นักโทษออสเตรเลียฟ้องศาล เรียกร้องสิทธิ์กินสเปรด “Vegemite” ในเรือนจำ

นักโทษออสเตรเลียฟ้องศาล เรียกร้องสิทธิ์กินสเปรด "Vegemite" ในเรือนจำ

18 พ.ย. 2568 16:10 น.

นักโทษออสเตรเลียฟ้องศาล เรียกร้องสิทธิ์กินสเปรด “Vegemite” ในเรือนจำ

เกิดคดีความแปลกประหลาดขึ้นในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เมื่อนักโทษคดีฆาตกรรมได้ยื่นฟ้องศาลเพื่อโต้แย้งคำสั่งห้ามไม่ให้นักโทษรับประทาน “เวจจีไมต์” (Vegemite) สเปรดทาขนมปังชื่อดังของออสเตรเลีย โดยอ้างว่าการห้ามกินเวจจีไมต์ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเขาในการ “เสพสุนทรียะทางวัฒนธรรม” ในฐานะชาวออสเตรเลีย

นายอังเดร แม็คเคชนี วัย 54 ปี ได้นำข้อพิพาทเพื่อขอรับประทาน “เวจจีไมต์” สเปรดทาขนมปังที่มีรสเค็ม เหนียว และมีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตเบียร์ ไปยังศาลสูงสุดแห่งรัฐวิกตอเรีย โดยยื่นฟ้องสำนักงานยุติธรรมและความปลอดภัยชุมชนแห่งรัฐวิกตอเรีย และสำนักงานราชทัณฑ์วิกตอเรีย ซึ่งคดีนี้มีกำหนดไต่สวนในปีหน้า

นายแม็คเคชนีต้องการให้ศาลประกาศว่าถูกละเมิดสิทธิภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบ ซึ่งรับรองให้ประชาชนชาวออสเตรเลีย “สามารถเสพสุนทรียะทางวัฒนธรรม” นอกจากนี้ เขายังต้องการให้ศาลสั่งว่าจำเลยละเมิดกฎหมายเรือนจำโดย “ล้มเหลวในการจัดหาอาหารที่เพียงพอต่อการรักษาสุขภาพที่ดี” ของเขา

ทั้งนี้ สำนักงานราชทัณฑ์วิกตอเรีย ได้สั่งห้ามเวจจีไมต์ในเรือนจำของรัฐวิกตอเรียตั้งแต่ปี 2006 โดยอ้างว่ามัน “รบกวนการทำงานของสุนัขตรวจจับยาเสพติด” เนื่องจากนักโทษเคยใช้เวจจีไมต์ทาห่อบรรจุยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย โดยหวังว่ากลิ่นจะเบี่ยงเบนความสนใจของสุนัข นอกจากนี้ เวจจีไมต์ยังมีส่วนผสมของยีสต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกห้ามในเรือนจำวิกตอเรีย เนื่องจาก “อาจถูกนำไปใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์”

เวจจีไมต์ ซึ่งผลิตในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 1923 เป็นอาหารที่คนออสเตรเลียส่วนใหญ่ชื่นชอบ แต่เป็นรสชาติที่ต้องฝึกกินสำหรับผู้ที่ไม่ได้เติบโตมากับมัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา เคยถึงกับกล่าวว่า “มันแย่มาก” ขณะที่เพลงดัง “Down Under” ของวง Men at Work เคยทำให้คนทั่วโลกสงสัยว่า “Vegemite sandwich” คืออะไร

เวจจีไมต์มักใช้เป็นสเปรดทาขนมปังปิ้งยามเช้าและแซนด์วิชชีส โดยแฟนๆ เห็นตรงกันว่าควรทาเพียงบางๆ โดยชาวออสเตรเลียที่เดินทางไปต่างประเทศมักบ่นว่าเวจจีไมต์หายาก รัฐบาลออสเตรเลียต้องแทรกแซงเมื่อเมื่อต้นปี หลังแคนาดาเคยสั่งห้ามร้านคาเฟ่ในนครโตรอนโตขายเวจจีไมต์ชั่วคราว ก่อนภายหลังจะยอมผ่อนปรนให้ขายได้

ด้านนักกฎหมายและผู้สนับสนุนเหยื่ออาชญากรรม จอห์น เฮอร์รอน วิจารณ์ว่าคดีนี้ไร้สาระและสร้างความไม่สบายใจแก่ครอบครัวเหยื่อ โดยกล่าวว่าเหยื่อ “แทบไม่เหลือสิทธิใด ๆ” แต่ผู้กระทำผิดกลับได้รับความสนใจมากกว่า

แมคเคนนีถูกคุมขังในเรือนจำความมั่นคงสูง Port Phillip เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากคดีฆาตกรรมโอโต คูห์เน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้มั่งคั่ง ที่เมืองโกลด์โคสต์เมื่อปี 1994 ก่อนถูกย้ายจากเรือนจำรัฐควีนส์แลนด์มาวิกตอเรียเมื่อราวสิบปีต่อมา เขาเคยได้รับทัณฑ์บนและใช้ชีวิตอิสระ 8 ปี แต่กลับเข้าคุกอีกครั้ง  ปัจจุบันเขาคุมขังต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี.

ที่มา AP

ไขปริศนาคดี ครอบครัวนทท.ตุรกี-เยอรมันเสียชีวิตในอิสตันบูล พบอาจตายเพราะยาฆ่าแมลง ไม่ใช่สตรีทฟู้ด

ไขปริศนาคดี ครอบครัวนทท.ตุรกี-เยอรมันเสียชีวิตในอิสตันบูล พบอาจตายเพราะยาฆ่าแมลง ไม่ใช่สตรีทฟู้ด

18 พ.ย. 2568 15:12 น.

ไขปริศนาคดี ครอบครัวนทท.ตุรกี-เยอรมันเสียชีวิตในอิสตันบูล พบอาจตายเพราะยาฆ่าแมลง ไม่ใช่สตรีทฟู้ด

ตุรกีเร่งไขคดี ครอบครัวนักท่องเที่ยวตุรกี-เยอรมันและลูก 2 คนเสียชีวิต หลังทานอาหารสตรีทฟู้ดในอิสตันบูล โดยพบข้อมูลว่าพวกเขาอาจเสียชีวิตจากยาฆ่าแมลงในโรงแรม ขณะที่ตร.จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 11 คน

ตำรวจตุรกีเร่งมือสอบสวนข้อเท็จจริง จากเหตุการณ์ที่ครอบครัวซึ่งมาท่องเที่ยวจากเยอรมนีล้มป่วย หลังรับประทานอาหารริมทางชื่อดังในย่าน ออร์ตากอย ริมช่องแคบบอสฟอรัส โดยทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาล ก่อนที่เด็กทั้งสองจะเสียชีวิตในวันพฤหัสบดี และแม่เสียชีวิตในวันศุกร์ที่แล้ว  โดยเหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา 

สำนักข่าวอนาโตลูของตุรกี ระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ ชีเด็ม โบเค็ก ลูกชายวัย 6 ขวบ คาดีร์ และลูกสาววัย 3 ขวบ มาซาล ส่วนบิดา เซอร์เวต์ โบเค็ก  ยังอาการวิกฤตในห้องไอซียู

แม้อัยการอิสตันบูลจะเปิดการสอบสวนโดยตั้งสมมติฐานว่าครอบครัวอาจถูกวัตถุปนเปื้อนจากอาหาร แต่รายงานเชิงลึกล่าสุดระบุว่า ครอบครัวอาจได้รับสารเคมีจากการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดตัวเรือดภายในโรงแรมที่พัก

ขณะที่หนังสือพิมพ์ เฮอริเยต์ รายงานว่า ห้องพักชั้นล่างของโรงแรมได้ถูกฉีดพ่นยาฆ่าแมลง และมีความเป็นไปได้ว่าสารดังกล่าวอาจเล็ดลอดขึ้นมาสู่ห้องพักของครอบครัวบนชั้นหนึ่งผ่านช่องระบายอากาศในห้องน้ำ

โดยต่อมา โรงแรมซึ่งตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าอิสตันบูล มีการอพยพผู้เข้าพักทั้งหมดในวันเสาร์ หลังมีแขกเพิ่มเติมอีก 2 คนถูกส่งโรงพยาบาลด้วยอาการคล้ายกัน 

ล่าสุดสำนักข่าว อนาโตลู รายงานว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมแล้ว 11 ราย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ขายอาหารสตรีทฟู้ด 5 ราย เจ้าของโรงแรมและพนักงานอีก 2 คน และพนักงานบริษัทกำจัดแมลง 3 คน ในจำนวนนี้ 8 คนจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันจันทร์

ทั้งนี้ คาดว่ารายงานทางพิษวิทยาจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงผลตรวจตัวอย่างอาหารจากกระทรวงเกษตร จะเผยแพร่ภายในวันเดียวกัน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า แม่และลูกทั้งสองถูกฝังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในหมู่บ้านของครอบครัว  ทางตอนกลางของตุรกี ห่างจากกรุงอังการาราว 240 กิโลเมตร.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตุรกี

ผลการศึกษาชี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ได้รับเงินกู้จากจีนมากที่สุดในโลก

ผลการศึกษาชี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ได้รับเงินกู้จากจีนมากที่สุดในโลก

18 พ.ย. 2568 15:11 น.

ผลการศึกษาชี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ได้รับเงินกู้จากจีนมากที่สุดในโลก

ผลการศึกษาใหม่เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่รับเงินกู้จากจีนมากที่สุดในโลก จากการติดตามกิจกรรมสินเชื่อของทางการจีน และพบแนวโน้มว่าจีนกำลังหันไปปล่อยกู้ให้กับประเทศที่มีรายได้สูง แทนที่จะเป็นประเทศกำลังพัฒนา

รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารโดย AidData ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยของมหาวิทยาลัยวิลเลียม แอนด์ แมรี ในสหรัฐฯ ระบุว่า ยอดรวมการให้กู้ยืมและเงินช่วยเหลือจากจีนรวมทั้งสิ้น 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 200 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2023

เดิมที จีนถูกมองว่าเป็นผู้ให้กู้แก่ประเทศกำลังพัฒนาผ่านโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road initiative) แต่ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปสู่การปล่อยกู้ให้กับประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้า โดยให้การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง ในด้านต่าง ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และพลังงานสะอาด

AidData ระบุว่า ขนาดพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อของจีนใหญ่กว่าที่เคยมีการประเมินไว้ถึง 2-4 เท่า ทำให้จีนยังคงเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่อย่างเป็นทางการของโลก โดยมากกว่า 3 ใน 4 ของการดำเนินงานปล่อยกู้ในต่างประเทศของจีนในปัจจุบัน สนับสนุนโครงการและกิจกรรมในประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงและประเทศที่มีรายได้สูง

นายแบรด พาร์คสผู้อำนวยการบริหารของ AidData และหัวหน้าผู้เขียนรายงานกล่าวว่า “การปล่อยกู้ส่วนใหญ่ให้กับประเทศร่ำรวยนั้น มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แร่ธาตุสำคัญ และการเข้าซื้อกิจการสินทรัพย์เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น บริษัทเซมิคอนดักเตอร์”

รายงานระบุว่า สหรัฐอเมริกาได้รับสินเชื่อจากภาคส่วนทางการของจีนมากที่สุด คือมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการและกิจกรรมเกือบ 2,500 รายการ

AidData ชี้ว่า หน่วยงานของรัฐบาลจีน “มีความกระตือรือร้นในทุกมุมและทุกภาคส่วนของสหรัฐฯ” โดยให้เงินสนับสนุนการก่อสร้างโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในรัฐเท็กซัสและหลุยเซียนา, ศูนย์ข้อมูลในรัฐเวอร์จิเนีย, อาคารผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคเนดี ในนครนิวยอร์ก และสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส รวมถึงท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Matterhorn Express และท่อส่งน้ำมัน Dakota Access

นอกจากนี้ จีนยังให้การสนับสนุนทางการเงินในการเข้าซื้อบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง และสถาบันการเงินของรัฐบาลจีนได้มอบวงเงินสินเชื่อให้กับบริษัทในดัชนี Fortune 500 หลายแห่ง เช่น Amazon, AT&T, Verizon, Tesla, General Motors, Ford, Boeing และ Disney

ขณะที่สัดส่วนการให้กู้แก่ประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำลดลงเหลือ 12% ในปี 2023 จาก 88% ในปี 2000 แต่ในขณะเดียวกัน สัดส่วนการสนับสนุนประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้สูงเพิ่มขึ้นเป็น 76% ในปี 2023 จาก 24% ในปี 2000 โดยยกตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรได้รับ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สหภาพยุโรปได้รับ 1.61 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา Reuters

“Prince Group” กัมพูชา เปิดบริษัทลูก 3 แห่งในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2022

"Prince Group" กัมพูชา เปิดบริษัทลูก 3 แห่งในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2022

18 พ.ย. 2568 13:04 น.

“Prince Group” กัมพูชา เปิดบริษัทลูก 3 แห่งในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2022

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงาน โดยอ้างอิงจากเอกสารและคำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่ากลุ่มบริษัท “Prince Holding Group” ซึ่งอยู่ในบัญชีมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงข้ามชาติและการค้ามนุษย์ ได้จัดตั้งบริษัทในเครืออย่างน้อย 3 แห่ง ในประเทศญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 2022

แม้ว่าบริษัทที่เชื่อมโยงกับ Prince Holding Group จะระบุการดำเนินธุรกิจเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์และกิจกรรมที่คล้ายคลึงกัน แต่มีข้อสงสัยว่าบริษัทเหล่านี้อาจถูกใช้เพื่อการฟอกเงิน ที่ได้จากกิจกรรมทางอาญา

บริษัทในเครือที่เปิดในญี่ปุ่น ยังรวมถึงบริษัทที่ปรึกษา Prince Japan ที่ก่อตั้งในปี 2023 ที่เขตชิบูยา กรุงโตเกียว และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Canopy Sands Development Japan ก่อตั้งในปี 2024 ที่เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว

ในเดือนมิถุนายน 2023 บริษัท Prince Japan ได้เปิดเผยทางอีเมลในการสมัครเป็นสมาชิกสมาคมบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นว่าตนเป็นบริษัทลูกของ Prince Holding Group ส่วนในเดือนพฤศจิกายน 2024 สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์บนเฟซบุ๊ก แนะนำบริษัท Canopy Sands Development Japan ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Prince Group

รายงานสื่อต่างประเทศระบุว่า บริษัทท้องถิ่นในเครือของ Prince Holding Group ในเกาหลีใต้และไต้หวัน ต่างถูกเชื่อมโยงกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์และบัญชีธนาคารที่มีเงินจำนวนมาก ซึ่งตอกย้ำว่ากลุ่มนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ได้เข้ามาดำเนินการในญี่ปุ่นด้วย

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิ่มชื่อ Prince Holding Group และประธานบริษัท คือนายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน เข้าไปในรายชื่อรายชื่อบุคคลต้องห้าม

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่ม Prince Holding Group ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงพนมเปญ กัมพูชา ได้จัดตั้งสถานที่ปฏิบัติการหลอกลวงขนาดใหญ่โดยเฉพาะอย่างน้อย 10 แห่ง ในกัมพูชา โดยหลอกล่อชาวต่างชาติด้วยการโพสต์รับสมัครงานที่เสนอรายได้สูง แต่สุดท้ายกลับถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในการฉ้อโกงออนไลน์ การพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย และกิจกรรมทางอาญาอื่น ๆ

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเสียหายจากการฉ้อโกงออนไลน์และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าสูงถึง 16,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา Kyodo

ญี่ปุ่นเตือนพลเมืองในจีนระวังความปลอดภัย หลังวิกฤตการทูตกรณีไต้หวันทวีความรุนแรง

ญี่ปุ่นเตือนพลเมืองในจีนระวังความปลอดภัย หลังวิกฤตการทูตกรณีไต้หวันทวีความรุนแรง

18 พ.ย. 2568 12:09 น.

ญี่ปุ่นเตือนพลเมืองในจีนระวังความปลอดภัย หลังวิกฤตการทูตกรณีไต้หวันทวีความรุนแรง

ญี่ปุ่นออกคำเตือนให้พลเมืองในจีนเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่ทวีความตึงเครียดเกี่ยวกับกรณีไต้หวัน

มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า คำเตือนล่าสุดเป็นการตอกย้ำให้ชาวญี่ปุ่นคำนึงถึงความปลอดภัย หลังสื่อจีนสะท้อนบรรยากาศความไม่พอใจต่อญี่ปุ่นรุนแรงมากขึ้น อันเป็นผลจากเหตุการณ์ทางการทูตช่วงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยิ่งแย่ลงหลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่นกล่าวในสภาเมื่อต้นเดือนว่า หากจีนโจมตีไต้หวันจนเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น ก็อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารได้

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในจีน ได้ออกประกาศเตือนประชาชนเมื่อวันจันทร์ (17 พ.ย.) ให้เคารพธรรมเนียมท้องถิ่น และระมัดระวังการปฏิสัมพันธ์กับชาวจีน พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียวและเพิ่มความระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องอยู่กับเด็ก โดยระบุว่า “หากพบเห็นบุคคลหรือกลุ่มคนที่น่าสงสัย แม้เพียงเล็กน้อย ไม่ควรเข้าใกล้และให้รีบออกจากพื้นที่ทันที”

ความตึงเครียดยังส่งผลต่อวงการบันเทิงจีน เมื่อผู้จัดจำหน่ายประกาศเลื่อนฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างน้อยสองเรื่อง ได้แก่ “Crayon Shin-chan the Movie: Super Hot! Scorching Kasukabe Dancers” และ “Cells at Work!” ที่เดิมมีกำหนดเข้าฉายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยสถานี CCTV ระบุว่าเป็น “การตัดสินใจที่รอบคอบ” สอดคล้องกับกระแสความรู้สึกของผู้ชมที่เปลี่ยนไป

จีนยังคงยืนยันว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนและไม่ตัดทางเลือกในการใช้กำลังเพื่อรวมชาติ ขณะที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวและย้ำว่าชะตากรรมของเกาะควรเป็นสิ่งที่ประชาชนไต้หวันตัดสินใจเอง ไต้หวันตั้งอยู่ห่างจากดินแดนญี่ปุ่นเพียงราว 110 กิโลเมตร และเส้นทางเดินเรือรอบเกาะถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับญี่ปุ่น อีกทั้งญี่ปุ่นยังเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯ

ญี่ปุ่นพยายามลดความร้อนแรงของข้อพิพาท หลังจีนตอบโต้ด้วยการเตือนพลเมืองไม่ให้เดินทางไปญี่ปุ่น และประกาศว่าไม่มีกำหนดพบปะกับนายกฯ ทากาอิจิ ในเวที G20 ที่แอฟริกาใต้ในสัปดาห์นี้ นายคิฮาระระบุว่า ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องการพบปะทวิภาคี แต่ญี่ปุ่นเปิดกว้างสำหรับ “การเจรจาในทุกช่องทาง”

เมื่อวันอาทิตย์ เรือยามฝั่งจีนแล่นเข้าสู่น่านน้ำใกล้หมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกที่ญี่ปุ่นควบคุม ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เช่นกัน ก่อนที่ยามฝั่งญี่ปุ่นจะผลักดันเรือจีนออกไป สหรัฐฯ แม้ไม่ประกาศรับรองหมู่เกาะดังกล่าวว่าเป็นดินแดนของญี่ปุ่น แต่ย้ำมาตั้งแต่ปี 2014 ว่ามีพันธกรณีต้องปกป้องญี่ปุ่นตามสนธิสัญญาความมั่นคงญี่ปุ่น–สหรัฐฯ โดยนายจอร์จ กลาสส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น โพสต์บน X ว่า “สหรัฐฯ มุ่งมั่นปกป้องญี่ปุ่นเต็มที่ ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะเซนกากุ การเคลื่อนไหวของเรือยามฝั่งจีนจะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งนี้”

เรียวเซ อาคาซาวะ ด้านรัฐมนตรีการค้าญี่ปุ่น ระบุว่า มาตรการควบคุมการส่งออกของจีนต่อสินแร่หายากและวัสดุอื่นๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้เกิดความตึงเครียดทางการทูต ญี่ปุ่นยังคงพึ่งพาแร่สำคัญเหล่านี้ในอุตสาหกรรมตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงรถยนต์

ผู้นำองค์กรธุรกิจใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่นได้เข้าพบนางทากาอิจิเมื่อค่ำวันจันทร์ และเรียกร้องให้ใช้การเจรจาแก้ปัญหา โดยโยชิโนะบุ ซึทสึอิ ประธานสภาธุรกิจเคดันเร็น กล่าวว่า “เสถียรภาพทางการเมืองคือเงื่อนไขพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ”

อย่างไรก็ตาม อัลเลน คาร์ลสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศจีนจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ระบุว่า แม้ญี่ปุ่นจะพยายามลดความตึงเครียด แต่การไม่ถอนคำกล่าวของผู้นำญี่ปุ่นยิ่งทำให้จีนไม่พอใจ และทำให้ทั้งสองประเทศ “ยืนอยู่บนสันคมมีด” ในเวลานี้.

ที่มา Reuters

สื่ออินเดียตีข่าว หนุ่มดวงแข็ง รอดตายคนเดียวจากอุบัติเหตุรถบัสผู้แสวงบุญคว่ำที่ซาอุฯ คร่า 45 ศพ

สื่ออินเดียตีข่าว หนุ่มดวงแข็ง รอดตายคนเดียวจากอุบัติเหตุรถบัสผู้แสวงบุญคว่ำที่ซาอุฯ คร่า 45 ศพ

18 พ.ย. 2568 11:58 น.

สื่ออินเดียตีข่าว หนุ่มดวงแข็ง รอดตายคนเดียวจากอุบัติเหตุรถบัสผู้แสวงบุญคว่ำที่ซาอุฯ คร่า 45 ศพ

สื่ออินเดียตีข่าว หนุ่มวัย 24 ปี สุดดวงแข็ง เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จากอุบัติเหตุรถบัสผู้แสวงบุญชนรถบรรทุกน้ำมันคว่ำไฟลุก ที่ซาอุฯ ทำให้เพื่อนร่วมเดินทางคนอื่นๆ เสียชีวิตทั้งลำ รวม 45 ศพ

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าว NDTV ของอินเดียรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารที่กำลังนำคณะผู้แสวงบุญชาวอินเดียเดินทางจากนครเมกกะ ไปยังเมืองเมดินา ชนเข้ากับรถบรรทุกน้ำมันดีเซล ทำให้เกิดไฟลุกท่วมรถทั้งคัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 45 ศพ จากจำนวนคนบนรถรวม 46 คน

รายงานข่าวระบุว่า มีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว คือนาย โมฮัมหมัด อับดุล โชอับ อายุ 24 ปี ชาวเมืองไฮเดอราบาด ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังคนขับช่วงเกิดเหตุ ขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทราบอาการแน่ชัด โดยขณะที่รถชนทำให้เกิดแรงกระแทก ร่างของนายโชอับถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปนอกตัวรถ จากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมารถบัสเกิดการระบิดไฟลุกท่วมทั้งคัน

ทางด้านสถานกงสุลอินเดียในนครเจดดาห์ ระบุว่าได้เปิดศูนย์ประสานงานฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะที่ นายเอส ชัยศันการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนรัสเซีย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ และแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้ผู้บาดเจ็บหายเร็วที่สุด 

ขณะเดียวกันนายเรวันท์ เรดดี มุขมนตรีรัฐเตลังคานา แสดงความตกใจต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ พร้อมสั่งการให้ประสานกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตซาอุฯ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยตั้งศูนย์ควบคุมสถานการณ์ในกรุงนิวเดลีและที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแจ้งข้อมูลแก่ญาติผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่อินเดียเผยว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด และเร่งทำงานร่วมกับทางการซาอุดีอาระเบียเพื่อดำเนินการด้านเอกสาร ส่งศพกลับประเทศโดยเร็ว.

“Parasocial” คว้าตำแหน่งคำแห่งปี 2025 จากพจนานุกรมเคมบริดจ์

"Parasocial" คว้าตำแหน่งคำแห่งปี 2025 จากพจนานุกรมเคมบริดจ์

18 พ.ย. 2568 11:24 น.

“Parasocial” คว้าตำแหน่งคำแห่งปี 2025 จากพจนานุกรมเคมบริดจ์

หากเราเคยรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งกับศิลปินเพลงป๊อปชื่อดังอย่างเทย์เลอร์ สวิฟต์ แม้ว่าเราจะไม่เคยพบเธอเลยก็ตาม และหากเรารู้สึกเช่นนั้น พฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็น “Parasocial” และกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง โดยพจนานุกรมเคมบริดจ์ได้ประกาศให้คำนี้ให้เป็น “คำแห่งปี 2025” 

นักอภิธานศัพท์ของเคมบริดจ์ระบุว่า เลือกคำนี้ในฐานะที่เป็นปีที่โดดเด่นด้วยความสนใจใน “ความสัมพันธ์แบบทางเดียว” ที่ผู้คนสร้างขึ้นกับคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ และแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ 

คำว่า Parasocial ถูกนิยามว่า “เกี่ยวข้องกับหรือสัมพันธ์กับการเชื่อมโยงที่บางคนรู้สึกระหว่างตัวเองกับบุคคลที่มีชื่อเสียงที่พวกเขาไม่รู้จัก” 

คำนี้มีที่มาย้อนกลับไปถึงปี 1956 เมื่อนักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยชิคาโก 2 ท่าน ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ชมรายการโทรทัศน์ได้พัฒนาความสัมพันธ์แบบ “Parasocial” กับพิธีกรหรือบุคคลในโทรทัศน์ โดยมองพวกเขาในลักษณะเดียวกับเพื่อนสนิทหรือสมาชิกในครอบครัว

ศาสตราจารย์ ซิโมน ชนอลล์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคมเชิงทดลองจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ยกย่องคำว่า Parasocial ว่าเป็นทางเลือกที่ “สร้างแรงบันดาลใจ” พร้อมกล่าวเสริมว่า “เราได้เข้าสู่ยุคที่ผู้คนจำนวนมากสร้างความสัมพันธ์แบบ Parasocial ที่ไม่ดีต่อสุขภาพใจต่อบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ แนวโน้มแบบ Parasocial กำลังก้าวสู่มิติใหม่ เมื่อผู้คนจำนวนมากปฏิบัติต่อเครื่องมือ AI อย่างเช่น ChatGPT เสมือนเป็น ‘เพื่อน’ โดยมีการให้กำลังใจเชิงบวก หรือใช้เป็นตัวแทนสำหรับการบำบัดทางจิต”

การเพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์  และวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตยังส่งผลให้มีการเพิ่มคำศัพท์ใหม่ ๆ เข้าสู่พจนานุกรมเคมบริดจ์อีกจำนวนมาก เช่นคำว่า “Slop” (สลอป) ได้รับการปรับปรุงคำจำกัดความใหม่ โดยหมายถึง เนื้อหาที่สร้างโดย AI คุณภาพต่ำที่ท่วมท้นบนอินเทอร์เน็ต

“Skibidi” (สกิบิดี้): เป็นคำสแลงที่มีความหมายหลากหลาย เช่น เจ๋ง หรือ แย่ แต่ก็สามารถใช้โดยไม่มีความหมายจริงจัง หรือใช้เป็นคำตลกขบขัน เช่นในวลีที่ว่า “What the skibidi are you doing?”

“Delulu” (เดอลูลู) ถูกกล่าวว่าเป็นคำที่เล่นคำมาจากคำว่า “delusional” (หลงผิด, คิดไปเอง)

“Tradwife” (แทรดไวฟ์): ย่อมาจาก “traditional wife” (ภรรยาตามแบบประเพณี) หมายถึง “ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งอยู่บ้านทำอาหาร ทำความสะอาด”

พจนานุกรมเคมบริดจ์ระบุว่า ได้เพิ่ม “6,212 คำศัพท์ วลี และความหมายใหม่” เข้าไปในพจนานุกรมออนไลน์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยนายโคลิน แมคอินทอช หนึ่งในนักอภิธานศัพท์กล่าวว่า พจนานุกรมจะเพิ่มเฉพาะคำที่เชื่อว่า “จะคงอยู่” เท่านั้น

เขากล่าวทิ้งท้าย “วัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนแปลงภาษาอังกฤษ และผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจในการสังเกตและบันทึกไว้ในพจนานุกรม”.

ที่มา AFP

ม็อบชาวฟิลิปปินส์กว่า 650,000 คน ประท้วงต้านทุจริตโครงการน้ำท่วมลวงโลก

ม็อบชาวฟิลิปปินส์กว่า 650,000 คน ประท้วงต้านทุจริตโครงการน้ำท่วมลวงโลก

18 พ.ย. 2568 10:09 น.

ม็อบชาวฟิลิปปินส์กว่า 650,000 คน ประท้วงต้านทุจริตโครงการน้ำท่วมลวงโลก

ชาวฟิลิปปินส์กว่า 650,000 คนออกมาประท้วงใหญ่กลางกรุงมะนิลาเป็นวันที่ 3 เพื่อต่อต้านทุจริตโครงการน้ำท่วมของรัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ ที่ผลาญงบประมาณของประเทศไปกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวฟิลิปปินส์กว่า 650,000 คน สวมเสื้อยืดสีขาวพร้อมข้อความ “ความโปร่งใสเพื่อประชาธิปไตยที่ดีกว่า” ไปร่วมการชุมนุมใหญ่กลางกรุงมะนิลา บริเวณสวนสาธารณะ ริซัล พาร์ก และถนนโดยรอบ 

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ประท้วงต่างแสดงความไม่พอใจการที่รัฐเพิกเฉยต่อคดีทุจริตงบควบคุมน้ำท่วม ที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณของประเทศไปกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ โดยพบว่า งบควบคุมน้ำท่วม 50–70%  หายเข้ากลีบเมฆ  หลายโครงการถูกประกาศว่า “สร้างเสร็จแล้ว” แต่ไม่พบสิ่งปลูกสร้างจริงกว่า 400 จุด 

ผู้เชี่ยวชาญกว่าวว่า การลุกฮือของผู้ศรัทธาจำนวนกว่าครึ่งล้านคน ใจกลางกรุง ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การชุมนุมธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือน ว่ามาร์กอส จูเนียร์ อาจกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ. 

จีนจัดหนัก ล่าสุดระงับฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่น เซ่นปมคำพูดนายกฯ หญิง กระทบถึงหนัง “ชินจัง”

จีนจัดหนัก ล่าสุดระงับฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่น เซ่นปมคำพูดนายกฯ หญิง กระทบถึงหนัง “ชินจัง”

18 พ.ย. 2568 10:01 น.

จีนจัดหนัก ล่าสุดระงับฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่น เซ่นปมคำพูดนายกฯ หญิง กระทบถึงหนัง “ชินจัง”

จีนระงับการฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างน้อย 2 เรื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยชี้ว่าเป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อสะท้อนกระแสความไม่พอใจของผู้ชมชาวจีน

ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในจีนได้ระงับการฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างน้อยสองเรื่องในช่วงนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น 

การเลื่อนฉายในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจาก ซานาเอะ ทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวต่อสมาชิกสภาเกี่ยวกับสถานการณ์ ไต้หวันว่า หากจีนโจมตีไต้หวันจนเป็นภัยต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารได้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในจีน และนำไปสู่ความขัดแย้งทางการทูตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

โดยภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ถูกระงับ เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่จะเข้าฉายในจีนช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ารวมไปถึง “Crayon Shin-chan the Movie: Super Hot! Scorching Kasukabe Dancers” และ “Cells at Work!” ฉบับคนแสดงจากมังงะชื่อดัง)

ด้านภาพยนตร์ “Demon Slayer: Infinity Castle” ซึ่งเข้าฉายไปก่อนหน้านี้ แม้ช่วงแรกได้รับการตอบรับดี แต่ในเวลาต่อมากลับมียอดรายได้ลดลงอย่างชัดเจน หลังคำกล่าวของทาคาอิชิ ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ชมชาวจีน

ด้านสถานีโทรทัศน์ CCTV ระบุว่า ผู้นำเข้าภาพยนตร์และผู้จัดจำหน่าย เลือกคำนึงถึงปฏิกิริยาตลาด และความรู้สึกของผู้ชม จึงตัดสินใจเลื่อนฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่จะเข้าฉายในเร็ว ๆ นี้ออกไปก่อน

ขณะเดียวกัน ผู้นำของสามสหพันธ์ธุรกิจใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้เข้าพบกับทาคาอิชิเมื่อวันจันทร์ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งใช้ การเจรจาทางการทูต แก้ไขสถานการณ์ โดยโยชิโนบุ สึสึอิ ประธานเคเดนเรน กล่าวว่าเสถียรภาพทางการเมืองคือเงื่อนไขสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

โดยล่าสุดมีรายงานว่า นายมาซาอากิ คานาอิ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นที่รับผิดชอบกิจการเอเชียและโอเชียเนีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ว เพื่อพบปะกับ นายหลิว จินซง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน คาดกันว่า นายคานาอิจะชี้แจงต่อรัฐบาลจีนว่า นโยบายความมั่นคงของญี่ปุ่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผ่านมา และเรียกร้องให้จีนงดเว้นจากการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์

ขณะที่ หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ไม่ได้มีกำหนดการพบปะทาคาอิชิระหว่างการประชุม G20 ในแอฟริกาใต้ในสัปดาห์นี้แต่อย่างใด.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน-ญี่ปุ่น

“ชเวโก๊กโก่” แตกตื่นทั้งคืน คนแห่ขนของหนี หลัง “บีจีเอฟ” เตรียมกวาดล้างสแกมเมอร์

"ชเวโก๊กโก่" แตกตื่นทั้งคืน คนแห่ขนของหนี หลัง "บีจีเอฟ" เตรียมกวาดล้างสแกมเมอร์

18 พ.ย. 2568 07:52 น.

“ชเวโก๊กโก่” แตกตื่นทั้งคืน คนแห่ขนของหนี หลัง “บีจีเอฟ” เตรียมกวาดล้างสแกมเมอร์

“ชเวโก๊กโก่” แตกตื่นทั้งเมือง พบมวลชนต่างเก็บกระเป๋าเดินทาง พากันขนของหนีกันตลอดคืน หลัง “บีจีเอฟ” ประกาศสงครามเตรียมกวาดล้างสแกมเมอร์

เมื่อเวลา 5.00 น.วันที่ 18 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พันโทหน่ายหม่อง โซ โฆษกกองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือ กะเหรี่ยงบีจีเอฟ ได้ออกมาแถลงว่า กองกำลังบีจีเอฟจะทำสงครามกับขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ในพื้นที่ชเวโก๊กโก่ 

มีรายงานว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ชาวจีนในเมืองชเวโก๊กโก่ จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา พากันแตกตื่น เก็บกระเป๋าเดินทาง พร้อมของส่วนตัว หนีออกจากอาคารต่างๆ ในเมืองชเวโก๊กโก่ออกมารอรถตามท้องถนนเป็นจำนวนมาก หลังจากกองกำลัง BGF ประกาศจะปราบปรามสแกมเมอร์ในชเวโก๊กโก่อย่างราบคาบ โดยจะมีทหารเมียนมาร่วมปฏิบัติการด้วย จะเห็นได้ว่าชาวจีนมีการเก็บกระเป๋า สิ่งของใส่ถุงดำเร่งมาขึ้นรถรับจ้าง และรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อหลบหนีไปตามเส้นทางต่างๆ

โดยมีการรายงานว่า ในช่วงเวลา 9.00 น. นี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้อง ไม่ให้มีการหนีข้ามเข้ามายังฝั่งไทย และคุมขังไว้ในพื้นที่เมืองเมียวดีก่อน จากนั้นทำการติดต่อสถานทูตประเทศต้นทางเพื่อให้มารับคนของประเทศตนเอง เมื่อติดต่อสถานทูตของประเทศต้นทางตอบรับถึงนำส่งผ่านเข้ามายังประเทศไทย แล้วดำเนินการส่งกลับในทันที เพื่อไม่ให้เดือดร้อนแก่ประเทศไทย

สำหรับเมืองชเวโก๊กโก่นั้น คาดมีประชากรหลากหลายสัญชาติอาศัยอยู่จำนวนกว่า 6,000-7,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลากหลายอย่าง และมีชาวไทยบางส่วนที่เข้าไปทำงานอยู่ในเมืองชเวโก๊กโก่ด้วย 

ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามไปยังแหล่งข่าวทราบข้อมูลว่า คนที่ทำงานอยู่ในกลุ่มสแกมเมอร์มีอยู่ประมาณ 10 % ของสัดส่วนประชากรทั้งหมดภายในเมืองชเวโก๊กโก่ ที่เหลือจะประกอบอาชีพ ทำงานก่อสร้าง ทำครัว ประกอบอาหาร ค้าขาย และหญิงไทยบางคนขายบริการ ทำงานคาสิโน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเตรียมลงพื้นที่ตามช่องทางธรรมชาติใกล้กันกับฝั่งตรงข้ามเมืองชเวโก๊กโก่ บ้านวังแก้ว ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อการติดตามสถานการณ์ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป