แหวกฟ้าหาฝัน : Danish Art in National Museum Stockholm
วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Danish Art คือ ทัศนศิลป์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นในเดนมาร์กโดยศิลปินชาวเดนมาร์กหรือเดนนิสซึ่งย้อนกลับไปได้ถึง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช อย่างไรก็ดี ศิลปะในช่วงเวลานั้นกลับถูกเรียกขานว่าเป็น Nordic Art of Scandinavia มากกว่า ยุคที่เริ่มเป็นงานศิลปะของเดนมาร์กจริง ๆ เริ่มต้นขึ้นในยุคทองแดง แล้วถูกขนานนามว่าเป็นศิลปะของไวกิ้งในเวลาต่อมา ผลงานจิตรกรรมที่พบก็คือเป็นภาพปูนเปียกในโบสถ์เป็นส่วนใหญ่ การปฏิรูปศิลปะของเดนมาร์กเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ราชสำนัก และคหบดีมีความต้องการผลงานที่เกี่ยวข้องกับภาพเหมือนมากขึ้นซึ่งพวกเขามักนำเข้ามาจากศิลปินต่างชาติ เพื่อตอบสนองต่อตลาดในประเทศศิลปินเดนนิสที่ทำงานนับจากคริสต์ศตวรรษที่ 18 จึงไปเข้ารับการศึกษาศิลปะร่วมสมัยในต่างประเทศ อาทิ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์
เมื่อศิลปินท้องถิ่นเรียนจบจากต่างประเทศมากขึ้น ร่วมกับการส่งเสริมอย่างจริงจังจากราชสำนัก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น ณ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงกับถูกขนานนามว่า Danish Golden Age รูปแบบของงานจิตรกรรมโดยเฉพาะงานทิวทัศน์มักเขียนถึงแสงเหนือที่นุ่มนวลแต่ก็ให้ความตัดกันของสีที่ชัดเจนซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นจริงมากกว่าความพยายามที่จะทำให้สวยแต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ศิลปินยังเริ่มรังสรรค์ภาพเหมือนแบบกลุ่มคนโดยอาศัยบรรยากาศพื้นบ้านที่อยู่ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์พื้น ๆ ที่ตกแต่งรอบตัว อาทิ ภาพกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวของศิลปิน แม้เดนมาร์กจะมิได้เป็นศูนย์กลางในการผลิตผลงานศิลปะเฉกเช่นยุโรปกลาง และมิได้ส่งออกศิลปะอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ศิลปะเดนมาร์กก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง อีกทั้งผลงานที่หลงเหลือไม่ว่าจะเป้นงานเขียนในโบสถ์หรือวังก็ยังมีอิทธิพลต่อยุโรปเหนือทั้งหมด
ในช่วงปลายของยุค Golden Age แนวความคิดที่เน้นความเป็นเนื้อเดียวกันของวัฒนธรรมได้หันเหไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของสังคมแบบอุตสาหกรรมมากขึ้น ถึงกระนั้นก็ตามศิลปินเดนนิสท้องถิ่นส่วนหนึ่งยังคงยินดีที่จะรังสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับความสุขของชีวิตประจำวันของชาวบ้านที่ยังคงทำการเกษตรและตกปลาอันเป็นการเน้นย้ำถึงความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง โหยหาอดีต อีกทั้งยังต้องการรักษาบรรยากาศเก่า ๆ ที่กำลังเลือนหายไป ตัวอย่างงานที่จัดแสดงใน National Museum Stockholm อาทิ A Danish Coast ของ Johan Thomas Lundbye ผลงานชิ้นนี้ศิลปินต้องการเน้นย้ำถึงความรักธรรมชาติที่นับวันจะถูกทำลายไปจากการนำพาประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมผ่านการรังสรรค์ให้เห็นการกัดเซาะของหน้าผาเป็นวงกว้างท่ามกลางชาวบ้านที่ยังใช้ชีวิตอย่างวิถีชนบท
A Roman Scribe Reading a Letter to a Young Woman โดย Ernst Meyer ภาพเจ้าหน้าที่รัฐกำลังอ่านและเขียนจดหมายให้กับกลุ่มที่อ่านหนังสือไม่ออก อาทิ หญิงที่ละทิ้งบ้านเกิดอุ้มลูกมาทำมาหากินในโรม โดยมีฉากหลังเป็นภาพคนตัดผม เป็นภาพสะท้อนถึงชีวิตจริงในช่วงปี 1829 จริง ๆ La Gensola in Rome โดย Ditlev Blunck ภาพเหมือนกลุ่มศิลปินเดนนิสที่รวมตัวกันในโรมในปี 1836 ที่เป็นภาพสะท้อนชีวิตประจำวันในช่วงเวลานั้นนี้ประกอบด้วยครอบครัวชาวอิตาลีทางด้านซ้ายและชาวเดนนิสทางด้านขวาโดยมีรูปปั้น Thorvaldsen ตรงปลายโต๊ะ ผลงานชิ้นนี้ศิลปินรังสรรค์ไว้เป็นที่ระลึกในการเดินทางไปยังโรมของเขา Boys Bathing and Playing โดย Constantin Hansen ผลงานที่สะท้อนความต้องการของศิลปินที่จะคงไว้ซึ่งอดีตที่สูญหาย ผลงานชิ้นนี้สามารถเรียกคืนวันคืนเก่า ๆ ที่เสมือนสวรรค์บนดินของชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย เชื่องช้า สงบสุขและสนุกสนานแตกต่างจากยุคสมัยอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ
Mr. Sebastian Seward, Vice President and General Manager, Asia Pacific, The Ritz-Carlton Yacht Collection กล่าวว่า “Deck 9 เป็นพันธมิตรที่เราให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งด้านการเดินทางโดยเรือครูซระดับลักซ์ชัวรี่ การเปิดโอกาสให้แขกได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่ภายในของเรือ Luminara ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เรามีต่อ Deck 9 ในฐานะตัวแทนหลักที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ของ The Ritz-Carlton Yacht Collection ได้อย่างแท้จริง”
คุณซอนญ่า สิงหะ กล่าวถึงความประทับใจว่า “แคทได้ไปล่องเรือกับครอบครัว บนเรือ ILMA ของ The Ritz-Carlton Yacht Collection เมื่อปีที่แล้ว รู้สึกประทับใจและมีความสุขมากค่ะ ยังจำวันดี ๆ ที่อยู่บนเรือพร้อมกับครอบครัวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มุมต่าง ๆ บนเรือรวมทั้งห้องพักก็ตกแต่งได้อย่างสวยงาม มีความเป็นส่วนตัว แต่ที่แคทประทับใจมากเป็นพิเศษ คือการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของ The Ladies and Gentlemen of The Ritz-Carlton ที่ดูแลดีมากเหมือนแคทเป็นเจ้าหญิงเลย รวมถึงอาหารบนเรือก็มีเมนูที่หลากหลายและรังสรรค์โดยเชฟชื่อดังระดับโลก และอร่อยมาก ๆ ด้วยค่ะ ทั้งหมดนี้ แคทบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่หมดจริง ๆ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิตนะคะ รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจแน่นอนค่ะ”
เมื่อการวิ่งกลายเป็นเดท และคอมมูนิตี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแมตช์ ในงาน Friend Full Fit: The Sweetest Pace ที่ เดอะ ปาร์ค
วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ iwelty Club และ Sardine Running Club เปลี่ยนการพบกันแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ ผ่านงาน The PARQ x iwelty Friend Full Fit: The Sweetest Pace by IPSA งานวิ่งสไตล์ Dating Run ที่เปิดโอกาสให้คนไลฟ์สไตล์เดียวกันจากสองคอมมูนิตี้มา Connect กัน เพียงเริ่มต้นจากการก้าวไปในจังหวะเดียวกัน เมื่อวันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมา
กิจกรรมนี้ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่งจริงจัง สายออกกำลังกายเบา ๆ หรือสายที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเอง ผ่าน Dating Run ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ที่ทุกคนสามารถเลือกจังหวะของตัวเอง บนเส้นทางพิเศษรูปหัวใจ โดยเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ The PARQ ให้บทสนทนาเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสวย ๆ ของสวนเบญจกิติในช่วง Golden Hour ที่แสงกำลังพอดี และหยุดเก็บภาพ พร้อมรอยยิ้มและโมเมนต์ดีๆ ระหว่างทางไปพร้อมกัน
เข้าสู่บรรยากาศของความโรแมนติกแบบอบอุ่นในกิจกรรม Card Talk โดยทีม Grab ’N Grow ที่ชวนทุกคนมานั่งคุยแลกเปลี่ยนมุมในหัวข้อ Wellness, Love & 2026 Success ผ่านการ์ดคำถามเล็ก ๆ ที่ช่วยเปิดบทสนทนาให้คนแปลกหน้าค่อย ๆ ทำความรู้จักกันอย่างเป็นธรรมชาติ จากเรื่องราว ความคิด และมุมมองที่ค่อย ๆ แมตช์กันไป พร้อมเสียงเพลงจากดีเจที่ช่วยเติม mood ให้ค่ำคืนวาเลนไทน์รู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง เหมือนได้ฉลองให้มิตรภาพใหม่ ๆไปด้วยกัน ที่ร้าน Pollo Wine Bar The PARQ Life, ชั้น 1
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนภาพของเดอะ ปาร์ค ในฐานะ Urban Wellness Community สำหรับคนเมืองที่มองหาสมดุลระหว่างสุขภาพกาย-ใจ การทำงาน และความสัมพันธ์ ผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ตามแนวคิด Life Well Balanced เดอะ ปาร์ค จึงไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางของกิจกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนกลับมารู้สึกถึงความหมายของการใช้ชีวิตร่วมกัน เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ในช่วงเย็นของวันวาเลนไทน์
ติดตามข่าวสารล่าสุดและกิจกรรมที่น่าสนใจของโครงการ The PARQ ได้ที่ Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK Line OA: @The PARQ Website: www.theparq.com