สกู๊ปพิเศษ : ชป.ติดตามผลการส่งน้ำและตรวจวัดปริมาณน้ำ ระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/577720

สกู๊ปพิเศษ : ชป.ติดตามผลการส่งน้ำและตรวจวัดปริมาณน้ำ  ระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์

สกู๊ปพิเศษ : ชป.ติดตามผลการส่งน้ำและตรวจวัดปริมาณน้ำ ระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์

วันศุกร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายปิยภัทร สายเมฆ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายมานพ สุวรรณบุตร หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรน้ำฯ ร่วมกับนายกิตติศักดิ์ สมุทรวงค์ นายช่างเครื่องกล สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 12 ลงพื้นที่ติดตามผลการส่งน้ำและตรวจวัดปริมาณน้ำ ของระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อหาแนวทางนำไปพัฒนา ปรับปรุง วิธีการควบคุมอาคาร ให้การส่งน้ำในพื้นที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น หลังราษฎรที่อพยพจากพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ มาตั้งรกรากอยู่พื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านในเขตอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ กว่า 50 ปี ที่ผ่านมา ต้องประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภค-บริโภคและการทำการเกษตร

นายปิยภัทรกล่าวว่า ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาในด้านน้ำให้ราษฎรของพระองค์ท่าน ซึ่งได้เห็นผลสัมฤทธิ์จากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ที่สามารถให้เป็นแหล่งเก็บน้ำต้นทุนให้กับราษฎรในพื้นที่

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี พร้อมระบบผันน้ำ ระบบส่งน้ำ และ อาคารประกอบไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2548 กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างในปี 2554 เป็นโครงการชลประทานขนาดกลางความสูง 55 เมตร ความยาว 440 เมตร มีความจุ 73.70 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ได้มีน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรตลอดทั้งปี

โดยจะเริ่มเก็บกักน้ำได้ในช่วงฤดูฝนปีนี้ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 ใช้งบทั้งสิ้นประมาณ 4,800 ล้านบาท หลังจากนั้นสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 12 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน จะทำการส่งมอบให้กับโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ รับผิดชอบและดำเนินการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้กับราษฎรที่ได้รับประโยชน์ต่อไป

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำให้กับแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อทำการเกษตรในพื้นที่ประมาณ 8,600 ไร่ โดยมีแผนการก่อสร้างโครงการ รวม 11 ปี เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 53,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าปลา จำนวน 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลจริม, ตำบลท่าปลา, ตำบลหาดล้า, ตำบลร่วมจิต,ตำบลน้ำหมัน และอีก 4 ตำบลของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ได้แก่ ตำบลหาดงิ้ว,ตำบลบ้านด่าน ตำบลแสนตอ และ ตำบลวังดิน รวมถึงประโยชน์ทั้งด้านการประมง การท่องเที่ยว และการเลี้ยงสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์

สกู๊ปพิเศษ : โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกเตรียมความพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575621

สกู๊ปพิเศษ : โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกเตรียมความพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน

สกู๊ปพิเศษ : โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกเตรียมความพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน

วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก สั่งการให้นายนิพนธ์ เผ่ากันทะ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3  และเจ้าหน้าที่โครงการฯ ลงพื้นที่พบปะผู้นำเกษตรกรนายไพฑูรย์ นาคะเกศ กำนันตำบลผาจุก, นางปานจิต อ่อนระฮุง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4, นายวุธ เล็กคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 และนายพลไชยสอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ (ฝั่งซ้าย)  เขื่อนทดน้ำผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ที่บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ (ฝั่งซ้าย) เขื่อนทดน้ำผาจุกอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่รับประโยชน์ 4,000 ไร่ 

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้มุ่งเน้นและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำโดยใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทานด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำชลประทานอย่างจริงจัง

นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก กล่าวว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก เป็นหน่วยงานหลักในระดับจังหวัดในการพัฒนาด้านแหล่งน้ำให้เพียงพอ บริหารจัดการน้ำให้กับผู้ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพทั่วถึงเป็นธรรม และยั่งยืนเสริมสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา และ บริหารจัดการน้ำทุกระดับอย่างบูรณาการ ดำเนินการป้องกัน และ บรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ

“โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก”มีหน้าที่รับผิดชอบวางแผนควบคุมบริหารงานด้านก่อสร้าง อาคารชลประทานประเภทต่างๆ เช่น ทำนบ ฝาย เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อน หรือ ประตูระบายน้ำ คลองส่งน้ำคลองระบายน้ำ ระบบชลประทานในแปลงนา คันกั้นน้ำ ถนนบนคันคลอง และดำเนินการก่อสร้างระบบระบายน้ำและระบบชลประทานประเภทอื่นๆ ตามที่ได้รับ
มอบหมาย โดยรับผิดชอบการบริหารงานในลักษณะโครงการก่อสร้างทางชลประทานขนาดกลาง โครงการชลประทานขนาดเล็ก โครงการก่อสร้างทางชลประทาน รวมทั้งโครงการพระราชดำริ โครงการพิเศษและโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงโดยดำเนินการเสร็จตามแผนงานงบประมาณที่กำหนดไว้ และ/หรือเงินนอกงบประมาณที่ได้รับ ตลอดจนตรวจสอบ วิเคราะห์ ติดตามประเมินผลงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการรวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนต่างๆ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย สำหรับพื้นที่บริเวณที่ตั้งโครงการมีเนื้อที่ทั้งหมด 64 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา พื้นที่ชลประทาน จำนวน 327,506 ไร่ นายณฐพล กล่าว

ด้านนายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน  กล่าวว่าสำหรับการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการมีส่วนร่วม ซึ่งทำให้เกษตรกรและชุมชนเกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมที่มุ่งแก้ไขปัญหาของสังคม ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของการบริหารจัดการน้ำอย่างแท้จริง

“กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้กำหนดทิศทางของการบริหารจัดการน้ำชลประทานในอนาคต โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทานที่ได้รับการพัฒนาแล้ว แทนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานที่ยาวนาน ด้วยการเปลี่ยนจากการพัฒนาเชิงปริมาณไปเป็นการพัฒนาเชิงคุณภาพ มีกระบวนการที่สำคัญที่สุดคือ “การส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำชลประทานอย่างจริงจัง” จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานขึ้นในพื้นที่ต่างๆ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษาระบบชลประทานได้อย่างเข้าใจตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเป็นไปตามนโยบายของนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ที่เน้นให้ความสำคัญการการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด นายเกรียงไกร กล่าวท้ายที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : ชาวพังงาพลิกวิกฤติช่วงโควิด-19 หาหอยติบ ตัวโต เนื้อแน่น เลี้ยงครอบครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575116

สกู๊ปพิเศษ : ชาวพังงาพลิกวิกฤติช่วงโควิด-19  หาหอยติบ ตัวโต เนื้อแน่น เลี้ยงครอบครัว

สกู๊ปพิเศษ : ชาวพังงาพลิกวิกฤติช่วงโควิด-19 หาหอยติบ ตัวโต เนื้อแน่น เลี้ยงครอบครัว

วันจันทร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อาชีพการหาหอยติบ เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านบ้านบางหลาโอน หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่าจ.พังงา ซึ่งทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่าจนถึงปัจจุบัน แต่หลังจากไวรัสโควิด-19 ระบาดทำให้คนส่วนใหญ่ต้องตกงาน กลับมาอยู่บ้าน กลับมาอยู่พร้อมหน้าครอบครัวกันอีกครั้ง มีการทำกิจกรรมร่วมกันในหมู่ญาติพี่น้อง กลับมาใช้ชีวิตเดิมๆ อาชีพเดิมๆ ไม่ขี้เกียจไม่อดตาย หนึ่งในนั้นคือ อาชีพหาหอยติบ บริเวณชายหาดนางทอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนเล่นน้ำอาบแดด หรือรอชมพระอาทิตย์ตกน้ำจำนวนมากช่วงที่ยังไม่เกิดโรคระบาดโควิด-19 

หอยติบ จะอยู่ตามโขดหินราวใหญ่ ซึ่งเราจะต้องรอเวลาช่วงที่น้ำทะเลลงจากนั้นก็เดินลุยน้ำข้ามไปยังโขดหินราวใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่ง 50 เมตรวิธีเก็บหอยติบ เราจะใช้เหล็กแหลมที่เรียกว่าปะโต๊ะแซะเปลือกหอยที่ติดตามซอกหินให้แตกโดยเลือกที่เปลือกหอยอ้วนๆ แล้วใช้มีดปลายแหลมแกะเอาเฉพาะเนื้อหอยออกมา คนที่หาหอยติบต้องใช้ความระมัดระวังสักนิด เนื่องจากแนวโขดหินจะมีทั้งเปลือกหอยที่มีความคมเหมือนใบมีดโกนและแหลมคมอาจทิ่มแทงมือได้

นอกจากหอยติบแล้วที่โขดหินราวใหญ่ก็จะมีหอยจำพวก หอยลิ่น หอยน้ำพริก หอยทรายหรือแม้แต่หอยตาวัว ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวจะได้มากได้น้อยแล้วแต่คน

นางสาวปริยาภัทร ด้วงมาก อายุ 30 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เขาหลัก  บอกว่า หลังจากโรคโควิดระบาด ร้านอาหารที่บ้านก็ต้องปิดตัวเนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เขาหลักต้องอยู่กับบ้าน เข้าสวนปลูกผัก รวมกลุ่มกันเฉพาะญาติพี่น้องเท่านั้นพอตกเย็นก็ชวนน้า หลาน ออกไปหาหอยติบเนื่องจากทะเลอยู่ใกล้บ้าน ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ พ่อ แม่สอนให้หาหอยติบ เป็นอารมณ์ที่ย้อนอดีตได้เป็นอย่างดีหอยติบพอหามาได้ก็นำมาแบ่งปันกินกันในครอบครัวไม่ต้องซื้อหา หอยติบที่นี่จะตัวโต เนื้อแน่น น่ารับประทานเนื่องจากช่วงโรคโควิด-19 ระบาด ทำให้ธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์

หอยติบ มีลักษณะคล้ายหอยนางรม สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นแกงเลียงใส่ผักพื้นบ้าน พล่าหอยติบ ผัดกะเพรา แกงคั่วกะทิ ทอดกับไข่หรือเมนูเด็ดที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพังงาและภูเก็ตคือทอดโกต้าว คือหอยติบทอดกับแป้งมันใส่ซีอิ๊ว และต้นหอม หรือจะรับประทานแบบดิบๆก็ได้ เพราะหอยติบ มีรสชาติอร่อย เนื้อแน่น และหวาน จึงเป็นที่นิยมรับประทานของชาวบ้าน หากวันไหนหาได้มากก็จะแบ่งขายเป็น ขนาดกระป๋องนม กระป๋องละ 50 บาท

สกู๊ปพิเศษ : RID TEAM ขับเคลื่อนงานชลประทาน สร้างความมั่นคงทางด้านน้ำอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571961

สกู๊ปพิเศษ :  RID TEAM ขับเคลื่อนงานชลประทาน สร้างความมั่นคงทางด้านน้ำอย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : RID TEAM ขับเคลื่อนงานชลประทาน สร้างความมั่นคงทางด้านน้ำอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมชลประทานเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารน้ำของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้จำนวน 49.5 ล้านไร่ มีปริมาณน้ำเก็บกัก 93,655 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ 14.1 ล้านไร่ มีพื้นที่จัดรูปที่ดินจำนวน 14.46 ล้านไร่ และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ถึง 7.431 ล้านครัวเรือนให้ได้ภายในปี 2579

“RID TEAM เราจะก้าวไปด้วยกัน”เป็นหลักคิดและหลักปฏิบัติสำคัญที่ นายประพิศจันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน มอบให้ผู้บริหารกรมชลประทาน และข้าราชการทุกคนนำไปใช้ขับเคลื่อนงานชลประทานเพื่อก้าวไปสู่องค์กรอัจฉริยะ มีความมั่งคงด้านน้ำ รวมทั้งเพิ่มคุณค่าการบริการ ซึ่งแนวคิด “RID TEAM เราจะก้าวไปด้วยกัน” เป็นการพัฒนาต่อยอดจากแนวคิด RID No.1 ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้

แนวคิด RID TEAM มุ่งขับเคลื่อนกรมชลประทานให้เป็นองค์กรที่ดี 4 ด้าน ได้แก่ นโยบายด้านรัฐ สังคมและสิ่งแวดล้อม เน้นพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนแม่บทที่สำคัญของประเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนและสังคม นโยบายด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมุ่งกำหนดมาตรฐานและพัฒนาการให้บริการบนพื้นฐานของกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน นโยบายด้านองค์การ มี 2 นโยบายหลัก คือ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้วิสัยทัศน์ที่มีเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวผ่านการวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันมุ่งส่งเสริมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล(Good Governance) สร้างจิตสำนึกให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนนโยบายด้านผู้ปฏิบัติงานเน้นดำเนินงานใน 4 ด้าน ได้แก่ มุ่งพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคล พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เป็น “Smart Worker” นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินงานพัฒนาระบบและวิธีการทำงาน รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของบุคลากร

นอกจากนี้ RID TEAM มุ่งกำหนดเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานชลประทานไว้ 3 ประเด็น ประเด็นละ 4 กลยุทธ์ ดังนี้ คือ ยกระดับเป็นองค์กรอัจฉริยะ โดยเน้นจัดการและบูรณาการระบบฐานข้อมูล การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในการทำงาน รวมทั้งการสรรหาและพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำ โดยเน้นพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน การบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการชลประทาน และการพัฒนารูปแบบ ตลอดจนแนวทางที่เหมาะสมในการรับมือภัยพิบัติด้านน้ำ เพิ่มคุณค่าการบริการ โดยเน้นเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้รับบริการและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน การพัฒนาคุณภาพการให้บริการของหน่วยงาน การจัดวางตำแหน่งบุคลากรและจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าอย่างเหมาะสม รวมทั้งเสริมสร้างความผาสุกของบุคลากรเพื่อให้มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน

สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวนั้น นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน มีนโยบายให้ยึดหลักการบริหารน้ำแบบประณีต โดยเน้นการสร้างขบวนการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน เช่น การบริหารจัดการน้ำในระดับแปลงนา เจ้าหน้าที่ชลประทานต้องเพิ่มความละเอียดพิถีพิถันในการส่งน้ำ ให้พอดีกับการเจริญเติบโตของต้นข้าว วิธีการนี้ช่วยประหยัดน้ำ และประหยัดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจากสถิติพบว่าประเทศไทยเผชิญปัญหาน้ำน้อยและน้ำมาก เกิดสลับกันทุก 4-5 ปี ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ต้องมีการจัดทำแผนรองรับ บนพื้นฐานข้อมูลสถิติผนวกกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ประมวลผลและวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวรวมทั้งเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำให้มากขึ้น โดยพัฒนาแหล่งเก็บน้ำใหม่ และการปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ให้เพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำได้มากขึ้น

นอกจากนี้ อธิบดีกรมชลประทานยังมีนโยบายให้มีการเชื่อมโยงอ่างสู่อ่าง มีการสูบกลับ สร้างทำนบดินหรือสิ่งก่อสร้างในลำน้ำเป็นช่วงๆ ขุดขยายแก้มลิงสร้างสมดุลการปล่อยและเก็บน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง กรมชลประทานเตรียมจัดสรรงบประมาณกว่า 6 หมื่นล้านบาทสำหรับบุคลากร และพัฒนาแหล่งน้ำ ให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 1.3 หมื่นล้าน ล้านลูกบาศก์เมตร ขยายพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 18 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 50 ล้านไร่ทั่วประเทศภายใน ปี 2579

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน มีความทุ่มเทที่จะบริหารราชการและปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยยึดมั่นเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม โปร่งใส มีความรับผิดชอบ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ รวมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวในการประพฤติปฏิบัติและดำรงตนไว้ซึ่งเกียรติ ตลอดจนปลูกฝังค่านิยม สร้างจิตสำนึกให้แก่บุคลากรของกรมชลประทานให้ดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจงานชลประทานให้บรรลุตามเป้าหมาย เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและราษฎรอย่างยั่งยืนต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : กศน.ภาชีนำใบอ่อนผักตบชวามาทำเป็นบะหมี่สด สร้างรายได้เข้าชุมชน-ตั้งเป้าส่งออกประเทศญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/571772

สกู๊ปพิเศษ : กศน.ภาชีนำใบอ่อนผักตบชวามาทำเป็นบะหมี่สด  สร้างรายได้เข้าชุมชน-ตั้งเป้าส่งออกประเทศญี่ปุ่น

สกู๊ปพิเศษ : กศน.ภาชีนำใบอ่อนผักตบชวามาทำเป็นบะหมี่สด สร้างรายได้เข้าชุมชน-ตั้งเป้าส่งออกประเทศญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางดาธิณี ตามเพิ่ม ครูสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งชีวิตความเป็นอยู่ การดำรงชีพ อีกทั้งรายได้

สำหรับ “ผักตบชวา” (Water hyacinth) ในสายตาของคนทั่วไป คือวัชพืชที่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำ แต่จะมีใครทราบบ้างว่าในอีกมุมของผักตบชวา สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกหลายๆ ด้านทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำเป็นสิ่งของใช้สอย หรือการใช้เป็นอาหาร และ ผักสมุนไพร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.ภาชี เล็งเห็นว่า “ผักตบชวา”ที่ขึ้นอยู่เต็มลำคลอง และสร้างปัญหาให้กับชุมชน สามารถจะนำมาดัดแปลงทำเป็นอาหารได้เพราะในใบอ่อนของผักตบชวามีไฟเบอร์ และ คลอโรฟิลสูง เป็นประโชย์ต่อร่างกาย จึงได้คิดริเริ่มนำใบอ่อนของผักตบชวามาทำเป็นเส้นบะหมี่สด

โดยเริ่มจากนำใบอ่อนของผักตบชวามาปั่นจนละเอียด ผสมกับแป้งสาลี ไข่ไก่ และเกลือ ทำเป็นเส้นบะหมี่สด ที่สะอาด ถูกสุขอนามัยมีกลิ่นหอม และมีรูปร่างหน้าตา ที่แสนจะน่ากิน สามารถนำไปประกอบอาหาร ได้หลายอย่าง

นอกจากนี้ยังได้รวมกลุ่มคนในชุมชน คิดเมนูอีกหลากหลายเมนูโดยได้นำส่วนประกอบของผักตบชวาไปทำอาหาร ทั้งนำไปผัด ต้ม ทอด ทำแกงส้มไหลผักตบชวา และ น้ำพริกชวาเสวย

อีกทั้งยังต่อยอดจัดทำหลักสูตรสอนเป็นอาชีพ สามารถสร้างรายได้แก่ชุมชน วันละกว่า 2,000 บาท หรือกว่า 6 หมื่นบาท / เดือน ล่าสุดยังได้ทำตลาดออนไลน์ ทางเพจ และเฟซบุ๊ค โดยมีตลาดในไทย และเริ่มมีตลาดต่างประเทศ สนใจติดต่อเข้ามาบ้างแล้วโดยทางกลุ่มเองตั้งเป้าจะส่งออก ไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่นให้ได้