สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านสภา

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านสภา

4 มิ.ย. 2569 09:50 น.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านสภา

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติประณามทรัมป์ ปมทำสงครามกับอิหร่าน ผ่านญัตติอำนาจสงคราม ปูทางสู่การบังคับทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ผ่านรัฐสภา

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านญัตติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) ที่มีเป้าหมายแสดงจุดยืนคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ผู้นำพรรครีพับลิกันจะคัดค้านโดยอ้างว่าอาจบั่นทอนอำนาจการเจรจากับอิหร่าน  

ญัตตินี้เสนอโดยนายเกรกอรี มีกส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐนิวยอร์ก และแกนนำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ โดยผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง โดยสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คนลงคะแนนสนับสนุนร่วมกับเดโมแครตทั้งหมด ได้แก่ นายไบรอัน ฟิตซ์แพทริก จากรัฐเพนซิลเวเนีย นายโธมัส แมสซี จากรัฐเคนทักกี นายทอม บาร์เร็ตต์ จากรัฐมิชิแกน และนายวอร์เรน เดวิดสัน จากรัฐโอไฮโอ

รายงานข่าวระบุว่า ญัตตินี้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการสู้รบกับอิหร่าน เว้นแต่รัฐสภาจะประกาศสงครามหรืออนุมัติการใช้กำลังทางทหารอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ญัตตินี้ไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย และเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการไม่เห็นด้วยกับสงคราม

ก่อนหน้านี้ พรรครีพับลิกันสามารถสกัดความพยายามผลักดันญัตติลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 ครั้ง โดยการลงมติครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้จบลงด้วยคะแนนเสมอ 212 ต่อ 212 เสียง

การผ่านญัตติครั้งนี้ยังเพิ่มแรงหนุนให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งกำลังพิจารณาร่างญัตติอำนาจสงครามในลักษณะเดียวกัน โดยร่างของวุฒิสภามีผลผูกพันทางกฎหมายมากกว่า และหากผ่านความเห็นชอบ จะบังคับให้ทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหากไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ร่างดังกล่าวยังต้องผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และทรัมป์ยังมีสิทธิยับยั้ง หรือวีโต้ ได้.

เดือดก่อนบอลโลก 2026 ม็อบครูเม็กซิโกบุกกระทรวง ทุบตึกประท้วงรัฐบาล

เดือดก่อนบอลโลก 2026 ม็อบครูเม็กซิโกบุกกระทรวง ทุบตึกประท้วงรัฐบาล

4 มิ.ย. 2569 08:54 น.

เดือดก่อนบอลโลก 2026 ม็อบครูเม็กซิโกบุกกระทรวง ทุบตึกประท้วงรัฐบาล

เกิดเหตุประท้วงเดือดก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากขึ้น หลังกลุ่มผู้ประท้วงบุกอาคารกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลเม็กซิโก  พังประตูทุบทำลายทรัพย์สินและจุดไฟเผาภายในพื้นที่

เหตุความวุ่นวายเกิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มแยกตัวจากสหภาพแรงงานครูแห่งชาติ หรือ CNTE ได้ออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ ก่อนหน้าศึกฟุตบอลโลกซึ่งเม็กซิโก สหรัฐฯ และแคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วมกัน จะเริ่มแข่งขันวันที่ 11 มิถุนายน ที่สนามกีฬาอัซเตกา ในกรุงเม็กซิโกซิตี้

รายงานระบุว่า ผู้ประท้วงใช้เสาไฟแทนค้อน กระแทกประตูเพื่อบุกเข้าไปในสำนักงานใหญ่กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนทำลายป้อมรักษาความปลอดภัย ทุบกระจก และมีการจุดไฟเผา ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ กลุ่มครูได้เดินขบวนประท้วงและแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล โดยเรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือนและยกเลิกกฎหมายบำนาญฉบับใหม่ รวมถึงขู่จะเดินหน้าประท้วงต่อเนื่องในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก หากรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง

ด้านประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุม แม้จะมีแรงกดดันก่อนการแข่งขันระดับโลก

โดยรัฐบาลเม็กซิโกเสนอขึ้นเงินเดือนครู 9% ซึ่งยังห่างไกลจากข้อเรียกร้องของกลุ่มครูฝ่ายต่อต้านที่ต้องการเพิ่มขึ้นถึง 100%

ขณะนี้สถานการณ์ยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเม็กซิโกกำลังเตรียมต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนบอลจากทั่วโลกเข้ามายังเม็กซิโกจำนวนมาก.

ที่มา : channelnewsasia

ชนสนั่น! รถไฟพุ่งชนรถบรรทุกในสหรัฐฯ ตกรางยับ เสียชีวิต 1 ราย

ชนสนั่น! รถไฟพุ่งชนรถบรรทุกในสหรัฐฯ ตกรางยับ เสียชีวิต 1 ราย

4 มิ.ย. 2569 08:13 น.

ชนสนั่น! รถไฟพุ่งชนรถบรรทุกในสหรัฐฯ ตกรางยับ เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้าพุ่งชนรถบรรทุกพ่วงในรัฐไอโอวา ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยขบวนรถไฟได้รับความเสียหายหนัก ตู้สินค้าพลิกตกราง

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา บริเวณจุดตัดข้ามรางรถไฟ ระหว่างทางหลวงสายหนึ่งกับรางรถไฟของบริษัทไอโอวา อินเตอร์สเตต เรลโรด ในพื้นที่ชนบท ห่างจากเมืองเดส มอยน์ ไปทางตะวันออกราว 113 กิโลเมตร

แมตต์ มาสช์มันน์  นายอำเภอเขตโพเวชีคระบุว่า เหตุรถไฟขนส่งสินค้าชนเข้ากับรถบรรทุกพ่วง ทำให้ผู้ที่อยู่บนรถบรรทุกเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 1 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บรุนแรง

โดยแรงกระแทกจากการชน ทำให้รถไฟตกราง มีตู้สินค้ารถไฟ 17 ตู้ และหัวรถจักร 2 คันหลุดออกจากราง ส่งผลให้ทางรถไฟได้รับความเสียหายอย่างมาก

ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นซากตู้บรรทุกสินค้าของรถไฟจำนวนมากกองทับกัน พร้อมกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากบริเวณราง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมพื้นที่

ด้านตำรวจทางหลวงรัฐไอโอวาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีสารอันตรายรั่วไหลออกมา และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้.

ที่มา : AP

“คิม จองอึน” ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ ทวีคูณ ผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

"คิม จองอึน" ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ ทวีคูณ ผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

4 มิ.ย. 2569 08:01 น.

“คิม จองอึน” ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ ทวีคูณ ผลิตเพิ่มกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

คิม จองอึน ประกาศเดินหน้าเสริมอาวุธนิวเคลียร์แบบ “ทวีคูณ” หลังสามารถผลิตวัสดุนิวเคลียร์เกรดอาวุธเพิ่มมากกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ย้ำไม่ยอมละทิ้งคลังอาวุธนิวเคลียร์ แม้เผชิญแรงกดดัน

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า นาย คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศแผนเร่งขยายขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศอย่างก้าวกระโดด หลังการผลิตวัสดุนิวเคลียร์เกรดผลิตอาวุธเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

นายคิมกล่าวระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานผลิตวัสดุนิวเคลียร์แห่งใหม่ ยืนยันว่ามีเผ้าหมายอนาคตอันทะเยอทะยานที่จะเพิ่มกำลังนิวเคลียร์ของประเทศในอัตราแบบทวีคูณ โดยกล่าวว่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งและประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ซึ่งยากเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูด เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สร้างหมุดหมายสำคัญแห่งยุคสมัยในการยกระดับขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างรวดเร็ว

ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2536 และดำเนินการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้ง ส่งผลให้ถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรหลายรอบ ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเชื่อว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองหลายสิบลูก แม้รัฐบาลเกาหลีเหนือจะไม่เคยเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือมองว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีใต้และกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี โดยช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ และประชาคมโลกที่ต้องการให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ โดยยืนยันว่าการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นแนวทางที่ไม่อาจย้อนกลับได้. 

ที่มา CNA

ควายเผือกขนทอง “โดนัลด์ ทรัมป์” กลายเป็นดาวเด่นแห่งสวนสัตว์บังกลาเทศ ชาวบ้านแห่ชมคึกคัก

ควายเผือกขนทอง "โดนัลด์ ทรัมป์" กลายเป็นดาวเด่นแห่งสวนสัตว์บังกลาเทศ ชาวบ้านแห่ชมคึกคัก

4 มิ.ย. 2569 07:57 น.

ควายเผือกขนทอง “โดนัลด์ ทรัมป์” กลายเป็นดาวเด่นแห่งสวนสัตว์บังกลาเทศ ชาวบ้านแห่ชมคึกคัก

ประชาชนชาวบังกลาเทศ แห่ชมควายเผือกขนทองฉายา “โดนัลด์ ทรัมป์” หลังได้รับการไถ่ชีวิตไปอยู่ที่สวนสัตว์ในกรุงธากา จนมันกลายเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ที่บังกลาเทศไปแล้ว 

บรรยากาศที่สวนสัตว์เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต่อแถวเข้าชม ควายเผือกขนทองฉายา “โดนัลด์ ทรัมป์” หลายคนยืนถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอ ขณะที่บางครอบครัวพาเด็ก ๆ มาดูควายเผือกตัวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ผู้เข้าชมรายหนึ่งกล่าวว่า ควายตัวนี้มีความคล้ายกับโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสีขนและลักษณะบริเวณศีรษะ จึงทำให้กลายเป็นสัตว์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดูแลควายตัวนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งแปรงขนและฉีดน้ำเพื่อช่วยคลายร้อน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ป้ายชื่อ “Donald Trump” ที่เคยติดไว้บริเวณคอก ถูกนำออกในเวลาต่อมา หลังมีเสียงวิจารณ์จากบางส่วนที่มองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นการนำชื่อบุคคลสำคัญระดับโลกมาตั้งให้กับสัตว์

ผู้อำนวยการสวนสัตว์แห่งชาติบังกลาเทศ โมฮัมหมัด ราฟิกุล อิสลาม ระบุว่า ผิวสีเผือกของควายตัวนี้เกิดจากความแปรผันทางพันธุกรรม และสวนสัตว์จะเก็บรักษาไว้เพื่อศึกษาลักษณะพิเศษ รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์ในอนาคต

ควายเพศผู้ตัวนี้มีน้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม เดิมทีอยู่ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งนอกกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว หลังภาพและคลิปของมันถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์

ความโดดเด่นของควายตัวนี้อยู่ที่ขนสีขาวทั่วทั้งตัวและขนสีทองบริเวณหน้าผาก ทำให้หลายคนมองว่ามีลักษณะคล้ายกับทรงผมของโดนัลด์ ทรัมป์ จนเกิดเป็นชื่อเล่นที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย

หลังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังฟาร์มเพื่อถ่ายภาพและชมความแปลกตา รัฐบาลบังกลาเทศจึงตัดสินใจไถ่ชีวิต ก่อนที่มันถูกนำไปเชือดในเทศกาลอีดิลอัฎฮา  และย้ายควายตัวนี้ไปยังสวนสัตว์แห่งชาติบังกลาเทศในกรุงธากา เพื่อดูแลความปลอดภัยและรองรับจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้น.

ที่มา : AP

รัฐมนตรีอิหร่านชี้ การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ทรัมป์บอกใกล้ปิดดีลแล้ว

รัฐมนตรีอิหร่านชี้ การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ทรัมป์บอกใกล้ปิดดีลแล้ว

4 มิ.ย. 2569 06:34 น.

รัฐมนตรีอิหร่านชี้ การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ทรัมป์บอกใกล้ปิดดีลแล้ว

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แต่โดนัลด์ ทรัมป์ พูดสวนทางโดยบอกว่า การเจรจากับอิหร่านอาจส่งผลลัพธ์ออกมา “ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวเมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ว่า “ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม” ในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ในขณะที่เหตุโจมตีระลอกใหม่จากทั้งฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางต้องตึงเครียดมากขึ้น

“การสื่อสารกับทางอเมริกันยังไม่ถูกตัดขาด และมีการส่งข้อความหากันเกี่ยวกับความจำเป็นในการยุติการก้าวร้าวต่อกรุงเบรุต แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ในกระบวนการเจรจา” อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ อัล มายาดีน (Al Mayadeen) ของเลบานอน

“การโจมตีใด ๆ ต่อกรุงเบรุตจะส่งผลกระทบร้ายแรงตามมา และจะนำไปสู่การกลับมาทำสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ” เขากล่าว “กองทัพของเราพร้อมที่จะโจมตีอิสราเอลทันทีหากพวกเขาโจมตีกรุงเบรุต”

แต่ในทางกลับกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีในเชิงบวกซึ่งสวนทางกับถ้อยแถลงของฝั่งอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า การเจรจากับอิหร่านอาจส่งผลลัพธ์ออกมา “ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

“ผมได้ยินมาว่าการเจรจาดำเนินไปด้วยดีมากทีเดียว” ทรัมป์กล่าวถึงข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น “มันอาจจะเกิดขึ้น… ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าเขาต้องการแยกการเจรจาเรื่องความขัดแย้งในเลบานอนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลัง ออกจากการเจรจาเรื่องสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าทางรัฐบาลเตหะรานจะยืนกรานว่าทั้งสองเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกันก็ตาม

“ผมอยากจะแยกมันออกจากกัน ผมอยากให้มันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะมันเป็นเรื่องที่แยกจากกันจริง ๆ” ทรัมป์กล่าว

ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านคือหัวใจสำคัญของการหารือกับรัฐบาลเตหะราน พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าการเจรจารอบล่าสุดที่กรุงวอชิงตันระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะสามารถสร้างโร้ดแมปไปสู่ความมั่นคงได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ยอมรับ ด่าหยาบเนทันยาฮู ฉุนโจมตีเลบานอนไม่หยุด

ทรัมป์ยอมรับ ด่าหยาบเนทันยาฮู ฉุนโจมตีเลบานอนไม่หยุด

4 มิ.ย. 2569 05:04 น.

ทรัมป์ยอมรับ ด่าหยาบเนทันยาฮู ฉุนโจมตีเลบานอนไม่หยุด

โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่า ได้ใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อว่า เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลจริง ระหว่างการคุยโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากไม่พอใจที่เนทันยาฮูสั่งโจมตีในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ 3 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่า เขาใช้ถ้อยคำสบถหยาบคายกับนาย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างที่ทั้งสองคนสนทนาทางโทรศัพท์กันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาจริง ตามที่สื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ในบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ผู้สัมภาษณ์ถามนายทรัมป์ว่า “ท่านได้พูดว่า ‘แกกำลังทำบ้าอะไรอยู่?’ (What the f- are you doing?), ‘แกมันบ้าไปแล้ว’ (You’re f-ing crazy), ‘ฉันช่วยไม่ให้แกต้องติดคุกนะ’ จริงหรือไม่?”

นายทรัมป์ตอบว่า “จริง … ผมรู้สึกขุ่นเคืองใจนิดหน่อยกับการที่เขาเดินหน้าสู้รบกับเลบานอนอย่างไม่หยุดหย่อน … ผมบอกไปว่า “บีบี (ชื่อเล่นของเนทันยาฮู) เราต้องหยุดเรื่องนี้ได้แล้ว””

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวต่อไปว่าเขายังคงมี “ความสัมพันธ์ที่ดีมาก” กับเนทันยาฮู โดยระบุว่า “พวกเราทำงานร่วมกันได้ดี… ผมชอบบีบีมากนะ”

สำนักข่าวแอกซิออส (Axios) และเอบีซี นิวส์ (ABC News) รายงานว่า ทรัมป์ได้ระเบิดอารมณ์และสบถถ้อยคำหยาบคายดังกล่าวเนื่องจากไม่พอใจที่อิสราเอลขู่จะทิ้งระเบิดถล่มกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน เพราะเขาเกรงว่าการกระทำนี้จะบ่อนทำลายการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง

การปะทะคารมในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนระหว่างสองผู้นำพันธมิตรฝ่ายขวา ซึ่งเป็นผู้เปิดฉากสงครามด้วยการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. จนทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายกลายเป็นการที่อิสราเอลหันมาโจมตีเลบานอนในปัจจุบัน

สื่อของอิสราเอลได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับบทสนทนาดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายทรัมป์กับนายเนทันยาฮู โดยแนะนำให้สำนักข่าว เอเอฟพี (AFP) ไปดูโพสต์ของทรัมป์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันจันทร์ ซึ่งในโพสต์นั้นทรัมป์ได้กล่าวขอบคุณเนทันยาฮู ที่ยอมตกลงถอนกำลังทหารออกจากกรุงเบรุต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลถล่มเลบานอนดับ 9 ศพ ขณะฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดน

อิสราเอลถล่มเลบานอนดับ 9 ศพ ขณะฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดน

4 มิ.ย. 2569 03:53 น.

อิสราเอลถล่มเลบานอนดับ 9 ศพ ขณะฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดน

อิสราเอลโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนระลอกใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอล แม้ว่าทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงบางส่วนก็ตาม

เมื่อ 3 มิ.ย. 2569 ทางการเลบานอนเปิดเผยว่า การโจมตีระลอกใหม่ของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ ขณะที่ ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านระบุว่า พวกเขาข้ามพรมแดนเข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนแถลงว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีเจ้าหน้าที่บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 2 รายรวมอยู่ด้วย โดยรถพยาบาลของพวกเขาในพื้นที่เชฮูร์ (Chehour) ทางตอนใต้ของประเทศถูกโจมตี นอกจากนี้ยังมีรายงานรถยนต์คันหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงเบรุตถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

ด้านกองทัพอิสราเอลแถลงว่า พวกเขาสามารถสกัดกั้นโดรน 1 ลำ และขีปนาวุธ 2 ลูกที่ถูกยิงข้ามพรมแดนเข้ามาได้สำเร็จ ส่วนทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีคือจุดที่ทหารของอิสราเอลมารวมตัวกัน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบข้อตกลงหยุดยิงบางส่วนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่เพิ่งบรรลุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทางเลบานอนระบุว่าภายใต้ข้อตกลงนี้ อิสราเอลจะต้องระงับการทิ้งระเบิดในกรุงเบรุต ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะไม่โจมตีเข้าใส่อิสราเอล

ขณะเดียวกัน คณะทูตของอิสราเอลกับเลบานอนจัดการเจรจาร่วมกันเป็นวันที่สองที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ในวันพุธ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับข้อตกลงดังกล่าว

ทั้งนี้ เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เริ่มยิงจรวดเข้าสู่อิสราเอล เพื่อล้างแค้นให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐฯ ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการเปิดฉากโจมตีทางอากาศและส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่ภาคใต้

อิสราเอลกับเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงฉบับก่อนในวันที่ 16 เม.ย. โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง แต่ข้อตกลงประสบความล้มเหลวและไม่สามารถยุติการสู้รบได้ ซึ่งอิสราเอลยกระดับการโจมตีและขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารมากขึ้นเรื่อยๆ จนอิหร่านประกาศระงับการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

หลังจากอิหร่านมีความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ต่อสายโทรศัพท์หา เบนจามิน เนทันยาฮู ก่อนที่เขาจะโพสต์ข้อความว่า ผู้นำอิสราเอลตกลงจะไม่ส่งทหารเข้าสู่กรุงเบรุต ขณะที่แกนนำฮิซบอลเลาะห์ตกลงจะไม่โจมตีอิสราเอล แต่จนถึงตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ยังโจมตีตอบโต้กันไม่หยุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เฮลิคอปเตอร์กองทัพอังกฤษตกระหว่างฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่ดับ 3 นาย

เฮลิคอปเตอร์กองทัพอังกฤษตกระหว่างฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่ดับ 3 นาย

4 มิ.ย. 2569 02:42 น.

เฮลิคอปเตอร์กองทัพอังกฤษตกระหว่างฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่ดับ 3 นาย

(เครดิตภาพ PA Wire/PA via AP)

เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรืออังกฤษ ตกขณะฝึกซ้อมเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์รุ่น “เมอร์ลิน มาร์ก 4” (Merlin Mk4) ของกองทัพเรืออังกฤษ ตกระหว่างการฝึกซ้อมในมณฑลเดวอน เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 3 มิ.ย. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิต 3 ศพ

ข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุสำนักงานบริการฉุกเฉินได้รับแจ้งเหตุและรุดไปยังพื้นที่ซอร์ตัน ดาวน์ (Sourton Down) ใกล้กับเมืองโอคแฮมป์ตัน (Okehampton) เมื่อเวลาประมาณ 03:45 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น

โฆษกกองทัพเรืออังกฤษแถลงว่า ความสูญเสียดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่าง “การฝึกซ้อมเฮลิคอปเตอร์” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตได้รับแจ้งเรื่องแล้ว และได้ร้องขอความเป็นส่วนตัวช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม”

ขณะที่โฆษกสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า เหตุการณ์นี้จะได้รับการตรวจสอบโดยสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางทหาร หรือ DAIB

ด้าน แคเทอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในฐานะจอมทัพแห่งกองบินทหารเรือ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียพระทัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเผยว่า พระองค์และเจ้าชายวิลเลียม พระสวามี จะระลึกถึงและส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวและมิตรสหายของผู้สูญเสียในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งนี้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เจ้าหญิงและเจ้าชายแห่งเวลส์จะทรงติดต่อโดยตรงไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่เชื่อกันว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงรับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และจะทรงส่งพระราชหัตถเลขาเป็นการส่วนพระองค์ไปยังครอบครัวผู้สูญเสียเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านอ้าง โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง หลังเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี

อิหร่านอ้าง โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง หลังเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี

4 มิ.ย. 2569 01:25 น.

อิหร่านอ้าง โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง หลังเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง โจมตีเข้าใส่คูเวตและบาห์เรน “เพื่อป้องกันตนเอง” หลังจากสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน

เมื่อวันพุธที่ 3 มิ.ย. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาอ้างว่า กองทัพอิหร่านได้ดำเนินการ “โจมตีเพื่อป้องกันตนเอง” เข้าใส่พื้นที่ต่างๆ ที่สหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการโจมตีการเดินเรือของพลเรือนและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X อารักชีระบุว่า “การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ใดๆ จะได้รับการตอบโต้อย่างเด็ดขาดในทันที สิ่งที่มาตรการคว่ำบาตรและสงครามไม่สามารถเอาชนะได้ การทำสงครามมากขึ้นก็ชนะไม่ได้เช่นกัน”

นายอารักชีโพสต์แถลงการณ์ดังกล่าวควบคู่ไปกับคลิปวิดีโอสั้นของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กล่าวว่า “ผมคิดว่าพันธมิตรของเราในภูมิภาคนี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี บางประเทศให้ความร่วมมืออย่างจริงจังและเด็ดขาดมาก เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น ส่วนคูเวตนั้นก็ยอดเยี่ยมมาก”

ตามการเปิดเผยของนายอารักชี เมื่อช่วงเช้าตรู่วันพุธ อิหร่านได้มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน รวมถึงเรือลำหนึ่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

อารักชีกล่าวว่า อิหร่านได้ปล่อยขีปนาวุธและโดรนเข้าโจมตี หลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธเฮลไฟร์ (Hellfire) โจมตีจนทำให้เรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติบอตสวานาไม่สามารถใช้การได้ ขณะกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

ทั้งนี้ การโจมตีของอิหร่านในวันพุธไปตกที่ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวตอย่างน้อย 1 ครั้ง สร้างความเสียหายอย่างหนัก และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีก 63 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn