เกษตรฯ-อว.ทำAgri-Mapด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711156

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (AgriculturalMap for Adaptive Management : Agri-Map) ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยมี ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว.นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้องร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ว่ามีนโยบายขับเคลื่อนงานภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ 15 แนวทางนโยบายหลัก ปรับตามสถานการณ์และปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานเชิงรุกในการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ ซึ่ง Agri-Map ถือเป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานดังกล่าว ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามสภาพพื้นที่และสถานการณ์ในปัจจุบัน

ด้าน นายปราโมทย์กล่าวว่า นโยบายจัดทำแผนที่สำหรับบริหารจัดการภาคการเกษตรฯ มีการบูรณาการข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรและการพาณิชย์ สำหรับวิเคราะห์การจัดการสินค้าเกษตร ตามความต้องการของผู้ผลิตและผู้บริโภค และความเหมาะสมของการใช้ที่ดินที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)ทำให้ Agri-Map ถูกพัฒนาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้บริหารจัดการภาคการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย สะดวกและติดตามความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาสามารถใช้ได้บนแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ Agri-Map Online และบนแพลตฟอร์มมือถือ Agri-Map Mobile เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตร และวางแผนการบริหารจัดการภาคเกษตรภายใต้โครงการสำคัญต่างๆ มุ่งหวังให้เกษตรกรและผู้สนใจสามารถใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว

รองปลัดฯร่วมถกคกก. ประเมินการปฏิบัติราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711157

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ ผอ.สำนัก/กอง ในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม สำหรับการประชุมดังกล่าวนั้น ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล ในระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลระดับกรม (DPIS6)ร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประจำปี 2566 กรอบระยะเวลาการดำเนินงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการระดับบุคคลประจำปี 2566 แนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) หัวหน้าหน่วยงาน (ฝ่ายเกษตร) ที่ปฏิบัติงานประจำประเทศต่างๆ และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และแนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร (รองปลัดกระทรวงผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ช่วยปลัดกระทรวง)

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นย้ำให้ ผอ.สำนัก/กอง ทุกท่าน ให้ความสำคัญในการดำเนินการในระบบ DPIS6 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น ตรงตามวัตถุประสงค์ ทั้งการลาการประเมิน การทำแบบมอบหมายการปฏิบัติงาน และให้ความสำคัญกับการประกาศรายชื่อผู้มีผลการปฏิบัติราชการอยู่ในระดับสูงกว่าระดับดีขึ้นไป

รองปลัดฯลงพื้นที่ ส่งเสริมการเลี้ยงปู ตั้งกลุ่มรวมผลผลิต ขายเมล็ดกาแฟสด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710855

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จ.ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปูทะเล ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปูดำบ้านโต๊ะโสม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีส่งเสริมเกษตรกรให้เป็นทั้งผู้ขายและผู้ส่งจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น ธุรกิจปูไข่ดองน้ำปลา โดยตลาดปูทั้งในและนอกประเทศยังสดใส ราคาขึ้นลงตามฤดูกาล เช่น หน้าเดือนถือศีลกินเจ ราคาปูจะต่ำสุดช่วงตรุษจีน ราคาปูจะสูงสุด เป็นต้น

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องผลกระทบด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ควรส่งเสริมให้เกษตรกรปรับการเลี้ยง โดยเน้นการเลี้ยงแบบ “ปูคอนโด” นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาแนวทางการตั้งกองทุนปูทะเลเพื่อเป็นแหล่งทุนในการช่วยเหลือ สนับสนุนความต้องการของเกษตรกรและพิจารณาแนวทางของ ศอ.บต.ในการส่งเสริมให้ จ.ปัตตานี เป็นแหล่งปูทะเลโลก

จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามเกษตรกรตัวอย่าง นางสำลี บุญมา พื้นที่หมู่ 3 ต.บางโกระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ภายใต้หลักคิด “ในพื้นที่หนึ่งสามารถบริหารจัดการปลูกพืชได้หลายชนิดได้รับผลผลิตต่อเนื่อง สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี” ดำเนินการตั้งกลุ่มรวบรวมผลผลิตเมล็ดกาแฟสด ปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าพันธุ์อาราบิก้าแซมในสวน นอกจากนี้ได้หารือการปลูกพืชอาหารสัตว์และขับเคลื่อนโครงการโคบาลชายแดนใต้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ลงพื้นที่ พบปะ/ติดตามงานสหกรณ์ฯตะกั่วป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710862

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด ซึ่งเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้ารูปแบบซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้ากับสหกรณ์ทั้งในและนอกจังหวัด และนำสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของสมาชิกมาจำหน่าย ส่งเสริมความรู้ พัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้กับสมาชิก สู่มาตรฐาน GAP ส่งเสริมให้สมาชิกทำการเกษตรแบบผสมผสานเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์ การปลูกไม้ผล การปลูกพืชผักสวนครัว และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัด ให้บริการตรวจสภาพดินแก่สมาชิก

สำหรับอาคารรวบรวมผลิตยางพาราที่สหกรณ์แห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปี 2565 วงเงิน 5,395,448 บาท เพื่อรวบรวมผลผลิตยางพาราของเกษตรกรใน อ.ตะกั่วป่า และอำเภอใกล้เคียง และเพื่อจัดตั้งเป็นตลาดเครือข่าย ตลาดกลางยางพารา จ.พังงา รวบรวมผลผลิตจากกลุ่มแปลงใหญ่ต่างๆ ซึ่ง กยท.ให้เงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประชุมใหญ่ ค่าไฟฟ้า ค่าศึกษาดูงาน และค่าศึกษาอบรมแก่สมาชิกสหกรณ์ นอกจากนี้ สำนักงานสหกรณ์ จ.พังงา ยังสนับสนุนเครื่องตัดหญ้า 5 เครื่อง ฉางปูน 500 ตัน ลานตากขนาด 3,900 ตารางเมตร1 แห่ง เครื่องชั่งขนาด 40 ตัน รถไถขนาดไม่ต่ำกว่า 47 แรงม้า และชุดตรวจวิเคราะห์ดิน

ทั้งนี้ สหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด มีสมาชิก 910 คน มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 92.72 ล้านบาท ปริมาณธุรกิจ 43.33 ล้านบาท โดยดำเนินการรวบรวมผลผลิต (ยางก้อนถ้วย) จากสมาชิก 9.5 ตัน มูลค่า 184,631.25 บาท จัดหาสินค้ามาจำหน่ายบริการสมาชิก มูลค่า 21,760,142.30 บาท ให้สินเชื่อแก่สมาชิก 45 รายมูลค่า 7,572,939 บาท อีกทั้งส่งเสริมอาชีพสมาชิก ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ กลุ่มแม่บ้านทำเครื่องแกง ส่งเสริมสมาชิกในการดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน เมื่อเหลือจากการบริโภคนำมาฝากขายที่สหกรณ์สร้างรายได้เสริม และวางแผนการดำเนินการเพิ่มปริมาณการรวบรวมผลผลิตทางเกษตร ทั้งยางพาราและผลไม้ตามฤดูกาล

นอกจากนี้ รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU การซื้อ-ขายสินค้าเกษตร ระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร ตามนโยบาย “พังงาครัวอันดามัน” อีกทั้งยังได้มอบเช็คเงินอุดหนุนจากการยางแห่งประเทศไทย ในการสร้างอาคารรวบรวมผลผลิต มูลค่า 5,395,448 บาท มอบปัจจัยการผลิตให้กับตัวแทนเกษตรกรแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มอบพันธุ์ปลาน้ำจืด (ปลาสุลต่าน) 50,000 ตัว ให้ผู้แทนเกษตรกร พร้อมเปิดป้ายอาคารรวบรวมผลผลิตการเกษตรของสหกรณ์ฯ และร่วมกิจกรรมนำร่องการใช้นวัตกรรมเจาะต้นยางพาราร่วมการใช้แก๊สเอทลีนเพิ่มผลผลิตยางพาราด้วย

‘อลงกรณ์’ลุยโรงงานลอบปล่อยน้ำเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710860

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีโรงงานต่างด้าว ที่ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองชลประทานที่บ้านนาขลู่ หมู่ 1 ต.นาพันสาม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การชลประทานหลวง ที่ห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยน้ำซึ่งทำให้เกิดเป็นพิษแก่น้ำตามธรรมชาติ หรือสารเคมีเป็นพิษลงในทางน้ำชลประทานจนอาจทำให้น้ำในคลองชลประทานเป็นอันตรายแก่เกษตรกรรม การบริโภค-อุปโภค หรือสุขภาพอนามัยของประชาชน พร้อมกับให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ขุดลอกตะกอนน้ำเสียออกจากคลอง เพื่อไม่ให้น้ำเสียที่ขังในคลองส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณชุมชนใกล้เคียง

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า ได้รับร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านสมาชิกสภา อบต.และประชาชน หมู่ 1 ต.นาพันสาม ระหว่างลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน ที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน กรณีมีโรงงานทำขนมลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองชลประทาน ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงเป็นเวลานาน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและชุมชนโดยรอบ จึงเข้าตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากโรงงานทำขนมหวานลงคลองชลประทาน 3 ขวา 1 ซ้ายสายใหญ่ 3 เป็นระยะทางยาวนับร้อยเมตรส่งกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรง เมื่อตรวจสอบภายในโรงงาน พบว่ามีสายยางวางจากบ่อพาดข้ามกำแพงโรงงานปล่อยลงคลองส่งน้ำของชลประทาน นอกจากนี้ ยังพบคนงานเป็นต่างด้าวหลายราย จึงติดต่อให้เจ้าของมาพบ แต่พบเพียงหญิงชาวกัมพูชา แจ้งว่าเป็นภรรยาเจ้าของ เมื่อสอบถามว่าทำไมถึงลักลอบปล่อยน้ำเสีย ทราบว่าได้พยายามแก้ไขแต่ทำไม่ได้ จึงแจ้งว่าถ้าทำไม่ได้จะต้องปิดโรงงานและดำเนินคดี ก่อนแจ้งนายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผวจ.เพชรบุรี และนายสันต์จรเจริญ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี รับทราบเพื่อดำเนินคดีต่อไป

นิพนธ์-ปลัดเกษตรร่วมพิธี มอบสัญญาเงินยืมกองทุนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710861

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอภัย สุทธิสังข์รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรจังหวัดปัตตานี และเกษตรจังหวัดนราธิวาส ร่วมพิธีมอบสัญญาเงินยืมกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และมอบป้ายสนับสนุนสินเชื่อเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ จ.ปัตตานี รวม13 กลุ่ม และ จ.นราธิวาส 1 กลุ่ม รวมทั้งหมด 14 กลุ่ม วงเงินทั้งสิ้น 54,146,600 ล้านบาท ที่สนามฟุตบอล ต.ปล่องหอย หมู่ 5 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี

ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการดังกล่าว เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้ออย่างครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นการรวมกลุ่มเพื่อแปรรูปโคเนื้อคุณภาพสูง รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อความมั่นคง ยั่งยืนด้านอาหารฮาลาล ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

‘บิ๊กป้อม’นำทีมลงพื้นที่ลุยแก้ปัญหาน้ำกาญจนบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710872

‘บิ๊กป้อม’นำทีมลงพื้นที่ลุยแก้ปัญหาน้ำกาญจนบุรี

‘บิ๊กป้อม’นำทีมลงพื้นที่ลุยแก้ปัญหาน้ำกาญจนบุรี

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.31 น.

13 ก.พ.25666 ที่โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)   ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการจัดการน้ำบาดาลขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี   โดยมี ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล  รองอธิบดีกรมชลประทาน  และ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง  ร่วมบรรยายสรุปการดำเนินงาน   

โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ  ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินงานด้านทรัพยากรด้านน้ำให้เสร็จลุล่วงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด  เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการฯต่างๆ โดยเร็ว  เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่

ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน มีแผนดำเนินโครงการชลประทานที่สำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ อ.บ่อพลอย  อ.ห้วยกระเจา อ.เลาขวัญ อ.หนองปรือ  จ.กาญจนบุรี ได้แก่  โครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จังหวัดกาญจนบุรี ที่แบ่งออกเป็น 2 แผน   แผนที่ 1 โครงการสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่ ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (2568-2572) พื้นที่รับประโยชน์กว่า 78,508 ไร่    / แผนที่ 2 โครงการอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (2569-2573) พื้นที่รับประโยชน์กว่า 414,192 ไร่ 

และโครงการอ่างเก็บน้ำลำตะเพินตอนบน  ความจุ 18.47 ล้าน ลบ.ม. ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5ปี (2568-2572) พื้นที่รับประโยชน์กว่า 42,370 ไร่    

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นลุ่มน้ำลำตะเพิน(ต้นน้ำ) ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแควใหญ่ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ให้กรมชลประทาน พิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาต่างๆ ของห้วยตะเพินในเขต อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และอ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เช่น ห้วยพุตะเคียน ห้วยแม่ระวัง ลำห้วยสาขาห้วยแม่ตะกึง ห้วยตะกวด ห้วยกระพร้อย และห้วยป่าไร่ เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค บริโภค และการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งยังบรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก

โดยมีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 3 โครงการ ได้แก่  อ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ความจุ 50 ล้าน ลบ.ม.  / อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตะกวด ความจุ 0.30 ล้าน ลบ.ม.  /อ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อย ความจุ 23.17 ล้าน ลบ.ม.  และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่  อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตะกึง ความจุ 5.65 ล้าน ลบ.ม.   และ อ่างเก็บน้ำห้วยป่าไร่ ความจุ 13.76 ล้าน ลบ.ม.  หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะสามารถเก็บกักน้ำรวมกันได้ทั้งสิ้น 127.31 ล้าน ลบ.ม.

กรมข้าวจัดอบรม เกษตรปราดเปรื่อง ต้นแบบด้านข้าว ส่งเสริมการตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710634

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกรระดับ Model Smart Farmerสู่ผู้ประกอบการชั้นนำ หลักสูตร “การพัฒนาเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการอย่างมืออาชีพในยุคดิจิทัล” โดยมีนายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การฝึกอบรมในครั้งนี้ เพื่อให้ Smart Farmer ต้นแบบด้านข้าว ได้รับการเสริมสมรรถนะด้านการตลาดสู่การเป็นผู้ประกอบการ การคิดเชิงออกแบบสำหรับ Smart Farmer การแปรรูปสินค้าเกษตร การบรรจุภัณฑ์ การทำตลาดเกษตรออนไลน์ การโฆษณา (Live สด)

นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่าย Smart Farmer ต้นแบบด้านข้าวให้มีความเข้มแข็งโดยมีกรมการข้าว เป็นศูนย์กลาง โครงการฝึกอบรมภายใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง(Smart Farmer) ในครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงแรมไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ คลับ แอนด์ โฮเทล จ.ปทุมธานี มีเกษตรกรเป้าหมายรวม 116 คน โดยเป็น Model Smart Farmer จาก 70 จังหวัดทั่วประเทศ

เกษตรฯอบรมวกส.รุ่น3พัฒนาทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710627

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.)
รุ่นที่ 3 ที่กรมชลประทาน ว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับมูลนิธิเกษตราธิการ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.ในการจัดทำหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) โดยมีกำหนดจัดการฝึกอบรมหลักสูตร วกส. รุ่นที่ 3 ตั้งแต่วันที่27 มกราคม-16 มิถุนายน 2566

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เป็นผู้นำด้านการเกษตรและอาหารในระดับนานาชาติ ที่จะส่งผลในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับประเทศ มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน หลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.Agriculture and Cooperatives Landscape 2.Agricultural Market Mechanisms3.Technology and Innovation 4.Current Issues for Agriculture Development 5.Research for the Future และ 6.Leadership and Sustainability ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติในการพัฒนาภาคการเกษตร และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำมาซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรที่เป็น Agri Challenge เพื่อรองรับความปกติใหม่ (New Normal to Next Normal)

“หลักสูตร วกส. จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนองคาพยพของภาคการเกษตร ให้สามารถผลักดันการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” นายประยูร กล่าว

‘อลงกรณ์’ลุย595โครงการ เกษตรยั่งยืน62จังหวัด17ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710632

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง กล่าวว่า ภายหลังประชุมคณะกรรมการฯ ว่าที่ประชุมรับทราบผลความก้าวหน้าการดำเนินงานการขับเคลื่อนโครงการฯโดยมีการดำเนินการและอยู่ระหว่างดำเนินการทั้งสิ้น 62 จังหวัด มีพื้นที่เป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 595 แห่ง ประกอบด้วย 1.พื้นที่วัด 19 แห่ง 2.พื้นที่โรงเรียน สถานศึกษามหาวิทยาลัย 373 แห่ง 3.พื้นที่โรงพยาบาล 13 แห่ง 4.พื้นที่ชุมชน 91 แห่ง และ 5.พื้นที่อื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ของหน่วยงานราชการ และพื้นที่เอกชน 99 แห่ง

นอกจากนี้ยังรับทราบรายงายผลความก้าวหน้าของคณะทำงานฯ ในพื้นที่การเคหะแห่งชาติ สนับสนุนนโยบายการปลูกต้นไม้ล้านต้นเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียว และกำแพงกรองฝุ่นในพื้นที่ กทม.การจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติทุกโครงการ มีการออกแบบวางผังโครงการและมีองค์ประกอบ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งการกำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวตามเกณฑ์ทุกโครงการ โดยใช้ต้นไม้ประจำท้องถิ่นและต้นไม้ที่หาได้ในท้องตลาดทั่วไป และได้มีการสำรวจพื้นที่โครงการสำหรับปลูกต้นไม้ (เพิ่มเติม) เพื่อสนับสนุนนโยบายฯ โดยใน กทม.มีโครงการของการเคหะแห่งชาติตั้งอยู่ในพื้นที่ 21 เขต 150 โครงการ และจากการสำรวจมีพื้นที่ว่าง ในโครงการที่สามารถดำเนินการปลูกต้นไม้ได้ 4 เขต 19 โครงการ

ส่วนคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่ กทม. มีการจัดทำศูนย์การเรียนรู้ด้านสวนและต้นไม้พื้นที่สวนสาธารณะของ กทม.และร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ปลูกต้นไม้ที่สวน 80 พรรษามหาราชินี 100 ปีกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดมลพิษ โดยโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้นของ กทม.มีการปลูกต้นไม้ไปแล้วทั้งหมด 233,420 ต้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขาฯ เสนอให้พิจารณาปรับปรุงองค์ประกอบคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่อุตสาหกรรมขึ้นใหม่ โดยมีนายธนารักษ์ พงษ์เภตรา เป็นประธานคณะทำงาน ตามที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเสนอ

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า อีกความคืบหน้าคือการคิกออฟโครงการชุมชนสีเขียว 17 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ภายใต้โครงการเพชรบุรีโมเดล เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยส่งเสริมการทำการเกษตรในเมือง (Urban Farming) สร้างรายได้ลดรายจ่ายของครัวเรือนในชุมชนซึ่งได้รับความสนใจจากผู้นำชุมชน โดยการทำงานร่วมกันระหว่างทีมเกษตรเพชรบุรี ทีมเพชรบุรีโมเดลและชุมชนเป็นการผนึกพลังสร้างเมืองสีเขียว เมืองเกษตรปลอดภัยของหน่วยงาน องค์กร ชุมชน และท้องถิ่นตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน