ทรัมป์ลั่น อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้

ทรัมป์ลั่น อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้

3 มี.ค. 2569 00:42 น.

ทรัมป์ลั่น อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้

ทรัมป์ลั่น นี่คือโอกาสสุดท้ายในการโจมตีอิหร่าน เพื่อสกัดไม่ให้เตหะรานได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ทั้งสำหรับตะวันออกกลางและชาวอเมริกัน

เมื่อ 2 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีมอบเหรียญเกียรติยศที่ทำเนียบขาว โดยเขาอัปเดตสถานการณ์โดยย่อเกี่ยวกับปฏิบัติการ “Epic Fury” ซึ่งเขาระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงดำเนิน “ปฏิบัติการรบขนาดใหญ่” ในอิหร่าน เพื่อขจัดภัยคุกคามที่เกิดจากระบอบการปกครองของอิหร่าน

เขากล่าวว่าอิหร่านเพิกเฉยต่อคำเตือนของสหรัฐฯ และ “ปฏิเสธที่จะยุติความพยายามในการแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์”

จากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า โครงการขีปนาวุธของอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเกราะกำบังให้กับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้สหรัฐฯ จะเป็นประเทศที่ต้องการให้เรื่องนี้ยุติลง แต่ “ทุกคนก็สนับสนุนเรา”

ทรัมป์กล่าวหาว่า รัฐบาลอิหร่านที่ติดอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล จะเป็น “ภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้” ต่อตะวันออกกลาง รวมถึงประชาชนชาวอเมริกัน เขาจึงตัดสินใจเปิดฉากสงครามเพราะมันเป็น “โอกาสสุดท้ายที่ดีที่สุดของเราในการโจมตี” และเพื่อขจัด “ภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งเกิดจากระบอบการปกครองที่ป่วยไข้และชั่วร้ายนี้”

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของปฏิบัติการในอิหร่านนั้น “ชัดเจน” ซึ่งรวมถึง “การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน” และ “การทำลายล้างกองทัพเรือของพวกเขา” นอกเหนือจากการป้องกันไม่ให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์ย้ำว่า ประเทศนี้ “ไม่สามารถติดอาวุธ ให้ทุน และสั่งการกองทัพผู้ก่อการร้ายนอกพรมแดนของตนเองต่อไปได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนประกาศ หนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย จวกสหรัฐฯ-อิสราเอลจงใจยั่วยุ

จีนประกาศ หนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย จวกสหรัฐฯ-อิสราเอลจงใจยั่วยุ

2 มี.ค. 2569 23:35 น.

จีนประกาศ หนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย จวกสหรัฐฯ-อิสราเอลจงใจยั่วยุ

รัฐบาลจีนประกาศสนับสนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตยของตนเอง พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ กับอิสราเอลว่าละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ จงใจยั่วยุให้เกิดสงครามกับอิหร่าน

สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งรัฐ (CCTV) ของจีน รายงานเมื่อ 2 มี.ค. 2569 ว่านาย หวัง อี้ บอกกับนาย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านระหว่างการคุยโทรศัพท์ว่า จีนสนับสนุนอิหร่านในการป้องกันตนเองจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลางแล้ว

นายหวังบอกกับนายอารักชีว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับมิตรภาพที่สืบต่อกันมาระหว่างจีนกับอิหร่าน และสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยความมั่นคง บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของชาติ ตลอดจนสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนเองด้วย

ตามรายงานของ CCTV นายหวัง อี้ ยังระบุด้วยว่า จีน “เรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที หลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดเพิ่มเติม และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งแพร่กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง”

นายหวังยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับนาย บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานด้วย โดยนายหวังกล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังละเมิดวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ด้วยการจงใจยั่วยุให้เกิดสงครามกับอิหร่าน

“จีนพร้อมที่จะแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการยึดถือความยุติธรรม การมุ่งมั่นเพื่อสันติภาพ และการหยุดยั้งสงครามผ่านเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ” นายหวังกล่าว

นอกจากนั้น นายหวังได้ต่อสายคุยกับนาย ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศฝรั่งเศส โดยนายหวังเตือนว่า โลกกำลังเสี่ยงที่จะถอยหลังกลับเข้าสู่ยุค “กฎแห่งป่า” ซึ่งหมายถึงผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด

“ประเทศมหาอำนาจไม่สามารถโจมตีประเทศอื่นตามอำเภอใจโดยอาศัยความได้เปรียบทางทหารของตนเองได้” นายหวังอี้กล่าว “ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านจะต้องกลับเข้าสู่เส้นทางของการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางการเมืองและทางการทูต”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Times of Israel

ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้

ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น "ราส ทานูรา" หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้

2 มี.ค. 2569 23:04 น.

ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้

บริษัทน้ำมันซาอุดีอาระเบีย สั่งปิดโรงกลั่น ราส ทานูรา ชั่วคราว หลังถูกโดรนของอิหร่านโจมตีจนเกิดไฟลุกไหม้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

เว็บไซต์ข่าว Times of Israel รายงานในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2568 อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า บริษัท “อารัมโก” ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย สั่งปิดโรงกลั่นน้ำมัน “ราส ทานูรา” (Ras Tanura) ชั่วคราว หลังถูกโดรนของอิหร่านโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้

วิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียซึ่งระบุว่าเป็นภาพของโรงงานหลังการโจมตี แสดงให้เห็นเปลวไฟและกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ก่อนหน้านี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า มีโดรน 2 ลำมุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน ราส ทานูรา ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบียและเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ถูกสกัดกั้นไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ซากโดรนที่ตกลงมาทำให้เกิดเพลิงไหม้ในวงจำกัด โดยไม่มีพลเรือนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ได้แล้ว

ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรม ราส ทานูรา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ด้วยกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรลต่อวัน และทำหน้าที่เป็นสถานีส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย

แหล่งข่าวระบุว่า โรงกลั่นถูกสั่งปิดเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน และขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Times of Israel

QatarEnergy ของกาตาร์ สั่งหยุดผลิตก๊าซ LNG หลังอิหร่านโจมตีโดนโรงงาน

QatarEnergy ของกาตาร์ สั่งหยุดผลิตก๊าซ LNG หลังอิหร่านโจมตีโดนโรงงาน

2 มี.ค. 2569 22:18 น.

QatarEnergy ของกาตาร์ สั่งหยุดผลิตก๊าซ LNG หลังอิหร่านโจมตีโดนโรงงาน

บริษัทพลังงานของรัฐบาลกาตาร์ ประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG หลังโรงงานถูกอิหร่านโจมตีก่อนหน้านั้น ส่งผลให้ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าของยุโรปพุ่งกว่า 50%

สำนักข่าว CNN รายงานว่า บริษัท “กาตาร์เอเนอร์จี” (QatarEnergy) รัฐวิสาหกิจพลังงานของประเทศกาตาร์เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG แล้ว หลังจากที่อิหร่านโจมตีโดนโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” (Ras Laffan) เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569

นายเพอร์ แมกนัส นิสเวน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษา Rystad Energy ระบุว่า การตัดสินใจของกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก จะส่งผลกระทบแบบ “โดมิโน” ต่อการจัดส่งก๊าซทั่วโลก

“การหยุดชะงักใดๆ ในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการหยุดผลิตครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดโลก” เขากล่าวกับ CNN พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การขนส่งไปยังเอเชียซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของกาตาร์ รวมถึงยุโรป จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าของเนเธอร์แลนด์ (Dutch TTF) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงของยุโรป พุ่งสูงขึ้นเกือบ 48% ในช่วงบ่ายวันจันทร์

อย่างไรก็ตาม นายนิสเวนกล่าวว่าเมื่อพิจารณาจากปริมาณสำรอง LNG ที่มีอยู่มากในยุโรป ราคาไม่น่าจะพุ่งสูงถึง “ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” เหมือนในปี 2565 เมื่อครั้งที่ยุโรปเผชิญวิกฤตพลังงานจากการที่รัสเซียรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ โรงงานของกาตาร์เอเนอร์จี ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีเช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าในเมืองเมไซอีด ทางตอนใต้ของกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ซึ่งนายนิสเวนให้ความเห็นว่า การสั่งปิดโรงงานที่ราส ลัฟฟาน น่าจะเป็นเหตุผลด้านการปฏิบัติการและความปลอดภัย

จากข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) กาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็นประมาณ 20% ของการส่งออกทั่วโลก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทหารอเมริกันดับรายที่ 4 บิ๊กกองทัพชี้ จำนวนอาจเพิ่มอีก

ทหารอเมริกันดับรายที่ 4 บิ๊กกองทัพชี้ จำนวนอาจเพิ่มอีก

2 มี.ค. 2569 21:41 น.

ทหารอเมริกันดับรายที่ 4 บิ๊กกองทัพชี้ จำนวนอาจเพิ่มอีก

ทหารอเมริกาเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 แล้ว หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐฯ เตือนว่าจะมีความสูญเสียเพิ่มอีก เพราะสงครามไม่ได้จบในวันเดียว

เมื่อ 2 มี.ค. 2569 กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (เซนต์คอม – CENTCOM) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 แล้ว หลังจากได้รับบาดเจ็บระหว่างการโจมตีของอิหร่านที่ประเทศคูเวตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่คร่าชีวิตทหารอเมริกาไป 3 ศพก่อนหน้านี้

“ณ เวลา 07:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ของวันที่ 2 มีนาคม มีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่รวม 4 นาย” CENTCOM ระบุ “ทหารรายที่ 4 ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการโจมตีระลอกแรกของอิหร่าน ได้เสียชีวิตลงในที่สุดเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว”

CENTCOM ระบุในโพสต์ด้วยว่า จะยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมงหลังจากแจ้งให้ญาติสนิททราบแล้ว

ด้านพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมกล่าวว่า สงครามของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านจะไม่ใช่ “ปฏิบัติการเพียงครั้งเดียวจบในชั่วข้ามคืน” พร้อมเสริมว่าควรเตรียมรับมือกับการสูญเสียของฝ่ายสหรัฐฯ ที่อาจมีเพิ่มขึ้น

“นี่ไม่ใช่ปฏิบัติการเพียงครั้งเดียวที่จบได้ในคืนเดียว” พลเอกเคนกล่าวที่อาคารกระทรวงกลาโหม “วัตถุประสงค์ทางทหารที่กองบัญชาการกลาง และกองกำลังร่วมได้รับมอบหมายนั้นต้องใช้เวลาในการบรรลุเป้าหมาย และในบางกรณี จะเป็นงานที่ยากลำบากและหนักหน่วง”

“เราคาดการณ์ว่าจะมีการสูญเสียเพิ่มเติม และเราจะพยายามอย่างเต็มที่เช่นเคยเพื่อลดการสูญเสียของฝั่งสหรัฐฯ ให้เหลือน้อยที่สุด” นายพลเคนกล่าวเสริม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กลาโหมสหรัฐฯ อ้าง ไม่ได้โจมตีอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนการปกครอง

กลาโหมสหรัฐฯ อ้าง ไม่ได้โจมตีอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนการปกครอง

2 มี.ค. 2569 21:09 น.

กลาโหมสหรัฐฯ อ้าง ไม่ได้โจมตีอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนการปกครอง

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่า สหรัฐฯ ไม่ได้โจมตีอิหร่านโดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และอ้างด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม เพราะอิหร่านโจมตีสหรัฐฯ มานานแล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีอิหร่าน ไม่มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน แม้เขาจะยอมรับว่าผู้นำของเตหะรานนั้นเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม

“นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง แต่ระบอบนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ และโลกก็ดีขึ้นเพราะเหตุนั้น” นายเฮกเซธกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามผลักดันเรื่องการเปลี่ยนการปกครองในอิหร่านมาตลอด และในการแสดงความเห็นครั้งแรกหลังเปิดฉากโจมตีเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) นายทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน “เข้าควบคุมโชคชะตาของตนเอง และปลดปล่อยอนาคตที่รุ่งเรืองและสง่างามซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม”

นอกจากนี้ รัฐมนตรีกลาโหมยังโต้แย้งด้วยว่า สหรัฐฯ “ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม” โดยอ้างว่าอิหร่านได้ทำการโจมตีมานานหลายทศวรรษในลักษณะที่เรียกว่า “สงครามฝ่ายเดียวต่ออเมริกา”

“เราไม่ได้เริ่มสงครามนี้ แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ เรากำลังทำให้มันจบลง” เฮกเซธกล่าวเสริม

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำด้วยว่า ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน “เป็นเรื่องที่ต้องถูกจัดการ” เพราะความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน “ไม่เคยหยุดลงเลย” นับตั้งแต่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

“ดังนั้น นี่จึงเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนของสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้ร่มเงาของอาวุธตามยุทธวิธี มาเป็นเกราะกำบังในการเดินหน้าไล่ตามความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ต่อไปได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยัน F-15 ถูกคูเวตยิงพลาดตก 3 ลำ สาเหตุจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดรวน

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยัน F-15 ถูกคูเวตยิงพลาดตก 3 ลำ สาเหตุจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดรวน

2 มี.ค. 2569 19:59 น.

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยัน F-15 ถูกคูเวตยิงพลาดตก 3 ลำ สาเหตุจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดรวน

สหรัฐฯยืนยัน เครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองทัพอากาศ จำนวน 3 ลำ ถูกยิงตกในคูเวต จากเหตุความเข้าใจผิดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้้ยิงฝ่ายเดียวกันเอง ขณะที่นักบิน 6 นายดีดตัวรอด ปลอดภัย

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ข่าวเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานอ้างคำเปิดเผยของ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (United States Central Command) หรือ CENTCOM ที่ยืนยันว่า เครื่องบินขับไล่ F-15 E Strike Eagle ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ถูกยิงตกในประเทศคูเวต เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน จากเหตุที่เรียกว่า “Friendly Fire” หรือการยิงพลาดโดยฝ่ายเดียวกันเอง

CENTCOM ระบุว่า เครื่องบินทั้ง 3 ลำกำลังบินสนับสนุน ปฏิบัติการ Epic Fury ซึ่งเป็นปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ–อิสราเอลต่ออิหร่าน โดยขณะเกิดเหตุอยู่ในช่วงการสู้รบอย่างหนักหน่วง มีการโจมตีจากอากาศยานอิหร่าน ขีปนาวุธ และโดรน อย่างไรก็ตาม ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตได้ยิงใส่เครื่องบินสหรัฐฯ โดยเข้าใจผิด ส่งผลให้เครื่องตก

แถลงการณ์ยืนยันว่า ลูกเรือทั้ง 6 นายดีดตัวออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลือแล้ว และอยู่ในอาการทรงตัว ขณะที่ทางการคูเวตได้ยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ แสดงความขอบคุณต่อกองกำลังป้องกันประเทศคูเวตสำหรับการสนับสนุนในปฏิบัติการครั้งนี้ โดยเหตุการณ์นี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป.

ที่มา The New York Times / CENTCOM

อิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ถูกโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล

อิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ถูกโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล

2 มี.ค. 2569 18:01 น.

อิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ถูกโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล

ทางการอิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่เมือง นาทานซ์ ถูกโจมตีระหว่างปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่พุ่งเป้าใส่อิหร่าน

คำเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมคณะกรรมการผู้ว่าการของ International Atomic Energy Agency (IAEA) ซึ่งมีสมาชิก 35 ประเทศ โดย เรซา นาจาฟี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ IAEA กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เมื่อวานนี้ พวกเขาได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ใช้เพื่อสันติและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอีกครั้ง”

และเมื่อผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สถามว่า โรงงานแห่งใดที่ได้รับความเสียหาย นาจาฟีตอบสั้น ๆ ว่า “นาทานซ์”

ทั้งนี้ “นาทานซ์” นับเป็นศูนย์กลางโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยเป็นศูนย์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักของประเทศ และเคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีหรือก่อวินาศกรรมหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ประเด็น “นาทานซ์” มักถูกจับตาในบริบทของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ชาติตะวันตกกังวลว่าอาจนำไปสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ

การโจมตีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมีความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเวทีการทูตระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของ IAEA ในการตรวจสอบและกำกับดูแลโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน.

ที่มา : reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลาง

จีนเรียกร้องหยุดยิงด่วน! หลังพลเมืองดับ 1 รายในกรุงเตหะราน กลางเหตุสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน

จีนเรียกร้องหยุดยิงด่วน! หลังพลเมืองดับ 1 รายในกรุงเตหะราน กลางเหตุสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน

2 มี.ค. 2569 17:28 น.

จีนเรียกร้องหยุดยิงด่วน! หลังพลเมืองดับ 1 รายในกรุงเตหะราน กลางเหตุสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน

พลเมืองชาวจีนในกรุงเตหะรานเสียชีวิต 1 ราย ในการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯและอิสราเอล ส่งผลให้ทางการจีนออกมาเรียกร้องให้ยุติการหยุดยิงและเปิดการเจรจา ขณะกำหนดการเยือนจีนของทรัมป์ฯยังไม่ยกเลิก

วันนี้ (2 มี.ค.) ทางการจีนออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการหยุดยิงและการเปิดเจรจาทางการทูตทันที เพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิหร่านและเลบานอน จนสถานการณ์รุนแรงเริ่มลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงต่อสื่อว่า “ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างและบานปลาย” พร้อมย้ำให้ทุกฝ่ายหาทางออกผ่านการเจรจาหารือ หลังยืนยันว่ามีพลเมืองชาวจีนเสียชีวิต 1 ราย จากเหตุการณ์การโจมตีกรุงเตหะรานโดยสหรัฐฯและอิสราเอลเพื่อสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยนางเหมา ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำอิหร่าน เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว พร้อมเสริมว่าทางการจีนไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าถึงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

เหตุที่เกิดขึ้นทำให้จีนและรัสเซียร่วมกันเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือต่อวิกฤตดังกล่าว โดยทางการจีนได้ประกาศเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีรายงานว่าจนถึงวันนี้ พลเมืองจีนกว่า 3,000 คน ได้เดินทางออกจากอิหร่านแล้ว

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อิสราเอลและสหรัฐฯ ด้วยปฏิบัติการที่ “รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” โดยการมุ่งเป้าโจมตีฐานทัพในกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ ซึ่งในขณะนี้ก็กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการโจมตีอย่างหนักหน่วงของอิหร่านในช่วงก่อนหน้า

ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังดำรงตำแหน่งวาระที่สอง ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายนที่จะถึงนี้ 

โดยนางเหมา กล่าวถึงกำหนดการนี้เพียงแค่ว่าจีนและสหรัฐฯ ยังคงประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับกำหนดการพบปะของผู้นำทั้งสอง โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดหรือความคืบหน้าใดๆ.

ที่มา: CNA

อ่านข่าวเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลางได้ ที่นี่

กาชาดอิหร่านเผยดับแล้ว 555 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลเปิดฉากโจมตี

กาชาดอิหร่านเผยดับแล้ว 555 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลเปิดฉากโจมตี

2 มี.ค. 2569 17:22 น.

กาชาดอิหร่านเผยดับแล้ว 555 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลเปิดฉากโจมตี

สภากาชาดอิหร่านระบุ มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศอย่างน้อย 555 คน ในช่วงสองวันแรกของการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยได้รับผลกระทบแล้ว 131 เมือง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยืนยันระงับการเดินเครื่องบางหน่วยของโรงกลั่นน้ำมัน “ราสทานูรา” หลังถูกโจมตีด้วยโดรน แต่ยังไม่กระทบอุปทานในประเทศ

สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน เปิดเผยผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ปฏิบัติการโจมตีที่ระบุว่าเป็น “การก่อการร้ายจากไซออนิสต์และอเมริกา” ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อสองวันก่อน ได้แผ่ขยายวงกว้างไปถึง 131 เมืองทั่วประเทศอิหร่าน ส่งผลให้มีชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 555 ราย โดยตัวเลขดังกล่าวรวมทั้งกลุ่มผู้นำ เจ้าหน้าที่ทหาร และพลเรือน เนื่องจากเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายหลายจุดพร้อมกัน

นอกจากนั้น กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า เกิดเหตุไฟไหม้ภายในพื้นที่ของโรงกลั่น “ราส ทานูรา” (Ras Tanura) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวอาหรับ หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรน 2 ลำ โดยกองทัพซาอุฯ สามารถสกัดกั้นโดรนดังกล่าวไว้ได้ แต่เศษซากของโดรนทำให้เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้สงบลงแล้ว

โรงกลั่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิตสูงถึง 550,000 บาร์เรลต่อวัน และยังเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทางการซาอุฯ ต้องสั่งระงับการดำเนินงานในบางหน่วยผลิตชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันในตลาดท้องถิ่น

นายทอร์บยอร์น โซลต์เวดต์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Verisk Maplecroft ระบุว่าการโจมตีโรงกลั่นราส ทานูรา เป็นการยกระดับความตึงเครียดที่สำคัญมาก เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวอาหรับกลายเป็นเป้าหมายโดยตรงของอิหร่านไปแล้ว

เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มจะผลักดันให้ซาอุดีอาระเบียและประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ ตัดสินใจเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับสหรัฐฯ และอิสราเอลเพื่อตอบโต้กลุ่มอิหร่านอย่างเต็มตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ซาอุฯ เคยถูกกลุ่มกบฏฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมาแล้วหลายครั้ง เช่นในปี 2019 และ 2022

รัฐบาลซาอุฯ ได้ออกมาประณามอิหร่านอย่างรุนแรงตั้งแตช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากอิหร่านเริ่มเล็งเป้าโจมตีกรุงริยาดและพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ โดยซาอุฯ ย้ำชัดว่า “ขอสงวนสิทธิ์ในการปกป้องตนเอง” ซึ่งรวมถึงมาตรการตอบโต้ทางการทหารหากจำเป็น ท่ามกลางสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบทั่วภูมิภาค.

ที่มา AFP