มนุษย์ต่างดาวคิดยังไง และจะทำอะไรกับสงครามยูเครน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680095

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 18:30 น.มนุษย์ต่างดาวคิดยังไง และจะทำอะไรกับสงครามยูเครน?

มนุษย์ต่างดาวกับสงครามของมนุษย์โลก เป็นไปได้จริงหรือแค่มโนไปเอง

สงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแวดวงกำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชน ตลอดจนผู้ที่สนใจในเรื่องยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวก็เชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เช่นกัน

ในขณะที่ความตึงเครียดระดับโลกเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเย็น รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง คอนสแตนติน ลิตวิเนนโก ผู้อำนวยการ CBN News ของยูเครนกล่าวกับรายการ The Global Lane โดยอ้างว่า ยูเอฟโอปรากฏตัวขึ้น และโจมตีกองกำลังรัสเซียด้วยสายฟ้าแลบ และจุดไฟเผารถถังทหารรัสเซีย แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

เมื่อเดือนที่แล้วเว็บไซต์ข่าว IBTimes รายงานวิดีโอลึกลับที่เผยแพร่โดย สก็อตต์ ซี. วาริง นักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือหลายเล่ม รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว โดยวิดีโอดังกล่าวถูกบันทึกจากยูเครนซึ่งแสดงให้เห็นวัตถุปริศนาที่สว่างไสว กำลังเคลื่อนผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งวาริงเชื่อว่าเป็นการปรากฏตัวของมนุษย์ต่างดาว ขณะที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้

WION รายงานโดยอ้างคำพูดของ นิค โป๊ป นักยูเอฟโอวิทยาที่ให้สัมภาษณ์กับ Daily Star หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของอังกฤษ โดยกล่าวว่าวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนกำลังขัดขวางไม่ให้มนุษย์ต่างดาวแสดงตัวต่อชาวโลก

“มนุษย์ต่างดาวที่มีวิวัฒนาการสูงอาจมองว่าการทำสงครามเป็นอารยธรรมล้าหลัง ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยูเครนแปลว่าเราไม่น่าจะได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมสหพันธ์กาแลกติก (Galactic Federation) ในขณะนี้” โป๊ปกล่าว

ทั้งนี้ ยูเอฟโอได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลสหรัฐได้จัดหมวดหมู่ชุดวิดีโอของวัตถุที่ไม่ปรากฏชื่อที่กองทัพเรือสหรัฐพบ และยอมรับอย่างเป็นทางการว่ากำลังศึกษาปรากฏการณ์นี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ

ขณะที่ในปีนี้เพนตากอนได้จัดตั้งคณะทำงานใหม่เพื่อศึกษา “ปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุชื่อ” ซึ่งถือเป็นการสอบสวนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลสหรัฐในประเด็นนี้

เว็บไซต์ข่าว IBTimes ระบุว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ฮาอิม เอเชด อดีตหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยอวกาศของอิสราเอลยังอ้างว่ามีมนุษย์ต่างดาวแฝงตัวอยู่บนโลกจริงๆ ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลกำลังทำงานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ยังฟันธงไม่ได้และต้องศึกษากันต่อไป

หากมีจริง เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะช่วยยับยั้งสงครามนิวเคลียร์?

ด้านผู้ที่เชื่อเรื่องยูเอฟโอต่างพากันหวังว่ามนุษย์ต่างดาวจะเข้ามาช่วยเหลือชาวโลกจากความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียออกคำสั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศอยู่ในความตื่นตัวในระดับสูง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรจากตะวันตก

“ฉันเชื่อจริงๆ ว่าผู้มาเยือนจะไม่ยอมให้ประเทศใดใช้นิวเคลียร์อีกต่อไป” ผู้ใช้รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นบนฟอรัมยูเอฟโอบน Reddit เมื่อเดือนก.พ.

“ผมเกรงว่ามันจะเป็นแค่ความคิดเพ้อฝัน” โป๊ปกล่าว โดยมองว่าไม่ควรคาดหวังให้มนุษย์ต่างดาวเข้ามาหากสงครามนิวเคลียร์เกิดขึ้นจริง

“ต่อให้มนุษย์ต่างดาวจะสังเกตเราอยู่จริงๆ แต่พวกเขาไม่เห็นจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อหยุดการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาหรือนางาซากิเลย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่าพวกเขาจะเข้ามาหยุดสงครามนิวเคลียร์ในตอนนี้”

หรือมันอาจเคยเกิดขึ้นมาแล้ว?

อย่างไรก็ตาม โป๊ปกล่าวกับ Metro ว่ามีความเชื่อที่แพร่หลายในแวดวงว่า เคยเกิดเหตุการณ์ที่มนุษย์ต่างดาวเข้ามาปิดอุปกรณ์นิวเคลียร์บนโลก โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่ฐานทัพอากาศอังกฤษเมื่อปี 1980 เมื่อเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐรายงานว่าพบเห็นวัตถุโลหะที่ไม่สามารถระบุได้ลอยอยู่ ขณะที่บุคลากรที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอ้างว่าพบลำแสงจากวัตถุบินไม่สามารถระบุได้พาดผ่านพื้นที่จัดเก็บอาวุธ และส่งผลกระทบต่ออาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วน

เว็บไซต์ news.com.au ของออสเตรเลียระบุว่า ในปี 2010 โรเบิร์ต ฮาสติงส์ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับยูเอฟโอและอาวุธนิวเคลียร์ได้จัดงานแถลงข่าวพิเศษในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศให้การว่ายูเอฟโอได้ปิดการใช้งานขีปนาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐและรัสเซีย พวกเขากล่าวว่าต้องออกไปรีสตาร์ทขีปนาวุธที่ถูกปิดใช้งานหลังจากพบยูเอฟโอในบริเวณใกล้เคียง

โรเบิร์ต ซาลัส อดีตกัปตันกองทัพอากาศยังพูดถึงเหตุการณ์ที่ฐานทัพอากาศมาล์มสตรอม ในมอนแทนา เมื่อปี 1967 โดยกล่าวว่าขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ทั้ง 10 ตัวที่เขาดูแลอยู่ เกิดเหตุขัดข้องและไม่สามารถใช้การได้ทันทีหลังมีรายงานจากหน่วยรักษาความปลอดภัยว่าพบวัตถุเรืองแสงสีแดงลึกลับบนท้องฟ้า

Photo by Handout / DoD / AFP

เปิดเทรนด์ใหม่รับซัมเมอร์ด้วยแฟชั่นสุดฮอตจากแบรนด์ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680015

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 08:45 น.เปิดเทรนด์ใหม่รับซัมเมอร์ด้วยแฟชั่นสุดฮอตจากแบรนด์ระดับโลก

สนุกกับสีสันแฟชั่นหน้าร้อน เปิดเทรนด์ใหม่รับซัมเมอร์ อัพลุคจัดเต็มทุกสไตล์ ในแคมเปญยักษ์ CENTRAL ENDLESS SUMMER

ต้อนรับซัมเมอร์สุดร้อนแรง งานนี้ “ห้างเซ็นทรัล” ไม่พลาดชวนทุกคนมาอัพลุคสุดฮอต ด้วยแฟชั่นหลากหลายสไตล์ ในแคมเปญใหญ่แห่งปี CENTRAL ENDLESS SUMMER  ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 เม.ย. 65 ณ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา โดยเนรมิตพื้นที่ในห้างให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่น STYLE FOR HER & STYLE FOR HIM ที่ทุกคนจะได้มาสนุกกับสีสันแฟชั่นหน้าร้อน พร้อมอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ กับหลากแบรนด์ดัง ทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และแบรนด์ไทยระดับแถวหน้า ที่มาพร้อมคอลเลกชั่นล่าสุด จัดเต็มทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายชิค สายหวานน่ารัก หรือสายแซบ ก็มีให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ทั้งชุดลำลองและเป็นทางการ ขนมามัดรวมไว้ที่นี่ที่เดียว ใครกำลังมองหาไอเท็มสุดเด็ดไว้เฉิดฉายในช่วงฤดูร้อนนี้ ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว!

STYLE FOR HER

1.     “Elevated Minimalism”

ประเดิมที่แฟชั่นสำหรับสาวๆ ซึ่งมีหลากหลายแบรนด์ ตอบรับทุกสไตล์ และซัมเมอร์นี้ทางแผนกแฟชั่น “ห้างเซ็นทรัล” ได้นำเทรนด์ใหม่ล่าสุดมาฝากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์  “Elevated Minimalism” ที่มาพร้อมความน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้  ซึ่งยังใช้ได้กับทุกซีซัน เป็นความสวยเท่ที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ก็ซ่อนดีเทลและงานฝีมือเอาไว้ในคัตติ้งและแพทเทิร์นที่เนี้ยบกริบ อาทิ แบรนด์  “Yacco Maricard” แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นเรื่องความประณีต พร้อมแนวคิด “เสื้อผ้าคือการสื่อสาร” ซึ่งคอลเลกชั่น Spring / Summer 2022 มาในคอนเซ็ปต์ “Power of The Earth” ผ่านลวดลาย และรูปทรงของดิน หิน และสายลม พร้อมสีสันซัมเมอร์ ฤดูกาลแห่งความสนุก นอกจากนี้ยังมาพร้อมสีโทนเย็นของท้องฟ้าและสายน้ำ เสริมด้วยเอิร์ธโทนของหินและดิน ที่ไม่มีตกเทรนด์ โดยมีทั้งเสื้อแจ๊คเก็ตสีเหลืองเบจ สะอาดตา เสื้อเชิ้ตสีโทนม่วง ดูอ่อนหวาน รวมทั้งกางเกงขาบาน ดีไซน์สีทูโทนสีเข้มและอ่อน ใส่แมตช์ได้ง่าย เติมสีสันให้ช่วงซัมเมอร์ได้อย่างลงตัว

ส่วน “Portspure” แบรนด์ดังจากแคนาดา ที่โดดเด่นด้วยสไตล์คอนเทมโพรารี คงความเป็นเอกลักษณ์ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งซัมเมอร์นี้มีให้เลือกทั้งเสื้อคอปีนสีเหลืองสดใส ที่แม้ดูเรียบแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดสุดเนี้ยบ มาพร้อมดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ใส่แมตช์กับกางเกงทรงใหญ่ ให้ลุคเป็นทางการ ที่ไม่ดูเยอะจนล้น และก็ไม่เรียบจนน่าเบื่อ

ทั้งยังเอาใจสาวหวาน ด้วยเสื้อแขนยาว คอปีน สีขาวครีม ใส่คู่กับกระโปรงลายสก็อต สีเอิร์ธโทน ทรงยาวพลิ้ว มอบลุคสุภาพ อ่อนหวาน แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นนิสต้าได้แบบเหนือชั้น หรือใครอยากจะมีลูกเล่นขึ้นมาอีกนิด อย่าพลาดเสื้อแขนยาว คอปีน สีโทนฟ้าสว่าง ใส่แมตช์กับกระโปรงพลีท ผ่าหน้า สีเดียวกัน เข้าชุดสุดเพอร์เฟกต์ รับรองไม่มีดรอป! ส่วนสาวๆ ที่ชื่นชอบความทะมัดทะแมง สไตล์เวิร์คกิ้ง วูแมน ต้องไม่พลาดไอเท็มเด็ด กับชุด All Black (ออลแบล็ค) ที่หยิบเอาเสื้อแจ็คเก็ต ดีไซน์คอปกแขนยาว เพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายขอบสีขาวตามรอยเย็บ แมตช์ลงตัวด้วยกางเกงทรงขากว้าง สีดำ ใส่สบาย ให้ลุคสุดสมาร์ต ยิ่งเพอร์เฟกต์ด้วยกระเป๋าสีแดง จากแบรนด์ “Kate Spade” และรองเท้าผ้าใบสีขาว บอกเลยสะกดทุกสายตาแน่นอน!

ส่วนใครชอบแบรนด์ไทย ที่มีความน้อยแต่มากแบบ “Elevated Minimalism” ต้องไม่พลาด  “Janesuda” แบรนด์ไทยสุดหรู ที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่และมีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยมี คุณเจนสุดา ปานโต เป็นดีไซเนอร์ และในซัมเมอร์นี้ขอส่งชุดฉลุลูกไม้ สีขาวครีม ทั้งเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ดีไซน์กระดุมหน้า ด้านหลังออกแบบเป็นซีทรูโชว์แผ่นหลังเบาๆ มาพร้อมกางเกงขาสั้น เอวสูง ทรงบาน บอกเลยว่าเป็นลุคที่ผสมผสานความแซบ แสนซน กับความน่ารักได้อย่างลงตัว บ่งบอกความเป็น “เจนสุดา” สุดๆ 

2. “Playful Narratives”  

นอกจากนี้เมื่อนึกถึงฤดูร้อน ก็ต้องคิดถึงสไตล์  “Playful Narratives”  ที่มาพร้อมเสื้อผ้าเฉดสีสดใส มองปราดเดียวก็รู้ว่าซัมเมอร์มาถึงแล้ว! ด้วยการใช้แม่สีอย่าง สีเหลือง เขียว แดง และน้ำเงิน ไม่ว่าจะจัดคัลเลอร์บล็อก หรือผสมสีในหนึ่งเดียว ก็เลือกได้ตามความสนุก และซีซันนี้ก็ขอเอาใจสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นชั้นสูงสุดจี๊ดสไตล์ฝรั่งเศส กับแบรนด์  “Maje” แบรนด์ดังจากกรุงปารีส ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งในซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์พร้อมเนรมิตให้ทุกคนกลายเป็นสาวปาริเซียงสุดชิค ด้วยเดรสเชิ้ต ดีไซน์ชายกระโปรงสุดพลิ้ว ลวดลายสีสันจัดจ้าน ใส่รับหน้าร้อนชิคๆ โดยจะใส่แบบเดี่ยวก็แซบสุดใจ หรือจะนำไปแมตช์กับกางเกงยีนส์ ผ้าเดนิม สีซีด ทรงบอย ที่ดีไซน์ด้วยลวดลาย Bandana สุดอินเทรนด์ บอกเลยว่านี่คือลุคของแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ที่หลุดออกมาจากรันเวย์จริงๆ!

ใครชื่นชอบแฟชั่นแนวน่ารักมาทางนี้กับแบรนด์ “Sfera” แบรนด์ดังจากสเปน ที่ซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์นำเสนอ ไอเท็มเด็ด กับเสื้อครอป (Crop Top) สีโทนน้ำตาลขาว แขนยาว ดีไซน์ปกใหญ่  สวยหวาน ใส่แมตช์กับกระโปรงสั้นแต่งระบายด้านหน้า โทนสีเดียวกัน บอกเลยว่าให้ลุคลูกคุณหนูสุดๆ ที่สำคัญยังมาในราคาเป็นมิตรอีกด้วย!

เอาใจคนที่ชอบแบรนด์ไทยกันบ้าง กับแบรนด์สุดฮอต  “Vatanika” ของดีไซเนอร์เซเลบริตี้สุดแซ่บ คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ที่โด่งดังบนเวทีโลก และซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์ก็จัดเต็มในสไตล์ “Playful Narratives” พร้อมชวนทุกคนมาแซบให้สุดกับกางเกง คูลอตต์ส (Culottes Pants) ดีไซน์ขาบานซิกเนเจอร์ ไอเท็มเด็ดสุดชิค ที่ใส่สบาย เหมาะกับหน้าร้อน มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทั้งลุคกลางวัน และงานกลางคืน แถมยังเอาอยู่ทั้งสไตล์เท่ แซบ หวาน ทางการ และลำลองอีกด้วย

เพิ่มความสนุกกับสีสันช่วงซัมเมอร์อย่างต่อเนื่องกับแบรนด์ไทย ขวัญใจคนรุ่นใหม่และหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ที่มาพร้อมราคาน่ารัก อย่าง “Alumnus” โดยซีซันนี้ส่งเสื้อเชิ้ตสไตล์ลำลอง ลายพิมพ์สีสันจัดจ้าน โทนเหลืองสดสะดุดตา ที่สามารถหยิบไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทั้งกระโปรงและกางเกง อัพลุคให้ดูสดใส เพิ่มความคัลเลอร์ฟูลให้กับชีวิต 

ต่อด้วยอีกแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก อย่าง “Vickteerut” ที่ไม่พลาดร่วมสร้างสีสันช่วงหน้าร้อนนี้ โดยปล่อยไอเท็มเด็ด ทั้งชุดเดรสสายเดี่ยว กระโปรงยาวสีเหลืองสดใส ที่มาพร้อมความสวยหวานแบบลูกคุณหนู ผสมผสานความเผ็ด ด้วยดีไซน์ที่ให้สาวๆ ได้โชว์รูปร่างและแผ่นหลังเบาๆ นอกจากนี้ยังมีชุดเดรสลำลอง ใส่สบาย ความยาวเหนือเข่า ดีไซน์ด้วยสีสันที่ตัดกันอย่างลงตัว สดใสรับซัมเมอร์แบบใส่แค่ชิ้นเดียวจบปิ๊ง!

3. “Artist Designed”

อีกหนึ่งเทรนด์ใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้ช่วงหน้าร้อนนี้ ก็คือสไตล์  “Artist Designed”  ที่มาพร้อมแฟชั่นหลากหลายสไตล์งานฝีมือ อวดเทคนิคการออกแบบตกแต่งเสื้อผ้าเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นลูกไม้ งานถัก งานทอมือ การจับจีบ หรือการต่อลายเสื้อ สวมใส่ได้อย่างมีสไตล์และดูเก๋ไม่ซ้ำแบบใคร และแน่นอนว่าแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความอาร์ทิสต์นี้ ต้องยกให้ “Tohns” แบรนด์ไทย คุณภาพไฮเอนด์ ที่ซัมเมอร์นี้มาในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก กับชุดเสื้อเชิ้ตและกระโปรงลายกราฟิกสีสันสดใส รวมทั้งลวดลายธรรมชาติ ท้องฟ้า ต้นไม้ ก้อนหิน และขุนเขา ที่สำคัญยังขอใช้ผลงานแฟชั่นนี้ ในการสนับสนุนเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) โดยการนำผ้าที่เหลือในสต็อก และผ้าที่ถักโครเชต์แบบแฮนด์เมด มาดีไซน์เป็นชุดที่น่ารักนี้ เพื่อเป็นการลดจำนวนขยะจากเศษผ้า เรียกว่านอกจากสวยเก๋แล้ว ยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ด้วย งานนี้สาวๆ ที่รักษ์โลกไม่ควรพลาดจริงๆ

STYLE FOR HIM

1. Solid Colors

มาต่อกันที่แฟชั่นสำหรับผู้ชายในซัมเมอร์นี้ก็ไม่น้อยหน้า มีมาให้เลือกเสริมหล่อหลากหลายสไตล์ พร้อมเกาะติดเทรนด์ใหม่ล่าสุดรับซัมเมอร์ ทั้งเรื่อง “Color” ที่ซีซันนี้ ไม่มีที่เว้นไว้ให้ผู้ชายแต่งตัวแค่ขาวหรือดำ แต่ต้องจัดเต็มสีสดใส   ที่แสดงออกซึ่งความเป็นตัวเองที่สนุกขึ้น ในโทนสีของท้องฟ้าผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ชมพู ไลแลค ฟ้า เขียว ม่วง อาทิ แบรนด์ดังอย่าง “GQ” ที่เอาใจหนุ่มๆ ที่ชอบแนวสมาร์ตแคชชวลด้วยเสื้อโปโล สีสันสดใส ทั้งสีเขียวมิ้นต์ และโทนสี โอลด์โรส แดง เติมความสนุกให้กับหน้าร้อนนี้ หรือหากชอบสไตล์เท่แต่เรียบ ต้องยกให้แบรนด์ “Club Monaco” แฟชั่นระดับไฮเอนด์จากแคนาดา ที่ซัมเมอร์นี้พร้อมเสิร์ฟทั้งเสื้อยืดคอกลม สีเหลืองสด และแจ็คเก็ต แขนยาว สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งถือเป็น 2 ไอเท็มเด็ด ที่แม้ดูเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยรสนิยม

2. “Innovation”

ซีซันนี้นอกจากสีสันจะต้องสดใสแล้วเรื่อง “Innovation” ก็มาแรงไม่แพ้กัน ยุคนี้เสื้อผ้าต้องมาพร้อมนวัตกรรมเท่ๆ ที่จะทำให้การแต่งกายเป็นเรื่องง่าย และสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบายอากาศได้ดี สวมใส่เมื่อไรก็เย็นสบาย อย่างแบรนด์ “LTD”  ที่ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชายได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะคอลเลกชั่นใหม่ กับเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีน้ำเงินเข้ม (Dark Blue) ใส่สบาย อีกหนึ่งไอเท็มคลาสสิกตลอดกาล ที่ไปได้ทั้งงานทางการและในโอกาสลำลอง ให้ลุคเรียบง่าย แต่ดูภูมิฐาน โมเดิร์น เหมาะสำหรับทุกช่วงเวลา แถมยังแมตช์กับกางเกงได้หลายสไตล์อีกด้วย มาต่อกันที่แบรนด์ “Takeo Kikuchi” แบรนด์ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่นสำหรับคุณผู้ชาย ที่พร้อมอัพลุคให้กลายเป็นหนุ่มหล่อเนี้ยบ ดูดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ Tokyo Urban Style (โตเกียว เออเบิร์น สไตล์) โดยมีทั้งเสื้อแจ็กเก็ต สีเบจ เนื้อผ้าเบาสบายใส่รับซัมเมอร์ พร้อมดีไซน์ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบทาเคโอะ คิคุจิได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีกางเกงขายาว มินิมอล สีเรียบ ดีไซน์ใส่ง่าย ที่แมตช์ได้หลายลุค แต่ยังคงกลิ่นอายแฟชั่นญี่ปุ่น

3. “Floral Pattern”

ซัมเมอร์นี้ ยังมีอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องของ “Pattern” ที่ปล่อยให้หนุ่มๆ ได้เต็มที่กับลวดลายกลิ่นอายซัมเมอร์ในสายธรรมชาติ อย่างดอกไม้และใบไม้ในรูปทรงโคร่ง หรือลวดลายตารางและลายทาง มอบลุคที่ดูชิลล์แบบมีสไตล์ โดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นจัดจ้าน ต้องไม่พลาดแบรนด์  “Scotch & Soda” แบรนด์ดังจากอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นร่วมสมัย และซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์มาพร้อมไอเท็มใหม่สุดจี๊ด อย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ปริ้นต์ลายทะเลทรายสุดชิค โดดเด่นด้วยลายเส้นกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์ และกางเกงลายดอกใส่สบายรับซัมเมอร์นี้ แต่ถ้าใครชื่นชอบกางเกงที่ลวดลายคลาสสิก ขอแนะนำกางเกงลายสก็อตสีน้ำตาลเขียวขี้ม้า ซึ่งนำมาแมตช์ได้หลายลุค ทั้งทางการ วินเทจ หรือใส่เข้าคู่กับเสื้อคาร์ดิแกนที่มาพร้อมลายปักสุดประณีต ออกแบบเป็นลายต้นไม้และดอกไม้ ก็ได้ลุคเป็นหนุ่มน่ารัก โอปป้าสไตล์ จะใส่คลุมทับเสื้อยืด ก็ดูหล่อเนี้ยบ หรือจะใส่แบบเดี่ยวๆ ก็บอกเลยว่าเอาอยู่!

นอกจากเสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดัง ที่ยกขบวนมาต้อนรับซัมเมอร์ครั้งนี้แล้ว ด้านแอคเซสเซอรี่ก็มีให้เลือกเติมความฮอตอีกมากมาย อัดแน่นด้วยหลายแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นหมวกแก๊ปสำหรับคุณผู้ชาย จาก “Polo Ralph Lauren” , “Tommy Hilfiger” ส่วนสาวๆ ต้องไม่พลาดทั้งกระเป๋า จากแบรนด์ “Kloset”, “Aldo”, “Kate Spade NY”, “Boyy”, “Buti” และ “Pipatchara” ส่วนรองเท้าก็มีทั้งแบรนด์ “Steve Madden” และ “Crazy & Crazy”  เป็นต้น  เรียกว่าขนมาให้ทุกคนได้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ ครบทุกสไตล์ ตอบโจทย์ทุกแนวแฟชั่นแน่นอน!

ใครไม่อยากหล่นขบวนหรือตกเทรนด์ อย่าพลาดแคมเปญ ที่อัดแน่นด้วยแฟชั่นท้าลมร้อน “CENTRAL ENDLESS SUMMER” ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central App, Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือเฟซบุ๊กเพจของห้างเซ็นทรัลที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStor งานนี้มีดีลสุดเด็ด โปรโมชั่นสุดฮอตอีกเพียบ!

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการแก้ปัญหาเชิงซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679907

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 05:40 น.ผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการแก้ปัญหาเชิงซ้อน

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน ผันผวน นำมาซึ่งความท้าทายและปัญหา แต่ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมกันเข้ามารอบด้าน อย่างเช่นการระบาดของไวรัสโควิด 19 ปัญหามันใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับทุกมิติอย่างเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญมันเป็นปัญหาเชิงซ้อน มันเป็นปัญหาทับซ้อนปัญหา มันเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต แล้วจะรับมือกับปัญหาเชิงซ้อนนี้ได้อย่างไร

ในการทำความเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหาและทางออก เราสามารถอุปมาอุปไมยได้จาก ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory ที่อธิบายถึงธรรมชาติของแนวคิดเชิงระบบที่ว่า สรรพสิ่งมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

แล้วทฤษฎีกาแฟร้อนจะช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหา รวมทั้งการหาทางออกต่อปัญหานั้นๆ ได้อย่างไร

เราลองพิจารณาเอสเพรสโซ่ร้อน จะเห็นว่าเอสเพรสโซ่มีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วยที่มีองค์ประกอบคือ ผงกาแฟและน้ำร้อน (น้ำตาลถือว่าเป็นทางเลือก) เมื่อนำทั้งสองมาชงเข้าด้วยกันในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่มีคุณสมบัติและศักยภาพที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม นั่นคือความหอมและรสชาติที่เข้มข้นที่นำไปสู่คุณค่าที่สูงขึ้นและสะท้อนออกมาเป็นราคาและกำไร

แต่เมื่อนำเอสเพรสโซ่ที่ได้มาเติมด้วยฟองนมและนมสด เราได้สิ่งใหม่เรียกว่าคาปูชิโน่ และเมื่อนำคาปูชิโน่มาเติมด้วยผงช็อกโกแลต เราก็เปลี่ยนชื่อมันเป็นมอคค่า

นั่นหมายความว่า ณ ขณะหนึ่ง คาปูชิโน่มีเอสเพรสโซ่เป็นองค์ประกอบ และในเวลาเดียวกัน ตัวมันเองก็เป็นองค์ประกอบของมอคค่าด้วย

ตามทฤษฎีกาแฟร้อน จะเห็นได้ว่ากาแฟร้อนแต่ละชนิดคือระบบ และเมื่อมองภาพรวม มันเป็นระบบซ้อนระบบ กล่าวคือ คาปูชิโน่เป็นระบบใหญ่ที่มีระบบย่อยคือเอสเพรสโซ่ซ้อนอยู่ภายใน ในขณะเดียวกัน ตัวคาปูชิโน่เองก็เป็นระบบย่อยที่ซ้อนอยู่ในระบบที่ใหญ่กว่า นั่นคือ มอคค่า

โดยนัยดังกล่าว หากจะปรุงมอคค่าให้หอมและอร่อยมีคุณค่า เราต้องเตรียมคาปูชิโน่และผงช็อกโกแลตอย่างดี แล้วนำทั้งสองมาชงเข้าด้วยกัน นั่นคือ คุณค่าของมอคค่าขึ้นกับคุณภาพของคาปูชิโน่และผงช็อกโกแลต เพราะทั้งสองคือองค์ประกอบ

ในทำนองเดียวกัน การจะปรุงคาปูชิโน่ให้หอมและอร่อยมีคุณค่า เราต้องเตรียมเอสเพรสโซ่ ฟองนม และนมสดอย่างดี แล้วนำทั้งสามมาชงเข้าด้วยกัน นั่นคือ คุณค่าของคาปูชิโน่ก็ขึ้นกับคุณภาพของเอสเพรสโซ่ ฟองนมและนมสด เพราะทั้งสามคือองค์ประกอบ

และก็เช่นเดียวกันว่า คุณค่าของเอสเพรสโซ่ก็ขึ้นกับคุณภาพของผงเอสเพรสโซ่และน้ำร้อน เพราะทั้งสองคือองค์ประกอบ

จะเห็นว่าทั้งมอคค่า คาปูชิโน่ เอสเพรสโซ่ต่างก็คือระบบ ที่สำคัญ มันเป็นระบบซ้อนระบบองค์รวมซ้อนองค์รวมอย่างเป็นลำดับชั้น

ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

จากมุมมองเชิงซ้อนตามแนวคิดทฤษฎีกาแฟร้อนนี้ เราสามารถอุปมาได้ว่า ปัญหาใดๆ มันก็มีธรรมชาติเป็นระบบเชิงซ้อนเช่นกัน มันเป็นปัญหาซ้อนปัญหา วิกฤตซ้อนวิกฤตอย่างเป็นลำดับชั้น ยิ่งมีลำดับชั้นสูงขึ้น ความซับซ้อนก็มากขึ้น ความท้าทายก็ยิ่งสูงขึ้น และด้วยมุมมองที่ว่า หากจะปรุงมอคค่าให้หอม อร่อย มีคุณค่า เราต้องพิจารณาย้อนหลัง ไล่เรียงลงไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นลำดับชั้น ทีละชั้น

จากมุมมองดังกล่าว นำมาซึ่งความเข้าใจที่ว่า ในการแก้ปัญหาใดๆ เราจึงต้องพิจารณาปัญหานั้นๆ อย่างเป็นระบบเชิงซ้อน โดยพิจารณาไล่เรียงย้อนลงไปทีละชั้นอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อดูว่าอะไรคือองค์ประกอบหลัก และในแต่ละองค์ประกอบหลักนั้น มันประกอบด้วยองค์ประกอบรองๆ อะไรบ้าง และในแต่ละองค์ประกอบรอง มันมีองค์ประกอบย่อยๆ อะไรอีก และดูว่าทั้งหมดนี้มันเชื่อมโยงหรือสัมพันธ์กันอย่างไรและด้วยการปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง จึงนำมาซึ่งทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์

โดยสรุป ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เข้าใจถึงธรรมชาติของความซับซ้อนของปัญหา และเป็นแนวทางเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระบบเชิงซ้อนได้อย่างมั่นใจ เป็นรูปธรรม

ท่านในฐานะผู้นำ ท่านจะวางระบบวิธีการคิดอย่างไร เพื่อให้ทีมงานสามารถพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ สามารถพัฒนาแนวคิดเชิงองค์รวม เพื่อการแก้ปัญหาซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

เชฟแอนเดรีย มอนเทลลา พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และสุดยอดไฮไลท์เมนูเนื้อแกะ ณ ห้องอาหารเวนติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680013

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 16:05 น.เชฟแอนเดรีย มอนเทลลา พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และสุดยอดไฮไลท์เมนูเนื้อแกะ ณ ห้องอาหารเวนติ

ฟินต่อเนื่องครบเครื่องความอร่อยแบบลงตัว กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และไฮไลท์เมนูเนื้อแกะ ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

บอกเลยว่าแค่คิดก็ฟินแล้ว เมื่อห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้อิ่มอร่อยแบบครบเครื่องกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และอาหารอิตาเลียน-ไทย พร้อมลิ้มรสชาติความอร่อยกับเมนูไฮไลท์ประจำวันศุกร์

โดยเชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างเนื้อแกะออสเตรเลียที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นำมารังสรรค์เป็นสุดยอดไฮไลท์เมนูเนื้อแกะ พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มลองถึง 4 เมนู ต่อ 1 ท่าน อาทิ ซี่โครงแกะย่าง 2 ชิ้น, มัสมั่นเนื้อแกะ, ไส้กรอกแกะย่าง และ เนื้อแกะเสียบไม้ย่าง

พร้อมทั้งมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้จัดหนักจัดเต็มความอร่อย กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอาหารอิตาเลียน-ไทย อาทิ มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง ซูชิและซาชิมินานาชนิด รวมถึงอาหารอิตาเลียน และอาหารไทย  แฮมนานาชนิด สลัดต่างๆ ซุปให้คุณเลือกลิ้มลอง พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับชีสนานาชนิด ปิดท้ายด้วยของหวานแสนอร่อยหลากหลายเมนู

บุฟเฟ่ต์นานาชาติ กับไฮไลท์เมนูเนื้อแกะมื้อเย็น ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.30 น. (ไลน์บุฟเฟ่ต์ปิดเวลา 22.00 น.) ในราคาเพียง 1,590 บาท++ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคา 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทานฟรี และอายุ 6-11 ขวบครึ่งราคา

ห้องอาหารเวนติซี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. – 22.30 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255 หรือ อีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่

เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld

อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld

เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ Fusion Comfort Food ในพื้นที่สร้างสรรค์ @Early Bird Gets Coffee

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680017

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 10:11 น.เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ Fusion Comfort Food ในพื้นที่สร้างสรรค์ @Early Bird Gets Coffee

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ชวนชาร์จพลังพร้อมรังสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่ Early Bird Gets Coffee คาเฟ่สุดอบอุ่นสไตล์โฮมมี่ พร้อมลิ้มรสอาหาร เครื่องดื่ม ของหวานแนว Fusion Comfort Food

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

รีวิวครั้งนี้อยู่กันที่งามวงศ์วาน หนึ่งในย่านที่มีของอร่อยๆ ขึ้นชื่อและคาเฟ่ชิคๆ ชวนปักหมุดเช็กอินที่ร้านสไตล์โฮมมี่สุดอบอุ่น Early Bird Gets Coffee ซึ่งตั้งอยู่บน 408 Art Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่ประกอบด้วย Early Bird Gets Coffee พื้นที่จัด Workshop/Meeting Space และ Montien Atelier ซึ่งรวบรวม Archive ของคุณอาเขย อ.มณเฑียร บุญมา (ศิลปินผู้มีชื่อเสียงที่ล่วงลับไปแล้ว) จากตัวบ้านเดิมของคุณย่าผ่านการรีโนเวทใหม่ให้เป็นโอเพ่นแอเรียที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศบ้านไม้สีขาวร่มรื่นให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน โดยมีผลงาน อ.มณเฑียร จัดแสดงบางส่วนที่ชั้นบนของร้าน

สำหรับ Early Bird Gets Coffee ตอบโจทย์ทั้งเรื่องของอาหารการกิน บรรยากาศ เหมาะกับการมาชาร์จพลัง หลังได้ทานอาหารอร่อยๆ  ด้าน Café มีทั้งของหวาน เบเกอรี่ และเครืองดื่มที่ครีเอทจากไอเดียของทางร้าน ปลุกความสดชื่นของนกตื่นเช้าที่จะได้หนอนอ้วนก่อนใครให้มีไอเดียรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ส่วนทางด้านเมนูอาหารมาใน Style Fusion Comfort Food มีการผสมไอเดียใหม่ๆ ลงไปในจานอาหารที่หลากหลายและมีเฉพาะที่นี่เท่านั้น

คุณแพร-สไบแพร มุกดาประกร (เจ้าของร้าน)

เมนูแนะนำ

เครื่องดื่ม

Rosee Lemon
Blue Curacao Passionfruit
Sunrise Espresso
Pina Colada
Dirty Early Bird Blend

เมนูอาหาร

Truffle Cream Sauce Fettuccine With Mushrooms, Bacon & Tobiko
New Normal Sausages
ยำวุ้นเส้นกุ้งสด กลีบบัว อัญชัน
ข้าวผัดกากหมูปลากะพงทอดซอสเลม่อนและไทม์
กุ้งคั่วพริกเกลือ

Dessert

Basque Burnt Cheesecake
Heart Tower Nutella Stuffed French Toast

ตามมาลิ้มลองความอร่อยของอาหาร เครื่องดื่ม และของหวาน แบบนี้กันได้ที่ร้าน Early Bird Gets Coffee ในซอยงามวงศ์วาน 25 แยก 5 

วันธรรมดา เปิด 10.00-20.00 น.

วันเสาร์ อาทิตย์ เปิด 09.00-20.00 น.

(ร้านปิดทุกวันอังคาร)

มีบริการเดลิเวอรี่ผ่าน Line OA : @earlybirdgcoffee ส่งฟรี (ขั้นต่ำ 300 บาท) สำหรับ location ซอยงามวงศ์วาน 23 (รบกวน share location ก่อน), งามวงศ์วาน 25,27,29,31

หรือสั่งได้ที่แพลตฟฟอร์ม Line Man, Grab Food, Robinhood

สอบถามโทร. 02-0649881, 066-1069892, 083-8812555

Fb : Early Bird Gets Coffee

Ig : earlybirdgetscoffee

พักผ่อนเหนือระดับบนเกาะภูเก็ต ที่ ‘อมันปุรี’ รีสอร์ทหรูและประสบการณ์สไตล์อมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679909

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 08:10 น.พักผ่อนเหนือระดับบนเกาะภูเก็ต ที่ 'อมันปุรี' รีสอร์ทหรูและประสบการณ์สไตล์อมัน

‘อมันปุรี’ ชวนผัสสัมจิตวิญญาณความเป็นไทยอันคลาสสิกและความเงียบสงบบนเกาะภูเก็ต อัญมณีแห่งอันดามัน พักผ่อนเหนือระดับกับประสบการณ์สไตล์อมัน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

กินเที่ยวครั้งนี้ ตอบโจทย์คนที่กำลังหาสถานที่ส่วนตัวสำหรับคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อน เพื่อใช้ช่วงเวลาที่ดีๆ และมีคุณภาพร่วมกัน อยากแนะนำ อมันปุรี รีสอร์ทหรูในโลเคชั่นที่เงียบสงบแห่งหนึ่งบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต บริเวณแหลมของชายฝั่งทะเลอันดามันซึ่งแวดล้อมด้วยความสงบท่ามกลางความเขียวชะอุ่มของพืชเมืองร้อนแบบผสมผสาน อาคารที่พักได้แรงบันดาลใจจากศิลปะและประเพณีไทยสมัยอยุธยาที่งดงามเหนือกาลเวลา รีสอร์ทจึงให้บรรยากาศการพักผ่อนแบบไทยที่ไม่มีใครเทียบได้ ทั้งความเงียบสงบการพักผ่อนและความเป็นส่วนตัวด้วยห้องพักแบบ Villa และ Pavilion ที่กว้างขวางหรูหรากับบริการร้านอาหารระดับโลกและศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม

ในขณะที่การท่องเที่ยวภูเก็ตกำลังพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง อมันปุรี พร้อมที่จะต้อนรับแขกผู้มาเยือน ที่ต้องการความสงบสำหรับการพักผ่อนที่หาจากที่ใดไม่ได้นอกจากที่อมัน โดยจัดเตรียมข้อเสนอใหม่ 2 แพ็กเกจสำหรับคนไทยหรือผู้ที่พำนักในประเทศไทยและต้องการพักผ่อนบนเกาะที่มีความเงียบสงบส่วนตัว แวดล้อมด้วยต้นมะพร้าวสูงตระหง่านเพลิดเพลินไปกับน้ำทะเลสีฟ้าครามของทะเลอันดามันและแสงแดดสดใสของเกาะภูเก็ต

ข้อเสนอสุดพิเศษของอมันปุรีทั้งแพ็กเกจ “Closer to Home” และ “Ultimate Serenity” นี้จะสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่สุขสงบทั้งกายและใจแก่ทุกท่านในที่พักระดับโลกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

“Closer to Home” ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ในการพักผ่อนที่ดีที่สุดของอมันด้วยบริการอันเป็นเอกลักษณ์อาหารหลากหลายรสชาติและกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงอาหารเช้าประจำวันสำหรับ 2 ท่านบริการรับส่งจากสนามบิน (เมื่อจองห้องพักประเภท Partial Ocean Pavilion หรือห้องพักที่สูงกว่า) และเสิร์ฟขนมครกสำหรับน้ำชายามบ่ายแบบไทยทุกวันที่ Main Pool แขกที่เข้าพักสามารถใช้บริการมินิบาร์ฟรี (ข้อเสนอนี้ยังรวมการใช้อุปกรณ์กีฬาทางน้ำแบบไม่ใช้เครื่องยนต์และสิทธิ์เข้าใช้ Eco-Beach Discovery Centre สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย)

ส่วนแพ็กเกจ “Ultimate Serenity” เหมาะสำหรับแขกผู้เข้าพักสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนในวิลล่าขนาดใหญ่ แขกผู้เข้าพักจะได้รับแชมเปญต้อนรับ พร้อมอาหารเช้า ชุดขนมครกน้ำชายามบ่ายแบบไทย บริการมินิบาร์และผลไม้ตามฤดูกาลที่เสริฟใหม่ทุกวัน บริการรับส่งสนามบิน บริการผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเชฟไทยส่วนตัว และบริการจัดการกระเป๋าเดินทางในวันที่เช็คอินและเช็คเอาท์นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถสนุกกับการใช้อุปกรณ์กีฬาทางน้ำแบบไม่ใช้เครื่องยนต์ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วและสิทธิ์เข้าใช้ Eco Beach Discovery Centre โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ประเภทของห้องพักสำหรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Amanpuri’s Villa มอบความเป็นส่วนตัวและพื้นที่สำหรับการพักผ่อนเหนือระดับที่ไม่มีที่ใดเทียบได้พร้อมสระว่ายน้ำและเชฟส่วนตัว Villa ได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนพุทธสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในบรรยากาศเงียบสงบสามารถพักผ่อนใต้ร่มต้นมะพร้าวที่ทอดเงาบนเฉลียงส่วนตัวได้

– Ocean-front Villas มอบทัศนียภาพกว้างไกลของทะเลอันดามัน

– ในขณะที่ Garden Villas พร้อมสวนที่มีพรรณไม้เขตร้อนนานาพันธุ์และร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าวที่สูงตระหง่าน

ทั้งนี้ Amanpuri’s Villa มีห้องนอนมากถึง 9 ห้องจึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนแสนโรแมนติกการใช้เวลาสังสรรค์ในครอบครัวหรือจัดงานฉลองเล็ก ๆ แบบส่วนตัว

ราคาห้องพักแบบ Villa ต่อคืนเริ่มต้นที่ 86,000++บาท (11 มกราคม 2565-16 เมษายน 2565 และ 1 พฤศจิกายน 2565-31 มีนาคม 2566) และเริ่มต้นที่ 77,400++ บาท (17 เมษายน 2565-31 ตุลาคม 2565)

สำหรับในส่วนของ Pavilions จะเป็นโซนห้องพักที่แวดล้อมด้วยความเขียวขจีของพรรณไม้สามารถใช้ทางเดินไปส่วนกลางของรีสอร์ทได้ โดยห้อง Pavilions จะมีระเบียงที่มองเห็นทั้งทะเลสีครามและสวนสีเขียวอันร่มรื่นพร้อมห้องน้ำขนาดใหญ่และพื้นที่แต่งตัวกลางแจ้งที่โปร่งสบาย

– Pool Pavilions ห้องพักที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว มองเห็นทิวทัศน์อันเงียบสงบของทะเลฝั่งอันดามัน การออกแบบทำให้แขกผู้เข้าพักมีพื้นที่พักผ่อนทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ลานอาบแดด และระเบียงสำหรับรับประทานอาหารรายล้อมไปด้วยแมกไม้เขียวขจีอันเงียบสงบ

– Deluxe Ocean Pavilions ให้ทัศนียภาพของทะเลอันดามันที่สวยเหนือระดับพร้อมระเบียงกลางแจ้งที่กว้างขวางและศาลาพักผ่อนที่ให้ความสบายสูงสุด

ราคาห้องพัก Pavilion ต่อคืนเริ่มต้นตั้งแต่ 17,000++ ถึง 44,000++ บาท (11 มกราคม 2565-16 เมษายน 2565 และ 1 พฤศจิกายน 2563 – 31 มีนาคม 2566) และ 15,000++บาทถึง 38,500+++ บาท (17 เมษายน 2565 – 31 ตุลาคม 2565)

สำรองห้องพักวันหยุดพักผ่อนท่ามกลางแสงแดดที่สดใสในบรรยากาศเงียบสงบ ได้ที่อีเมล amanpurires@aman.com หรือโทร 076 324 333

.

.

เงื่อนไข

โปรโมชั่นพิเศษนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้นและต้องแสดงหลักฐานการอยู่อาศัยเมื่อเช็คอินต้องพักอย่างน้อยสองคืนระยะเวลาการเข้าพักมีผลจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 สิทธิพิเศษนี้ใช้ได้กับการจองใหม่เท่านั้นและขึ้นอยู่กับความว่างของห้อง และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการพิเศษอื่นๆเว้นแต่จะระบุไว้

สิทธิ์พิเศษนี้ใช้ได้สำหรับสองคนต่อห้อง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับบุคคลที่สามที่ใช้ห้องร่วมกันรวมอาหารเช้าและน้ำชายามบ่ายทุกวัน 4,212++ บาท (5,000 บาทสุทธิ) ต่อคืนอัตรานี้ไม่รวมเซอร์วิสชาร์จ 18.7% ภาษีและเงินมัดจำ และการเปลี่ยนแปลงการจองตามข้อกำหนดมาตรฐานของอมันปุรี สิทธิ์ประโยชน์นี้ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นและไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้

เพราะยูเครนเกือบสิ้นชาติ หน่วยรบพิเศษ SSO จึงถือกำเนิดขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680085

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 15:45 น.เพราะยูเครนเกือบสิ้นชาติ หน่วยรบพิเศษ SSO จึงถือกำเนิดขึ้น

ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ยูเครนเพิ่งจะมีหน่วยรบพิเศษในปี 2016 หรือเพียง 2 ปีหลังจากเกิดการรุกรานครั้งแรกของรัสเซียเมื่อปี 2014

1. ย้อนกลับไปในปี 2014 ในตอนต้นของวิกฤตไครเมียและสงครามในดอนบัส หลังการแทรกแซงของรัสเซียครังแรก รัฐสภาของยูเครนต้องพบกับความจริงที่น่าตกใจว่ากองกำลังของพวกเขามีทหารราบที่พร้อมรบเพียง 6,000 นาย เมื่อเทียบกับกองทหารประมาณ 20,000 นายที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพรัสเซียในแหลมไครเมียเพียงแห่งเดียว

2. ในช่วงเวลานั้น ยูเครนยังมีหน่วยปฏิบัติการจำนวนมากทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนานาชาติ เช่น Operation Atalanta (ปฏิบัติการทางทหารต่อต้านการโจรสลัดในทะเลนอกจะงอยแอฟริกาและในมหาสมุทรอินเดียตะวันตก), ISAF (เป็นภารกิจทางทหารข้ามชาติในอัฟกานิสถานระหว่างปี 2001 ถึง 2014), Kosovo Force (กองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศที่นำโดยนาโตในโคโซโว) และกองกำลังกว่า 200 นายประจำภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในคองโก

3. ทั้งหมดนี้เป็นการส่งทหารระดับหัวกะทิไปช่วย “ชาติพันธมิตร” โดยเฉพาะชาติตะวันตก/นาโต ในปฏิบัติการต่างๆ เพื่อระงับความขัดแย้งในประเทศที่สาม นี่หมายความว่ากองทหารที่มีประสบการณ์และฝึกฝนมาอย่างดีที่สุดของยูเครนถูกส่งไปนอกประเทศและไม่พร้อมใช้งานและมีกำลังคนไม่เพียงพอที่จะมีหน่วยรบพิเศษเพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติตนเองในช่วงเวลาคับขัน

4. รัฐบาลยูเครนจึงต้องเริ่มกระบวนการระดมพลและการสร้างกองกำลังสำรองในทันที เช่น National Guard of Ukraine (กองกำลังรักษาชาติแห่งยูเครน) อย่างไรก็ตาม มันต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าหน่วยเหล่านี้จะได้รับการฝึก ดังนั้น ยูเครนจึงต้องใช้กองกำลัง Spetsnaz ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษเดิม ที่มีกำลังคนน้อยอยู่แล้วเพื่อยันเอาไว้ก่อน โดยไม่ได้รับการหนุนจากกองกำลังทั่วไปที่ใหญ่กว่าหรือกองกำลังตำรวจท้องที่

5. ปัญหาคือ Spetsnaz เป็นหน่วยรบพิเศษที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตและใช้ชื่อเดียวกับหน่วยรบพิเศษของรัสเซียที่เรียกว่า Spetsnaz เหมือนกัน ก่อนหน้าวิกฤตไครเมียและดอนบัส รัฐบาลยูเครนที่นิยมรัสเซียใช้หน่วย Spetsnaz ควบคุมฝูงชนที่ต่อต้านรัฐบาล และเมื่อรัสเซียบุกเข้ามาในยูเครนก็ยังใช้ Spetsnaz ของตัวเองเข้ามานำร่อง จนทำให้ในยูเครนและแหล่งข่าวในต่างประเทศแยกไม่อกอว่าใครเป็นใคร

6. และเมื่อเกิดการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลนิยมรัสเซียในยูเครนและตามด้วยการรุกรานของรัสเซียครั้งแรก หน่วย Spetsnaz ของยูเครนก็เกิดความสับสน มีทั้งฝ่ายที่แยกตัวไปเข้ากับรัสเซียและฝ่ายที่หันมาร่วมมือกับประชาชนต่อต้านรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นจนต้องปลดผู้บัญชาการหน่วยไปจำนวนหนึ่ง และรัสเซียใช้โอกาสนี้เรียกใช้หน่วย Spetsnaz ของยูเครนที่ถูกปลดมาทำงานให้ฝ่ายตนด้วย

7. รัฐบาลยูเครนหลังการปฏิวัติที่กันมาต้านรัสเซียตอนแรกไม่กล้าใช้ Spetsnaz ที่ยังเหลืออยู่เพราะถูกรัฐบาลนิยมรัสเซียใช้กดขี่ประชาชนมาก่อน จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเกลียดชังในสายตาประชาชน แต่เมื่อไม่มีหนทางจึงต้องเรียกใช้ Spetsnaz ที่กระพร่องกระแพร่งไปพลางๆ เพื่อต่อต้านการยึดครองไครเมียและดอนบัสจากรัสเซีย

8. แต่นี่คือการถือกำเนิดใหม่ของ Spetsnaz ในฐานะหัวหอกของกองกำลังปฏิบัติการพิเศษ (SSO) ของยูเครน โดยได้รับการแต่งตั้งขึ้นในปี 2016 แต่ก่อนหน้านั้น (ระหว่างปี 2014 – 2015) หน่วยนี้ก็ปฏิบัติการต่อต้านและโจมตีกองกำลังรัสเซียและกองกำลังในไครเมียและดอนบัสอยู่ตลอด

9. การถือกำเนิดใหม่ของหน่วยรบพิเศษของยูเครนครั้งนี้ คือการเกิดใหม่จริงๆ โดยหันไปใช้กระบวนการฝึกตามหลักสูตรของนาโต ในช่วงเวลาที่ยูเครนต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของนาโตมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มกันภัยจากรัสเซีย (แต่ก็แน่นอนว่าความปรารนานี้จะทำให้ยูเครนต้องตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าเดิมในเวลาต่อมา)

10. การฝึก SSO ทำกันทั้งในยุโรปและสหรัฐ โดยในปี 2018 หน่วยนี้ไปรับการฝึกที่มหาวิทยาลัยปฏิบัติการพิเศษร่วม ( Joint Special Operations University) ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐ สถาบันการศึกษาภายใต้หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐอเมริกา (USSOCOM) และได้รับการฝึกซ้อมผ่านการซ้อมรบ Sea Breeze ที่จัดขึ้นเป็นประจำที่ยูเครนกับสหรัฐ และประเทศอื่นๆ สับเปลี่ยนกันเข้ามาร่วมซ้อมรบ (ซึ่งรัสเซียเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับ Sea Breeze เพราะถือว่าการฝึกซ้อมและการมีส่วนร่วมของรัฐนอกภูมิภาค “มีนัยต่อต้านรัสเซีย”)

11. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2019 หน่วย SSO ของยูเครน สร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรก ในฐานะหน่วยที่ไม่ใช่สมาชิกของนาโตได้รับการรับรองว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SOF) ของนาโต และมีสิทธิ์เข้าร่วม NATO Rapid Reaction Force (หน่วยปฏิกริยาตอบสนองรวดเร็วของนาโต และเจ้าหน้าที่ SSO ของยูเครนยังมีส่วนร่วมในการประเมินหน่วยกองกำลังพิเศษโครเอเชียตามข้อกำหนดของกองกำลังตอบสนองของนาโต (NRF)

12. การเกิดขึ้นใหม่ของหน่วยรบพิเศษยูเครนตอกย้ำว่ากองทัพยูเครนเกี่ยวพันกับกองทัพนาโตแบบที่ยากจะแยกกันได้ เหมือนกันหน่วยรบพิเศษยุคแรกของยูเครนที่เกี่ยวข้องกับโซเวียตและรัสเซียอย่างเหนียวแน่น จนกระทั่งเมื่อเกิดความวุ่นวายในประเทศ บางส่วนก็ยังแปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายรัสเซีย

13. เพื่อลบล้างความเกี่ยวพันกับโซเวียตและรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2019 พลโทอิกอร์ ลูเนฟ ผู้บัญชาการหน่วยในขณะนั้น เผยว่าปืนไรเฟิลซุ่มยิงของหน่วย SSO ที่ผลิตในสหภาพโซเวียตทั้งหมด 100% ถูกแทนที่ด้วยปืนไรเฟิลในประเทศ UAR-10 ที่ผลิตในยูเครน และปืนไรเฟิลของบริษัท Savage Arms และบริษัท Barrett สัญชาติอเมริกัน

14. SSO ถือกำเนิดในช่วงเวลาฉุกละหุก ต้องปฏิวัติตัวเองไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติหน้าที่แบบวันต่อวัน ในช่วงที่สงครามในดอนบัสไม่เคยยุติลงนับตั้งแต่ปี 2014 จนกระทั่งถึงการรุกรานครั้งล่าสุดของรัสเซีย ความสุยเสียของฝ่ายยุเครนที่น้อยจนน่าแปลกใจ น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า กองทัพยูเครนและ SSO มีประสิทธิภาพมาเพียงไร อย่างน้อยก็ในด้านการตั้งรับการรุกราน

Photo – REUTERS/Gleb Garanich

คำสาปเดือนสิงหา เดือนมรณะที่รัสเซียมักเจอแต่หายนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680093

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 16:41 น.คำสาปเดือนสิงหา เดือนมรณะที่รัสเซียมักเจอแต่หายนะ

คนรัสเซียมีความเชื่อว่าเดือนสิงหาคมเป็นเดือนต้องคำสาป เพราะมักจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ขึ้นกับรัสเซีย

หากลองสังเกตดูจะพบว่า เรื่องร้ายๆ มักจะเกิดขึ้นบนโลกของเราแทบจะทุกเดือนทุกปี แต่สำหรับชาวรัสเซียพวกเขามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า เดือนสิงหาคมเป็นเดือนต้องคำสาป (August curse) เพราะเหตุการณ์รุนแรงของรัสเซียมักจะเกิดขึ้นในเดือนนี้มากกว่าเดือนอื่นๆ

เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 21 บรรดานักข่าวและผู้สังเกตการณ์พากันตั้งข้อสังเกตว่า นับตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา เหตุการณ์รุนแรงและร้ายแรงถึงแก่ชีวิตจำนวนมากผิดปกติในรัสเซียล้วนเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การก่อการร้าย หรือสงคราม

เหตุการณ์ครั้งใหญ่ๆ ในเดือนสิงหาคมมีหลายเหตุการณ์ อาทิ

  • วันที่ 19-21 ปี 1991 สมาชิกรัฐบาลของสหภาพโซเวียตกลุ่มหนึ่งพยายามก่อรัฐประหารเพื่อควบคุมประเทศจากประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียต
  • วันที่ 27 ปี 1992 เที่ยวบินที่ 2808 ของสายการบิน Aeroflot ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติพุ่งชนกลุ่มอาคารในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของเมืองอิวาโนวาขณะกำลังลงจอด ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 84 รายเสียชีวิต
  • วันที่ 11 ปี 1994 เกิดอุบัติเหตุทางรถไฟในภูมิภาคเบลโกร็อด มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บ 50 ราย
  • วันที่ 29 ปี 1996 เที่ยวบินที่ 2801 ของสายการบิน Vnukovo Airlines ตกในนอร์เวย์ เนื่องจากระบบนำทางผิดพลาด ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 141 รายรวมทั้งเด็กเสียชีวิต
  • วันที่ 17 ปี 1998 เกิดวิกฤตการเงินรัสเซีย ทำให้รัฐบาลและธนาคารกลางสั่งลดค่าเงินรูเบิลและผิดนัดชำระหนี้ ความรุนแรงของวิกฤตครั้งนี้ยังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของเพื่อนบ้านรัสเซียอีกหลายประเทศวันที่ 12 ปี 2000 เรือดำน้ำคูรสก์จมลงในทะเลแบร์เรนต์ระหว่างการฝึกซ้อมรบครั้งใหญ่ของกองทัพเรือครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 118 รายเสียชีวิต
  • วันที่ 19 ปี 2002 กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในเชเชนใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศสอยเฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-26 กองทัพรัสเซียตกในเขตทุ่นระเบิดในเชเชน ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 127 นาย นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในวงการการบินเฮลิคอปเตอร์ เป็นภัยพิบัติด้านการบินที่ร้ายแรงที่สุดที่ของกองทัพรัสเซีย และเป็นการเสียชีวิตที่มากที่สุดใน 1 วันนับตั้งแต่ปี 1999
  • วันที่ 24 ปี 2004 มีการระเบิดเครื่องบินโดยสารภายในประเทศ 2 ลำที่ขึ้นบินจากท่าอากาศยานนานาชาติโดโมเดโดโวในกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 89 ราย
  • วันที่ 22 ปี 2006 เที่ยวบินที่ 612 ของสายการบิน Pulkovo Aviation Enterprise ตกที่แคว้นโดเนตสก์ โอบลาสต์ ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 170 ราย
  • วันที่ 7-12 ปี 2008 เกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับจอร์เจีย
  • วันที่ 17 ปี 2009 เครื่องบิน 2 ลำชนกันระหว่างการฝึกซ้อมการแสดงแอร์โชว์ในกรุงมอสโก มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย
  • วันที่ 17 ปี 2009 เกิดเหตุคาร์บอมบ์โจมตีสถานีตำรวจในเมืองนาซราน สาธารณรัฐอินกูเชเตียของรัสเซีย มีผู้เสียชีวิต 25 ราย บาดเจ็บ 64 ราย
  • วันที่ 17 ปี 2009 กังหันตัวหนึ่งของสถานีผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนซายาโน-ชูเชนสกายาขัดข้อง จนน้ำทะลักท่วมห้องติดตั้งอุปกรณ์สร้างกระแสไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 75 ราย
  • วันที่ 29 ก.ค.-13 ส.ค. ปี 2010 เกิดไฟป่าขึ้นนับร้อยจุดทั่วประเทศและอุณหภูมิสูง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากไฟป่า 54ราย และจากคลื่นความร้อน 55,736 ราย
  • ต้นเดือน ก.ค.-กลางเดือน ส.ค. ปี 2013 น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางฝั่งตะวันออกไกลของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 85 ราย สูญหาย 105 ราย ไร้ที่อยู่อาศัย 860,000 ราย (รวมความเสียหายของจีนและรัสเซีย)
  • วันที่ 1-31 ปื 2019 ไฟป่าไซบีเรีย

หลายคนพยายามหาเหตุผลมาอธิบายเหตุการณ์รุนแรงที่เจาะจงหรือบังเอิญเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมเหล่านี้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์

ทางวิทยาศาสตร์นั้นมองว่าฤดูกาลมีอิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งเดือนสิงหาคมในรัสเซียเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนและเป็นเดือนที่ผู้คนออกมาทำกิจกรรมกันข้างนอกในเดือนที่มีวันหยุดยาว เปิดโอกาสให้ผู้ก่อการร้ายหรืออาชญากรลงมือในช่วงนี้ ผิดกับช่วงฤดูหนาวที่หนาวสุดๆ ที่ผู้คนมักจะหมกตัวอยู่ในบ้าน

เยฟเกนี นาดอร์ชิน นักเศรษฐศาสตร์จาก Trust Bank มองว่า สำหรับหลายๆ เหตุการณ์ การเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมถือเป็นความบังเอิญ แต่ช่วงวันหยุดยาวที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงานคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่นาซราน

บางคนอธิบายคำสาปเดือนสิงหาคมด้วยเหตุผลทางไสยศาสตร์ อาทิ นักพยากรณ์ เยเลนา คุซเนตโซวา เผยไว้เมื่อปี 2009 ว่า ความวุ่นวายต่างๆ จะอยู่ไปจนถึงช่วงกลางเดือนกันยายน เพราะดวงเมืองของรัสเซียทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในเดือนสิงหาคม และยังมีดาวเสาร์และดาวยูเรนัสที่สัมพันธ์กับดวงเมืองด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการระบุไว้เมื่อปี 2001 ว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดของเดือนสิงหาคมเป็นปัจจัยสนับสนุนเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ คือเป็นช่วงเวลาที่ผู้ก่อความไม่สงบหรือเหตุการณ์ทางทหารเกิดขึ้นได้

เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างหลายเหตุการณ์ในรัสเซียล้วนเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะที่ทหารจะเคลื่อนไหว เช่น เหตุการณ์แนวรบด้านตะวันออกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 1914 เมื่อเยอรมนีรุกรานคองเกรสโปแลนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย

หรือการที่เยอรมนีปิดล้อมเลนินกราดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ปี 1941 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ปีถัดมาในวันที่ 23 สิงหาคม เยอรมนีเปิดศึกชิงเมืองสตราลินกราดแต่ต้องพ่ายแพ้ให้สหภาพโซเวียต

Photo by OLGA MALTSEVA / AFP

จีนพัฒนา ‘วัคซีน RNA วงแหวน’ ต้านโควิด-19 ‘โอไมครอน-เดลตา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680074

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 14:23 น.จีนพัฒนา ‘วัคซีน RNA วงแหวน’ ต้านโควิด-19 ‘โอไมครอน-เดลตา’

คณะนักวิทยาศาสตร์จีนเสนอกลยุทธ์การผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบใหม่ ซึ่งอาจกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอนและสายพันธุ์เดลตา

ผลการศึกษาในวารสารเซลล์ (Cell) ระบุว่าคณะนักวิจัยนำโดยเว่ยเหวินเซิ่งจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง พัฒนาแพลตฟอร์มผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รุ่นใหม่ หรือวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวน (circRNA)

วัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) มุ่งโจมตีโปรตีนหนามของเชื้อไวรัสฯ ที่ก่อโรคโควิด-19 เป็นหลัก ทว่าวัคซีนที่มีโครงสร้างอาร์เอ็นเอแบบเส้น มักพลาดเป้าหมายในการลบล้างฤทธิ์เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ที่อุบัติขึ้นมาใหม่

ขณะวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวน ซึ่งมาพร้อมโครงสร้างวงแหวนลักษณะปิด มีความเสถียรมากกว่าวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ และสามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่อาศัยสารน้ำและเซลล์อย่างมีศักยภาพมากขึ้น

วัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวนยังกระตุ้นแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ในระดับสูง สามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ ในหนูและลิงวอก อีกทั้งสร้างการตอบสนองของทีเซลล์ (T cell) หนึ่งในเซลล์สำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่ป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงป่วยหนักในกลุ่มคนที่เคยฉีดวัคซีนและติดเชื้อไวรัสฯ ในเวลาต่อมา (VAED) เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

การศึกษาพบว่าหนึ่งในวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวนที่มุ่งโจมตีเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน สามารถสร้างแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ต่อโอไมครอน แต่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์เดลตา ขณะวัคซีนอีกตัวที่มีเป้าหมายเป็นสายพันธุ์เดลตาสามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ ได้ทั้งสองสายพันธุ์ หรือทำหน้าที่เป็นวัคซีนโดสกระตุ้น ตามหลังการฉีดวัคซีนสองโดสก่อนหน้า

ด้วยเหตุนี้ คณะนักวิจัยจึงสรุปว่าวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวนมีศักยภาพสำหรับพัฒนาเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทางเลือกที่ใช้งานในวงกว้างต่อไปได้

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ในที่สุด! Twitter เตรียมทดสอบปุ่ม ‘แก้ไขข้อความ’ เร็วๆ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680056

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 11:45 น.ในที่สุด! Twitter เตรียมทดสอบปุ่ม 'แก้ไขข้อความ' เร็วๆ นี้

Twitter เผยกำลังพัฒนาฟีเจอร์แก้ไขทวีต ยันไม่เกี่ยวกับอีลอน มัสก์

Twitter แถลงผ่านบัญชีอย่างเป็นทางการ @TwitterComms ระบุว่าแพลตฟอร์มได้มีการพัฒนาฟีเจอร์แก้ไขทวีต ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ร้องขอกันมากที่สุด

โดยผู้ใช้งาน Twitter Blue บริการสมาชิกแบบรายเดือนจะได้ทดลองฟีเจอร์ดังกล่าวก่อนใครในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อเรียนรู้ว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล และอะไรที่เป็นไปได้

now that everyone is asking… yes, we’ve been working on an edit feature since last year!no, we didn’t get the idea from a poll we’re kicking off testing within @TwitterBlue Labs in the coming months to learn what works, what doesn’t, and what’s possible.— Twitter Comms (@TwitterComms) April 5, 2022

อย่างไรก็ตาม Twitter ระบุว่าได้เริ่มทดสอบระบบดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งไอเดียนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้ามาของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างอีลอน มัสก์แต่อย่างใด

หลังจากที่มัสก์สร้างโพลบน Twitter เมื่อวานนี้ว่า “คุณต้องการปุ่มแก้ไขหรือไม่” ซึ่งพบว่า 73.6% จากผู้โหวตกว่า 4.4 ล้านคนตอบว่า “ต้องการ”

Do you want an edit button?— Elon Musk (@elonmusk) April 5, 2022

ขณะที่เจย์ ซัลลิแวน หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Twitter กล่าวว่านี่คือฟีเจอร์ที่ถูกเรียกร้องมากที่สุดตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่บริษัทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะเปิดตัวปุ่มแก้ไขทวีต เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ หากไม่มีการจำกัดเวลาหรือควบคุมความโปร่งใสของข้อความที่แก้ไข จึงจำเป็นต้องใช้เวลา หาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกอย่างมัสก์เข้าซื้อหุ้น Twitter 9.2% มูลค่าเกือบ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการจับตามองว่าทิศทางของ Twitter จะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อเขาเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ซึ่งล่าสุด ปารัก อักราวัล ประธานผู้บริหารบริษัท Twitter เปิดเผยว่าได้มีการแต่งตั้งมัสก์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทแล้ว

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo