The Perfect 4 รวม 4 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด @แมริออท สุรวงศ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680131

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 10:32 น.The Perfect 4 รวม 4 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด @แมริออท สุรวงศ์

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ฉลองครบรอบ 4 ปีกับแพคเกจ “The Perfect 4” ที่ให้คุณได้สัมผัสกับ 4 ประสบการณ์ที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ตลอดเดือนเมษายนนี้

จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการเข้าพักในห้องเรสสิเดนเชียล สวีท 1 ห้องนอน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน และผ่อนคลายระหว่างวันกับสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ พร้อมวิวกรุงเทพฯแบบพาโนราม่า และดื่มดำบรรยากาศในยามค่ำคืนบน เย่า รูฟท็อป บาร์ รูฟท็อปบาร์สไตล์โมเดิร์นไชนีสบนชั้นสูงสุดของโรงแรม

และอิ่มอร่อยไปกับ Sunset Dim Sum ที่ประกอบไปด้วยติ่มซำ 3 เข่งพร้อมเครื่องดื่ม 1 ขวด พร้อมเพลิดเพลินไปกับวิวกรุงเทพฯ สุดตระการตา อีกทั้งยังเข้าใช้บริการที่เอ็ม คลับ คลับเลานจ์หรู บนชั้น 31เพื่อให้การเข้าพักสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งหมดนี้รวมในแพ็คเกจเดียว

ห้องพักราคาเริ่มต้นเพียง 8,100++ บาทต่อคืน สามารถสำรองห้องพักได้ที่ www.bangkokmarriottsurawongse.com (ใส่โค้ด : P91) , Direct booking link : marriott  สำรองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565

ชวนชมนิทรรศการ Take Your Seat Together ฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตแคนาดา-ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680106

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 09:30 น.ชวนชมนิทรรศการ Take Your Seat Together ฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตแคนาดา-ไทย

สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ร่วมกับไอคอนสยาม เชิญชมนิทรรศการภาพ “Take Your Seat Together: ถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศแคนาดาและไทยผ่านมุมมองของคนไกลที่มาชวนไปด้วยกัน” ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1 ไอคอนสยาม

สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย  ร่วมกับ ไอคอนสยาม และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์  โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ  ฟูจิ ฟิลม์ ปรินท์ไลฟ์  สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์  ไฟลท์เซ็นเตอร์  มูลนิธิเส้นทางธรรมชาติแห่งแคนาดา  สมาคมภูมิศาสตร์แห่งแคนาดา  และกระทรวงการต่างประเทศ จัดนิทรรศการ  “Take Your Seat Together ถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศแคนาดาและไทยผ่านมุมมองของคนไกลที่มาชวนไปด้วยกัน” เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตของประเทศแคนาดาและประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน แม้ว่าความห่างทางภูมิศาสตร์และความแตกต่างทางสภาพภูมิอากาศจะแยกสองประเทศห่างจากกัน แต่หลายสิ่งที่อยู่ในค่านิยม ทัศนคติ และจิตวิญญาณของผู้คนได้เชื่อมโยงไว้ด้วยกัน  อีกทั้งเพื่อต้อนรับบรรยากาศของความสุขความสนุกในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึงนี้  โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2565 ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1 ไอคอนสยาม

สำหรับนิทรรศการ Take Your Seat Together ไปด้วยกัน นี้  เป็นผลงานการถ่ายภาพของช่างภาพสองพ่อลูกชาวแคนาดาที่เดินทางถ่ายภาพผลงานมาแล้วทั่วโลก  แรนดี้ แวนเดอร์สตาร์เรน ในฐานะช่างภาพหลักผู้ที่ริเริ่มการเล่าเรื่องราวทั่วโลกผ่านภาพชุด “Take Your Seat” และลูกชายของเขา สเปนเซอร์ แวนเดอร์สตาร์เรน  ในฐานะช่างภาพรองและผู้กำกับงานดิจิทัลของนิทรรศการครั้งนี้  ภาพถ่ายทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการถ่ายทอดเรื่องราวมุมมองต่างๆ จากสถานที่ที่ทั้งสองได้เดินทางไป โดยใช้สัญลักษณ์เก้าอี้สีแดงตั้งเด่นอยู่ภายในภาพ  

นิทรรศการ Take Your Seat Together ไปด้วยกัน  แสดงให้เห็นถึงความงามที่แท้จริงและมีเอกลักษณ์ รวมทั้งความเหมือนของประเทศไทยและแคนาดา โดยมีการนำภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่สะท้อนความพิเศษและความหลากหลายของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในประเทศแคนาดา ถ่ายทอดผ่านมุมมองของเก้าอี้ผู้กำกับสีแดง ที่เชิญให้ทุกคนไปนั่งอยู่ท่ามกลางภาพ และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรื่นเริงและความรับผิดชอบที่จะรักษาโลก ตัวเรา และดูแลกันและกัน และเพิ่มคำบรรยายที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางศิลปะ

สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมชมความงามผ่านภาพถ่ายอันน่าจดจำของสองช่างภาพชื่อดังจากประเทศแคนาดา  ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565  ณ ICONLUXE Pop Up Space ชั้น 1 ไอคอนสยาม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและตัวอย่างภาพ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.takeyourseattogether.com

เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา @เลเจนด์ สยาม พัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680103

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 19:11 น.เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา @เลเจนด์ สยาม พัทยา

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในภาคตะวันออก “เลเจนด์ สยาม พัทยา” ปรับโฉมใหม่ สู่เมืองท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ “เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา” เมษาฮาเฮ ทุ่มจัดคอนเสิร์ตเปิดมิติใหม่ “เมืองต้นไม้มหัศจรรย์ พืชสีเขียวแห่งอารยะสยาม”

เต็มอิ่มกับกิจกรรมความสนุกสุดยิ่งใหญ่ตลอดเดือนเมษายน เมื่อ เลเจนด์สยาม พัทยา จัดงานต้อนรับเดือนแห่งความสุขของคนไทย พร้อมปรับโฉมใหม่สู่เมืองท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ “เที่ยวสนุก เสริมสมอง ท่องตะลุยไร่กัญชา” ประกาศเปิดตัวเป็น “เมืองต้นไม้มหัศจรรย์ พืชสีเขียวแห่งอารยะสยาม” ดินแดนแห่งพืซมหัศจรรย์ กัญชง กัญชา ที่มาเติมเต็มให้เลเจนด์สยามฯ สร้างตำนานใหม่ให้เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในภาคตะวันออกที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

คุณศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริหารบริษัท NUSA – CSR ผู้สร้างเลเจนด์สยาม พัทยา กล่าวว่า ”เนื่องจากโลกเรามีความเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยเฉพาะยิ่งมีสถานะการโควิด ระบาด ก็เป็นตัวเร่งตัวหนึ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ที่โดนผลกระทบหนักที่สุดภาคส่วนหนึ่ง เราเลยคิดว่า เลเจนด์สยามแต่เดิม อยู่ด้วยการท่องเที่ยว จึงเจอผลกระทบหนักเช่นกัน เราจึงมีนโยบายปรับ เลเจนด์สยามพัทยาโฉมใหม่ ไม่ให้อิงเรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว และเรามองว่าตอนนี้เรื่องสุขภาพกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงและเหมาะสมกับโลกยุคนี้มากๆ เลเจนด์สยาม จึงปรับโฉมไปสู่ “ดินแดนแห่งพืชมหัศจรรย์” นั่นก็คือ กัญชง กัญชา โดยที่นี่จะเป็นทั้งแหล่งวิจัย ปลูก และสกัดสาร CBD ที่จะนำไปใช้ทางการแพทย์ เลเจนด์สยาม นอกจากจะเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวมากมาย ทั้งโซนงานวัด บ้านแม่นาค โซนรักดอกให้มาถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ เรายังพร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวชมแปลงกัญชาที่เราปลูกไปแล้วหลายไร่ ทั้ง Indoor และ Out door ชมพิพิธภัณฑ์กัญชา เข้ามาเพื่อศึกษาและชอปปิ้งผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีครบ เราเป็นตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ นอกจากนี้เรายังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของต้นกัญชาโดยที่ไม่ต้องปลูกเอง เราจึงทำโครงการ “ต้นไม้ทองคำ” เปิดให้มาร่วมลงทุนกับเราเพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยผู้สนใจเข้าไปดูรายละเอียดและจองได้ที่ http://www.nusacsr.com และสำหรับ เลเจนด์สยาม โฉมใหม่นี้ เรามั่นใจว่า คุณจะได้ครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ” 

เลเจนด์สยาม พัทยา ประกาศพร้อมเปิดตำนานการท่องเที่ยวอีกครั้ง ทุ่มงบจัดอีเวนท์สุดอลังการ เฉลิมฉลองสร้างสุขให้คนไทย หวังสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายให้ภาคการท่องเที่ยว ในทุกวัน ศุกร์-เสาร์ ตลอดเดือนเมษายน ประกาศกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเลเจนด์สยาม พัทยา พร้อมเดินหน้าจัดงานฉลองเมษา 2022 อย่างยิ่งใหญ่ ยกขบวนศิลปินชื่อดังมากมายประชันเปิดคอนเสิร์ต ด้วยโปรดักชั่นขนาดใหญ่ทั้งแสงสีเสียงแบบจัดเต็ม ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 อย่างเข้มงวด พร้อมระดมมหกรรมทุกความสนุก สุดอึ้ง สุดทึ่ง สุดเฟี้ยว สุดอร่อย มารวมไว้ใน เลเจนด์สยาม พัทยา มากมาก เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์

สำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับการเดินทางไปชิลๆ ชิคๆ รับความคูลแบบสุดพิเศษในช่วงกลางปีเพื่อคลายร้อน ต้องไม่ควรพลาดกับ “มหัศจรรย์ FUN FEST” ที่ เลเจนด์ สยาม พัทยา ที่จัดยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกปี จัดเต็มความสนุกตลอดทั้งเดือนเมษายน พร้อมปรับเวลาการเข้าชม เลเจนด์ สยาม ใหม่ จากที่เคยเปิดตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.30 น.ปรับช่วงเวลาเปิดเป็น 12.00 – 21.00 น. ซึ่งความพิเศษความสนุกของงานเปิด “เมืองต้นไม้มหัศจรรย์” ตลอดเดือนเมษายนนี้ท่านจะได้พบกับ

  • ชมบอลลูนยักษ์ ลอยเด่นเต็มฟ้า
  • ตื่นตากับว่าวถุงลมแฟนซี รูปปลาทะเล ขนาดยักษ์ ลอยวิบวับไปมาสวยงามสุดบรรยาย
  • เที่ยวชมไร่กัญชา Out door และ In door มหัศจรรย์กับทุ่งสีเขียวขจีเต็มทุ่งแบบสุดฟิน
  • ชมพิพิธภัณฑ์กัญชา ความมหัศจรรย์ที่คุณไม่คาดคิดว่าจะมีแบบนี้ในเมืองไทย
  • ชมและแชะในโซน “รักดอก” ความมหัศจรรย์บนภาพถ่ายท่ามกลางดอกไม้นับพันที่คุณจะแชร์ได้อีกนานแสนนาน
  • เที่ยวเล่นในโซนงานวัด ก่อกองทราย ฉลองเดือนแห่งความสุขในเทศกาลสงกรานต์
  • ตื่นตะลึงกับความงามของสามการประกวด หนูน้อยสงกรานต์ / สาวงามสงกรานต์ (สาวประเภท 2 และ นางสงกรานต์
  • ระทึกกับ “บ้านแม่นาค” ความน่ากลัว สุดระทึกที่ติดอันดับความน่ากลัว 1 ใน 5 ของเอเชีย
  • ตะลุยชิม ชอป ชิล เอร็ดอร่อยกับ Food Truck และร้านอาหารที่เข็นเมนูกัญชามากมาย มาสร้างความสุขให้ลูกค้า

นอกจากนี้ เลเจนด์ สยาม ยังทุ่มงบขนศิลปินชื่อดังมากมายมาโชว์แบบจัดเต็มให้ดูกันแบบฟรีๆ! ในเดือนเมษายน โดยอัดแน่นความสนุกทุกวันศุกร์-เสาร์ ที่มาในธีมสุดจี๊ด อาทิ มหัศจรรย์ลูกทุ่ง

  • วันที่ 11 เมษายน 2565 ใบเตย อาร์สยาม
  • วันที่ 12 เมษายน 2565 เป๊กกี้ ศรีธัญญา

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.033-073-333 หรือ FB : Legend Siam งานนี้ขอบอกเลยว่า ใครร้อน ใครล้า ใครมองหาความสนุก ตรงมาที่ เลเจนด์สยาม พัทยา มีครบทุกองศาความเพลิดเพลินที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน

อาหารคีโต (Keto diet) ลองกินเพื่อลดน้ำหนักตัวจะดีไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680144

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 11:45 น.อาหารคีโต (Keto diet) ลองกินเพื่อลดน้ำหนักตัวจะดีไหม

โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fdrwinaidahlan%2Fposts%2F2773625626278730&show_text=true&width=500

ถามกันอยู่บ่อยว่า “อาหารคีโต” เป็นไง ควรลองไหม อาหารคีโตคืออาหารโลว์คาร์บ (Low carb diet) กลุ่มหนึ่งเน้นการใช้ไขมันทดแทนน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรต ใช้โปรตีนน้อย ผักผลไม้น้อยเนื่องจากในผักผลไม้มีน้ำตาลและแป้งอยู่จำนวนไม่น้อย เว้นแต่ผักผลไม้บางชนิดรวมทั้งนัท (Nuts) ก่อนจะเล่าเรื่องอาหารคีโต ขอเกริ่นเรื่องอาหารโลว์คาร์บสักหน่อย สูตรอาหารโลว์คาร์บที่ดังที่สุดในอดีตคือ “แอตกินส์” (Atkin’s diet) อาหารคีโตจึงแทบไม่ต่างจากอาหารแอตกินส์ระยะแรกเลย

เมื่อครั้งที่สูตรแอตกินส์ระยะแรกเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทย ผู้ที่แปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยคือผมเอง เป็นผลให้เข้าใจหัวใจการทำงานของอาหารกลุ่มนี้ดีพอควร หลักการคือลดคาร์โบไฮเดรตให้ต่ำที่สุดโดยใช้ไขมันทดแทนเพื่อปรับร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองให้หันไปใช้คีโตนบอดีส์ (Ketone bodies) เป็นแหล่งพลังงานแทนน้ำตาล เป็นผลให้ออกอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเห็นผลในระยะสั้น แต่ระยะยาวกลับเป็นปัญหา ภายหลังจึงปรับเป็นสูตรอาหารแอตกินส์ระยะสองที่คล้ายสูตรอาหารโลว์คาร์บอื่นๆ ไม่ว่าสูตรเซาท์บีช (Southbeach diet) และพาเลโอ (Paleo diet) นั่นคือ นั่นคือหันมาใช้โปรตีนมากขึ้น

สูตรอาหารคีโตเน้นการทำให้ตับสร้างคีโตนบอดีส์จากไขมัน ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นไม่ง่าย เพิ่มโปรตีนในอาหารไปนิดเดียว กลไกการสร้างคีโตนบอดีส์ในตับก็สะดุดลงแล้ว การบริโภคคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ไขมันสูงจึงต้องใช้เวลานานหลายวัน ผักผลไม้หลายชนิดให้แป้งและน้ำตาลจำนวนหนึ่ง การได้รับผักผลไม้โดยรวมต่ำทำให้เสี่ยงต่อการขาดใยอาหารและไฟโตนิวเทรียนท์ การได้รับโปรตีนต่ำเสี่ยงต่อกลไกอันเป็นปกติของร่างกาย การได้รับไขมันสูง เสี่ยงต่อภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือดเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแดงแข็งก่อปัญหาโรคหัวใจและโรคสมอง การขาดน้ำตาลสร้างปัญหาต่อการทำงานของสมอง สรุปคือไม่แนะนำให้ใช้สูตรอาหารคีโตในระยะยาว หากบริโภคเป็นมื้อคีโต (Keto meal) เป็นครั้งเป็นคราวคงไม่เป็นปัญหาแต่คงหวังเรื่องการลดน้ำหนักตัวไม่ได้

แล้วจะแนะนำอย่างไร หากประสงค์จะใช้สูตรอาหารคีโตเป็นครั้งเป็นคราว เช่นที่เป็นกระแสกันอยู่ ก็ใช้ไปเถอะไม่ได้ห้าม เพียงขอให้เข้าใจผลดีผลเสีย โดยยังแนะนำให้เสริมโปรตีน เสริมผักผลไม้ ไม่อยากให้ขาด หากต้องการลดน้ำหนักตัวให้เป็นเรื่องเป็นราว แนะนำให้ลดน้ำตาลและพลังงานมากกว่าเลือกลดเฉพาะคาร์โบไฮเดรตทั้งกลุ่ม สุดท้ายสิ่งที่ทำให้การลดน้ำหนักตัวได้ผลคือลดอาหารให้พลังงานที่ได้รับต่อวันลง ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูง สรุปคือลดอาหารให้พลังงานลง ออกกำลังกายมากขึ้น นี่คือสูตรสำเร็จที่จิรัง จำกันง่ายๆอย่างนั้นก็เพียงพอแล้ว

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อาหารคีโต, #ลดน้ำหนักตัว

ที่มา : Dr.Winai Dahlan

3 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ ลดเสี่ยงท้องยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680104

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 07:10 น.3 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ ลดเสี่ยงท้องยาก

ปรับรูปแบบการกินตามหลักโภชนาการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก และพักผ่อนให้เพียงพอ 3 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ ลดเสี่ยงท้องยาก

ฮอร์โมน (Hormone) คือสารเคมีที่ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มเซลล์ในต่อมไร้ท่อ (Edocrine Gland) แล้วส่งไปตามกระแสเลือด ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อกระตุ้น หรือยับยั้งกระบวนการต่างๆ ในเซลล์ หรืออวัยวะเป้าหมาย (target cells หรือ target organs) ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการต่างๆในร่างกาย ได้แก่  ช่วยในการเจริญเติบโต  การอยากอาหาร  การย่อยอาหาร  การนอนหลับ  รอบเดือน  อุณหภูมิของร่างกาย  อารมณ์ และ พฤติกรรมการเข้าสังคม ระบบภูมิคุ้มกัน กลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย รวมไปถึงการทำงานของระบบสืบพันธุ์ สำหรับการ “การตั้งครรภ์” นั้น ฮอร์โมนเพศไม่สมดุลจะส่งผลต่อ  ประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่  ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ ไข่ไม่ตก ไข่ด้อยคุณภาพ รังไข่เสื่อมก่อนวัย  ผนังมดลูกไม่หนาตัวพร้อมรับการฝังตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องยากนั่นเอง

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์และผู้ก่อตั้งเพจ BabyandMom ให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก โดย บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า จากการศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับผู้มีบุตรยากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รวบรวมวิธีการปรับสมดุลฮอร์โมนที่สามารถทำได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ยา ทำได้ด้วยตัวเอง เพียงฝึกปฏิบัติและ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูแลตัวเองหลักๆ 3 ประการ ได้แก่ 1.ปรับรูปแบบการกิน ตามหลักโภชนาการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน 2 .ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก 3. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ปรับรูปแบบการกินตามหลักโภชนาการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน

การกินอาหารส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมน การทานอาหารที่ทำให้ร่างกายอักเสบยิ่งทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล  อยากมีสุขภาพดีต้องทานอาหารดีๆ อาหารช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนได้ หากกินแต่อาหารไขมันสูง น้ำตาล ของหวาน แอลกอฮออล์ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือนต้องหันมาทานอาหารที่ช่วยบำรุงเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน  ได้แก่ 

เพิ่มโปรตีน 

มีการศึกษาจาก Harvard School of Public health พบว่า การทานโปรตีนจากสัตว์อาจมีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงตกค้างและมีไขมันสูงทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมีบุตรยากถึง 39%  ดังนั้นควรเลือกทานโปรตีนสัตว์ที่มีแหล่งโปรตีนชั้นดี และไม่ติดมัน เช่น ไข่ เนื้อปลา อกไก่ หรือ นมแพะ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหนึ่งชื่อว่า Protein intake and ovulatory infertility ของ Harvard School of Public Health ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of obstetrics and gynocology เมื่อปี 2008  ศึกษาพบว่าผู้หญิงที่เปลี่ยนการรับประทานโปรตีนจากสัตว์มาเป็นโปรตีนจากพืช ช่วยลดความเสี่ยงจากการมีบุตรยาก เนื่องจากปัญหาไข่ไม่ตกได้ถึง 50%  โดยโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ได้แก่ ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

ลดคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรต

เมื่อร่างกายรับคาร์โบไฮเดรตมากเกินความจำเป็น ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในรูปแบบกลูโคสและกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกาย เสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ยากทั้งสิ้น จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2017 ศึกษาพบว่าการทานอาหารแบบลดคาร์บประเภท Refined Carb ลง ช่วยลดระดับอินซูลิน ส่งผลต่อฮอร์โมนที่สมดุล วงจรการตกไข่เป็นปกติขึ้น ทำให้มีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012 ศึกษาพบว่า การทานอาหารแบบเพิ่มโปรตีนและลดคาร์บลง ส่งผลให้ลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้ มีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก16.6% เป็น 83% เลยทีเดียว

ดังนั้น ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรือ คาร์โบไฮเดรตที่ไม่ขัดสี (Complex Carb) ได้แก่ ข้าวกล้อง ควินัว และธัญพืชที่ช่วยเสริมภาวะเจริญพันธ์ (Fertility) เช่น อัลมอนด์ แฟล็กซีด และลูกเดือย งาดำ เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

งดหวาน 

น้ำตาล ทำลายเซลล์ไข่ของผู้หญิง เนื่องจากน้ำตาลจากอาหารแปรรูป เช่น น้ำหวาน ขนมเค้ก ชานม ชาเย็น นมข้น สารพัดรูปแบบ เป็นน้ำตาลขัดขาว (refined sugar) เมื่อทานเข้าไปแล้วร่างกายจะย่อยทันทีส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเฉียบพลัน และกระตุ้น “การหลั่งอินซูลิน” ซึ่งเป็นสาเหตุในการเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS หากเกิดภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) จะส่งผลให้ไข่ไม่ตกเรื้อรัง ไข่ใบเล็กด้อยคุณภาพ

โดยมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Panminerva Medica เมื่อปี 2019  รายงานผลการศึกษาว่าผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25) ส่งผลให้ไข่ไม่ตก ประจำเดือนมาไม่ปกติ เซลล์ไข่ด้อยคุณภาพ ฮอร์โมนไม่สมดุล  โดยในกระบวนรักษาภาวะมีบุตรยากจะมีอัตราความสำเร็จต่ำกว่ากลุ่มที่น้ำหนักปกติ  ยิ่งถ้าค่า BMI ในระดับ 30 จะเสี่ยงต่อการแท้งบุตรมากขึ้นด้วย ในขณะที่น้ำตาลจากธรรมชาติที่ได้จาก ผัก ผลไม้ อินทผลัม น้ำผึ้งชันโรง หรือ นม มีสารอาหารและกากใยไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบ เมแทบอลิซึม (Metabolism) ทำงานอย่างช้าๆ ส่งผลให้ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดทันที ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม และยังให้วิตามินและแร่ธาตุ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย

ทานกรดไขมันดี

ร่างกายต้องใช้ ไขมันดี (High Density Lipoprotein : HDL) ในการผลิตฮอร์โมนเพศ มีความจำเป็นอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง หากร่างกายไม่ได้รับไขมันดีอย่างเพียงพอร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศได้น้อยลง ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่า การรับประทานโอเมก้า 3 ช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล การตกไข่เป็นปกติ และยังช่วยให้ไข่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวสำคัญในการทำให้มดลูกหนาตัวเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้หญิงที่ต้องใช้กระบวนการทางการแพทย์ในการทำเด็กหลอดแก้ว การได้รับโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ล่วงหน้าส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์อีกด้วย โดยไขมันดี (HDL) พบในปลาทะเล น้ำมันปลา (Fish Oil) อะโวคาโด ธัญพืชจำพวก งาดำ แฟล็กซีด และอัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย เป็นต้น

เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) มีประโยชน์ต่อภาวะเจริญพันธุ์ เนื่องจากการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ รวมถึงเซลล์ไข่ด้วย โดยอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะนาว มะกรูด ผักผลไม้ เช่น ผักเคล ผักโขม กะหล่ำม่วง มะเขือเทศ บีทรูท แครอท ทับทิม ธัญพืช เช่น ถั่วต่างๆ งาดำ ควินัว แฟล็กซีด

มีรายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Food Sciences and Nutrition เมื่อปี ค.ศ. 2009 ศึกษาพบว่า ในมะกรูดสดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ในกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)   ชื่อว่า เควอซิทิน(Quercetin) สูงสุดในกลุ่มของพืชผลไม้รสเปรี้ยวเป็นแอนตี้ออกซิแดนซ์ชั้นดีที่หาได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ovarian Research ปี 2020 ศึกษาพบว่าสาร “เควอซิทีน” ช่วยลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย และช่วยเสริมการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญในการสืบพันธุ์ รอบเดือน และการตั้งครรภ์

2. ออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก

ในผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผิดเพี้ยน ทำให้รังไข่ทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติ ไข่ไม่ตก สำหรับเคสที่อ้วน หรือ น้ำหนักเกิน มีข้อมูลทางการแพทย์เปิดเผยว่าคนอ้วนจะมีปัญหาเรื่องการตกไข่และการมีประจำเดือน ทำให้ท้องยากกว่าคนน้ำหนักตัวปกติ ถึง 2 เท่า! ตามหลักของการวัดค่าดรรชนีมวลกายมาตรฐานคนเอเชียแล้วเกณฑ์ปกติจะอยู่ที่ 18.5-22.9 สูตรคำนวนคือ “Body Mass Index หรือ BMI  = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/ส่วนสูง(เมตร)x ส่วนสูง (เมตร)” ถ้าค่า BMI น้อยกว่า 18.5 ถือว่าผอมไป  แต่หากค่า BMI มากกว่า 24.9 ถือว่าอ้วน

กรณีที่ผอมไปหรือลีนเกินไป หรือผู้ที่ออกกำลังอย่างหนัก และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่ต่ำเกินไปจะส่งผลให้ท้องยาก เพราะมีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน ซึ่งผู้หญิงต้องมีไขมันดีเป็นสารตั้งต้นของการสร้างฮอร์โมนเพศ นายแพทย์โรเบิร์ต จาก Corado for Reproductive Medicine เผยว่า ผู้หญิงที่สุขภาพดีและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่า ควรมีค่า body fat ไม่ต่ำกว่า 17-19%  

3. พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายเครียด

การนอนไม่เพียงพอก่อให้เกิดความเครียดสะสม ส่งผลให้ฮอร์โมนความเครียด หรือ ที่เรียกว่า “คอร์ติซอล” ถูกหลั่งออกมามากเกินไป และไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Sleep Medicine Report เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย สมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้หลับ หรือ ตื่น เช่น ฮอร์โมนเมลาโทนิน และ คอติซอล เป็นสมองส่วนที่กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพศด้วย ดังนั้นฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ในผู้หญิง และ ฮอร์โมนที่ควบคุมการผลิตสเปิร์มในผู้ชายจึงมีความสัมพันธ์กับคุณภาพของการนอนหลับด้วยนอกจากนี้แล้วในผู้หญิงการนอนไม่เพียงพอยังส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมน Luteinizing Hormone (LH) ที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่จะมีการตกไข่ หากฮอร์โมน LH ผิดปกติ ส่งผลต่อการตกไข่และรอบเดือนที่ไม่ปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากนั่นเอง

ส่วนในผู้ชายนั้น มีงานวิจัยของ Boston University School of Public Health เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าการนอนที่เพียงพอนั้นควรนอนหลับ 7-8 ชม.ต่อวัน ผู้ชายที่นอนน้อยกว่า 6 ชม.หรือ นอนมากกว่า 9 ชม.ต่อวัน ส่งผลต่อโอกาสในการทำให้คู่ของตนเองตั้งครรภ์ลดลง 42% ในแต่ละรอบเดือน

ดังนั้น การปรับสมดุลฮอร์โมน ต้องเริ่มต้นจากการหันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ หันมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก พยายามผ่อนคลายจัดการกับความเครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อฮอร์โมนกลับมาสมดุล การทำงานของระบบสืบพันธุ์ปกติ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊กเพจ เว็บไซต์ หรือ ไลน์แอดภายใต้ชื่อเดียวกัน BabyandMom.co.th ครูก้อย นัชชา กล่าวสรุป

เกิดอะไรขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ หัวใจของจีนจะรอดไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680156

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 12:30 น.เกิดอะไรขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ หัวใจของจีนจะรอดไหม?

ชาวจีนเริ่มโวย ขยายล็อกดาวน์ทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลยืนยันคุมโควิดให้เป็นศูนย์

1. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศจีนยังคงน่าเป็นห่วง โดยวานนี้ (6 เม.ย.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,472 ราย ซึ่งเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น เมื่อปี 2019 โดยผู้ป่วยกว่า 80% มาจากนครเซี่ยงไฮ้

2. จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในจีนเพิ่มขึ้นที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังมานี้ เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีน

3. ขณะที่หลายประเทศเดินหน้าอยู่ร่วมกับโควิด-19 จีนยังคงนโยบายจำกัดโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ (Zero Covid) ทำให้จำเป็นต้องล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งมีประชากรราว 26 ล้านคน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนส่วนหนึ่ง

4. เมื่อวันที่ 6 เม.ย. เซี่ยงไฮ้ประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด และกลายเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกของจีนที่ถูกล็อกดาวน์ทั้งเมือง หลังพบผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการทุบสถิติอยู่ที่ 16,766 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อแสดงอาการอยู่ที่ 311 ราย

5. โดยก่อนหน้านี้เซี่ยงไฮ้ประกาศมาตรการล็อกดาวน์เป็นระยะเวลา 9 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ไปจนถึงวันที่ 5 เม.ย. โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟส เฟสแรกครอบคลุมพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ตั้งแต่แม่น้ำหวงผู่ไปจนถึงเขตผู่ตง ซึ่งมีประชากรราว 11 ล้านคน โดยจะล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ไปจนถึง 1 เม.ย. และจะล็อกดาวน์ทางฝั่งตะวันตกของเมือง ระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย. เพื่อให้เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้จึงใช้วิธีการล็อกดาวน์ทีละครึ่งเมือง

การปูพรมตรวจโควิด-19 ในย่ายที่อยู่อาศัยในเซี่ยงไฮ้ วันที่ 1 เม.ย. (REUTERS/Brenda Goh)

6. แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทำให้ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่างเซี่ยงไฮ้ต้องประกาศล็อกดาวน์ทั้งเมือง และขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

7. ขณะที่ทางการจีนต้องระดมบุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายเมืองเพื่อเร่งปูพรมตรวจโควิด-19 ให้แก่ประชาชนทั้ง 26 ล้านคนในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งนับว่าเป็นมาตรการรับมือด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจีน

8. อย่างไรก็ตาม การรับมือกับโควิด-19 ด้วยนโยบาย Zero Covid ทำให้มีประชาชนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดความไม่พอใจ โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายการกักกันโรคของเซี่ยงไฮ้ทำให้เด็กๆ ต้องแยกจากผู้ปกครอง ประชาชนหลายพื้นที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้แม้ออกมาเพื่อซื้อของใช้จำเป็น

9. นอกจากนี้การกักตุนอาหารก็ประสบปัญหาเนื่องจากการจัดส่งสินค้าในเมืองมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สามารถสั่งอาหารได้ พนักงานขนส่งและปริมาณสินค้ามีจำกัด รวมถึงการปิดให้บริการของซูเปอร์มาร์เก็ต

10. ก่อนหน้านี้รัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้กล่าวว่าจะระงับขนส่งสาธารณะ รวมทั้งบริการเรียกรถในพื้นที่ล็อกดาวน์ ตลอดจนระงับการทำงานในบริษัทและโรงงาน เว้นแต่บริการสาธารณะและการจัดส่งอาหาร ขณะที่แหล่งข่าวเผยว่า Tesla จะระงับการผลิตในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้เป็นการชั่วคราว

Photo by China Daily via REUTERS

เผยรายงาน UFO ปล่อยรังสีจนผิวไหม้ ทำผู้หญิงท้องไม่รู้ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680190

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 15:15 น.เผยรายงาน UFO ปล่อยรังสีจนผิวไหม้ ทำผู้หญิงท้องไม่รู้ตัว

เพนตากอน หรือกลาโหมสหรัฐ เผยรายงาน 1,500 หน้า บอกรายละเอียดการเผชิญหน้าระหว่างชาวโลกกับมนุษย์ต่างดาว

ล่าสุด มีการเปิดเผยฐานข้อมูลของเอกสารประกอบด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับยูเอฟโอมากกว่า 1,500 หน้าจาก Advanced Aerospace Threat Identification Program (AATIP) ซึ่งเป็นโครงการลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ถึง พ.ศ. 2555 โดยข้อมูลนี้ได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะผ่านกฎหมายเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Act หรือ FOIA) ที่ให้สิทธิประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลของรัฐ

รายงานเหล่านี้ได้รับการเปิดเผยโดย The Sun สื่อในสหราชอาณาจักร หนึ่งในรายงานของเพนตากอนที่เปิดเผยออกมา คือเอกสารชื่อว่า “ผลกระทบผิดปกติของอาการรุนแรงและกึ่งรุนแรงในภาคานามต่อเนื้อเยื่อชีวภาพและมนุษย์” (Anomalous Acute and Subacute Field Effects on Human and Biological Tissues) ลงวันที่ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 รายงานดังกล่าวอธิบายถึงการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับ “ผู้สังเกตการณ์ที่เป็นมนุษย์โดยระบบการบินและอวกาศขั้นสูงที่มีความผิดปกติ” ซึ่งบางส่วนอาจเป็น “ภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ” ซึ่ง “ระบบการบินและอวกาศขั้นสูง” ในที่นี้ย่อมหมายถึง UFO นั่นเอง

รายงานระบุกรณี 42 กรณีที่มีข้อมูลการแพทย์และ 300 กรณีที่ “ไม่ได้เผยแพร่” เกี่ยวกับมนุษย์ได้รับบาดเจ็บหลังจากถูกกล่าวหาว่าพบกับ “ยานพาหนะผิดปกติ” ซึ่งรวมถึง UFO โดยในบางกรณี มนุษย์ได้รับบาดเจ็บจากการไหม้หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งบางส่วนดูเหมือนว่าจะเกิดจาก “ระบบขับเคลื่อนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน” รายงานยังระบุกรณีของความเสียหายของสมอง ความเสียหายของเส้นประสาท อาการใจสั่น และปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้ายานพาหนะแปลกๆ ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผลกระทบจากการเผชิญหน้า UFO ได้แก่ “การตั้งครรภ์ที่ตรวจสอบที่มาที่ไปไม่ได้” “การลักพาตัวซึ่งๆ หน้า” อาการอัมพาต และประสบการณ์การสื่อสารผ่านกระแสจิต การเคลื่อนย้ายร่างกายระยะไกล และการลอยตัว

Photo – ภาพประกอบเนื้อหา ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง REUTERS/NASA Ames/JPL-Caltech/Handout via Reuters

สหรัฐเชื่อมั่น ยูเครนสามารถ ‘ชนะ’ สงครามได้อย่างแน่นอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680138

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 11:20 น.สหรัฐเชื่อมั่น ยูเครนสามารถ 'ชนะ' สงครามได้อย่างแน่นอน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือ เพนตากอน กล่าวว่ายูเครนสามารถ ‘ชนะ’ สงครามได้อย่างแน่นอน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ (เพนตากอน) กล่าวเมื่อวันพุธว่าประเมินว่ายูเครนสามารถชนะสงครามกับรัสเซียได้ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ก็พูดถึงความเสี่ยงของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อด้วย

“แน่นอนว่าพวกเขาสามารถชนะสิ่งนี้ได้” จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอนกล่าวในการบรรยายสรุปข่าว

“การพิสูจน์นั้นแท้จริงแล้วอยู่ที่ผลลัพธ์ที่คุณเห็นทุกวัน … พวกเขาสามารถชนะได้อย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกัน รอยเตอร์รายงานการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อวันพุธว่า ชาวยูเครนจำนวนหนึ่งได้รับการฝึกอบรมในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับวิธีใช้งานโดรน “Switchblade” โดรนสังหาร ซึ่งเป็นอาวุธแบบใช้ครั้งเดียวที่บินเข้าหาเป้าหมายและจุดชนวนเมื่อกระทบเป้าหมาย

ชาวยูเครนกำลังฝึก “Switchblade” และอาวุธอื่นๆ พวกเขามาถึงสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาทางทหารตามปกติก่อนรัสเซียจะบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์

“เราฉวยโอกาสจากโอกาสนี้ดึงพวกเขาออกห่างสักสองสามวันและให้การฝึกอบรมแก่พวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง Switchblades UAV,” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวโดยพูดโดยไม่เปิดเผยชื่อ “UAV” หมายถึง อากาศยานไร้คนขับ

สหรัฐฯ ถอนตัวที่ปรึกษาทางทหารออกจากยูเครนก่อนการรุกรานของรัสเซีย โดยพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และรัสเซียที่อาจบานปลายไปสู่สงครามในวงกว้าง

สหรัฐฯ และ NATO ได้จำกัดการจัดหาอาวุธให้กับยูเครนเป็นส่วนใหญ่ อันเป็นผลมาจากการถอนกำลัง  ซึ่งรวมถึงอาวุธของสหรัฐฯ ที่ทำให้ยูเครนได้เปรียบในการต่อต้านกองกำลังรัสเซีย เช่น ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Javelin และขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ Stinger แบบพกพาที่สามารถกำหนดเป้าหมายเครื่องบินรัสเซียได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงระบบในยุคโซเวียตที่ยังคงอยู่ในคลังของประเทศ NATO บางประเทศ

Photo – จอห์น เคอร์บี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พูดคุยกับนักข่าวระหว่างการบรรยายสรุปข่าวที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย เคอร์บีถูกถามเกี่ยวกับอาวุธและเสบียงอื่นๆ ที่สหรัฐฯ ส่งไปยังยูเครนเพื่อช่วยเหลือประเทศนั้นหลังจากที่รัสเซียบุกเข้าไปเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน Chip Somodevilla / Getty Images / AFP (ภาพถ่ายโดย CHIP SOMODEVILLA / GETTY IMAGES ภาพอเมริกาเหนือ / Getty ผ่าน AFP)

อังกฤษ-สหรัฐ-ออสเตรเลีย จับมือพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680134

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 10:50 น.อังกฤษ-สหรัฐ-ออสเตรเลีย จับมือพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิก

อังกฤษ-สหรัฐ-ออสเตรเลีย เห็นพ้องร่วมมือพัฒนาขีปนาวุธเหนือเสียง ภายใต้สนธิสัญญา AUKUS

Reuters รายงานสำนักนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เปิดเผยว่า สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันพัฒนาอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากที่ทั้งสามประเทศประกาศความร่วมมือในสนธิสัญญาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกฉบับใหม่ “AUKUS” เมื่อปีที่แล้ว

AUKUS ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนก.ย. ปีที่แล้ว ถูกระบุว่าเป็นความร่วมมือของทั้งสามประเทศเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าจะเป็นการคานอำนาจของจีนที่กำลังแผ่อิทธิพลในภูมิภาคนี้

โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเอื้อให้ทั้งสามประเทศแบ่งปันเทคโนโลยีทางทหาร ตลอดจนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจะส่งผลให้ออสเตรเลียสามารถสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นเป็นครั้งแรก

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า พวกเขาพอใจกับความคืบหน้าของโครงการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดอาวุธ และจะร่วมมือกันในด้านอื่นๆ ด้วย

“เรายังให้คำมั่นที่จะเริ่มความร่วมมือไตรภาคีใหม่เกี่ยวกับอาวุธไฮเปอร์โซนิก และความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์” แถลงการณ์ระบุ

“จากการรุกรานยูเครนโดยปราศจากการยั่วยุ ไม่ยุติธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมายของรัสเซีย เราขอย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเราต่อระบบระหว่างประเทศที่เคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และการแก้ไขข้อพิพาทโดยปราศจากการบีบบังคับ” ผู้นำทั้งสามกล่าวโดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในรส่งเสริมภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังลงทุนในการวิจัยพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ซึ่งเดินทางด้วยความเร็วเหนือเสียงถึงห้าเท่า เนื่องจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น

ด้านจางจวิน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ แสดงความเห็นต่อความร่วมมือในการพัฒนาอาวุธของอังกฤษ สหรัฐ และออสเตรเลียว่า “หากไม่ต้องการเห็นวิกฤตในยูเครน ก็ควรละเว้นจากการกระทำที่อาจทำให้ส่วนอื่นๆ ของโลกเข้าสู่วิกฤตในแบบเดียวกัน…ถ้าคุณไม่ชอบอะไรก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับคนอื่น”

ลูกสาวของปูติน เป้าหมายของการคว่ำบาตรที่น้อยจะรู้จัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680127

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 09:53 น.ลูกสาวของปูติน เป้าหมายของการคว่ำบาตรที่น้อยจะรู้จัก

ลูกสาวปูตินถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร แต่พวกเธอเป็นบุคคลที่ถูกซ่อนตัวจากสายตาสาธารณะจนหลายคนอาจไม่รู้ว่าปูตินก็มีลูก

ไม่ค่อยมีใครรู้มากนักเกี่ยวกับลูกสาวของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ที่ถูกคว่ำบาตรเมื่อวันพุธโดยรัฐบาลสหรัฐฯ โดยที่สหรัฐอ้างเรื่อง “ความโหดร้ายในยูเครน” จากน้ำมือของรัฐบาลมอสโก หลังการเปิดเผยเรื่องการสังหารพลเรือนอย่างเหี้ยมโหดในพื้นที่ต่างๆ 

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าลูกสาวทั้งสองคือ คาเทรินา ทิโคโนวา (Katerina Tikhonova) “ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีที่ทำงานสนับสนุน … อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของรัสเซีย” และ มาเรีย โวรอนโซวา (Maria Vorontsova) ซึ่งเป็นผู้นำโครงการวิจัยด้านพันธุศาสตร์ที่ได้รับทุนจากรัฐ “ดูแลโดยปูตินเป็นการส่วนตัว”

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันเชื่อว่า “ทรัพย์สินของปูตินถูกซ่อนไว้กับสมาชิกในครอบครัว”

ตามประวัติอย่างเป็นทางการของปูตินบนเว็บไซต์ของเครมลิน มาเรีย ลูกสาวของเขาเกิดในปี 2528 ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปเดรสเดน ประเทศเยอรมนีตะวันออก ซึ่งปูตินทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเคจีบี

คาเทรินา ลูกสาวคนที่สองเกิดในปีต่อมาในเมืองเดรสเดน ภาพถ่ายที่รู้จักกันเพียงภาพเดียวของเธอแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ โดยมีเปียสีบลอนด์ที่ผูกด้วยโบ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปูตินเปิดเผยว่าลูกสาวของเขาได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในรัสเซีย พูดภาษายุโรปได้หลายภาษา และอาศัยอยู่ในรัสเซีย ปูตินก็มีหลานด้วย

ไม่ค่อยมีใครรู้จักอย่างเป็นทางการเกินกว่านั้น เนื่องจากรัฐบาลเครมลินพยายามทำให้ชีวิตครอบครัวของปูตินไม่ตกอยู่ในสายตาของสาธารณชน

ตามรายงานของสื่อรัสเซีย มาเรีย โวรอนโซวาเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องต่อมไร้ท่อที่เกี่ยวข้องกับบริษัทวิจัยทางการแพทย์ขนาดใหญ่ที่เน้นการรักษามะเร็งด้วยความผูกพันกับรัฐบาล

สื่อรัสเซียระบุว่า คาเทรินา ทิโคโนวาเป็นนักคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นหัวหน้ามูลนิธิวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐของรัสเซีย

คาเทรินา ทิโคโนวายังเป็นนักเต้นร็อกแอนด์โรลกายกรรมมืออาชีพซึ่งมีส่วนร่วมในการแข่งขันระดับนานาชาติอันทรงเกียรติตามรายงานเหล่านั้น

วิดีโอจากการแข่งขันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คาเทรินา ทิโคโนวาสวมชุดรัดรูปแวววาว ขึ้นไปเหยียบมือคู่หูของเธอและถูกผลักขึ้นไปในอากาศเพื่อพลิกกลับและตีลังกา

ระหว่างการแถลงข่าวในปี 2019 ปูตินปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยตรงเกี่ยวกับอิทธิพลของธุรกิจที่กำลังเติบโตของลูกสาวและความผูกพันกับรัฐบาล โดยไม่เคยยอมรับจริงๆ ว่า มาเรีย โวรอนโซวา และ คาเทรินา ทิโคโนวาเป็นลูกของเขาและเรียกพวกเธอว่า “พวกผู้หญิง” (“women”)

“ผมภูมิใจในตัวพวกเธอ พวกเธอเรียนต่อและทำงาน” ปูตินกล่าวระหว่างการแถลงข่าวอีกครั้งเมื่อหลายปีก่อน

“พวกเขาเธอได้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจใดๆ และพวกเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง พวกเธอไม่ได้พยายามจะผลักดันตัวเองไปสู่จุดใดๆ ” เขากล่าวเสริม

ในการให้สัมภาษณ์ในปี 2563 ปูตินกล่าวว่าเขาไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับครอบครัวของเขาเนื่องจาก “ความกังวลด้านความปลอดภัย”

เขาเปิดเผยว่าเขามีหลานแต่ไม่บอกว่ามีหลานกี่คน

“ผมมีหลาน ผมมีความสุข พวกเขาดีมาก น่ารักมาก ผมสนุกกับการใช้เวลากับพวกเขาจริงๆ”

Source – Agence France-Presse

Photo –  REUTERS/Jakub Dabrowski/File Photo