สกู๊ปพิเศษ : สืบทอดอาหารปักษ์ใต้สูตรเด็ด ให้กับลูกหลานเพื่อสานต่อ ‘ไตปลาแห้งสูตรแม่บุญส่ง’ เพื่อให้ประชาชนลิ้มรสชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755222

สกู๊ปพิเศษ : สืบทอดอาหารปักษ์ใต้สูตรเด็ด ให้กับลูกหลานเพื่อสานต่อ  ‘ไตปลาแห้งสูตรแม่บุญส่ง’ เพื่อให้ประชาชนลิ้มรสชาติ

สกู๊ปพิเศษ : สืบทอดอาหารปักษ์ใต้สูตรเด็ด ให้กับลูกหลานเพื่อสานต่อ ‘ไตปลาแห้งสูตรแม่บุญส่ง’ เพื่อให้ประชาชนลิ้มรสชาติ

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นี่คือ..ไตปลาแห้งแม่บุญส่ง ที่บรรจุใส่กระปุก พร้อมส่งให้กับลูกค้าตามที่ได้ออเดอร์เข้ามา ได้ลองลิ้มชิมรสชาติไตปลาแห้งแม่บุญส่ง สูตรโบราณดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาให้ลูกหลาน และได้ผ่านการตรวจสอบและได้รับเครื่องหมาย อย.ประกันคุณภาพและความมั่นใจให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณแม่บุญส่ง รามสูต วัย 65 ปี ชอบในรสชาติอาหารปักษ์ใต้มาเป็นเวลานานและมีสูตรการทำแกงไตปลาที่อร่อย ปรุงอาหารรับประทานกันในครัวเรือน และได้คำชมจากผู้ที่ได้ลองลิ้มชิมรสชาติแกงไตปลาสูตรเด็ดของแม่บุญส่ง ที่มีอายุมากแล้วลูกหลานก็อยากจะสานต่อการทำแกงไตปลาเพื่อสืบทอดอาหารปักษ์ใต้จากคุณแม่บุญส่ง โดยมีการพัฒนาแกงไตปลาสูตรเด็ดมาทำเป็นไตปลาแห้งและยังรักษาสูตรเดิมเอาไว้ ทั้งรสชาติ ก็ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะเป็นไตปลาแห้งก็ตาม และยังคงใช้ชื่อไตปลาแห้งแม่บุญส่ง เป็นโลโก้เครื่องหมายและได้ผ่านการรับรองจาก อย.เรียบร้อยแล้ว โดยลูกหลานได้ควักเงินลงขันเปิดเป็นโรงงานเล็กๆ บริเวณท่าเทียบเรือประมงใหม่เลขที่ 285-287 ซอย 1 ถนนสงขลา-พลาซ่า อ.เมืองจ.สงขลา ในชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ไตปลาแห้งแม่บุญส่ง ซึ่งเป็นโรงงานเล็กๆ ผลิตไตปลาแห้งแม่บุญส่งตามออเดอร์ลูกค้า และคุณแม่บุญส่งก็จะมาควบคุมดูแลด้วยตัวเอง

ในส่วนนางสาวบุญศิริ รามสูต วัย 30 ปี ซึ่งเป็นหลานสาวของคุณแม่บุญส่งก็ได้เข้ามาเป็นทายาทสืบทอดอาหารปักษ์ใต้สูตรเด็ด “ไตปลาแห้งแม่บุญส่ง” เพื่อให้ชาวสงขลาได้ชิมรสชาติรวมทั้งประชาชนทั่วไป เพื่ออนุรักษ์อาหารปักษ์ใต้ให้คงอยู่สืบไป โดยนางสาวบุญศิริ จะควบคุมดูแลการผลิตทั้งหมด โดยมีคุณแม่บุญส่งเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำ หากมีข้อสงสัย เนื่องจากเห็นว่า มีทายาทสืบทอดการทำไตปลาแห้งแม่บุญส่ง มีความตั้งใจและสามารถดำเนินการได้ รวมทั้งมีความเข้าใจขั้นตอน วิธีการในการทำอย่างถูกต้อง ตามที่ อย.ได้เข้ามาตรวจและแนะนำเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานและความสะอาด ตามกำหนดทุกประการ

ไตปลาแห้งแม่บุญส่ง วัตถุดิบที่ใช้คือ ปลาซาบะโดยคัดสรรปลาจากแพปลาที่ท่าเทียบเรือประมงใหม่ เนื่องจากโรงงานอยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือประมง ปลาที่นำมาใช้ก็จะสด สะอาดมาก เมื่อทางแพปลานำปลาซาบะมาส่ง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนโดยการตัดหัวปลาและนำไส้ออกจนหมดและล้างทำความสะอาด จากนั้นก็จะนำปลามาเข้าตู้อบโดยมีการปรับอุณหภูมิ ที่สูง 90-100 องศาฯ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด หลังจากนั้นก็จะเป็นการเตรียมวัตถุดิบในเรื่องเครื่องแกง ซึ่งจะซื้อวัตถุดิบ เพื่อมาจัดเตรียมเอง เพื่อความสะอาดในการผลิตวัตถุดิบทุกอย่าง จะมีการชั่งและตวง ตามน้ำหนักที่กำหนดตามสูตร จากนั้นก็จะนำวัตถุดิบทั้งหมด ทำการบดเป็นเครื่องแกง ทุกกรรมวิธีจะทำเองทั้งหมดตามสูตร รวมไปถึงการทำน้ำไตปลา ก็จะต้มน้ำไตปลาเองด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อมก็จะนำลงผสมในกระทะกวนหรือเครื่องกวนโดยมีการควบคุมอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาด ให้ได้ตามที่ อย.กำหนด จะต้องมีอุณหภูมิ 70-75 องศาฯ เมื่อไตปลาแห้งสุกแล้วก็จะนำมาบรรจุในห้องบรรจุแบบปิดเพื่อป้องกันเชื้อ ตอนนี้ไตปลาแห้งแม่บุญส่งได้รับมาตรฐานของ อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้วผู้บริโภคสามารถมั่นใจและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ไตปลาแห้งแม่บุญส่งได้เลยว่า มีความสะอาดตามมาตรฐาน อย.

นางสาวบุญศิริ กล่าวว่า ไตปลาแห้งแม่บุญส่งได้ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการรับวัตถุดิบ การอบปลา การชั่งเตรียมวัตถุดิบ รวมถึงการผสมผลิตภัณฑ์ของเราจะมีการควบคุมมาตรฐานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความร้อน หรือแม้แต่ความสะอาดของพนักงานในโรงงานของเราเอง สำหรับสูตรที่เราใช้เป็นสูตรไตปลาแห้งแม่บุญส่ง ซึ่งปกติแม่บุญส่งจะใช้บริโภคกันในครัวเรือน แต่เราได้นำมาทำการปรับปรุง พัฒนา เพื่อที่จะทำให้ผู้บริโภคมีความชื่นชอบมากยิ่งขึ้นจึงใช้สูตรนี้มา จึงอยากให้ผู้บริโภคทุกคนช่วยกันอุดหนุนสินค้าตัวนี้ เพราะเราตั้งใจที่จะทำขึ้นมาให้รสชาติถูกปากคนใต้และคนไทยแน่นอน สำหรับการติดต่อสามารถติดต่อได้ทางเพจ แม่บุญส่งไตปลาแห้งเบอร์โทรศัพท์ 061-2355963 ที่แนบไว้ในเพจ สามารถแอดไลน์ได้ในเพจเลย

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

สกู๊ปพิเศษ : คุยกับ ‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ การเติบโตอีกขั้น กับอนาคตในวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/742378

สกู๊ปพิเศษ : คุยกับ ‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’  การเติบโตอีกขั้น กับอนาคตในวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : คุยกับ ‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ การเติบโตอีกขั้น กับอนาคตในวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 07.08 น.

เป็นพระเอกที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับ “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร”พระเอกลูกรักทางช่อง GMM25 ทั้งฝีมือการแสดงและรูปลักษณ์ที่ชวนให้หลงใหล ถึงแม้ “2gether The Series” จะจบลงไปนานแล้วแต่เขาก็ยังยืนหนึ่งทั้งผลงานการแสดงและโซเชียลที่มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ล่าสุดกับผลงาน “Enigma คน มนตร์ เวท” ทาง Prime VDO ที่ประกบนางเอกหน้าสวย “พรีม-ชนิกานต์” และที่น่าจับตามองกับอนาคตพระเอกคนนี้ที่จะโลดแล่นสู่อินเตอร์ จากการเป็นนักแสดงไทยคนแรกที่ถูกแต่งตั้งให้เป็น Brand Ambassador ของแบรนด์หรู Prada เรียกได้ว่ายืนหนึ่ง ยืนสุด ตัวตึงลูกรัก ของตึกดังย่านอโศกจริงๆ

ทำไมถึงตัดสินใจรับเล่นซีรี่ส์เรื่องนี้

จริงๆ ตอนแรกผมมีโอกาสได้อ่านทรีตเมนต์ (โครงเรื่อง) ก่อนครับ ทางทีมงานส่งมาให้ผมดูก่อนว่าคิดเห็นยังไง พอเราได้อ่านตั้งแต่ตัวทรีตเมนต์แล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย มันสนุกมากเลย ขนาดตัวบทยังไม่ออกมายังขนาดนี้ แล้วด้วยความที่มันมีแค่ 4 ตอน แต่ผมคิดว่ามันเป็น 4 ตอนที่เข้มข้นมากจริงๆ มันน่าติดตามไปหมดเลย คือเราไม่สามารถพลาดช่วงใดช่วงหนึ่งของเรื่องได้เลยเพราะว่าทุกอย่างมันร้อยเรียงมาได้น่าติดตาม น่าค้นหา น่าตื่นเต้นตลอด ทำให้เราคิดอยู่ตลอดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อ ผมคิดว่านั่นคือจุดที่น่าสนใจของมัน เรารู้สึกว่าถ้าเราอ่านเรื่องไหนแล้วเราเองยังรู้สึกว่าน่าติดตาม มันก็น่าจะออกมาดี ก็เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้ อีกเหตุผลนึงก็น่าจะเป็นเรื่องคาแร็กเตอร์ที่เราไม่เคยรับบทบาทแบบนี้มาก่อนเลยด้วยครับ

Enigma คน มนตร์ เวท ดูเป็นผลงานที่ฉีกจากเรื่องก่อนๆ ในเรื่องนี้ทำให้วินพัฒนาขึ้นยังไงบ้าง

ผมว่าผมพัฒนาขึ้นในเรื่องของการแสดงอย่างเรื่องก่อนหน้านี้มันเป็นอะไรที่เราสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ สามารถดึงเรื่องราวในชีวิตจริงมาใช้ในการแสดงได้ แต่พอเป็นเรื่องนี้ผมรู้สึกว่ามันคนละโลกกับโลกที่เราอยู่เลยเพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องทำแบ๊กกราวนด์ของตัวละคร แล้วก็สร้างคาแร็กเตอร์ของตัวละครให้ชัดเจนมากๆ ก็เลยรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นในเรื่องการแสดงขึ้นไปอีกขั้นนึง

วินมีชื่อเสียงจากซีรี่ส์วาย มาถึงซีรี่ส์เรื่องล่าสุดนี้ เป็นยังไงบ้าง

สำหรับผม ในเรื่องการแสดงผมมองว่าไม่ต่างกันนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ทำการแสดงเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ส์วาย ซีรี่ส์ชาย-หญิง หรือซีรี่ส์หญิง-หญิง ผมมองว่ามันไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ได้ต้องมองว่าอันนี้เป็นซีรี่ส์วาย เราต้องรู้สึกอีกแบบนึงนะ เพราะว่ามันเป็นการแสดงที่เราเข้าไปเป็นตัวละครนั้นเหมือนกัน

ได้กลับมาร่วมงานกับพรีมอีกครั้ง

ดีใจครับที่ได้กลับมาร่วมงานกับน้องพรีมอีกครั้งครับ เพราะจริงๆ เราเคยเล่นด้วยกันมาแล้วหนึ่งเรื่อง แล้วก็รู้สึกว่าเคมีของเราสองคนเป็นไปในทิศทางที่ดีมากๆ ครับ แล้วพอได้กลับมาเล่นอีกครั้งนึงมันเหมือนเรารู้จังหวะ รู้วิธีการเล่นของกันและกันอยู่แล้ว มันเลยทำให้การทำงานลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

วิน รับบทเป็น อาจิน

อาจิน เป็นคนที่มีเป้าหมายชัดมากว่าฉันใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อทำอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาเจอ มันก็จะมุ่งตรงไปที่เป้าหมายนั้น เขาจะเป็นคนเป้าหมายชัดเจน จริงจัง ดุดัน แล้วก็อาจจะมีพาร์ทที่ปากร้ายนิดหน่อย เพราะว่าเรื่องราวที่เขาเจอมามันอาจจะไม่ได้สวยงามสักเท่าไรเพราะฉะนั้นในเรื่องทัศนคติของเขา ในบางเรื่องเขาอาจจะไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้น

รู้สึกยังไงบ้างกับบทนี้

ผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์และน่าดึงดูดมาก อย่างที่บอกว่าโลกที่เขาอยู่ เป้าหมายที่ชัดเจนในความจริงจังดุดันของเขา แต่ว่าเขาก็มีมุมที่อ่อนโยนกับคนใกล้ตัวเขา มันก็ดูเป็นความต่างที่น่าสนใจ

เรื่องนี้เกี่ยวกับไสยศาสตร์ มีการเตรียมตัวในการรับบทนี้ยังไงบ้าง

ตอนแรกผมได้คุยกับผู้กำกับด้วยเหมือนกันครับ ว่ามันพอจะมีหนังเรื่องไหนไหมที่ใกล้เคียงกับบทนี้ เราจะได้เห็นภาพคร่าวๆในหัวก่อนว่ามันจะเป็นประมาณไหน เราก็ลองไปดูเรื่องเหล่านั้น แล้วก็มีการทำเวิร์กช็อปเยอะมากก่อนที่จะเข้าเป็นตัวละครตัวนี้ แล้วก็มีการไปหาข้อมูลเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ได้มานั่งคุยกันเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นว่าจริงๆ แล้วไสยศาสตร์มันเป็นยังไงบ้าง

ส่วนตัวเป็นคนเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือเปล่า

เชื่อนะครับ แต่ว่าไม่ได้งมงาย ไม่ได้อยู่ในทุกส่วนของชีวิตขนาดนั้น ยังเป็นคนเชื่อในวิทยาศาสตร์ด้วย แล้วก็เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ด้วยนิดหน่อย เช่นเรื่องเบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ หรือว่าเลขที่ห้อง เริ่มไม่นิดหน่อยแล้ว (หัวเราะ) ผมก็จะซีเรียสกับมันนิดนึง เพราะรู้สึกว่าพอเราใช้เลขที่มันถูกกับเราแล้วมันดี

ระหว่างถ่ายทำเจออะไรลึกลับบ้างหรือไม่

ต้องบอกว่าไม่มีเลยครับ แล้วก็โชคดีแล้วที่ไม่มี (หัวเราะ) เพราะเวลาเราไปถ่ายทำแต่ละโลเกชั่นเราก็จะมีการไหว้ขอพื้นที่ทุกครั้ง ก่อนเปิดกล้องเราก็มีโอกาสได้มารวมกันทำพิธีเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเปิดกล้องด้วย

อยากให้คนจดจำการแสดงของ ‘วิน’ ครั้งนี้ และบท ‘อาจิน’ ยังไง

สำหรับบทอาจิน คือต้องบอกว่าด้วยเนื้อเรื่องทั้งหมดในซีรี่ส์นี้มันน่าสนใจมากๆ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยได้เจอ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันอาจจะมีอยู่จริงก็ได้ ดังนั้นเนื้อเรื่องมันน่าสนใจของมันอยู่แล้ว แต่ถ้ามองในมุมตัวละครผมว่าด้วยคาแร็กเตอร์ที่ดุดัน เอาจริง แล้วก็ฉลาดของเขา ในการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งสเต็ป ผมคิดว่านั่นก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาจิน เพราะว่าเขาฉลาด ส่วนเรื่องการแสดง ด้วยความที่ตอนนี้คนเชื่อว่าผมเป็น “ไทน์” ในเรื่อง 2gether The Series ไปแล้วเพราะว่าคนได้ดูเรื่องนั้นเยอะ ทำให้คนรู้สึกว่าถ้าเป็นบทไทน์ คนเล่นก็ต้องเป็นวิน ดังนั้นเป้าหมายที่ผมอยากทำคือ ผมอยากจะสร้างอีกหนึ่งบทบาทหรืออีกหลายบทบาท ที่พอคนเห็นคาแร็กเตอร์นี้ปุ๊บก็คิดเลยว่าคนเล่นต้องเป็นเรา ไม่มีใครเหมาะสมเท่าเราแล้ว ทุกเรื่องที่เราเล่น แน่นอนครับว่าคาแร็กเตอร์มันจะต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่เราถ้าเราสามารถทำให้ทุกเรื่องที่เราเล่น คนจำได้ว่าคาแร็กเตอร์นี้ต้องเป็นวินเท่านั้นที่เล่น ก็แปลว่าเราประสบความสำเร็จในการแสดงเรื่องนั้น

คิดว่ากระแสตอบรับของซีรี่ส์เรื่องนี้จะเป็นยังไง และคาดหวังกับผลงานเรื่องนี้แค่ไหน

ผมว่าทั้งทีมงานและนักแสดงทุกคน เราตั้งใจทำงานกันมากๆ เต็มที่กับมันมากๆ เราใส่ใจในทุกรายละเอียดของเรื่องนี้มากๆ แน่นอนว่าเราก็อยากให้คนดูมีความสุขกับสิ่งที่เราผลิตให้ทุกคนได้รับชมกันครับ หลักๆ คือผมอยากให้ทุกคนสนุกไปกับซีรี่ส์ที่เราตั้งใจทำมากๆ ครับ

รู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นยังไงบ้างในแง่มุมการแสดง กล้าออกจากเซฟโซนมากขึ้นไหม มีวิธีเลือกรับบทบาทยังไง

คือก่อนหน้านี้ที่ผมเล่นเรื่อง “2gether The Series” กับเรื่อง “Devil Sister” คาแร็กเตอร์ในเรื่องจะใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้ชายน่ารักๆอ่อนโยน นุ่มนิ่ม แต่การที่เราได้ลองพยายามเข้ามาในคาแร็กเตอร์ใหม่ๆ มากขึ้น ก็ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเราสามารถเล่นบทที่มีความจริงจังและดุดันได้ คนดูก็จะได้เห็นคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างไปจากภาพที่เขาคิดในเรื่องนี้เลย ส่วนเรื่องวิธีเลือกรับบท ผมว่าอย่างแรกเลยคือต้องอ่านแล้วสนุกก่อน ถ้าขนาดแค่เราอ่านแล้วรู้สึกว่าน่าติดตาม น่าสนุก ก็ถือว่าน่าสนใจ แล้วเราก็ไปดูองค์ประกอบต่างๆ ว่าทีมงานเป็นใครบ้าง รวมถึงช่องทางต่างๆ ที่จะออนแอร์ ก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอยากรู้ว่าแพลนใหญ่ทั้งหมดเป็นยังไง แต่ผมว่าเรื่องหลักคือต้องอ่านแล้วสนุกก่อน

คิดยังไงกับซีรี่ส์ในยุคที่ออนแอร์ทางแอปที่มีตัวเลือกนอกเหนือจาก TV

รู้สึกดีครับที่ซีรี่ส์มันจะไปอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อการเข้าถึงของคนดูทั้งในและต่างประเทศเพราะว่ายุคสมัยนี้คนก็จะอยู่กับแพลตฟอร์มค่อนข้างเยอะ ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีครับที่ต่างประเทศจะได้เห็นซีรี่ส์คุณภาพดีๆ แบบนี้ของไทย

วางอนาคตในวงการบันเทิงไว้ยังไงบ้าง

ผมรู้สึกว่า ณ ตอนนี้คอนเทนต์ของประเทศไทยมีคุณภาพมากๆ แล้วก็เป็นที่ยอมรับของต่างชาติมากยิ่งขึ้นมากๆ ผมเลยรู้สึกว่าในอนาคตเราอยากจะได้ร่วมงานกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้เขาได้เห็นผลงานของเราและรู้จักเรามากยิ่งขึ้นครับ นี่คือแผนใหญ่ๆ ที่วางไว้

มองอนาคตสู่ระดับอินเตอร์

ผมอยากจะร่วมงานกับต่างชาติ ทั้งในส่วนของซีรี่ส์ ภาพยนตร์ รวมถึงเพลงด้วยครับ เป็นเป้าหมายหลักที่บอกไปตั้งแต่แรกเลยครับว่าอยากจะทำงานร่วมกันกับคนต่างชาติ

อยากทำอะไรอีกบ้างที่ยังไม่ได้ทำ

ถ้าเป็นเรื่องในวงการ ผมคิดว่าได้ทำมาเกือบหมดทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องนอกวงการ จริงๆ ผมเป็นคนที่ชอบธุรกิจ ผมรู้สึกว่าถ้าไม่ได้ทำงานในวงการ ก็คงจะไปสายธุรกิจ ทั้งในส่วนที่เรากำลังทำอยู่เอง ทั้งเสื้อผ้า ขนมมาการอง ไอศกรีม ก็คงจะไปโฟกัสตรงนั้นมากขึ้นแล้วก็ถ้ามันมีโอกาสหรือช่องทางอะไรในการทำธุรกิจมากขึ้น ก็อาจจะกระโดดเข้าไปในธุรกิจนั้นด้วย

สุดท้ายอยากให้ ‘วิน’ ฝากผลงาน

ผมว่ามันเป็นซีรี่ส์ที่ทันสมัยในเรื่องของไสยศาสตร์มากๆ ครับ คือมันไม่ใช่ไสยศาสตร์รูปแบบเก่าๆ ที่มีการนั่งสมาธิ สวดมนต์ อะไรแบบนี้ แต่นำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ ทำให้คนสามารถเข้าใจโลกของไสยศาสตร์มากยิ่งขึ้น ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย แต่พอได้อ่านบท ได้มาทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย !! บางทีมันก็อาจจะมีโลกแบบนี้อยู่จริงๆ ก็ได้นะ มันอาจจะมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ เพียงแต่ว่าเราไม่ได้รู้จักคนกลุ่มนั้น อีกเรื่องนึงคือซีรี่ส์เรื่องนี้ทุกคนตั้งใจและเต็มที่มากๆ ถึงแม้จะมีแค่ 4 ตอน แต่คิวที่เราถ่ายมันเหมือนถ่ายซีรี่ส์ 10 กว่าตอนเลย เพราะว่าเราใช้เวลาถ่ายแต่ละซีนกันนานมากๆ เราพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของภาพ เรื่องของการแสดง องค์ประกอบทุกอย่าง เราเต็มที่กันทุกคนเลยครับ

@jeffmarajeff

เจฟฟ มารา

สกู๊ปพิเศษ : ส้มตำร้านริมทาง ลูกค้าเข้าร้านทั้งวัน ทำเงินรายได้ 400,000 บาทต่อเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740643

สกู๊ปพิเศษ : ส้มตำร้านริมทาง ลูกค้าเข้าร้านทั้งวัน ทำเงินรายได้ 400,000 บาทต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : ส้มตำร้านริมทาง ลูกค้าเข้าร้านทั้งวัน ทำเงินรายได้ 400,000 บาทต่อเดือน

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านส้มตำชื่อร้าน “ส้มตำนัชชา” ตั้งอยู่ถนนสายขุขันธ์-โคกตาล เยื้องโรงพยาบาลขุขันธ์ ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งจากลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านหลายราย ว่า ร้านนี้ส้มตำอร่อย และมีอาหารหลากหลาย ไม่ได้มีแต่ส้มตำอย่างเดียว มีให้เลือกหลายเมนู ไปถึงได้พบกับ น.ส.ณัฐกานต์ ปรือปรัก อายุ 41 ปี และนายชัย สกุลพรหม อายุ 42 ปี 2 สามีภรรยา เจ้าของร้าน พร้อมด้วยพนักงาน กำลังสาละวนเร่งมือทำส้มตำ และตักขนมจีนส่งให้ลูกค้า ช่วงที่ไปนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อใส่ถุงกลับบ้าน ลูกค้าที่นั่งทานที่ร้านมีไม่มาก

ลูกค้ารายหนึ่งอาชีพข้าราชการครู กล่าวว่า เป็นลูกค้าประจำของร้านนี้มานาน เมนูที่ชอบมากๆ ก็คือตำทะเล และขนมจีนน้ำยาปู อร่อย บางวันก็มาซื้อเอง บางวันก็มานั่งทานที่ร้าน มีบ้างที่โทรมาสั่งให้ทางร้านไปส่งให้ที่โรงเรียนสั่งไปทานกับเพื่อนครู

ด้าน น.ส.ณัฐกานต์ ปรือปรัก เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านนี้มา 2 ปีกว่า ชื่อร้านส้มตำนัชชาก็มาจากชื่อเล่นของตน ชื่อนัช ช่วงนั้นก็ยังเป็นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ แต่รัฐบาลก็อนุโลมให้ลูกค้านั่งทานในร้านได้แล้ว มีลูกค้าน้อย จนมาถึงวันนี้ถือว่ามีลูกค้ารู้จักร้านมากขึ้นแล้วถ้าเป็นวันทำการลูกค้าก็จะมานั่งทานที่ร้านช่วงเวลาเที่ยง จะมาพร้อมกันต้องบริการให้ทัน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกค้าจะทยอยมาไม่มาแออัดกันทีเดียว ส่วนใหญ่ลูกค้าจะทานส้มตำกับขนมจีน ตนเคยทำงานอยู่โรงแรมที่จังหวัดภูเก็ต รู้วิธีทำน้ำยาปูจึงมาทำขาย

“ส้มตำก็มีตำทะเลที่ลูกค้าชอบ แต่ร้านเราก็มีหลากหลาย ทั้ง ตำไทย ตำปูปลาร้า ตำแตง ตำกระท้อน ยำกระท้อน ตำป่า ตำถั่ว ตำซั่ว ตำข้าวโพดกุ้งสด ส่วนขนมจีนจะมีน้ำยาไก่และน้ำยาปู ที่ทำเป็นเมนูประจำ นอกจากนั้นยังมีลูกชิ้นทอด เกี๊ยวทอด และกล้วยทอด ลูกค้าโทรมาสั่งให้ไปส่งก็บริการส่งถึงที่ได้ ร้านเราเปิดวันพุธถึงวันจันทร์ หยุดวันอังคาร 1 วัน ให้น้องๆที่ช่วยร้านได้พักผ่อนกัน ร้านพร้อมขายตั้งแต่ 09.30 น. เปิดไปถึงสองทุ่ม ไม่ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาลองชิมส้มตำขนมจีน ที่ร้านส้มตำนัชชาเยื้องโรงพยาบาลขุขันธ์ ยินดีต้อนรับ” น.ส. ณัฐกานต์ กล่าว

เมื่อถามถึงยอดขายในแต่ละวันได้เท่าไหร่ น.ส.ณัฐกานต์กล่าวเบาๆ ว่า เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 8,000 บาทเป็นรายได้ที่ดี เดือนละกว่าสี่แสนบาทเลยทีเดียว


ณัฐธรชนม์ สิริโชติสกุล
 

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734673

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า  พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮอกไกโด ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัททีโอเอ (TOA) นำโดย คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ร่วมงาน THAIFEX -ANUGA ASIA 2023 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำแห่งเอเชีย ที่จัดขึ้น ณ อิมแพค เมืองทองธานี บริษัทฯ นำสินค้าใน เครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์” (SuperFight) และ ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากพืช (Plant Based Food) “ล้อตโต้ฟู้ด (Lotto Food)” ซึ่งเป็นสินค้าในเครือมาแสดงแบบจัดเต็มแล้ว นอกจากนี้ยังถือโอกาสจับมือร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่งจำกัด เป็นผู้กระจายสินค้ากลุ่ม ขนมและเครื่องดื่ม ให้ครอบคลุมร้านค้าปลีกและร้านค้าส่งทั่วประเทศ ด้วยการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาควบคุมการขนส่งแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งกระจายร้านค้าตัวแทนกว่า 4 แสนร้านค้าภายในปี 2568

สำหรับแบรนด์เครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์”(SuperFight) ปัจจุบันมีเครื่องดื่มซุปเปอร์ไฟต์สูตรสมุนไพรสกัด 8 ชนิดมีขนาด 150 มล. ราคาขวดละ 15 บาทและขนาด 100 มล.ราคาขวดละ 10 บาท จำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น และ ตามร้านตู้แช่ทั่วประเทศซึ่งได้การตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เพื่อต่อยอดแผนการเติบโตที่ได้ตั้งเป้ายอดขายให้กลุ่มขนมและเครื่องดื่มโตกว่า 30% พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานดื่มได้ด้วย จากกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่รักสุขภาพ ทางแบรนด์จึงได้เปิดตัวรสชาติใหม่เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุค 5G ที่ให้ทั้งประโยชน์และความคุ้มค่าภายในขวดเดียวซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษกับ ซุปเปอร์ไฟต์ เครื่องดื่ม โสมผสมวิตามินซี (สูตรไม่มีน้ำตาล) ไม่มีกาเฟอีน ขนาด 100 มล. ราคา 10 บาท ให้คนรักสุขภาพได้เลือกดื่มเติมคุณประโยชน์อย่างคุ้มค่าด้วยส่วนผสมของ โสมน้ำผึ้ง วิตามินบี วิตามินซีและ กรดอะมิโน (BCAA) ที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเหนื่อยล้า เติมทั้งพลังงานและเสริมสร้างสุขภาพดีๆ ให้ผู้บริโภคสดชื่นระหว่างวันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณและ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพรยังได้เยี่ยมชมบูธ Lotto Food ที่ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากพืช (Plant Based Food) ผลิต แปรรูปและจัดจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งที่มีส่วนผสมจากพืชเป็นหลัก จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ “Lotto Plant-Based”เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความอร่อยง่ายๆ ที่ไม่ทำร้ายใคร”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าใช้กลยุทธ์การกระจายสินค้าและสร้างดีมานด์แบบป่าล้อมเมือง โดยใช้ความแข็งแกร่งของอำพลฟูดส์ที่มีหน่วยรถกว่า 500 คัน เน้นการเจาะตลาดร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์ไฟต์ ได้อย่างทั่วถึง และตั้งเป้ายอดขายขยายตลาดต่างประเทศเพิ่ม โดยเน้นประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV ตะวันออกกลาง จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา และประกาศพร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หวังปั้นเป็นแบรนด์ระดับโลกต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : ‘เภตรานฤมิต’ฟิต & เฟิร์มทั่วหน้า ‘มุกดา’สอนแก๊งบ่าวรวมตัวโยคะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725873

สกู๊ปพิเศษ : ‘เภตรานฤมิต’ฟิต & เฟิร์มทั่วหน้า  ‘มุกดา’สอนแก๊งบ่าวรวมตัวโยคะ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เภตรานฤมิต’ฟิต & เฟิร์มทั่วหน้า ‘มุกดา’สอนแก๊งบ่าวรวมตัวโยคะ

วันเสาร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มีฉากน่ารักน่าชมมาให้แฟนๆ ได้อมยิ้มไปพร้อมกันอีกแล้วจ้า สำหรับละครโรแมนติกดราม่า “เภตรานฤมิต” ทาง ช่อง 7HD โดยค่ายมีเดียสตูดิโอ สัปดาห์นี้ แม่อร หรือ เขมิอรที่รับบทโดย มุกดา นรินทร์รักษ์ จะมาโชว์สกิลโยคะ ชวนแก๊งบ่าวในเรือนจำปา ให้ออกกำลังกายฟิต&เฟิร์มกันทั้งเรือนจ้า…

เรื่องราวของฉากนี้ เป็นฉากที่ แม่อร ชวนแก๊งบ่าวในเรือนจำปา ทั้ง แก้ว (พรชดา วราพชระ), มั่น (อัครัช จิตตะศิริ), ชั่ง(ณัฐภัทร จิรภาวสุทธิ์), ชุ่ม (ณัฐนี สิทธิสมาน) และ ฉ่ำ (ไกรลาศ เกรียงไกร) มาออกกำลังกายกันอย่างสนุกสนาน และช่วยกันประดิษฐ์อุปกรณ์ออกกำลังกายขึ้นเอง ทั้งฮูลาฮูป สกู๊ตเตอร์โดยแม่อรทำหน้าที่สอนเล่นโยคะเพื่อยืดเส้นยืดสายแต่ละท่าน่ารักน่าหยิก ทำเอา แม่นายวาด (ปวีณาชารีฟสกุล) และคุณหลวงราชมนตรี (ภัทรเดช สงวนความดี) ที่มาเห็นเข้าถึงกับอมยิ้มเลยทีเดียวเบื้องหลังความสนุกของฉากนี้บอกเลยว่ามุกดาจัดเต็มมาก ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ เจ้าตัวก็ยืดเส้นยืดสายรอ จนเมื่อถึงเวลาถ่ายทำ มุกดาก็งัดท่าเด็ดทั้งท่าเต้นแอโรบิก ท่าโยคะ มาสอนทุกคนทำตามกันอย่างสนุกสนาน เรียกว่าเป็นฉากที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทั้งนักแสดงและทีมงานทุกคนพร้อมกัน แต่ละคนเรียกว่าทุ่มเทเล่นตามแบบจริงจัง กว่าจะถ่ายทำฉากนี้เสร็จก็ทำเอาเหงื่อท่วม เหมือนทุกคนได้เข้าไปอยู่ในฟิตเนสจริงๆ กันเลยทีเดียว มาติดตามความสนุกพร้อมลุกขึ้นมาขยับออกกำลังกายไปกับแม่อร ในละคร “เภตรานฤมิต” ฉากนี้ได้ในเสาร์ที่ 22 เมษายนนี้ และติดตามชมความสนุกได้ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

สกู๊ปพิเศษ : คณะเกษตร มข. จัดประชุมผลักดันกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-ล้านช้าง เพิ่มการผลิตโคเนื้อ และลดก๊าซเรือนกระจก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722217

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรอาหารสัตว์เขตร้อน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการ Lancang-Mekong Cooperation Special Fund (LMCSF) Project Workshop ในหัวข้อ “Recycling of agricultural biomass and fodder shrubs for beef cattle production” หรือ โครงการการหมุนเวียนใช้ประโยชน์ของชีวมวลการเกษตร และทรัพยากรอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ โดยมี ศ.ดร. เมธา วรรณพัฒน์ (หัวหน้าโครงการ) กล่าวรายงาน รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงานในการนี้มีกงสุลจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน สปป.ลาว เวียดนาม คณะผู้บริหาร นักวิจัยกว่า 80 คน เป็นตัวแทนจากประเทศกัมพูชา จีน ลาว เวียดนาม และไทย ร่วมกิจกรรม ณ ห้อง Orchid ballroom 1  โรงแรมพูลแมน ราชา ออคิด ขอนแก่น

สำหรับโครงการการหมุนเวียนใช้ประโยชน์ของชีวมวลการเกษตร และทรัพยากรอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ในประเทศสมาชิกด้วยเทคโนโลยี และ นวัตกรรมการให้อาหารโดยใช้เศษเหลือทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์ และ เพื่อเพิ่มพูนทักษะและเพิ่มขีดความสามารถของนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงด้วยระเบียบวิธีวิจัยใหม่เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการหมัก ลดการผลิตก๊าซมีเทน ตลอดจนประเมินคุณค่าทางโภชนะของอาหารสัตว์ ปริมาณและคุณภาพเนื้อวัว เพื่อให้ได้การผลิตโคเนื้ออย่างยั่งยืน

ศ.ดร.เมธา วรรณพัฒน์ (หัวหน้าโครงการ) เปิดเผยว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ  โครงการการหมุนเวียนใช้ประโยชน์ของชีวมวลการเกษตร และทรัพยากรอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ” เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากทุนความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMCSF) ของประเทศจีน มีระยะเวลาดำเนินการระหว่าง ปี 2565-2567

“เห็นได้ชัดว่าปัจจุบันความต้องการอาหารที่มีโปรตีนจากสัตว์ เป็นที่ต้องการมากขึ้นทั่วโลก เนื่องจากการเติบโตของประชากรโลกที่มากขึ้น ซึ่งโครงการ RABIF-BeefC นี้ มีเป้าหมายเพื่อผลิตเนื้อวัวคุณภาพสูงอย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้กากพืชผลทางการเกษตร และให้ความสำคัญต่อการลดการผลิตก๊าซมีเทนในกระเพาะรูเมนผ่านการเสริมอาหารอัดเม็ดที่มีสารพฤกษเคมี (phytonutrient pellet) ในโคเนื้อ”

รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มข. กล่าวว่า การผลิตเนื้อวัวที่ได้คุณภาพดี ไปพร้อมๆ กับการปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกให้ลดลง เป็นสิ่งที่สำคัญและท้าทายมาก โครงการในวันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยรุ่นใหม่จากประเทศสมาชิก ล้านช้าง-แม่น้ำโขง มีความรู้และใช้นวัตกรรมการใช้เศษเหลือทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์ให้มากขึ้น เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของ ศ.ดร.เมธา วรรณพัฒน์นักวิจัยระดับสูงของโลก จะนำพาทุกท่านไปสู่เป้าหมายสูงสุดนี้ได้ โดยเฉพาะการสร้างพลังให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ และ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตโคเนื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัย มข.กล่าวว่า พวกเราขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการมอบทุนของโครงการนี้ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.เมธา วรรณพัฒน์ ซึ่งเป็นงานวิจัยชั้นนำของโลกด้านสัตวศาสตร์ และโดยเฉพาะในฐานะ High-end Foreign Expert  และได้รับรางวัล Yunnan Friendship Award จากรัฐบาลจีนประจำปี 2563 ที่นำนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจากประเทศกัมพูชา จีน ลาว เวียดนาม และไทย ร่วมแสดงพลัง และแบ่งปันแนวความคิดและประสบการณ์ภายใต้หัวข้อการใช้เศษเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องและลดการปล่อยก๊าซมีเทน คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมทุกคนจะสามารถช่วยแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีเพื่อผลประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการเชื่อว่า ทุกท่านที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จะได้รับประโยชน์ ในการส่งเสริมการผลิตโคเนื้อในประเทศของท่าน รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อน

สมใจ  นามสุดตา

สกู๊ปพิเศษ : บ้านกูแบสีรา ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ทั้งหมู่บ้าน หลังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/720233

สกู๊ปพิเศษ : บ้านกูแบสีรา ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ทั้งหมู่บ้าน  หลังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สกู๊ปพิเศษ : บ้านกูแบสีรา ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ทั้งหมู่บ้าน หลังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสุพร ตรีนรินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน  กปร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมาพลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการ ได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่บ้านกูแบสีราอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านกูแบสีราอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี  

ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริไว้เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ในคราวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และทรงเยี่ยมราษฎร รับทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎรที่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมขังที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตรเป็นเวลานาน รวมถึงยังขาดแคลนน้ำในการอุปโภคและบริโภคในช่วงหน้าแล้ง โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎรเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งให้ดำเนินการศึกษาในภาพรวมทั้งระบบ เมื่อศึกษาภาพรวมทั้งระบบได้แล้ว ให้ดูว่าส่วนใดควรแก้ไขอย่างไร โดยขอให้ดำเนินการแก้ไขไปทีละส่วนเป็นขั้นตอน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ และทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นางดวง  ช่วยเมือง  ราษฎรบ้านกูแบสีรา และประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำหมู่ที่ 4 ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี หนึ่งในราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการบอกถึงการดำรงชีพภายหลังจากมีการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่แบบครบวงจร  ตั้งแต่การพัฒนาแหล่งน้ำการพัฒนาดิน ตลอดถึงอาชีพเสริม การศึกษา สาธารณสุข และการคมนาคมในหมู่บ้านว่าจากที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการทำกินได้ เปลี่ยนแปลงมาเป็นความสมบูรณ์ประกอบอาชีพได้ ได้รับผลผลิตที่ดีมีรายได้เพิ่มขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ที่บ้านทำนา ทำสวน ส่วนข้างบ้านปลูกพืชผักในกระสอบเพราะพื้นที่มีน้อย ปลูกพริก 50 ต้น เก็บขายได้ 3,000 กว่าบาทต่อรอบการปลูก ปลูกแบบปลอดสารพิษไม่ใช้ปุ๋ยเคมี  ใช้ปุ๋ยหมัก โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินเข้ามาอบรมให้ความรู้โดยใช้ทะลายปาล์มกับสารเร่ง พด. และใช้มูลไก่ ทำให้ประหยัดต้นทุนในการเพาะปลูกได้มาก รายได้ก็เพิ่มขึ้น” นางดวง ช่วยเมือง กล่าว ขณะที่นายมะยะโก๊ะ บือแน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กอลำ  เปิดเผยว่าบ้านกูแบสีราเดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีประชากร 370 คน 78 ครัวเรือน เป็นหมู่บ้านที่ยากจนที่สุดในจังหวัดปัตตานี มีผ่านเกณฑ์ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) เพียง 3 ครัวเรือน นอกนั้นตกเกณฑ์หมดหลังจากได้มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาสำรวจสภาพพื้นที่ จากนั้นมีการพัฒนาแหล่งน้ำสร้างระบบน้ำแบบคลองไส้ไก่ส่งน้ำไปยังแปลงเพาะปลูกของราษฎรได้อย่างทั่วถึง และช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง  นอกจากนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนด้านอาชีพ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และคมนาคม ทำให้ชาวบ้านตำบลกูแบสีรา ได้รับการพัฒนานาอย่างครบวงจร 

“ที่นี่พื้นที่เหมือนกับแอ่งกระทะ เป็นที่ลุ่มทำให้เกิดน้ำท่วมขัง แต่เมื่อมีระบบการระบายน้ำที่ดี ก็มีการทำการเกษตร ปลูกพืชผัก ปลูกผลไม้ ปลูกยางพาราได้ เมื่อก่อนการคมนาคมลำบากถนนเดิมเป็นลูกรังแต่ปัจจุบันมีถนนลาดยางหมดแล้ว ซึ่งในอดีตประชากรส่วนใหญ่จะจบแค่ประถมการศึกษาที่ 4 ก็จะออกไปหางานทำนอกหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ทุกคนได้เรียนต่อจนจบภาคบังคับแล้ว บางรายก็เรียนต่อจนจบปริญญาตรีก็มีถึง 11 คน และได้ทำงานเป็นบุคลากรทางการศึกษา  เป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล  เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุโรงพยาบาลในอำเภอยะรัง อีกส่วนก็เป็นบัณฑิตอาสามาช่วยทำงานด้านต่างๆ ในหมู่บ้าน เศรษฐกิจก็ดีขึ้นมาก จากที่ทั้งหมู่บ้านผ่าน จปฐ. เพียง 3 ครัวเรือน ปัจจุบันผ่านเกณฑ์หมดทั้งหมู่บ้าน เมื่อมีการศึกษา มีความรู้เรื่องการประกอบอาชีพ ทำให้มีรายได้ต่อครัวเรือนเฉลี่ย 40,000 บาทต่อปี”นายมะยะโก๊ะ บือแน กล่าว

ด้านนางสาวฟาตือเมาะ บาแหะ ประธานกลุ่มพัฒนาบ้านกูแบสีรา ตำบลคลองลำ  อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เผยว่าปัจจุบันสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง จนเหลือบริโภคภายในครัวเรือน จึงนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงขายกิโลกรัมละ 25 บาท หากขายเป็นข้าวเปลือกจะได้เพียงกิโลกรัมละ 12 บาท ขณะเดียวกัน ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาส่งเสริมอาชีพฝึกอบรมการถนอมอาหาร และแปรรูปอาหารชนิดต่างๆ ให้ทั้งเพื่อบริโภคและจำหน่าย อาทิ การทำข้าวยำ ทำน้ำบูดู แกงขี้เหล็ก และซุปไก่ เป็นต้น “รู้สึกดีใจมากที่มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ปลูกพืชผักได้อย่างสมบูรณ์ทำให้ไม่ลำบาก ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน มีความสุขมากในตอนนี้”นางสาวฟาตือเมาะ บาแหะ กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินงานพัฒนาตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2545 ประกอบด้วยด้านการจัดสรรที่ดินด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ด้านการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพ เช่นส่งเสริมเกษตรกรทำการเกษตรแบบผสมผสาน ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปผลผลิต รวมถึงการจัดตั้งกลุ่มทำขนม กลุ่มปักผ้าคลุมผม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานตามโครงการต่างๆ เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ในการทำเกษตร ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วมของราษฎร จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับและประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาราษฎรโดยมุ่งเน้นวิถีชีวิตบนพื้นฐานความพอเพียงส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่นซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน สามารถสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

สกู๊ปพิเศษ : มมส.สานประเพณีฮีตเดือน 4 เรียนรู้การทำดอกโน ธุงใยแมงมุม และเครื่องครุพัน ในพิธีกรรมบุญผะเหวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/716298

สกู๊ปพิเศษ : มมส.สานประเพณีฮีตเดือน 4 เรียนรู้การทำดอกโน ธุงใยแมงมุม และเครื่องครุพัน ในพิธีกรรมบุญผะเหวด

สกู๊ปพิเศษ : มมส.สานประเพณีฮีตเดือน 4 เรียนรู้การทำดอกโน ธุงใยแมงมุม และเครื่องครุพัน ในพิธีกรรมบุญผะเหวด

วันศุกร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่ พิพิธภัณฑ์บ้านอีสานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายสถิตย์ เจ๊กมา รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการวิชาการและทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำคณาจารย์ บุคลากร นิสิต เข้าร่วมอบรมและฝึกปฏิบัติการการทำดอกโน  การทำธุงใยแมงมุม ธุงไส้หมู และเครื่องครุพัน ในพิธีกรรมบุญผะเหวด  ซึ่งเป็น 1 ในพิธีฮีต ฮีตสิบสองคลองสิบสี่ โดยฮีตเดือน 4 คือประเพณีบุญผะเหวด เทศน์มหาชาติ ซึ่งก็จะมีพิธีกรรม การเตรียมของในงานมากมาย โดยเฉพาะการทำธุงใยแมงมุม ธุงไส้หมู(ธุงกระดาษ) และการทำดอกโนซึ่งเป็นสิ่งของที่จะต้องมีไว้ประดับในพิธีกรรมบุญผะเหวด โดยเฉพาะการทำดอกโน ที่นับวันจะหาคนสืบสานได้ยาก เนื่องจากมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก ต้องใช้แรง และความอดทนในการทำ 

โดยนายภูวดล อยู่ปานนักวิชาการศึกษา สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า บุญผะเหวดบุญพระเวส หรือบุญมหาชาติ เป็นบุญประจำเดือนสี่ตามฮีตสิบสองที่ชาวอีสานยังคงสืบสานเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่น การจัดงานบุญผะเหวด จะนิยมจัดในช่วงเดือน 3-4 หรือราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ใช้เวลาในการจัดงานราว 3 วัน หมู่บ้านหรือชุมชนใดจะจัดงานบุญนี้ ก็จะมีการบอกกล่าวพี่น้อง หรือหมู่บ้านใกล้เคียงให้มาช่วยและร่วมบุญกัน ทำให้เกิดสายสัมพันธ์และความสามัคคีกัน โดยทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็ได้จัดกิจกรรมอบรมและฝึกปฏิบัติการทำดอกโนธุงใยแมงมุม ธุงไส้หมู หรือธุงกระดาษเพื่อเตรียมไว้ประดับในงานบุญผะเหวดที่มหาวิทยาลัยฯกำลังจะจัดขึ้น มีอาจารย์ บุคลากร และนิสิตที่สนใจอยากจะสืบสานประเพณี และอยากที่จะเรียนรู้การทำดอกโน ทำธุงใยแมงมุม ธุงไส้หมู มาร่วมอบรม ก่อนจะแยกย้ายไปยังฐานต่างๆ ที่สนใจ เพื่อฝึกปฏิบัติจริง และจากผลงานที่ได้ มาร่วมประดับในงานบุญผะเหวด 

สำหรับการทำดอกโน หรือดอกโสน  สมัยก่อนนิยมเอาลำต้นของต้นดอกโสนมาทำ แต่การอบรมในวันนี้ ทำจากกิ่งต้นหม่อน ซึ่งมีความเหนียว แต่เนื้อไม่แข็ง วิธีการทำคือต้องปอกเปลือกไม้ออกให้เห็นสีขาวๆ ใช้มีดตอก บวกกับแรงมือ กดคมฝานให้เป็นริ้วไล่ระดับให้เป็นวงกลม เป็นชั้นๆพอเป็นดอก ก็ใช้มีดตอกตัดไม้ออกให้เป็นดอก โดนดอกโนใช้ประดับในงาน ตกแต่งธรรมาสน์สำหรับให้พระสงฆ์ขึ้นไปนั่งเทศน์กัณฑ์ต่างๆ ซึ่งนับวันสิ่งเหล่านี้จะเลือนหายไป เนื่องจากวิธีการทำค่อนข้างยาก และไม่ค่อยมีการถ่ายทอดเทคนิคการทำ สำหรับการทำธุงไส้หมู และธงใยแมงมุม จะง่ายกว่า โดยธุงไส้หมูเป็นงานประดิษฐ์ที่เกิดจากการตัดกระดาษแก้วสี ใช้กรรไกรตัดสลับกันเป็นลายฟันปลา แล้วคลี่ออกและจับหงายจะเกิดเป็นพวงกระดาษสวยงาม นำไปผูกติดกับคันไม้ไผ่หรือแขวนในงาน และการอบรมการทำธุงใยแมงมุม เป็นธุงที่ทำจากเส้นด้าย ผูกโยงกันคล้ายใยแมงมุมใช้แขวนโดยรอบในงานพิธีกรรม ซึ่งทั้งธุงใยแมงมุมและธุงไส้หมู จะมีความเชื่อว่าเป็นการดักจับสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในพิธีกรรมบุญผะเหวด ส่วนสีสันต่างไปของธุง ก็เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเจริญหูเจริญตา มีความตื่นตัว ไม่ง่วงหงาวหาวนอน ระหว่างอยู่ในพิธี 

ด้านนางสาวเพ็ญนภาโรจน์จรรยากิจ นิสิตคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้มาร่วมการฝึกอบรมการทำดอกโนในวันนี้ กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการทำต้นดอกโน ในงานบุญผะเหวดที่ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดขึ้น รู้สึกว่ามีขั้นตอนการทำที่ยากและใช้ทักษะความชำนาญเพื่อที่จะทำให้ดอกโนออกมาสวยงามตามที่อาจารย์วิทยากรได้สอน และถ้าไม่ได้มาร่วมงานก็จะไม่รู้เลยว่าใช้วัสดุอะไรทำ ทำอย่างไร และไม่รู้ว่าจะไปหาเรียนเรื่องนี้ได้ที่ไหน จึงถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่หาไม่ได้ในห้องเรียน

ยุทธนา โชติชูตระกูล

สกู๊ปพิเศษ : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มข. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/713188

สกู๊ปพิเศษ : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มข. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโคโลญจน์  ศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สกู๊ปพิเศษ : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มข. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่คณะดูงานสาขาวิชาแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ศึกษาดูงาน ที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการท่องเที่ยวชุมชน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และพลเอกภาณุวัชร นาควงษม์ ที่ปรึกษาศูนย์โครงการพัฒนาตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต้อนรับ คณะศึกษาดูงานจาก มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการท่องเที่ยวชุมชน  ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชิงวิชาการและลงพื้นที่ศึกษาการพัฒนาเมืองสำหรับอาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรการวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต และหลักสูตรการวางแผนภาคและเมือง ดุษฎีบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ได้เยี่ยมชม ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ  ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานที่ฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพ การจักสานหวาย จักสานไม้ไผ่ การแกะสลัก การทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้าตุ๊กตาชาวเขา ดอกไม้ประดิษฐ์ เครื่องหนัง และการทำเครื่องเงิน จากนั้น เดินทางไป วัดพระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา แหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมไทใหญ่และทุกชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และวัดจองคำพระอารามหลวง วัดจองกลาง วัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ในการจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวิชาการและลงพื้นที่ศึกษาการพัฒนาเมืองของหลักสูตรการวางแผนภาคและเมือง และ Institute of Geography,University of Cologne ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 15-23 กุมภาพันธ์ 2566 ณ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นกิจกรรมต่อเนื่องโดยได้มีการจัด Excursion Trip เพื่อเรียนรู้ร่วมกันในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยเกี่ยวกับบริบทของเมืองและภูมิภาคต่างๆ สำหรับในปีการศึกษา 2565 ในประเด็นดังต่อไปนี้ 

การวางผังเมืองของเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรล้านนามรดกเมืองและศาสนสถาน การพัฒนาเมืองชั้นในเพื่อการท่องเที่ยวการพัฒนาเมืองจากการจัด Events ความเชื่อมโยงระหว่างเมืองกับชนบท เกษตรกรรมในเมืองและกึ่งเมือง การขยายตัวของเมืองบนภูเขาในเมืองเล็กๆ  ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่เกษตรกรรมบนภูเขาแบบ
ดั้งเดิม/สมัยใหม่ (ไร่หมุนเวียน) การพัฒนาภูมิภาคในพื้นที่รอบนอกภูเขา โครงการหลวง ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ การท่องเที่ยวโดยชุมชน การตั้งถิ่นฐานในชนบท ความรู้ด้านการเกษตรและหัตถกรรมแบบดั้งเดิม สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นการพัฒนาชุมชนชายแดน Greenfield Urbanization การค้าและการลงทุนเมืองชายแดน การอพยพข้ามพรมแดน เมืองของผู้ลี้ภัย พลวัตของการทำให้เป็นเมืองชายแดน การค้าชายแดนและโอกาส โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของเครือข่ายทางหลวงเอเชีย การอพยพข้ามชาติในเมือง ความท้าทายของกิจกรรมข้ามพรมแดน การพัฒนาเมืองและเอกลักษณ์ของเมืองในเอเชีย มรดกโลกของยูเนสโก การท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึกในการพัฒนาระดับภาคและเมือง และกระตุ้นให้คณาจารย์และนักศึกษาในหลักสูตรมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาองค์ความรู้ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนภาคและเมือง สร้างเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ 

สมใจ นามสุดตา