงนิวซีแลนด์ ทางการประกาศภาวะฉุกเฉิน สนามบินยกเลิกเที่ยวบิน โรงเรียนปิดหลายแห่ง เร่งอพยพประชาชน

วันที่ 20 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการนิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังกรุงเวลลิงตันมีปริมาณฝนตกสูงเป็นสถิติถึง 77 มิลลิเมตร ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วม ดินถล่ม และมีคำสั่งอพยพฉุกเฉิน รถยนต์หลายคันจมน้ำ ต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาด และบ้านเรือนบางส่วนได้รับผลกระทบจากดินถล่ม

นายแอนดรูว ลิตเติล นายกเทศมนตรีเวลลิงตัน กล่าวว่า สภาพอากาศเลวร้ายยังคงดำเนินต่อไป โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งถูกอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ชายวัย 60 ปีรายหนึ่งในย่านคาโรรี สูญหาย และกำลังอยู่ระหว่างการค้นหา แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต 

ด้านสนามบินเวลลิงตัน ประกาศยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของภูมิภาคเวลลิงตัน ขอให้ประชาชนงดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือเสี่ยงน้ำท่วม พิจารณาย้ายไปพักกับญาติหรือเพื่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมงข้างหน้า

นอกจากนี้ นายมาร์ค มิตเชลล์ รัฐมนตรีด้านการจัดการเหตุฉุกเฉินและฟื้นฟูของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ที่ต้องการที่พักฉุกเฉินแล้ว พร้อมเตือนว่า อาจเป็นเวลาที่สภาพอากาศเลวร้ายที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมอพยพล่วงหน้าหากจำเป็น

ทั้งนี้ เหตุน้ำท่วมนิวซีแลนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ หลังพายุไซโคลนไวอานู พัดถล่มเกาะเหนือเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว อาทิ ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน เกิดบ่อยและรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก.