แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729897

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จัดงานประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “Raising the Bar in Management of Heavy Menstrual Bleeding” โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการดูแลรักษาภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูตินรีเวชกว่า 100เข้าร่วมงาน

การที่ประจำเดือนมากผิดปกติ ว่าเป็นสัญญาณอันตราย สถิติหญิงไทยจำนวนหนึ่งเกิดภาวะประจำเดือนมากผิดปกติ เตือนอาจเป็นสัญญาณ
โรคร้าย แนะวิธีสังเกตประจำเดือนเป็นลิ่มใช้ผ้าอนามัยเต็มชุ่ม 3 แผ่นขึ้นไปในช่วงกลางวัน หรือต้องลุกเปลี่ยนในช่วงกลางคืน ย้ำรีบพบแพทย์ก่อนเข้าสู่ภาวะโลหิตจาง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเนื้องอก มะเร็ง พร้อมให้ข้อมูลทางเลือกการรักษาหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้ยาปรับฮอร์โมนนวัตกรรม จนถึงการผ่าตัดรักษาเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้หญิง

ส่วนสาเหตุของภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติที่พบบ่อย เกิดจากเนื้องอกมดลูก เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ในกล้ามเนื้อมดลูก การทำงานผิดปกติของรังไข่ มีผลทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เพื่อตรวจหาสาเหตุ หากเกิดจากเนื้องอก หรือมะเร็ง ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป หรือบางรายอาจเกิดจากมีเลือดออกมามากจากกลไกการมีประจำเดือน ทำให้เลือดออกไม่หยุด ก็สามารถให้ยารักษาได้

สำหรับการรักษา แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกาย ตรวจภายใน อัลตราซาวนด์ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ในบางรายอาจต้องตรวจชิ้นเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนแนวทางการรักษานั้น มีทั้งการผ่าตัดหากคนไข้เป็นเนื้องอกก้อนใหญ่ อายุไม่มาก และยังไม่ถึงวัยใกล้หมดประจำเดือน หากเป็นรายที่มีอายุใกล้ถึงวัยหมดประจำเดือนจะทำการรักษาด้วยยา เพื่อรอเวลาให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ในรายที่ไม่มีพยาธิสภาพ พยาธิสภาพไม่มาก หรือก้อนเนื้อเล็ก ก็ให้การรักษาด้วยยาก่อน โดยแพทย์จะพิจารณาคนไข้แต่ละรายว่ามีข้อห้ามในการใช้ยาตัวไหนบ้างหรือไม่ หากไม่มีเลยจะให้ข้อมูลคนไข้ถึงทางเลือกในการรักษาทั้งหมด และให้คนไข้มีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการรักษา ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมของยาพัฒนาไปมากเพื่อลดอาการข้างเคียงของยา ลดขนาดยาลง ใช้ฮอร์โมนธรรมชาติมากขึ้น และเลือกฮอร์โมนตัวใหม่ๆ ที่มีผลข้างเคียงน้อยมาใช้

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729892

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัล “JGAB Young Designer Competition 2023” ให้นักศึกษาผู้ชนะการประกวดสุดยอดนักออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับ ใน Concept “อาเซียนร่วมสมัย”เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729896

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม  ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำ 20 นวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ ปี 2019-2022” รวม 4 ปีพร้อมด้วยครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ 7 คน ร่วมทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้

โดยทั้งหมดได้เข้าเยี่ยมชม อาทิ ฮอนด้า เวลคัม พลาซ่า อาโอยามะ (Honda Welcome Plaza Aoyama) ซึ่งตั้งอยู่ในบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยภายในจัดแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์หลากหลายรุ่น รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ของฮอนด้าที่ตอบโจทย์เป้าหมายในปี 2593 (Honda Target 2050) ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของฮอนด้าทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality)และสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Zero TrafficCollision Fatalities) และท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโตเกียวอีกหลายแห่ง

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729894

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี  ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (OOE SPU) ต้อนรับ ดร.องอาจ เทียบเกาะ รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและบุคลากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการบริหารการจัดการเรียนการสอนแบบ e-Learning รวมถึงการผลิตสื่อดิจิทัล โดยมีดร.วรสรวง ดวงจินดา ผู้อำนวยการสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ และทีมงาน OOE SPU ร่วมถ่ายทอดความรู้พร้อมการบรรยายสรุปในเรื่องความสำคัญในการบริหารจัดการการศึกษาด้านระบบ e-learning

นอกจากนี้ ยังได้ดูงานรูปแบบการดำเนินการ e-learning ในปัจจุบัน และการผลิตสื่อดิจิทัล ตลอดจนปัญหาต่างๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขในการดำเนินงานอีกทั้งให้ข้อมูลในการนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของ BUB ต่อไป อีกทั้งเพื่อเป็นการยกระดับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023 ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729900

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023  ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023 ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ Head of Research Unit in Finance and Sustainability in Disruption Era สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้นำเสนอหัวข้อเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงวัยก้าวข้ามอุปสรรคทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมในการจ้างงาน บนเวที TED 2023 : Possibility “Leaping Boldly into New Global Realities” ที่ Vancouver ประเทศแคนาดา เมื่อเร็วๆ นี้

รศ.ดร.ปิยะชาติได้สื่อสารออกไปในมุมตรงกันข้ามกับสังคมที่มีต่อผู้สูงวัย How to unlock ที่เห็นว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นข้อจำกัดในการทำงานผู้สูงวัยได้ จากความเชื่อของคนทั่วโลกที่ว่าผู้สูงวัยไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำงาน หรือค่าจ้างสูงกว่าคนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็นการปิดโอกาสผู้สูงวัยในการทำงาน ในปีค.ศ.2050 จะมีผู้สูงวัย สองพันล้านคน และ 80% ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา ผู้สูงวัยจำนวนมากจะไม่มีรายได้ และโดยส่วนตัวมีความเสียดายประสบการณ์ องค์ความรู้ในการทำงานที่สะสมมายาวนาน ด้วยคิดว่าบางลักษณะงานต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้สูงวัย เพื่อสนับสนุนการทำงานให้เป็นไปได้ด้วยดี โดยเสนอว่าควรนำ Senior Employment Technology มาทำให้ผู้สูงวัย transform กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนในประเทศนั้นๆ ที่ราคาไม่แพงเข้าถึงง่าย เพื่อขจัดอุปสรรคของผู้สูงวัย

อุปสรรคทางด้านร่างกายที่ไม่เอื้อการทำงาน หรือยกของหนัก รศ.ดร.ปิยะชาติได้เสนอให้ใช้เทคโนโลยีช่วย และใช้ระบบ Remote Working การทำงานที่บ้านโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ช่วยลดอุปสรรคด้านการเดินทาง สำหรับอุปสรรคทางสมอง ทางความจำ เสนอให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจำหรือช่วยไกด์วิธีการใช้งานหรือบางงานใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานบางอย่างรวดเร็วขึ้น เพื่อให้ผู้สูงวัย ใช้ทักษะ ประสบการณ์ทางด้านอื่นๆ ในการทำงานได้ สิ่งที่ขาดคือเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านี้จุดประกายให้หลายๆ ภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกันเพื่อเกิดการพัฒนาในส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงวัยกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อม เช่น เรื่องซอฟต์แวร์ เอ็นจิเนียริ่ง นักวิศวกร ร่วมมือกับนักลงทุน และเชื่อว่าการพัฒนาในส่วนนี้จะมีตลาดรองรับ และตลาดจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ผู้สูงวัยที่ต้องการทำงาน อาจจะเป็นเรื่องของการเงิน หรือบางส่วนอาจเป็นเรื่องของคุณค่าในตัวเอง ในอนาคตผู้สูงวัยทั่วโลกจะมีจำนวนมหาศาล และยังมีส่วนขับเคลื่อนการทำงานเศรษฐกิจและสังคมได้ โดยเป็นทรัพยากรที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีค่ากับประเทศ เพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจและสังคม และไม่เป็นภาระกับประเทศอย่างที่คิดกัน และยังช่วยลดภาระทางการเงินของประเทศได้อย่างมาก

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729899

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐานสากล IDDSI ครบคุณค่าโภชนาการ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะเคี้ยวและกลืนลำบากและกลุ่มผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและสมอง โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ที่มีอาการข้างเคียงจากการรักษา เช่น เยื่อบุในช่องปากอักเสบ มีแผลบวมแดงร้อนภายในปาก และกินอาหารได้เฉพาะอาหารที่บดละเอียดและมีความนิ่มเท่านั้น

อาหารฝึกกลืนเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมายังไม่มีมาตรฐานอาหารฝึกกลืนมาก่อน หนังสือ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI นับเป็นเมนูอาหารเล่มแรกที่ทำเกี่ยวกับอาหารฝึกกลืนให้ได้มาตรฐานสากล IDDSI” ผู้จัดทำหนังสือมีความมุ่งหวังให้หนังสือเล่มนี้ช่วยผู้ดูแลหรือญาติให้สามารถจัดเตรียมและทำอาหารที่เหมาะสมให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยได้เองที่บ้าน โดยในหนังสือมีเนื้อหาให้ความรู้ด้านอาหารโภชนาการและโภชนบำบัด ประกอบด้วยเมนูอาหารคาว อาหารหวาน และเมนูเครื่องดื่มตามมาตรฐาน IDDSI ในระดับต่างๆ ที่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย รวมถึงผู้ดูแล สามารถเลือกทำได้หลากหลายเพื่อช่วยให้ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวและกลืนลำบากบริโภคได้ดีขึ้น ลดการเกิดภาวะทุพโภชนาการและภาวะแทรกซ้อนของโรค

เมนูอาหารทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ได้แนวคิดและคำแนะนำผ่านการสำรวจความเห็นจากบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยมาแล้ว ทีมวิจัยได้นำร่องให้นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร และนักกิจกรรมบำบัด นำเมนูอาหารจากหนังสือ “46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI” ไปทดสอบกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้วหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดและจะมีการต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก นอกจากเมนูอาหารที่ญาติและผู้ดูแลสามารถนำไปใช้ในการปรุงอาหารให้ผู้สูงอายุได้เองแล้ว ในอนาคต การวิจัยนี้สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปและอาหารหวานโปรตีนสูง เช่น พุดดิ้งกลิ่นส้ม กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก กินง่ายขึ้น เจริญอาหาร ได้รับสารอาหารที่เหมาะกับร่างกาย และมีสุขภาวะที่ดีขึ้น

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด “หนังสือ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI” ได้ในรูปแบบE-book ที่เว็บไซต์ของสมาคมนักกำหนด
อาหารแห่งประเทศไทย https://www.thaidietetics.org/?p=9032หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.080-3387443

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729895

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาขาวิชาธุรกิจการบิน (International Airlines Business) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPUIC) เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 50 คน เยี่ยมชมการเรียนการสอนวิชา In-flight Services ที่ห้องปฏิบัติการจำลองการบิน (Aircraft Mock-up Room) มีการสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือด้วยอุปกรณ์จริง พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730002

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

สพม.ย้ายด่วน ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่ เผยสร้างความแตกแยก ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ

เมื่อวันที่​ 10​ พ.ค.66 ที่โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนกว่า 100  คน รวมถึง ศิษย์เก่ารวมตัวแต่งชุดดำและนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ด้วยการผูกโบว์สีเขียวไว้ที่ผม ที่ข้อมือ ขณะที่ด้านหน้าของโรงเรียนมีการรวมตัวชูป้ายข้อความประท้วง คนตะกั่วป่าไม่ต้องการ ผอ.ปาจรีย์ หรือคำว่า ผอ.ดีมีรึจะถูกไล่ เพื่อขับไล่ ปาจรีย์ สุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล พร้อมกับเปิดเพลงมาร์ชของโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูลที่ติดตั้งบนรถแห่ จากนั้นได้รวมตัวเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับปราศรัยโจมตีการทำงานของ ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูลเป็นระยะ         

สืบเนื่องจากการบริหารงานของผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” นับตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งสถานศึกษาแห่งนี้ มีประเด็นความไม่เหมาะสมและเกิดความผิดพลาดต่างๆจากการบริหารงานอย่างมากมายภายในโรงเรียน ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องกันว่าผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” ไม่มีความสามารถในการบริหารโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพได้ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียนและสถานศึกษาอย่างชัดเจน การบริหารงานสร้างความแตกแยกในองค์กร บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ขาดการพัฒนา ปรับปรุงอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคที่สะอาด เหมาะสมและปลอดภัยต่อนักเรียน ในการนี้ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายผู้ปกครอง และสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล”  ได้หารือกันเป็นระยะๆตลอดมา และถึงตอนนี้ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องต้องกันว่า เพื่อมิให้คุณภาพการศึกษาและภาพลักษณ์ของโรงเรียนตกต่ำไปมากกว่านี้ โรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้น

โดยกลุ่มผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและนักเรียนได้ยื่นหนังสือต่อนายจักรกฤษณ์ ศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ที่เดินทางมารับหนังสือจากผู้ปกครอง โดยข้อเรียกร้องของผู้ปกครองและศิษย์เก่า ขอให้สำนักงานเขต ย้าย ผอ.ปาจรีย์ ออกจากโรงเรียนภายใน 24 ชั่วโมง แต่ทางด้านของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กล่าวว่าตนเองจะรับหนังสือเพื่อนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้พิจารณาในข้อเรียรกร้องต้องใช้เวลาในการสอบสวน 7 วัน ถึงจะทราบผล สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครอง โดยกลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าของ โรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล ยืนยันว่าถ้าวันนี้ไม่มีความชัดเจนว่า ผอ.ปาจรีย์ ต้องย้ายออกจากโรงเรียน พวกตนจะไม่ยุติการชุมนุมอย่างเด็ดขาด 

จากนั้นนายจักรกฤษณ์ ศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง คณะครู ผอ.ปาจรีย์ ได้ปิดห้องหารือเพื่อหาทางออก ใชเวลากว่า 1 ชั่วโมง ส่วนทางด้านนอกอาคารเรียน กลุ่มผู้ปกครองครู ศิษย์เก่า และนักเรียนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของทาง ผอ.ปาจรีย์ ก็ยังคง ปราศรัย พร้อมยืนยัน ผอ.ปาจรีย์ ต้องย้ายด่วนภายใน 24 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา  10.30น.ทางคณะของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ได้ออกมาพบกับผู้ชุมนุมพร้อมกับกล่าวว่า ทางสำนักงานเขตได้มีมติย้าย นางสาวปาจรีย์ สุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูลสุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล ไปปฎิบัติหน้าที่ราชการที่จังหวัดระนอง ให้มีผลทันทีวันนี้ โดยทางนางสาวปาจรีย์ สุวัตถิกุล.จะต้องเดินทางไปรายงานตัวในวันพรุ่งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความดีใจ.-008 
 

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729856

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.22 น.

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ หนุนสร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ยึดเด็กเป็นตัวตั้ง ลดความเหลื่อมล้ำ ปรับบทบาทครูอาจารย์จากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

10 พฤษภาคม 2566 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวในการประชุมสัมมนา “Igniting Life Learning journey : จุดประกายเส้นทางการเรียนรู้” ที่จัดโดย บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง จำกัด (ไบร์ทเทอร์บี) โดยระบุว่า สมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างมืออาชีพในปัจจุบัน สำหรับเด็กยุคใหม่นั้น ไม่ได้ต้องการความเก่งอย่างเดียว แต่ต้องทำงานมีความสุขด้วย โดยได้หยิบยก 3 ทักษะหลัก

ทักษะที่ 1 คือ Critical skill ซึ่งเป็นที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการทำงาน ประกอบด้วย 2 ทักษะหลักคือ Hard Skill ซึ่งต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ และ Soft Skill หรือทักษะทางสังคม ที่นักศึกษาจำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้ และนำไปใช้ เพราะในการเรียนการสอน ถ้าให้ความสำคัญแต่วิชาการเพียงอย่างเดียว เมื่อต้องไปทำงานจริง จะอยู่ไม่ได้ ทำงานกับคนอื่นไม่ได้ และงานก็จะก้าวหน้าไม่ได้ด้วย

ทักษะที่ 2 คือ Future skill คือการทำตัวเราให้พร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเราจะสามารถรับมือได้ โดยต้องมีความรู้ทั้งด้านกว้างและด้านลึก ยกตัวอย่าง อาชีพหมอ ความรู้เชิงลึกคือการแพทย์ การรักษาคน ขณะเดียวกันเมื่อไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต้องอยู่กับคนทั้งอำเภอ ภาระหน้าที่ต้องทำมากกว่าหมอทั่วไป คือไม่ใช่แค่รักษาคนไข้ แต่ต้องเป็นผู้นำชุมชน ต้องมีความรู้เชิงกว้างด้วย การเตรียมพร้อมที่ปรับตัวได้เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ และคนแบบนี้จะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทักษะที่ 3 Life Skill หรือ ทักษะชีวิต ถ้าเรามีทักษะชีวิตที่ดี การทำงานจะออกมาดีมาก ผลงานก็โดดเด่น มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งการมีทักษะชีวิตคือ รู้ว่าเรามีเป้าหมายอะไร ความหมายของชีวิตเราคืออะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร การมีทักษะชีวิตที่ดี จะรู้ว่าจะสามารถดูแลรับผิดชอบครอบครัวได้อย่างไร รู้ว่าอะไรดีไม่ดี และหากเรามีทั้ง 3 ทักษะนี้ ในสัดส่วนที่เหมาะสม งานก็จะก้าวหน้า ชีวิตก็จะมีความหมายและมีความสุข ซึ่งจะส่งผลให้คนรอบข้างเจริญตามไปด้วย

ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้ยกคำสอนของ ขงจื๊อ ที่จำแนกคนออกมาเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

1. สามัญชน คือคนที่ไม่ค่อยอยู่ในระเบียบวินัย ทำอะไรไปตามอำเภอใจ ไม่รู้กฎเกณฑ์สังคมว่าคืออะไร เป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาคนอื่น ทำงานได้แต่ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

2. บัณฑิต เป็นกลุ่มที่พอจะรู้หลักเหตุผล ทำงานได้ เลี้ยงตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ แต่ยังไม่มีอะไรโดดเด่น ที่ทำให้เกิดผลกระทบคนอื่นได้ ความก้าวหน้าก็จะค่อยเป็นค่อยไป

3. ปราชญ์ สามารถทำงานที่อยู่ในทำนองคลองธรรม พูดจาน่าเชื่อถือ มีหลัก มีคุณธรรม มีอะไรที่เป็นแบบอย่างให้คนทั่วไปได้

4. วิญญูชน เป็นคนที่มีความรู้ มีความสามารถในการศึกษาเรียนรู้ บ่มเพาะคุณธรรม จริยธรรมของตัวเอง พูดจริง ทำจริง ไม่โกหก มีความสามารถที่ลึกล้ำหาคนเทียบได้ยาก

5. อริยบุคคล เป็นคนที่เก่งอย่างล้ำลึก และทำอะไรให้เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ เกิดผลดีทั้งต่อครอบครัว องค์กร สังคม และทำผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้ก้าวหน้าและเจริญขึ้น โดยที่คนรอบข้างอาจไม่รู้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นแล้ว

“ถ้าเราอยากได้คนที่อยู่ในกลุ่มวิญญูชน ก็ต้องพัฒนาคนให้มีสมรรถนะที่ตอบโจทย์ ไม่สร้างผลกระทบในแง่ลบให้กับตนเอง องค์กร และประเทศชาติ เกิดเป็นวงจรคุณธรรม คือพาคนให้ก้าวหน้า พัฒนาขึ้นทั้งหมด” ดร.กิติพงค์ กล่าว

สำหรับแนวทางการสร้างสมรรถนะให้กับเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนิเวศการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็ก ๆ ในยุคนี้ ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า การที่จะได้มาซึ่งสมรรถนะมีหลากหลายช่องทางมาก ตั้งแต่ช่องทางใหญ่ ๆ คือเรื่องการศึกษา ที่ใส่มาในหลักสูตร ต้องรู้วิธีการสอดแทรกเข้าไปผ่านกิจกรรม ที่ทำให้เกิด Learning by doing ทำให้เด็กมีทักษะ มีสมรรถนะ และมี Growth mindset ส่วนต่อมาคือ การเรียน ที่ต้องยึดเด็กเป็นตัวตั้ง ถ้าต้องการเห็นสมรรถนะอะไรในตัวเด็ก ต้องถอยกลับมามองว่าจะทำให้เกิดสมรรถนะนั้นต้องทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่จะช่วยได้เยอะคือ design thinking

“การ Learning by doing เป็นการเรียนโดยการลงมือลงมือปฏิบัติจริง จะเกิดผลอย่างมาก แต่ต้องมีคนคอยช่วยเป็นเมนเทอร์ เป็นโค้ช อาจารย์มีบทบาทสำคัญมาก แต่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองจากมาสเตอร์ เปลี่ยนเป็น facilitator หาวิธีสนับสนุนส่งเสริมเด็กแต่ละคนให้ไปในทิศทางที่พวกเขาสนใจ ให้ความสำคัญกับเด็กทุกคนในชั้นเรียน ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทำให้เด็กที่มีต้นทุนไม่เท่ากัน สามารถเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ สิ่งต่อมาคือการสร้างระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของเด็ก ต้องไปหาให้เจอว่าองค์ประกอบของระบบนิเวศ หรือ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้นั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และองค์ประกอบเหล่านั้นต้องปรับอย่างไร อีกทั้งตัวผู้บริหาร ครู ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ฝึกการเป็น facilitator การรับฟัง มองถึงจุดแข็งของเด็ก และหาแนวทางส่งเสริมอย่างเหมาะสม” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729850

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.16 น.

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากรทางการศึกษา วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง  

10 พ.ค.66 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงสัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้าย ดังนั้นขอย้ำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน วางตัวเป็นกลาง ในฐานะข้าราชการจะฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ รวมถึงการอนุมัติใช้สถานที่ราชการ จะต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ถ้าอนุญาตให้พรรคการเมืองใดใช้สถานที่ ก็จะต้องอนุญาตให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้สถานที่ได้ด้วยเพื่อความเป็นกลาง และสุดท้ายคือการใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นสิทธิเฉพาะตัวบุคคล ขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยที่มีชื่ออยู่ ขอเชิญชวนให้ข้าราชการครูและบุคาลกรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนทุกคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม  -009