Photo of the week : คริสตศาสนิกชนฉลองเทศกาลอีสเตอร์

Photo of the week : คริสตศาสนิกชนฉลองเทศกาลอีสเตอร์

Photo of the week : คริสตศาสนิกชนฉลองเทศกาลอีสเตอร์

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพถ่ายคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์ ซึ่งเป็นวันที่สำคัญที่สุดในปฏิทินของคริสเตียนเพื่อระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ แม้ว่าความเชื่อพื้นฐานจะเหมือนกัน แต่ประเพณีการเฉลิมฉลองในแต่ละภูมิภาคกลับมีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งในนครรัฐวาติกัน ยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงในเอเชียและออสเตรเลีย โดยคริสตจักรโรมันคาทอลิกและโปรแตสแตนท์ ฉลองในวันที่ 5 เมษายน 2026 ตามปฏิทินเกรกอเรียน ส่วนคริสตจักรตะวันออก หรือออร์โธดอกซ์ ฉลองในวันที่ 12 เมษายน 2026 เนื่องจากใช้ปฏิทินจูเลียนในการคำนวณ

‘Astro Kids Summer Camp 2026’ เปิดประสบการณ์เรียนรู้ดาราศาสตร์ แบบ One Day Trip

‘Astro Kids Summer Camp 2026’ เปิดประสบการณ์เรียนรู้ดาราศาสตร์ แบบ One Day Trip

‘Astro Kids Summer Camp 2026’ เปิดประสบการณ์เรียนรู้ดาราศาสตร์ แบบ One Day Trip

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

NARIT จัดค่ายดาราศาสตร์ฤดูร้อน “Astro Kids Summer Camp 2026” พาน้องๆ เยาวชนอายุ 9-12 ปี กว่า 30 คน เปิดประสบการณ์เรียนรู้ดาราศาสตร์ อวกาศ และงานพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำ แบบ One Day Trip ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

กิจกรรมในครั้งนี้จัดเต็มทั้งความรู้และความสนุก เริ่มต้นด้วยการชมท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัลรอบพิเศษ ต่อด้วยกิจกรรม Walk Rally เยี่ยมชมงานพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูง อาทิ กล้องโทรรทรรศน์ 0.8 เมตร ฝีมือคนไทย เครื่องกัดขึ้นรูปผิวกระจกด้วยหัวเพชร ห้องปฏิบัติการเครื่องเคลือบกระจก ห้องไร้คลื่นสะท้อน (Anechoic Chamber) ห้องปฏิบัติการทดสอบและประกอบดาวเทียม (Clean Room)

ไฮไลต์ในปีนี้ที่ทำให้น้องๆ หลายคนตื่นเต้นสุดๆ คือการบุกห้องควบคุมสถานีภาคพื้นดิน (Mission Ground Control Room) สวมบทบาทเป็น “นักควบคุมภารกิจอวกาศ” พร้อมพบปะพูดคุยกับพี่ๆ วิศวกรผู้พัฒนาดาวเทียมตัวจริง ที่ช่วยจุดประกายความฝันและแรงบันดาลใจให้กับของน้องๆ อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ น้องๆ ยังได้ออกแบบสิ่งมีชีวิตนอกโลกในแบบของตนเอง ซึ่งแต่ละผลงานมีความหลากหลาย สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และเต็มไปด้วยจินตนาการ ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมเรียนรู้การใช้งานกล้องดูดาวแบบพกพาอย่างง่าย

นอกจากความสนุกแล้ว ค่ายนี้ยังช่วยปลูกฝังพื้นฐานด้านดาราศาสตร์ อวกาศ และงานพัฒนาเทคโนโลยี กระตุ้นความคิดเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้เยาวชนสนใจในวิทยาศาสตร์ สร้างแรงบันดาลใจต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในอนาคต

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในปีถัดไป ติดตามข้อมูลได้ที่ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  และเว็บไซต์ www.NARIT.or.th

Health News : แม่ตั้งครรภ์ใช้ไทเลนอลได้สบายๆ

Health News : แม่ตั้งครรภ์ใช้ไทเลนอลได้สบายๆ

Health News : แม่ตั้งครรภ์ใช้ไทเลนอลได้สบายๆ

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผลการศึกษาขนาดใหญ่จากเดนมาร์กที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Pediatrics ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ไม่พบความเชื่อมโยง ระหว่างการใช้ยาพาราเซตามอล หรือไทเลนอล ระหว่างตั้งครรภ์กับความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นออทิสติก โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างจากเด็กที่เกิดในเดนมาร์กกว่า 1.5 ล้านคน ช่วงระหว่างปี 1997–2022 พบว่า กลุ่มที่แม่ใช้ยา มีอัตราการวินิจฉัยออทิสติกที่ 1.8% ส่วนกลุ่มที่แม่ไม่ได้ใช้ยา มีอัตราการวินิจฉัยที่ 3.0%

เมื่อนักวิจัยปรับปัจจัยรบกวนอื่นๆ เช่น อายุของแม่ ดัชนีมวลกาย หรือประวัติสุขภาพ พบว่าความเสี่ยงไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อนักวิจัยถึงกับเปรียบเทียบพี่น้องที่คนหนึ่งได้รับยาในครรภ์แต่อีกคนไม่ได้รับ เพื่อตัดปัจจัยด้านพันธุกรรมออก ผลปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างของความเสี่ยงเช่นกัน

ผลวิจัยนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดความกังวลให้คุณแม่ที่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดหรือลดไข้ ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า อาการไข้สูงที่ไม่ได้รับการรักษาในระหว่างตั้งครรภ์ มีอันตรายต่อพัฒนาการของทารกมากกว่าการกินยาพาราเซตามอลเสียอีก องค์กรการแพทย์ระดับโลกอย่าง ACOG ยังคงแนะนำว่าพาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนท้อง หากใช้อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างไรก็ดี ยาแก้ปวดกลุ่มอื่น เช่น ไอบูโพรเฟน ไม่แนะนำให้ใช้ในคนท้อง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อไตและระบบหมุนเวียนเลือดของทารกได้

ตะลอนเที่ยว : St. Stephen’s Bacilica แห่งกรุงบูดาเปสต์ ฮังการี

ตะลอนเที่ยว : St. Stephen's Bacilica แห่งกรุงบูดาเปสต์ ฮังการี

ตะลอนเที่ยว : St. Stephen’s Bacilica แห่งกรุงบูดาเปสต์ ฮังการี

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องว่ามีมนต์เสน่ห์ที่สามารถมัดใจให้ผู้ไปเยือนต้องหลงใหล แบบชนิดที่ว่าหากมีโอกาสได้กลับไปอีก ก็จะต้องกลับไปอย่างแน่นอน เพราะเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมหลายหลายแบบ แต่สามารถผสมกลมกลืนได้อย่างลงตัวสุด ๆ เช่น สถาปัตยกรรมแบบนิโอกอธิค นิโอคลาสสิก อาร์ตนูโว บาโรก โรมาเนสก์ และกอธิคยุคกลาง 

แต่สัปดาห์นี้ จะพาคุณไปเที่ยวชมและกราบนมัสการพระผู้เป็นเจ้าในมหาวิหาร St. Stephen’s หรือ St. Stephen’s Bacilica แห่งกรุงบูดาเปสต์ ก่อนอื่นของเล่าให้ฟังว่า Bacilica คือมหาวิหารในศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก โบสถ์ที่มีสถานะเป็น Bacilica คือโบสถ์สำคัญมากในทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และมีสถาปัตยกรรมที่งดงามเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับเกียรติหรือการยกย่องโดยสมเด็จพระสันตะปาปา ส่วนคำว่า Cathedral แปลว่าอาสนวิหาร เป็นโบสถ์หลักของสังฆมณฑลที่มีพระระดับบิชอปประจำอยู่ และยังมีคำว่า Church กับ Chapel อีกด้วย ซึ่งหากแปลแบบง่าย ๆ ก็จะเรียกว่าโบสถ์ในศาสนาคริสต์ แต่ในความเป็นจริงคำที่ใช้นั้นบ่งบอกถึงสถานภาพและความสำคัญของสิ่งปลูกสร้างโดยแท้จริง

St. Stephen’s Bacilica (Szent Istvan Bazilika) นับได้ว่าเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในฮังการี และยังได้รับการยอมรับว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของฮังการีด้วย มหาวิหารนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบูดาเปสต์ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่กษัตริย์องค์แรกของราชรัฐฮังการี คือ เซนต์สตีเฟน 

ความสำคัญอีกประการของมหาวิหารนี้คือ เป็นที่เก็บรักษาพระหัตถ์ขวาของเซนต์สตีเฟน ผู้ทรงเป็นทั้งกษัตริย์และนักบุญของเมือง โดยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบมัมมี่ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมือง นอกจากนั้นยังเปิดให้ผู้เข้าชมมหาวิหารขึ้นไปบนบริเวณรอบโดม และชมวิวเมืองได้ 360 องศา รวมถึงชมห้องพระคลังมหาสมบัติประจำมหาวิหารด้วย นอกจากนี้ ภายในมหาวิหารยังมีคอนเสิร์ตแบบคลาสสิกสารพัดชนิดให้ชมตลอดปี รวมถึงคอนเสิร์ตออร์แกนอีกด้วย (จำหน่ายบัตรเข้าชม) อัตราแลกเปลี่ยนเงินโฟรินต์ฮังการีเทียบกับเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ 100 โฟรินต์ฮังการีเท่ากับ 10 บาท ราคาบัตรเข้าชมมหาวิหารตกประมาณคนละ 600 บาท ส่วนบัตรชมคอนเสิร์ตตกประมาณคนละ 38 ยูโร (1 ยูโรมีค่าประมาณ 380 โฟรินต์ฮังการี) 

บอกได้เพียงคำเดียวว่า เมื่อคุณเข้าไปในมหาวิหารแห่งนี้ คุณจะสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่อลังการและความวิจิตรบรรจงได้โดยพลัน และยังได้ชมงานศิลป์ล้ำค่าของเหล่าศิลปินร่วมสมัยนามอุโฆษที่ตกแต่งอยู่ที่แท่นบูชา เป็นผลงานที่รังสรรเพื่อนักบุญสตีเฟน กษัตริย์องค์แรกของราชรัฐฮังการี ผู้ทรงเปลี่ยนศาสนาให้ชาวฮังการีผู้เร่ร่อนให้หันมานับถือศาสนาคริสต์ และทรงทำให้รัฐแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่เข้มแข็งได้ในเวลาต่อมา

เมื่อคุณเข้าไปในมหาวิหารแล้ว ขอให้ชมแท่นบูชาหลัก ที่มีรูปปั้นนักบุญสตีเฟนแกะสลักจากหินอ่อนคาร์รารา ฝีมือของอาลาโฆส สโตรเบิล และต้องไม่พลาดชมเทวดากาเบรียลถือมงกุฎศักดิ์สิทธิ์เหนือพระเศียรกษัตริย์

มหาวิหารนี้มีโดมสูง 96 เมตร จึงโดดเด่นมากท่ามกลางกลุ่มอาคารต่าง ๆ ในเมืองเปสต์ (กรุงบูดาเปสต์แบ่งเป็นสองส่วน คือบูดา และเปสต์) และจะได้เห็นเสาหลักสี่ต้นที่ช่วยค้ำยันมหาวิหารให้ตั้งตระหง่าน รวมถึงต้องไม่พลาดการชมจิตรกรรมฝาผนังรูปพระเจ้าผู้เป็นพระบิดา ที่ประดับอยู่กลางโดม

แท่นบูชา Patrona Hungariaeโดย Gyula Benczúr depicts แสดงภาพนักบุญสตีเฟนถวายมงกุฎฮังการีแด่พระแม่มารี และทรงขอให้พระองค์เป็นผู้พิทักษ์ประเทศฮังการี

พระหัตถ์ศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญสตีเฟน สมบัติล้ำค่าที่สุดของฮังการี คือกำปั้นขวาที่ถูกเก็บรักษาในรูปแบบมัมมี่ อยู่ ทางด้านซ้ายของแท่นบูชาหลัก สมบัติชิ้นสำคัญนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในตู้กระจกที่ตกแต่งอย่างวิจิตร 

และอย่าพลาดการชมกระจกสีที่งดงามวิจิตรบรรจงมาก ซึ่งเป็นผลงานของมิกซา โรธ และหากได้ขึ้นไปชมด้านบนของมหาวิหาร ต้องไม่พลาดชมระฆังที่ใหญ่ที่สุดของฮังการี หนัก 9 ตัน แขวนอยู่ในหอคอยด้านขวา  

ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม คือวันฉลองนักบุญสตีเฟน จัดเป็นงานประจำปี โดยมีพิธีแห่พระนั่งศักดิ์สิทธิ์ไปรอบมหาวิหาร

ช่วงนี้เราอาจจะเดินทางไปต่างประเทศได้ค่อนข้างยากลำบาก เพราะมีสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพงมาก ราคาตั๋วเครื่องบินก็แพงมาก ค่ากินค่าอยู่ก็แพงระยับ ดังนั้น ขอให้คุณ ๆ อ่านเรื่องและชมภาพของมหาวิหารเซ็นต์สตีเฟนไปพลาง ๆ ก่อน หากบ้านเมืองและโลกใบนี้สงบอยู่เย็นเป็นสุขแล้ว เราจะไปเที่ยวไปชมมหาวิหารนี้ด้วยกัน

หากสนใจจะร่วมทริปอบอุ่นและเพรียบพร้อมด้วยการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพ ซึ่งรับสมาชิกจำนวนจำกัด นำทัวร์โดย Mr. Flower โปรดติดต่อ 0917233615 แล้วเราจะไปท่องโลกและท่องไทยด้วยกัน

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

สกู๊ปพิเศษ : ส่องอนาคต…‘ช้างไทย’ บทเรียนการเคลื่อนย้ายช้าง โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช้างป่า

สกู๊ปพิเศษ : ส่องอนาคต...‘ช้างไทย’ บทเรียนการเคลื่อนย้ายช้าง โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช้างป่า

สกู๊ปพิเศษ : ส่องอนาคต…‘ช้างไทย’ บทเรียนการเคลื่อนย้ายช้าง โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช้างป่า

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ข่าวการเสียชีวิตของสีดอหูพับ ช้างป่าเพศผู้จากภูหลวง สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยเป็นจำนวนมาก ช้างป่าที่เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียล ดูปกติและแข็งแรง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามเคลื่อนย้ายกลับไปสู่ถิ่นที่อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย สีดอหูพับเกิดมีอาการชักและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งในเวลาต่อมา ผลการชันสูตรพบว่าในกระเพาะของสีดอหูพับเต็มไปด้วยอาหาร – อ้อยและมัน

เกิดอะไรขึ้นกับการเคลื่อนย้ายช้างป่า? เหตุใดความพยายามที่จะดูแลสวัสดิภาพสัตว์กลับสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและนำไปสู่จุดจบของช้างป่าสีดอหูพับได้? หรือเพียงมีกำลังคนและอุปกรณ์คงไม่พอ นายสัตวแพทย์ ดร.อลงกรณ์ มหรรณพ นิสิตเก่าคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการรักษาและดูแลช้างมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายช้าง อาศัยองค์ความรู้ ความเข้าใจธรรมชาติของสัตว์และบริบทพื้นที่ ประสบการณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และการเตรียมการอย่างละเอียดและเป็นระบบ ซึ่งการให้ยาซึมในช้างเป็นกระบวนการที่ต้องคำนึงถึงระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหารของสัตว์ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพราะช้างเป็นสัตว์ที่มีน้ำหนักหลายตัน เมื่อได้รับยาซึม กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะคลายตัว รวมถึงกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนและการควบคุมทางเดินอาหาร หากมีอาหารค้างอยู่ในกระเพาะหรือหลอดอาหาร โอกาสเกิดการไหลย้อนและสำลักเข้าสู่ทางเดินหายใจสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ช้างอยู่ในท่านอนหรือตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม

“การให้ยาซึมไม่ใช่แค่ฉีดยาแล้วจบ แต่ต้องประเมินสภาพร่างกาย เวลาการกินอาหาร และจัดท่าทางให้เหมาะสมตลอดกระบวนการ” น.สพ.ดร.อลงกรณ์ กล่าวและว่า ในกรณีของช้างเลี้ยง การใช้ยาซึมมักเกิดขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะช่วงที่ช้างตกมันหรือมีอาการอาละวาด ซึ่งอาจมีปัจจัยกระตุ้นจากอากาศร้อนจัด ความเครียด หรือแม้แต่การให้อาหารไม่ตรงเวลา

“เมื่อช้างแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง จำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์โดยเร็วที่สุด เพราะช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อประชาชนหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้ การตัดสินใจจึงต้องรวดเร็วและอยู่ภายใต้การประเมินอย่างรอบคอบ”

โดยทั่วไปช้างที่อาละวาดมักไม่ได้อยู่ในภาวะอดอาหาร แต่กินน้ำและอาหารตามปกติมาก่อน เมื่อจำเป็นต้องให้ยาซึม ทีมสัตวแพทย์จะเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีความกังวลเรื่องการอาเจียน อาจพิจารณาให้ยาป้องกันการอาเจียนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มักไม่ค่อยพบว่าช้างมีการอาเจียนหรือสำรอกอาหารออกมาเหมือนสัตว์บางชนิด

สำหรับประเด็นเรื่อง ภาวะสำลักอาหาร ระหว่างการเคลื่อนย้ายสัตว์ใหญ่ หากมีการเตรียมการอย่างเหมาะสม หลังจากให้ยาสลบหรือยาซึมจนช้างอยู่นิ่งแล้ว ทีมงานจะฉีดยาใต้ผิวหนังบริเวณรักแร้หรือโคนขาหน้าใกล้ลำคอ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เข้าสู่กระแสเลือดและช่วยยับยั้งการอาเจียนโดยเฉพาะในช่วงที่สัตว์ไม่รู้สึกตัว สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดไม่ใช่เพียงอาหารในกระเพาะ แต่คือน้ำลายที่อาจไหลย้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจ หากเข้าสู่ปอดอาจก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งเป็นภาวะอันตรายและอาจถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลภาคสนามที่เคยประสบมา ยังไม่พบกรณีภาวะแทรกซ้อนลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง น.สพ.ดร.อลงกรณ์ กล่าวพร้อมชี้ว่า การใช้ยาซึมในช้างมีผลต่อความปลอดภัยของช้าง ซึ่งต้องประเมินเป็นรายตัว เพราะช้างแต่ละเชือกมีความแตกต่างกัน ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ อายุและสภาพร่างกายของช้าง ระดับความเครียดก่อนการจับ สภาพแวดล้อมขณะปฏิบัติงาน และประสบการณ์ของทีมสัตวแพทย์ ช้างแต่ละตัวตอบสนองต่อยาซึมไม่เท่ากัน บางตัวออกฤทธิ์เร็ว บางตัวช้า บางตัวมีความไวต่อยา ดังนั้นการคำนวณปริมาณยาและการติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

จุดสังเกตสำคัญคือพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของช้าง ยกตัวอย่างว่าใบหูของช้างมีบทบาทสำคัญในการระบายความร้อน หากใบหูยังเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ ไม่ตก ไม่ห้อยผิดปกติ และช้างไม่แสดงอาการซึมหรือง่วงผิดธรรมชาติ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เช่นเดียวกับการแกว่งหาง หากยังแกว่งไปมาตามจังหวะปกติ แสดงว่าระบบประสาทและกล้ามเนื้อยังทำงานได้ตามปกติ

ในด้านสัญญาณชีพ อัตราการหายใจของช้างโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4–10 ครั้งต่อนาที ขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรจะอยู่ที่ประมาณ 25–30 ครั้งต่อนาที สำหรับช้างเลี้ยงสามารถคลำชีพจรบริเวณด้านหลังใบหูได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ในกรณีของช้างป่า การเข้าถึงตัวเพื่อตรวจวัดจะทำได้ยากกว่า ต้องอาศัยความระมัดระวังและประสบการณ์สูง โดยเฉพาะหากยังไม่ได้ให้ยาซึม

อุณหภูมิร่างกายปกติของช้างจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงกับมนุษย์ วิธีประเมินเบื้องต้นสามารถใช้ฝ่ามือสัมผัสบริเวณด้านข้างลำคอ ซึ่งเป็นจุดที่ถ่ายเทความร้อนได้ดี หากรู้สึกร้อนจัดกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของไข้หรือความผิดปกติภายในร่างกาย “ในกรณีช้างป่า เมื่อมีการให้ยาซึมแล้ว ทีมสัตวแพทย์จะต้องเข้าใกล้ตัวช้างให้มากที่สุด เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิ การหายใจและชีพจรอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสัญญาณชีพยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ”

ระดับความเครียดของช้างเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของทั้งตัวสัตว์และผู้ปฏิบัติงาน ช้างที่เผชิญหน้ากับคนจำนวนมาก ถูกไล่ต้อน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน มักมีระดับฮอร์โมนความเครียดสูง ส่งผลต่อระบบหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และการหายใจ เมื่อช้างอยู่ในภาวะตื่นตัวหรือหวาดระแวง การตอบสนองของร่างกายจะรุนแรงกว่าปกติ หากต้องมีการใช้ยาซึมในช่วงเวลาดังกล่าว ความเครียดที่สะสมอยู่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือระบบหายใจทำงานผิดปกติได้

ช้างเป็นสัตว์ที่มีความจำดีและรับรู้สิ่งแวดล้อมได้ไว หากสถานการณ์รอบตัววุ่นวาย เสียงดัง หรือมีคนจำนวนมาก ความตื่นตระหนกจะเพิ่มขึ้นทันที ซึ่งยิ่งทำให้การควบคุมสถานการณ์ยากขึ้น ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรกับช้าง เราต้องทำให้เขาสงบก่อน ลดความตื่นตกใจให้มากที่สุด เพราะถ้าเขาเครียด ทุกอย่างจะเสี่ยงขึ้นทันที ดังนั้นการวางแผนการจับหรือเคลื่อนย้ายที่ดี จึงไม่ใช่เพียงการเตรียมอุปกรณ์หรือทีมสัตวแพทย์เท่านั้น แต่ต้องจัดการสภาพแวดล้อม ลดสิ่งกระตุ้น และทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้ช้างอยู่ในภาวะ ที่ปลอดภัยที่สุดก่อนเริ่มดำเนินการใดๆ” เพราะโดยทั่วไปการเคลื่อนย้ายช้างเลี้ยงมักไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงบ่อยนัก แต่ในกรณีช้างป่าที่ต้องวางยาสลบและขนย้าย ความเสี่ยงจะสูงกว่าและต้องอาศัยประสบการณ์อย่างมาก

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงความรู้ทางวิชาการ แต่คือการทำความเข้าใจ บริบทของพื้นที่ และธรรมชาติของช้างในแต่ละผืนป่า เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละแห่ง เช่น เขาใหญ่ ภูหลวง หรือพื้นที่อื่น ๆ แตกต่างกันทั้งภูมิประเทศ พฤติกรรมสัตว์ และความคุ้นเคยกับมนุษย์ สัตวแพทย์ที่ทำงานด้านสัตว์ป่าจึงควรลงพื้นที่ คลุกคลีกับเจ้าหน้าที่อุทยาน และเรียนรู้พฤติกรรมของช้างในพื้นที่นั้นอย่างจริงจัง

Science Update : อินโดนีเซียเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ

Science Update : อินโดนีเซียเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ

Science Update : อินโดนีเซียเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อินโดนีเซียกำลังเตรียมพร้อมรับมือฤดูหมอกควันและไฟป่าที่รุนแรงกว่าปกติในปี 2026 โดยมีปัจจัยกระตุ้นสำคัญจากการคาดการณ์การกลับมาของปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) โดยคาดว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียจะเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยจะ รุนแรงที่สุดในเดือนสิงหาคม ขณะที่นักวิจัยจากสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์ เอลนีโญระดับรุนแรงพิเศษ (Godzilla El Niño) ซึ่งอาจทำให้อินโดนีเซียเผชิญกับภัยแล้งที่ยาวนานกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปี

แม้จะยังไม่เข้าสู่ช่วงพีคของฤดูแล้ง แต่พบว่ามีสัญญาณเตือนที่รุนแรงแล้ว เพราะตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมีนาคม มีพื้นที่เกิดไฟป่าในอินโดนีเซียไปแล้วกว่า 200,000 ไร่ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 20 เท่า และตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนเมษายน ตรวจพบจุดความร้อนแล้ว 1,601 จุด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ รีเยา กาลีมันตันตะวันตก และกาลีมันตันกลาง ซึ่งในจังหวัดรีเยาได้มีการประกาศสถานะฉุกเฉินไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2026 แล้ว

หน่วยงานต่างๆ ของอินโดนีเซียเตรียมพร้อมมาตรการต่างๆ ทั้งเตรียมเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดน้ำ 16 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน 12 ลำ ประจำการในจังหวัดกลุ่มเสี่ยง มีการทำฝนหลวงและการเติมน้ำในพื้นที่ป่าพรุ เพื่อรักษาความชื้นในดินและป้องกันไม่ให้ดินพรุติดไฟได้ง่าย พร้อมเข้มงวดกับการสั่งห้ามเผาพื้นที่เพื่อเตรียมดินเกษตรกรรม โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน

โอ๊ยเล่าเรือง : ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy)

ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin's The Mummy)

ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy)

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มัมมี่ คือ หนังผีที่เคยดูตั้งแต่ ตอนเป็นเด็กมาพร้อมกับ ความน่ากลัวสยดสยอง กี่เรื่องๆ ก็ดูน่ากลัว ชวนขนหัวลุกจนมาใน เดอะ มัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก (The Mummy) ในปี 1999 ที่ได้สร้างภาพของ ‘ผีมัมมี่’ใหม่ที่ดูสนุกสนานในแนวผีผจญภัย ไม่เน้นน่ากลัว ทำให้หนังผี มัมมี่ ฟื้นคืนชีพ มาอีกครั้งพอมาปีนี้ วอร์เนอร์ ปลุกผี มัมมี่ขึ้นมาอีกครั้ง ในแบบ ผีน่ากลัว ผีจริงจัง ผลงานการจับมือกันผลิตของ New Line Cinema, Atomic และ Blumhouse กำกับโดย ลี โครนิน สร้างความฮือฮา ความสำเร็จ มาแล้วจากใน ผีอมตะผงาด (Evil Dead Rise)(2023)

‘เคธี่’ ลูกสาวตัวน้อยวัย8ขวบ ของ ‘ชาร์ลี’ นักข่าวคนหนึ่ง หายสาบสูญไปในทะเลทรายใน ‘ไคโร’โดยไร้ร่องรอย 8 ปีต่อมา ครอบครัวที่แตกสลายต้องตกตะลึงเมื่อ ‘เคธี่’ ถูกส่งตัวกลับคืนมา และสิ่งที่ควรเป็นการกลับมาพบกันอย่างเปี่ยมสุข กลับกลายเป็นฝันร้ายที่มีชีวิตลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy) ฉีกภาพเดิมๆภาพเก่าๆที่เคยคุ้นหรือที่เคยดูกันมา กับ ‘ผีมัมมี่’ในอดีต ไม่ใช่..งานรีเมค..งานสร้างใหม่..งานตีความใหม่ แต่เป็น งานสร้าง ..ผีมัมมี่..ตัวใหม่ ขึ้นมาที่แม้จะ เป็น ผีมัมมี่..ตัวใหม่ แต่ยังคง กลิ่นไอ ดูปุ๊บ..เห็นหน้าปั๊บ..บรรยากาศ ความเป็น ‘มัมมี่’ ขึ้นมาในทันที

ภาพความน่ากลัวของ ‘มัมมี่’ในอดีตที่เน้นจริงของ ผีน่ากลัว ที่เคยดูตอนเด็ก กลัวจนฝังใจหรือแบบหนังผีผจญภัย ขายเอฟเฟคสมจริงแฟนตาซี ในเวอร์ชั่น1999 ที่เคยนำเอา หนังมัมมี่ คืนชีพขึ้น อีกครั้งในยุคใหม่ ..ก็ไม่มา ‘ผีมัมมี่’ ที่อิงกับความเชื่อของ ชนชั้นกษัตริย์ ของ
อียิปต์ เปลี่ยนไป กลายมาเป็น ‘มัมมี่’ที่เกิดมาจาก การสืบทอดจากต้นตระกูล โยงมาถึง ปีศาจร้าย ที่จ้องทำลายมนุษย์ ไม่ใช่ ‘มัมมี่’ ที่ต้องการคืนชีพ เหมือนที่ผ่านมา

ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy) ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับมาดู หนังผีคลาสสิค หนังผีระดับตำนาน หนังผีที่ชื่นชอบ ในช่วงยุค80-90 หลายๆ เรื่อง และที่แปลกตาไปจาก หนังผีโดยทั่วๆ ไปคือเส้นเรื่องที่ผสมผสานระหว่าง ความเป็นหนังผีกับการสืบสวนสอบสวน คลี่คลายคดี หนังเดินเรื่องแบบคู่ขนาน ผีร้ายที่ตามทำลาย ทำร้ายครอบครัวนี้ กับ การสืบสวนหาที่มาที่ไปหาตัวคนที่จับหนู‘น้อยเคธี่’เอาเข้าจริงๆ กลับไม่รู้สึกถึง ความหลอน ความน่ากลัว หรือขวนขนหัวลุก ไม่มีฉากสะดุ้งตุ้งแช่ หรือตกใจกลัว ฉากสยดสยองเลือดสาด ก็ดูธรรมดา แต่..หนังก็พาให้สนุกไปกับ การเล่าเรื่อง ดึงให้อยากตามว่า ผีจะเอายังไง มีที่มาที่ไปอะไร และจะโหดเอาตายแค่ไหนรวมทั้ง มีหลายฉาก ที่อาจจะ ดูธรรมดา แต่ภาพที่ออกมา รู้สึกเสียวสันหลัง ขนหัวลุกจนต้องปิดตา

ชอบโลเคชั่น บรรยากาศหนังที่เน้นๆโทนของหนังมัมมี่ ไม่ว่าจะเป็น ทะเลทราย เมืองในไคโร ต้นเรื่อง พายุทะเลทราย หรือแม้แต่ ชายแดนเม็กซิโก บ้าน ครอบครัวตัวเอก ที่ อยุู่โดดเดี่ยวหนังฉลาด ที่เลือกให้เรื่องมาเกิดต่อที่ เม็กซิโก แทนที่จะเป็น ในเมืองใหญ่ๆ บรรยากาศ ความน่าสะพึงกลัว แบบ ธรรมชาติ มาแบบเต็มๆนักแสดงในเรื่องนี้ แทบจะไม่คุ้นหน้า ในเรื่องนี้ บทเด่นเน้นไปที่ตัวละครผู้หญิงเป็นหลัก ตัวละครชาย หลักๆ มีแค่ พ่อกับลูกชายเท่านั้น

แจ็ก เรย์เนอร์ เป็น ชาร์ลี ดูดีในมาด นักข่าว ที่บังเอิญ มาเจอเรื่อง ผีๆ  และต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยครอบครัว แม้จะ แลกด้วยชีวิตก็ตาม ไลอา คอสตา มาในบท ลาริสซา คุณแม่ พยาบาล ยังสาว ที่ ทำทุกอย่าง เพื่อให้ ลูกสาว กลับมาเหมือนเดิม สีหน้าท่าทาง มาแบบจัดเต็ม บางช่วงบางตอน ดูแล้ว อดรู้สึกเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยมีเหตุผลงี่เง่านิดๆ

นาตาลี เกรซ  เป็น แคธี่ ที่เปลี่ยนจากเด็กน้อย หน้าตาบ้องแบ้ว น่ารัก น่าเอ็นคู แต่พอกลับมา มาแบบเหี่ยวย่นๆ ก็เล่นดูน่ากลัวๆ หลอนดู ดูแล้วเหนื่อยแทน แทบไม่มี มุมดีๆหน้าตาดีๆ เลย(เอมีลี่ มิตเชล รับบทเป็น แคธี่ ตอนเป็นเด็กน้อยน่ารักๆ)

ลี โครนิน ทำ ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy) ออกมา ระดับที่น่าพอใจ มีความเป็นตัวเองสูง สร้างความสนุกกับการเป็นหนังผี ได้อย่างลงตัว ทั่งงานด้านภาพ เทคนิคพิเศษ CG การเล่าเรื่อง บท เสื้อผ้าหน้าผม ดนตรีและเพลงประกอบ
แม้ งานชิ้นนี้ จะมีชื่อของ เจมส์ วาน แต่ก็แทบ จะไม่รู้สึกถึง ความเป็น หนังเจมส์วาน เลย
สนุกสนาน..ในแบบ..หนังผี..แนวสืบสวนสอบสวน ตามล่าหาความจริงๆ อาจจะไม่น่ากลัว ..มากมายนัก แต่ก็เป็น อีกหนึ่ง หนังผี..ที่เป็นหนังผี จริงๆ ที่ออกมาดูดีทีเดียวหนังผี..เดินเรื่องแบบ ผีหลอกวิญญาณหลอน ชวนติดตามไปกับการ สืบสวนสอบสวน ก่อนจะมา สู้กันแบบเอาเป็นเอาตายปราบผีร้าย ปิดท้าย..แบบสวยงาม ในแบบ ดิบๆ ดาร์คๆ โหดได้ใจ ในแบบ หักมุม..คาดไม่ถึง8/10 หัวกระโหลก

Celebrity Gossip : 19 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 19 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 19 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– รายงานล่าสุดจาก Page Six และ The Daily Mail ระบุว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะเข้าพิธีวิวาห์กับ ทราวิส เคลซี คู่หมั้นในช่วงฤดูร้อน โดยอาจเป็นวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนวันครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา และเป็นช่วงวันหยุดที่เทย์เลอร์ชื่นชอบ สถานที่น่าจะเป็นที่นครนิวยอร์กแทนที่โรดไอแลนด์ เพื่อรองรับแขกที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะมีเพื่อนสนิทระดับ A-list เข้าร่วม เช่น เซเลนา โกเมซ, จีจี ฮาดิด , แพทริก มาโฮล์ม ควอเตอร์แบ็ค KC เพื่อนร่วมทีมเจ้าบ่าว และครอบครัวเคลซี โดยอาจมีแขกประมาณ 150 คน ในส่วนของชุดเจ้าสาว เทย์เลอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดแต่งงานในปี 1950 ของ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ โดยเน้นสไตล์ Old Hollywood และความคลาสสิก ส่วนแหวนเพชรเป็นเพชรทรง Old Mine Brilliant Cut บนตัวเรือนทองคำที่ทราวิสร่วมออกแบบ อย่างไรก็ดี รายละเอียดทั้งหมดยังถูกปิดเป็นความลับในขณะเพื่อความปลอดภัย

– คานเย เวสต์ ประกาศเลื่อนคอนเสิร์ตที่เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 11 มิถุนายน ออกไปอย่างไม่มีกำหนดในสัปดาห์นี้ หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่ากำลังหาทางสั่งแบนการแสดงดังกล่าว เนื่องจากประวัติการแสดงความคิดเห็นที่เหยียดเชื้อชาติและสนับสนุนลัทธินาซีของเขา รัฐมนตรีมหาดไทยและนายกเทศมนตรีเมืองมาร์กเซยต่างคัดค้านการจัดคอนเสิร์ตนี้อย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า มาร์กเซยจะไม่เป็นพื้นที่แสดงออกสำหรับผู้ที่ส่งเสริมความเกลียดชังและลัทธินาซี ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งสัปดาห์ รัฐบาลอังกฤษได้ปฏิเสธวีซ่าของคานเย โดยให้เหตุผลว่าการปรากฏตัวของเขาไม่เป็นผลดีต่อสาธารณชน ส่งผลให้เทศกาลดนตรี Wireless Festival ในลอนดอนที่เขาเป็นหัวเรือใหญ่ต้องถูกยกเลิกไป

– การแสดงของ จัสติน บีเบอร์ ในเทศกาลดนตรี Coachella 2026 เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย ทั้งการที่เจ้าตัวนั่งบนเก้าอี้สตูลและใช้แล็ปท็อปเพื่อเปิดคลิปวิดีโอจาก YouTube โดยเลือกเปิดคลิปวิดีโอเก่าๆ ของตัวเองที่เคยร้อง Cover เพลงศิลปินอื่น รวมถึงคลิปสมัยเด็ก แล้วร้องคลอไปกับวิดีโอเหล่านั้น แทนที่จะเป็นการแสดงสดเต็มรูปแบบพร้อมวงดนตรีหรือแดนเซอร์ แถมยังขึ้นเวทีโดยสวมเสื้อฮู้ด กางเกงขาสั้น และแว่นกันแดด จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับการแสดงที่มีโปรดักชันจัดเต็มของหลายศิลปิน นักวิจารณ์และผู้ชมบางส่วนมองว่าเซ็ตการแสดงนี้ดูเรียบง่ายเกินไปสำหรับการเป็นศิลปินหลัก ที่ได้รับค่าจ้างสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ แต่ฝ่ายที่สนับสนุนจัสตินมองว่า การใช้ YouTube เป็นการสื่อถึงแพลตฟอร์มที่ทำให้โลกได้รู้จักเขาครั้งแรก ถือเป็นการแสดงความขอบคุณต่อรากเหง้าของตัวเอง  และเป็นการแสดงออกถึงการเยียวยาจิตใจ หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ จนต้องหยุดพักงานไปนานถึง 4 ปี

– บริตนีย์ สเปิยร์ส สมัครใจเข้ารับการบำบัดที่สถานบำบัดยาเสพติด ห้าสัปดาห์หลังจากที่เธอถูกจับกุมในข้อหา สงสัยว่าขับรถขณะมึนเมาในเวนทูรา เคาตี รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวระบุว่า สเปียร์สตัดสินใจเข้ารับการบำบัดด้วยตนเองโดยไม่มีคำสั่งศาล หลังจากได้รับการสนับสนุนจากคนใกล้ชิด รวมถึงลูกชายทั้งสองคนคือ ฌอน เปรสตัน   และ เจย์เดน เจมส์ ที่มีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวให้เธอเข้ารับความช่วยเหลือ โดยเธอมีกำหนดเดินทางไปขึ้นศาลชั้นต้นในวันที่ 4 พฤษภาคม เพื่อพิจารณาคดีขับรถขณะมึนเมาดังกล่าว ตัวแทนของสเปียร์สบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้อย่างยิ่ง แต่หวังว่านี่จะเป็นก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงที่ค้างคามานาน เพื่อสุขภาวะที่ดีและความมั่นคงในชีวิตของเธอ

– ซีรีส์ Euphoria เปิดตัว Season 3 ในสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหู ผู้ชมจำนวนมากมองว่าซีซันใหม่นี้นำเสนอภาพที่น่ารังเกียจ เช่น ฉากที่ตัวละคร Cassie Howard นำแสดงโดย ซิดนีย์ สวีนีย์ ทำงานใน OnlyFans โดยแต่งกายเลียนแบบทารกพร้อมคาบจุกนมปลอม และฉากที่เธอแต่งชุดสุนัขพร้อมปลอกคอและสายจูง นักวิจารณ์และแฟนละครโจมตีผู้สร้าง แซม เลวินสัน  ว่านำเสนอเรื่องราวที่ดูถูกเหยียดหยามผู้หญิง และเน้นเพียงแค่การสร้างความตกตะลึงมากกว่าการพัฒนาบทที่ดี จน Season 3 ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์บน Rotten Tomatoes ต่ำถึง 44% – 57% ลดลงอย่างมากจากสองซีซันแรก แฟนๆ บางส่วนประกาศเลิกดูซีรีส์เรื่องนี้ทันทีหลังจากดูตอนแรกจบ กดดันให้ HBO และผู้ผลิตต้องทบทวนเนื้อหาที่เหลือในซีซันนี้

โก๊ะตี๋ เปิดใจ รักต่างวัย 24 ปี น้องใบมิ้นต์ หลังชีวิตพัง 9 เดือน เคลียร์ดรามาฝ่ายหญิงคบหวังเงิน

โก๊ะตี๋ เปิดใจ รักต่างวัย 24 ปี น้องใบมิ้นต์ หลังชีวิตพัง 9 เดือน เคลียร์ดรามาฝ่ายหญิงคบหวังเงิน

โก๊ะตี๋ เปิดใจ รักต่างวัย 24 ปี น้องใบมิ้นต์ หลังชีวิตพัง 9 เดือน เคลียร์ดรามาฝ่ายหญิงคบหวังเงิน

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.02 น.

“โก๊ะตี๋” เปิดใจ เลิกอดีตเมีย ซังกะตาย 9 เดือน ก่อนเจอ “น้องใบมิ้นต์” โต้ฝ่ายหญิงคบหวังเงิน เผยพรหมลิขิต เคยเจอตั้งแต่ 5 ขวบ!

 “โก๊ะตี๋ อารามบอย” เปิดใจครั้งแรก รักครั้งนี้ถึงขั้นคิดไกลเรื่องแต่งงาน เปิดเส้นทางรัก “น้องใบมิ้นต์” แฟนสาวรุ่นลูก อายุห่าง 24 ปี เผยเหตุการณ์ทะเลาะกันจนเกือบเลิกรา เคลียร์ชัดหลังชาวเน็ตเม้าธ์คบกันหวังเงิน พร้อมเผยโก๊ะตี๋เตรียมงานแต่งแล้ว? ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 ปัจจุบันโสดมั้ย?

“ไม่นะ (ยิ้ม)” 

ตอนนี้มีแฟนใหม่แล้ว ไม่โสดแล้ว ที่สำคัญแฟนกับโก๊ะเกิดปีเดียวกัน?

“เกิดปีเดียวกัน เพื่อนกัน เกิดปีวอกเหมือนกัน วอกสองรอบ (หัวเราะ)” 

รักครั้งเก่าก่อนหน้านี้แต่งงานแล้วเลิกกันไป?

“แต่งงาน 17 ธ.ค. 2566 วันที่ 17 ธ.ค. 2567 เราบอกเลิก จริงๆ ระยะเวลาก่อนหน้านี้เป็นสิบปีที่ใช้ชีวิต เราพยายามปรับ เปลี่ยน จริงๆ ไม่ได้อยากมีรักหลายครั้งหรอก แต่หนูว่าคนแต่งงานแล้วเลิกกันจะเข้าใจคำนี้ว่า ชีวิตก่อนแต่งงาน กับชีวิตหลังแต่งงานมันไม่เหมือนกัน”

เขาเราเป็นยังไง?

“ก่อนแต่งงานเป็นอีกแบบนึง หลังแต่งงานก็เป็นอีกแบบนึง แล้วรู้สึกว่าก่อนแต่งงานเราคุยกันไว้แบบนี้นะ จริงๆ พี่พูดกับเขาว่าก่อนแต่งงานถ้าคุณไม่อย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายเราจะเลิกกัน แล้วเราก็เลิกกันจริงๆ”

 คนบอกว่าคบสิบกว่าปี แต่งงานได้ปีเดียว โดนผู้หญิงทิ้ง?

“เอาจริงๆ เราเป็นคนบอกเลิกเขา ไม่ใช่เขาบอกเลิกเรา เราไม่อยากเป็นหลุมดำแล้ว เราไม่อยากพูดถึงว่าเลิกกันเพราะอะไร เลิกก็เลิกกันแล้ว บางทีเราไม่อยากเอาบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจให้ใครได้รู้ การที่เราบอกเลิกใครสักคน แล้วป่าวประกาศว่าผู้หญิงเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราเป็นผู้ชายจะไม่ใช่สุภาพบุรุษ ในเมื่อไปกันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาเพิ่ง 35 ก็ให้เขาไปมีชีวิตที่ดี”

ทำไมเพิ่งบอกตอนนี้ คบ 12 ปี แต่งปีนึง แล้วเพิ่งไม่ใช่อะไรตอนนี้?

“พยายามแล้ว ก่อนแต่งงานก็พยายาม หลังแต่งก็พยายาม แต่สุดท้ายแล้วความพยายามมันไม่สำเร็จ”

บอกเลิกแต่เสียใจ?

“เสียใจ กลับมากินยาคลายเครียด ไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้า แต่เครียดต้องกินยาก่อนนอนเป็นกำๆ มันเหมือนชีวิตเราทิ้งไปเลย แคคตัสที่เราเคยขาย ตั้งใจทำเพื่ออนาคตของเรา ทิ้งเลย ไม่แตะเลย ไม่เอาเลยประมาณ 8-9 เดือน”

ใช้ชีวิตซังกะตาย 8-9 เดือน?

“ใช่ คือตื่นมาไปทำงานประจำ ไปทำงานกับอาต๋อย แต่ไม่ได้มีแพสชั่นจะทำแบบนี้เพื่ออนาคต รู้สึกว่าหลานก็เรียนจบหมดแล้ว 3 คน เราถึงวัยที่ตกตะกอน นอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ ไม่เป็นไร”

สิ่งที่เยียวยาชีวิตได้คือติ๊กต๊อก?

“จริงๆ ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ในติ๊กต๊อก ในโซเชียล เราเป็นหัวหน้าครอบครัว เราเป็นยอดเขา เราจะปรึกษาแม่เรา แม่เป็นคนไม่สบายอยู่ หลานเราเลี้ยงมา พี่ชายเราปรึกษาไม่ได้อยู่แล้ว ทั้งบ้านมีแค่เราคนเดียว ไม่มีใครที่จะปรึกษา บางวันนอนในเปล นั่งร้องไห้ ไม่รู้จะคุยกับใคร”

นึกถึงพี่อ้อย-พี่ฉอดมั้ย?

“ก็มี อยากมีคนปรึกษา แต่พอเรารู้จักติ๊กต๊อก ก็เริ่มจากคนที่เล่นติ๊กต๊อกเขามีอายุ เขาติดตาม บอกว่าติดตามโก๊ะตี๋ตั้งแต่เด็กๆ นะ ตั้งแต่มีผมโก๊ะ แสดงว่าเป็นแฟนคลับ ก็เริ่มสร้างฐานแฟนคลับทีละคน สองคน สามคน สี่คน กลายเป็นทุกเช้าเราตื่นขึ้นมานั่งรถน้ำต้นไม้ เปิดเพลงฟัง แล้วก็ถามแฟนคลับว่าพี่เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้หนูดีขึ้นแล้วนะ ก็สร้างฐานแฟนคลับไปเรื่อย จนคนเข้ามาดูเยอะ เราก็ผ่อนคลาย บางทีก็ให้คำปรึกษาเขา เหมือนเรามีเพื่อน บางคนเครียดกับเรื่องครอบครัว บอกว่าเป็นโรคร้ายจะยังไง กลายเป็นเรามาคุยกัน ได้คุยกับแฟนคลับ บางคนหนักกว่าเราอีก”

ติ๊กต๊อกทำให้เราเจอแฟนคนปัจจุบัน?

“พูดง่ายๆ ในติ๊กต๊อกมีผู้หญิงเยอะแหละ เวลาไปพีเค ชนจอเขา แอปฯ ติ๊กต๊อกเราชนจอกับใครก็ได้ที่เขาเล่นเหมือนเรา ไม่ว่าคุณอยู่มุมไหนของโลกใบนี้ ก็ชนจอกันได้ กลายเป็นเรามีเพื่อนเยอะขึ้น แล้วเราก็โสด เราเป็นสุภาพบุรุษท่านนึง คนกดฟอลโลว์เป็นผู้หญิงทั้งนั้น (หัวเราะ) เราโสด เราจะคุยกับใครจะแรดกับใครก็เรื่องของเรา ก็กลายเป็นเริ่มติดตามน้องๆ บางคนทีแรกก็หวัง”

ก่อนเจอใบมิ้นต์ มีชนจอกับสาวๆ?

“เยอะเป็นร้อย มีที่หวังเยอะ คนนี้ก็หน้าตาดี คนนี้หน้าตาน่ารัก สวมบทเป็นอาหวังท่านนึงก็ชนจอกันไปชนจอกันมา แต่ทีนี้บางคนมันหวังไม่ได้ เพราะเขาคิดกับเราเหมือนพี่ โอเค พี่ก็พี่ ก็กลายเป็นพี่น้องกัน เริ่มเป็นสังคมกลุ่มก้อนกลุ่มนึง เริ่มชนจอบ่อยๆ พากันไป แต่ที่เจอน้องใบมิ้นต์ มีน้องคนนึงชื่อแอ็กเป็นผู้ชายสูง 189 ซม. เป็นคนไทยอยู่สวีเดน หน้าตาหล่อ ไทม์โซนสวีเดนจะตรงกับเรา 6 โมงเช้า เราตื่นมารดน้ำต้นไม้ ไลฟ์สดปุ๊บ ไอ้แอ็กชนจอมาเลย แล้วเขาบอกว่าพี่ วันนี้ผมพาน้องคนนึงมารู้จักพี่ แต่ละวันไอ้แอ็กพาผู้หญิงมาให้เราดูไม่ซ้ำหน้า บางทีไลฟ์ตีสองตีสาม ไอ้แอ็กพาไปดู กดจอไปก็รู้จักกัน สร้างกลุ่มก้อนกันไป สุดท้ายวันนึงเขาพาน้องใบมิ้นต์มา”

 เห็นปุ๊บถูกใจเลยมั้ย?

“ถูกชะตาก่อน ทำไมเขาเป็นคนมองไม่เบื่อเลยวะ วิธีการพูดของเขา เราถูกใจ เสียงหัวเราะเขาเหมือนม้า ฮี่ๆ เราก็ผู้หญิงอะไรหัวเราะเหมือนม้าวะ เขาก็ตั้งอีโมจิเป็นม้าลาย เล่นติ๊กต๊อกต้องมีอีโมจิประจำตัว ของเราเป็นกระบองเพชร ก็เริ่มชนจอกัน เริ่มเป็นกลุ่มเป็นก้อน พอรู้จักกันแล้ว ก็ฟอลโลว์กันไป“ 

พอได้ชนจอ ถูกชะตา ความสัมพันธ์พัฒนาไปยังไง?

“เราถามเขาว่าเขาเป็นคนที่ไหน เขาเป็นคนนครนายก มันก็ไม่ไกลนี่ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ไหน เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่นึง เอกภาษาจีน เขาเป็นเด็กเจน Z พูดไม่ชัด เราก็มา งั้นมาชนจอกัน แล้วก็ฝึกเขาพูด เช้าฟาดฝักพัด เย็นฟาดฟักผัด หมูหมึกกุ้ง ระนอง ระยอง ยะลา ทุกวันนี้ก็ฝึกอยู่ เด็กสมัยใหม่เดี๋ยวนี้เขาพูดไม่ค่อยเปิดปากกว้างๆ เราก็เป็นคนหูไม่ดี ห๊ะ! พูดดังๆ บางทีเราขี้เกียจพูดว่าห๊ะ เราก็ตีความหมายไปว่าใช่เหรอ เขาบอกว่าถ้าไม่เข้าใจถามอีกครั้งก็ได้ ก็เลยกลายเป็นพูดกัน สอนเขาพูดภาษาไทย”

เขาอายุเท่าไหร่?

“22 ปี”

พอได้ชนจอกันบ่อยๆ เป็นยังไง?

“กิเริ่มหัวหมอไง ก็สร้างไลน์กลุ่ม แต่เราไม่เคยอินบ็อกซ์ไปคุยหลังบ้าน ไปจีบไปทัก ถ้าจะจีบจะคุยจะแอ๊ว แอ๊วหน้าไลฟ์ เราชัดเจน ไม่อยากให้มีประวัติ สมัยนี้เอาอินบ็อกซ์มาโชว์มาดิสเครดิตกัน ถ้าจะอำทุกคนเป็นพันต้องเห็นหมด”

 ระหว่างนั้นไปแอ๊วไปหยอดหรือยัง?

“ไม่มี มีกลุ่มนึงผู้หญิง 3-4 คน เขาคิดกับเราเหมือนพี่ แต่พี่คิดไม่ซื่อ เราไม่ได้คิดเขาเป็นน้องหรอก ก็เลยตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมา รวมแอ็กด้วย ผู้หญิง 3-4 คน แอ็กอยู่สวีเดน เราก็บอกว่าว่างๆ ไปกินข้าวกันมั้ย แล้ววัยรุ่นไปกินที่ไหน สุกี้ ไปก็ไป นั่นคือเดตแรก นัดกัน 4 คน เขาเรียกเดตหมู่ ไปนั่งกินเสร็จปุ๊บเลิก 2-3 ทุ่ม ไปไหนกันต่อ เขาไม่รู้จะไปที่ไหน ก็ชวนมานั่งเล่นที่สวนพี่มั้ย ชวนมาเป็นไข้เลือดออกที่สวน เปิดเพลง ถ่ายคอนเทนต์แล้วแยกย้ายกัน นั่นคือครั้งแรก” 

ได้ไลน์ส่วนตัวแล้ว?

“ได้แล้ว สมมติคุยกัน 4 คน ก็ถามว่าถ้าว่างๆ พี่ไลน์หาน้องได้ใช่มั้ย เขาบอกได้ แต่คนที่เราหวังคนนี้นะ ถามไปก่อนแต่ละคน”

จะไม่ขอไลน์คนที่ชอบตรงๆ แต่จะสร้างคอมมูนิตี้ขึ้นมา นัดไปกินข้าว สุดท้ายก็ได้กดแอดไลน์คนที่ชอบไป?

“ใช่ ถามว่า 1 2 3 4 แต่คนที่เราถามคือคนที่ 4 เลย”

ตอนนั้นมีน้องอีกคนที่ไม่ใช่ใบมิ้นต์ สุดท้ายคุยกับใครก่อน?

“คุยเยอะเลย แต่เป็นใบมิ้นต์เพราะรู้สึกถูกชะตา ไลฟ์สไตล์ มายด์เซ็ตมันคล้ายๆ กัน เราทักไปสวัสดีครับน้อง ครั้งแรกที่เราส่งไป ว่างๆ พี่ขับรถต่างจังหวัด พี่ง่วงๆ คุยได้มั้ย เขาบอกคุยได้ แฟนไม่ว่าเหรอ เขาบอกไม่มีแฟน หลังจากนั้นเด็กสมัยใหม่ส่งอะไรมาก็ไม่รู้ 543235 แต่เด็กรุ่นใหม่เขาจะรู้ ถ้ารุ่นเราหัวเราะจะ 5555 เขาตั้งใจ ไอ้นี่มา 52352532 อะไรแบบนี้ ทีนี้ก็เริ่มคุย เราเริ่มขับรถไปต่างจังหวัด ไปทำงาน บางทีไม่ได้ขับรถเองหรอก หลานขับ แต่หาข้ออ้าง ก็ถามสารทุกข์สุกดิบว่าเป็นคนที่ไหนยังไง หลายๆ วันก็ถามเขาว่าไม่มีแฟนแล้วใช้ชีวิตอยู่ยังไง แฟนต้องอายุเท่ากันมั้ย ต้องรุ่นเดียวกันมั้ย เขาบอกหนูไม่ได้ติดเรื่องอายุ หน้าตาต้องเป็นยังไง ต้องดีเจพุฒมั้ย เขาบอกหนูไม่ได้ติดเรื่องหน้าตา เฮ้ย หน้าตาก็ไม่ติด อายุก็ไม่ติด กูก็มีสิทธิ์สิวะ ก็โอเค ในใจนับไว้หนึ่ง เวลาเรามุ่งเราก็มุ่งจริง ชนจอกันบ่อย จนแฟนคลับเริ่มรู้ว่าโก๊ะตี๋ชอบใบมิ้นต์ ระยะเวลาผ่านไป ก็เอาวะ ไม่ลุยแล้วจะรู้ได้ไง จะจบได้ไง กำลังไลฟ์สดอยู่ คนดู 2,500 คน เขาก็เมนต์มาว่าพี่บอกเลย ก็รวบรวมความกล้า เปิดเพลงบิวต์เลย เพลงแต่เราก็หากันจนเจอ”

เรามั่นใจในความรู้สึกของเรา?

“มั่นใจเลยว่าถ้าเราพูดโอเค เขาต้องโอเคน่า ก็บอกว่ามิ้นต์พี่มีอะไรจะพูดอย่างนึงได้มั้ย เขาบอกว่ามีอะไรเหรอ นอนเปลแล้วคุยกัน ก็บอกว่าคบกันมั้ย หน้าเขาก็ช็อตฟีลไป 3-4-5 วิ แล้วก็บอกว่าหนูขอตัดสินใจแป๊บนะ เขาหายไป 5 นาที เราก็เปิดเพลงบิวต์ เราก็เปิดเพลงรัก สักพักเขาบอกหนูพร้อมจะบอกแล้ว เราก็ปิดเพลง หนูไม่คบนะ ทุกอย่างจากคน 2,500 คน เหมือนผึ้งแตกรัง เหลือ 700 พอบอกไม่คบ สักพักเขาถามว่าพี่โอเคมั้ย ก็ถามว่าพี่มีสิทธิ์ไม่โอเคเหรอ ใจตอนนั้นแว็บเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุผลคืออะไร ขอคบแต่เขาไม่คบ พอลงไลฟ์โทรหาแอดมินพี่หวาน อยู่ระยอง เป็นเจ้าของสวนทุเรียน พี่หวาน ทำไมมันเหมือนจะได้แต่เขาไม่คบ เขาบอกว่าพี่โก๊ะ เด็กเจน Z คบของเขากับเราไม่เหมือนกัน คบของเขาคือคบเลย มีแค่คนเดียว แต่ถ้าคุย เขาคุยด้วยหลายคน งงเลยเว้ย ถ้าบอกขอคุยได้มั้ย เขาก็จะบอกว่าคุย แต่นี่เราขอคบเลย เขาไม่โอเค วันรุ่งขึ้นก็โทรหาเลย ใบมิ้นต์พี่อาจเป็นการคุยครั้งสุดท้ายนะ พี่เคารพการตัดสินใจของใบมิ้นต์นะ แต่พี่ไม่เข้าใจ ก็เลยถามเขาว่าคนคบของน้อง ต้องคบคนเดียวใช่มั้ย เขาบอกว่าใช่ แต่ถ้าคุย คุยได้หลายคนใช่มั้ย เขาบอกว่าใช่ เราก็บอกว่างั้นขอเป็นคนคุยได้มั้ย เขาเลยตอบมาว่าได้”

ต้องขอบคุณแอดมิน ไม่งั้นจบแล้ว?

“ไม่งั้นไปแล้ว พี่หวานสวนทุเรียน”

พอคุยได้ พัฒนาความสัมพันธ์ต่อยังไง?

“พอเราพูดไปแล้วว่าขอคบ แต่พอขอคุย ผู้หญิงก็รู้ว่ามึงก็จีบกูแหละ พอเริ่มคุยๆ ก็ถามว่าตกลงคบกันมั้ย พอตกลงคบกัน หนูก็บอกว่าถ้าจะคบกัน ขอไปคุยกับพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ เราต้องจริงจัง แสดงความบริสุทธิ์ใจ เขาบอกไปคุยกับพี่ชายคนโตเขาก็ได้ เขาอยู่กับแม่ด้วย เราก็ไปที่นครนายก นี่คือเดย์แรกที่ไปเจอแม่เขา พี่ชายของเขา และไปคุยกับเขาเลย”

ครอบครัวน้องว่าไง?

“โชคดีพี่ชายมิ้นต์แก่กว่าเราปีเดียว เหมือนคนรุ่นเดียวกัน ก็ถูกชะตา ชอบนะ อยากคบ เขาบอกขอบคุณนะ พี่ก็แมนนะ ที่มาพูดอะไรแบบนี้ ก็ไปบอกแม่เขา ยายเขา พี่ชายเขา ว่าระหว่างน้องเรียน หนูขอเป็นคนที่คบกับน้องนะ”  

โลกกลม คุยกันไปคุยกันมา พี่โก๊ะเคยเจอใครในครอบครัวใบมิ้นต์?

“น้าหนุ่มคือคนเล่นไก่ชนกับเรามา 20 กว่าปี เขาอยู่เมืองทอง แจ้งวัฒนะ เขามาหาเรา วันนั้นหนูเข้าห้องน้ำ ใบมิ้นต์นั่งอยู่ น้าหนุ่มบอกว่าหนูเป็นแฟนน้าโก๊ะใช่มั้ย เป็นคนที่ไหน ใบมิ้นต์บอกนครนายก น้าหนุ่มบอกอ้าว เขาก็คนนครนายก อำเภออะไร อำเภอองครักษ์ อยู่ตำบลเดียวกัน น้าหนุ่มถามใบมิ้นต์ว่านามสกุลอะไร อ้าวนามสกุลเดียวกับเมียน้า ปรากฎว่าใบมิ้นต์เป็นญาติเมียน้าหนุ่ม น้าหนุ่มถามว่าน้าโก๊ะจำได้มั้ย เมื่อ 20 ปีก่อน น้าโก๊ะไปวิดบ่อปลาที่องครักษ์มาทำปลาร้า บ้านน้องใบมิ้นต์แหละ พ่อชื่อวัฒน์ไง กลายเป็นว่าเคยเจอใบมิ้นต์ตอนเขา 5-6 ขวบ”

20 ปีผ่านไป ได้เจอน้องใบมิ้นต์อีกที?

“เราเพิ่งมารู้ทีหลัง เราถามว่าจริงเหรอน้าหนุ่ม”

พอคบน้องใบมิ้นต์ เขาน่ารักยังไง?

“คนสองวัยที่ต่างกัน มีทั้งความน่ารัก และความไม่เข้าใจเด็กเจน Z ในปัจจุบัน แต่เรื่องบางเรื่องเรามองข้ามไป ความน่ารักคือเขาเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย เขาไม่กินของมัน ไม่กินของดิบ ไม่กินของคาว แค่นั้นเอง ไม่กินไข่แดง อะไรเลี่ยนๆ ทำให้อ้วกเขาไม่กิน ก็กลายเป็นว่าคล้ายๆ เรากินแบบนี้ เขาไม่กินแบบนี้ เราชอบกินมันๆ มันก็พอดีกัน แต่อย่างที่บอกว่าบางทีบางครั้งโลกโซเชียลใหม่ๆ แรกๆ ไปกินข้าวกัน เขาสั่งข้าวมา กระเพราไข่ดาวจานนึง เขาเอาไข่แดงออก เราก็จะกินไข่แดง ซึ่งเรารู้ว่าเขาไม่กินไข่แดง แล้วเราตักกับเขามาครึ่งนึง เพราะเขากินข้าวเยอะกับน้อง เราเป็นคนกินข้าวน้อยกับเยอะ เราก็ตักข้าวเราให้เขาครึ่งนึง ตักกับเขามาครึ่งนึง โซเชียลก็ดราม่า มึงกินไม่พอทำไมไม่สั่งใหม่ไปแย่งผู้หญิงกินทำไม กินแต่ไข่แดงให้ผู้หญิงกินไข่ขาว กินแต่กับให้ผู้หญิงกินแต่ข้าว”

จากแบ่งกินดูชั่วไปเลย?

“เรารู้กันว่าใบมิ้นต์กินข้าวเยอะ แต่พอเขาติดตามเราบ่อยๆ เขาจะรู้ว่าอ๋อ ใบมิ้นต์เป็นคนกินข้าวเยอะ กินกับน้อย ใบมิ้นต์เป็นคนกินไข่ขาว ไม่กินไข่แดง ไม่กินมันหมู กินเนื้อล้วน กินอกไก่”

คบน้องมานานแค่ไหน?

“เข้า 8 เดือน” 

พี่โก๊ะเจนไหน?

“เจนวายก็พอมั้ง หรือเอ็กซ์”

ช่องว่างระหว่างเจน มีอะไรต้องปรับตัว?

“เอาจริงๆ วิธีคิดของเขาเป็นแบบคนโต แต่เรากลายเป็นเด็ก เพียงแต่จะมีวิถีชีวิตของเด็กเจน Z อีกแบบนึง ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรยังไง แต่มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราพยายามมองข้ามไปดีกว่า มันเป็นช่องว่างระหว่างวัย เราเลยไม่เอาจุดนั้นมาเป็นจุดโฟกัสที่ทำให้เราทะเลาะกัน”

มีชื่อเรียกกันมั้ย?

“พี่เรียกเขาหนู เขาเรียกเราว่าบี๋”

ทุกอย่างดูลงตัว มีความสุขแฮปปี้ แต่อายุห่างกัน 24 ปี ก่อนหน้านี้เคยเลิกกันไปแล้วด้วย?

“เขาบอกเลิก พอเรามีแฟนเด็ก บางทีเราอยากคุย เขากลับไปหาแม่หายายที่ไม่สบาย ก็บอกว่าว่างๆ บี๋โทรหานะ เราทำงานเสร็จก็โทรไป บังเอิญเขาเพิ่งตื่นกับแม่ บอกว่าแม่อยากกินอะไร เขาจะทำกับข้าวให้แม่กิน เราโทรไปก็ฮัลโหล คุยกับใคร เขาบอกคุยกับแม่ ในใจก็คิดก็เลยพูดออกไปว่าอยู่กันทั้งวันทำไมไม่คุยกันเหรอ มาคุยตอนผมโทรมา โอเค แค่นี้ คุยกับแม่เถอะ แล้วก็วาง”

งี่เง่านะ?

“เหมือนเรารอสายทั้งวันจะคุยกับเขา แต่เขาหันไปคุยกับแม่ ก็รู้สึกว่าอยู่กันทั้งวันไม่คุยกันเหรอวะ เขารู้สึกเรางี่เง่า”

กะว่าเขาโทรมาง้อ แต่เขาขอเลิก?

“เขาเป็นคนบอก เขารู้สึกเรางี่เง่า เขาพูดมาคำนึงว่าตอนบี๋อยู่กับแม่ หนูไม่เคยไปเร่งไปเร้า หนูซะอีกบอกให้บี๋ดูแลแม่ดีๆ แต่พอหนูกลับมาดูแลแม่ บี๋เป็นแบบนี้ หนูไม่โอเค เราก็เลยรู้สึกว่าเออจริงวะ ทีนี้พี่ชายเขาเป็นคนมาเคลียร์ บางคนบอกหนูเลิกคอนเทนต์ ไม่ใช่คอนเทนต์ เลิกจริง”

เลิกกี่วัน?

“วันเดียว แต่ทีนี้ข่าวเริ่มออก ติ๊กต๊อกมันไวไง พี่สะใภ้เขารู้ข่าวก็ไปบอกกับแฟน คือพี่ชาย เขาก็โทรมาว่าเรื่องราวเป็นไง เราก็เล่าความจริงให้เขาฟัง เขาก็บอกว่าพี่ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่นะ ก็คุยกับพี่ชายเขาเรียบร้อย เมื่อเขาอยู่กับแม่อยู่กับยาย เราก็ต้องให้โลกส่วนตัวเขา เวลาเราดูแลแม่เรา ก็เลยตกลงกันเรียบร้อย หลังๆ ไม่มีเรื่องทะเลาะกันเป็นเรื่องที่ปรับ” 

ทุกวันนี้ไม่งี่เง่าแล้ว?

“เขาใช่มั้ย (หัวเราะ) เราเข้าใจแล้ว ณ ตอนนั้นเราคิดถึง ไม่อยู่ทั้งวัน เราทำงาน เราโทรมาหา ไม่คุยกับเรา คุยกับแม่ซะงั้นแหละ”

มีคนเม้าธ์ว่าที่ใบมิ้นต์คบกับโก๊ะเพราะหวังเรื่องเงิน?

“เอาจริงๆ ก็ไม่แปลก และไม่ผิด อย่างเป็กกี้กับพี่พุฒ ทำรายงานการกุศลมั้ย ก็ต้องหวังเงินถูกมั้ย มีใครชีวิตนี้ไม่หวังเงินบ้าง มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราตัดสินใจมาคบกันแล้วหวังว่าอยากมีอนาคตที่ดี ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าคิดว่ามาเอาเงินโน่นนี่นั่น หนูจะมีบางส่วนที่ดูแลครอบครัว บางส่วนที่เราดูแลเรื่องบ้าน ไม่แปลกจัดสรรปันส่วนเรื่องเงิน แต่ตอนนี้เราสร้างอนาคตร่วมกัน เราเป็นผู้ชาย บางทีไปกินข้าว เราก็ให้เขาเลี้ยงนะ ไม่มีคำว่าเปย์ คนเราพอใช้ชีวิตกันง่ายๆ เขาโอเคนะ เขาก็เข้าใจว่าเรามีภาระต้องดูแล”

มีแยกบัญชีมั้ย?

“มี ถ้าวันนี้ชาวเน็ตจะบอกว่าใบมิ้นต์คบโก๊ะตี๋หวังเงิน ไม่แปลก เพราะตอนนี้เรากำลังสร้างเงินด้วยกัน เอาไว้อนาคตเขาเรียนจบ แต่งงานก็ว่าไป”

น้องเรียนจบเมื่อไหร่?

“กำลังจะขึ้นปีสอง เราวางอนาคตร่วมกัน สำหรับน้องใบมิ้นต์เป็นคนมีมายด์เซ็ตที่ดี ที่สำคัญเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนอยากหาเงินได้ด้วยตัวเอง เราเลยบอกโอเค มาหาเงินด้วยกัน บางทีไปกินข้าวไลฟ์สดขายของโน่นนี่ มีแฟนคลับมาอุดหนุน เราได้เงินมาก็เข้าบัญชีคู่ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเบิกได้ ต้องเบิกทั้งคู่” 

มีอะไรอยากบอกใบมิ้นต์?

“การกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ ต่อให้บอกว่ารักคุณมากแค่ไหน แต่เขาประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอื่นมันก็เท่านั้น ฉะนั้นก็อย่างที่หนูรู้ จะซื่อสัตย์และทำให้รักครั้งนี้ดีที่สุดครับ”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เปิดภาพ น้องหงส์ น้องสาวณเดชน์ ทำพิธีล้างเท้าให้พี่ชาย ตามประเพณีอีสานโบราณ

เปิดภาพ น้องหงส์ น้องสาวณเดชน์ ทำพิธีล้างเท้าให้พี่ชาย ตามประเพณีอีสานโบราณ

เปิดภาพ น้องหงส์ น้องสาวณเดชน์ ทำพิธีล้างเท้าให้พี่ชาย ตามประเพณีอีสานโบราณ

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.01 น.

18 เมษายน 2569 เรียกได้ว่าเป็นงานวิวาห์แห่งปีเลยก็ว่าได้สำหรับพิธีแต่งงานตามประเพณีอีสานของคู่รักซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) โดยมีพิธีแห่ขันหมากสู่ขอ พิธีผูกข้อไม้ข้อมือ รวมถึงพิธีสวมแหวน โดยอีกหนึ่งโมเมนต์ที่หลายคนพูดถึงคือ ‘พิธีล้างเท้าเจ้าบ่าว’ ตามประเพณีแต่งงานของอีสานแบบโบราณ ซึ่งคนที่ล้างเท้าให้คือ ‘น้องหงส์’ น้องสาวของเจ้าบ่าวนั่นเอง 

ต่อมาแม่แก้ว คุณแม่ของณเดชน์ ก็ได้โพสต์คลิปพร้อมทั้งเขียนข้อความว่า ตำนานโบราณของเจ้าบ่าวอิสาน…ถึงเวลาทำพิธีหมั้นเจ้าสาว…ต้องทำพิธีล้างเท้าให้เจ้าบ่าว…ให้สะอาดหมดจด ก่อนจะขึ้นเรือนโดยให้เจ้าบ่าวเหยียบหินที่รองด้วยใบตองกล้วยเต็มใบไม่ให้ใบขาดหรือมีรอยฉีกขาด…แล้วให้น้องชาย หรือน้องสาว ใช้กระบวยตักน้ำล้างเท้าให้พี่ชาย 3 ครั้ง แล้วใช้ผ้าเช็ดให้สะอาดหมดจด…แล้วจึงเดินถือพานขันหมากขึ้นเรือนพร้อมจะเข้าสู่พิธีหมั้นกับเจ้าสาว เพื่อความเป็นสิริมงคลให้สำเร็จในความรัก ให้งดงามหวานชื่นมั่นคงสืบไปตราบนานเท่านาน…

วันนี้แม่ดีใจที่สุดของหัวใจ และเชื่อว่าทุกท่านที่รักเอ็นดูเมตตา NY มาเป็นเวลาอันยาวนานคงดีใจที่สุดเช่นกันนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นแรงใจและให้กำลังใจกันตลอดมา…และตลอดไปนะคะ @kugimiyas @urassayas #NYเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น #17เมษายน2026″