สื่ออิหร่านอ้าง ภริยาอดีตผู้นำสูงสุดยังมีชีวิตอยู่

สื่ออิหร่านอ้าง ภริยาอดีตผู้นำสูงสุดยังมีชีวิตอยู่

13 มี.ค. 2569 03:05 น.

สื่ออิหร่านอ้าง ภริยาอดีตผู้นำสูงสุดยังมีชีวิตอยู่

สื่อของอิหร่านหลายสำนักอ้างว่า ภริยาของ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ยังมีชีวิตอยู่ และข่าวที่ว่าเธอเสียชีวิตซึ่งถูกรายงานก่อนหน้านี้นั้น เป็นผลจากความผิดพลาด

เมื่อ 12 มี.ค. 2569 สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) และนูร์นิวส์ (Nournews) ซึ่งเป็นสื่อที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า ภริยาของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านผู้ล่วงลับ เสียชีวิตจากบาดแผลที่ได้รับระหว่างที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน

ทั้งนี้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนก่อนของอิหร่าน ถูกสังหารเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ระหว่างการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ณ ที่พักของเขาในกรุงเตหะราน และมีรายงานว่า ภริยาของเขาเสียชีวิตไปด้วย

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวฟาร์สระบุว่า รายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นางมานซูเรห์ โคจาสเทห์ บาเกอร์ซาเดห์ นั้นไม่เป็นความจริง และพยายามที่จะแก้ไขสิ่งที่อธิบายว่าเป็น “ข้อมูลที่ผิดพลาด” ซึ่งแพร่กระจายภายหลังการสังหารตัวผู้นำ

ด้านนูร์นิวส์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า “ภริยาของผู้นำการปฏิวัติผู้พลีชีพยังมีชีวิตอยู่ และข่าวการพลีชีพของเธอที่เผยแพร่ออกไปก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้อง”

อย่างไรก็ตาม สื่อดังกล่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของเธอ หรืออธิบายถึงความคลาดเคลื่อนของรายงานก่อนหน้านี้

อนึ่ง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สื่ออิหร่านสำนักอื่นๆ รายงานว่านางบาเกอร์ซาเดห์เสียชีวิตจากบาดแผลในการโจมตีที่สังหารสามีของเธอ โดยสำนักข่าว ISNA รายงานว่าเธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราหลังการโจมตีและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐมนตรีอิหร่านยืนยัน ไม่ได้วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐมนตรีอิหร่านยืนยัน ไม่ได้วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

13 มี.ค. 2569 01:54 น.

รัฐมนตรีอิหร่านยืนยัน ไม่ได้วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐมนตรีอิหร่านอ้างว่า พวกเขาไม่ได้กำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซตามที่สหรัฐฯ กล่าวหา แม้ว่าก่อนหน้านี้ กองทัพสหรัฐฯ จะเผยแพร่คลิปซึ่งแสดงให้เห็นการยิงทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านก็ตาม

เมื่อ 12 มี.ค. 2569 นายมาจิด ทักต์-ราวันชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า อิหร่านกำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่สหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเรือหลายลำที่มีอุปกรณ์สำหรับวางระเบิดซึ่งปฏิบัติการอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือดังกล่าว

นายทักต์-ราวันชี เผยกับสำนักข่าว AFP ว่า “มีบางประเทศได้พูดคุยกับเราเกี่ยวกับการเดินทางผ่านช่องแคบนี้แล้ว และเราก็ได้ให้ความร่วมมือกับพวกเขา”

อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่าประเทศที่ “เข้าร่วมการรุกราน” ต่ออิหร่าน “ไม่ควรได้รับประโยชน์จากการผ่านทางที่ปลอดภัย” พร้อมระบุว่ารัฐบาลอิหร่านต้องการความมั่นใจว่า สงครามจะไม่ถูก “ยัดเยียด” ให้กับประเทศของเขาอีกครั้ง

นายทักต์-ราวันชี กล่าวต่อว่า “ตอนที่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หลังจากผ่านไป 12 วัน ก็ได้มีการประกาศสิ่งที่เรียกว่าการยุติการสู้รบ… แต่หลังจากนั้น 8 หรือ 9 เดือน พวกเขาก็กลับมารวมตัวกันใหม่และก่อเหตุซ้ำอีก”

ก่อนหน้านี้ กองทัพสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นวินาทีที่พวกเขายิงทำลายเรือรบ และเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซจำนวนนับสิบลำ หลังจากมีรายงานว่า อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดีทรอยต์ระทึก มือปืนยิง-ขับรถพุ่งชนโบสถ์ยิว จนท.เร่งเข้าระงับเหตุ

ดีทรอยต์ระทึก มือปืนยิง-ขับรถพุ่งชนโบสถ์ยิว จนท.เร่งเข้าระงับเหตุ

13 มี.ค. 2569 01:13 น.

ดีทรอยต์ระทึก มือปืนยิง-ขับรถพุ่งชนโบสถ์ยิว จนท.เร่งเข้าระงับเหตุ

ตำรวจสหรัฐฯ กำลังเข้าระงับเหตุยิงกันที่โบสถ์ยิวแห่งหนึ่งในเมืองดีทรอยต์ หลังจากมีรถบรรทุกขับพุ่งชนอาคาร โดยตอนนี้เหตุการณ์ยังไม่สงบลง และทางการสั่งล็อกดาวน์พื้นที่แล้ว

เมื่อ 12 มี.ค. 2569 ตำรวจของสหรัฐอเมริกา กำลังเข้าระงับเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามี “มือปืนที่ยังก่อเหตุอยู่” ที่โบสถ์ชาวยิวแห่งหนึ่ง นอกเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน โดยมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณหลังคา

สถานีโทรทัศน์ WDIV-TV รายงานว่า เกิดเหตุรถบรรทุกพุ่งชนโบสถ์ยิว “เทมเพิล อิสราเอล” (Temple Israel) ในเขตเวสต์ บลูมฟิลด์ โดยภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นรถตำรวจหลายสิบคันจอดล้อมรอบอาคารดังกล่าว

นายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) ระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งดูเหมือนจะเป็น “เหตุการณ์ขับรถพุ่งชนและมือปืนกราดยิง” ณ โบสถ์ยิวแห่งนี้ ซึ่งมีโรงเรียนอยู่ภายในด้วย

หลังเกิดเหตุ เขตการศึกษาเวสต์ บลูมฟิลด์ ได้ประกาศล็อกดาวน์ทันที ขณะที่มีผู้ปกครองประมาณ 12 คนรีบวิ่งไปรับลูกๆ จากศูนย์เรียนรู้เด็กปฐมวัยที่อยู่ภายในอาคาร หลังจากได้รับอนุญาตจากตำรวจ

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Temple Israel เรียกตัวเองว่าเป็นโบสถ์ยิวนิกายปฏิรูปที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยมีสมาชิกกว่า 12,000 คน ภายในมีศูนย์การศึกษาปฐมวัย และมีโปรแกรมการศึกษาสำหรับครอบครัวและผู้ใหญ่

เว็บไซต์ระบุว่าโบสถ์แห่งนี้ “มีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือชุมชนชาวยิวทั่วโลก” และมีพันธกิจในการ “สร้างชุมชนผ่านมุมมองของศาสนายิวสายปฏิรูป”

ต่อมา สหพันธ์ชาวยิวแห่งดีทรอยต์ประกาศแนะนำให้องค์กรชาวยิวทุกแห่งในพื้นที่เข้าสู่สภาวะ “ล็อกเอาต์” (lockout) หรือ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าและห้ามคนข้างในออกจากอาคารโดยเด็ดขาด

อนึ่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกำลังดำเนินการโจมตีอิหร่านกับเลบานอนอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : wjbf

ทรัมป์ยินดีต้อนรับ ทีมชาติอิหร่านร่วมบอลโลก แต่อาจไม่เหมาะสมที่จะมา

ทรัมป์ยินดีต้อนรับ ทีมชาติอิหร่านร่วมบอลโลก แต่อาจไม่เหมาะสมที่จะมา

12 มี.ค. 2569 23:31 น.

