สกู๊ปพิเศษ : สภาเกษตรกรแห่งชาติ ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อเกษตรกรทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708453

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ยืนยันความพร้อม ประกาศวันเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร ดีเดย์ 19 มีนาคมนี้ชวนเกษตรกรทั่วประเทศร่วมใช้สิทธิเพื่อการพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ทั้งนี้ ยังเปิดให้เกษตรกรผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งฯ สามารถยื่นใบสมัคร
รับเลือกตั้งฯ พร้อมเอกสารหลักฐานได้ตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2566 (5 วัน) ณ ที่ทำการปกครองอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัด/สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครประจำเขตประกาศกำหนด โดยพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบรายชื่อในประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ / หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน

นายรัตนะ สวามีชัย เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเอง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งก่อนนั้นเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด แต่ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรรายบุคคลเป็นหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากการเลือกตั้งในครั้งที่แล้ว โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการร่วมมือเป็นอย่างดีกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการต่างๆ ภายใต้ระเบียบสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2565 อาทิ คณะอนุกรรมการกฎหมาย คณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และวินิจฉัย และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนภารกิจการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ และขับเคลื่อนการปฏิบัติงานได้

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการเลือกตั้งฯ ให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ/ประจำเขต หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 รวมทั้งกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น ถูกต้อง โปร่งใส และเที่ยงธรรม ซึ่งได้ดำเนินการไปครบถ้วนสมบูรณ์แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำหรับบทบาท ภารกิจ ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร นับว่าเป็นบทบาทที่มีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ โดยเป็นกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเกษตรกร คอยรับฟังปัญหาจากเกษตรกร มาเสนอต่อสภาเกษตรกรจังหวัดและสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางแก้ไขโดยมุ่งรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และเพื่อพัฒนาการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ด้านนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อกรมการปกครองได้รับมอบหมายภารกิจจากกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้รับผิดชอบให้ความร่วมมือในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ ก็ได้มอบหมายให้สำนักบริหารการปกครองท้องที่โดยส่วนการเมืองและการเลือกตั้ง ดำเนินการในการวางแผนการบริหารจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนดกิจกรรมที่ต้องดำเนินการอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง การดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ พร้อมทั้งยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติอย่างใกล้ชิด อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็ได้มอบสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร โดยตรวจสอบ คัดกรองตามคุณสมบัติที่กำหนดในระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประเภทผู้แทนเกษตรกร

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เชิญชวนเกษตรกรไทยรวมพลังใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566โดยจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. พร้อมทั้งเชิญชวนให้เกษตรกรผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สามารถยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งฯ พร้อมเอกสารหลักฐานได้ตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ที่ทำการปกครองอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัด/สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครประจำเขต ประกาศกำหนด

สกู๊ปพิเศษ : ผ่าวิสัยทัศน์…อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรคนใหม่ ‘สุพิศ พิทักษ์ธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705443

สกู๊ปพิเศษ : ผ่าวิสัยทัศน์...อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรคนใหม่ ‘สุพิศ พิทักษ์ธรรม’

สกู๊ปพิเศษ : ผ่าวิสัยทัศน์…อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรคนใหม่ ‘สุพิศ พิทักษ์ธรรม’

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงตระหนักและเล็งเห็นในคุณค่าของแนวพระราชดำริเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พระ องค์ ทรงยึดมั่นที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอดแนวพระราชดำริต่างๆ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นแสงสว่าง นำทางตามรอยพระราชปณิธานไปสู่ความผาสุกแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาใช้ในการปฏิบัติงานตามภารกิจการทำฝนหลวง รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนและการดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดเป็นฝนภายใต้แนวคิดพระราชทาน “ทำให้เมฆรวมตัวตกลงมาเป็นฝน” ตลอดจนภารกิจด้านการบินเกษตร

ในวันที่ 25 มกราคม 2566 นี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะมีอายุครบ 10 ปี ภายใต้การนำของกัปตันคนใหม่ว่าที่อธิบดี “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะมีวิสัยทัศน์ที่จะบริหารงานนำองค์กรสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายและภารกิจภายใต้นโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรฯ และแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ อย่างไรบ้าง?

ว่าที่อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สุพิศ พิทักษ์ธรรม กล่าวไว้ว่า… “การทำให้องค์กรพัฒนาสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารระดับอธิบดี รองอธิบดี มีส่วนสำคัญ จะต้องตั้งใจที่จะพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า ผมวางแผนการทำงานไว้ 7 มิติ ที่จะนำกรมฝนหลวงและการบินเกษตรก้่าวไปสู่ความสำเร็จ” สำหรับ 7 มิติดังกล่าวประกอบด้วย

มิติที่ 1 การปฏิบัติการฝนหลวงหรือการทำฝนหลวงต้องแบบ “เต็มอิ่ม” หมายถึง การระดมทรัพยากรทั้งเครื่องบิน บุคลากร และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขึ้นทำฝนในพื้นที่เป้าหมายทันทีที่สภาวะอากาศพร้อม ให้เพียงพอในเชิงปริมาณน้ำ ความชุ่มชื้น ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจะทำให้ฝนตกได้ในปริมาณที่มากขึ้นสำเร็จตามวัตถุประสงค์ จากเดิมเวลาที่ขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวง จะใช้เครื่องบินชุดละ 2 ลำเท่านั้น และจะปฏิบัติการทำฝนหลวงกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ทำให้ได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ หลังจากนี้กรมฝนหลวงฯจะปรับเปลี่ยนแนวทาง

มิติที่ 2 นำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน เช่น การนำอากาศยานไร้นักบิน(UAV) หรือโดรนมาใช้ในการทำฝนและการตรวจสภาพอากาศแทนการยิงบอลลูน พัฒนาเทคโนโลยีในการโปรยสารทำฝนแบบอัตโนมัติแทนการใช้คนโปรย ปรับวิธีการบดสารฝนหลวงโดยใช้เครื่องจักร พร้อมวิธีจัดเก็บสารฝนหลวงที่คงสภาพเพื่อยึดอายุการใช้งาน ปรับเทคโนโลยีการลำเลียงสารทำฝนหลวง

มิติที่ 3 ใช้ทรัพยากรให้มีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการกระจายต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) เช่น การใช้เครื่องบินแต่ละลำต้องปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ คุ้มค่า และใช้ประโยชน์ได้ทุกช่วงเวลา ในช่วงเวลาพักการทำฝนหลวง ก็สามารถนำไปใช้ในภารกิจหรือกิจกรรมอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการบินเพื่อปฏิบัติราชการของผู้บริหารในพื้นที่ห่างไกล การบินสำรวจพื้นที่ การบริหารจัดการน้ำเพื่อการป้องกัน แก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง การบินสำรวจทางอากาศเพื่อการเกษตร เป็นต้น

มิติที่ 4 มุ่งเน้นการเกิดงานวิจัย กรมฝนหลวงฯจะให้ความสำคัญกับงานวิจัย เพราะงานวิจัยจะสามารถตอบข้อสงสัย แก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผลเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งจะนำมาพัฒนาต่อยอดให้สามารถนำมาใช้งานได้จริง ทั้งที่เป็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับภารกิจโดยตรง หรืองานวิจัยเพื่อนำไปใช้ในกระบวนงานสนับสนุน

มิติที่ 5 ขยายเครือข่ายอาสาฝนหลวง อาสาสมัครฝนหลวง จะเป็นตัวแทนของกรมฝนหลวงฯได้ดีที่สุดในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารจากกรมฝนหลวงฯ ไปสู่ประชาชนในพื้นที่ และสะท้อนปัญหาในพื้นที่ย้อนกลับมายังกรมฝนหลวงฯ จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างถูกต้องและตรงกับเป้าประสงค์มากที่สุด

มิติที่ 6 ปรับวัฒนธรรมองค์กร เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมฝนหลวงฯ โดยสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง เน้นการเรียนรู้ และมีความยืดหยุ่นในการทำงาน

และมิติที่ 7 ยกระดับธรรมาภิบาลในภาครัฐ เน้นความโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องถูกต้องตามกฎระเบียบ ข้าราชการของกรมฝนหลวงฯทุกคนจะต้องไม่ถูกสอบสวนในเรื่องทุจริต การบริหารงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย เป็นธรรม มีการวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย เพื่อชั่งน้ำหนักเพื่อประโยชน์สูงสุด

“ความยิ่งใหญ่ของผู้นำนั้น จะต้องปราศจากข้อครหาเรื่องการคอร์รัปชั่น” ว่าที่อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกรกล่าวย้ำในตอนท้าย

สกู๊ปพิเศษ : ยิ้มแก้มปริ เจ๊เปิ้ล แม่ค้าไก่สด เก็บแบงก์50ได้1ปีได้เงินกว่า2แสน7หมื่นบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702246

สกู๊ปพิเศษ : ยิ้มแก้มปริ เจ๊เปิ้ล แม่ค้าไก่สด เก็บแบงก์50ได้1ปีได้เงินกว่า2แสน7หมื่นบาท

สกู๊ปพิเศษ : ยิ้มแก้มปริ เจ๊เปิ้ล แม่ค้าไก่สด เก็บแบงก์50ได้1ปีได้เงินกว่า2แสน7หมื่นบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ใช้ facebook ที่ใช้ชื่อว่า “Parinatra Soonklang” ได้ออกมาเผยแพร่ ภาพถ่ายและข้อความ โชว์ ถังน้ำดื่มขนาดใหญ่สีขาวขุ่นที่ภายในมี ธนบัตรฉบับละ 50 บาท จำนวนมาก บอกปีนี้เก็บครบแล้ว เตรียมนำออกมานับ พร้อม ระบุข้อความว่า “#ปิดถังเป็นที่เรียบร้อย 1 ม.ค.65 ถึง 31 ธ.ค. 65 ปีนี้ลุ้นว่าจะได้เท่าไหร่#ของขวัญปีใหม่ 66 #แบงค์สีฟ้าพารวย #เงินทั้งหมดอนาคตลูกชาย” และ “รอลุ้นเปิดถังนับเงินแบงค์ 50 ของปี 2565 ในวันอังคารที่ 3 ม.ค.2566 น๊า” ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ทันที เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกภาพการเปิดถังดังกล่าวด้วย เจ้าตัวยินดีและอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพบกับเจ้าของโพสต์ดังกล่าว ชื่อว่า น.ส.ปริณตรา ศูนย์กลาง อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นเจ้าของร้าน “น้องอั่งเปาไก่สด” พร้อมเปิดเผยว่า ตนเป็นแม่ค้าขายไก่ตามตลาดนัดต่างๆ ได้เก็บหยอดธนบัตรฉบับละ 50 บาท ไว้ในถังน้ำดื่มขนาดใหญ่ที่มีสีขาวขุ่น ซึ่งเป็นถังน้ำดื่ม มาทำเป็นกระปุกออมสิน เหมือนกับที่ได้อ่านในfacebook ที่มีคนแชร์ต่อๆ กันมา ซึ่งตนได้ทำมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยเขียนข้อความไว้บนถังว่า 1 ม.ค.2565 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มต้นหยอดแบงก์ 50 บาท ลงไป และกระปุกออมสินรูปถังไม้ใส่กุญแจล็อก 1 ถัง ภายในหยอดธนบัตรฉบับละ 100 บาท อีกจำนวน 1 ถัง และในปีนี้ ต้องเพิ่มปี๊บมาเป็นกระป๋องซึ่งเจ้าตัวบอกครั้งนี้เป็นการหยอดครั้งที่ 4 แล้ว

โดยที่ น.ส.ปริณตรา เจ้าของกระปุกออมสิน ถังออมเงิน ดังกล่าว ได้เทเงินสดฉบับใบละ 50 บาท ที่อยู่ในถังออมเงินดังกล่าวลงบนผ้าปูสีแดง หลังใช้ค้อนทุบถังจนแตก เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ชมและบันทึกภาพคลิปวีดีโอดูว่าทั้งหมดคือเงินสดๆ ที่ตนได้ออมในถังบรรจุน้ำ ตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 – 31 ธ.ค.2565 ดังกล่าวจริง พร้อมทั้งให้ พี่สาวและลูกชายได้ช่วยกันนับ โดยนับเป็นปึก ปึกละ 100 ใบ 5,000 บาท เป็นเงิน 278,100  บาท จากนั้น ได้นำกุญแจไขกระปุกออมสินถังไม้ซึ่งมีธนบัตรฉบับละ 100 บาท และเทออกมานับ ซึ่งตนและพี่สาวใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงนับเสร็จ ได้ แบงก์ 50 จำนวน 5,160 ใบ เป็นเงินจำนวน 258,100 บาท ส่วน แบงก์ 100 ได้จำนวน 200 ใบ เป็นเงิน 20,000 บาท รวม 278,100 บาท

น.ส.ปริณตรา กล่าวว่า การเก็บออมเงินครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว หลังจากได้แรงบันดาลใจจากชาวเนตที่ได้ออกมาแชร์การเก็บเงินไว้ในถังบรรจุน้ำซึ่งตนได้รองทำดูบ้างและประสบความสำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง วิธีการเก็บโดยเมื่อตนได้รับเงินจากลูกค้าจะเป็นแบงก์ 50 บาท โดยตนจะเลือกใบที่ใหม่ นำมาหยอดใส่ถังไว้ วันไหนได้มากก็หยอดมาก วันไหนได้น้อยก็หยอดน้อย ประกอบกับแม่ค้าด้วยกัน และ ผู้ที่ทราบจากข่าวว่าตนชอบเก็บแบงก์ 50 บาท ก็จะนำมาให้ตนเองแลกเอาไว้ และเริ่มหยอดใส่ถังน้ำดื่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นมาจนถึงกำหนด 31 ธันวาคม 2565 เป็นเวลา 1 ปีเต็ม จนเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2566 ตนก็ได้ถือฤกษ์ช่วงเช้าเวลาประมาณ 14.39 น. จึงนำค้อนมาเปิดปากถัง เนื่องจากเป็นพลาสติกเหนียวและหนา และนำธนบัตรทั้งหมดที่อยู่ภายในถังออกมา

น.ส.ปริณตรากล่าวต่อว่า เมื่อตนเอง กับ พี่สาว และ ลูกชาย ได้นับแบงก์ 50 บาท ทั้งหมด ปรากฏว่าได้หยอดเงินสะสมทั้งหมด จำนวน 278,100 บาท รู้สึกดีใจมาก เพราะว่าลองเก็บเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และครั้งนี้เก็บได้เพียง 1 ปี ตนทำงานอย่างหนักแบบไม่ได้พักเหมือนคนอื่นเขา ตั้งใจหยอดทุกวัน และ ไม่กระทบกับเงินทุนที่ต้องใช้ซื้อของแต่ละวัน ไม่คิดจะได้เงินมากขนาดนี้

สำหรับการเก็บเงินแบงก์ 50 บาทครั้งแรก ปี 2561 เก็บได้จำนวน 68,000 บาท ครั้งที่ 2 ปี 2562-2563 จำนวน 2 ปี เนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19เก็บเงินได้จำนวน 147,800 บาท ครั้งที่ 3 ปี 2564 เก็บได้จำนวน 180,850 บาท และ ครั้งที่ 4 ปี 2565 จำนวน 278,100 บาท

สำหรับเงินจำนวนนี้ ตนจะนำไปฝากธนาคาร และ จะนำเงินมาซื้อความสุขให้กับตนเองและครอบครัว จะพาคุณแม่ พาลูกชาย ไปเที่ยว และ ทำบุญตามสถานที่ต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งจะเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนของลูกชาย และใช้ในครัวเรือนส่วนหนึ่ง มันอาจจะดูไม่มาก แต่ก็ภูมิใจที่ได้เก็บเงินถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ ปี 2566 พร้อมกันนี้ได้นำเงินเก็บไว้เป็นเงินขวัญถัง 10,000 บาท เพื่อเก็บเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งเริ่มตั้งแต่1 ม.ค.2566 เป็นต้นไป

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ใช้วิธีอะไรในการเก็บเงินจนประสบความสำเร็จ น.ส.ปริณตรา ตอบว่า สิ่งแรกคือความตั้งใจ เงินที่นำมาหยอดนี้ต้องไม่เดือดร้อนกับเงินทุน
หรือเงินที่ใช้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีเหลือมากเราก็เก็บมาก มีน้อยเราก็เก็บน้อย ที่สำคัญเราต้องไม่ไปคิดว่าเรามีถังใบนี้อยู่และเก็บเงินเอาไว้ ให้ทำเป็นลืม และไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มสุรา มีความขยัน ตั้งใจทำงาน ก็จะประสบความสำเร็จได้ โดยตนขอให้กำลังใจกับคนที่เก็บแล้วหมดหวัง “ให้อดกลั้น นำเงินที่พอเหลือหยอดเก็บไว้แบบไม่ต้องคำนึง และทำเป็นลืม สามารถเก็บได้แน่นอน”


สิริมงคล ไกรวงศ์วิชญ์

สกู๊ปพิเศษ : มทบ.38 นำส่งความสุขปีใหม่ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ส่งมอบความสุขใจด้วยเสียงเพลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702036

สกู๊ปพิเศษ : มทบ.38 นำส่งความสุขปีใหม่ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ส่งมอบความสุขใจด้วยเสียงเพลง

สกู๊ปพิเศษ : มทบ.38 นำส่งความสุขปีใหม่ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ส่งมอบความสุขใจด้วยเสียงเพลง

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.ต.คณิศร อาสมะ ผบ.มทบ.38 พร้อมด้วย พ.ท.สรารักษ์ ชูสกุล ผอ.รพ.ค่ายสุริยพงษ์ชุดแพทย์จาก รพ.ค่ายสุริยพงษ์ นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน, ชป.กร.มทบ.38 และชุดแพทย์เดินเท้าจาก รพ.ค่ายสุุริยพงษ์ ร่วมกับผู้นำชุมชน ลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง ผักปลอดภัย,เมล็ดพันธุ์ผัก จากโครงการทหารพันธุ์ดีน่านผ้าห่มกันหนาว และกล่องยาเวชภัณฑ์ ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่เป็นผู้สูงอายุ ทุพพลภาพ และมีฐานะยากจนณ บ้านร่มเกล้า ม.10 ต.น้ำพาง อ.แม่จริม จ.น่าน จำนวน 5 ครอบครัว คือ ครอบครัวของ(1) นายรัตนชัย พงศ์ชัยภิวัฒน์ ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง มีมารดาดูแล (2) นายอู แซ่วื้อ ป่วยเป็นโรคเก๊า และโรคไต มีบุตรดูแล (3) นายลีไซชนาภัทรกุลชา ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง มีภรรยาดูแล (4) นางปา แซ่วื้อ ป่วยเป็นอัมพาต มีสามีดูแล(5) นางนุ มงคลส่ง ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบมีบุตรดูแล เพื่อร่วมสร้างความสุขให้กับประชาชน พร้อมจัดกิจกรรมส่งมอบความสุขด้วยเสียงเพลงให้กับผู้ป่วยและญาติ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ห้วงวันหยุด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมอบความสุขแก่ประชาชน เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2566 ณ โรงพยาบาลน่าน ต.ในเวียง อ.เมืองน่านจ.น่าน จากกองทัพบกเพื่อประชาชนส่งมอบความสุขปีใหม่อุ่นใจ


ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น