ทรัมป์ยินดีต้อนรับ ทีมชาติอิหร่านร่วมบอลโลก แต่อาจไม่เหมาะสมที่จะมา

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ยินดีต้อนรับนักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านให้มาร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกาได้ แต่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของนักเตะ

เมื่อ 12 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านนั้น “ได้รับการต้อนรับ” ให้เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งสหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพร่วมกันได้ แต่เขาตั้งคำถามว่าการเดินทางมาเข้าร่วมนั้นเหมาะสมหรือไม่

“ทีมฟุตบอลทีมชาติอิหร่านได้รับการต้อนรับให้เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ผมไม่เชื่อจริงๆ ว่ามันจะเป็นการเหมาะสมที่พวกเขาจะอยู่ที่นั่น เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของตัวพวกเขาเอง ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ข้อความของนายทรัมป์ระบุ

ก่อนหน้านี้ นายจานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) กล่าวว่าทรัมป์ได้ให้คำมั่นกับเขาว่าทีมชาติอิหร่านนั้น “ได้รับการต้อนรับ” ให้ลงแข่งขันในรายการนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำยืนยันดังกล่าว แต่อาหมัด ดอนยามาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอิหร่านประกาศผ่านสื่อของรัฐอย่างเป็นทางการว่า ทีมชาติอิหร่านจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม โดยอ้างเหตุผลเรื่องการลอบสังหารผู้นำสูงสุด และการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เป็นสาเหตุในการถอนตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่

12 มี.ค. 2569 22:58 น.

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่

อิสราเอลกำลังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินครั้งใหญ่ในเลบานอน ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

เมื่อ 12 มี.ค. 2569 นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ระบุว่าเขาสั่งการให้กองทัพเตรียมพร้อมสำหรับการขยายปฏิบัติการในเลบานอน หลังจากเมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระดมโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งรอบใหม่เริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน

อิสราเอลแสดงท่าทีไม่เชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลเลบานอนที่จะปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แม้ว่าประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน จะออกมากล่าวหาว่ากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ “ทรยศต่อประเทศชาติ” ก็ตาม

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มสงคราม อิสราเอลได้เข้ายึดพื้นที่ในตอนใต้ของเลบานอนไปแล้วบางส่วน และมีการส่งหน่วยจู่โจมภาคพื้นดินเข้าไปหลายครั้ง

ล่าสุดในวันพฤหัสบดี นายคัตซ์กล่าวว่า “เราจะเข้ายึดพื้นที่และจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ขณะที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่ากำลังส่งกองพลเพิ่มเติมไปยังตอนเหนือของอิสราเอล และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการ “เสริมกำลังเพิ่มเติม” อีก

กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอย่างหนักทั่วตอนใต้ของเลบานอน โดยเฉพาะในย่านดาฮิเยห์ (Dahieh) ของเมืองหลวงกรุงเบรุต ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วเกือบ 700 ศพ ขณะที่คำเตือนให้อพยพของอิสราเอลส่งผลให้ประชาชนหลายแสนคนต้องทิ้งบ้านเรือนทั่วตอนใต้และตอนกลางของเลบานอน โดยที่ยังไม่มีทีท่าว่าการสู้รบที่รุนแรงขึ้นทุกวันนี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ไม่กังวลราคาน้ำมันพุ่ง ชี้เมื่อราคาขึ้น สหรัฐฯ ก็ได้ “เงินมหาศาล”

ทรัมป์ไม่กังวลราคาน้ำมันพุ่ง ชี้เมื่อราคาขึ้น สหรัฐฯ ก็ได้ “เงินมหาศาล”

12 มี.ค. 2569 22:03 น.

ทรัมป์ไม่กังวลราคาน้ำมันพุ่ง ชี้เมื่อราคาขึ้น สหรัฐฯ ก็ได้ “เงินมหาศาล”

โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่งสูงเนื่องจากการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่า อเมริกาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด ดังนั้นเมื่อน้ำมันราคาสูงขึ้น สหรัฐฯ ก็จะทำเงินได้อย่างมากมาย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามลดกระแสความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความผันผวนของตลาดที่ผูกโยงกับความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยอ้างว่าสหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์เมื่อราคาพลังงานขยับตัวสูงขึ้น

“สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก ทิ้งห่างประเทศอื่นไปไกลมาก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เราจึงทำเงินได้มหาศาล” นายทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

“แต่สิ่งที่ผมในฐานะประธานาธิบดีให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากกว่านั้นมาก คือการหยุดยั้งอาณาจักรแห่งความชั่วร้ายอย่างอิหร่าน ไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง และไม่ให้ทำลายล้างตะวันออกกลาง รวมถึงโลกใบนี้ด้วย ผมจะไม่มีวันยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น!” ทรัมป์ประกาศ

ความเห็นของทรัมป์มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกมาเตือนว่า โลกอาจกำลังเผชิญกับการ “หยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันโลก” ท่ามกลางการโจมตีเส้นทางการเดินเรือโดยอิหร่านที่รุนแรงขึ้น

ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นยังเริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวอเมริกันแล้ว โดยนาย คริส แอบเบอตต์ ซีอีโอของบริษัท Pivot Bio ระบุว่า ภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซสำหรับนำเข้าปัจจัยการผลิตที่สำคัญจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20%, ปุ๋ยไนโตรเจนยูเรียราว 30% และกำมะถัน “ในสัดส่วนที่มากกว่านั้นอีก”

นายแอบบอตต์เน้นย้ำว่าในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง เกษตรกรอเมริกันจำนวนมากยังไม่ได้รับปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะถึงฤดูกาลเพาะปลูก “ในช่วงก่อนเข้าสู่ความขัดแย้งนี้ สหรัฐฯ เพิ่งมีการซื้อปุ๋ยไปเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการทั้งหมดเท่านั้น” เขาระบุ

แต่ในขณะนี้ที่ฤดูกาลเพาะปลูกกำลังใกล้เข้ามา เกษตรกรทั่วประเทศต่างเร่งรีบจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งแอบเบอตต์กล่าวว่าราคาได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

“เราพบว่าราคายูเรียพุ่งสูงขึ้นถึง 50%” เขาชี้แจง และเสริมว่า “ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ราคาพุ่งขึ้นไปเกือบ 100% แล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต

ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต

12 มี.ค. 2569 21:34 น.

ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต

ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านเผยแพร่ข้อความออกมาเป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อกดดันศัตรู และประกาศกร้าวว่าจะล้างแค้นให้แก่ชาวอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

เมื่อ 12 มี.ค. 2569 สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านเผยแพร่ข้อความฉบับแรกจาก อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน นับตั้งแต่เขาได้รับตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 มี.ค.) สืบทอดต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขาที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

ในข้อความของคาเมเนอี เขาเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว พร้อมเตือนว่า เส้นทางการเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไป เพื่อใช้เป็น “เครื่องมือในการกดดัน” ศัตรูของอิหร่าน

ผู้นำใหม่อิหร่านย้ำด้วยว่า เตหะรานยังคงเชื่อมั่นใน “มิตรภาพ” ที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 15 ประเทศมาตลอด แต่ “ประเทศเหล่านี้ต้องแสดงจุดยืนและหน้าที่ของตนให้ชัดเจนต่อผู้รุกรานมาตุภูมิอันเป็นที่รักของเรา และผู้ฆาตกรรมประชาชนของเรา” เขากล่าวเสริม พร้อมทั้งแนะนำให้ประเทศเหล่านั้นสั่งปิดฐานทัพสหรัฐฯ “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เพราะอิหร่านจะยังคงตั้งเป้าโจมตีฐานทัพเหล่านั้นต่อไป

คาเมเนอีบอกอีกว่า อิหร่านจะไม่ลังเลที่จะ “ล้างแค้นให้แก่เลือดของชาวอิหร่าน” ที่ถูกสังหาร โดยเฉพาะกรณีการโจมตีของสหรัฐฯ ใกล้กับโรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 168 ศพ เป็นเด็กถึง 110 ราย

ผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุอีกว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล ต้องจ่าย “ค่าชดเชย” สำหรับการกระทำของตน โดยคาเมเนอีไม่ได้ระบุชื่อทั้งสองประเทศโดยตรง แต่เรียกขานว่าเป็น “ศัตรู”

“เราจะเรียกร้องค่าชดเชยจากศัตรู หากเราไม่สามารถได้รับค่าชดเชยจากศัตรูได้ เราจะทำลายทรัพย์สินของพวกเขาให้มากเท่ากับที่พวกเขาทำลายทรัพย์สินของเรา” คาเมเนอีระบุในแถลงการณ์

เขายังขอบคุณกองทัพที่ช่วยป้องกันไม่ให้อิหร่านถูกครอบงำหรือถูกแบ่งแยกในช่วงที่ถูกโจมตี โดยระบุว่า “ข้าพเจ้าขอขอบคุณเหล่านักรบผู้กล้าหาญที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในยามที่ประเทศถูกกดดันและถูกรุกราน” และเสริมว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนจะ “ทำหน้าที่ของตนด้วยเช่นกัน” ขณะที่กลุ่มติดอาวุธในอิรักก็ “ต้องการที่จะช่วยเหลือ” อิหร่าน

คาเมเนอียังระบุถึงมาตรการภายในและนโยบายเพิ่มเติม โดยจะให้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีได้รับการรักษาฟรี และรัฐบาลจะมอบเงินชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย

นอกจากนั้น อิหร่านจำเป็นต้องปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่อิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีหลายประเทศในภูมิภาคไปก่อนหน้านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

“คาเธ่ย์ แปซิฟิค” ขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเกือบเท่าตัว เซ่นพิษสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันพุ่ง

"คาเธ่ย์ แปซิฟิค" ขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเกือบเท่าตัว เซ่นพิษสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันพุ่ง

12 มี.ค. 2569 17:33 น.

“คาเธ่ย์ แปซิฟิค” ขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเกือบเท่าตัว เซ่นพิษสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันพุ่ง

สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเกือบเท่าตัวในทุกเส้นทางบิน หลังวิกฤตสงครามในอิหร่านทำราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูง กระทบสายการบินทั่วโลกจ่อเพิ่มราคาตั๋วโดยสาร

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific Airways) ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของฮ่องกง ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (12 มี.ค.) โดยประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ในเกือบทุกเส้นทางบิน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป หลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเผยว่าการปรับเปลี่ยนนี้เป็นไปตามกลไกการคำนวณราคาที่กำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดการปรับขึ้น ดังนี้

    • เส้นทางระยะสั้น: ปรับเพิ่มเป็น 290 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,180 บาท) จากเดิม 142 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 578 บาท)
    • เส้นทางระยะกลาง: ปรับเพิ่มเป็น 541 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,200 บาท) จากเดิม 264 ดอลลาร์ฮ่อง (ประมาณ 1,070 บาท)
    • เส้นทางระยะไกล: ปรับเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัว เป็น 1,164 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 4,700 บาท) จากเดิม 569 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,300 บาท)

ทั้งนี้ทางสายการบินระบุว่ามีการทบทวนค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้วเพื่อให้มีความสอดคล้องกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในตลาดโลก

วิกฤตจากสงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาสินค้าด้านพลังงานของโลก ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ขู่ว่าจะมีการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีพลาตส์ (Platts) รายงานว่าราคาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 มี.ค.) พุ่งแตะ 173.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,500 บาท

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบไปยังสายการบินอื่นทั่วโลก โดยสายการบินฮ่องกง แอร์ไลน์ (Hong Kong Airlines) ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันสูงสุดถึง 35.2% ตั้งแต่วันนี้ (12 มี.ค.) เป็นต้นไป 

รวมไปถึงสายการบินแควนตัส (Qantas Airways) ของออสเตรเลีย และแอร์นิวซีแลนด์ (Air New Zealand) ที่ต่างเตรียมปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในเส้นทางบินระหว่างประเทศภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน ในขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารราว 10% ถึง 15% 

ส่วนสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ (Vietnam Airlines) ได้ทำเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อขอยกเว้นภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเครื่องบินเพื่อลดภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงแล้ว

อย่างไรก็ตามสายการบินบางแห่งในยุโรปยังสามารถรับมือกับวิกฤตนี้ได้ในระยะสั้น เนื่องจากมีการทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้าในราคาคงที่ (Hedging) เอาไว้แล้ว โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า (Lufthansa) ของเยอรมนีเผยว่าได้สำรองน้ำมันไว้ถึง 80% ของความต้องการใช้ตลอดทั้งปี ขณะที่แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม (Air France-KLM) สามารถตกลงราคาคงที่ไว้ได้ 70% สำหรับสองไตรมาสแรก และ 60% สำหรับไตรมาสถัดไป เช่นเดียวกับสายการบินราคาประหยัดอย่างไรอันแอร์ (Ryanair) ของไอร์แลนด์ก็มีการสำรองน้ำมันไว้ในสัดส่วนที่สูงเช่นกัน

ในทางกลับกัน สายการบินเอสเอเอส (SAS) ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย กลับต้องประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารชั่วคราวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากราคาต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน.

ที่มา: CNA

IEA ชี้สงครามตะวันออกกลางทำน้ำมันขาดแคลนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

IEA ชี้สงครามตะวันออกกลางทำน้ำมันขาดแคลนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

12 มี.ค. 2569 17:23 น.

IEA ชี้สงครามตะวันออกกลางทำน้ำมันขาดแคลนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่าสงครามในตะวันออกกลางกำลังก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันโลกอาจหายไปถึง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ประเทศสมาชิกเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่เพื่อพยุงตลาด

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ออกแถลงการณ์ระบุว่าสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังสร้างความปั่นป่วนต่อระบบการจัดส่งน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก พร้อมประกาศมาตรการฉุกเฉินระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ครั้งมโหฬารเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้น

รายงานตลาดน้ำมันรายเดือนฉบับล่าสุดของ IEA คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกจะลดลงถึง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนมีนาคมนี้ สาเหตุหลักมาจากการปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมชายฝั่งอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ อิรัก, กาตาร์, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ต่างปรับลดกำลังการผลิตลงรวมกันอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ 10% ของความต้องการใช้พลังงานทั่วโลก อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งที่ขยายตัว

IEA ย้ำว่า หากเส้นทางเดินเรือไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ในเร็ววัน ความสูญเสียในภาคการผลิตจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น “การผลิตที่ถูกสั่งระงับไปนั้นอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือในบางกรณีอาจนานเป็นเดือน กว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤตได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละแหล่งขุดเจาะ รวมถึงระยะเวลาในการส่งคนงาน เครื่องมือ และทรัพยากรกลับเข้าสู่พื้นที่”

เพื่อตอบโต้สภาวะราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค.) สมาชิก IEA ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เป็นจำนวนสูงถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้สนับสนุนน้ำมันสำรองในสัดส่วนที่มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) เนื่องจากอิหร่านได้ยกระดับการโจมตีโรงกลั่นและโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งน้ำมันทั่วตะวันออกกลาง สร้างความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาตต่อไป.

แบงก์ชาติอังกฤษเตรียมใช้ภาพ “สัตว์ป่า” แทนรูปบุคคลสำคัญ บนธนบัตรรุ่นใหม่

แบงก์ชาติอังกฤษเตรียมใช้ภาพ "สัตว์ป่า" แทนรูปบุคคลสำคัญ บนธนบัตรรุ่นใหม่

12 มี.ค. 2569 14:59 น.

แบงก์ชาติอังกฤษเตรียมใช้ภาพ “สัตว์ป่า” แทนรูปบุคคลสำคัญ บนธนบัตรรุ่นใหม่

ธนาคารกลางอังกฤษประกาศแผนการออกธนบัตรชุดใหม่ โดยจะเปลี่ยนจากภาพบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น วิลเลียม เชกสเปียร์ และวินสตัน เชอร์ชิลล์ มาเป็นภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติของสหราชอาณาจักร พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับชนิดของสัตว์ที่จะปรากฏบนธนบัตรรุ่นใหม่

ธนาคารกลางอังกฤษเปิดเผยแผนการจัดทำธนบัตรรุ่นใหม่ที่จะนำภาพสัตว์ป่าและพรรณพืชพื้นเมืองของสหราชอาณาจักรมาใช้แทนที่ภาพบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธนบัตรใบละ 5, 10, 20 และ 50 ปอนด์ที่เคยใช้ภาพบุคคลมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

วิกตอเรีย เคลแลนด์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางอังกฤษ ที่รับผิดชอบในการลงนามบนธนบัตร ระบุว่าเหตุผลหลักในการออกธนบัตรรุ่นใหม่คือการ “เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันการปลอมแปลง” เนื่องจากรายละเอียดของสัตว์และธรรมชาตินั้นเลียนแบบได้ยากกว่า นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เฉลิมฉลองมรดกทางธรรมชาติของประเทศ

จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนกว่า 44,000 คน พบว่าธีม “ธรรมชาติ” ได้รับความนิยมสูงสุดถึง 60% รองลงมาคือสถาปัตยกรรมและสถานที่สำคัญ (56%), บุคคลในประวัติศาสตร์ (38%), ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬา (30%), นวัตกรรม (23%) และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ (19%)

ที่ผ่านมา การคัดเลือกบุคคลในประวัติศาสตร์มักเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้ง เช่นในปี 2013 ที่ไม่มีภาพผู้หญิงปรากฏบนธนบัตรเลย นอกเหนือจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 รวมถึงการที่ยังไม่เคยมีบุคคลจากกลุ่มชาติพันธุ์ผิวสีหรือชนกลุ่มน้อยปรากฏบนธนบัตรของธนาคารกลางอังกฤษมาก่อน การเลือกใช้สัตว์ป่าจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ “ปลอดภัย” และลดความขัดแย้งทางสังคม

อย่างไรก็ตาม นาดีม เปเรรา หนึ่งในคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าให้ความเห็นว่า “สัตว์ป่าไม่ได้แยกขาดจากวัฒนธรรมของเรา แต่มันอยู่ในตราสโมสรฟุตบอล ในตำนานพื้นบ้าน และอยู่ในความทรงจำวัยเด็ก การให้พื้นที่บนสัญลักษณ์อย่างธนบัตรจึงเป็นเรื่องที่ควรทำมานานแล้ว”

ธนาคารกลางได้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยนักสร้างสารคดีสัตว์ป่าชื่อดังอย่าง กอร์ดอน บูแคนัน และมิรันดา เครสโตฟนิคอฟ รวมถึงนักวิชาการ เพื่อจัดทำรายชื่อสัตว์ป่า โดยในช่วงฤดูร้อนนี้จะเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตเลือกสัตว์ป่าที่ชื่นชอบจากรายชื่อที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นสัตว์ป่าพื้นเมืองของสหราชอาณาจักรเท่านั้น และ “สัตว์เลี้ยงในบ้าน” จะไม่ได้รับการพิจารณา ส่วนการออกแบบอาจมีการรวมภาพพืชพรรณและภูมิประเทศเข้าไปด้วยเพื่อให้สมบูรณ์แบบ โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก “2-3 ปี” กว่าที่ธนบัตรรุ่นใหม่จะเริ่มเข้าสู่ระบบหมุนเวียน

ทั้งนี้ ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของกษัตริย์จะยังคงปรากฏบนด้านหน้าของธนบัตรตามเดิม เช่นเดียวกับต้นแบบความสำเร็จจากธนบัตร 5 ดอลลาร์ของเบอร์มิวดา ที่เพิ่งคว้ารางวัลธนบัตรแห่งปี ซึ่งใช้ภาพปลามาร์ลินสีน้ำเงินและโลมา ผสมผสานกับภาพของกษัตริย์ชาลส์ที่ 3 อย่างลงตัว.

ที่มา BBC